วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วาระงานจังหวัดน่าน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557

เวลา 09.59 น. ที่ บ้านเด่น หมู่ 9 ต.เปือ อำเภอเชียงกลาง พิธีเปิดโครงการ "ป้องกันไฟ ป้องกันป่า ด้วยจิตอาสา 1 วัน 100 กิโลเมตร ถวายพ่อของแผ่นดิน” ตามวาระจังหวัดน่าน 2013-2017 "สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ”

เวลา 15.00 น. ที่ อาคารที่ทำการสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ถนนมหาพรหม ตำบลในเวียง อ.เมืองน่าน พิธีเปิดกาดเมืองเก่าน่าน เพื่อให้ชุมชนในเขตพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน มีแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน กลุ่มสินค้าพื้นเมือง อาหาร ขนม หรือบริการ โดยผู้ที่เข้ามาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต้องสวมใส่ผ้าพื้นเมืองน่าน เพื่อเสริมสร้างเอกลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองน่าน ตามวิสัยทัศน์ "น่าน เมืองเก่าที่มีชีวิต

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557

เวลา 09.00 น. ที่ วัดต้นผึ้ง ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข งานมหกรรมขบวนแห่ครัวตานล้านนา ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น เสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลอดจนเสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนจากการจำหน่ายผลิตภันฑ์ชุมชน
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557

เวลา 09.00 น. ที่ ศาลาการเปรียญ วัดช้างค้ำวรวิหา กิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2557 เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และสมาชิกอาสารักษาดินแดนที่เสียชีวิต
เวลา 17.00 น. ที่ ลานกีฬาบ้านท่าล้อ (ริมแม่น้ำน่าน) อ.ภูเพียง งาน "ปิดกรีดยางพารา จังหวัดน่าน ครั้งที่ 3” เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความสามัคคี และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกลุ่มเครือข่ายหลังจากเสร็จสิ้นฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตยางพารา

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557

เวลา 08.45 น. ที่ ห้องประชุมพญาผานอง อาคารผู้ป่วยนอก โรพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ฯพณฯ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนครี และคณะ ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว เพื่อรับทราบปัญหา/อุปสรรค ตลอดจนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว

เวลา 17.30 น. ที่ ลานข่วงเมืองน่าน พิธีเปิดงาน "มหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 1” ภายใต้ชื่องานเทศกาลดอกชมพูภูคาบาน ผ้าเงินน่าน สู่อาเซียน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเครื่องเงินและผ้าทอในจังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557

เวลา 09.30 น. ที่ เรือนจำจังหวัดน่าน พิธีเปิดโครงการแข่งขันกีฬาชนเผ่าผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดน่าน เป็นกิจกรรมมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นบุคคลที่ขาดโอกาสทางสังคม ให้ได้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ รู้รักสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ทั้งยังส่งเสริมการออกกำลังการในช่วงเวลาว่างเพื่อให้ผู้ต้องขังมีสุขภาพที่แข็งแรง และเป็นการเชื่อมความสามัคคีระหว่างผู้ต้องขังชนเผ่าต่าง ๆ



พวงพยอม  คำมุง

ทำแนวกันไฟเพื่อกันภัยจากไฟป่าและหมอกควัน

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูร้อน ไฟป่าเป็นเรื่องสำคัญของคนในชุมชน เนื่องจากชุมชนในจังหวัดน่านยังคงพึ่งพิงทรัพยากรป่าไม้ในวิถีชีวิตค่อนข้างมากทั้งในด้านของแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย หรือยารักษาโรค หากเกิดไฟป่าขึ้นแล้วลามเข้ามาใกล้หมู่บ้านชาวบ้านต้องรีบช่วยกันออกไปดับไฟ โดยเฉพาะไฟป่าที่เกิดขึ้นตอนกลางวันจะดับยากกว่าตอนกลางคืนเพราะอากาศจะร้อนและแห้งทำให้ไฟลุกลามรวดเร็ว จนไปถึงบริเวณที่เป็นไร่นาและสวน ซึ่งใกล้กับบริเวณชุมชนมาก และถึงแม้ว่าชุมชนไม่อาจยับยั้งไม่ให้เกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่ได้ แต่คนในชุมชนได้เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์และหาวิธีการจัดการกับไฟป่าที่เป็นปัญหาสำคัญของชุมชน วิธีการที่ชุมชนได้ใช้ป้องกันไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้ามาใกล้ชุมชนมาเป็นเวลานานแล้ว ได้แก่ วิธีการทำแนวกันไฟ

แนวกันไฟ (Firebreaks or Fuelbreaks) เป็นการปรับปรุงพื้นผิวภูมิประเทศให้เกิดเป็นแนวกีดขวางเพื่อหยุดยั้งไฟป่า หรือเป็นแนวตั้งรับในการดับไฟป่า หลักสำคัญของการทำแนวกันไฟคือการกำจัดเชื้อเพลิงที่จะทำให้เกิดไฟป่าออกไป โดยอาจจะกำจัดเชื้อเพลิงออกไปทั้งหมดจนถึงชั้นดินแท้ (Mineral soil) หรืออาจจะกำจัดเฉพาะเชื้อเพลิงที่ติดไฟง่าย ได้แก่ เศษใบไม้ ใบหญ้าออกไปเท่านั้นก็ได้ แนวคิดในการทำแนวกันไฟก็เพื่อตัดช่วงความต่อเนื่องของเชื้อเพลิง เป็นการป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าไปในบริเวณที่ตั้งของชุมชนนั่นเอง

การทำแนวกันไฟแม้จะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหมอกควัน รวมทั้งมลพิษในอากาศที่เกิดจากการเผาหรือไฟป่า สิ่งที่สำคัญของการทำแนวกันไฟคือการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนร่วมกันป้องกันอันตรายที่เกิดจากไฟป่าเป็นกระบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อวิถีชีวิตของชุมชน ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน อย่างแท้จริงเมื่อคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
และในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 จังหวัดน่านได้กำหนดให้มีการเริ่มต้นเพื่อรณรงค์ทำแนวกันไฟ พร้อมกัน 15 อำเภอ ทั่วทั้งจังหวัดน่าน

เทศบาลเมืองน่านลงนามสัญญาจ้างงบ 21ล้านบาทเศษ นำสายไฟฟ้าลงดินปรับปรุงภูมิทัศน์บนถนนสุมนเทวราช ยาว 234 เมตร

วันนี้ 5 ก.พ. 57 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ตัวแทนฝ่ายผู้ว่าจ้าง พร้อมด้วยนายวงศวัฒน์ พิลาสลักษณาการ ผู้ช่วยผู้ว่าการธุรกิจวิศวกรรมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้แทนฝ่ายผู้รับจ้าง ร่วมลงนามในสัญญาจ้างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บนถนนสุมนเทวราช (นำสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ลงดิน) โดยมีนายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงนามเป็นประธานสักขีพยาน และนายสุบรรณ ประครองใจ ผู้อำนวยการกองพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองน่าน พร้อมคณะผู้แทนองค์กรตัวแทนสมาคมพ่อค้าธุรกิจในจังหวัดน่าน ได้ร่วมกันลงนามเป็นสักขีพยานในการก่อสร้างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บนถนนสุมนเทวราช หรือ โครงการ นำสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ลงดิน ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของสามหน่วยงานหลักคือ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เทศบาลเมืองน่าน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมของเมืองเก่าน่านให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม นำมาซึ่งประโยชน์ต่อประชาชนและท้องถิ่น อีกทั้งยังจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้บรรยากาศการค้า การลงทุน และภาพรวมของเศรษฐกิจ คล่องตัวและมีศักยภาพ เพิ่มมากขึ้น โดยโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บนถนนสุมนเทวราช ได้ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุ ของหน่วย การบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535 และที่แก้โขเพิ่มเติม จัดหา โดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ งบประมาณ จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวนเงิน 20,000,000 บาท เทศบาลเมืองน่าน จำนวนเงิน1,300,383 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 21,300,383 บาท ดำเนินการโดย เทศบาลเมืองน่าน เป็นผู้ว่าจ้าง ส่วนผู้รับจ้างโครงการดังกล่าวคือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป้าหมายของโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินบนถนนสุมนเทวราช ช่วงที่ 1 คือ ก่อสร้างระบบเคเบิ้ลใต้ดินพร้อมอุปกรณ์ ช่วงสี่แยกประตูน้ำเข้มถึงสี่แยกหัวเวียงใต้ ระยะทาง 234 เมตร ระยะเวลาในการดำเนินการ 240 วัน หรือประมาณ 8 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง และในส่วนของโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินบนถนนสุมนเทวราช ช่วงที่สอง ก็ได้รับอนุมัติงบประมาณก่อสร้างจากกรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างออกแบบการก่อสร้าง ส่วนเส้นทางอื่นๆ ก็อยู่ในแผนหลักของการพัฒนาเมืองน่านอย่างต่อเนื่องและจะเร่งดำเนินการต่อไป



ศรายุทธ  ประเสริฐนิรมล  ภาพ / ข่าว

สาธารณสุขจังหวัดแพร่ เฝ้าระวังไข้หวัดนกในระยะนี้

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ ให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุกแห่ง คุมเข้ม เฝ้าระวังไข้หวัดนกหลัง จากกรณีที่มีรายงานเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2557 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดนก สายพันธุ์ เอช 7 เอ็น 9  (H7N9) ในประเทศจีน เพิ่มอีก 15 รายใน 4 มณฑล ได้แก่ มณฑลเจ้อเจียง มณฑลเจียงชู มณฑลฝูเจียน และมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งทุกรายมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกหรือเดินทางไปตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิต
นายแพทย์ปิติ  ทั้งไพศาล  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ในจังหวัดแพร่ยังไม่พบผู้ป่วยที่ป่วยเป็นไข้หวัดนก แต่ก็ได้แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกแห่ง เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในระยะนี้ หากพบประชาชนป่วย มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้สูงทันทีทันใด ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และเคยสัมผัสสัตว์ปีก หรือผู้ป่วยปอดบวม ขอให้ไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติสัมผัสสัตว์ปีก หรือการเดินทางไปต่างประเทศด้วย   เนื่องจากในช่วงตรุษจีนคนไทยเชื้อสายจีนจะทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และมีการชำแหละสัตว์ปีกโดยเฉพาะเป็ด ไก่ จำนวนมาก รวมทั้งประชาชนบางส่วนจะเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ เพื่อเยี่ยมครอบครัว และญาติ

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ไข้หวัดนกล่าสุด องค์การอนามัยโลก ได้รายงาน เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2557 พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช 7 เอ็น 9 จำนวน 259 ราย เสียชีวิต 53 ราย ยังไม่มีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนอย่างต่อเนื่องหรือกระจายในวงกว้าง  ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดเป็นชาวจีน จึงขอแนะนำว่าผู้ที่กลับจากประเทศจีนในช่วงระหว่างเทศกาลตรุษจีน ขอให้สังเกตอาการของตนเองหลังจากกลับจากต่างประเทศ หากพบมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้สูงทันทีทันใด ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ให้รีบพบแพทย์ทันที /.



