วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ทต.ป่าซาง กำหนดออกหน่วยรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและคุมกำเนิดประชากรสัตว์ ระหว่างวันที่ 20-28 กุมภาพันธ์นี้

นายสุพจน์ ปันสุรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลป่าซางกำหนดจัดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและคุมกำเนิดประชากรสัตว์ ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 20-28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 08.30–16.30 น. เพื่อให้สุนัขและแมวได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่ง เกิดจากการกัด หรือการข่วนจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัขหรือแมว โดยสามารถป้องกันได้ 2 ทาง คือ การป้องกันที่สัตว์เลี้ยง และการป้องกันที่ตัวเรา สำหรับการป้องกันที่สัตว์เลี้ยง วิธีที่ดีที่สุด คือ การฉีดวัคซีนป้องกัน ควรเริ่มฉีดวัคซีนเมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุ 3 เดือน จากนั้นให้ฉีดกระตุ้นอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ และลดความเสี่ยงของประชาชนจากการถูกสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด เป็นการป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว นอกจากนี้ยังกำหนดจัดให้มีการรณรงค์การควบคุมอัตราการเกิดของสัตว์เลี้ยงประเภทสุนัขและแมว ด้วยวิธีฉีดยาคุมกำเนิด ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเกิดได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

เทศบาลตำบลป่าซางขอให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงนำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง เพื่อลงทะเบียนการรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและคุมกำเนิดประชากรสัตว์ ระหว่างวันที่ 20-28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 08.30–16.30 น. ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลป่าซาง โทรศัพท์หมายเลข 0-5352-1007 ต่อ 16 ในวันเวลาราชการ



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ

ทต.ป่าซาง เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมพบปะและรับบริการสาธารณะ วันพุธที่ 12 และ 19 กุมภาพันธ์นี้

นายสุพจน์ ปันสุรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าซาง เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลป่าซางกำหนดจัดหน่วยพบปะและให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ในวันพุธที่ 12 และ 19 กุมภาพันธ์ 2557 โดยจัดโครงการเพื่อให้บริการประชาชน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการเทศบาลพบประชาชน เป็นการให้บริการจัดเก็บภาษี บริการตรวจสอบฐานข้อมูลผู้ขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุ–ผู้พิการ การให้ความรู้เรื่องการป้องกันและระงับอัคคีภัย ห้องสมุดเคลื่อนที่ ให้บริการรับเรื่องราวร้องทุกข์และให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ฝึกอบรมอาชีพประกอบอาหาร บริการนวดแผนไทย ให้บริการตัดผม เสริมสวย ตรวจวัดสายตา บริการซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและการจัดนิทรรศการแสดงผลงานในปีที่ผ่านมาของเทศบาลตำบลป่าซาง โครงการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนและแผนพัฒนาเทศบาลตำบลป่าซาง ประจำปีงบประมาณ 2558 โดยจัดประชุมประชาคมท้องถิ่น สอบถามข้อมูล ปัญหา ความเดือดร้อน ความต้องการของประชาชนและชุมชน เพื่อนำมาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน และจัดเตรียมโครงการในการพัฒนาท้องถิ่นในด้านต่างๆ ต่อไป และโครงการสาธารณสุขเคลื่อนที่ ให้บริการตรวจสุขภาพและให้ความรู้ในเรื่องสุขภาพอนามัยแก่ประชาชน สำหรับการจัดบริการต่างๆ แก่ประชาชน เทศบาลตำบลป่าซางได้รับความร่วมมือจากองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่น สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ป่าซาง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพปากบ่อง ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนป่าซาง วิทยาลัยการอาชีพป่าซาง โรงเรียนสอนแต่งหน้าและทำผมดารณี ลำพูน และร้านแว่นตามหานครลำพูน

เทศบาลตำบลป่าซางขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมพบปะและรับบริการสาธารณะจากเทศบาลตำบลป่าซาง โดยในวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สำนักงานเทศบาลตำบลป่าซาง ตั้งแต่เวลา 08.30–16.00 น. และวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ลานเอนกประสงค์ วัดท่าต้นงิ้ว ตั้งแต่เวลา 08.30–16.00 น. ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ กองวิชาการและแผนงาน เทศบาลตำบลป่าซาง โทรศัพท์หมายเลข 0–5352–1007 ต่อ 0 ในวันและเวลาราชการ



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

อบจ.ลำพูน รับโล่รางวัลพระปกเกล้า ประจำปี 2556 สำหรับความเป็นเลิศด้านการเสริมสร้างเครือข่าย รัฐ เอกชน และประชาสังคม

อบจ.ลำพูน รับโล่รางวัลพระปกเกล้า ประจำปี 2556 สำหรับความเป็นเลิศด้านการเสริมสร้างเครือข่าย รัฐ เอกชน และประชาสังคม จากผลการดำเนินงาน 4 เครือข่าย ที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์

นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า สถาบันพระปกเกล้าได้จัดการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้าครั้งที่ 15 ประจำปี 2556 ในหัวข้อ "ธรรมราชา" ระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2557 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 500 คน เนื่องในโอกาสครบ 120 ปี พระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองปีอันสำคัญ เป็นการเทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงเป็น "ธรรมราชา" ที่เปลี่ยนผ่านจาก "ธรรมราชาสมบูรณาญาสิทธิราชย์" มาสู่ "ระบอบพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ" โดยสันติวิธีปราศจากการสูญเสียเลือดเนื้อ และช่วงบ่ายของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 สถาบันพระปกเกล้าได้มอบรางวัลพระปกเกล้า ประจำปี 2556 ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการคัดเลือกโดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน 2.ด้านการเสริมสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์ 3.ด้านการเสริมสร้างเครือข่าย รัฐ เอกชน และประชาสังคม ซึ่งหนึ่งในนั้น คือองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ได้รับโล่รางวัล สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมสร้างเครือข่าย รัฐ เอกชน และประชาสังคม ถือได้ว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่ทรงคุณค่ายิ่งและเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดลำพูน นอกจากนี้ยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดลำพูน ได้แก่ เทศบาลเมืองลำพูน เทศบาลตำบลอุโมงค์ ได้รับโล่สาขาเดียวกัน เทศบาลตำบลหนองล่อง ได้รับโล่สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และเทศบาลตำบลต้นธง ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ประจำปี 2556 โล่รางวัลพระปกเกล้า

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมสร้างเครือข่าย รัฐ เอกชน และประชาสังคม ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนได้รับในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนนำเสนอผลการดำเนินงานของ 4 เครือข่าย ที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ ได้แก่ เครือข่ายผ้าไหมยกดอกลำพูน เครือข่ายชื่อบ้านนามเมือง เครือข่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และเครือข่ายสาธารณสุข


ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

ทต.หนองล่อง รับโล่รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นปีที่ 2

เทศบาลตำบลหนองล่องรับโล่รางวัลจากสถาบันพระปกเกล้า สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ประจำปี 2556 เป็นปีที่ 2

เทศบาลตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน นำโดย นายเพลิน วรพงศ์วัฒนา นายกเทศมนตรีตำบลหนองล่อง เข้ารับโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ จากสถาบันพระปกเกล้า สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศด้านความโปร่งใสและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ประจำปี 2556 ในการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้าครั้งที่ 15 ประจำปี 2556 หัวข้อ "ธรรมราชา" ระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ห้องแกรน์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการพิจารณารางวัลในครั้งนี้ประกอบไปด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆ ทั้ง นักวิชาการด้านการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อมวลชนจากองค์กรชั้นนำ ได้ร่วมประชุมพิจารณาการมอบรางวัล ประจำปี 2556 แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ซึ่งเทศบาลตำบลหนองล่อง ได้รับการพิจารณาให้เข้ารับโล่รางวัลเป็นปีที่ 2
นายกเทศมนตรีตำบลหนองล่อง กล่าวว่า รางวัลดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จและสร้างความภาคภูมิใจแก่บุคลากรในเทศบาลตำบลหนองล่องและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรางวัลพระปกเกล้าเป็นรางวัลที่แสดงถึงประสิทธิภาพของการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีพื้นฐานมาจากการตระหนักถึงหลักธรรมาภิบาลในการปกครองท้องถิ่น การบริหารงานเพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนโดยรวมและสามารถเป็นแบบอย่างแก่ผู้ที่สนใจศึกษาเรียนรู้ เพื่อประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลหนองล่อง จึงขอขอบคุณทุกภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน และส่วนราชการที่ให้การสนับสนุน และมีส่วนร่วมทุกกระบวนการในการประเมินครั้งนี้ รางวัลที่ได้รับเป็นพลังแห่งความภูมิใจของชาวตำบลหนองล่อง พร้อมหลอมรวมเป็นพลังแห่งการขับเคลื่อนให้ตำบลหนองล่องก้าวไปสู่เป้าหมายด้วยความร่วมมือร่วมใจต่อไป



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ

ทต.อุโมงค์ เชิญเที่ยวงานวันเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง ตำบลอุโมงค์ ครั้งที่ 5 วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้

เทศบาลตำบลอุโมงค์เชิญเที่ยวงานวันเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง ตำบลอุโมงค์ ครั้งที่ 5 วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

นายขยัน วิพรหมชัย นายกเทศมนตรีตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน กล่าวว่า เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาตลอดรวมถึงการพัฒนาและบริหารประเทศ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว โดยส่งเสริมให้ประชาชนสามารถอยู่อย่างพอมีพอกิน และพึ่งตนเองได้ มีการรวมกลุ่มกันและเชื่อมโยงเครือข่ายในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าไปอย่างสมดุลกับสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่นที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอน มีการประยุกต์ใช้ความรู้ ภูมิปัญญาและทรัพยากรด้านต่างๆที่มีอยู่อย่างเหมาะสม บนพื้นฐานของคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร เอื้อเฟื้อแบ่งปันและใช้สติปัญญาในการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต เทศบาลตำบลอุโมงค์กำหนดจัดโครงการวันเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง ตำบลอุโมงค์ ครั้งที่ 5 ประจำปี 2557 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรในตำบลอุโมงค์และเครือข่ายได้มีส่วนร่วมใน

การจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ การใช้ชีวิตอย่างพอเพียงสามารถพึ่งตนเองได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวคิด หลักการ และการบริหารจัดการ รูปแบบเทคนิค วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ให้มีความเข็มแข็งอย่างยั่งยืน และให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวัน กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การประชุมใหญ่กลุ่มเกษตรกรครัวเรือนเศรษฐกิจพอเพียง 84 ครัวเรือน การจัดนิทรรศการ และฐานเรียนรู้ของกลุ่ม 84 ครัวเรือน Walk Rally ฐานการเรียนรู้ของเด็กเยาวชน และอุ้ยสอนหลานด้านงานเกษตร การประกวดพืชผลทางการเกษตร การประกวดไก่ชนพื้นเมือง การประกวดอาหารพื้นเมือง เมนูสุขภาพของชุมชน การตรวจสุขภาพและการดูแลสุขภาพของเกษตรกรด้วยการนวดประคบและอบสมุนไพร บริการตรวจดินฟรี การจำหน่ายสินค้าราคาถูกและมัจฉาเกษตร กาดหมั้วครัวแลง และกิจกรรมบันเทิง
เทศบาลตำบลอุโมงค์ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมและเลือกซื้อสินค้าในงานวันเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง ตำบลอุโมงค์ ครั้งที่ 5 วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

กองบังคับการ อส. ลำพูน จัดพิธีทางศาสนา และปฏิญาณตนของสมาชิก อส. เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนปีที่ 60

กองบังคับการ กองอาสา รักษาดินแดน จ.ลำพูน จัด พิธี ชุมนุม ผู้บังคับบัญชา , เจ้าหน้าที่ และ สมาชิกกอง อาสา รักษาดินแดน เนื่องใน วันคล้าย วันสถาปนา โดย จัด พิธี ปฏิญาณ ตน มอบ ทุนการศึกษา ให้แก่ บุตร , ธิดา ของ สมาชิก และ ร่วม ปฏิบัติ กิจกรรม ที่ เป็น ประโยชน์ ต่อ สาธารณะ

เช้าวันนี้ ( 10 กุมภาพันธ์ 2557 ) ที่ ศาลา ประชาคม ศาลากลาง จ.ลำพูน กองบังคับการ กองอาสา รักษาดินแดน จ.ลำพูน จัด พิธี ชุมนุม ผู้บังคับบัญชา , เจ้าหน้าที่ และ สมาชิกกอง อาสา รักษาดินแดน เนื่องใน วันคล้ายวันสถาปนา กองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. ปีที่ 60 โดยมี นาย อาณัติ วิทยานุกูล ( รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ) รอง ผู้บังคับการ กองอาสารักษา ดินแดน จังหวัด ลำพูน เป็นประธาน มี ผู้บังคับบัญชา และสมาชิก อส. จากทุกกองร้อย ใน จ.ลำพูน เข้าร่วม โดย มีพิธีทางพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคล และ อุทิศส่วนกุศลให้แก่สมาชิก อส. ที่ได้สละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากนั้น รอง ผู้บังคับการ กองอาสารักษา ดินแดน จังหวัด ลำพูน ได้ อ่าน สาร จาก นาย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน และ นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรา ป้องกันจังหวัดลำพูน ได้นำสมาชิกอาสารักษาดินแดน ร่วมกัน กล่าวคำ ปฏิญาณตน ในการปฏิบัติหน้าที่ เป็น อาสาสมัครรักษาดินแดนที่ดี หลังจากนั้น ได้มีพิธี มอบทุนการศึกษาแก่บุตรธิดาของสมาชิก อส. และ ลูกจ้างในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

โดย นายอาณัติ วิทยานุกูล ( รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ) รองผู้บังคับการ กองอาสารักษา ดินแดน จังหวัด ลำพูน เป็น ผู้มอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ 1 ทุน , นางจงกลณี กล่าวสุนทร ประธาน แม่บ้านมหาดไทย จ.ลำพูน มอบ ทุนการศึกษา ของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ให้แก่ บุตรของสมาชิก อส. และ บุตรของลูกจ้าง ข้าราชการ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 16 ทุน

กองอาสารักษา ดินแดน ได้ก่อตั้ง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497 เหล่า อาสาสมัคร ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด การป้องกัน และ ปราบปรามแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง การป้องกัน และ ปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การป้องกัน และ ช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ ต่าง ๆ และ การรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานที่ราชการ



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลำพูน จัดอบรม อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หลักสูตรจัดตั้ง ของตำบลนาทราย อำเภอลี้ จำนวน 60 คน

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลำพูน จัดอบรม อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หลักสูตรจัดตั้ง ของตำบลนาทราย อำเภอลี้ จำนวน 60 คน เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต่าง ๆ

เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาทราย อำเภอลี้ ร่วมการฝึกอบรมการปฏิบัติงานด้านการป้องกัน และ บรรเทาสาธารณภัย จำนวน 60 คน พร้อมปฏิบัติหน้าที่ป้องกัน และ บรรเทาสาธารณภัย ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ณ โรงแรมเดอะเกรทขุนตาลรีสอร์ทแอนด์แคมปิ้ง ตำบลทาสบชัย อำเภอแม่ทา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย จังหวัดลำพูน ได้จัดพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ( อปพร. ) ผู้ผ่านการฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จังหวัดลำพูน หลักสูตรจัดตั้งรุ่นที่ 2 ซึ่งฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 3 – 7 กุมภาพันธ์ 2557 โดยมีนายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธาน มีอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจากองค์การบริหารส่วนตำบลนาทราย อำเภอลี้ ผ่านการฝึกอบรมจำนวน 60 คน
รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า อปพร. นับเป็นผู้ที่เสียสละที่จะช่วยเหลือทางราชการในการป้องกันและบรรเทาภัยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันอุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ , เทศกาลปีใหม่ เพื่อ ลดปริมาณความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และ อุบัติภัยทางธรรมชาติ ซึ่ง สมาชิก อปพร. จะต้องช่วยกัน สอดส่องเฝ้าระวังภัยอันตรายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงการช่วยชีวิต รวมถึง อำนวยความสะดวกใน การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และ การปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ด้วย



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

จังหวัดอุตรดิตถ์จัดกิจกรรมเนื่องในวันอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2557

วันอาสารักษาดินแดน

จังหวัดอุตรดิตถ์จัดกิจกรรมเนื่องในวันอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2557 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่สมาชิกอาสารักษาดินแดนและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่อาสารักษาดินแดนที่ล่วงลับไปแล้ว

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดงานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ณ กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอุตรดิตถ์ นายกองเอกชัช กิตตินภดล ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธี โดยมีการจัดพิธีตามลำดับ ได้แก่ การปฎิญาณตนของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน การอ่านสารของนายกองใหญ่ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน การมอบรางวัลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ปฏิบัติงานดีเด่นประจำปี 2557 และรางวัลอาสาสมัครที่มีผลงานดีเด่น พิธีมอบเข็มและใบประกาศอาสารักษาดินแดนสดุดี แก่ผู้บังคับบัญชาและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนผู้บังคับบัญชาและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน พิธีมอบทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทยให้แก่บุตรหลานของสมาชิกอาสารักษาดินแดน ต่อจากนั้นเป็นพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่าสมาชิกผู้ล่วงลับไป

จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดพิธีวันสถาปนากองร้อยอาสารักษาดินแดน

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 57 เวลา 09.45 น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในการกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557 ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ 1
กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนของกองบัญชาการ โดยปฏิบัติภาระกิจในด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน การป้องกันยาเสพย์ติด มาตลอด และเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน 10 กุมภาพันธ์ 2557 จึงกำหนดให้กองบังคับการกองอาสารักาดินแดนจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดพิธีทางศาสนาขึ้น

จากนั้น นายกองเอกวิเชียร จันทรโณทัย ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการกองบังคับการกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศ มอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และมอบประกาศเกียรติบัตรให้แก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2556 และมอบทุนการศึกษาของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเพชรบูณ์จำนวน 18 ทุน ทุนละ 2,000 บาท

ผู้ว่าฯ สั่งรื้อรายชื่อชาวไร่เร่งจ่ายเงินภายในสองสัปดาห์

จากที่เกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ชุมนุมติดตามการจ่ายเงินชดเชยโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพดช่วงเช้าวันนี้(10 ก.พ.57) และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เชิญตัวแทนเกษตรกร ผู้ประกอบการและพาณิชย์จังหวัด ประชุมหารือถึงข้อสรุปในเรื่องของเงินชดเชยค่าข้าวโพดของเกษตรกร ซึ่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับจัดสรรวงเงินสี่ร้อยกว่าล้านบาทและจ่ายไปแล้วส่วนหนึ่งยังคงเหลือเงินอีกประมาณ 60 ล้านบาท นั้น
หลังจากได้ข้อสรุป ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งการให้ทางพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ตรวจสอบรายชื่อของเกษตรกรใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งเชิญผู้ประกอบการทั้งหมดเข้าร่วมประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และจัดสรรเงินค่าชดเชยให้กับเกษตรกรอย่างทั่วถึง และภายในสัปดาห์นี้ พาณิชย์จังหวัด จะตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรทุกราย และทำเรื่องขออนุมัติเงินจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าเงินจะถึงมือเกษตรกรทุกรายภายใน 30 วันหลังจากการอนุมัติ

จังหวัดพิษณุโลก จัดงานวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษารักษาดินแดน ประจำปี 2557

จังหวัดพิษณุโลก จัดงานวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษารักษาดินแดน ประจำปี 2557 มีพิธีบำเพ็ญกุศล มอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี พร้อมของที่ระลึก และทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของอาสารักษารักษาดินแดน

เช้าวันนี้ (10 ก.พ.57) ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก ที่ 2 อำเภอวังทอง นายกองเอกระพี ผ่องบุพกิจ ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2557 ซึ่งในพิธีดังกล่าวได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก อ่านสารผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ที่แสดงความชื่นชมยินดีและสร้างขวัญกำลังใจแก่อาสาสมัครรักษาดินแทนที่ได้เสียสละตนเองในการปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือสนับสนุนทางราชการในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ สร้างความอุ่นใจ ความปลอดภัยแก่ประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันมีสมาชิกอาสารักษาดินแดนทั่วประเทศถึง 20,000 นาย ในพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งนอกจากจะจัดให้มีพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่สมาชิก อส.ที่ล่วงลับไปแล้วและเพื่อความเป็นสิริมงคลของกำลังพลและครอบครัว ยังได้จัดให้มีพิธีมอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี จำนวน 5 ราย มอบของที่ระลึกให้ผู้แทนกองร้อย อส.จังหวัดและก้องร้อย อส.อำเภอ จำนวน 10 กองร้อย และมอบทุนการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก องค์กรภาคเอกชนและผู้มีอุปการคุณ จำนวน 98 ทุน เป็นเงิน 128,000 บาท ทุนการศึกษาของมูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จำนวน 5 ทุน เป็นเงิน 10,500 บาท ทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย จำนวน 10 ทุน เป็นเงิน 13,500 บาท แก่บุตรธิดาของ อส. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ อส. จากนั้นผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก ประธานในพิธี ได้ตรวจเยี่ยมทักทายกำลังพล ที่มาร่วมพิธี 10 กองร้อย จำนวน 220 นาย ก่อนที่สมาชิก อส.ที่มาร่วมงาน จะได้ร่วมกันออกบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ในพื้นที่ต่อไป

เทศบาลตำบลหัวรอลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนพร้อมมอบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2557

เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลหัวรอ ลงพื้นที่มอบเบี้ยยังชีพ แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ ตามนโยบายในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ อย่างเร่งด่วนของรัฐบาล ในโครงการสร้างหลักประกันรายได้ผู้สูงอายุ โดยจัดสรรเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุ เป็นสวัสดิการของรัฐ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายยังชีพของผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุที่มีอายุ 60-69 ปี จะได้รับ 600 บาท อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาท อายุ 80-89 ได้รับ 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเงินเดือนละ 1,000 บาท ส่วนผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ ได้รับรายละ 500 บาท/เดือน นายนพคุณ แถมพยัคฆ์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวรอ กล่าวว่า เทศบาลตำบลหัวรอ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลดังกล่าว ที่ผ่านมาจึงมีการออกสำรวจผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยโรคเอดส์ในพื้นที่ตำบลหัวรอ ซึ่งขณะนี้ มียอดผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ ที่อยู่ในเขตเทศบาลตำบลหัวรอ ทั้ง 12 หมู่บ้าน มาแสดงความจำนงลงทะเบียนขอรับการสงเคราะห์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,453 คน แบ่งเป็น ผู้สูงอายุ จำนวน 2,130 คน ผู้พิการ จำนวน 313 คน และผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 10 คน แยกจ่ายผ่านทางธนาคาร จำนวน 1,655 คน และมารับเบี้ยยังชีพด้วยตนเอง จำนวน 798 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,582,900 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนแปดหมื่นสองพันเก้าร้อยบาท) โดยกำหนดให้ทุกต้นเดือนทางเทศบาลตำบลหัวรอได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ จากกองสวัสดิการสังคมลงพื้นที่ทั้ง 12 หมู่บ้าน เพื่อมอบเงินเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ ที่มีความประสงค์ต้องการรับเป็นเงินสด อย่างไรก็ตามหากประชาชนท่านใดพบผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลหัวรอ ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน สามารถเดินทางมาแจ้งได้ที่ กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในวันและเวลาราชการ

ประชาชนจำนวนมาก แห่เข้าคิวทำหนังสือเดินทาง กันจำนวนมาก ตั้งแต่เวลา 05.00 น. หลังปิดทำการเนื่องจากติดขัดปัญหาไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระบบจากส่วนกลาง

ประชาชนจำนวนมาก แห่เข้าคิวทำหนังสือเดินทาง กันจำนวนมาก ตั้งแต่เวลา 05.00 น. หลังปิดทำการเนื่องจากติดขัดปัญหาไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระบบจากส่วนกลาง

เช้าวันนี้ ( 10 ก.พ.57 ) ที่สำนักงานหนังสือเดินทางจังหวัดพิษณุโลก ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก มีประชาชนจำนวนมากมาต่อคิวทำหนังสือเดินทาง จนบัตรคิวเต็มก่อนเวลาเปิดทำการ 8.30 น. นายสุขุม สมประสงค์ หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวพิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากที่สำนักงานปิดทำการเนื่องจากติดขัดปัญหาไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระบบจากส่วนกลาง ได้ ขณะนี้ทางสำนักงานสามารถเปิดให้บริการได้เป็นปกติแล้ว แต่เนื่องจากปิดมานาน ทำให้มีประชาชนที่ต้องการจะเดินทางไปต่างประเทศ เดินทางมาขอใช้บริการในวันนี้เป็นจำนวนมาก เบื้องต้น ทางสำนักงานได้จำกัดจำนวน รับคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง วันละ 120 คำร้อง จากที่เดิมเคยรับวันละ 200 คำร้อง ซึ่งหลังมีการประชาสัมพันธ์ ประชาชนที่ทราบข่าว ได้เดินทางมารับบัตรคิว ตั้งแต่ 5.00 น. และบัตรคิวครบจำนวน 120 คน ก่อนเวลา 8.30 น. ส่งผลให้ มีประชาชนที่มาติดต่อแล้วยังไม่สามารถดำเนินการในวันนี้ได้ จำนวนกว่า 100 ราย ซึ่งหากประชาชนท่านใดต้องการมาทำหนังสือเดินทาง ต้องมาต่อคิววันต่อวัน ไม่สามารถจองไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใดได้ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 055 – 258173 หรือ 055 – 258155 ในวันและเวลาราชการ

จังหวัดพิษณุโลก ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด ติดตามผลการดำเนินงานและการติดตามสอดส่องการดำเนินงานโครงการ เน้นการมีส่วนร่วม สอดส่องเสนอแนะในเชิงรุก

เช้าวันนี้ (10 ก.พ. 57) ที่ห้องประชุม 741 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นางสาวอัมพวัน เจริญกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำเขตตรวจราชการที่ 17 ประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพิษณุโลก (ก.ธ.จ.) ครั้งที่ 1/2557 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการตรวจสอบการดำเนินงานโครงการตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การดำเนินงานประชาสัมพันธ์งานของ ก.ธ.จ.พิษณุโลก การกำหนดแนวทางการสอดส่องการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2557 ผลความก้าวหน้าในการดำเนินงานของ ธ.ก.จ.พิษณุโลก และการกำหนดแผนงาน/โครงการของจังหวัดพิษณุโลก สำหรับการดำเนินงานของ ก.ธ.จ.จะดำเนินการสอดส่อง เสนอแนะในเชิงรุก ในเชิงบวกเป็นหลัก มิใช่เป็นการจับผิด และ ก.ธ.จ. จะระดมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยการสร้างเครือข่ายให้ประชาชนและเอกชนในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความโปร่งใส ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การยอมรับและแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกัน อันเป็นการป้องกันมิให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้อำนาจในทางที่ผิด นำไปสู่การดำเนินงานที่ราบรื่น และทำให้การบริหารราชการแผ่นดินประสบผลสำเร็จ โดยวัดจากการตอบสนองความต้องการของประชาชน การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคมและประเทศชาติ พร้อมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์ผลงานหรือการดำเนินงานของ ก.ธ.จ. ให้เป็นที่รับรู้รับทราบและเข้าใจกันในวงกว้าง

อบจ.พิษณุโลก เปิดการประชุมสภา อบจ.พิษณุโลก สมัยสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1)

เช้าวันนี้ ( 10 ก.พ.57 ) ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกบึงราชนก นายสิทธิพร ใบบริบาลกุล ประธานสภา อบจ.พิษณุโลก เป็นประธานในการเปิดการประชุมสภา อบจ.พิษณุโลก สมัยสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) ประจำปี พ.ศ.2557 โดยมี นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ทุกส่วน เข้าร่วมการประชุม มีวาระที่สำคัญคือ การแต่งตั้งรองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกคนใหม่ นางเวียงมาศ ธีระแนว และประกาศใช้แผนพัฒนาสามปี (พ.ศ.2557 – 2559) เปลี่ยนแปลง/เพิ่มเติม ครั้งที่ 1 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก สำหรับการประชุมสภาฯ ครั้งนี้ มีสมาชิกเข้าร่วมการประชุมครบองค์ประชุม บรรยากาศเป็นไปด้วยความราบรื่น

จังหวัดตาก จัดงานวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน

วันนี้ (๑๐ ก.พ.๕๗) เวลา ๐๙.๐๐ น. นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี ๒๕๕๗ ณ หน้าศาลากลางจังหวัดตาก อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตาก ร่วมในพิธี
ในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณงามความดีของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ดังคำขวัญที่ว่า "ปวงข้าฯ อส.ขอตั้งสัจจา จะปกป้องพารา จนสิ้นใจ” สำหรับในปี ๒๕๕๗ กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตาก จึงได้จัดกิจกรรมวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนขึ้น ในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ โดยจัดให้มีพิธีสงฆ์ พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงประจำกองอาสารักษาดินแดน พิธีสวนสนาม และมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ที่มีผลการเรียนดี จากมูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และทุนสมาคมแม่บ้านมหาดไทย

จังหวัดตาก เปิดโครงการรณรงค์ไม่เผาป่า รักษาธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์

