วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

กกต.แม่ฮ่องสอน เตรียมจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันที่ 30 มีนาคม 2557 ผู้ประสงค์ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ให้แจ้งเหตุตามระยะเวลาที่กำหนด

นายพันธ์รัตน์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า กกต.แม่ฮ่องสอน เตรียมจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ในวันที่ 30 มีนาคม 2557 โดยผู้ประสงค์ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด สามารถยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นที่ตนอยู่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด ในวันที่ 23 มีนาคม 2557 ที่ศาลาประชาคม จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ หอประชุมอำเภอแม่สะเรียง

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ให้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามแบบ ส.ว. 28 พร้อมระบุหมายเลขประจำตัวประชาชน และที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้านให้ชัดเจน ยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ด้วยตนเองหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยต้องแจ้งเหตุก่อนวันเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 23 - 29 มีนาคม 2557 หรือหลังวันเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม ถึงวันที่ 6 เมษายน 2557
หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน กกต.แม่ฮ่องสอน โทรศัพท์หมายเลข 053-612878/


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

เกิดเหตุสองสามี ภรรยาจมน้ำเสียชีวิต ที่อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันนี้ (27 ก.พ.2557)  ตำรวจภูธรขุนยวม ได้รับแจ้งว่า พบศพ ชาย หญิง บริเวณสระน้ำ หลังศูนย์วิจัยป่าไม้ตำบลขุนยวม กลางทุ่งนาโป่ง หมู่ 2 ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วย กู้ชีพ กู้ภัย เทศบาลตำบลขุนยวม และ อส. รุดไปที่เกิดเหตุ พบศพสองสามี ภรรยา ชื่อนายทองฤทธิ์ ไชยนา อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 379 หมู่ 2 ตำบลขุนยวม อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ นางสาวพิมพรรณ มณทนม อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 2 ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ คาดว่าสามีภรรยาจะไปหาปลา สามีคงเป็นตะคริว และภรรยาจะไปช่วย เลยจมน้ำทั้งคู่ เจ้าหน้าที่ นำศพให้ญาติ เพื่อไปบำเพ็ญกุศลต่อไป



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน

เครือข่าย อปท.ภาคเหนือรวมตัวรณรงค์ลดการเผาป่าและเผาในที่โล่ง ที่จังหวัดลำปาง

เครือข่ายเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนภาคเหนือ(LA21) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 21 แห่งในภาคเหนือ ร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาหมอกควัน งดเผาป่า และเผาในที่โล่ง ที่จังหวัดลำปาง

เครือข่ายเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนภาคเหนือ(LA 21) ซึ่งอยู่ภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 21 เครือข่ายในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ไม่น้อยกว่า 500 คน เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ “หมู่เฮาฮ้อยผญ๋า บ่อเผาป่า เพิ่มปื้นตี่สีเขียว” ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเหนือจัดขึ้น ที่จังหวัดลำปาง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ความเข้มแข็งของชุมชน ในเรื่องจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นด้วยตนเอง ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อมุ่งสู่ชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนประสบปัญหารุนแรงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ทุกปี

ทั้งนี้ได้มีพิธีลงนามข้อตกลงด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นในพื้นที่องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเหนือ เพื่อเผยแพร่ความรู้ สร้างความเข้าใจ และส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการสิ่งแวดล้อม และการเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการขับเคลื่อนกิจกรรมลดการเผาในที่โล่ง จากปราชญ์ชุมชนผู้ลงมือปฏิบัติจริง จนเกิดผลงานที่เป็นประจักษ์ชัดในระดับประเทศ
ขณะที่สถานการณ์หมอกควันจากการเผาในพื้นที่จังหวัดลำปางช่วงนี้ยังพบเห็นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน 120 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร แล้ว 7 วัน และหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมคาดการณ์ว่าเดือนมีนาคมสถานการณ์หมอกควันจะรุนแรงขึ้นจากการเผาป่าและเผาในที่โล่ง

นายเสริมยศ สมมั่น กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนในชุมชนงดเผาป่าและเผาในที่โล่งอาจต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี เนื่องจากมีชาวบ้านบางส่วนที่ยังเชื่อว่าการเผาป่าคือความเคยชินดั้งเดิม โดยสาเหตุหลักมาจากการเผาเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ เผาข้างทาง และลามเข้าป่า ซึ่งล้วนเกิดจากฝีมือของมนุษย์ทั้งสิ้น



ข่าวโดย : อธิชัย ต้นกันยา

จ.ลำปาง จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ แก่ผู้นำท้องถิ่น ซักซ้อมแนวทางการจัดสร้างฝายชะลอน้ำ แบบผสมผสานในพื้นที่ ตั้งเป้าสร้างฝายให้ได้ 1,040 แห่ง

ที่ทำการปกครองจังหวัดลำปาง จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การจัดทำฝายให้แก่ผู้นำท้องถิ่น ตามโครงการ "ประชาอาสาจัดทำฝาย ต้นน้ำลำธารแบบผสมผสาน(Check Dam) ตามแนวพระราชดำริ" ที่ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง มีนายฤทธิพงศ์ เตชะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา โดยมีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ตำบลต่างๆ จาก 9 อำเภอ ของจังหวัดลำปาง ประกอบด้วย อำเภอเมืองลำปาง, เกาะคา, สบปราบ, เสริมงาม, ห้างฉัตร, แม่ทะ, เถิน และอำเภอแม่พริก รวมจำนวน 717 คน เข้าประชุมสัมมนาร่วมกัน

การประชุมสัมมนาดังกล่าว เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในโครงการ “ประชาอาสาจัดทำฝาย ต้นน้ำลำธารแบบผสมผสาน ตามแนวพระราชดำริ” ซึ่งที่ทำการปกครองจังหวัดลำปาง ได้จัดทำขึ้น เพื่อซักซ้อมความเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติในการจัดทำฝายให้แก่ผู้นำชุมชนท้องถิ่น ร่วมกับการให้ความรู้ถึงวิธีการสร้างฝาย Check Dam ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้นำชุมชนที่ผ่านการสัมมนาในครั้งนี้ ได้มีความรู้ และร่วมเป็นแกนนำ ในการที่จะขยายผลองค์ความรู้นั้น ไปสู่ราษฎรในพื้นที่ชุมชนต่างๆ เพื่อให้แต่ละชุมชนช่วยกันดำเนินการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จัดสร้างฝายต้นน้ำลำธารแบบผสมผสาน ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ตามสภาพความเหมาะสม ทั้งนี้ สำหรับจังหวัดลำปาง มีเป้าหมายที่จะดำเนินการจัดสร้างฝายต้นน้ำลำธารแบบผสมผสาน Check Dam ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ๆ ละ 80 ฝาย รวมจำนวนฝายทั้งสิ้น 1,040 ฝาย
โดยการสัมมนาฯ ครั้งนี้ ได้มีทีมวิทยากรผู้มีความชำนาญ ในการจัดสร้างฝายชะลอน้ำแบบต่างๆ จาก บ.ปูนซีเมนต์ไทย(ลำปาง) จำกัด มาบรรยายให้ความรู้ ในการสร้างฝายต้นน้ำลำธารแบบผสมผสาน Check Dam ด้วยวัสดุธรรมชาติจากท้องถิ่นในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น การสร้างฝายด้วยท่อนไม้ขนาบด้วยหิน, การสร้างฝายด้วยท่อนไม้ขนาบด้วยถุงบรรจุดินหรือทราย, การสร้างฝายแบบคอกหมูแกนดินอัด ขนาบด้วยหิน, การสร้างฝายแบบเรียงด้วยหิน, การสร้างฝายแบบคอกหมูหินทิ้ง, การสร้างฝายแบบหลักคอนกรีตหินทิ้ง, การสร้างฝายแบบถุงทรายซีเมนต์, การสร้างฝายแบบคันดิน, การสร้างฝายแบบคอกหมูถุงทรายซีเมนต์ และการสร้างฝายแบบหลักไม้ไผ่สานขัดกัน เป็นต้น

ทั้งนี้ การสร้างฝายต้นน้ำลำธารแบบผสมผสาน Check Dam มีประโยชน์ด้วยกันหลายประการ ทั้งการช่วยลดการพังทลายของดิน และลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วย เพิ่มระยะเวลาการไหลของน้ำ ทำให้พื้นดินมีความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้น และสามารถแผ่ขยายกระจายความชุ่มชื้นออกไปเป็นวงกว้างในพื้นที่ทั้งสองฝั่งของลำห้วย รวมทั้งช่วยกักเก็บตะกอน ที่ไหลลงมากับน้ำในลำห้วย ช่วยยืดอายุของแหล่งน้ำตอนล่างให้ตื้นเขินช้าลง ทำให้คุณภาพของน้ำดีขึ้น มีตะกอนปะปนน้อยลง และยังเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่พื้นที่ เกิดความหนาแน่นของพันธุ์พืช ตลอดจนได้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งน้ำเพื่อการบริโภค อุปโภคอีกด้วย
ดูคลิป http://youtu.be/D-VEpEGScyo



ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต

ลำปาง ของบอุดหนุนโครงการพัฒนาเมือง 23 โครงการ อนุมัติแล้ว 1 โครงการ

ชุมชนเมืองในจังหวัดลำปาง 23 ชุมชน เสนอโครงการขอรับการอุดหนุนงบประมาณจากโครงการพัฒนาเมือง โครงการสร้างศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนศรีชุม เพียงโครงการเดียวที่ได้รับการอนุมัติ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากคณะกรรมการดำเนินโครงการพัฒนาเมืองให้ความเห็นชอบ

นายสุรินทร์ ปัญญาจันทร์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาเมือง เป็นโครงการที่รัฐบาลต้องการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ชุมชนเมือง ให้ตรงตามความต้องการของประชาชนในชุมชนอย่างแท้จริง โดยให้คนในชุมชนจัดทำประชาคม และเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนโครงการ ผ่านคณะทำงานโครงการพัฒนาเมืองระดับจังหวัด และผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการบริหารโครงการพัฒนาเมืองจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นประธาน โดยโครงการที่เสนอขอรับการอุดหนุนงบประมาณต้องเป็นโครงการที่มุ่งแก้ไขปัญหาและเป็นประโยชน์ต่อชุมชนโดยรวม อาทิ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในชุมชน เป็นต้น

นายสุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดลำปาง ชุมชนที่เสนอขอรับการอุดหนุนงบประมาณได้ ต้องเป็นชุมชนในเขตเทศบาลนครลำปางและเทศบาลเมืองเขลางค์นคร มีชุมชนเสนอโครงการ ทั้งสิ้น 23 ชุมชน ซึ่งเน้นโครงการเกี่ยวกับการก่อสร้างเป็นส่วนใหญ่ เมื่อคณะทำงานระดับจังหวัดพิจารณาเห็นชอบ จึงส่งให้คณะกรรมการดำเนินโครงการพัฒนาเมืองพิจารณาอนุมัติ จึงจะดำเนินโครงการได้ จากชุมชนที่เสนอทั้งหมด 23 โครงการ มีโครงการที่ผ่านการอนุมัติตามขั้นตอนแล้ว 1 โครงการ ได้แก่ โครงการสร้างศูนย์เรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนศรีชุม งบประมาณ 1 ล้าน 6 แสนบาท โดยต้องดำเนินการและรายงานผลตามระเบียบกำหนด ส่วนโครงการที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณา

นายสุรินทร์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการพัฒนาเมือง ก็เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งความเป็นพลเมืองในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ไขปัญหาของชุมชนอย่างรับผิดชอบร่วมกันในวิธีประชาธิปไตย รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดเมืองน่าอยู่ เมืองปลอดภัย เมืองแห่งความสุข เมืองที่มีพื้นที่สร้างสรรค์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองในพื้นที่ชุมชนเขตเทศบาลเมือง เทศบาลนคร เมืองพัทยา และพื้นที่ตามที่คณะกรรมการดำเนินโครงการพัฒนาเมืองกำหนด เกิดการกระจายอำนาจการตัดสินใจในการพัฒนาเมือง ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่สัมพันธ์กับความต้องการ และวัฒนธรรมของชุมชน


ข่าวโดย : อธิชัย ต้นกันยา

สภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง เล็งเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สภาเกษตรกรจังหวัดลำปางเล็ง เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร นำผู้เกี่ยวข้องศึกษาดูงานแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดลำปางและจังหวัดตาก

สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง นำโดย นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการเกษตร การท่องเที่ยว และสื่อมวลชน เดินทางไปศึกษาดูงานการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่จุดท่องเที่ยว Coco lampang , ฟาร์มแกะ Hug you จังหวัดลำปาง, จุดท่องเที่ยวภูเอก รีสอร์ท อ.บ้านตาก และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก จังหวัดตาก การเดินทางไปศึกษาดูงานครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการยกระดับความคิด ติดอาวุธทางปัญญา สร้างสัมมาชีพจังหวัดลำปาง ที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปางได้ดำเนินการ เพื่อให้เกษตรกรผู้สนใจได้มีโอกาสเรียนรู้จากภูมิปัญญาต้นแบบ และนำไปสู่การขยายผลความสำเร็จ สร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำปาง

นายศรีสะเกษ สมาน หัวหน้าสำนักงานเกษตรกรจังหวัดลำปาง กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตรจะทำให้เกิดการหมุนเวียน การจ่ายของนักท่องเที่ยว ชาวบ้านเองได้ผลิตในสิ่งที่ตัวเองทำได้ ไม่ได้ไปเพิ่มภาระใหม่เพียงแต่ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น การไปศึกษาดูงานการท่องเที่ยวเชิงเกษตรครั้งนี้ก็เพื่อนำแนวคิด ประสบการณ์มาปรับปรุงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ให้สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดลำปางสามารถพึ่งตัวเองได้
นายประพัฒน์ กล่าวว่า จังหวัดลำปางมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ยังไม่บอบช้ำ และยังพบแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติใหม่ๆ หลายแหล่งที่อำเภอแจ้ห่ม โดยส่วนตัวแล้วมีแนวคิดที่จะทำศูนย์เลี้ยงปศุสัตว์ จัดประกวดแพะ แกะแห่งชาติ ขึ้นภายในสวนเพชรลานนา อ.แจ้ห่ม เพื่อปรับความคิดของเกษตรกรหันมาทำเกษตรที่ใช้น้ำน้อย สร้างเอกลักษณ์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ และขยายเครือข่ายออกไปให้เกษตรกรในพื้นที่เข้ามาร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างชัดเจนต่อไป


ข่าวโดย : อธิชัย ต้นกันยา

สรรพากรพื้นที่ลำพูน เปิดให้บริการยื่นแบบ ภ.ง.ด. ๙๐, ๙๑ ปีภาษี ๒๕๕๖

สรรพากรพื้นที่ลำพูน เปิดให้บริการยื่นแบบ ภ.ง.ด. ๙๐, ๙๑ สำหรับปีภาษี ๒๕๕๖ ทางอินเตอร์เน็ตและคลีนิคภาษี ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ – ๘ เมษายน ๒๕๕๗ โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ

นางสาวทิพากร นาคะผิว สรรพากรพื้นที่ลำพูน เปิดเผยว่า สำนักงานสรรพากรพื้นที่ลำพูน ได้จัดให้มีบริการยื่นแบบ ภ.ง.ด. ๙๐, ๙๑ สำหรับปีภาษี ๒๕๕๖ ทางอินเตอร์เน็ตและคลีนิคภาษี ณ อาคารสำนักงานสรรพากรพื้นที่ลำพูน ชั้น ๑ ถนนหน้าวัดพระยืน ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ – ๘ เมษายน ๒๕๕๗ โดยในเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. นอกเวลาราชการ วันทำการ ตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ – ๑๙.๐๐ น. และวันยุดราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. (เฉพาะเดือนมีนาคม ๒๕๕๗)

สำหรับประชาชนที่มีข้อขัดข้องหรือปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร สามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๕๓๕๖ ๑๔๖๙ และ ๐ ๕๓๕๖ ๑๕๖๗ ต่อ ๒๐๙, ๒๐๘, ๑๐๖ หรือที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่ง ที่อยู่ใกล้บ้าน



ข่าวโดย : ศักดิ์สิทธิ์ กิตินันทน์

กกต.ลำพูน จัดการประชุมชี้แจง แนวทางการส่งเสริม การเลือกตั้ง ส.ว. ประจำปี 2557

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบนโยบาย แนวทางการปฏิบัติงานในการส่งเสริมการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ประจำปี 2557 ซึ่ง คณะทำงาน จาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูนได้ จัดการประชุมชี้แจง แนวทาง การดำเนินงานให้แก่ ผู้แทนจาก แต่ละอำเภอ , ผู้แทนจากหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ที่ ห้องประชุม โรงแรมเวียงศิริรีสอร์ท อำเภอเมืองลำพูน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูนลำพูน จัดการประชุมชี้แจงเพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ประจำปี พ.ศ. 2557 ให้แก่นายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น โดยมีนายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งมอบนโยบาย แนวทางการปฏิบัติงานในการส่งเสริมการเลือกตั้ง ให้แก่ผู้ร่วมประชุม ซึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานความร่วมมือ กับ ผู้บริหารสถานประกอบการ ในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ เพื่อร่วมรณรงค์ ให้พนักงาน ทั้งที่เป็น ชาวจังหวัดลำพูน และ ชาวต่างจังหวัดไปใช้สิทธิ์ เลือกตั้ง ในการเลือกตั้งล่วงหน้า และ การเลือกตั้งในวันเลือกตั้งจริง รวมถึง การจัดกิจกรรม รณรงค์ส่งเสริม ให้ประชาชนชาวจังหวัดลำพูน ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อ รักษาสถิติ เป็นจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิ ในระบอบประชาธิปไตย มากที่สุด ของประเทศเป็นสมัยที่ 11

ทางด้าน นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้ กล่าวถึง ความคาดหวังของ หน่วยงานทุกภาคส่วน ในจังหวัดลำพูน ซึ่งมีความต้องการ ให้ประชาชนชาวจังหวัดลำพูนมีความตื่นตัว ในการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หลังจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จ.ลำพูน จำนวน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งลดลง แต่ยังสามารถรักษาสถิติผูมาใช้สิทธิในระบอบประชาธิปไตยมากที่สุดของประเทศ ซึ่ง เจ้าหน้าที่ราชการ ของแต่ละอำเภอ จะต้อง ส่งเสริมความรู้ความ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ ข้อปฏิบัติ สิทธิหน้าที่ ในการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ได้รับทราบอย่างทั่วถึง

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ นายบรรหาร บูรณะประภา ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดลำพูน , นางพิมประไพ ดิชวงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน, และ เจ้าหน้าที่การเลือกตั้ง ประจำสำนักงานการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน ได้ร่วมพูดคุย ตอบข้อคำถาม พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรค ให้แก่ ผู้แทนจากแต่ละอำเภอ เพื่อให้การดำเนินการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา ของจังหวัดลำพูน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความสุจริต โปรงใส และ เที่ยงธรรม .



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

จัดหางานลำพูน เชิญร่วมงาน "นัดพบแรงงาน สร้างรายได้ในครัวเรือน ปี ๒๕๕๗"

จัดหางานจังหวัดลำพูน เชิญร่วมงาน "นัดพบแรงงาน สร้างรายได้ในครัวเรือน ปี ๒๕๕๗" วันที่ ๑๗ มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ อาคารศูนย์ราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดลำพูน

นางสาวอวยพร นันไชยกา จัดหางานจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน กำหนดจัดงานนัดพบแรงงานย่อย ครั้งที่ ๒/๒๕๕๗ ชื่องาน “นัดพบแรงงาน สร้างรายได้ในครัวเรือน ปี ๒๕๕๗” ในวันศุกร์ที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ อาคารศูนย์ราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดลำพูน กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยงานนัดพบแรงงาน มีการรับสมัครงาน ตำแหน่งงานว่างตั้งแต่ระดับประถมศึกษา – ปริญญาโท กว่า ๑,๐๐๐ อัตรา งานรับงานสู่บ้านสร้างรายได้ในครัวเรือน มีการแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากนายจ้าง/สถานประกอบการที่ต้องการส่งงาน/ผู้รับงานไปทำที่บ้าน พร้อมสาธิตและฝึกปฏิบัติจริง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ มากมาย เช่น การให้คำแนพนำปรึกษาแนะแนวทางการสมัครงาน แนะแนวการประกอบอาชีพอิสระ การทดสอบความพร้อมทางอาชีพ และเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับอาชีพอิสระต่างๆ

สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน จึงขอเชิญผู้ว่างงานที่ต้องการสมัครงาน กลุ่มผู้รับงานไปทำและผู้ที่สนใจรับงานไปทำที่บ้าน เข้าร่วมงานในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สำหรับนายจ้าง/สถานประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมรับสมัครงาน หรือนายจ้าง/กลุ่มอาชีพ/ผู้ที่ต้องการส่งงานให้ไปทำที่บ้าน ต้องการร่วมจำหน่าย จัดแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์และสาธิตอาชีพ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน อาคารศูนย์ราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดลำพูน ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๕๓๕๒ ๕๕๔๓ – ๔ ในวันและเวลาราชการ


ข่าวโดย : ศักดิ์สิทธิ์ กิตินันทน์

กลุ่มผู้ปกป้องประชาธิปไตยในจังหวัดลำพูน ชุมนุมที่ โรงพยาบาล ลำพูน เพื่อ คัดค้าน เจตนารมณ์ ของปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ ต้องการให้ นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง

บ่ายวันนี้ ( 27 กุมภาพันธ์ 2557 ) เวลา 14.00 น. ที่บริเวณ หน้าโรงพยาบาลลำพูน กลุ่มผู้รักประชาธิปไตย จังหวัดลำพูน ประมาณ 100 คน ไปชุมนุม เพื่อ แสดง ความคัดค้าน เจตนารมน์ ของ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง โดยนาย รันชัย มาละพิงค์ แกนนำ กลุ่มผู้ปกป้องประชาธิปไตย จังหวัดลำพูน ได้ กล่าว แสดงความไม่เห็นด้วย ที่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รวมถึง เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ และ สาธารณสุข ทำจดหมายเปิดผนึก ส่งไปถึง โรงพยาบาลในสังกัด ให้มีการสนับสนุน แนวทางให้นายกรัฐมนตรี รักษาการ แสดง ความเสียสละ ลาออกจากตำแหน่ง

ซึ่งกลุ่มผู้รักประชาธิปไตย ได้กล่าวสนุบสนุน ให้ นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ทางด้านนายธานี ลิ้มทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน ได้กล่าวกับกลุ่มผู้ชุมนุม ว่า จดหมายเปิดผนึกดังกล่าว ปลัดกระทรวงสาธารณสุข , เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ และ สาธารณสุข ได้จัดทำขึ้น เพื่อ เป็นการเปิดโอกาสให้ บุคลากร ในสังกัด ได้มีโอกาส แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่ง ไม่ได้เป็นการบังคับว่า บุคลากร ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จะต้องสนับสนุน ให้นายกรัฐมนตรี ลาออก แต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลลำพูน ได้ ติดป้าย แสดงความไม่เห็นด้วยที่มีเหตุการณ์ การใช้ความรุนแรง ในที่ชุมนุม จนเป็นเหตุ ให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งในจำนวนนั้น เป็นเด็กถึง 2 คน โดย ป้ายมีข้อความว่า โรงพยาบาลลำพูน ขอต่อต้านและประณามการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน .


ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

จังหวัดลำพูน และคณะสงฆ์กำหนดจัดงานพระราชทานเพลิงสรีรสังขารพระเทพมหาเจติยาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ตั้งแต่ 16 – 23 มีนาคม 2557

บ่ายวันนี้ (27 ก.พ. 2557) ที่ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน พระราชปัญญาโมลี เจ้าคณะจังหวัดลำพูนและนายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยคณะสงฆ์และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมเตรียมการจัดงานพระราชทานเพลิงสรีรสังขารพระเทพมหาเจติยาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ซึ่งกำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 – 23 มีนาคม 2557

สำหรับวันที่ 16 มีนาคม 2557 เวลา 09.00 น. มีการแสดงพระธรรมเทศนา จากนั้น พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ สวดพระพุทธมนต์ธรรมนิยามสูตร ภาคบ่าย เวลา 12.30 น. ประกอบพิธีอาราธนาสรีรสังขารพระเทพมหาเจติยาจารย์ ขึ้นสู่ปราสาทราชรถ เคลื่อนขบวนจากธรรมศาลาศรีจำปา ผ่านถนนอินทยงยศเข้าสู่เขตพุทธาวาส วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เพื่อบำเพ็ญกุศลจนถึงวันพระราชทานเพลิงสรีรสังขาร ภาคค่ำ เวลา 20.00 น. ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล แสดงพระธรรมเทศนา พระสงฆ์จตุรวรรคสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 17 – 22 มีนาคม 2557 ภาคเช้า เวลา 09.30 น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 100 รูป สวดพระพุทธมนต์ธรรมนิยามสูตร ภาคค่ำ เวลา 20.00 น. แสดงพระธรรมเทศนา พระสงฆ์จตุรวรรคสวดพระอภิธรรม
วันที่ 23 มีนาคม 2557 ภาคเช้าพิธีบำเพ็ญกุศลสรีรสังขาร เวลา 12.30 น. คณะสงฆ์ คณะศรัทธาพุทธศาสนิกชน อาราธนาสรีรสังขารพระเทพมหาเจติยาจารย์ เคลื่อนสู่สุสานหลวงบ้านหลวย อ.เมืองลำพูน เวลา 15.00 น. ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงสรีรสังขารพระเทพมหาเจติยาจารย์

พระเทพมหาเจติยาจารย์ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร และอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลำพูน ได้สร้างคุณูปการแก่คณะสงฆ์จังหวัดลำพูน สืบต่อเนื่องมาจนถึงวันมรณภาพ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2556 อายุ 87 ปี พรรษา 66 ในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในงานพระราชทานเพลิงสรีรสังขารพระเทพมหาเจติยาจารย์ ครั้งนี้ จังหวัดลำพูนและคณะสงฆ์จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมจัดโรงทานหรือร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพไทยธรรม ประกอบด้วยเก้าอี้หลุยส์ โต๊ะเคียง ผ้าไตร โต๊ะอาหารเพล และร่วมเป็นเจ้าภาพจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกสำหรับแจกผู้ร่วมพิธี โดยติดต่อบริจาคได้ที่ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร


ข่าวโดย : น.ส. อุไรวรรณ ปิงแก้ว

สำนักงานพลังงานจังหวัดพิษณุโลกจัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานราชการที่ร่วมรณรงค์ลดใช้พลังงานตามโครงการลดใช้พลังงานในภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ 2556

บ่ายวันนี้ ( 27 ก.พ.57 ) ที่ห้องรับรองชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายวัฒนะ กันนะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานในการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานราชการที่ร่วมรณรงค์ลดใช้พลังงานตามโครงการลดใช้พลังงานในภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ 2556 จำนวน 43 หน่วยงาน ซึ่งพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณดังกล่าว จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นเพื่อมอบให้กับส่วนราชการที่เข้าร่วมโครงการลดใช้พลังงาน ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2556 เห็นชอบให้หน่วยงานราชการดำเนินการลดใช้พลังงานลงให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 10 ซึ่งในครั้งนี้มีหน่วยงานราชการเข้าร่วมโครงการจำนวนรวมทั้งสิ้น 81 หน่วยงาน แบ่งเป็นส่วนภูมิภาค 34 หน่วยงาน และส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในจังหวัด 47 หน่วยงาน

ซึ่งในครั้งนี้มีหน่วยงานราชการที่สามารถลดใช้พลังงานลงได้ ตามวัตถุประสงค์ จำนวน 43 หน่วยงาน อาทิเช่น สำนักประชาสัมพันธ์เขต 4 พิษณุโลก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลก สถานีเครื่องส่งวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเขาสมอแคลงจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานธนารักษ์พื้นที่พิษณุโลก สำนักงานคลังเขต 6 สำนักงานคลังจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานสรรพากรพื้นที่พิษณุโลก สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานประมงจังหวัดพิษณุโลก สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก วิทยาลัยพณิชการบึงพระพิษณุโลก วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1 พิษณุโลก สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดพิษณุโลก และตำรวจภูธรภาค 6 เป็นต้น

จังหวัดพิษณุโลก ประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2557

เช้าวันที่ ( 28 ก.พ.57 )  ที่ห้องประชุมพระพุทธชินราช ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายวัฒนะ กันนะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2557 โดยก่อนเริ่มการประชุมรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดวาดภาพและประกวดเขียนเรียงความ ในหัวข้อจังหวัดของฉัน ปี 2020 จำนวน 6 ราย การแนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่ดำรงตำแหน่งใหม่ อาทิเช่น นางสาวกัณณิการ จิตรชุ่ม นักวิชาการตรวจสอบบัญชี ชำนาญการพิเศษ มาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบบัญชีภาค 6 นายขจรเกียรติ แพงศรี นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ ปฎิบัติหน้าที่ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิจิตร มาดำรงตำแหน่งท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิษณุโลก เป็นต้น

จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดประธานในที่ประชุมได้แจ้งให้กับหัวหน้าส่วนราชการที่เข้าร่วมประชุมรับทราบในนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล กระทรวงต่างๆและของจังหวัดพิษณุโลก ประกอบด้วยโครงการรับจำนำข้าวเปลือก และการรายงานผลการดำเนินโครงการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2556/2557 การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นวิถีชีวิตของชาวพิษณุโลก การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทาง Facebook สถานีปันน้ำใจ การรายงานผลความก้าวหน้าโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังจันทน์ จากนั้นส่วนราชการได้ร่วมกันชี้แจงผลการดำเนินงานที่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว และกำลังจะดำเนินการในเดือนหน้า ประกอบด้วย การประชาสัมพันธ์กิจกรรมของจังหวัดพิษณุโลกในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลกการ ผลการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2556 การกำหนดชื่อห้องประชุมจากห้องประชุม 771 เป็นชื่อห้องประชุมพระพุทธชินราช สรุปผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2557 ของจังหวัดพิษณุโลก การออกโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำเดือนมีนาคม 2557 ณ วัดบ้านดง อำเภอชาติตระการ และโครงการบูรณาการบำบัดรักษา ฟื้นฟูและพัฒนาผู้เสพ ผู้ติดยา ของศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดพิษณุโลกเป็นต้น

จังหวัดพิษณุโลก ประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2557

จังหวัดพิษณุโลก ประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัด พร้อมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด จังหวัด กอ.รมน. จังหวัด และคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าจังหวัด ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2557

เช้าวันนี้ ( 27 ก.พ.57 ) ที่ห้องประชุม 772 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายวัฒนะ กันนะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดพิษณุโลก พร้อมทั้งคณะกรรมการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัด กอ.รมน.จังหวัด และคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าจังหวัด ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2557 โดยในที่ประชุมคณะกรรมการและหน่วยงานต่างๆที่เข้าร่วมประชุมได้รายงานผลการปฏิบัติงานในช่วงระยะที่ผ่านมา ดังนี้ ด้านการแก้ไขปัญหาเสพติด ซึ่งจากรายงานด้านการปราบปรามยาเสพติด ในห้วงระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2557 – 15 กุมภาพันธ์ 2557 ของตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก มีการตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 59 ครั้ง และผลการปราบปรามยาเสพติดจับกุมผู้ต้องหาได้ 368 ราย ได้ผู้ต้องหา 379 คน ของกลางยาบ้า 31,177 เม็ด ยาไอซ์ 3.28 กรัม กัญชาแห้ง 6.02 กรัม สารระเหย 3 กระป๋อง

ส่วนเรือนจำกลางพิษณุโลก รายงานสถิติผู้ต้องขังในเรือนจำ ในระหว่างวันที่ 21 มกราคม 2557 – 20 กุมภาพันธ์ 2557 มีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติดจำนวนทั้งสิ้น 1,527 คน เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก มีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติดจำนวนทั้งสิ้น 2,308 คน และทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก มีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติดในระหว่างวันที่ 23 มกราคม 2557 – 20 กุมภาพันธ์ 2557 จำนวนทั้งสิ้น 740 คน ส่วนการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า จากรายงานของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก ในช่วงระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2557 – 15 กุมภาพันธ์ 2557 พบว่า มีจำนวนคดีเกี่ยวกับการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ในพื้นที่ จำนวน 9 คดี ของกลางเป็นไม้สักจำนวน 12 ท่อน ไม้กระยาเลย จำนวน 13 ท่อน พื้นที่ถูกบุกรุกจำนวน 369 ไร่เศษ เป็นต้น

นายก อบจ.พิษณุโลก เดินทางดูบ่อขยะเปิดใหม่เพื่อสำรวจหาระยะการรองรับปริมาณขยะ หลังจากที่บ่อขยะเดิมที่ตั้งอยู่ ตำบลบึงกอก อำเภอบางระกำ จะปิดไม่รับขยะอย่างถาวรในปี 2558 นี้

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ลงดูพื้นที่ บ่อขยะ หมู่ 11 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อสำรวจหาระยะการรองรับปริมาณขยะ หลังจากที่บ่อขยะเดิมที่ตั้งอยู่ ตำบลบึงกอก อำเภอบางระกำ จะปิดไม่รับขยะอย่างถาวรในปี 2558 นี้ จึงทำให้ทางจังหวัดพิษณุโลก ต้องเตรียมการหาบ่อขยะแห่งใหม่เพื่อป้องกันขยะล้นเมือง บ่อขยะนี้ มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 15 ไร่ ที่มีนาย เชิด กรมพุก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 11 ตำบล เป็นเจ้าของที่ดินพื้นที่บ่อขยะดังกล่าว นายเชิด กล่าวว่า เดิมที่ดินแปลงนี้ ตนได้ขุดดินขาย ก่อนเปิดบ่อให้ประชาชนเข้าตกปลาได้สักระยะหนึ่ง ตนจึงคิดหันมาทำเป็นบ่อขยะ ซึ่งบ่อขยะจะใช้วิธีไถกลบเพื่อลดปัญหากลิ่นเหม็น ส่วนค่ากำจัดขยะนั้นได้คิดเป็นคันรถๆ ละหนึ่งพันบาท ตอนนี้มีหน่วยรถเก็บขยะที่นำขยะมาทิ้ง 7 แห่ง คือ เทศบาลตำบลพลายชุมพล ,เทศบาลตำบลหัวรอ ,เทศบาลตำบลบ้านคลอง ,อบต.สมอแข ,อบต.บึงพระ ,อบต.วัดจันทร์ และ อบต.ท่าทอง ทำให้ทุกวันจะมีรถขยะวิ่งเข้า-ออก มากกว่า 10 คันต่อวัน ตอนนี้ตนกำลังจะขยายเนื้อที่บ่อเพิ่มขึ้นอีก 5 ไร่ บ่อขยะนี้จะมีคนอยู่ตลอดเวลาคือ นายดาน ขันสู้การ ประกอบอาชีพทำนาข้าว หมู่ที่ 6 บ้านบึงกอก ตำบลบึงกอก อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และภรรยา ที่ต้องการหารายได้เสริมด้วยการเก็บขยะรีไซเคิ้ล ให้รถรับซื้อมารับซื้อที่บ่อ ซึ่งสร้างรายได้ 200 - 300 บาทต่อวัน

นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากการเปิดบ่อขยะของภาคเอกชนดังกล่าว สามารถช่วยแก้ไขในการทิ้งขยะในเขตพื้นที่รอบตัวเมืองพิษณุโลก เนื่องจากบ่อขยะที่ตำบลบึกกอก อ.บางระกำ กำลังจะปิดรับในปี 2558 อย่างถาวร ซึ่งการเปิดบ่อขยะแห่งใหม่นี้เป็นการแก้ไขปัญหาในรถยะสั้นเพราะเป็นการกำจัดขยะเพราะจากการสำรวจ พื้นที่ในการฝังกลบสามารถใช่ได้ประมาณ 1 ปี แต่การแก่ปัญหาเรื่องการกำจัดขยะในระยะยาวนั้น ทางองค์การบริการส่วนจังหวัด ได้รับคำสั่งจากทางผู้ว่าการการจังหวัด ให้เป็นแม่ใหญ่ในการดูแลเรื่องขยะของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้ประสานกับสำนักพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 11 จ.พิษณุโลก เพื่อเปิดให้ใช้พื้นที่ป่าเสื่อมในเขต อ.วัดโบสถ์ เพื่อจัดทำเป็นบ่อขยะ เพื่อใช้ในการจัดเก็บขยะในระยะยาว ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาและสำรวจผลกระทบต่างๆ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก จัดโครงการประชาสัมพันธ์เทิดทูนพระมหากษัตริย์ โดยการจัดกิจกรรมเสวนาและพาคณะสื่อมวลชนนักจัดรายการวิทยุ ศึกษาดูงานโครงการตามแนวพระราชดำริ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก จัดโครงการประชาสัมพันธ์เทิดทูนพระมหากษัตริย์ โดยการจัดกิจกรรมเสวนาและพาคณะสื่อมวลชนนักจัดรายการวิทยุ ศึกษาดูงานโครงการตามแนวพระราชดำริ