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแพร่เตรียมจัดกิจกรรม “เข้าวัดปฏิบัติธรรม นำรักให้ยั่งยืน”


สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแพร่เตรียมจัดกิจกรรม "เข้าวัดปฏิบัติธรรม  นำรักให้ยั่งยืน” เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา  เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา  ประจำปี  2557                          
ด้วยวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์  2557  เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันมาฆบูชา เป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 4 ประการจึงเป็นวันที่เรียกว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต” และในปีนี้วันมาฆบูชา ตรงกับวันแห่งความรัก  ทางจังหวัดแพร่  ได้เห็นความสำคัญของวันดังกล่าว จึงกำหนดจัดกิจกรรม "เข้าวัดปฏิบัติธรรม  นำรักให้ยั่งยืน”

กำหนดจัดขึ้น ณ ศาลาพุทธสถาน วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร อำเภอเมืองแพร่  โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรณรงค์ให้เด็ก เยาวชน ประชาชน ได้เข้าวัดปฏิบัติธรรม เนื่องใน วันมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันแห่งความรัก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม  โดยมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม  อันดีงามของไทย โดยความร่วมมือจากสถานศึกษานำนักเรียน นักศึกษาในสังกัดเข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่เวลา 08.30 น. กิจกรรมประกอบด้วย การแสดงพระธรรมเทศนา การตักบาตรความดี ร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี  2557



วัชระ เพชรพลอย /ข่าว /พิมพ์

จังหวัดแพร่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 32 “ศรีสุพรรณบุรีเกมส์” ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

จังหวัดแพร่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 32 "ศรีสุพรรณบุรีเกมส์” ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน  4  ชนิดกีฬา จำนวนทั้งสิ้น 34 คน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ตามที่จังหวัดแพร่ได้มอบหมายให้สมาคมกีฬาจังหวัดแพร่และศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดแพร่ เตรียมทีมและจัดส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 10–14  กุมภาพันธ์ 2557 ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่นักกีฬา ผู้ควบคุมทีม        ที่เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติในครั้งนี้ ทางนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นปรานในพิธีส่งตัวนักกีฬามีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 32 "ศรีสุพรรณบุรีเกมส์”  ประกอบด้วยผู้นักกีฬา จำนวน 25 คน ผู้ฝึกสอน จำนวน 9 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 34 คน จาก  4  ชนิดกีฬา

พร้อมกันนี้ได้มอบค่าพาหนะเดินทางและค่าเบี้ยเลี้ยง จากการกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน 103,960 บาท ค่าชุดวอร์ม จากสมาคมกีฬาจังหวัดแพร่ จำนวน 23,800 บาท ในการเดินทางไปแข่งขันในครั้งนี้



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์

สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดโครงการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย พ.ศ.2557

สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดโครงการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย พ.ศ. 2557 เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินสุขภาพจิตของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป

นางเมตตา อนุศาสนกุล สถิติจังหวัดแพร่ แจ้งผ่านสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ว่า สำนักงานสถิติจังหวัดแพร่ ร่วมกับกรมสุขภาพจิต จัดทำโครงการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย พ.ศ.2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินสุขภาพจิตของประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป
โครงการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทยนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติได้เริ่มดำเนินการสำรวจครั้งแรกในปี 2551 โดยสำรวจไปพร้อมกับการสำรวจโครงการต่าง ๆ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำหรับการสำรวจในปี 2557 นี้ เป็นการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย ครั้งที่ 6 ซึ่งจะดำเนินการสำรวจไปพร้อมกับโครงการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร พ.ศ. 2557 ระหว่างวันที่ 1– 12 ของเดือนกุมภาพันธ์  พฤษภาคม  สิงหาคม  และเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2557  ทั้งในและนอกเขตเทศบาล โดยทำการสำรวจสมาชิกในครัวเรือนตัวอย่างที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปทุกคนและจะต้องเป็นผู้ตอบสัมภาษณ์ด้วยตนเอง

สำนักงานสถิติจังหวัดแพร่ ขอให้ผู้ตอบสัมภาษณ์ที่ตกเป็นครัวเรือนตัวอย่างตอบสัมภาษณ์ ตามความเป็นจริง หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถติดต่อสอบถามที่สำนักงานสถิติจังหวัดแพร่ โทรศัพท์ 0-5451-1234 หรือขอตรวจดูบัตรประจำตัวของเจ้าหน้าผู้ออกสำรวจ /.



วัชระ เพชรพลอย /ข่าว /พิมพ์

สวนป่าปลูกแห่งแรกของประเทศไทยที่จังหวัดแพร่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ไม้สักอายุ 104 ปี

สวนป่าปลูกแห่งแรกของประเทศไทยที่จังหวัดแพร่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ซึ่งปลูกมาถึง 104 ปี เป็นแม่พันธุ์ในการขยายสักปลูกทั่วพื้นที่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า จังหวัดแพร่นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองไม้สักที่ดีที่สุด และมีความสวยงามมาก เห็นได้จากเสาชิงช้า ก็สร้างจากไม้สักในพื้นที่จังหวัดแพร่ และที่บ้านแม่พวก ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีสวนสักซึ่งเป็นสวนป่าปลูกแห่งแรกของประเทศไทย ปลูกขึ้นเมื่อปี 2453 หรือ 104 ปีที่ผ่านมา โดยพระยาวันพฤกษ์-พิจารณ์ หรือ ทองคำ เศวตศิลา เป็นผู้ปลูก สวนป่าแม่พวก-เด่นชัย นั้นอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟแม่พวก อำเภอเด่นชัย ในสมัยนั้นมีพื้นที่ปลูกจำนวน 166 ไร่ โดยปลูกด้วยวิธีหยอดเมล็ดลงหลุมโดยตรง ต้นสักเลยมีลักษณะเปลาตรงลำต้นใหญ่เหมาะที่จะเป็นไม้แม่ขยายพันธุ์  ปัจจุบันเหลือพื้นที่ 135 ไร่ เมื่อปี 2541 ทางสำนักงานป่าไม้เขตแพร่ได้สำรวจมีต้นสักจำนวน 1,797 ต้น

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ที่ไปทำงานและรับผิดชอบดูแลสวนป่าแม่พวก ได้ดำเนินการปลูกเพิ่มเติมอีกจำนวนหลายไร่ ปัจจุบันต้นสักเหล่านี้ยังคงอุดมสมบูรณ์ มีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่คอยสอดส่องดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ไม่ให้ใครตัดหรือบุกรุกทำลาย /.



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์

กกต.พะเยา เผยกรณีการคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถกระทำได้ก่อนวันประกาศผลการเลือกตั้ง ภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

นางสาวพัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง ซึ่งมีสมาชิกสมัครรับเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งใด เขตเลือกตั้งหนึ่ง มีสิทธิยื่นคัดค้าน กรณีเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น เป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถคัดค้านได้ ก่อนวันประกาศผลการเลือกตั้ง หรือภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง และเห็นว่าผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเกินจำนวนที่ กกต.กำหนด สามารถคัดค้านได้ ภายใน 180 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง และกรณี ผู้สมัครไม่ยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้ง สามารถคัดค้านได้ ภายใน 90 วันหลังจากการเลือกตั้ง

โดยผู้ที่จะคัดค้านสามารถแจ้งได้ทางสายด่วนเลือกตั้ง โทร.1171 หรือที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพะเยา โทร.054 – 449517 - 8ในวันและเวลาราชการ



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

สำนักงานสาธารณสุขพะเยา เน้นมาตรการป้องกนไข้หวัดใหญ่ในศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษา พร้อมแจ้งเตือนประชาชนเอาใจใส่ตนเองและบุตรหลาน ระวังโรคไข้หวัดใหญ่

นายแพทย์สุรินทร์ สุมนาพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา กล่าวว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2557 จังหวัดพะเยามีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวนทั้งสิ้น 175 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 35.85 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต ณ ขณะนี้ มีอัตราการป่วยสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ จานวนผู้ป่วยสูงกว่า ปี 2556 ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 1.8 เท่า พบผู้ป่วยสูงต่อเนื่องมาตั้งแต่ ธันวาคม 2556 และสูงสุดในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม 2557 พบผู้ป่วยทุกอำเภอ ยกเว้นอำเภอปงที่ไมพบผู้ป่วย โดยในอำเภอเมืองพะเยา มีจานวนผู้ป่วยสูงสุด จำนวน 87 ราย รองลงมาคือ อำเภอดกคำใต้ 30 ราย อำเภอเชียงคำ 14 ราย อำเภอจุน 13 ราย อำเภอภูซาง 12 ราย อำเภอแม่ใจ 9 ราย อำเภอภูกามยาว 7 ราย และอำเภอเชียงม่วน 3 ราย กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียน อายุ 0– 4 ปี รองลงมาคือกลุ่มนักเรียนระดับประถมศึกษา อายุ 5 – 9 ปี และกลุ่มอายุ 10-14 ปี ตามลำดับ ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่ที่พบนี้ เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอช 1 เอน 1 เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้ โดยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง และมีวัคซีนฉีดป้องกัน ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงสามารถพบได้ในบางราย เช่น ในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หญิงตั้ง ครรภ์ และผู้มีภูมิต้านทานต่ำ โรคไข้หวัดใหญ่ติดต่อได้ง่าย ภายในบ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน โดยเชื้ออยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายสามารถแพร่จากผู้ป่วยได้ เมื่อไอ จาม และปนเปื้อนอยู่ที่ภาชนะของใช้ส่วนตัวหรือของใช้สาธารณะ เช่น ลูกบิด ราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ ราวรถโดยสาร ก๊อกน้ำ โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ของใช้ ของเล่นเด็ก

ในการป้องกันและควบคุมโรค ควรมุ่งเน้นที่ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนระดับประถมศึกษา โดยมีมาตรการสำคัญ คือการรักษาความสะอาดพื้นที่ที่มีการสัมผัสบ่อยด้วยน้ำยาทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค รวมทั้งทำความสะอาดสถานที่สาธารณะที่คนไปรวมกันอยู่จำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า และแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญคือ รถนักเรียน และที่สำคัญประชาชนทุกคนควรเอาใจใส่ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ดังนี้ (1) ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเมื่อป่วยจะมีอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ ผู้เป็นโรคอ้วน ควรไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (2) ผู้ที่เป็นหวัด ให้สวมหน้ากากอนามัย ปิดปากปิดจมูก เมื่อไอจาม ด้วยกระดาษทิชชู เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ (3) ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป (4) หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร และในพื้นที่ที่มีการระบาดควรหลีกเลี่ยงการเขาไปในสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรค เช่น สถานที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่สะดวกเป็นเวลานาน หากจำเป็นกลุ่มเสี่ยงควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน (5) เมื่อป่วยเป็นไข้หวัด ควรหยุดพักเรียน ทำงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 ตั้งกองผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำไปทอดถวาย ณ วัดพระธาตุดอยกิ่วขมิ้น อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมศาลาอเนกประสงค์

พันเอกบรรณวัฒน์ พรหมจรรย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 เปิดเผยว่าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 ตั้งกองผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำไปทอดถวาย ณ วัดพระธาตุดอยกิ่วขมิ้น บ้านไม้แงะ ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ในวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 10.00 น. เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมศาลาอเนกประสงค์

จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ตามกำลังศรัทธา โดยสามารถส่งเงินในการร่วมบริจาคทำบุญได้ที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 บ.ม่อนตะแลง ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หรือโอนเงินเข้าบัญชี “ฉก.ร.17” ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ฮ่องสอน ประเภทออมทรัพย์ หมายเลขบัญชี 508 -0 21433-3 กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินร่วมทำบุญมาที่ โทรสาร 0-5361-3190 หรือที่ สวท.แม่ฮ่องสอน fm 104



ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดการอบรมเกษตรตามโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน บ้านหนองป่าก่อ จัดการอบรมเกษตรตามโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระหว่างวันที่ 6-9 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน บ้านหนองป่าก่อ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และได้รับเงินค่าพาหนะให้คนละ 400 บาทหรือค่าน้ำมันตามระยะทางหมู่บ้านละ 1 คัน โดยมีการอบรมด้านเกษตร การทำปุ๋ยหมักมูลสัตว์ / การทำปุ๋ยชีวภาพ / สารไล่แมลง / การปลูกพืชผักสมุนไพรพื้นบ้าน ด้านสุขภาพ การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุลร่างกายเพื่อบำบัดรักษาอาการป่วยเรื้อรังเช่น ความดันโลหิตสูง /เบาหวาน/ เก๊าต์/ปวดเมื่อย/อ่อนแรง /การกัวซาขูดพิษออกจากร่างกายบำบัดโรค /การแช่มือเท้าด้วยน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพการพอก การทา การหยอด การเอาพิษออกจากร่างกายบำบัดโรคการนวดกดจุดลมปราณ โยคะปรับสมดุลร่างกาย /การแปรรูปสมุนไพรเพื่อการดูแลสุขภาพและสร้างรายได้เสริมในครัวเรือน ด้านวิถีพอเพียงการทำบัญชีการประกอบอาชีพ บัญชีครัวเรือน / การลดรายจ่ายในครัวเรือน/ การทำน้ำยาล้างจาน / การทำน้ำยาซักผ้า /การทำน้ำเต้าหู้ก้อนและการเพาะถั่วงอก

ผู้สนใจสมัครเข้าอบรมได้ที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน บ้านหนองป่าก่อ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 086-9128611หรือ 083- 860 0404



ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว

คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานฤดูหนาวและงานรื่นเริง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557 ประชุมพิธีกรประชาสัมพันธ์ ประจำเวทีร้านมัจฉากากาชาด

บ่ายวานนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2557) นางอ่อนศรี ศรีอัมพร ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมพิธีกรประชาสัมพันธ์ ประจำเวทีร้านมัจฉากากาชาด ในงานฤดูหนาวและงานรื่นเริง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557 ที่บริเวณถนนนาวาคชสาร หน้าสถานีขนส่งโดยสาร จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-15 กุมภาพันธ์ 2557 โดยมีนักจัดรายการวิทยุทั้งภาครัฐและเอกชน ทำหน้าที่พิธีกร จำนวน 39 คน เพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนประชาชน ผู้มาร่วมงาน มาร่วมกิจกรรมร้านมัจฉากาชาด พร้อมทั้งความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กร สภากาชาดไทย เหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดจนภารกิจของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อไป ซึ่งแบ่งช่วงเวลารับผิดชอบ ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ บริเวณเวทีร้านมัจฉากาชาด 3 ช่วงเวลา ประกอบด้วย เวลา 18.300-20.00 / 20.00-22.00 และ 22.00-24.00 น.



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

องคมนตรี (นายพลากร สุวรรณรัฐ) เป็นประธานเปิดและส่งมอบ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นำคณะผู้บริหาร พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรจาก 9 หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลสิริราช ตำบลสันดอนแก้ว ร่วมกันให้การต้อนรับ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมคณะติดตาม เนื่องในโอกาสทางมาตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดลำปาง พร้อมเป็นประธานทำพิธีเปิดและส่งมอบ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 1 บ้านสันดอนแก้ว ตำบลสันดอนแก้ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ให้กับราษฎรในพื้นที่ทั้ง 9 หมู่บ้าน ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการฯ ดังกล่าวไว้ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2554 เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งการขาดแคลนน้ำ และบรรเทาอุทกภัยให้แก่ราษฎรพื้นที่ โดยมีสำนักงานก่อสร้าง 2 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง ของกรมชลประทาน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินงาน ซึ่งได้เริ่มทำการก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2556 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2556 โดยได้รับงบประมาณในการก่อสร้างจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวนทั้งสิ้น 25,579,000 บาท อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบน เป็นอ่างเก็บน้ำทำนบดิน กว้าง 8 ม. ยาว 247 ม. สูง 15 ม. มีความจุที่ระดับกักเก็บน้ำ 254,500 ลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำได้ครอบคลุมไปยังพื้นที่เพาะปลูกท้ายน้ำในฤดูฝน 650 ไร่ และในฤดูแล้ง 200 ไร่ และหากได้รับการบริหารจัดการน้ำที่ดี คาดว่าจะสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกได้อีก รวมไม่ต่ำกว่า 1,200 ไร่ ในฤดูฝน โดยจะมีราษฎรในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอน 9 หมู่บ้าน 412 ครัวเรือน รวมประชากรกว่า 1,372 คน ตลอดจนเพื่อให้อ่างเก็บน้ำได้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นแหล่งอาหารโปรตีน สร้างอาชีพประมงให้แก่ราษฎรในพื้นที่โครงการฯ ซึ่งจะทำให้ราษฎรได้รับการพัฒนามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
โดยในพิธีเปิดและส่งมอบโครงการฯ ครั้งนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับราษฎรและหน่วยงานทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนจนแล้วเสร็จ มีแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการประโยชน์ สมดั่งตามเจตนารมณ์วัตถุประสงค์ พร้อมทั้งกล่าวขอให้ราษฎรช่วยกันดูแล ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดคุ้มค่า และช่วยกันดูแลรักษาผืนป่า เพื่อให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่จะช่วยรักษาน้ำทำให้เกิดความชุ่มชื้น นำความอุดมสมบูรณ์มาสู่พื้นที่ และโอกาสเดียวกันนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้ให้เกียรติมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ราษฎร จำนวน 10 ราย ที่ได้บริจาคมอบที่ดินเพื่อใช้ในการจัดสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบน และได้เดินเยี่ยมราษฎรที่มาคอยต้อนรับ พร้อมกับชมนิทรรศการของกลุ่มแม่บ้าน นักเรียน หน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมอาชีพ นอกจากนี้ได้ร่วมกับราษฎร ผู้มาร่วมงาน ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด เช่น ปลาสร้อยขาว ปลาตะเพียน ปลานิล เป็นต้น ลงในอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอน รวมจำนวนทั้งสิ้น 500,000 ตัว และได้มอบพันธุ์ข้าวให้แก่ราษฎรทั้ง 9 หมู่บ้าน ในครั้งนี้ด้วย
ดูคลิป http://youtu.be/5AJiidXoBRU



ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต

อบจ.ลำพูน ชู 9 ประเด็นใหม่ ก้าวหน้าไปพร้อมกับ อบจ.ลำพูน มุ่งสู่การพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน จัดการประชุมสัมมนาผู้บริหารท้องถิ่นจังหวัดลำพูน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน หัวข้อ “การจัดบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” เพื่อกำหนดแนวทางและแลกเปลี่ยนแนวคิด การจัดบริการสาธารณะร่วมกัน พร้อมนำข้อสรุปที่ได้ไปวางแผนการดำเนินการพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีประเด็นการประชุมสัมมนา “9 ประเด็นใหม่” เพื่อก้าวไปพร้อมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดลำพูน ประกอบด้วย ประเด็นที่ 1 การจัดงานวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2557 วันที่ 18 มีนาคม 2557 อบจ.ลำพูน รับเป็นเจ้าภาพจัดงาน โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานจาก อปท.ทุกอำเภอ เพื่อกำหนดรูปแบบการจัดงาน ประเด็นที่ 2 การวางแผนการปฏิบัติงานด้านสาธารณภัย อบจ.ลำพูน จะดำเนินการสำรวจความต้องการรถกู้ชีพกู้ภัย สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานด้านกู้ชีพกู้ภัย และสนับสนุนระบบบัญชาการเหตุการณ์ (ระบบ ICS) สำหรับผู้บริหาร เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านสาธารณภัยและภัยพิบัติ ประเด็นที่ 3 การแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค อบจ.ลำพูน มีชุดขุดเจาะบ่อบาดาลมูลค่า 20 ล้านบาท ได้กำหนดแนวทางโดยใช้ระบบหลักการมีส่วนร่วม ระหว่าง อบจ. อปท. และประชาชน ให้โควตา ส.อบจ.ลำพูน 1 บ่อ และ อปท. แห่งละ 1 บ่อ การดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ อบจ.ลำพูน กำหนด ประเด็นที่ 4 การจัดทำผังเมืองเฉพาะ อบจ.ลำพูน จะดำเนินการส่งเสริมด้านวิชาการ และขอให้แต่ละ อปท.จัดทำร่างผังเมืองของตนเองไว้ ประเด็นที่ 5 การมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงานโครงการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาในปี 2558 แนวความคิดการจัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ 2558 เป็นรูปแบบโครงการระดับอำเภอ ในส่วนโควตาของ อปท. ยังคงงบประมาณไว้ที่ 30 ล้านบาท

ประเด็นที่ 6 การขับเคลื่อน "ลำพูน นครแห่งทุนทางวัฒนธรรมชุมชน" จังหวัดลำพูนมีต้นทุนทางวัฒนธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก ขอความร่วมมือทุก อปท.ได้ค้นหาทุนทางวัฒนธรรมชุมชนของตนเอง เพื่อกำหนดเป็นกรอบการพัฒนาด้านสังคมเชื่อมโยงสู่ด้านเศรษฐกิจ ประเด็นที่ 7 การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดลำพูน ขอความร่วมมือ อปท. ทุกแห่ง มีส่วนร่วมในการจัดทำวารสาร “อปท.ลำพูน นิวส์” เป็นการประชาสัมพันธ์โดยภาพรวมของ อปท.ในจังหวัดลำพูน ประเด็นที่ 8 โครงการอบรมสัมมนาและศึกษาดูงานด้านอาเซียน ปีงบประมาณ 2557 อบจ.ลำพูน จะจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาขึ้น เพื่อเป็นแหล่งองค์ความรู้ข้อมูลด้านประชาคมอาเซียน และประเด็นที่ 9 การจัดประชุมสภากาแฟ พบปะผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อหารือแก้ไขปัญหาในการพัฒนาจังหวัดลำพูน กำหนดจัดเดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งจะออกเคลื่อนที่ไปแต่ละแห่ง ครั้งแรกจัดที่ อบจ.ลำพูน



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ

คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติ กำหนดให้จัดการเลือกตั้ง ส.ว. ในวันที่ 30 มีนาคม 2557

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ประชุมและมีมติกำหนดวันเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา โดยจะจัดในวันที่ 30 มีนาคม 2557 และ จะจัดการเลือกตั้ง ล่วงหน้าในวันที่ 23 มีนาคม 57

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ คณะกรรมการเลือกตั้ง ( กกต. ) กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.ได้ สรุป เรื่องเกี่ยวกับ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งสมาชิก ชุดเดิมจะหมดวาระในวันที่ 2 มีนาคม 2557 และ รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีการจัด เลือกตั้งภายใน 30 วัน กกต. จึงได้ประชุม และ มีมติกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาใน วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2557 และ กำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาล่วงหน้าทั้ง ในเขต และ นอกเขต ในวันที่ 23 มีนาคม 2557 โดยสำนักงานบริหารเลือกตั้ง ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้ กกต. เห็นชอบ จากนั้นจะส่งเรื่องให้รัฐบาลและคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ เพื่อ ดำเนินการ และ จะมีการเปิดรับรับสมัคร ผู้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ใน วันที่ 4 – 8 มีนาคม 2557