วันนี้ (๑๐ ก.พ.๕๗) เวลา ๑๐.๐๐ น. นางชุลีวันทน์ สายสิงห์ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานเปิดโครงการ ไม่เผาป่า รักษาธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ ณ บริเวณสนามกีฬาโรงเรียนโป่งแดง ตำบลโป่งแดง อำเภอเมือง จังหวัดตาก โดยนักเรียน นักศึกษา เครือข่ายไฟป่า ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯ เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก
ปัญหาไฟป่าเป็นสาเหตุที่สำคัญในการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรป่าไม้ที่ถูกทำลายอย่างรวดเร็วและเสียหายเป็นอย่างมาก รวมถึงส่งผลกระทบต่อดิน ทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของดินได้ง่ายและดินเสื่อมความอุดมสมบูรณ์ ผลเสียทรัพยากรน้ำ อีกทั้งหมอกควันที่ลอยอยู่ มีฝุ่นละอองและควันพิษ ได้ส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม สุขภาพ วิถีชีวิต และคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ นอกจากนี้ไฟป่ายังส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภัยแล้งตามมา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องบูรณาการกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ ประชาชน และองค์กรเอกชนที่ให้การสนับสนุนการป้องกันและควบคุมไฟป่า

กรมป่าไม้ ในฐานะเป็นหน่วยงานในการป้องกันและควบคุมไฟป่าจึงได้จัดโครงการรณรงค์ ไม่เผาป่า รักษาธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ขึ้น โดยจัดขบวนรณรงค์ไป ๙ จังหวัดภาคเหนือ โดยเริ่มที่จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และสิ้นสุดที่จังหวัดตาก เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบจากไฟป่า และพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งจะเป็นการป้องกันและช่วยบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผลการประกวดขบวนรถบุปผชาติงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557


พิธีเปิดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เมื่อค่ำวานนี้ (8 ก.พ.57) ส่วนผลการประกวดขบวนรถบุปผชาติงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งกำหนดพิธีพระราชทานถ้วยรางวัลในช่วงค่ำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 ขบวนรถของอำเภอฝางร่วมกับ อปท.คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทสวยงาม ขบวนรถอำเภอฮอด คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทความคิดสร้างสรรค์ และ อำเภอเมืองเชียงใหม่ คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม

ค่ำวานนี้ (8 ก.พ.57) เวลาประมาณ 20.30 น. ณ บริเวณเวทีหลัก ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานเปิดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ซึ่งปีนี้ได้ปรับเวลาของการปล่อยขบวนรถเป็นเวลา 16.00 น. โดยจุดเริ่มต้นยังคงอยู่ที่บริเวณเชิงสะพานนวรัฐ โดยมี ดร.สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี โดยการจัดงานปีนี้มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และ กรมการท่องเที่ยวได้ส่งขบวนรถร่วมงานถึง 41 ขบวน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศร่วมชมความงดงามของขบวนรถบุปผชาติทั้งบริเวณจุดปล่อยขบวนรถและบริเวณสองข้างถนนท่าแพจากเชิงสะพานนวรัฐไปจนถึงลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพซึ่งจัดเวทีหลักสำหรับพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการเป็นจำนวนมาก

สำหรับการประกวดขบวนรถบุปผชาติงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557นั้น จังหวัดเชียงใหม่ได้แต่งตั้ง ดร.กษมา ประสงค์เจริญ ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฎศิลปะเชียงใหม่ เป็นประธานกรรมการติดสินการประกวดรถบุปผชาติฯ หัวหน้าส่วนราชการและผู้ทรงคุณวุฒิเป็นคณะกรรมการ โดยปีนี้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนส่งขบวนรถเข้าประกวดชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 27 ขบวน ซึ่งมีผลการประกวด ดังนี้
ประเภทสวยงาม รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ขบวนรถบุปผชาติอำเภอฝางร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ อำเภอสันป่าตองร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ อำเภอสันทรายร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ อำเภอแม่ออนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ประเภทความคิดสร้างสรรค์ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ขบวนรถบุปผชาติอำเภอฮอด รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ อำเภอสันกำแพง รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ขบวนรถสภาอุตสาหกรรมร่วมกับชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ อำเภอกัลยาณิวัฒนา
ประเภทอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ขบวนรถบุปผชาติอำเภอเมืองเชียงใหม่ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ อำเภอแม่อาย รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ อำเภอแม่แตง ส่วนรางวัลชมเชย ได้แก่ อำเภอหางดง

สำหรับพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ขบวนรถบุปผชาติงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ที่ชนะเลิศการประกวดทั้ง 3 ประเภทกำหนดจัดขึ้น ณ เวทีหลักบริเวณลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ ในช่วงค่ำของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งเป็นคืนสุดท้ายของการจัดงาน โดยจะเริ่มในเวลา 19.00 น.



ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว

กกต.พะเยา จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะมีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกเทศบาลตำบลในวันที่ 16 มีนาคม นี้

วันนี้ (9 ก.พ.57) นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนที่สนใจ ณ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดแม่เย็นใต้ ต.ป่าแฝก อ.แม่ใจ จ.พะเยา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพะเยาจัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจถึงบทบาทอำนาจหน้าที่ของกรรมการการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2554 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 6 แห่ง ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนผู้สนใจเข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 170 คน

นางสาวพัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพะเยา ได้มีมติเห็นชอบประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดพะเยา ให้มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศบาลตำบล จำนวน 6 แห่ง คือ ที่เทศบาลตำบลสันป่าม่วง และเทศาลตำบลบ้านสาง อำเภอเมืองพะเยา , เทศบาลตำบลป่าแฝก และเทศบาลตำบลเจริญราษฎร์ อำเภอแม่ใจ , เทศบาลตำบลหนองหล่ม อำเภอดอกคำใต้ , และที่เทศบาลตำบลแม่ยม อำเภอปง โดยได้กำหนดรับสมัครระหว่างวันที่ 10 – 14 กุมภาพันธ์ 2557 และวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2557 ดังนั้นสำนักงาน กกต.พะเยา จึงได้จัดการอบรมดังกล่าวขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่น ตลอดจนความผิดและข้อห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง พร้อมทั้งให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เผยขณะนี้พบ 10 จังหวัดผู้สมัคร ส.ส.ถูกร้องกระทำผิดกฎหมาย

กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เผยขณะนี้พบ 10 จังหวัดผู้สมัคร ส.ส.ถูกร้องกระทำผิดกฎหมาย พร้อมเตรียมยื่นหนังสือให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 28 เขต

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพะเยาวันนี้ ว่า ในการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาไม่มีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตการซื้อเสียง แต่พบการร้องคัดค้านใน 8 จังหวัด 9 เรื่อง ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง อย่างไรก็ตามล่าสุดพบว่ามีการร้องคัดค้านเข้ามายัง กกต.แล้ว 10 จังหวัด โดยเป็นการร้องว่าผู้สมัครพรรคการเมืองหาเสียงเกินจริง ติดป้ายโฆษณาหาเสียงไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในคะแนนนิยม ใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐในการช่วยเหลือผู้สมัครหาเสียง

นายบุญส่ง ยังกล่าวถึงกรณีที่ กกต.ให้รัฐบาลออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ใน 28 เขตเลือกตั้ง ที่ยังคงไม่มีผู้สมัคร ส.ส. ว่า ในวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ทาง กกต. จะทำเป็นหนังสือส่งไปยังรัฐบาลให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ทั้ง 28 เขตดังกล่าว ทั้งนี้ ทาง กกต.ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะกำหนดเปิดรับสมัครเลือกตั้งใหม่เองได้ โดยอำนาจที่ได้รับมาคือการให้ลงคะแนนใหม่เท่านั้น และหากรัฐบาลเห็นเป็นอย่างไรต้องส่งหนังสืออย่างเป็นทางการกลับมายัง กกต.ก็คงจะต้องขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้ขาดอีกครั้ง


ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

สาวงามจากเผ่าลาหู่หรือมูเซอคว้าตำแหน่งธิดาชนเผ่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน และรางวัลขวัญใจมหาชน ในงานฤดูหนาวและงานรื่นเริงประจำปี 2557

ค่ำวานนี้ (8 ก.พ.2557) มีการประกวดธิดาชนเผ่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในงานฤดูหนาวและงานรื่นเริงประจำปี 2557 โดยมีสาวงามที่มีภูมิลำเนาเป็นคนแม่ฮ่องสอนจาก 6 ชนเผ่าจำนวน 33 คน เข้าร่วมประกวด โดยผลการประกวดมีดังนี้

ธิดาชนเผ่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557 ได้แก่นางสาวธิดาพร ศักดิ์ปิยเมธากุล ชนเผ่าลาหู่หรือมูเซอ มีภูมิลำเนาบ้านผาม่อน ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า ศึกษาอยู่คณะครุศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน และได้รับรางวัลธิดาประจำเผ่าลาหู่ด้วย พร้อมรางวัลขวัญใจมหาชนด้วย

รองธิดาชนเผ่าอันดับที่ 1 ได้แก่นางสาววรีรยา แซ่เจ๋า จีนยูนาน ได้รับรางวัลธิดาประจำเผ่าจีนยูนานด้วย พร้อมรางวัลขวัญใจสื่อมวลชนด้วย

รองอันดับที่ 2 ได้แก่ นางสาวธนาภา ปัญญาเสริมวุฒิ ชาวไทใหญ่

รอง อันดับที่ 3 ได้แก่ นางสาวภัททิยา สะเลโพ ชนเผ่ากะเหรี่ยง

รองอันดับที่ 4 ได้แก่ นางสาวชลิตา ชีวอรุณทอง ชนเผ่ากะเหรี่ยง ธิดาประจำเผ่ากะเหรี่ยงด้วย

ส่วนธิดาประจำชนเผ่าม้งได้แก่ นางสาวแสงจันทร์ หวานซึ้ง

นอกจากนั้นยังมีการเดินแฟชั่นการกุศลในชุดชนเผ่า และชุดนานาชาติ นำโดยนายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการ จังหวัดแม่ฮ่องสอนพร้อมด้วยนางหทัยชนก พนัสอำพล นายกเหล่ากาชาด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในชุดชนเผ่าลีซู