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก นำโดย นางสาว พรรณี สัสดีแพง ประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก ได้นำคณะสื่อมวลชนนักจัดรายการวิทยุ เข้าศึกษาดูงานโครงการตามแนวพระราชดำริ ที่ศูนย์การเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 กองทัพภาคที่ 3 โดยมี พลโท รังสรรค์ คุ้มราศี ผู้บังคับการกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ โดยสื่อมวลชนได้เข้ารับฟังบรรยายสรุปและเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ดังกล่าว กว่า 20 โครงการ อาทิ โครงการปลูกผักปลอดสารพิษแบบไฮโดรโปนิกส์ โครงการเลี้ยงไส้เดือนในบ่อวง โครงการเลี้ยงกบในขวดพลาสติก โครงการเลี้ยงจิ้งหรีด โครงการโรงสีข้าวชุมชน โครงการเลี้ยงโคเนื้อ โครงการเลี้ยงไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็นต้น จากนั้นในช่วงบ่าย คณะสื่อมวลชน ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่กองบิน 46 โดยมี นาวาอากาศเอก ฐากูร นาครทรรพ ผู้บังคับการกองบิน 46 พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปพร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงานของกองบิน 46 อาทิเช่นการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลชุมชน ของศูนย์ไบโอดีเซล เริ่มการสาธิตตั้งแต่ขบวนการผลิต วิธีดำเนินการ จนถึงขั้นตอนการนำไปใช้งานในรถยนต์ โดยผู้บังคับการกองบิน 46 กล่าวว่า กองบิน 46 มีแนวคิดในการอนุรักษ์ 5 ด้าน

ซึ่งประกอบด้วย การอนุรักษ์ดิน อนุรักษ์ต้นไม้ อนุรักษ์น้ำ อนุรักษ์อากาศและอนุรักษ์พลังงาน ทางกองบิน 46 จึงได้ทำการรวบรวมน้ำมันพืชเหลือใช้ภายในครัวเรือน นำมาผลิตเป็นไบโอดีเซล โดยมีกำลังการผลิตเฉลี่ย เดือนละ 10,000 - 30,000 ลิตร มีเป้าหมายการผลิตให้ได้ 84,000 ลิตร ซึ่งโครงการนี้ปรากฏว่าได้ช่วยให้ทางเจ้าหน้าที่ สามารถนำไบโอดีเซลที่ผลิตได้ ไปใช้กับเครื่องจักรกล ไปพัฒนาพื้นที่ และต่อยอดการทำโครงการ สวนเกษตรพอเพียง โดยให้ทุกหน่วยงานได้จัดทำงานเกษตรบริเวณพื้นที่ว่างในหน่วยงาน จัดแปลงเกษตรปลุกพืชผักสวนครัวนำมาประกอบอาหารกลางวันรับประทาน และที่เหลือนำไปจำหน่วยนำเงินมาใช้เป็นสวัสดิการ นอกจากนี้ทางกองบิน 46 ยังยินดีที่จะออกไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน และยินดีที่จะสนับสนุนและเป็นส่วนร่วม กับผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ที่กำลังรณรงค์ให้ประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกด้วย

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จทรงเปิดศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว ดงมูลเหล็ก จังหวัดเพชรบูรณ์

เวลา 11.30 น. วันนี้ (27 ก.พ.57) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเปิดศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว ดงมูลเหล็ก จังหวัดเพชรบูรณ์ ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ที่ตำบลดงมูลเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นแห่งที่ 45 เพื่อน้อมนำพระราชปณิธาน และพระปณิธาน ของทั้งสองพระองค์ ในการขยายผลการดำเนินงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยขอใช้พื้นที่ของ องค์การบริหารส่วนตำบลดงมูลเหล็ก เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของชุมชน มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ลานกิจกรรม รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยดำเนินกิจกรรมตาม 5 แนวคิดพระราชทาน และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนและบุคคลทั่วไป มีกิจกรรมส่งเสริมอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมให้ความรู้ ตามสภาพปัญหา ความต้องการ และความถนัดของคนในพื้นที่

หลังจากเปิดแพรคลุมป้ายและประทานเข็มเชิดชูเกียรติโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวแล้ว ได้ทอดพระเนตรกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมดนตรีไทยหัวใจเดียวกัน ทอดพระเนตรภายในอาคารศูนย์ 3 วัย ประกอบด้วยกิจกรรมวิถีชุมชน ปฏิบัติตน ส่งเสริมอนามัยจากแม่สู่ลูก กิจกรรมพี่กล่อมน้อง หญิงงามหลังคลอด ร้อยงานสานรัก ทอถัก ภูมิปัญญา กระติบข้าว สานฮัก สานดวงใจ การปรุกระดาษ กิจกรรมร้องเป็นเห็นประวัติศาสตร์ ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะข้าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ คณะทำงานศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว ดงมูลเหล็กและผู้ให้การสนับสนุน จากนั้นเสด็จออกทอดพระเนตรกิจกรรมประดิษฐ์พวงกุญแจมะขาม กิจกรรมเด็กประดิษฐ์คิดสร้างสรรค์ หัตถกรรมสร้างอาชีพ กิจกรรมอาหารไทย คนสามวัย สร้างสรรค์ แกงขี้เหล็ก ขนมเทียนแก้ว สมุนไพรจากใบมะยม กิจกรรมประดิษฐ? คิดร้องเล่น เห็นคุณค่าจากย่า ยาย ทอดพระเนตรการฟ้อนแขบลาน คน 3 วัย ทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ สมควรแก่เวลาเสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังท่าอากาศยานเพชรบูรณ์

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สำนักงานรัฐสภาจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรมรัฐสภาอาเซียนสัญจร

สำนักงานรัฐสภาจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรมรัฐสภาอาเซียนสัญจร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่นักเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ที่หอประชุมโรงรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราฎรจัดโครงการสมัชชารัฐสภาอาเซียนสัญจร เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และต้องการกระจายความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน ไปสู่เยาวชน ประชาชน ในพื้นที่ต่างๆได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง

นายอาพล นันทขว้าง หัวหน้าสำนักงานรัฐสภาจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า รัฐสภาอาเซียน หรือ AIPA เป็นองค์กรด้านนิติบัญญัติของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งขึ้นโดยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือของรัฐสภาแห่งชาติในอาเซียนให้มีความใกล้ชิด เช่นเดียวกับฝ่ายบริหารที่มีการรวมตัวกันเป็นอาเซียน และมีหน้าที่ในการร่วมกันทำให้มาตรการ ระเบียบข้อบังคับหรือข้อกำหนดทางกฎหมายของประเทศสมาชิกเป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างความสอดคล้องทางกฎหมายของประเทศสมาชิกและยกระดับการทำงานร่วมกัน ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในวันที่ 31 ธันวาคม 2558

การจัดกิจกรรมรัฐสภาอาเซียนสัญจร ในครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจอันดีเรื่องประชาชนอาเซียน ประโญชน์ที่จะได้รับและการทำงานของรัฐสภาอาเซียน ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้รับทราบข้อมูลๆได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีนักเรียนจากสถานศึกษาต่างๆในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ร่วมกิจกรรม กว่า 500 คน

คณะผู้เข้ารับการศึกษาอบรมนักปกครองระดับสูง(นปส.) รู่นที่ 62 เดินทางศึกษาดูงานทีจังหวัดเชียงราย

คณะผู้เข้ารับการศึกษาอบรมนักปกครองระดับสูง(นปส.) รู่นที่ 62 เดินทางศึกษาดูงานที่จังหวัดเชียงราย เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปเป็นผลงานวิชาการในการขับเคลื่อนการทำงานและแนวทางการแก้ไขปัญหา

ที่ห้องประชุม จอมกิตติ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายมนัส โสกันธิกา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ให้การต้อนรับคณะผู้เข้ารับการศึกษาอบรมนักปกครองระดับสูง (นปส.) รู่นที่ 62 จำนวน 102 คน ที่เดินทางมาศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 24 – 28 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งกระทรวงมหาดไทยร่วมกับสถาบัณพัฒนบริหารศาสตร์ร่วมกันจัดขึ้น พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้บรรยายสรุปภาพรวมของจังหวัดเชียงราย ให้กู้เข้ารับการศึกษาอบรมได้รับทราบ ทั้งสภาพภูมิศาสตร์ สภาพเศรษฐกิจ สภาพประชากร รวมถึงปัญหาต่างๆที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาของจังหวัดเชียงราย อย่างเช่น ปัญหาการนำเข้าของยาเสพติดตามแนวชายแดน

นอกจากนี้ คณะผู้เข้ารับการศึกษาอบรมนักปกครองระดับสูง(นปส.) รู่นที่ 62 จะได้เดินทางปศึกษาชุมชนในบพื้นที่โครงการต้นแบบปิดทองหลังพระอ่างเก็บน้ำห้วยสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลห้วยสัก อำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย ศึกษาชุมชนพื้นที่ขยายผลการดำเนินงานพัฒนาตามแนวทางปิดทองหลังพระฯ ใน 5 หมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดเชียง ราย และศึกษาสภาพเศรษฐกิจของด่ายชายแดนแม่สาย เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปเป็นผลงานวิชาการในการขับเคลื่อนการทำงานและแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศ ต่อไป

จังหวัดน่าน จัดแถลงข่าวการจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง

จังหวัดน่าน กำหนดจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ในระหว่างวันที่ 9 – 15 มีนาคม 2557 เน้นขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแบบโบราณเมืองน่าน

ที่ลานโพธิ์วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา นายกาจพล เอิบสุขสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในการจัดแถลงข่าว การจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าร่วมการแถลงข่าว ซึ่งการจัดงานประเพณีหกเป็ง ซึ่งปีนี้กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 9 – 15 มีนาคม 2557 ที่วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ได้กำหนดจัดงาน ในวันขึ้น 9 ค่ำถึง 15 ค่ำ เดือน 4 ใต้ เดือน 6 เหนือ นับเป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนานของชาวเมืองน่าน และเป็นประเพณีที่แสดงถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกิดปีเถาะ ไม่ควรพลาดที่จะมานมัสการพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีเถาะ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเสริมทานบุญบารมี

การจัดงานประเพณีหกเป็ง เริ่มวันแรกคือวันที่ 9 มีนาคม 2557 เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป พิธีบวงสรวงองค์พระธาตุฯ พิธีสืบชาตาหลวง ขบวนแห่เครื่องหลวงถวายสักการะ น้ำทิพย์สรงองค์พระธาตุฯ และผ้าทิพย์ห่มองค์พระธาตุฯ แบบโบราณประเพณีเมืองน่าน และพิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง ส่วนในวันที่ 10 ถึง 14 มีนาคม 2557 เริ่มงานเวลา 09.30 น. พิธีสืบชาตาหลวง เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ขบวนแห่ครัวตานของแต่ละอำเภอ และพิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง สำหรับวันที่ 15 มีนาคม 2557 เริ่มเวลา 05.00 น. ตั้งธรรมหลวงมหาชาติเวสสันดรชาดก ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปพิธีทำบุญตักบาตร พิธีสืบชาตาหลวง พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีคนเกิดปีเถาะ เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ชมขบวนแห่ครัวตานของแต่ละอำเภอ พิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง พิธีเวียนเทียน และทุกคืนได้จัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้าน และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนที่มาท่องเที่ยวงานได้ชมและเลือกซื้อสินค้าอีกด้วย


รดา บุญยะกาญจน์ /ข่าว

สสจ. น่าน เชิญชวนประชาชนสร้างภูมิคุ้มกันให้สุขภาพแข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ

นายปิยะ ศิริลักษณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน แจ้งว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ประชาชนป่วยเป็นไข้หวัดได้มากขึ้น โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ หากป่วยแล้วอาจมีอาการรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น และถ้าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูงอย่างเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ไอเจ็บคอ มีน้ำมูก ขอให้พบแพทย์ภายใน 48 ชั่วโมงหลังมีไข้ อย่าซื้อยากินเอง การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ขอให้พี่น้องประชาชนหมั่นออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องทุกวัน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน แจ้งต่อว่า จึงขอเชิญชวนประชาชนในการสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายด้วยการ กินร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือบ่อย ๆ เพื่อกำจัดเชื้อโรคสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดมากับมือ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด ขอให้พักผ่อนให้มาก ๆ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเองและใส่หน้ากากอนามัย รวมถึงพักทำงาน พักโรงเรียนเพื่อป้องกันเชื้อแพร่ไปติดคนอื่น หากไข้ไม่ลดลงภายใน 2 วันขอให้พบแพทย์ เนื่องจากอาจมีอาการแทรกซ้อนได้ โดยสามารถปรึกษาหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน และที่สำคัญที่สุดคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำสมอ
"กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือ”