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

รอง ผวจ.ลำพูน ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์ให้ประชาชน ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในวันที่ 30 มีนาคม 2557

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ขอให้ หน่วยงานทุกภาคส่วน ร่วมรณรงค์ ให้ประชาชน ผู้มีสิทธิออกมาลงคะแนน เลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา ประจำจังหวัดลำพูน ในวันที่ 30 มีนาคม 2557 เพื่อ ให้ จังหวัดลำพูน ยังคงรักษา สถิติ การใช้สิทธิลงคะแนน ในระบอบประชาธิปไตย หลังจากจังหวัดลำพูน มีสถิติเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใกล้เคียงกับ จังหวัดหนองบัวลำภู

นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าว ภายหลังจากที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศผล ข้อมูล การออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งจังหวัดลำพูน มีค่าสถิติ ผู้ออกมาใช้สิทธิ ร้อยละ 72.80 เป็นอันดับ 1 ของประเทศ , อันดับที่ 2 คือ จ.หนองบัวลำภู สถิติร้อยละ 72.50 ซึ่งมีค่าสถิติใกล้เคียงกัน และ ขณะนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติเบื้องต้น ให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ในวันที่ 30 มีนาคม 2557 ซึ่ง ประชาชนชาวจังหวัดลำพูน จะได้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง อีกครั้งหนึ่ง จึงขอให้ ทุกภาคส่วน ร่วมรณรงค์ให้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิ ให้มากที่สุดเพื่อ ให้จังหวัดลำพูน ยังคงเป็นจังหวัดที่มีสถิติจำนวนผู้มาลงคะแนนเสียงในระบอบประชาธิปไตยเป็นอันดับ 1 ของประเทศอีกครั้ง



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

จังหวัดลำพูนมีโครงการพัฒนาเมืองที่ได้รับการอนุมัติ รวม 5 โครงการ ซึ่งขณะนี้มี โครงการที่จะได้รับเงินงบประมาณ ให้ดำเนินการจำนวน 2 โครงการ

โครงการพัฒนาเมืองในเขตเทศบาลเมืองลำพูน มี โครงการที่ได้รับการอนุมัติ จำนวน 5 โครงการ ซึ่งขณะนี้มี โครงการที่จะได้รับเงินงบประมาณ ให้ดำเนินการจำนวน 2 โครงการ คือ โครงการ คลินิกใกล้บ้านใกล้ใจ ชุมชนเทศบาลเมืองลำพูน และ โครงการ ส่งเสริมเศรษฐกิจ เพื่อ พัฒนา ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูน

หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ กลุ่มบุคคล , ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองของแต่ละจังหวัด นำเสนอโครงการ ที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ชุมชนเมือง ภายใต้โครงการพัฒนาเมือง ซึ่ง กลุ่มประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ก็ได้นำเสนอโครงการ ให้แก่คณะกรรมการพิจารณารของจังหวัดลำพูน พิจารณาแล้ว ส่งต่อไปยัง คณะกรรมการ ของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ พิจารณา ตรวจสอบ และ อนุมัติ ให้การสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ จังหวัดลำพูน มี โครงการพัฒนาเมืองที่ได้รับการอนุมัติ รวม 5 โครงการ ได้แก่ โครงการ คลินิกใกล้บ้านใกล้ใจ ชุมชนเทศบาลเมืองลำพูน , โครงการ ส่งเสริมเศรษฐกิจ เพื่อ พัฒนา ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูน , โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด ( cctv ) ,โครงการป้องกันและระงับอัคคีภัยในเขตชุมชนเทศบาลเมืองลำพูน และ โครงการพัฒนาสวนม่วนใจ๋ ในการออกกำลังกายของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองลำพูน
โดยขณะนี้ มี โครงการที่จะได้รับเงินงบประมาณให้ดำเนินการจำนวน 2 โครงการ คือ โครงการ คลินิกใกล้บ้านใกล้ใจ ชุมชนเทศบาลเมืองลำพูน และ โครงการ ส่งเสริมเศรษฐกิจ เพื่อ พัฒนา ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ส่วนอีก 3 โครงการที่เหลือ อยู่ในขั้นตอนพิจารณาอนุมัติงบประมาณ
ทางด้านนายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองลำพูน กล่าวว่า เทศบาลเมืองลำพูนพร้อมให้การสนับสนุน ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามความต้องการของประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ , ด้านสุขภาพ และ ด้านความปลอดภัยในชีวิต และ ทรัพย์สิน ซึ่ง โครงการพัฒนาเมือง ของรัฐบาลถือเป็นโครงการ ที่ ช่วยส่งเสริมความต้องการของประชาชน ให้เกิดรูปธรรม ก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ของชุมชนเมืองครอบคลุมทุกด้าน



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

ปภ.ลำพูน เร่งสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเตือนภัย "มิสเตอร์เตือนภัย" มุ่งให้ความรู้ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย เตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุ

ปภ.ลำพูน เร่งสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเตือนภัย "มิสเตอร์เตือนภัย" เพิ่ม 75 หมู่บ้าน มุ่งให้ความรู้ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย เตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุ หวังลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน นำโดย นายชุมพร อินตะเทพ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน จัดฝึกอบรมเครือข่ายอาสาสมัครเตือนภัย “มิสเตอร์เตือนภัย” ประจำปี 2557 ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นการฝึกอบรมให้กับประชาชนในพื้นที่ หมู่บ้านเสี่ยงอุทกภัยและดินถล่มที่ยังไม่มีมิสเตอร์เตือนภัย ใน 8 อำเภอ จำนวน 75 หมู่บ้าน รวม 150 คน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้รับความรู้ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย อีกทั้งยังมีความพร้อมในการเผชิญเหตุ ซึ่งจะสามารถลดความสูญเสียจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันจังหวัดลำพูนมีอาสาสมัครเตือนภัย “มิสเตอร์เตือนภัย” รวมทั้งสิ้น 372 คน จาก 186 หมู่บ้าน ซึ่งได้จัดการฝึกอบรมไปแล้วในปีงบประมาณ 2549, 2551 และปี 2556 สำหรับการฝึกอบรมใช้วิธีบรรยายและฝึกปฏิบัติ เป็นเวลา 1 วัน ได้แก่ การรับฟังบรรยายบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัคร “มิสเตอร์เตือนภัย” การเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ การติดตามสถานการณ์ การแจ้งเตือนภัย การจัดทำแผนอพยพประชาชน การฝึกทำกระบอกวัดปริมาณน้ำฝนอย่างง่าย การอ่านค่า และการจดบันทึก การใช้อุปกรณ์เตือนภัย และการมอบภารกิจ “มิสเตอร์เตือนภัย”

นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม กล่าวว่า การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเตือนภัย “มิสเตอร์เตือนภัย” เป็นการช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนและทางราชการที่เกิดขึ้นจากสาธารณภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งสาธารณภัยหรือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ค่อนข้างรุนแรง และยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ เราจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับภัยพิบัติให้ได้ และสิ่งที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกับภัยพิบัติได้อย่างปลอดภัย คือ การเพิ่มศักยภาพให้กับชุมชนในการป้องกันและการเตรียมความพร้อมให้กับชุมชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย รวมทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการป้องกัน และลดผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งจะทำให้หมู่บ้าน สามารถให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในหมู่บ้านขณะเกิดภัยได้ ก่อนที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน มูลนิธิ อาสาสมัคร และหน่วยงานอื่นๆ จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

อบจ.ลำพูน เชิญเที่ยวงาน "ไม้แกะสลัก และของดีอำเภอแม่ทา" วันที่ 14–16 กุมภาพันธ์นี้

อบจ.ลำพูน เชิญเที่ยวงาน "ไม้แกะสลัก และของดีอำเภอแม่ทา" ประจำปี 2557 วันที่ 14–16 กุมภาพันธ์ 2557 ร่วมส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมอาชีพดั้งเดิมของคนแม่ทา

นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ร่วมกับอำเภอแม่ทา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอแม่ทา และสหกรณ์บริการแกะสลักไม้แม่ทา กำหนดจัดงานไม้แกะสลัก และของดีอำเภอแม่ทา ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 14–16 กุมภาพันธ์ 2557 ณ หมู่บ้านแกะสลักทาทุ่งหลวง (บ้านหนองยางฟ้า) ตำบลทาทุ่งหลวง อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งไม้แกะสลักอำเภอแม่ทาให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เป็นการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำพูนและประเทศชาติโดยรวม ภายในงานจะได้จัดให้มีการแสดงและจำหน่ายสินค้าไม้แกะสลักของดีอำเภอแม่ทาและผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดลำพูน เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นต้นฉบับการแกะสลักของจังหวัดลำพูน และเพื่อเป็นการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมอาชีพดั้งเดิมของคนแม่ทา อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การค้าไม้แกะสลักให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนทั่วไป และชาวต่างประเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้น กิจกรรมระหว่างวันที่ 14–16 กุมภาพันธ์ 2557 ชมนิทรรศการไม้แกะสลัก “ต้นกำเนิดไม้แกะสลักแม่ทาหละปูน” นิทรรศการศิลปินแห่งชาติ และศิลปินท้องถิ่นในสาขาศิลปะการช่างฝีมือ สาขาทัศนศิลป์ด้านประติมากรรม ด้านการแกะสลัก 3 มิติ สัมผัสบรรยากาศกาดหมั้ววิถีชีวิต “คนลุ่มน้ำทา” ดื่มดำกับความงดงามของไม้แกะสลักรูปเหมือนเจ้าแม่จามเทวี อายุเก่าแก่ 500 ปี สัมผัสรอยพระบาทจิ๋ว และดูเงาพระธาตุ ณ ลานวัฒนธรรมวัดหนองยางไคล เลือกซื้อสินค้า ลดกระหน่ำ 10-30 %
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ชมการแข่งขันแกะสลักไม้สุดยอดฝีมือคนลุ่มน้ำทา ชมขบวนรถแห่ไม้แกะสลักและของดีอำเภอแม่ทา พบกับพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ในชุดการแสดง “ต้นต๋อผญ๋า แหล่งภูมิปัญญา ไม้แกะสลักแม่ทาหละปูน” ชมการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งรวมพลคนท้องถิ่น ท้องที่ ส่วนในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 ชมการแข่งขันแกะสลักไม้ ประเภทเยาวชน และการประกวดรำวงย้อนยุค และวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 ชมการประกวดแข่งขันการทำสีไม้แกะสลัก การแข่งขันแกะสลักไม้สุดยอดฝีมือคนลุ่นน้ำทา รอบตัดสิน การแสดงซอพื้นเมือง การประกวดธิดาไม้แกะสลักของดีอำเภอแม่ทา ปี 2557


ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทาน ณ. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทาน ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 10.00 น.

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแกนักเรียนจังหวัดต่างๆ โดยจังหวัดลำพูน นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในฐานะประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯประจำจังหวัด จะเป็นประธานการมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทาน ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 09.00 น.