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน บันทึกเทปรายการผู้ว่าฯพาเที่ยว ที่ถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

เช้าวันนี้ ( 9 กุมภาพันธ์ 2557)  นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน บันทึกเทปโทรทัศน์รายการ ผู้ว่าฯพาเที่ยว โดยพาเที่ยวชมถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า เพื่อผลิตรายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ถ้ำลอด อยู่ในความดูแลของสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด ส่วนการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว ชุมชนบ้านถ้ำลอด เป็นผู้ดูแล ชื่อของถ้ำลอดมีที่มาจาก ถ้ำแห่งนี้มีห้วยน้ำลางไหลผ่าน ตั้งแต่ปากทางเข้าถ้ำไปจนถึงปากทางน้ำออก หรือหน้าถ้ำผีแมน นอกจากถ้ำแล้วยังมีนกแอ่นตะโพกขาว หางแฉก และค้างคาวจำนวนมาก ซึ่งตอนเย็นค้างคาว จะบินออกจากถ้ำไปหากินสวนกับนกแอ่นที่บินกลับจากหากิน บินกลับรังในถ้ำนับแสนตัว ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมาก นอกจากนั้นภายในถ้ำยังมีเครื่องมือ เครื่องใช้โบราณ สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 1,200-1,400 ปี บริเวณถ้ำลอดมีถ้ำเด่นๆอยู่ 3 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำเสาหิน และถ้ำตุ๊กตา นักท่องเที่ยวที่ต้องการท่องเที่ยวภายในถ้ำ ต้องใช้บริการของชุมชนบ้านถ้ำลอด เป็นค่าตะเกียง พร้อมคนนำทาง กลุ่มละ 150 บาทซึ่งมีชาวบ้านมาให้บริการ กว่า 100 คน ค่าล่องแพ มีตั้งแต่ราคาแพละ 200-400 บาท ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่จะเที่ยวกี่ถ้ำ โดยก็มีชาวบ้านให้บริการแพกว่า 100 ลำ สร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชนได้เป็นอย่างดี

รายการผู้ว่าฯพาเที่ยว ออกอากาศทางช่องต้นว่านเคเบิลทีวี เคเบิลทีวีท้องถิ่น ทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.30-09.00 น. นอกจากนั้นยังสามารถ รับชมรายการย้อนหลังผ่านระบบ Social Network ทาง Youtube / Facebook และทางเวปไซต์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ www.maehongson.th



ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเครื่องแบบนักเรียน ให้นักเรียนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เช้าวันนี้( 9 กุมภาพันธ์ 2557 )นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะประธานกรรมการ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคณะ นำสิ่งของพระราชทาน และอุปกรณ์การเรียน มอบให้ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 34 อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งตัวแทนเด็กนักเรียน กล่าวแสดง ความรู้สึก ซาบซึ่ง ในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ได้มีพระราชดำริ ให้สร้าง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 34 ขึ้น และมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานการศึกษาทางไกล ผ่านดาวเทียม ถ่ายทอดสดจาก โรงเรียนวังไกล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ นักเรียนได้รับการศึกษาทันเหตุการณ์ ความก้าวหน้าของโลกในยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งทั้งปฎิญานตนว่า จะประพฤติตนเป็นคนดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด ร่วมทั้งจะตั้งใจเรียน ให้สมกับเป็น ลูกราชประชานุเคราะห์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 34 เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนจำนวน 488 คน บุคลากรจำนวน 53 คน มีผลงานดีเด่น ประกอบด้วย รางวัลเหรียญทองโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและเหรียญทองการแข่งขันทำอาหารจานเดียว ในงานศิลปะหัตกรรมนักเรียนครั้งที่ 63 /รางวัลผลงานยอดเยี่ยม โครงงานถั่วเน่าแค๊ป และรางวัล ผลงานดีเด่นโครงงานเดอะแชมป์เปี้ยนออฟไทใหญ่ จากโครงการแม่ฮ่องสอนไอทีวัลเลย์ ครั้งที่ 5

นอกจากนั้น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทาน ให้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 /โรงเรียนสังวาลวิทย์ 3 อำเภอปาย ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557/



ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเครื่องแบบนักเรียน ให้แก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 34 อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันนี้ ( 9 กุมภาพันธ์ 2557 ) เวลา 11.00 น. นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคณะ นำสิ่งของพระราชทาน และอุปกรณ์การเรียน มอบให้แก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 34 อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 488 ชุด เพื่อเด็กนักเรียนจะได้นำไปใช้ประโยชน์ในด้านการศึกษา

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 34 อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดตั้งขึ้นตามโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงพื้นที่ชายแดนตามแนวพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สำหรับเด็กชาวไทภูเขา ตามแนวชายแดนและเด็กด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาต่างๆ ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเงินทุนผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูประถัมภ์ เป็นค่าก่อสร้างอาคาร ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 488 คน มีบุคลากรจำนวน 53 คน มีผลงานดีเด่น ประกอบด้วย รางวัลเหรียญทองโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและเหรียญทองการแข่งขันทำอาหารจานเดียว ในงานศิลปะหัตกรรมนักเรียนครั้งที่ 63 /รางวัลผลงานยอดเยี่ยม โครงงานถั่วเน่าแค๊ป และรางวัล ผลงานดีเด่นโครงงานเดอะแชมป์เปี้ยนออฟไทใหญ่ จากโครงการแม่ฮ่องสอนไอทีวัลเลย์ ครั้งที่ 5

ซึ่งตัวแทนเด็กนักเรียน กล่าวแสดง ความรู้สึก ซาบซึ่ง ในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ได้มีพระราชดำริ ให้สร้าง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 34 ขึ้น และมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานการศึกษาทางไกล ผ่านดาวเทียม ถ่ายทอดสดจาก โรงเรียนวังไกล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ นักเรียนได้รับการศึกษาทันเหตุการณ์ ความก้าวหน้าของโลกในยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งทั้งปฎิญานตนว่า จะประพฤติตนเป็นคนดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด ร่วมทั้งจะตั้งใจเรียน ให้สมกับเป็น ลูกราชประชานุเคราะห์ 



ข่าวโดย : พักตร์ภูมิ ปัญญาไชยพัฒน์

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกวดธิดาชนเผ่า ในงานฤดูหนาวและงานรื่นเริงจังหวัแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557


จังหวัดแม่ฮ่องสอนประกวดธิดาชนเผ่า ในงานฤดูหนาวและงานรื่นเริงจังหวัแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557 ผลการประกวดสาวงามจากจากชนเผ่าลาหู่หรือมูเซอ ครองตำแหน่งธิดาชนเผ่า และได้รับรางวัลธิดาประจำเผ่าลาหู่ พร้อมด้วยรางวัลขวัญใจมหาชน

ค่ำวานนี้ ( 8 ก.พ. 57 ) นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประกวดธิดาชนเผ่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในงานฤดูหนาวและงานรื่นเริงจังหวัแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557 พร้อมด้วยนางหทัยชนก พนัสอำพล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีสาวงามที่มีภูมิลำเนาเป็นคนแม่ฮ่องสอนจาก 6 ชนเผ่าจำนวน 33 คน เข้าร่วมประกวด ผลการประกวดธิดาชนเผ่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557 ได้แก่นางสาวธิดาพร ศักดิ์ปิยเมธากุล จากชนเผ่าลาหู่หรือมูเซอ มีภูมิลำเนาบ้านผาม่อน ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า ศึกษาอยู่คณะครุศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน และได้รับรางวัลธิดาประจำเผ่าลาหู่ พร้อมด้วยรางวัลขวัญใจมหาชน รองธิดาชนเผ่าอันดับที่ 1 ได้แก่ นางสาววรีรยา แซ่เจ๋า จากชนเผ่าจีนยูนาน และได้รับรางวัลธิดาประจำเผ่าจีนยูนาน พร้อมด้วยรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน รองอันดับที่ 2 ได้แก่ นางสาวธนาภา ปัญญาเสริมวุฒิ ชาวไทใหญ่ รองอันดับที่ 3 ได้แก่ นางสาวภัททิยา สะเลโพ ชนเผ่ากะเหรี่ยง และรองอันดับที่ 4 ได้แก่ นางสาวชลิตา ชีวอรุณทอง ชนเผ่ากะเหรี่ยง และตำแหน่งธิดาประจำเผ่ากะเหรี่ยง ส่วนตำแหน่งธิดาประจำชนเผ่าม้งได้แก่ นางสาวแสงจันทร์ หวานซึ้ง
ซึ่งนอกจากการประกวดธิดาชนเผ่าแล้ว ยังมีการเดินแฟชั่นโชว์การกุศลในชุดชนเผ่า และชุดนานาชาติ นำโดยนายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยนางหทัยชนก พนัสอำพล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในชุดชนเผ่าลีซู และนายแบบนางแบบกิตติมศักดิ์ เพื่อเป็นการโปรโมทชุดการแต่งกายพื้นเมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้เป็นที่รู้จักอีกด้วย



ข่าวโดย : พักตร์ภูมิ ปัญญาไชยพัฒน์

ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศร่วมแข่งขันเดิน - วิ่ง แควน้อยบำรุงแดน มาราธอน 2014 ที่จังหวัดพิษณุโลกอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามบริเวณสันเขื่อน

ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศร่วมแข่งขันเดิน - วิ่ง แควน้อยบำรุงแดน มาราธอน 2014 ที่จังหวัดพิษณุโลกอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามบริเวณสันเขื่อน

