วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

พมจ.กำแพงเพชร จัดกิจกรรมวันผู้สูงอายุ วันแห่งครอบครัว และสมัชชาครอบครัว

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557 สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชรจัดกิจกรรมวันผู้สูงอายุ วันแห่งครอบครัว และสมัชชาครอบครัว จังหวัดกำแพงเพชร ที่หอประชุมโรงเรียนวัดคูยาง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร โดยมี นายสุรพล วาณิชเสนีผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดกิจกรรม สถานการณ์ทางสังคมได้ชี้ให้เห็นถึงทิศทางการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ อันเป็นผลมาจากอันตราการเกิดลดลง และความก้าวหน้าด้านทางการแพทย์ ทำให้ประชากรมีอายุยืนยาว และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ สถาบันครอบครัว ได้ปรับจากครอบครัว ขยายมาเป็นครอบครัวเดี่ยว ทำให้คนในครบครัวมีความสัมพันธภาพแบบต่างคนต่างอยู่นอกจากนี้ มีอัตราการอย่าร้างสูง และมีความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมา ทั้งปัญหาเด็กและเยาวชน มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และที่สำคัญคือปัญหาผู้สูงอายุขาดการดูแลเอาใจใส่ จากบุตรหลานของตนเอง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชร จึงร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดงานวันผู้สูงอายุ วันแห่งครอบครัว และสมัชชาครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี 2557 เพื่อให้ความสำคัญของสถาบันครอบครัว มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และระดมข้อคิดเห็น ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครับครัว รวมทั้งได้ตระหนักถึงคุณค้าของผู้สูงอายุ ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา ตลอดจน เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ครอบครัวร่วมเย็นในกิจกรรมนันทนาการและการจัดเวทีสมัชชาครอบครัว รวมถึงการมอบเครื่องอุปโภค เพื่อแสดงความกตัญญูและความเอื้ออาทรต่อผู้สูงอายุ



นิพนธ์ รอดทรัพย์ / ข่าว
ผู้ตรวจ นายรวีโรจน์ ส่องศรี
ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร

จังหวัดกำแพงเพชรจัดโครงการ หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2557 ที่โรงเรียนสระสิงโต ตำบลเทพนคร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นำหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน พร้อมด้วย พันเอกหญิงศินีนารถ วาณิชเสนี นายยกเหล่ากาชาดกำแพงเพชร และ คณะกรรมการเหล่ากาชาดกำแพงเพชร ออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

ตามที่จังหวัดกำแพงเพชรได้กำหนดการดำเนินโครงการ "หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้าง รอยยิ้มให้ประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการนำเอางานบริการของส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ไปให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในอำเภอต่าง ๆ โดยเน้นงานบริการที่เป็นรูปธรรม ซึ่งประกอบด้วยงานบริการต่าง ๆ ทั้งในระดับจังหวัดและ ในระดับอำเภอ

ในการออกหน่วยครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และหัวหน้าหน่วยงานราชการในจังหวัดกำแพงเพชร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร คณะกรรมการเหล่ากาชาดฯ มอบสิ่งของแก่ประชาชนและนักเรียน ดังนี้ มอบทุนการศึกษาให้นักเรียน มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวยากจน มอบจักรยานให้แก่นักเรียน และมอบถุงยังชีพแก่ผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ ประชาชนในเบื้องต้น พร้อมทั้งได้พูดคุยกับชาวบ้านถึงเรื่องความเดือดร้อนที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือ และรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน เพื่อที่จะนำมาพิจารณาและดำเนินการช่วยเหลือต่อไป



นิพนธ์ รอดทรัพย์ / ข่าว
ผู้ตรวจ นายรวีโรจน์ ส่องศรี
ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร

จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมจะจัดงาน “อุตรดิตถ์เกษตรแฟร์ ๒๕๕๗” ๕ – ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗

จากการที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด พัฒนาภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การแปรรูปสินค้าการเกษตร ให้มีคุณภาพและปลอดภัย และมีความมั่นคงทางอาหาร โดยส่งเสริมพัฒนากระบวนการผลิต มุ่งพัฒนาผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค เสริมสร้างศักยภาพการบริหารการจัดการให้กับภาคเกษตร สถาบันเกษตรกร และกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการ SME ให้มีความเข้มแข็ง และยุทธศาสตร์พัฒนาทุนทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว มีการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาภูมปัญญาท้องถิ่น และภูมิปัญญาไทย เพื่อใช้ในการผลิตสินค้า บริการ การประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งจังหวัดอุตรดิตถ์ได้สร้างเครือข่ายเพื่อประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้า มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยสร้างความแตกต่าง ในตัวผลิตภัณฑ์ทำให้สร้างรายได้และสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวและผู้บริโภค ตามวิสัยทัศน์ของจังหวัดอุตรดิตถ์ คือ "เมืองแห่งคุณภาพชีวิต ผลผลิตปลอดภัย สืบสารวัฒนธรรมไทย ก้าวไกลสัมพันธ์เพื่อบ้านยั่งยืน” โดยในระหว่างวันที่ ๕ – ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จังหวัดอุตรดิตถ์ กำหนดจัดงานอุตรดิตถ์เกษตรแฟร์ ๒๕๕๗ ณ บริเวณถนนแปดวา – สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายและแสดงผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเป็นการกระตุ้นสินค้าและผู้บริโภคพอใจและเปิดเวทีผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยฯ พบผู้บริโภค เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่วิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเพื่อเป็นโครงการ นำขยายผลต่อไป และจะเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตเกษตรกรปลอดภัย และเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดอุตรดิตถ์ได้เป็นที่รู้จัก ยอมรับ และเชื่อถือของผู้บริโภคกว้างขวางยิ่งขึ้น โดย นายอำนาจ ปาลาศ เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับเกียรติจากนายวีระชัย ภู่เพียงใจ และ นายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้ง ๒ ท่าน ตลอดจนประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ (นายภวัต ศรีสมบูรณ์) ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ห้องศิลาอาสน์ ชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์   

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การประกวดจัดสวนหย่อมสวยงาม การจำหน่ายสินค้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน การจำหน่ายสินค้าเครือข่ายแม่บ้านเกษตรกร การจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยและ ได้มาตรฐาน รวมทั้งการจำหน่ายพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น พืชผัก ไม้ผล อุปกรณ์ด้านการเกษตร สัตว์เลี้ยง ประมง เป็นต้น กำหนดมีพิธีเปิดงาน ในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๗.๓๐ น.



ข่าว/ สุรีย์ แสงทอง
ทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์

ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาคนพิการ

ผู้พิการของตำบลทุ่งยั้งกำลังจะได้รับการพัฒนาและฟื้นฟูเมื่อเทศบาลให้ความสำคัญจัดตั้งศูนย์พัฒนาขึ้น เพื่อให้ได้รับการพัฒนาด้านการฝึกอาชีพให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ที่เทศบาลตำบลพระเสด็จ ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ นายชัช กิตตินภดล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในการเปิดศูนย์การเรียนรู้ในชุมชนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาคนพิการโดยชุมชนเทศบาลตำบลพระเสด็จ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนพิการในเขตพื้นที่อำเภอลับแล เช่น การฝึกการนวดแผนไทย. การประดิษฐ์ดอกไม้ เป็นต้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้การสนับสนุน ศูนย์ฯแห่งนี้นอกจากจะเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้พิการโดยตรงแล้วยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้สูงอายุใช้เป็นสถานที่พบปะแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาอาชีพเสริมอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ตั้งศูนย์ขึ้นอีก จำนวน ๒ ศูนย์ ๒ อำเภอ ๆ ละ ๑ ศูนย์ ๑ ตำบล ซึ่งศูนย์ฯของตำบลพระเสด็จแห่งนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์ฯต้นแบบระดับจังหวัดด้วย

อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน

เทศบาลตำบลท่าเสาฝึกทบทวนอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเตรียมความพร้อมรับมือ สาธารณภัย ภายหลังจากที่เกิดเหตุสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดหลายครั้ง จากเหตุการณ์อุทกภัยดินโคลนถล่มจังหวัดอุตรดิตถ์ครั้งใหญ่ในปี ๒๕๔๙ ก่อให้เกิดความเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมในการรับมือหากเกิดเหตุการณ์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร. จึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก นายชัช กิตตินภดล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฝึกทบทวนความพร้อมเพียงในการออกปฏิบัติภาระกิจช่วยเหลือประชาชนยามเกิดเหตุให้ทันเหตุการณ์มากที่สุด ซึ่งครั้งนี้ที่กองอาสารักษาดินแดนจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นฝึกทบทวนของ อปพร. เทศบาลตำบลท่าเสา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จำนวน ๕๐ คน ใช้ระยะเวลาระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๕ เมษายน ๒๕๕๗ โดยเน้นให้มีความเข้าใจในบทบาทความรับผิดชอบการบริหารจัดการด้านสาธารณภัย รวมไปถึงการประสานความร่วมมือระหว่างเครือข่าย อปพร. ภาคีระดับจังหวัด




ข่าว/ทีมข่าว ส.ปชส.อุตรดิตถ์

คณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัด คณะที่ 2 ติดตามผลการปฏิบัติงานพัฒนาจังหวัดตามนโยบายของรัฐบาลที่จังหวัดลำพูน