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 จังหวัดลำพูน จัดเป็นโรงเรียนแบบศึกษาสงเคราะห์ รับนักเรียนอยู่ประจำตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รับเด็กยากไร้ทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ จัดการศึกษาในวิชาสามัญและวิชาชีพที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและท้องถิ่นของ นักเรียน เพื่อให้มีความรู้ สามารถอยู่ในสังคมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โรงเรียน ได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานให้กับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โดยบูรณาการการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธเกษตรตามแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ครอบคลุมวิถีชีวิต 4 ด้าน ได้แก่ จริยศึกษา พุทธิศึกษา พลศึกษา และหัตถศึกษา และจัดกิจกรรมทักษะการดำรงชีวิตตามกรอบสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เพื่อให้นักเรียนสามารถปรับใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

นายสุชาติ รองผู้ว่าฯ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์

นายสุชาติ ราษฎรดุษดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธาน ระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 1 ปี 2557 ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 10.00 น.

ในวาระการประชุมได้มีการแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกร จำนวน 4 ราย เป็นกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ตามประกาศของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 ดังนี้ 1.นายไตรพร บุนนาค 2.นายเด่นณรงค์ ธรรมมา 3.นายณรงค์ อ่ำวิถี 4.นายสุธน พ่วงมา โดยทั้ง 4 คน จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ คราวละ 2 ปี ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 13 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ในที่ประชุมประธานแจ้งให้ทราบ เรื่องรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ และพิจารณาการเห็นชอบแผนงาน โครงการ ปีงบประมาณ 2557 เห็นชอบวงเงินสินเชื่อกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม และทบทวนมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนนำเสนอเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

ปิดงานกีฬานักเรียน เยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 35 จังหวัดเพชรบูรณ์ อย่างเป็นทางการ

พิธีปิดกีฬานักเรียน เยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 35 จังหวัดเพชรบูรณ์ เมืองมะขามหวานเกมส์อย่างเป็นทางการ โดยนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานพิธีปิดมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน พิธีปิดการแข่งขันกีฬานักเรียน เยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 35 มะขามหวานเกมส์ ณ สนามกีฬากลางวิทยาลัยพลศึกษา จังหวัดเพชรบูรณ์ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 17.00 น.

โดยพิธีปิดจัดขบวนพาเหรดและขบวนเกียรติยศนำเจ้าหน้าที่และทัพนักกีฬาจาก 10เขตเข้าสู่สนามด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จากนั้นจึงเข้าสู่พิธีการมอบธงการแข่งขันกีฬาฯ ให้กับเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ครั้งที่ 36 จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย และการแสดงแสงสีเสียงด้วยความสวยงาม ขณะที่ทัพนักกีฬาจากเขต 10 กรุงเทพฯ ครองเจ้าเหรียญทองครั้งนี้

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

มูลนิธิราชประชาฯ มอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแก่นักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบ็ดตี้ดูเมน

มูลนิธิราชประชาฯ มอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแก่นักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบ็ดตี้ดูเมน ต.ผาช้างน้อย อ.ปง จ.พะเยา

วันนี้ ( 4 ก.พ.57) ที่ หอประชุมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบ็ดตี้ดูเมน ต.ผาช้างน้อย อ.ปง จ.พะเยา มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้นำเครื่องแบบนักเรียนพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ มามอบให้แก่นักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบ็ดตี้ดูเมน ต.ผาช้างน้อย อ.ปง จ.พะเยา จำนวน 138 คน โดยมีนายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชา นุเคราะห์ประจำจังหวัดพะเยา เป็นประธานมอบมอบสิ่งของพระราชทานร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพะเยา

ปัจจุบันโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบ็ดตี้ดูเมน เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่เด็กก่อนวัยเรียนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 138 คน



ข่าวโดย : ทีมข่าว ส.ปชส.พะเยา

จังหวัดพะเยา ร่วมกับ อบจ.พะเยา และอำเภอดอกคำใต้ร่วมแถลงข่าว "บอกรักที่ทุ่งทานตะวัน มนต์รักดอกคำใต้" 14 ก.พ.นี้

นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมนายวรวิทย์ บุรณศิริ นายกองค์การบริหารจังหวัดพะเยาและเรืออากาศตรีอดุลย์ พรหมวาทย์ ปลัดอาวุโส อำเภอดอกคำใต้ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงโครงการ จดทะเบียนสมรสเนื่องในเทศกาลวันแห่งความรัก ประจำปี 2557 ภายใต้ชื่อ “บอกรักที่ทุ่งทานตะวัน มนต์รักดอกคำใต้” ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์2557 นี้ ที่ทุ่งทานตะวัน ต.ป่าซาง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ทุ่งทานตะวันจำนวนกว่าพันไร่กำลังเบ่งบาน พร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยจะภายในงานได้จัดเตรียมความพร้อม ทั้งทางด้านสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ สิ่งของที่ระลึกมอบให้แก่คู่รักที่จดทะเบียนสมรส

โดยทุกคู่รักที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรส ณ ทุ่งทานตะวัน ต.ป่าซาง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา สามารถยื่นใบสมัครตั้งแต่วันที่ 3 – 13 กุมภาพันธ์ 2557 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอดอกคำใต้ ส่วนคุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรสนั้น ผู้ที่อายุต่ำกว่า 17 ปี จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลให้ทำการสมรสได้ ส่วนผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์แต่ไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องนำบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมาให้ความยินยอมด้วย และผู้ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง

ทั้งนี้การจดทะเบียนสมรสที่ทุ่งทานตะวันนั้น เพื่อให้คู่รักได้มีความทรงจำที่ดีๆ และความประทับใจในวันแห่งความรัก 14 กุมภาวันวาเลนไทน์ ทางผู้จัดได้เตรียมขบวนแห่ให้คู่รักอย่างสมเกียรติ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 07.00น. เป็นต้นไป จากนั้นให้คู่รักได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรและประกอบพิธีทางสงฆ์ พร้อมจัดพิธีจดทะเบียนสมรส และมอบทะเบียนสมรส การบันทึกภาพคู่รัก การจับฉลากและมอบรางวัลแก่คู่รัก การเลี้ยงฉลองการจดทะเบียนสมรสให้แก่คู่รัก ผลที่คาดว่าจะได้รับนอกเหนือจากการประชาสัมพันธ์ทุ่งทานตะวันแล้วยังทำให้เกิดรายได้และสร้างเม็ดเงินแก่ชุมชนอีกด้วย



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

ผู้แทนในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เป็นประธานห่มผ้าพระนาคปรก วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า วันนี้ (4 ก.พ.57) เวลา 09.19 น. นายสุริยพันธุ์ ราชวังเมือง ผู้แทนในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เป็นประธานประกอบพิธีห่มผ้าพระนาคปรกหรือพระพุทธโลกนารถบพิตร ในพระอุโบสถ วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ โดยมีนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พร้อมด้วยข้าราชการ ประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธีดังกล่าว

พระนาคปรกมีชื่อว่าพระพุทธโลกนารถบพิตร เป็นพระพุทธรูปทองเหลืองลงรักปิดทองปางนาคปรก พระประธานในวิหารด้านล่างของวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2534 โดยนายแสน นางบุญปั๋น มนกลม พร้อมด้วยนายปรีชา นางฉันท์ทิพย์ กลิ่นโสภณ และครอบครัวร่วมกันสร้าง องค์พระขนาดหน้าตักกว้าง 3.60  เมตร สูง 7  เมตร โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ เป็นประธานเททองหล่อและเบิกพระเนตร



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์

กกต.แม่ฮ่องสอน ชี้แจงกรณีประชาชน พบการ ทุจริต การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สามารถแจ้งได้ที่ กกต.

นายพันธุ์รัตน์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า หากประชาชนพบเห็นการทุจริตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เช่น การแจกเงินสิ่งของ หรือการเรียกรับเงิน หรือทรัพย์สิน สามารถแจ้งเบาะแส หรือรวบรวมหลักฐานการทุจริต โดยแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งให้ กกต. ได้รับทราบ ทางสายด่วนเลือกตั้ง โทร1171 และที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทรศัพท์หมายเลข 053 612827



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

กกต.แม่ฮ่องสอน ชี้แจงกรณี การคัดค้าน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

นายพันธุ์รัตน์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง ซึ่งมีสมาชิกสมัครรับเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งใด เขตเลือกตั้งหนึ่ง มีสิทธิยื่นคัดค้าน กรณีเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น เป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถคัดค้านได้ ก่อนวันประกาศผลการเลือกตั้ง หรือภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง และเห็นว่าผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเกินจำนวนที่ กกต.กำหนด สามารถคัดค้านได้ ภายใน 180 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง และกรณี ผู้สมัครไม่ยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้ง สามารถคัดค้านได้ ภายใน 90 วันหลังจากการเลือกตั้ง

โดยผู้ที่จะคัดค้าน สามารถ แจ้งได้ทางสายด่วนเลือกตั้ง โทร1171 หรือที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทรศัพท์หมายเลข 053 612827



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

สำนักงานการค้าภายใน จ.แม่ฮ่องสอน จัดงานธงฟ้า ราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน ครั้งที่ 7 /2557 ที่ อำเภอปาย

วันนี้ (4 ก.พ.57)  นางนัยนภัส สังขนุกิจ การค้าภายใน จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ จัดงานธงฟ้า ราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน ครั้งที่ 7 /2557 ที่บริเวณข้างโรงแรมดิอาร์ท ออฟปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยจะมีพ่อค้า แม่ค้า กว่า 40 ร้านค้า มาจำหน่ายสินค้า มีทั้งของใช้ประจำวัน อุปโภค บริโภค เช่น ไข่ไก่ ฟองละ 2.50 บาท น้ำมันพืชขวดละ 30 บาท น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 18 บาท นอกจากนั้นมีการจำหน่ายสินค้าจากชายแดนภาคใต้เช่น ไข่มุกอันดามัน ชาชักจากจังหวัดสตูล และอื่นๆอีกมากมาย

งานธงฟ้า ราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน ครั้งที่ 7 จะมีไปถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557



ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมคณะกรรมการตัดสินการประกวดธิดาชนเผ่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในงานฤดูหนาวและงานรื่นเริงประจำปี 2557

เช้าวันนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2557)  นางพนิดา เชาวนปรีชา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตัดสินการประกวดธิดาชนเผ่า ในงานฤดูหนาวและงานรื่นเริงประจำปี 2557 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งจัดขึ้นคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 ที่บริเวณถนนนาวาคชสาร หน้าสถานีขนส่งโดยสาร จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อพิจารณาเกณฑ์การตัดสิน ซึ่งดูจากเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ มีความสวยงามและถูกต้อง เหมาะสมกับบุคลิกภาพ ร่วมถึงการตั้งคำถามให้ผู้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายตอบ เพื่อดูปฏิภาณไหวพริบ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยผู้ครองตำแหน่งธิดาชนเผ่า ประจำปี 2557 จะได้รับเงินรางวัล 25,000 บาท สายสะพาย และสลุงเงินดอกไม้สด รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ ตลอดจนการท่องเที่ยว ในฐานะทูตวัฒนธรรมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นระยะเวลา 1 ปี พร้อมกันนี้มีการจับฉลากผู้เข้าประกวด ซึ่งปีนี้มีผู้เข้าประกวดจำนวน 31 คน
งานฤดูหนาวและงานรื่นเริงประจำปี 2557 จังหวัดแม่ฮ่องสอน กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-15 กุมภาพันธ์นี้