พวงพยอม  คำมุง

กกต.น่าน ชี้แจงรายละเอียดการเลือกตั้ง ส.ว. วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2557

นายจรูญ จันอินทร์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน แจ้งว่า ด้วยสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551 จะครบวาระ 6 ปี ในวันที่ 1 มีนาคม 2557 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 118 บัญญัติให้ต้องกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 30 วัน นับแต่วันที่วาระของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง กกต.จึงมีมติกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2557 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน แจ้งต่อว่า กกต.น่าน ได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ดังนี้

            17 – 28 กุมภาพันธ์ 2557 ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดน่าน ณ สำนักทะเบียนอำเภอ/ท้องถิ่น ที่มาทำงานหรืออาศัยอยู่
             4 - 8 มีนาคม 2557 รับสมัครสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน ณ ห้องภูฟ้า 1 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน
             20 มีนาคม 2557 วันสุดท้ายเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและถอนชื่อผู้ซึ่งไม่มีสิทธิเลือกตั้งออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
            23 มีนาคม 2557 เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและในเขต ซึ่งนอกเขตจังหวัดเลือกตั้งที่โรงยิมนวมินทร์ วิทยาลัยเทคนิคน่าน และในเขต ณ หอประชุมอำเภอที่ท่านมีชื่ออยู่
            23 – 29 มีนาคม 2557 แจ้งเหตุไม่อาจไปเลือกตั้ง (ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง)
            30 มีนาคม 2557 วันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
            31 มีนาคม – 6 เมษายน 2557 แจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (ภายใน 7 วันนับจากวันเลือกตั้ง)

ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน แจ้งว่า กกต.น่าน มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามวันเวลาดังกล่าวแล้ว ทั้งการจัดเตรียมบัญชีรายชื่อและเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากเพิ่งผ่านการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ความพร้อมยังคงสมบูรณ์ทั้งระบบเพียงพอสำหรับการจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ในวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2557



พวงพยอม  คำมุง / ข่าว

จังหวัดน่าน เตรียมจัดเวทีสมัชชาสตรีระดับจังหวัดเนื่องในวันสตรีสากล 8 มี.ค.นี้

วันที่ (25 ก.พ.57) ที่ห้องประชุมสำนักงานคลังจังหวัดน่าน นายกาจพล เอิบสุขสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดประชุมสมัชชาสตรีระดับจังหวัดน่าน กล่าวว่า เนื่องจากองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสตรีสากล และเชิญชวนให้ประเทศสมาชิกจัดกิจกรรมเพื่อร่วมเฉลิมฉลองและรำลึกถึงการต่อสู้ของสตรี เพื่อให้ได้มาซึ่งความเสมอภาค การพัฒนา และสันติภาพ โดยประเทศไทยได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2537 เพื่อกระตุ้นให้สังคมได้ตระหนักถึงศักยภาพ และสิทธิมนุษย์ชนของสตรี

นายกาจพล เอิบสุขสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวต่อว่า ในปี 2557 จังหวัดน่าน ได้เตรียมพร้อมการจัดประชุมสมัชชาสตรีระดับจังหวัดในรูปแบบของเวทีเสวนา ในวันที่ 6 มีนาคม 2557 ในเบื้องต้นจะใช้สถานที่ ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน โดยใช้ประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพสตรีและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ที่ต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วน และประเด็นสืบเนื่องจากการประชุมสมัชชาสตรีระดับจังหวัดในปี 2556 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสตรี และเห็นว่าประเด็นนั้นมีความสำคัญและสมควรได้รับการเสนอให้การเกิดผลักดันให้มีนโนบายและยุทธศาสตร์ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขข้อเสนอสมัชชาสตรีแห่งชาติในปี 2557 ต่อไป ซึ่งปัจจุบันปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และการถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จึงอยากให้ทุกภาคส่วนของสังคมไม่ใช่เฉพาะหน่วยงานราชการ ได้ร่วมมือกันรณรงค์ให้ความรู้และประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้แก่ผู้หญิงที่ด้อยโอกาส ได้รับรู้เรื่องการเข้าถึงการมีส่วนร่วมในสังคม ตลอดจนการเข้าถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองด้วย

"สมัชชาสตรีระดับจังหวัด” หมายถึง สมัชชาสตรีที่เป็นการรวมกลุ่มของสตรี องค์กรสตรี และภาคประชาชนจากทุกภาคส่วนของสังคมในจังหวัด เพื่อระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้อย่างสร้างสรรค์ และรวบรวมเป็นข้อเสนอของสมัชชาสตรีระดับจังหวัด เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแนวทางในการส่งเสริมประสานงาน และพัฒนาสถานภาพสตรีระดับจังหวัด


พวงพยอม  คำมุง

จังหวัดน่าน กำหนดจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง

จังหวัดน่าน กำหนดจัดงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ในระหว่างวันที่ 9 – 15 มีนาคม 2557 เน้นขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแบบโบราณเมืองน่าน

"พระธาตุแช่แห้ง” เป็นปูชนียสถานที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่าน เป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง มีลักษณะของศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมขององค์พระธาตุเจดีย์ วิหารหลวง วิหารพระนอน และบันไดนาค ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งแสดงให้เห็นถึงแบบอย่างทางศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมแบบหนึ่งที่ผสมผสานคติความเชื่อทางพุทธปรัชญาไว้อย่างกลมกลืน เช่น หลังคาพระวิหาร ตามตำนานของพระธาตุองค์นี้กล่าวว่า เมื่อครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จโปรดสัตว์มาถึงภูเพียงแช่แห้ง และพบกับพระอมละราชและพระมเหสีที่มาสรงน้ำที่เดียวกับพระองค์สรงน้ำอยู่ พระอมละราชได้ถวายผ้าขาวให้พระพุทธเจ้าใช้สรงน้ำ แต่ผ้านั้นกลายเป็นทองคำ พระอานนท์จึงขอพระเกศาธาตุบรรจุในกระบอกไม้ซาง มอบให้พระอินทร์นำไปเก็บในอุโมงค์พร้อมผ้าทอง โดยพระอินทร์ได้ก่อพระเจดีย์สูง 7 ศอกไว้ด้านบน ซึ่งตามความเชื่อเรื่องการไหว้พระธาตุพระจำปีเกิดของชาวล้านนา เชื่อว่าคนเกิดปีเถาะมีพระธาตุประจำปีเกิด คือ "พระธาตุแช่แห้ง” ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน ซึ่งผู้ที่เกิดปีเถาะ อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตควรหาโอกาสไปกราบนมัสการพระธาตุแช่แห้งสักครั้ง เพื่อเป็นการเสริมบุญบารมีให้เกิดความเป็นสิริมงคลในชีวิต

กิจกรรมการจัดงานประเพณีหกเป็ง เริ่มวันแรกคือวันที่ 9 มีนาคม 2557 เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป พิธีบวงสรวงองค์พระธาตุฯ พิธีสืบชาตาหลวง ขบวนแห่เครื่องหลวงถวายสักการะ น้ำทิพย์สรงองค์พระธาตุฯ และผ้าทิพย์ห่มองค์พระธาตุฯ แบบโบราณประเพณีเมืองน่าน และพิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง และวันที่ 10 ถึง 14 มีนาคม 2557 เวลา 09.30 น. เป็นพิธีสืบชาตาหลวง เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ขบวนแห่ครัวตานของแต่ละอำเภอ และพิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง ส่วนวันที่ 15 มีนาคม 2557 ช่วงเช้าเวลา 05.00 น. ตั้งธรรมหลวงมหาชาติเวสสันดรชาดก ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปพิธีทำบุญตักบาตร พิธีสืบชาตาหลวง พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีคนเกิดปีเถาะ เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ชมขบวนแห่ครัวตานของแต่ละอำเภอ พิธีเจริญพระพุทธมนต์หลวง พิธีเวียนเทียน และทุกคืนในงานจัดมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้าน และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ดังนั้น จังหวัดน่าน จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมงานประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ในระหว่างวันที่ 9 – 15 มีนาคม 2557 ณ วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน



รดา บุญยะกาญจน์ /ข่าว

จังหวัดพะเยา จัดโครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราเชิงบูรณาการแบบครบวงจร

เมื่อวานนี้ (24 ก.พ.57) นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมการกรีดยางพารา ตามโครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราเชิงบูรณาการแบบครบวงจร ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 28 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่จังหวัดพะเยาให้มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการปลูกยางเชิงบูรณาการ โดยมีผู้ปลูกยางพาราเข้าร่วมโครงการ กว่า 160 คน

นายราเชนทร์ สุวรรณหิตาทร เกษตรจังหวัดพะเยา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้มีเกษตรกรเจ้าของสวนยางพาราในพื้นที่จังหวัดพะเยาจำนวน 68 ตำบล จากทั้ง 9 อำเภอ เข้าร่วมโครงการฯ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แบ่งการอบรมออกเป็น 2 รุ่น โดยรุ่นแรก ระหว่างวันที่ 24 - 28 ก.พ.57 ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านต๋อม มีเกษตรกรในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ อ.จุน อ.ปง อ.แม่ใจ อ.ภูกามยาว และ อ.เมืองพะเยา เข้าร่วมฯ และรุ่นที่ 2 ในวันที่ 10 -14 มี.ค.57 ที่ อ.ภูซาง โดยจะมีเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ อ.เชียงม่วน อ.เชียงคำ และ อ.ภูซาง เข้าร่วมฯ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก สำนักงานสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดพะเยาและจังหวัดเชียงใหม่ มาให้ความรู้ทางการเกษตรด้านสวนยางพาราอีกด้วย

เกษตรจังหวัดพะเยา ยังกล่าวด้วยว่า ตามข้อมูลของเกษตรกรในพื้นที่พะเยา 9 อำเภอ ที่มาลงทะเบียนในการรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล กรณีเกี่ยวกับการปลูกพืช 4 ชนิด รวมไปถึงการปลูกยางพาราและในพื้นที่พะเยามีเกษตรกรมาลงทะเบียนปลูกยางพารากว่า 22,000 ราย พื้นที่ปลูกยางฯ 183,000 ไร่ และสามารถกรีดยางขายได้แล้วรวม 40,000 ไร่



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมกำลังทหารจากจังหวัดทหารบกพะเยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ ร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำในลำน้ำร่องช้าง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

เมื่อวานนี้ (24 ก.พ.57) นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยกำลังทหารจากจังหวัดทหารบกพะเยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ต่างร่วมมือกันสร้างฝายชะลอน้ำบริเวณลำน้ำร่องช้าง ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านปิน ที่ทางจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง หลังพื้นที่ดังกล่าวมักจะประสบปัญหาภัยแล้งแทบทุกปี โดยในช่วงฤดูแล้งแหล่งน้ำแห่งนี้มักประสบปัญหาน้ำแห้งขอด ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรได้ นอกจากนั้นสายน้ำแห่งนี้ยังเป็นสายน้ำสำคัญที่ไหลผ่านหลายตำบลในอำเภอดอกคำใต้ และชาวบ้านมักจะใช้น้ำจากลำน้ำแห่งนี้ในการเกษตรที่สำคัญ

ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมักประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำ ในปีนี้จึงได้ร่วมมือกันที่จัดทำฝายชะลอน้ำขึ้น โดยคาดหวังว่าในช่วงน้ำหลากจะสามารถลดปริมาณน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านได้ และหากฤดูแล้งน้ำที่เป็นต้นทุนก็จะสามารถกักเก็บไว้เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

จ.พะเยาร่วมกับ จทบ.พะเยา สร้างฝายชะลอน้ำป้องกันภัยแล้ง

จังหวัดพะเยา กำลังทหารจากจังหวัดทหารบกพะเยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ร่วมกันทำฝายชะลอน้ำในลำน้ำร่องช้าง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง หลังแหล่งน้ำแห่งนี้ในช่วงฤดูแล้งมักประสบปัญหาน้ำแห้งขอด จนเกษตร กรไม่สามารถมีน้ำใช้ในการเกษตรได้