เช้าวันที่ ( 8 ก.พ.57 ) ที่บริเวณสันเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก นายวิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการการแข่งขันเดิน – วิ่ง แควน้อยบำรุงแดน มาราธอน 2014 โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเข้าร่วมการแข่งขันกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศที่งดงามบริเวณสันเขื่อนที่แวดล้อมไปด้วยทิวเขาที่อุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ซึ่งการจัดการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 4 โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการแข่งขัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย ให้สุขภาพแข็งแรง ตลอดจนเป็นประชาสัมพันธ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ซึ่งเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก และเป็นเขื่อนสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงาม เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนและทัศนศึกษา ที่สำคัญเหมาะแก่การออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพอากาศในพื้นที่ดีมาก พร้อมกันนี้ยังเป็นการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับการแข่งขันแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทมาราธอน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ประเภทฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21.1 กิโลเมตร ประเภทมินิมาราธอน ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร ประเภทเดิน – วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 3 กิโลเมตรและประเภทเดิน – วิ่ง ฟันรัน ระยะทาง 3 กิโลเมตร ทั้งนี้นายวิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ยังได้ร่วมการแข่งขันในประเภทเดิน – วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 3 กิโลเมตร อีกด้วย

จังหวัดพิษณุโลกแถลงข่าวเตรียมจัดงานเทศกาลโคมไฟ ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยเชื้อสายจีน

จังหวัดพิษณุโลกแถลงข่าวเตรียมจัดงานเทศกาลโคมไฟ ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยเชื้อสายจีน ตลอดจนเป็นการสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้น และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพิษณุโลก นายวิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนางเปรมฤดี ชามพูนท ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก นางสาววราภรณ์ จาตุกัญญาประทีป ประธานคณะกรรมการจัดงานเทศกาลโคมไฟ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมจัดงานเทศกาลโคมไฟ ประจำปี 2557 ซึ่งการจัดงานดังกล่าวเพื่อส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยเชื้อสายจีน ตลอดจนเป็นการสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้น และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก โดยงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 ก.พ. นี้ นางสาววราภรณ์ จาตุกัญญาประทีป ประธานคณะกรรมการจัดงานเทศกาลโคมไฟ ประจำปี 2557 กล่าวว่า งานเทศกาลโคมไฟนั้น ถือได้ว่าเป็นประเพณีอันดีงามที่น่าส่งเสริม โดยทุกบ้านจะนำโคมจีนมาแขวนไว้หน้าบ้าน และมีงานเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองก่อนที่วันต่อไปจะต้องทำงานหนัก เป็นกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยเชื้อสายจีน ตลอดจนเป็นการสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้น และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี หลังวันปีใหม่ของจีน 15 วัน ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ภายในงาน วันที่ 12 กุมภาพันธ์ จะได้พบกับขบวนแห่โคมไฟ สายเลือดมังกร อันตระการตา ซึ่งปีนี้ นับเป็นขบวนแห่โคมไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ประกอบไปด้วย ขบวนเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ฮก ลก ซิ่ว ขบวนล่อโก้ว ขบวนฮวยน้า ขบวนเองกอจากศาลเจ้าแม่ทับทิม อ.วังทอง ขบวนมังกรเงิน มังกรทอง ขบวนสิงโตกวางตุ้ง สิงโตดอกเหมย สิงโต 4 เผ่าพันธุ์ ขบวนมังกรทะยานฟ้า ขบวนสิงโตปักกิ่ง ขบวนรถแห่โคมไฟ เหล่าเทพธิดาและสาวงามจากการประกวดมิสง่วนเซียว และกิจกรรมบนเวทีสวนชมน่านที่หลากหลาย ตลอด 3วัน 3 คืน และการประกวดหนูน้อยง่วนเซียว ประจำปี 2556 ในวันที่ 13กุมภาพันธ์ 2557 และ การประกวดสาวงามเทศกาลโคมไฟ หรือมิสง่วนเซียว ประจำปี 2557 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 นอกจากนี้ ในปีนี้ ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่า ยังได้ร่วมจัดงานให้มีความยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สำคัญอีก 1 กิจกรรม ของจังหวัดพิษณุโลก โดยการนำเอา การแสดงโคมไฟมีชีวิต 4 มิติ ครั้งแรกในประเทศไทยโดยจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่า จ.พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 12-16 กุมภาพันธ์2557 ด้วย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลโคมไฟจังหวัดพิษณุโลก ประจำปี 2557 อีกด้วย

ประชาชนชาวลำปาง และจากต่างจังหวัด กว่า 800 คน ร่วมกิจกรรม "ปั่น รัก(ษ์) พิทักษ์โลก" รณรงค์ลดการใช้พลังงาน บรรเทาภาวะโลกร้อน

จังหวัดลำปาง ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดกิจกรรม "ปั่น รัก(ษ์) พิทักษ์โลก" รณรงค์ลดการใช้พลังงาน ใช้รถ ใช้น้ำมัน ลดปัญหามลพิษทางอากาศ บรรเทาภาวะโลกร้อน ที่ บริเวณสวนสาธารณะเขลางค์นคร ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมขบวนปั่นจักรยานรณรงค์ฯ โดยมี สมาชิกจากชมรมจักรยานจังหวัดลำปาง และสมาชิกชมรมจักรยานจากต่างจังหวัด กลุ่มประชาชนผู้ใช้รถจักรยานในเขตเทศบาลนครลำปาง และเขตชุมชนใกล้เคียง รวมมากกว่า 800 คัน เข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานรณรงค์ลดการใช้พลังงานไปรอบตัวเมืองลำปาง

กิจกรรม “ปั่น รัก(ษ์) พิทักษ์โลก” เป็นกิจกรรมที่ได้จัดทำขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้หันมาใช้รถจักรยานเป็นพาหนะในการเดินทาง และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนได้เกิดความสนใจที่จะออกกำลังกาย เพื่อดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัว ชุมชน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง และเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในชุมชนท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ตลอดจนเพื่อเป็นการรณรงค์ส่งเสริมช่วยลดปริมาณรถจักรยานยนต์และรถยนต์ในท้องถนน ลดปัญหาการจราจรติดขัด ลดมลพิษทางเสียง ทางอากาศ ช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน รวมทั้งยังเป็นการช่วยประหยัดพลังงานน้ำมัน สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และสามารถลดค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน

ทั้งนี้กิจกรรม “ปั่น รัก(ษ์) พิทักษ์โลก” มีกำหนดการจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2555 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2557 ในพื้นที่ 5 จังหวัด ซึ่งได้จัดกิจกรรมรณรงค์ไปก่อนหน้านี้แล้วใน 3 จังหวัด ได้แก่ น่าน บุรีรัมย์ และแพร่ สำหรับการจัดกิจกรรมที่จังหวัดลำปาง เป็นการจัดงานกิจกรรม ครั้งที่ 4 โดยขบวนรถจักรยาน “ปั่น รัก(ษ์) พิทักษ์โลก” ได้ออกปั่นรณรงค์จากสวนสาธารณะเขลางค์นคร ไปตามถนนเส้นทางสายต่างๆ รอบตัวเมืองลำปาง ผ่านสถานที่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานที่สำคัญๆ ในตัวเมือง เช่น ศาลหลักเมือง วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม วัดปงสนุก และวัดศรีรองเมือง เป็นต้น และขบวนรณรงค์ฯ ได้วนกลับเข้าสู่ สวนสวนสาธารณะเขลางค์นคร รวมระยะทางรณรงค์ทั้งสิ้น 18.7 กิโลเมตร
ดูคลิป http://youtu.be/Oii66pPv3MU



ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานประกวดตกแต่งภูมิทัศน์และจัดร้านค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) "งามสะพรั่งมวลพฤกษาล้ำค่าภูมิปัญญาชาติพันธุ์เชียงใหม่"

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานประกวดตกแต่งภูมิทัศน์และจัดร้านค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) "งามสะพรั่งมวลพฤกษาล้ำค่าภูมิปัญญาชาติพันธุ์เชียงใหม่" ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

วันที่ (7 กุมภาพันธ์ 2557) เวลา 17.30 น. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นประธานในพิธีเปิดร้านค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 25 อำเภอ ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ปี 2557 ภายใต้ชื่องาน “งามสะพรั่งมวลพฤกษาล้ำค่าภูมิปัญญาชาติพันธ์เชียงใหม่” ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในงานนี้มีการจัดการประกวดความสวยงามของร้าน แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ (ตกแต่งด้วยไม้ดอก/ไม้ประดับ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของท้องถิ่น) การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ OTOP ให้สวยงาม น่าสนใจ และใช้ในเชิงพาณิชย์ ความพร้อมเพรียงและการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง (การแต่งกายชาติพันธุ์/พื้นเมือง การแสดงทางวัฒนธรรม) รูปแบบการนำเสนอ (ความคิดสร้างสรรค์ เทคนิค เรื่องราว เชื่อมโยง และสอดคล้องกับการงาน)

นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่โดยอนุกรรมการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และคณะกรรมการเครือข่ายหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์จังหวัด ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP พร้อมทั้งจัดประกวดร้านแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของทุกอำเภอ ภายใต้แนวคิด “งามสะพรั่งมวลพฤกษาล้ำค่าภูมิปัญญาชาติพันธุ์เชียงใหม่” โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ 2.เพื่อสร้างโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมช่องทางการตลาดของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดเชียงใหม่ 3.เพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิต วัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์จังหวัดเชียงใหม่ 4.สนับสนุนให้มีการสร้างเครือข่ายการผลิต การตลาดให้มีความเข้มแข็งสามารถบริหารจัดการ และสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP โดยการตัดสินการประกวดรางวัลชนะเลิศ อำเภอ แม่ริม เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่ห์ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 อำเภอแม่แตง เงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมโล่ห์ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่2 อำเภอฝาง เงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมโล่ห์ รางวัลชมเชย 3 รางวัล ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอสันกำแพง และอำเภอดอยสะเก็ด รางวัลละ 1,000 บาท พร้อมใบประกาศ



ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา/อนันต์ ชุ่มใจ

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน "ข่วงวัฒนธรรม ชาติพันธุ์" ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดงาน "ข่วงวัฒนธรรม ชาติพันธุ์" ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมสืบทอด และประชาสัมพันธ์มรดกประเพณีวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้เข้ากับกิจกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการนำเสนออัตลักษณ์ วิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรม

วันที่ (7 กุมภาพันธ์ 2557) เวลา 19.00 น. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานเปิดงาน “ข่วงวัฒนธรรม ชาติพันธุ์” ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในงานนี้ได้มีการนำเอาการแสดง ด้านอัตลักษณ์ ประเพณี และวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ผนวกเข้ากับการจัดงานไม้ดอกไม้ประดับได้อย่างลงตัว ทำให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ได้มีโอกาสเผยแพร่ ประเพณีวัฒนธรรมของตน ให้สังคมและประชาชนได้ชื่นชม นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดงาน “ข่วงวัฒนธรรม ชาติพันธุ์” ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 มีวัตถุประสงค์หลักในการกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดงาน ของจังหวัดให้สอดคล้องต่อเศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบัน เพิ่มขีดการแข่งขัน ด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมสืบทอด และประชาสัมพันธ์มรดกประเพณีวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้เข้ากับกิจกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการนำเสนออัตลักษณ์ วิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรม ภายใต้เวทีการแสดง “ข่วงวัฒนธรรม ชาติพันธุ์”



ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา

เรือนจำจังหวัดพะเยา จัดโครงการ "สายสัมพันธ์วันแห่งความรัก" เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีได้รับการเยี่ยมอย่างใกล้ชิดจากญาติภายในเรือนจำในลักษณะแบบใกล้ชิดตัว

นายไพฑูรย์ อำพันธ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า เรือนจำจังหวัดพะเยา กำหนดจัดโครงการ “สายสัมพันธ์วันแห่งความรัก” ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 ภาคเช้า เวลา 09.00-11.00 น. ภาคบ่าย เวลา 13.00-15.00 น. ณ โรงอบรมผู้ต้องขัง ภายในเรือนจำจังหวัดพะเยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี อยู่ในระเบียบวินัยของเรือนจำได้รับการเยี่ยมอย่างใกล้ชิดจากญาติภายในเรือนจำในลักษณะแบบใกล้ชิดตัว ไม่มีสิ่งกีดขวางในการสนทนา มีโอกาสได้พบปะและรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการสร้างความอบอุ่นและความเข้าใจอันดีในครอบครัว และสร้างความอบอุ่นแก่ผู้ต้องขังรวมทั้งทำให้ผู้ต้องขังเกิดความรู้สึกที่ดี มีกำลังใจจะกลับตนเป็นคนดีของสังคมภายหลังพ้นโทษ สำหรับญาติที่จะเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง ต้องเกี่ยวดองโดยตรงกับผู้ต้องขัง คือ เป็นบิดา มารดา สามี ภรรยา พี่น้อง และบุตรของผู้ต้องขังเท่านั้น ซึ่งญาติสามารถเข้าเยี่ยมในแต่ละครั้งได้ไม่เกิน 3 คน ต่อผู้ต้องขัง 1 คน

ทั้งนี้ญาติของผู้ต้องขังสามารถแจ้งความจำนงจองวันเยี่ยมได้ที่ ฝ่ายทัณฑปฏิบัติ เรือนจำจังหวัดพะเยา ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 ในวันและเวลาราชการ โดยนำสำเนาบัตรประชาชนหรือบัตรอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้ไปแสดงด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนควบคุมและทัณฑปฏิบัติ ฝ่ายทัณฑปฏิบัติ เรือจำจังหวัดพะเยา โทร.054-887242 ต่อ 112


ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

จังหวัดพะเยา เตรียมจัดกิจกรรมเวียนเทียนทางน้ำ กลางกว๊านพะเยา หนึ่งเดียวในโลก เนื่องในวันมาฆบูชา 14 กุมภาพันธ์นี้

นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า จังหวัดพะเยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยาหนึ่งเดียวในโลกเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2557 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต และประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา โดยกำหนดการในวันดังกล่าวนั้น จะเริ่มตั้งแต่เวลา 07.30 น. ซึ่งจะเป็นการประกอบพิธีทางศาสนา พร้อมทำบุญตักบาตรข้าวสารตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์จำนวน 87 รูป ณ บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ส่วนในภาค่ำนั้นจะเป็นกิจกรรมเวียนเทียนทางน้ำรอบวัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา ซึ่งมีพระพุทธรูปหินทราย หลวงพ่อศิลา อายุกว่า 500 ปี ประดิษฐานประจำวัดติโลกอาราม โดยจะเริ่มพิธีตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ทั้งนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสกับบรรยากาศการเวียนเทียนทางน้ำที่ถือว่ามีแห่งเดียวในโลก ประกอบกับวันดังกล่าวตรงกับวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไลน์ ซึ่งน่าจะมีทั้งคู่รักและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

สำหรับการเวียนเทียนทางน้ำรอบวัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยานั้นถือเป็นการเวียนเทียนทางน้ำ หนึ่งเดียวในโลกที่จังหวัดพะเยา โดยรอบปีหนึ่งจะจัดเพียง 3 ครั้งเท่านั้น คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา จังหวัดพะเยาจึงขอเชิญชวนประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติ ร่วมพิธีเวียนเทียนทางน้ำ ตามวันเวลา และสถานที่ดังกล่าว


ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

สาธารณสุขพะเยาร่วมรณรงค์งดการเผาทุกชนิด เตือนกลุ่มเสี่ยงให้ดูแลสุขภาพใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันมลพิษหมอกควัน

นายแพทย์สุรินทร์ สุมนาพันธุ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ปัญหาการเกิดหมอกควันและไฟป่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจาทุกปีในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย จากสถานการณ์ในปี 2555 – 2556 ที่ผ่านมา จังหวัดพะเยามี ค่าPM 10 หรือค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนเฉลี่ยใน 24 ชั่วโมง เกินมาตรฐาน จำนวน 25 วัน และ 17 วัน ตามลาดับ โดยปี 2555 มีค่าสูงสุดในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 ถึง 278.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ปี 2556 มีค่าสูงสุดวันที่ 26 มีนาคม 2556 จากสถานการณ์ดังกล่าวจังหวัดพะเยาโดยผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา จึงถือเรื่องการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าเป็นนโยบายที่สำคัญ ที่ต้องได้รับการป้องกันและแก้ไขด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และออกประกาศจังหวัดเรื่องมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยกำหนดมาตรการงดเผา 80 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2557 ถึงแม้ว่าในขณะนี้ ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM 10) ยังไม่เกินค่ามาตรฐานก็ตาม

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา กล่าวด้วยว่า สานักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา ได้แจ้งขอความร่วมมือหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่ง และอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน (อสม.) รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยจากมลพิษหมอกควันและแนะนำประชาชน ป้องกันที่ต้นเหตุ คืองดการเผาทุกชนิด เพื่อลดปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน โดยมีข้อแนะนำการดูแลสุขภาพสาหรับประชาชนทั่วไปและประชาชนกลุ่มเสี่ยงดังนี้ คือ (1) ช่วงเวลาที่มีหมอกควันหรือฝุ่นละอองมาก ให้ป้องกันด้วยการสวมหน้ากากอนามัย (2) หลีกเลี่ยงการออกกาลังกายหรือมีกิจกรรมในที่โล่งแจ้งนานๆ (3) ปิดประตู หน้าต่างที่พักอาศัย หรือในกรณีที่ไม่สามารถปิดประตูหน้าต่างได้ ให้ใช้ผ้าชุบน้า ทาเป็นม่านปิดประตูหน้าต่าง เพื่อเป็นตัวกั้นฝุ่นไม่ให้เข้าบ้าน (4) ดื่มน้ามากๆ และงดเว้นการสูบบุหรี่ และ (5) หากมีอาการผิดปกติต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก แสบจมูก ไอ เสียงแหบ หายใจลาบาก และแสบตา มีผื่นแดงตามร่างกาย ให้รีบไปตรวจรักษาและพบแพทย์ทันที สาหรับกลุ่มเสี่ยงจะต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ โดยจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการรับประทานยา การรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่องหรือรีบไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการทรุดลง



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อยร่วมกับชาวบ้านบวชป่าฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม 2 แผ่นดิน แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 10.00 น. ที่บริเวณดอยผา ตำบลแม่ยวมน้อย อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิจารณ์ ณรงค์รุ่งเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อย ร่วมกับชาวบ้านจัดโครงการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการนำชาวเข้าร่วมพิธีบวชป่า มีพระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าไม้ของดอยผา ซึ่งเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้นานาพันธุ์

หลังจากพิธีสงฆ์เสร็จสิ้นได้มีการมอบผ้าห่มกันหนาวให้ชาวบ้านที่มาร่วมพิธีบวชป่า และมอบผ้าเหลืองเพื่อสำหรับบวชต้นไม้ให้ชาวบ้านช่วยกันนำไปผูกต้นไม้ในพื้นที่เพื่อเป็นการบวชป่าตามประเพณีความเชื่อของชาวบ้านว่าต้นไม้ที่มีผ้าเหลืองผูกติดไว้ถือว่าเป็นการบวชแล้วถ้าใครไปตัดก็จะเป็นบาปติดตัว
นายวิจารณ์ ณรงค์รุ่งเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อย กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยนับวันจะเหลือน้องลง เนื่องจากมีประชากรเพิ่มขึ้น การบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการเกษตรก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้ทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลายจำนวนมากกว่า 60 % ดังนั้นจึงต้องปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นความสำคัญของป่าไม้และแหล่งน้ำ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ยวมน้อยได้นำชาวบ้านในเขตรับผิดชอบของแม่ยวมน้อย อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยง และตำบลแม่สึก เขตอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งมีพื้นที่เขตติดต่อร่วมกันรักษาป่าไว้ให้ลูกหลานและเยาวชนได้สานต่อในการดูแลป่าไม้

นายวิจารณ์ กล่าวอีกว่า เขตพื้นที่ดอยผา ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลโดยประมาณ 1,800 เมตร ในตอนเช้ามีทะเลหมอกอากาศจะหนาวเย็นอยู่ที่ 5 องศาเซลเซียส และตอนเย็นก็จะมองเห็นพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลจะเสนอของบประมาณยุทธศาสตร์จังหวัดพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวสามารถพักกางเตนท์ชมความสวยงามและสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น.