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

กกต.ลำปางแจ้งเตือนผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้ไปแจ้งเหตุภายใน 9 กุมภาพันธ์

กกต.ลำปาง แจ้งประชาชนที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ เนื่องจากมีธุระจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัยอื่น ต้องไปแจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจเลือกตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจ้ง วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการรับเรื่องแจ้งเหตุของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี้ได้ เนื่องจากติดธุระจำเป็นหรือมีเหตุสุดวิสัยอื่นใด ซึ่งได้มีกำหนดให้ไปแจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม ถึง 9 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อจะได้ไม่เป็นคนเสียสิทธิ
การแจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ มีกรณีดังต่อไปนี้ มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล เจ็บป่วย พิการ สูงอายุ ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ พิการ หรือสูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กม. หรือมีเหตุสุดวิสัยอื่นที่ กกต.กำหนด โดยการกรอกแบบฟอร์มหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ (ส.ส. 28) ระบุหมายเลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน พร้อมแนบหลักฐานเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่นที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ได้ 3 วิธีการ คือ ยื่นด้วยตนเองหรือมอบหมายบุคคลอื่นไปยื่นแทนหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

หากผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ไปแจ้งเหตุ จะทำให้เสียสิทธิ 3 ประการ คือ 1.เสียสิทธิการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. 2.เสียสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส., ส.ว., สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ว. และ 3.เสียสิทธิการสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งสิทธิทั้ง 3 ประการ จะได้กลับคืนมาเมื่อไปใช้สิทธิการเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่ง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับชาติหรือท้องถิ่น



ข่าวโดย : กมลรัตน์ เพ็ชรแสนงาม

ตำรวจวิสามัญขบวนการขนยาเสพติดเครือข่ายพันโทยี่เซ ขณะขับรถแหกด่านขึ้นดอยขุนตาน 1 ราย ยึดยาบ้าได้1 ล้าน 2 แสนเม็ด

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 พ.ต.ท.จำลอง แก้วทิพย์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ทา อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ได้ไล่สกัดจับรถยนต์ของขบวนการค้ายาเสพติดและมีการยิงปะทะกัน ทำให้ฝ่ายขบวนการขนยาเสพติดถูกยิงเสียชีวิต 1 คน เหตุเกิดบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายเชียงใหม่-ลำปาง ขาล่อง หลักกิโลเมตรที่ 46 หมู่ที่ 11 บ้านทุ่งยาว ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ห่างจากด่านตรวจแม่ทาประมาณ 1 กิโลเมตร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกับผู้บังคับบัญชา พล.ต.ต.จรัณฐค์ วรพัฒนานันน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และแพทย์เวร โรงพยาบาลแม่ทา เมื่อไปถึงพบรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนเงิน ทะเบียน บฉ-3456 ตาก บรรทุกตะกร้าสำหรับใส่ผลไม้มาเต็มกระบะหลัง ห่างจากรถกระบะไปประมาณ 100 เมตร พบผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นชายสวมเสื้อกีฬาสีเขียวกางเกงวอร์มสีน้ำเงิน ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก 1 นัด กลางหลัง 1 นัด ขาขวา 1 นัด และไหล่ขวา 1 นัด รวม 4 นัด ทราบชื่อต่อมาคือนายนพพล เพชรคีรีรัตน์ อายุ 25 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง อยู่บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ที่ 3 ตำบลคิรีราช อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่าก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 สืบทราบว่ามีการขนยาบ้าจากพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้เครือข่ายขบวนการค้ายาบ้าที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเครือข่ายของพันโทยี่เซ ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 นำโดย พ.ต.อ.วรพล คำลือ ผู้กำกับการกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรภาค 5 จึงไล่ติดตามรถคันดังกล่าวจากจังหวัดเชียงใหม่ ขณะเข้าเขตจังหวัดลำพูน ได้ประสานเจ้าหน้าที่ด่านตรวจแม่ทา จังหวัดลำพูน เพื่อสกัดจับ พอมาถึงด่านตรวจปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้ขับแหกด่านตรวจแม่ทา เพื่อมุ่งหน้าข้ามไปยังจังหวัดลำปางซึ่งเป็นทางขึ้นดอยขุนตาน ทำให้รถวิ่งได้ช้ากว่าปกติ คนร้ายเห็นท่าไม่ดี จึงจอดรถและวิ่งลงจากรถ พร้อมชักปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงสวนไป ถูกคนร้าย จนเสียชีวิต จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายถูกกระสุนเข้าที่บริเวณหน้าอก 1 นัด กลางหลัง 1 นัด ขาขวา 1 นัด และไหล่ขวาอีก 1 นัด รวมทั้งหมด 4 นัด นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนชนิดลูกซองสั้น ตกอยู่ใกล้ผู้เสียชีวิตอีก 1 กระบอก ในกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายผู้เสียชีวิตพบมีเงินสดเกือบ 10,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้นด้านท้ายกระบะซึ่งบรรทุกตะกร้าสำหรับใส่ผลไม้สีฟ้ามาเต็มคันรถ พบยาบ้า จำนวน 1 ล้าน 2 แสนเม็ด ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสเป็นมัดๆ บรรจุซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้คละสีจำนวนหลายใบ วางไว้ที่กระบะ แล้วนำแผ่นไม้อัดยาว 2 เมตร วางทับไว้บนกระเป๋าเป้ที่ซ่อนยาบ้าเอาไว้ จากนั้นได้นำเอาตะกร้าผลไม้มาวางทับไว้ข้างบนไม้อัดอีกทีเพื่ออำพราง ซึ่งทางตำรวจจะได้สืบสวนขยายผลหาแหล่งที่มาของขบวนการค้ายาเสพติดต่อไป



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

ผวจ.ลำพูนคาดว่า จังหวัดลำพูน จะรักษา สถิติมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุดของประเทศเป็น สมัย ที่ 10

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน คาดว่า จังหวัดลำพูน จะยังคงรักษา สถิติ มีประชาชนมาใช้สิทธิ์ เลือกตั้ง มากที่สุดของประเทส เป็น สมัย ที่ 10 ซึ่งจากข้อมูล เบื้องต้น มีปริมาณผู้มาใช้สิทธิ ที่ร้อยละ 75

นายสุวรรณ กล่างสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จังหวัดลำพูน ก็ได้รับผลกระทบ จาก หลายปัจจัย ทำให้มีปริมาณ ผู้มาใช้สิทธิลดลง เช่นเดียวกับ จังหวัด อื่น ๆ แต่ ข้อมูล จำนวนสถิติ ประชาชน ผู้มาใช้สิทธิ ของจังหวัดลำพูน ยังเป็นที่น่าพอใจ โดย มีสถิติ ที่ร้อยละ 75 ส่วนการจัดสถิติ ผู้มาใช้สิทธิระดับประเทศเมื่อเทียบกับ จังหวัดอื่น ๆ จังหวัดลำพูน น่าจะติด อันดับ อยู่ 1 ใน 5 ของประเทศ ซึ่ง กกต.กลางยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ ก็คาดว่า จังหวัดลำพูน น่าจะยังรักษา สถิติมีผู้มาใช้สิทธิ ลงคะแนนเลือก ตั้ง มากที่สุดของประเทศ เป็นสมัยที่ 10 .


ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

กกต.ลำพูน ขอให้ ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ แจ้งเหตุ ที่ไม่สามารถ ไปใช้สิทธิ จน ถึง วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557

กกต.ลำพูน ขอให้ ผู้ที่ไม่ได้ไปลงคะแนนเลือกตั้ง ใช้สิทธิเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เพราะมีกิจธุระจำเป็น ต้องไปแจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเทียนท้องถิ่นที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เสียสิทธิ 3 ประการ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน แจ้งให้ผู้มีสิทธิ ที่ไม่ได้ไปลงคะแนนเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ แจ้งเหตุ ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ที่ นายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเทียนท้องถิ่นที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เสียสิทธิ 3 ประการ โดย แจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งผู้ที่มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล , ผู้ที่เจ็บป่วย พิการ สูงอายุ ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ , พิการ หรือสูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ , ผู้ที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร , ผู้มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กม. หรือ มีเหตุสุดวิสัยอื่นที่ กกต.กำหนด

ซึ่งประชาชนสามารถ แจ้งเหตุ ในระหว่างก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน จนถึงหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน ( 29 มกราคม – 9 กุมภาพันธ์ 2557 )โดย กรอกแบบฟอร์มหนังสือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ (ส.ส. 28) โดยระบุหมายเลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน แนบหลักฐานเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่นที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ได้ 3 วิธีการ คือ ยื่นด้วยตนเอง , มอบหมายบุคคลอื่นไปยื่นแทน และ ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง และ ไม่แจ้งเหตุ ที่ไม่ได้ไปเลือกตั้ง จะเสียสิทธิ 3 ประการ คือเสียสิทธิการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. , เสียสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส., ส.ว., สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ว. และ เสียสิทธิการสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน สิทธิทั้ง 3 ประการ จะได้กลับคืนมาเมื่อไปใช้สิทธิการเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่ง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับชาติหรือท้องถิ่น .



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

จ.ลำพูน มอบเกียรติบัตรให้แก่อำเภอและสถานีตำรวจภูธรที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557

ที่ห้องประชุมจามเทวี ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบเกียรติบัตรให้แก่อำเภอและสถานีตำรวจภูธรที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 จังหวัดลำพูน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อผู้ปฏิบัติงานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดลำพูน โดยอำเภอที่ไม่มีอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ได้แก่ อำเภอป่าซางและอำเภอเวียงหนองล่อง สถานีตำรวจภูธรที่มีผลการเรียกตรวจและการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด 10 มาตรการ สูงสุด 3 แห่ง ตามลำดับ ได้แก่ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูน สถานีตำรวจภูธรป่าซาง สถานีตำรวจภูธรเวียงหนองล่อง ในการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงปีใหม่ 2557 จังหวัดลำพูนกำหนดช่วงเวลาการดำเนินงานไว้ 2 ช่วง คือ ช่วงเตรียมความพร้อมและรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 26 ธันวาคม 2556 ช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2557 การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ระดับจังหวัด อำเภอ และการบูรณาการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจร่วม อำเภอ ตามมาตรการ 10 มาตรการ ได้แก่ เมาไม่ขับ การสวมหมวกนิรภัย มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ การขับรถเร็วกว่าที่กำหนด แซงในที่คับขัน การขับรถย้อนศร ฝ่าฝืนสัญญาณไฟ และโทรศัพท์ขณะขับรถ ผลการดำเนินการในช่วง 7 วัน มีจำนวนอุบัติเหตุ 71 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 76 คน ชาย 56 คน หญิง 20 คน ผู้เสียชีวิต 7 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 3 คน ผลการเรียกตรวจและดำเนินคดีตามมาตรการ 10 มาตรการของสถานีตำรวจภูธร 11 แห่ง มีการดำเนินคดีผู้กระทำผิด จำนวน 4,656 ราย

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ขอให้อำเภอ และสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ที่เป้าหมายยังไม่บรรลุผลสำเร็จ ให้ร่วมกันนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ปรับแผนการดำเนินงานและกำหนดมาตรการให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและพฤติกรรมเสี่ยง ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ทั้งยามปกติและช่วงเทศกาลต่อไป



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับแก๊งขนส่งยาบ้ายึดของกลาง ได้ 1 ล้าน 2 แสน เม็ด และ วิสามัญ ผู้ค้า 1 ราย ที่ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน

ตำรวจภูธร ภาค 5 ร่วมกับ ตำรวจภูธร จังหวัดลำพูน สกัดจับรถขนส่งยาบ้า จนเกิดการปะทะกัน ซึ่งเจ้าหน้าตำรวจที่ วิสามัญผู้ค้ายาบ้าเสียชีวิต 1ราย และ ตรวจสอบของกลาง พบบ้า ซุกซ่อนอยู่ในรถ จำนวน 1 ล้าน 2 แสนเม็ด

วานนี้ ( 3 กุมภาพันธ์ 2557 ) ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน จับกุม ขบวนการขนส่งยาบ้า โดยเมื่อ เวลา 21.30 น. พ.ต.ท.จำลอง แก้วทิพย์ พนักงานสอบสวน สภ.แม่ทา อ.แม่ทา จ.ลำพูน ได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนภูธรภาค 5 ได้ ไล่สกัดจับรถยนต์ ของ ขบวนการขนส่งยาเสพติด และ ได้มีการยิงปะทะกัน จน ทำให้ผู้ขนยาเสพติดถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต 1 ราย โดยเหตุดังกล่าว เกิดบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่ -ลำปาง ขาล่อง หลักกิโลเมตรที่ 46 หมู่ที่ 11 บ้านทุ่งยาว ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน ซึ่งพล.ต.ต.จรัณฐค์ วรพัฒนานันน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ลำพูน , นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการ จ.ลำพูน และ แพทย์เวร โรงพยาบาลแม่ทา ก็ได้ไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีบรอนเงิน ทะเบียน บฉ 3456 ตาก บรรทุกตระกร้าสำหรับใส่ผลไม้มาเต็มกระบะหลัง ห่างจากรถปิคอัพไปประมาณ 100 เมตร พบผู้ เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายสวมเสื้อกีฬาสีเขียวกางเกงวอล์มสีน้ำเงิน ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก 1 นัด กลางหลัง 1 นัด ขาขวา 1 นัด และไหล่ขวา 1 นัด รวม 4 นัด ทราบชื่อต่อมาคือนายนพพล เพชรคีรีรัตน์ อายุ 25 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง อยู่บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ที่ 3 ต.คิรีราช อ.พบพระ จ.ตาก

ซึ่งก่อนเกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรภาค 5 สืบทราบว่า ขบวนการค้ายาเสพติดจะมีการขนยาบ้าจาก จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้เครือข่าย ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเครือข่ายของพันโทยี่เซ ซึ่งตำรวจสืบสวนภาค 5 นำโดย พ.ต.อ.วรพล คำลือ ผกก.ปพ. ภาค 5 จึงได้ สั่งการให้จัดชุดไล่ติดตามรถคันดังกล่าวจากจังหวัดเชียงใหม่ จนมาถึงพื้นที่จังหวัดลำพูน ก็ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจแม่ทา จ.ลำพูน เพื่อสกัดจับรถคันดังกล่าว พอมาถึงด่านรถยนต์คันดังกล่าวได้ฝ่าด่านตรวจ เพื่อข้ามไปยังจังหวัดลำปางซึ่งเป็นทางขึ้นดอยขุนตาน แต่เนื่องจากถนนมีความชัน ทำให้รถวิ่งได้ช้ากว่าปกติ คนขับ จึงได้จอดรถ และ วิ่งออกมา ชักปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการปะทะกัน ทำให้ ถูกคนร้ายถูกวิสามัญ จนเสียชีวิต จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายถูกกระสุนยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก 1 นัด กลางหลัง 1 นัด ขาขวา 1 นัด และไหล่ขวาอีก 1 นัด รวมทั้งหมด 4 นัด นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนลูกซองสั้น ตกอยู่ใกล้ผู้เสียชีวิต 1 กระบอก ในกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายผู้เสียชีวิตพบมีเงินสดเกือบ 10,000 บาท
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ตรวจค้นด้านท้ายกระบะซึ่งบรรทุกตะกร้า ใส่ผลไม้ มาเต็มคันรถ พบยาบ้าจำนวน 1,200,000 เม็ด ( 1 ล้าน 2 แสนเม็ด ) อยู่ในพลาสติกใส แบ่งเป็นมัด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้ วางไว้ท้าย กระบะ แล้วนำแผ่นไม้ วางทับไว้บนกระเป๋าเป้ แล้วเอาตระกร้าผลไม้วางทับอีกชั้นหนึ่ง เพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งตำรวจจะสืบสวนขยายผลหาแหล่งที่มาของขบวนการค้ายาเสพติดต่อไป .



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

กกต.กลางแถลงผลข้อมูล ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. 2 กุมภาพันธ์ 2557 พบว่า จ.ลำพูน มีสถิติจำนวนผู้มาใช้สิทธิเป็น อันดับ 1 ของประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงผลการจัดการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำปี 2557 โดยได้รายงาน สถิติ อย่างไม่เป็นทางการ จาก จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ 44,649,742 คน มาใช้สิทธิ 20,468,646คน ซึ่ง จังหวัดลำพูน มีสถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด โดยมีสถิติ ผู้มาใช้สิทธิ ร้อยละ 72.80

วานนี้ ( 3 กุมภาพันธ์ 2557 ) ที่อาคารโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 กุมภาพันธ์ 2557 โดยได้ รายงาน สถิติอย่างไม่เป็นทางการ จาก จำนวน จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ 44,649,742 คน (สี่สิบสี่ล้านหกแสนสี่หมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยสี่สิบสองคน) มาใช้สิทธิ 20,468,646คน ( ยี่สิบล้านสี่แสนหกหมื่นแปดพันหกร้อยสี่สิบหกคน) คิดเป็นร้อยละ 45.84 โดยไม่ได้นำ ข้อมูล จาก 9 จังหวัดในภาคใต้ ที่งดลงคะแนนมาประกอบ แต่หากจังหวัดใด สามารถจัดการเลือกตั้ง และ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ก็ได้นำข้อมูลมาประกอบด้วย เช่น จ.นครศรีธรรมราช มี ผู้มีสิทธิ 1,153,060 คน มาใช้สิทธิ 1,292 คน

ซึ่ง จังหวัดที่มีผู้มาลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดลำพูน มีจำนวน ผู้มีสิทธิ328,667 คน (สามแสนสองหมื่นแปดพันหกร้อยหกสิบเจ็ดคน) มาใช้สิทธิ 241,209 คน (สองแสนสี่หมื่นหนึ่งพันสองร้อยเก้าคน) คิดเป็นร้อยละ 72.80 , อันดับที่ 2 คือ จ.หนองบัวลำภู มีสถิติร้อยละ 72.50 , อันดับ 3 คือ จังหวัด บึงกาฬ มีสถิติร้อยละ 70



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

กำแพงเพชรจัดประชุมคณะทำงานการจัดทำผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) รายสาขา

 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมทุ่งเศรษฐี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานการประชุมคณะทำงานการจัดทำผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) รายสาขา จำนวน 16 สาขา ซึ่งสำนักงานคลังจังหวัดกำแพงเพชรจัดขึ้น เพื่อทบทวนผลการจัดทำผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปี 2555 และแนวทางในการจัดทำผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปีงบประมาณ 2557 ให้มีคุณภาพสอดคล้องความเป็นจริงในพื้นที่ ซึ่งเป็นการทบทวนผลการจัดทำ GPP ในปีที่ผ่านมา และวางแผนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามระดับขั้นความสำเร็จ (Milestone) ของการจัดทำสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ในขั้นตอนที่ 1 จากทั้งหมด 5 ขั้นตอน ซึ่งในปีงบประมาณ 2556 จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับการประเมินระดับความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพการจัดทำผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ที่ระดับ 4.9999 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 0.003 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 99.998 เป็นลำดับที่ 29 ของประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4 อันดับ และเป็นลำดับที่ 2 ของเขต สูงกว่าปีที่ผ่านมา 1 อันดับ ในโอกาสนี้ นายเจษฎา โพธิจินดา คลังจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า จังหวัดกำแพงเพชรได้มีคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการเศรษฐกิจจังหวัดกำแพงเพชรและคณะทำงานจัดทำผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดรายสาขา เพื่อสนับสนุนและดำเนินการจัดทำผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ และเชื่อถือได้ ใน 16 รายสาขา และที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาทบทวนผลการจัดทำผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ที่ผ่านมา และแนวทางการนำข้อมูล GPP ไปใช้ประโยชน์ โดยในปีงบประมาณ 2556 คณะทำงานจัดทำผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดรายสาขาได้ร่วมกันดำเนินงานจัดเก็บข้อมูล บันทึก และประมวลผลกิจกรรมการผลิตทั้งหมดของจังหวัด ปี 2554 และ 2555 ซึ่งข้อมูลปี 2554 ได้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว สำหรับข้อมูลปี 2555 คณะทำงานฯ รายสาขาได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลส่งให้สำนักงานคลังหวัดแล้ว และในปีงบประมาณ 2557 จะต้องดำเนินการจัดเก็บข้อมูล GPP ปี พ.ศ. 2556 และร่วมกันตรวจสอบ วิเคราะห์ผลข้อมูล GPP ปี พ.ศ. 2555 ต่อไป ซึ่งผลการวิเคราะห์ภาพรวม (เบื้องต้น) ภาวะเศรษฐกิจจังหวัดกำแพงเพชรปี 2555 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ณ ราคาประจำปี มีค่าเท่ากับ 79,423 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 เท่ากับ 8,603 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว ในปี 2555 เท่ากับ 109,398 บาท เพิ่มขึ้นจาก 97,953 บาท ในปี 2554 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.7 โดยโครงสร้างการผลิตที่สำคัญ พิจารณาจากมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาประจำปี 2555 จังหวัดกำแพงเพชรมีโครงสร้างการผลิตที่สำคัญรายสาขา ได้แก่ สาขาเหมืองแร่และเหมืองหิน สัดส่วนร้อยละ 31.0 สาขาเกษตรกรรม การล่าสัตว์และการป่าไม้ สัดส่วนร้อยละ 22.8 สาขาอุตสาหกรรม มีสัดส่วนร้อยละ 16.3 สาขาขายส่ง ขายปลีกฯ สัดส่วนร้อยละ 5.0 และสาขาอื่น ๆ สัดส่วนร้อยละ 17.0 ส่วนอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจังหวัดกำแพงเพชรในปี 2555 ขยายตัวร้อยละ 8.6 ขยายตัวในอัตราคงที่จากปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการขยายตัวภาคเกษตรขยายตัวร้อยละ 15.1 จากการขยายตัวร้อยละ 9.5 ในปี ผ่านมา ส่วนภาคนอกเกษตรชะลอตัวเล็กน้อย จากสาขาการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ การขายส่งขายปลีกฯ และสาขาตัวกลางทางการเงิน โดยสาขาการขายปลีก ขายส่งฯ อยู่ในภาวะชะลอตัวร้อยละ 6.6 จากที่ขยายตัว ร้อยละ 25.7 ในปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการค้าปลีกขนาดใหญ่เปิดกิจการในปี 2554 ทำให้สาขาขายส่ง ขายปลีกฯ ขยายตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนปี 2555 ผู้ประกอบการขายส่ง ขายปลีกฯ เริ่มมีการปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้ /สาขาขายส่ง… - 2 - สาขาขายส่ง ขายปลีกชะลอตัว ในปี 2555 ส่วนสาขาตัวกลางทางการเงิน ชะลอตัวร้อยละ 8.9 จากที่ขยายตัวร้อยละ 12.5 ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นสำคัญ ประกอบกับมีมาตรการพักชำระหนี้และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการและประชาชนที่ประสบอุทกภัย ส่วนแนวทางการนำข้อมูล GPP ไปใช้ประโยชน์นั้น ข้อมูล GPP เป็นข้อมูลที่ใช้ประโยชน์ในการ ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจรายพื้นที่ (ภาค/จังหวัด) และในการจัดทำยุทธศาสตร์ระดับภาค/จังหวัดเพื่อพัฒนาจังหวัดและภาคเป็นไปในแนวทางที่ถูกต้องสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ใช้ในการจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดเพื่อการจัดสรรงบประมาณลงสู่ภูมิภาคและมีความโปร่งใส และยุติธรรมมากขึ้น สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริง ใช้ในการวิเคราะห์โครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา logistic และอื่น ๆ จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นข้อมูลที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความแตกต่างด้านรายได้ของประชาชนระหว่างพื้นที่ จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้ในการวางแผนการผลิตและการลงทุนของเอกชน ใช้เป็นฐานข้อมูลในการจัดทำแบบจำลองทางเศรษฐกิจ (Model) ของจังหวัดต่อไป และใช้สำหรับงานศึกษาวิจัยของนักวิชาการและนักศึกษาทุกระดับ