วานนี้ (24 ก.พ.) ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา และกำลังทหารจากจังหวัดทหารบกพะเยา ต่างร่วมมือกันจัดสร้างฝายชะลอน้ำ บริเวณลำน้ำร่องช้าง ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านปิน ที่ทางจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง หลังพื้นที่ดังกล่าวมักประสบปัญหาภัยแล้งแทบทุกปี โดยในช่วงฤดูแล้งแหล่งน้ำแห่งนี้มักประสบปัญหาน้ำแห้งขอด ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรได้ นอกจากนั้นสายน้ำแห่งนี้ยังเป็นสายน้ำสำคัญที่ไหลผ่านหลายตำบลอำเภอดอกคำใต้ และชาวบ้านมักจะใช้น้ำจากลำน้ำแห่งนี้ใช้ในการเกษตรที่สำคัญ แต่ช่วงฤดูแล้งมักประสบปัญหาแทบทุกปี        

 นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมักประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำ ในปีนี้จึงได้ร่วมมือกันที่จะจัดทำฝายชะลอน้ำขึ้น โดยคาดหวังว่า ในช่วงน้ำหลากก็สามารถลดปริมาณน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านได้ และหากฤดูแล้งน้ำที่เป็นต้นทุนก็จะสามารถกักเก็บไว้ได้ ซึ่งตรงนี้เห็นว่าเป็นประโยชน์ และคาดว่าในต่อไปก็จะสามารถบรรเทาปัญหาภัยแล้งได้


ข่าวโดย : ทีมข่าว ส.ปชส.พะเยา

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อนที่จังหวัดแพร่

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดศูนย์การเรียนรู้ชุมชนปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อน ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านทุ่งศรี หมู่ 3 ตำบลทุ่งศรี อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า เช้าวันที่ (25ก.พ.57) เวลา 09.30 น. ทาง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ชุมชนปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อน ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านทุ่งศรี หมู่ 3 ตำบลทุ่งศรี อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ โดยมีนายเสริมยศ สมมั่น รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน
ทั้งนี้จากสถานการณ์หมอกควัน ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน มีสภาพหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งสาเหตุเกิดจากการเผาในที่โล่ง ทั้งการเผาขยะมูลฝอยในชุมชน การเผาเศษวัสดุการเกษตร เพื่อเตรียมที่ทำการเกษตร และไฟป่า ผลจากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมคอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินเกณฑ์มาตรฐานใน 9 จังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ที่พบค่าเฉลี่ยขนาดเล็กสูงเกินกว่ามาตรฐานถึง 3 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่มีผลต่อสุขภาพมาก

จากปัญหาดังกล่าว กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีภารกิจหลักในการสร้างจิตสำนึกส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศ จึงได้ดำเนินการรณรงค์ ป้องกันและลดการเผาในที่โล่ง เพื่อให้เกิดการดำเนินงานในเชิงลุกอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมสร้างให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันปัญหาหมอกควันและไฟป่า จึงได้จัดพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ชุมชนปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อน ณ ศูนย์เรียนรู้บ้านทุ่งศรี หมู่ 3 ต.ทุ่งศรี อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เพื่อสนับสนุนพัฒนาทักษะและพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบปลอดการเผาเพื่อเผยแพร่แหล่งเรียนรู้ และศึกษาดูงานให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชุมชน โดยจัดกิจกรรมมอบกองทุนสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ พิธีเปิดป้ายศูนย์เรียนรู้ และการจัดแสดงฐานการเรียนรู้ชุมชนปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อน ชุมชนบ้านทุ่งศรีเป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลหมู่บ้านปลอดการเผา เมื่อปี 2555 และได้ดำเนินการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อน ในปี 2556 มีนายธีรวัฒน์ ต๊ะวิกา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลทุ่งศรี เป็นประธานศูนย์


วัชระ เพชรพลอย / ข่าว /พิมพ์

อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ฝึกอบรมราษฎรในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ฝึกอบรมราษฎรในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชาชนเกี่ยวกับโทษและผลกระทบของหมอกควันไฟป่า

เช้าวันที่  (25 กุมภาพันธ์ 2557) นายทรงทรัพย์ พิริยคุณธร นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ที่ หอประชุมอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชาชนเกี่ยวกับโทษและผลกระทบของหมอกควันไฟป่า อีกทั้งเป็นการป้องกันปัญหาไฟป่าที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน ลดปัญหาความรุนแรงของสถานการณ์ไฟป่า และเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมให้กับราษฎร ได้มีส่วนในการร่วมคิด ร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าแหมอกควันไม่ให้เกินค่ามาตรฐาน โดยมีราษฎรจาก 49 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5 คน รวม 245 คน ร่วมอบรม การฝึกอบรม มีการบรรยายในหัวข้อ สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ,การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ,การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าตามแนวชายแดน,และหัวข้อ บทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน

อุตสาหกรรม ฯ มส.จัดอบรมผู้ประกอบการรองรับอาเซียน

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดอบรมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี ๒๕๕๘

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประธานโครงการฝึกอบรมเรื่อง ความรู้เบื้องต้นในการประกอบการอุตสาหกรรมและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่กว่า ๑๐๐ รายเข้าร่วมโครงการ ฯ ดังกล่าว การฝึกอบรม ฯ ความรู้ในเบื้องต้นในการประกอบอุตสาหกรรมและมาตรฐานชุมชน ภายใต้โครงการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมในส่วนภูมิภาค เป็นผู้ผลิตอุตสาหกรรมชุมชนและ SMEs ผลิตภัณฑ์ประเภท อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ของตกแต่งและของที่ระลึก สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร อย่างไรก็ตามการพัฒนาผู้ประกอบการ ฯ เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม กิจการขนาดกลางและขนาดย่อม อุตสาหกรรมชุมชน จำเป็นจะต้องปรับตัวตลอดจนหาวิธีพัฒนาและยกระดับคุณภาพการผลิตให้ทัดเทียมกับคู่แข่งที่มีการแข่งขันกันมากขึ้นในเวทีการค้าเสรี ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมีความรู้ความเข้าใจในการประกอบกิจการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว และกระตุ้นให้ผู้ผลิตในชุมชนพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานผลผลิตชุมชน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค


ข่าวโดย : ดำเนิน ท้วมจอก ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

ชมรมเครือข่ายสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2557

นายวิทยา กองตองกาย ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้ง และส่งเสริมสหกรณ์ รักษาราชการแทน สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ชมรมเครือข่ายสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติประจำปี 2557 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ที่สหกรณ์การเกษตรแม่ลาน้อย อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ที่ทรงนำระบบสหกรณ์มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2459 และเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์ตระหนักถึงคุณค่า มีความศรัทธา และเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์งานสหกรณ์ สู่สาธารณชนให้ทราบโดยทั่วกัน ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย ภาคเช้า ชมริ้วขบวนพลังสหกรณ์ พิธีถวายสดุดี และพิธีถวายพานพุ่มราชสักการะ พระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ การมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่บุคลากรดีเด่นในขบวนการสหกรณ์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคบ่ายกิจกรรมการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านมหาสนุก การแข่งขันกีฬาเปตอง และภาคค่ำ งานพบปะสังสรรค์ระหว่างขบวนการสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยกำหนดให้เป็นรูปแบบย้อนยุค และมีการรำวงย้อนยุคอีกด้วย



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดำเนินการ นิเทศติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการหน่วยงานสาธารณสุข ระดับอำเภอ ประจำปี 2557

วันที่ ( 25 กุมภาพันธ์ 2557 ) นางสาวเพ็ญพิศ เล่าเรียนดี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าคณะนิเทศ ติดตามงาน ชุดที่ 3 ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำทีมออกนิเทศงานสาธารณสุขที่อำเภอขุนยวม เพื่อติดตาม รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานหน่วยงานสาธารณสุขระดับ อำเภอขุนยวม(คปสอ.) ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสุขภาพ รวมถึงงานที่เป็นปัญหาอุปสรรคของพื้นที่ และความต้องการ สนับสนุนของพื้นที่ เพื่อนำผลมาพัฒนาผลักดันให้บรรลุตาม เป้าหมาย โดยมี นายแพทย์ประสาน เอื่ยมอนันต์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลขุนยวม พร้อมด้วยสาธารณสุขอำเภอ และคณะ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในพื้นที่ให้การ ต้อนรับ และ นำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าการดำเนินงานสาธารณสุข ของอำเภอ ที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จากการนิเทศติดตามการดำเนินงาน พบว่าในอำเภอขุนยวม มีการขับเคลื่อนพัฒนาการดำเนินงานระบบอำเภอเพื่อ แก้ไขปัญหาของพื้นที่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาลดอัตราตาย ของมารดา จากสภาพปัญหาพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้หญิงมีครรภ์ ได้เข้าถึงบริการคลอดที่ปลอดภัย

ซึ่งมีการกำหนดรูปแบบจัด บริการ โดยใช้โมเดลดูแลหญิงมีครรภ์ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการส่งต่อผู้ป่วยมารับบริการคลอดที่โรงพยาบาล ส่งผลทำให้ ไม่มีมารดาตายหลังคลอด นอกจากนี้มีการพัฒนาระบบส่งต่อ ผู้ป่วยโรคหัวใจหลอดเลือด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึง บริการรวดเร็วทันเวลา และลดภาวะแทรกซ้อนโดยใช้ยาละลาย ลิ่มเลือด และส่งต่อด้วยเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ สำหรับงานด้าน อื่นๆ ส่วนใหญ่ได้ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ชุมชนให้การสนับสนุน และมีส่วนร่วมการดำเนินงานได้ดี



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 จัดการศึกษาเรียนรู้การดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่งของชุมชน ที่บ้านต่อแพ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เช้าวันที่ ( 25 กุมภาพันธ์ 2557)  นายพงศ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอขุนยวม เป็นประธานเปิด การประชุม และศึกษาเรียนรู้การดำเนินงาน การศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่งของชุมชนบ้านต่อแพ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญเงิน ในการประกวดหมู่บ้านปลอดการเผา ระดับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เมื่อปี 2555 โดยมีราษฏรจากบ้านหลวง หมู่ที่ 8 ตำบลแม่เงา ร่วมงานกว่า 30 คน เพื่อศึกษาการดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง และเผยแพร่ข้อมูลการศึกษาวิจัยให้แก่ชุมชนอื่นๆ และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อยกระดับเป็นชุมชนต้นแบบ ในการจัดการปัญหาหมอกควัน จากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การบรรยายสรุปการดำเนินงาน จัดการปัญหาหมอกควันจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ของชุมชนต่อแพ โดยผู้นำและคณะทำงานบ้านต่อแพ/ฐานศึกษาเรียนรู้ ต่างๆ เช่น ทำแนวกันไฟ ในพื้นที่ป่าดอยเวียง/การเฝ้าระวังไฟป่า/ฝายชะลอน้ำ และฐานศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง เช่น กิ่งไม้ทำถ่าน/การทำปุ๋ยหมัก และการเพาะเห็ด จังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดพื้นที่เสี่ยงปัญหาไฟป่า หมอกควัน 20 ตำบลใน 5 อำเภอและจะดำเนินการเฝ้าระวังแบบเข้มข้น นอกจากนั้นยังได้กำหนดวันควบคุมการเผา 63 วันอันตรายตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์-วันที่ 30 เมษายน 2557


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร ความรู้เบื้องต้นในการประกอบการอุตสาหกรรมและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน"

บ่ายวันที่ (25 กุมภาพันธ์ 2557)  นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิด โครงการฝึกอบรมหลักสูตร ความรู้เบื้องต้นในการประกอบการอุตสาหกรรมและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่ โรงแรมอิมพีเรียลธาราแม่ฮ่องสอนรีสอร์ท อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและสถานประกอบการขนาดกลาง/ขนาดย่อม และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชุมชน จำนวน 40 คน เข้าร่วมอบรม เพื่อให้ผู้ประกอบการ สามารถยกระดับคุณภาพการผลิต ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งที่มีมากขึ้น ในเวทีการค้าเสรี พร้อมทั้งส่งเสริม ด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย รวมถึงให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญในการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ต่อไป


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการ ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ ประจำปี 2557

วันที่ (25 กุมภาพันธ์ 2557 ) นายชิษณุพงษ์ บูรณา นายอำเภอขุนยวม นำ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ อบต.ห้วยห้อม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.และประชาชน ร่วมกัน ปล่อยพันธ์ปลาไน จำนวน 3 หมื่นตัว และเขียดแลว จำนวน 1 หมื่นตัว ที่ต้นน้ำแม่ลาน้อย บ้านห้วยห้อม หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยห้อมอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ พร้อมทั้ง กำหนดมาตรการ เพื่อป้องกัน และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ บำรุงน้ำ และส่งเสริมการรวมกลุ่ม