ข่าวโดย : สมาน ต้นใส /สวศ.แม่ฮ่องสอน

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เชียงใหม่ กรมประชาสัมพันธ์ จัดเวทีเสวนาร้อยรวมใจเพื่อใต้สันติสุข เพื่อเผยแพร่หลักคำสอนของศาสนาพุทธและอิสลามที่ถูกต้อง

เช้าวันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2557)  นายอดิศร กำเนิดศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิด เวทีเสวนาร้อยรวมใจเพื่อใต้สันติสุข เพื่อเผยแพร่หลักคำสอนของศาสนาพุทธและอิสลามที่ถูกต้อง ที่โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมการสัมมนา ประกอบด้วย สื่อมวลชน และเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด รวม 80คน เพื่อให้สื่อมวลชนและเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ ที่ร่วมการสัมมนานำข้อมูลข่าวสารไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักสอน ของศาสนาทุกศาสนาที่ถูกต้อง และนำไปเป็นแนวปฎิบัติในการ ดำเนินชีวิตอันนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขบนพื้นฐานความแตกต่างทางศาสนา ต่อไป

ในงานมีการสัมนนา ประกอบ การบรรยาย เรื่องประสบการณ์ การปฎิบัติงานประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พลตรีอัคร ทิพย์โรจน์ ที่ปรึกษากองทัพบก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในเรื่องการประชาสัมพันธ์และการจัดการข่าวสาร และการบรรยายเรื่อง หลักคำสอนทางศาสนาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกันในหลักคำสอนทางศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์ซอแระห์ แสวงศิริผล และพระมหาช่วง ภูรีฑฒโน วัดศรีชลธาร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และรับฟังการบรรยาย เรื่องอิสลาม วิถีชีวิตแห่งอารายธรรม จาก ดร.บรรจง ไวทยเมธา รองผู้อำนวยการศูฯย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในวิ๔ชีวิตของชาวมุสลิม โดยเฉพาะในเรื่องของฮาลาล ซึ่งเป็นข้อปฎิบัติที่สำคัญประการหนึ่งของมุสลิม อันจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่าสันติสุขต่อไป นอกจากนั้นผู้เข้าร่วมการสัมมนาจะได้ศึกษาดูงานการแสดงสินค้าฮาลาล นานาชาติเชียงใหม่ และศึกษาดูงานการประชาสัมพันธ์เผยแพร่สินค้าผลิตภัณฑ์ การบริการต่างๆที่เกี่ยวกับข้องกับฮาลาลจากทุกภาคของประเทศ/


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว

อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน สนธิกำลัง ทำลายไร่ฝิ่น กว่า 27,000 ต้น ไม่พบผู้กระทำความผิด

เมื่อวานนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2557)  นายชิษณุพงศ์ บรูณา นายอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้นายสมชาย โภคาเทพ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าที่ฝ่ายปกครอง กองร้อย และ อส.แม่ลาน้อยที่ 5 จำนวน 9 นาย เข้าตัดทำลายและเผาต้นฝิ่น พร้อมยึดของกลาง ที่บ้านหัวดอย หมู่ที่ 5 ตำบลสันติคีรี จำนวน 2 แปลง แปลงที่ 1 บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ พบฝิ่นประมาณ 13,500 ต้น สูงประมาณ 30 เซนติเมตร และแปลงที่ 2 เนื้อที่ประมาณ 1 งาน พบฝิ่นประมาณ 3,500 ต้น สูงประมาณ 100 เซนติเมตร

นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ เข้าตัดทำลายและเผาต้นฝิ่น พร้อมยึดของกลาง ที่บ้านกะริคี หมู่ที่ 6 ตำบลสันติคีรี จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 3 งาน พบฝิ่นประมาณ 10,000 ต้น สูงประมาณ 25 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลาง และดำเนินการ หาตัวผู้กระทำความผิด เพื่อลงโทษตามกฏหมายต่อไป/



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดประชุมชี้แจงการจัดอบรมกิจกรรมฟื้นฟูอาชีพ ภายใต้โครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้คงค้างต่ำกว่า 500,000 บาท

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดประชุมชี้แจงการจัดอบรมกิจกรรมฟื้นฟูอาชีพ ภายใต้โครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้คงค้างต่ำกว่า 500,000 บาท

เมื่อวานก่อน (4 ก.พ.57) นายปรัชญา มากไมตรี สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมชี้แจงการจัดอบรมกิจกรรมฟื้นฟูอาชีพ ภายใต้โครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้คงค้างต่ำกว่า 500,000 บาท แก่ผู้บริหารสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนจำนวน 10 แห่ง ที่ ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างความเข้าในในแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามโครงการ โดยมีสมาชิกสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 1,173 ราย รวมจำนวนเงินที่ให้การช่วยเหลือฟื้นฟูอาชีพ จำนวน 3,519,000 บาท สำหรับสมาชิกสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ เป็นการบรรเทาภาระหนี้สินของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และมีปัญหาการส่งชำระหนี้ทั้งสถานะหนี้ปกติและหนี้ค้างชำระ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาอาชีพและเพิ่มรายได้แก่สมาชิกสหกรณ์ให้สามารถส่งชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรได้ภายหลังจากเข้าร่วมโครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อย

นายบุญส่ง วงศ์โสภา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารจัดการสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวฯ เกิดจากนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินการพักหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้ต่ำกว่า 500,000 บาท อย่างน้อย 3 ปี และปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้มีหนี้เกิน 500,000 บาท รวมทั้งจัดทำแผนฟื้นฟูอาชีพและแผนปรับโครงสร้างการผลิตอย่างครบวงจรเพื่อสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคง ซึ่งครอบคลุมเกษตรกรรายย่อยที่เป็นสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรด้วย สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเป็น 2 ลักษณะ คือ กลุ่มที่มีหนี้ค้างชำระ จะได้รับการชดเชยดอกเบี้ยให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี ของมูลหนี้ที่เหลืออยู่จริง และกลุ่มที่มีหนี้ปกติจะได้รับการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ทั้งนี้เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึง 30 กันยายน 2558




ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน

อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน แหล่งผลิตผ้าบาติก ผ้ามัดย้อมที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ จัดงานบาติกงามพร้อม มัดย้อมงามตา งานผ้ากองงาม ครั้งที่ 6

อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน แหล่งผลิตผ้าบาติก ผ้ามัดย้อมที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ จัดงานบาติกงามพร้อม มัดย้อมงามตา งานผ้ากองงาม ครั้งที่ 6 มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างอาชีพสร้างรายได้แก่ชุมชน

นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน บาติกงามพร้อม มัดย้อมงามตา งานผ้ากองงาม ครั้งที่ 6 ณ บริเวณหน้าวัดป่าเหียง บ้านกองงาม ตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้ทดลองทำผ้ามัดย้อมตั้งแต่ขั้นตอนการพับผ้า มัดด้วยยาง จุ่ม ย้อมสี ผลออกมาสวยงามไม่แพ้มืออาชีพ นายทวี ณ ลำพูน นายกเทศมนตรีตำบลแม่แรง กล่าวว่า ตำบลแม่แรงมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่เกิดจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน สืบทอดต่อกันมาแต่บรรพบุรุษ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือที่แปรรูปเป็นสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่ม ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นที่รู้จักแพร่หลาย นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก ผ้ามัดย้อมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อีกประเภทหนึ่งที่สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนตำบลแม่แรงและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนมาก เนื่องจากมีช่างฝีมือดีที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องผ้าและได้เข้ารับการฝึกอบรมการทำผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม สามารถประกอบอาชีพเองและขยายตัวในชุมชน สร้างอาชีพสร้างรายได้แก่ชุมชน จนกลายเป็นหนึ่งเดียวของจังหวัดลำพูนในเรื่องศิลปะบนผืนผ้าที่สื่อให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ จนเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย สามารถส่งไปขายทั้งในและต่างประเทศ แหล่งผลิตใหญ่ๆ กระจายอยู่ในชุมชนหลายหมู่บ้าน ได้แก่ บ้านกองงาม บ้านต้นผึ้ง บ้านแม่แรง และบ้านป่าเบาะ การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 7–9 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์และส่งเสริมรายได้ให้แก่ชุมชน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลแม่แรงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของตลาดผ้าบาติกและผ้ามัดย้อม

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ความร่มเย็นเป็นสุขของคนในชุมชนเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น ความสามัคคีในหมู่คณะที่ทุกคนทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานนี้ขึ้นและทำเพื่อชุมชน ประการสำคัญประการหนึ่งคือเศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชน ตำบลแม่แรงถือเป็นชุมชนตัวอย่างชุมชนหนึ่งที่มีเศรษฐกิจอยู่ในระดับดี ที่ประชาชนยังคงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะการเป็นแหล่งผลิตผ้าบาติก ผ้ามัดย้อมที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลำพูนและใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ขอให้ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ประกอบการ ลูกจ้าง ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย พัฒนาผลงานและคุณภาพของสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อความยั่งยืนของอาชีพที่นำมาซึ่งรายได้
ภายในงานพบกับการเปิดร้านจำหน่ายผ้ามัดย้อมและผ้าบาติก รวมถึงของดีบ้านกองงาม และหมู่บ้านใกล้เคียง ชมการสาธิตขั้นตอนกระบวนการทำผ้ามัดย้อม–บาติก ชมการแสดงแฟชั่นโชว์หนูน้อยบาติก การประกวดธิดาบาติก วงดนตรีลูกทุ่งคำเมือง เสมา เมืองเม็งราย และเอ็ดดี้ ตลาดแตก


ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