เช้าวันนี้ ( 21 เมษายน 2557 ) ที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน ศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ อดุลพันธุ์ ประธานอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัด คณะที่ 2 นำโดย พร้อมด้วย นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะอนุกรรมการ ได้ไปตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานพัฒนาจังหวัดของหน่วยงานต่างๆที่จังหวัดลำพูน

ทั้งนี้ เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงาน ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน รวมทั้งเพื่อให้ข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานราชการ เพื่อให้การปฏิบัติงานไปประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง และเป็นไปตามหลักการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี โดยนายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้นำหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดผู้เกี่ยวข้อง ชี้แจงผลการปฏิบัติงาน

แนวทางการติดตามผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัด คณะที่ 2 มุ่งเน้นในประเด็นตรวจสอบภายใน,การควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง,การปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ,การเบิกจ่ายงบประมาณ และ โครงการพิเศษ สำหรับการประเมินในภาพรวมพบว่า การปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผลการประเมินอยู่ในระดับดีถึงดีมาก

ในตอนบ่าย คณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัด คณะที่ 2 ได้ไปตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการพิเศษ คือ โครงการพัฒนาแหล่งกระจายสินค้าและจำหน่าย (outlet) จุดดึงดูดทางการท่องเที่ยว (Landmark) ของจังหวัดลำพูน ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 โดยมีการก่อสร้างรูปปั้นองค์ครูบาศรีวิชัยขนาดใหญ่ ความสูง 21 เมตร กว้าง 18 เมตร ที่วัดดอยติ สร้างอาคารจำหน่ายสินค้า และการปรับปรุงภูมิทัศน์ พร้อมทั้งสร้างลิฟต์ภูเขา ( รถรางเคเบิ้ล ) สำหรับรับ-ส่งนักท่องเที่ยวขึ้นสู่ดอยติ เพื่อไปสักการะรูปปั้นครูบาศรีวิชัย โอกาสนี้คณะอนุกรรมการฯได้เยี่ยมชมศูนย์กระจายและจัดจำหน่ายสินค้าของจังหวัดลำพูน ซึ่งอยู่ด้านตรงข้ามกับวัดดอยติ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ได้ปรับปรุงอาคารโกดังเก็บลำไยเดิม เพื่อใช้ประโยชน์ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ



ข่าวโดย : นศ.ฝึกประสบการณ์ นางสาวรุจิรา เสนานุช
หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวคณะครูอาจารย์อาวุโส เนื่องในโอกาสสงกรานต์ ประจำปี 2557

เมื่อวานนี้ (20 เมษายน 2557) สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน จำนวนกว่า 120 คน จัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวคณะครูอาจารย์อาวุโส เนื่องในโอกาสสงกรานต์ ประจำปี 2557 ที่อาคารดงรัก วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ และสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น/



ข่าวโดย : ชลนารถ/ ชญานิศ/ ศุภณัฐ นิสิตฝึกงานจุฬาฯ
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

ทสจ.แม่ฮ่องสอน จัดแสดงพลังมวลชนเชิงสัญลักษณ์ "แม่ฮ่องสอนอาสา พิทักษ์ผืนป่า สาละวิน"

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดแสดงพลังมวลชนเชิงสัญลักษณ์ "แม่ฮ่องสอนอาสา พิทักษ์ผืนป่าสาละวิน" เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ในผืนป่าสาละวิน ในวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๗ ณ สนามหน้าค่ายเทพสิงห์ กรมทหารพรานที่ ๓๖

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในคราวประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ศปปท.จ.มส.) ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุมขุนลุมประพาส ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ศปปท. จ.มส. ได้รับรายงานในที่ประชุมว่า ขณะนี้มีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าในผืนป่าสาละวิน บริเวณช่วงรอยต่ออุทยานแห่งชาติสาละวินและป่าสงวนแห่งชาติสาละวิน ช่วงติดต่อกับลำน้ำสาละวินมีสถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงจนเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน โดยขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง

ศปปท. แม่ฮ่องสอน ได้ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ที่ต้องประสานการปฏิบัติงานโดยถือว่า ปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้เป็นปัญหาที่สำคัญของจังหวัดฯ ที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ของการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ในผืนป่าสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงจัดให้มีการแสดงพลังมวลชนเชิงสัญลักษณ์ขึ้น ณ สนามหน้าค่ายเทพสิงห์ กรมทหารพรานที่ ๓๖ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๗ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นประธานในพิธี เวลา ๐๙.๓๐ น. ประธานถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้บังคับกองกำลังผสมรายงานความเป็นมาของการจัดงาน กำลังมวลชนปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประธานให้โอวาสผู้เข้าร่วมพิธี พร้อมปล่อยพลังมวลชน "แม่ฮ่องสอนอาสา พิทักษ์ป่าสาละวิน" เครื่องบินของกรมทหารราบที่ ๑๗ และเครื่องบินของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกเดินทางจากสนามหน้าค่ายเทพสิงห์ เพื่อบินตรวจสภาพป่า พื้นที่เป้าหมายป่าสาละวิน คาดหวังว่า กิจกรรมดังกล่าว จะส่งผลให้ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะเกิดความรู้สึกหวงแหน และปกป้องทรัพยากรป่าไม้ อย่างยั่งยืน