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการคมนาคมที่ยากลำบาก สื่อวิทยุยังมีความจำเป็นและมีประโยชน์มาก เพราะเข้าถึงประชาชนได้ดี โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวเนื่องในโอกาสวันนี้เป็นวันวิทยุกระจายเสียงไทย ครบรอบ 84 ปี ว่า พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการคมนาคมที่ยากลำบาก ดังนั้นสื่อวิทยุยังมีความจำเป็น เพราะเข้าถึงประชาชนได้ดี โดยเฉพาะที่อยู่บนพื้นที่สูง ดังนั้นผู้ที่จัดรายการวิทยุต้องหาข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมาเผยแพร่

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถือเป็นวันวิทยุกระจายเสียงไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าหน้าที่ และอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ล่วงลับไปแล้ว พร้อมมุ่งมั่นสร้างผลงาน สาระและข้อมูลข่าวสารเพื่อประโยชน์ของผู้ฟังต่อไป/


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว ข่าว / เอกณรินทร์ ใจมะโน ภาพ

ชุมชนบ้านต่อแพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับ สนง.สิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 จัดประชุมและศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า

ชุมชนบ้านต่อแพ ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับ สนง.สิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 จัดประชุมและศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง

เช้าวันที่ ( 25 กุมภาพันธ์ 2557)  นายพงษ์ภีระ ชูชื่น นายอำเภอขุนยวม เป็นประธานเปิด การประชุม และศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานการศึกษา และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานของชุมชน ในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่งของชุมชนบ้านต่อแพ ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการศึกษาวิจัย ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า และการเผาในที่โล่งโดยกระบวนการชุนชน ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับ 3 ชุมชน จาก 3 จังหวัด ได้แก่ ชุนชนบ้านแม่ยางมิ้น ต.ศรีถ้อย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ชุมชนบ้านห้วยส้มสุก ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และชุมชนบ้านดอนมูล ต.บ้านปวง อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน เพื่อศึกษาการดำเนินงาน แลกเปลี่ยน และรับฟังประสบการณ์ของชุมชน ในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลการศึกษาวิจัยให้แก่ชุมชนอื่นๆ และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อยกให้เป็น “ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ชุมชนต้นแบบการจัดการปัญหามลพิษหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง ประจำปี 2557”

โดยมีกิจกรรมการบรรยายสรุป การดำเนินงานจัดการปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง ของชุมชนต่อแพ โดยผู้นำและคณะทำงานบ้านต่อแพ เยี่ยมชมฐานศึกษาเรียนรู้ ต่างๆ เช่น การทำแนวกันไฟ การเฝ้าระวังไฟป่า การสร้างฝายชะลอน้ำ และฐานศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เช่น กิ่งไม้ทำถ่าน การทำปุ๋ยหมัก และการเพาะเห็ด บ้านต่อแพ อยู่ในเขตการปกครอง หมู่ที่ 1 ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน มีเนื้อที่ประมาณ 1,900 ไร่ มีพื้นที่ป่าประมาณ 1,000 ไร่ ซึ่งในแต่ละปีที่ผ่านมาประสบกับปัญหาการลักลอบเผาป่า การเผาวัสดุที่เหลือจากการเกษตร ก่อให้เกิดปัญหามลพิษจากหมอกควัน กระทบต่อสุขภาพอนามัยของคนในชุมชน ดังนั้นคนในชุมชนจึงรวมตัวกันทำแผนชุมชน โดยผ่านการประชุมชาวบ้าน หาแนวทางแก้ไขปัญหา ทำให้ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ฯ


ข่าวโดย : พักตร์ภูมิ ปัญญาไชยพัฒน์

จังหวัดลำปาง จัดหน่วยเคลื่อนที่ ออกให้บริการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ในพื้นที่อำเภอเถิน

หน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดลำปาง บูรณาการร่วมกัน จัดกิจกรรมโครงการ "หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดลำปาง" ที่ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าที่ทำการเทศบาลตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีนายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง นำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค บริจาคมอบให้แก่ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ยากไร้ ในพื้นที่ตำบลล้อมแรด โดยมีคณะผู้บริหารจากหน่วยงานองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด-อำเภอ ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลล้อมแรด และเขตพื้นที่ใกล้เคียง จำนวนมากกว่า 400 คน เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการฯ

โครงการ ”หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดลำปาง” เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งทางจังหวัด ได้จัดกิจกรรมขึ้นต่อเนื่องหมุนเวียนกันไปในพื้นที่อำเภอต่างๆ ด้วยการนำบริการทุกประเภทจาก ส่วนราชการ องค์กรสาธารณกุศล และภาคเอกชน ออกมาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ ที่ห่างไกลความเจริญ เป็นการบริการในเชิงรุก ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ได้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ เพื่อจะสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้ในทุกๆ ด้านอย่างเหมาะสม อีกทั้งเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของรัฐ ได้โดยสะดวก รวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดต่อราชการ ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานของรัฐ กับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ สร้างความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนค่านิยมและความคิดของประชาชน ให้เอื้อต่อการพัฒนาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น และส่งเสริมให้ชาวบ้าน ได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีหน่วยงานจากส่วนราชการประจำจังหวัดลำปาง และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเถิน รวม 59 หน่วยงาน ได้ร่วมกันออกหน่วย ให้บริการนอกสถานที่ แก่พี่น้องประชาชน ซึ่งมีการให้บริการที่หลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น การจัดนิทรรศการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิต การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพอนามัย รวมถึงได้มีการนำสินค้าราคาถูกมาจัดจำหน่ายภายในงาน เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน อีกทั้งได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการตรวจร่างกาย รักษาโรค แจกยาเวชภัณฑ์ และให้บริการอุดฟัน ถอนฟัน ตลอดจนได้มอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือแก่ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ยากไร้

โดยในโอกาสนี้ นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นางอินทิรา สุภาแสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง และคณะผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหน้าที่สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด ได้ร่วมกันมอบสิ่งของช่วยเหลือดังกล่าว ประกอบด้วย มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค-บริโภค ให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ จำนวน 100 ถุง, มอบพันธุ์ปลา 100 ถุง รวม 50,000 ตัว ให้แก่ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่, มอบเงินช่วยเหลือ แก่ผู้มีรายได้น้อยไร้ที่พึ่ง จำนวน 6 ราย มอบเงินสงเคราะห์แก่ผู้พิการ จำนวน 4 ราย และมอบอุปกรณ์กายบำบัด ให้แก่ผู้พิการอีกจำนวน 8 ราย
ดูคลิป http://youtu.be/APGw8B7USEs


ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต

มอดไม้ลำปาง ใช้รถกระบะลักลอบขนไม้สักท่อน ซิ่งไปบนถนนสายหลัก เจอรถเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนตรวจจับ ทิ้งของกลางทั้งรถและไม้ วิ่งหนีหายไปในความมืด

ร้อยตรีสมนึก วงศ์สาไฮ หัวหน้าชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วกรมทหารพรานที่ 31 กองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ตำรวจภูธรภาค 5 หรือ ศปทส.5 ชุดที่ 2 และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป.8 (แม่ทรายคำ) ร่วมกันเข้าตรวจสอบรถยนต์กระบะ ที่บรรทุกไม้สักท่อนมาเต็มคันรถ ปกคลุ่มอำพรางไว้ด้วยผ้าสะแลนสีดำ ซึ่งจอดเสียหลักอยู่ริมถนน ที่บริเวณถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม บ้านแพะหนองแดง หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ส่วนคนขับรถและกลุ่มมอดไม้ ที่แอบลักลอบขนไม้สักออกนอกพื้นที่ในครั้งนี้ ได้อาศัยความชำนาญและความมืด วิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ ก่อนทางเจ้าหน้าที่จะได้นำของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทุ่งฝาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับการติดตามไล่ล่าจับกุมครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้มีการสืบทราบว่า มีกลุ่มขบวนการมอดไม้ แอบลักลอบตัดไม้ในสวนป่า เขตพื้นที่ของ ออป. ในเขตสวนป่าแม่ทรายคำ ซึ่งทำกันเป็นขบวนการ และมักจะชักลากไม้ออกนอกพื้นที่ช่วงกลางดึก เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ และการติดตามของเจ้าหน้าที่ฯ โดยการปฏิบัติการติดตามไล่ล่า ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้จัดกำลังกระจายซุ่มอยู่ตามจุดต่างๆ พร้อมทั้งจัดกำลังออกลาดตระเวนด้วยรถยนต์ ตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรอง จนกระทั่งได้พบกับรถยนต์ต้องสงสัย สภาพเก่า ด้านท้ายกระบะปกคลุมด้วยผ้าสีดำ ขับตามกันมา 4 คัน เจ้าหน้าที่ฯ จึงทำการขับติดตามและให้สัญญาณหยุดรถ เพื่อขอตรวจสอบ แต่ปรากฏว่ารถยนต์ต้องสงสัยทั้งหมด ได้เร่งเครื่องซิ่งหลบหนี ไปคนละทิศคนละทาง และสามารถวิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ 3 คัน จอดเสียหลักอยู่บริเวณริมถนน 1 คัน เป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ติดแผ่นป้ายทะเบียน บจ 8751 น่าน และท้ายกระบะได้บรรทุกไม้สักท่อนมาเต็มคันรถมากกว่า 40 ท่อน ส่วนกลุ่มมอดไม้ที่ขับรถคันดังกล่าวมา ได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่ วิ่งหลบหนีหายเข้าไปในป่าพร้อมกับความมืด
ทั้งนี้ไม้ของกลางดังกล่าว จะเกี่ยวข้องกับการลักลอบตัดไม้ ในพื้นที่สวนป่าของ ออป.หรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ฯ จะได้มีการสืบสวนติดตามหาตัวกลุ่มมอดไม้กลุ่มนี้ มาสอบสวนหาข้อเท็จจริง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต

กอ.รมน.จ.ลำพูน จัดโครงการสร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ ตามแนวพระราชดำริ หวังลดปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่

พลโทสาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพน้อยที่ 3 และผู้บัญชาการเฉพาะกิจควบคุมไฟป่าและหมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดโครงการสร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ ที่อ่างเก็บน้ำแม่ธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน มีนายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พ.อ.จิตติวัศร์ ศรสุวรรณ์ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.ลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูนและเทศบาลตำบลบ้านธิ จัดทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตามแนวทางพระราชดำริ ได้แก่ โครงการสร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ ในพื้นที่ห้วยปลาดุก อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงภูมิปัญญาเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแม่ธิ ตลอดจนสร้างความมั่นคงในมวลชน ได้แก่ ความสามัคคีและความจงรักภักดีต่อสถาบัน

โครงการสร้างฝายระบบน้ำชนน้ำ เป็นการแก้ปัญหาต้นเหตุของความแห้งแล้ง ตอบสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ป่าไม้ของชาติและให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำมาโดยตลอด การปฏิบัติการครั้งนี้ จะดำเนินการสร้างฝายหลวงเพื่อกักเก็บน้ำตามลำห้วยปลาดุก จำนวน 20 ฝาย และศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ สนับสนุนงบประมาณในการสร้างฝายดักตะกอนในลำห้วยสาขาของลำห้วยปลาดุก จำนวน 30 ฝาย ฝายดังกล่าวเป็นฝายราคาประหยัด ใช้วัสดุราคาถูกและหาง่ายในท้องถิ่น เช่นแบบหินทิ้งคลุมด้วยตาข่ายปิดกั้นร่องน้ำกับลำธารขนาดเล็กเป็นระยะๆ เพื่อใช้กักเก็บน้ำและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้ำที่กักเก็บไว้จะซึมเข้าไปในดิน ทำให้ความชุ่มชื้นแผ่ขยายออกไปทั้งสองข้าง สามารถปลูกพันธุ์ไม้ป้องกันไฟ พันธุ์ไม้โตเร็ว และพันธุ์ไม้ทิ้งใบ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้มีสภาพเขียวชอุ่มขี้นเป็นลำดับ

หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดแม่ทัพน้อยที่ 3 และผู้บัญชาการเฉพาะกิจควบคุมไฟป่าและหมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานมอบยาและสิ่งของให้ผู้แทนมวลชน คือ นายจำรัส ศรีไม้ กำนันตำบลบ้านธิ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จากนั้น รับมอบกระสอบทรายสนับสนุนการสร้างฝายจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนและองค์กรเอกชน