                                                                           

ชานิกา กันภัย / ข่าว

จังหวัดกำแพงเพชร แจ้งประชาสัมพันธ์การยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือจากการชุมนุมทางการเมือง

ด้วยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งขยายระยะเวลาการยื่นคำร้องเพื่อลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรม สำหรับผู้ที่ทรัพย์สินเสียหายจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง (พ.ศ.2548 – 2553) ซึ่งได้มีการลงทะเบียนไว้แล้ว ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2555 ออกไปถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557 ดังนั้น จังหวัดกำแพงเพชรจึงแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ที่ทรัพย์สินเสียหายจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง (พ.ศ.2548 – 2553) ที่มีความประสงค์จะยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ยื่นคำร้องเพื่อลงทะเบียนขอรับการเยียวยา ได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกำแพงเพชร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่บัดนี้ – วันที่ 31 มีนาคม 2557 พร้อมนำเอกสารมาประกอบคำร้อง ดังนี้ 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2. สำเนาทะเบียนบ้าน 3. สำเนาบันทึกประจำวันแจ้งความเสียหาย 4. เอกสารหลักฐานแสดงความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายความเสียหาย ฯลฯ 5. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร 6. หนังสือรับรอง (ผู้นำชุมชน หรือข้าราชการตั้งแต่ระดับ 3 หรือประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ หรือเทียบเท่าขึ้นไป)                                            
 
                                                     

 
ชานิกา กันภัย / ข่าว

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม “จิบกาแฟ แชร์ความคิด”


เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 07.00 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม "จิบกาแฟ แชร์ความคิด”พร้อมจัดเวธีเสนาเรื่องการเตรียมตวามพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในการจัดกิจกรรม ดังกล่าว และมี นายศักดิ์ สมบุญโต นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายรณชัย จิตวิเศษ ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดกำแพงเพชรเข้าร่วมในการจัดกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรม"จิบกาแฟ แชร์ความคิด” เป็นกิจกรรมที่จังหวัดกำแพงเพชร จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ได้มีโอกาสพบปะ สนทนา ถึงการดำเนินงานต่าง ๆ ในจังหวัดกำแพงเพชร ตลอดจนการปรึกษาหาลือเพื่อหาแนวทางพัฒนาจังหวัดในด้านต่างๆร่วมกัน โดยมุ่งหวังให้ประโยชน์จากการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เกิดผลแก่จังหวัด และประชาชนอย่างสูงสุด      

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร มุ่งเน้นให้โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชน สร้างศักยภาพให้เป็นขุมพลังแห่งปัญญา พัฒนาท้องถิ่น ผลิตกำลังคนที่มีความรู้ ความสามารถและมีคุณธรรม โดยเน้นที่ จิตสำนึกในการรับใช้ท้องถิ่นและประเทศชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นที่พึ่งของท้องถิ่น และมีคุณภาพสู่ประชาคมอาเซียน ตามพันธกิจ คือ 1. ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มาตรฐาน 2. สร้างองค์ความรู้ งานวิจัยและ นวัตกรรมเพื่อพัฒนาท้องถิ่น 3. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน 4. ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม 5. ผลิต และพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 6. บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
                                     


นิพนธ์ รอดทรัพย์ / ข่าว

ผู้ว่าฯ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดงานประกวดโคเนื้อบึงสามพันครั้งที่ 9 จัดขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่

ผู้ว่าฯ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดงานประกวดโคเนื้อบึงสามพันครั้งที่ 9 จัดขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายวิเชียร จันทรโณทัย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประกวดโคเนื้อบึงสามพันครั้งที่ 9 พร้อมทั้งเป็นประธานในการเปิดกรวยพระราชทานถ้วยรางวัลเกียรติยศสำหรับโคยอดเยี่ยมจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 10.00 น. ณ บริเวณ ศูนย์สินค้าโอท็อป หมู่ 7 ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์

พร้อมด้วย นายสุชาติ ราษฎรดุษดี รองผู้ว่าฯ จังหวัดเพชรบุรณ์ และหัวหน้าจากทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานการประกวดดคเนื้อบึงสามพัน ครั้งที่ 9 โดยการจัดงานประกวดในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ และสนับสนุนการพัฒนาพันธุ์โคเนื้อของเกษตรกร รวมถึงสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สินค้าโอท็อป , สินค้าเกษตร โคเนื้อ และฟาร์มเนื้อของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรสามารถขายโคเนื้อได้ราคาดีขึ้น และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบูณ์ กิจกรรมภายในงานมีการประกวดโคเนื้อ การแสดงจากหนุ่มคาวบอย และการเปิดประมูลโคเนื้อพันธุ์ดีต่าง ๆ อาทิ โคพันธุ์ผสมอเมริกันบราห์มัน และพันธุ์ผสมยุโรป

นายวิเชียร ผู้ว่าฯ จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ผมขอแสดงความชื่นชมชาวอำเภอบึงสามพัน และทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันพัฒนาการจัดงานประกวดโคเนื้อบึงสามพันมาโดยตลอด จนเป็นสนามประกวดโคเนื้อในระดับสากลซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลเกียรติยศสำหรับโคยอดเยี่ยม จึงถือว่าเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ขอให้ช่วยกันรักษาและพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป

นายวิเชียร ผู้ว่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางจังหวัดได้ปรึกษาหารือกับกรมปศุสัตว์แล้วว่าโคเนื้อเป็นอาชีพที่มีความเหมาะสมกับเกษตรกรชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ในการที่จะเสริมสร้างรายได้ ซึ่งทางจังหวัด และกรมปศุสัตว์จะร่วมกันวางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโคเนื้อในเรื่องของการผลิต และการปรับปรุงพันธุ์ ให้มีคุณภาพ รวมถึงเรื่องของการตลาดเราจะสร้างให้มีตลาดกลาง เพื่อขายโคเนื้อในลักษณะของการใช้น้ำหนักเป็นหลักในการประมูลซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้

สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตพิษณุโลก จัดพิธี วันทหารผ่านศึก เพื่อระลึกถึงบุญคุณของทหารที่ได้เสียสละชีพเพื่อประเทศชาติ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ที่สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตพิษณุโลก พ.ต.วิเชียร ดิษมา รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตพิษณุโลก เป็นประธานในพิธี วันทหารผ่านศึก เพื่อระลึกถึงบุญคุณของทหารที่ได้เสียสละชีพเพื่อประเทศชาติ ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ซึ่งใช้ดอกป๊อปปี้เป็นสัญลักษณ์ของทหารผ่านศึก และจัดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึกในการสงเคราะห์บางอย่างที่นอกเหนือจากระเบียบที่กำหนด สำหรับสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตพิษณุโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๑ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ เลขที่ ๕๒๔/๑๘ ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่รับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร และจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยให้การบริการและการสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก ทหารนอกประจำการ และผู้ที่กำลังปฏิบัติการรบเพื่อให้เขาเหล่านั้นสามารถดำรงชิวิตอยู่ได้อย่างมีเกียรติ มีงานทำ มีที่อยู่อาศัย มีความกินดีอยู่ดี และมีความมั่นคงในชีวิตครอบครัวสมควรแก่อัตภาพ ให้สมกับที่ได้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติมาแล้ว

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดพิษณุโลก จัดงานวันคนพิการประจำปี 2557 เพื่อให้คนพิการได้มีโอกาสมาทำกิจกรรมร่วมกัน

เช้าวันนี้ 4 ก.พ. 57 ที่ โรงยิมเนเซี่ยม สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดงานวันคนพิการประจำปี 2557 ขึ้น โดยนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานเปิดงาน ภายในงานมีกิจกรรม การมอบเกียรติบัตรให้แก่คนพิการดีเด่น รวมทั้งบุคคล หน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ให้การสนับสนุนงานคนพิการดีเด่นและการแสดงความยินดีกับหน่วยงานที่ได้รับรางวัลสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการระดับประเทศ การรับมอบเงินและสิ่งของจากผู้ให้การสนับสนุนงานวันคนพิการ การมอบเงินทุนกู้ยืมประกอบอาชีพให้คนพิการรายละ 20,000 - 40,000 บาท จำนวน 16 ราย การแสดงความสามารถของเด็กพิการจากโรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูลและจากสมาคมคนพิการจังหวัดพิษณุโลก
นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคนพิการรวมทั้งให้บริการเคลื่อนที่แก่คนคนพิการ เช่น การรับสมัครคนพิการเข้าเรียนและฝึกอาชีพการจดทะเบียนคนพิการ บริการนวดแผนไทย การจัดงานในวันนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสมาคมคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จำนวนเงิน 60,000 บาท และได้รับการสนับสนุนของขวัญรวมทั้งการจัดอาหารและเครื่องดื่ม จาก และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนถิ่นอีกด้วย

ผู้แทนพระองค์ มอบถุงพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่จังหวัด พิษณุโลก

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์ มอบถุงพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่จังหวัด พิษณุโลก

เมื่อเวลา 13.45 น.ของวันนี้ (4 ก.พ.57 ) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลโท ฐิตะฐาน สุขศรี รองประธานที่ปรึกษากองงานพระวรชายาฯ เป็นผู้แทนพระองค์นำถุงพระราชทานภัยหนาว จำนวน 1,000 ถุง นำไปมอบให้แก่ราษฎรที่กำลังประสบภัยหนาว ที่โรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ สาขาร่องกล้าวิทยา ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้ได้จัดให้มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร มาตรวจรักษาผู้ประสบภัยหนาวที่มีอาการเจ็บป่วยในพื้นที่ด้วย สำหรับสถานการณ์ภัยหนาวจังหวัดพิษณุโลก มีราษฎรประสบภัยหนาวจำนวน 1 แสน 3 หมื่น 1 พัน 605 คน ซึ่งจังหวัดได้ดำเนินการแจกจ่ายเครื่องกันหนาวให้แก่ผู้ประสบภัยไปแล้ว