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

กอ.รมน. จ.ลำพูน ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านธิ สร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ ตามแนวพระราชดำริ จำนวน 50 ฝาย เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่พื้นดินป้องกันและแก้ปัญหาภัยแล้งรวมทั้งปัญหาหมอกควันและไฟป่า

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.ลำพูน ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านธิ และประชาชน อ.บ้านธิ จ.ลำพูน สร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ ตามแนวพระราชดำริ เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่พื้นดินป้องกันและแก้ปัญหาภัยแล้งรวมทั้งปัญหาหมอกควันและไฟป่า

เช้าวันที่ (25 ก.พ. 2557) ที่ อ่างเก็บน้ำแม่ธิ ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน พลโทสาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพน้อยที่ 3 และผู้บัญชาการเฉพาะกิจควบคุมไฟป่าและหมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดโครงการสร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ พร้อมด้วยนายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูน ,องค์การบริการส่วนจังหวัดลำพูน ,ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ,บริษัทปูน TPI และกองพลทหารราบที่ 7 โดยกรมทหารราบที่ 7 และมณฑลทหารบกที่ 33 โดยสำนักงานสัสดีจังหวัดลำพูน ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านธิและประชาชน อ.บ้านธิ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นแก่พื้นดินเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแม่ธิ นอกจากนี้ยังมุ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ประการสำคัญเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

โครงการสร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ เป็นการแก้ปัญหาความแห้งแล้ง สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ป่าไม้ของชาติ ในการสร้างฝายครั้งนี้ มุ่งสร้างฝายเพื่อกักเก็บน้ำตามลำห้วยปลาดุก จำนวน 20 ฝาย และศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ สนับสนุนงบประมาณในการสร้างฝายดักตะกอนในลำห้วยสาขาของลำห้วยปลาดุก อีกจำนวน 30 ฝาย ในการก่อสร้างฝาย ได้ใช้วัสดุราคาถูกและหาง่ายในท้องถิ่น เช่นฝายแบบหินทิ้งคลุมด้วยตาข่ายปิดกั้นร่องน้ำกับลำธารขนาดเล็กเป็นระยะๆ เพื่อใช้กักเก็บน้ำและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้ำที่กักเก็บไว้จะซึมเข้าไปในดิน ทำให้ความชุ่มชื้นแผ่ขยายออกไปทั้งสองข้าง สามารถปลูกพันธุ์ไม้ป้องกันไฟ พันธุ์ไม้โตเร็ว และพันธุ์ไม้ทิ้งใบ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้มีสภาพเขียวชอุ่ม



ข่าวโดย : น.ส. อุไรวรรณ ปิงแก้ว 

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดกิจกรรมงาน วัน RVP รักความปลอดภัยทางถนน

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาลำพูน จัดกิจกรรมงาน วัน RVP รักความปลอดภัยทางถนน ส่งเสริมกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาลำพูน นำโดย นางสาวคณัญญา นันจันทร์ ผู้จัดการ จัดกิจกรรมงาน วัน RVP รักความปลอดภัยทางถนน หรือ RVP Road Safety Day ที่หน้าสำนักงานบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาลำพูน ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นการสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ เสริมสร้างคุณค่าต่อสังคมและอุตสาหกรรมประกันภัยให้เป็นที่น่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชน กิจกรรมภายในงาน มีบริการเปลี่ยนหลอดไฟรถจักรยานยนต์ ฟรี การแนะนำวิธีขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกต้อง แจกหมวกนิรภัยเด็กสำหรับใช้ขณะเด็กโดยสารรถจักรยานยนต์ที่ผู้ปกครองส่งไปโรงเรียน การจำหน่ายหมวกนิรภัยแบบพิเศษ 86 พรรษา ร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา และการเล่นเกม เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับบริษัทฯ และกิจกรรมความปลอดภัยทางถนน

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มีหน้าที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับคำร้องขอและจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นหรือค่าสินไหมทดแทนหรือเงินต่างๆ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รวมถึงดำเนินกิจการตามที่บริษัทหรือสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเป็นผู้มอบหมาย บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จึงจัดให้มีสาขาในทุกจังหวัด เพื่อให้บริการแก่ประชาชนครอบคลุมทั้งประเทศ รวมทั้งมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามพระราชบัญญัติแทนทุกบริษัทประกันภัย ซึ่งผู้ประสบภัย ทายาท ผู้รับมอบอำนาจ หรือโรงพยาบาลผู้รับการรักษาพยาบาลสามารถเรียกร้องค่าเสียหายเบื้องต้นหรือค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทกลางฯ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

คณะผู้แทนรัฐสุลต่านโอมานเยือนสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย ชมผ้าไหมยกดอกสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดลำพูน

ที่สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นางนิชาดา สุริยะเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ให้การต้อนรับคณะผู้แทนรัฐสุลต่านโอมาน โดยการประสานงานของกรมหม่อนไหม ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และพบผู้ประกอบการผ้าไหมยกดอกลำพูน ซึ่งคณะผู้แทนของรัฐสุลต่านโอมาน ได้แก่ 1) Ministry of Heritage and Culture 2) Public Authority of Craft Industries 3) Muscat Festival Directorate ให้ความสนใจสินค้าผ้าไหมยกดอกลำพูน ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายซึ่งแหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดลำพูน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนและอนุรักษ์ ผ้าไหมยกดอกลำพูน ผ้าฝ้ายลำพูน และผ้าทอกะเหรี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าไหมยกดอกลำพูน ซึ่งมีความวิจิตรตระการตาประณีตสวยงามมาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งแรกที่ได้ยื่นขอจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ Geographical Indication (GI) ภายใต้ชื่อ “ผ้าไหมยกดอกลำพูน” จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2550 ให้ได้รับการคุ้มครองชื่อผลิตภัณฑ์ว่ามาจากแหล่งผลิตในจังหวัดลำพูนที่มีคุณภาพสูง และประวัติยาวนาน ทำให้ “ผ้าไหมยกดอกลำพูน” เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานการผลิตและรักษาภูมิปัญญาที่กำลังจะสูญหาย สร้างโอกาสในการพัฒนาตลาดทั้งในและต่างประเทศ แสดงถึงเอกลักษณ์ ภูมิปัญญา ซึ่งแฝงประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานของจังหวัดลำพูน


ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ

เกษตรจังหวัดกำแพงเพชรจัด โครงการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคระห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่วัดวังเจ้า หมู่ 5 ตำบลเทพนิมิต อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร จัดโครงการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคระห์สมเด็จพระบรทโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมีนายสุรพล เวณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรเป็นประธาน เปิดโครงการ และมีนายณัฐพงษ์ ศิริบุญ นายอำเภอบึงสามัคคี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการในครั้งนี้ โครงการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคระห์สมเด็จพระบรทโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จัดขึ้นในรูปแบบบูรณาการ งานบริการวิชาการด้านการเกษตรทุกสาขา

โดยหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง พัฒนาที่ดิน ฯลฯ โดยอาศัยเครื่องมือ อุปกรณ์ เข้าช่วยในการปฎิบัติงาน ให้บริการเกษตร ณ จุดเดียว ในรูปแบบกิจกรรมให้บริการเคลื่อนที่ เพื่อเป็นการ กระตุ้นเกษตรกรให้เกิดการตื่นตัว และยอมรับนวัตกรรมใหม่ ๆ ตามความต้องการและความเหมาะสมกับประชาชนแต่ล่ะพื้นที่ และในโครงการได้จัดกิจกรรมพิเศษสำหรับเด็กตามแนวทางของโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชานุเคระห์สมเด็จพระบรทโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สนับสนุนการจัดงานเป็นเป็นกิจกรรมร่วมในการดำเนินการ ครั้งนี้ด้วย


อมรเทพ สังคง /ข่าว

จังหวัดกำแพงเพชร จัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่วัดวังเจ้า หมู่ที่ 5 ตำบลเทพนิมิตร อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นำหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร คณะกรรมการเหล่ากาชาดฯ ออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ตามที่จังหวัดกำแพงเพชรได้กำหนดการดำเนินโครงการ "หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้าง รอยยิ้มให้ประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการนำเอางานบริการของส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ไปให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในอำเภอต่าง ๆ โดยเน้นงานบริการที่เป็นรูปธรรม

 ซึ่งประกอบด้วยงานบริการต่าง ๆ ทั้งในระดับจังหวัดและ ในระดับอำเภอ ในการออกหน่วยครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และหัวหน้าหน่วยงานราชการในจังหวัดกำแพงเพชร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร คณะกรรมการเหล่ากาชาดฯ มอบสิ่งของแก่ประชาชนและนักเรียน ดังนี้ มอบทุนการศึกษา 10 ทุนให้นักเรียน ทุนอุปการะเด็กผู้ด้วยโอกาส 20 ทุน และเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการ 10 ทุน มอบจักรยานให้แก่นักเรียนจำนวน 25 คัน และมอบถุงยังชีพจำนวน 200 ถุง ให้แก่ผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ ประชาชนในเบื้องต้น พร้อมทั้งได้พูดคุยกับชาวบ้านถึงเรื่องความเดือดร้อนที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือ และรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน เพื่อที่จะนำมาพิจารณาและดำเนินการช่วยเหลือต่อไป จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และหัวหน้าส่วนราชการได้ร่วมกันปล่อยพันธ์ปลาสู่แหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อเป็นการขยายพันธ์ปลา และปลุกต้นไม้ ในบริเวณวัดวังเจ้า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดมลภาวะของสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย                              



อมรเทพ สังคง / ข่าว

ชาวไร่ข้าวโพดจังหวัดเลยยกระดับการชุมนุม นำรถบรรทุกปิดถนน สระบุรี - หล่มสัก หน้าศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์

วันนี้ชาวไร่ข้าวโพดจากอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้ยกระดับการชุมนุม หลังจากนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ลงมาชี้แจงกับเกษตรกรตั้งแต่ช่วงเช้าว่ากำลังเร่งคำตอบจากกระทรวงพาณิชย์ ว่าสามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ข้ามจังหวัดได้หรือไม่ โดยให้พี่น้องรอคำตอบบริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดก่อน ล่าสุดขณะนี้กลุ่มเกษตรกรจังหวัดเลย ได้ยกระดับการชุมนุมเคลื่อนขบวนนำรถบรรทุกจำนวน 3 คัน ไปปิดถนน สระบุรี - หล่มสัก ขาล่อง บริเวณหน้าศุนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดต้องรู้ผลภายในเที่ยงวันนี้ หากไม่ได้รับคำตอบจะปิดถนนทั้งขาขึ้น ขาล่อง และจะระดมเกษตรกรจากจังหวัดเลยมาสมทบอีกนับหมื่นราย ด้านจังหวัดเพชรบูรณ์นายกฤษณ์ คงเมือง ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมนึก คำวิเศษ ผกก.สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้ลงมาเจรจา และจัดกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก การจราจรแก่ประชาชน และเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว

ประชุมรายงานสรุปผลการจับกุมคดียาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์

วันที่ (25 ก.พ. 57) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นายคณีธิป บุณยเกตุ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพย์ติดจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 4 / 2557

ภายในที่ประชุมได้มีการรายงานสถาณการณ์ยาเสพติดพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ปปส.ภาค6 รวมทั้งการแก้ไขปัญหาผู้ติดยาเสพติด การสร้างภูมิคุ้มกัน และการป้องกันยาเสพติด สรุปผลการดำเนินงานของ ศพส.จ.พช. พบว่าจำนวนผู้ถูกจับกุมโดยแยกเป็นรายอำเภอ ดังนี้ อ.เมืองเพชรบูรณ์ 53 ราย อ.วิเชียรบุรี 49 ราย อ.หล่มสัก 48 ราย อ.หนองไผ่ 30 ราย อ.หล่มเก่า 27 ราย อ.บึงสามพัน 22 ราย อ.ชนแดน 16 ราย อ.ศรีเทพ 14 ราย อ.เขาค้อ 7 ราย อ.วังโป่ง 5 ราย อ.น้ำหนาว 4 ราย รวม 275 ราย จาก 11 อำเภอในจังหวัดเพชรบูรณ์

นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก ปปส.ภาค 6 ได้รายงานว่าในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ยังมีจุดพักยาที่สำคัญอยู่ที่บ้านเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ และพบว่าราคายาบ้าในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรณ์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ จะเร่ง วางมาตรการในการจับกุมทั้งผู้จำหน่าย และผู้เสพมาดำเนินคดีให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ต่อไป