ข่าวโดย : อ่อนศรี ศรี อัมพร ทีมข่าว ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียงเปิดยุทธการการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 3 อำเภอ

วันนี้ 20 เม.ย . 57 ที่ อุทยานแห่งชาติสาละวิน ต.แม่คง. อ.แม่สะเรียง นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง นายบุญเกื้อ คณาธารกุล นายอำเภอสบเมย บูรณาการ เจ้าหน้าที่จาก อุทยานแห่งชาติสาละวิน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอแม่สะเรียง แม่ลาน้อย และสบเมย 17 หน่วยงาน จำนวน 100 คน เปิดยุทธการการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ในการเปิดยุทธการครั้งนี้ ได้จัดชุดปฎิบัติการ 4 ชุด เน้นการปราบปราม ลาดตระเวน ตั้งจุดสกัด หาข่าว ตามลำน้ำสาละวิน และ พื้นที่ป่าบริเวณ บ้านห้วยสิงห์ ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จุดที่ 2 บริเวณระหว่างบ้านห้วยกองก๊าด – บ้านแม่สามแลบ จุดที่ 3 บ้านแม่สามแลบ – บ้านท่าตาฝั่ง จุดที่ 4 บ้านแม่สามแลบ – สวนป่าแม่มาด ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งพื้นที่ทั้ง 4 จุดนี้เป็นพื้นที่เสี่ยงในการที่จะมีการลักลอบตัดไม้สูง เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เขตรอต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน และใกล้ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่ลามาหลวงและบ้านแม่ละอูน ซึ่งมีผู้พักพิงหลายหมื่นคน



ข่าวโดย : นวรัตน์ ศรีแก้วเลิศ
หน่วยงาน : สวท.แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน

อบจ.แม่ฮ่องสอนจัดโครงการรางวัลหมู่บ้านก่อการดี ปีที่ 2

บ่ายวันนี้ ( 21 เม.ย. 57 ) นายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการดำเนินงานโครงการรางวัลหมู่บ้านก่อการดี ปีที่ 2 ณ ศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยในปี 2555 องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ดำเนินการโครงการรางวัลหมู่บ้านก่อการดี เพื่อ ยกย่องชมเชยหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีการนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการบริหารงาน เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พึ่งพาและจัดการตนเองได้ โดยการพิจารณามอบรางวัลแห่งการทำความดี ให้กับหมู่บ้าน/ชุมชน จำนวน 286 หมู่บ้าน/ชุมชน ส่งผลให้เกิดความภาคภูมิใจ เกิดความสามัคคีของคนในชุมชน และยังเป็นการเสริมแรงการทำงานขับเคลื่อนธรรมาภิบาลให้แก่ชุมชนอื่นได้

และในปี 2557 องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดทำโครงการรางวัลหมู่บ้านก่อการดี ปีที่ 2 ขึ้น เพื่อเสริมแรงการทำงานขับเคลื่อนธรรมาภิบาลให้เกิดความยั่งยืน โดยรางวัลหมู่บ้านก่อการดี ระดับดีเลิศ ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ระดับดีเด่น ได้รับเงินรางวัล 7,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และระดับดี ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองแผนและงบประมาณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทรศัพท์ / โทรสาร 0-5361-1180 , 089-553-8720 หรือที่เว็บไซต์ www.mhs-pao.com



ข่าวโดย : พักตร์ภูมิ ปัญญาไชยพัฒน์
หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศแจ้งเตือนพายุฤดูร้อน ในช่วงสัปดาห์นี้

นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้น ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน 2557 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน จะแผ่มาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในบางพื้นที่

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงแจ้งเตือนให้ประชาชน ที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัด ดูแลบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างให้แข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้ และระมัดระวังการใช้เครื่องมือสื่อสารกลางที่โล่งแจ้ง ในขณะเกิดฟ้าคะนอง



ข่าวโดย : ศุภณัฐ สิริภัทรวณิช /ชลนารถ ศรีสวัสดิ์ นิสิตฝึกงาน
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

ศูนย์ปฎิบัติการบินที่ 2 เชียงใหม่ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน บินสำรวจพื้นที่โครงการอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมไม้สักและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบริเวณป่าลุ่มน้ำของ – ลุ่มน้ำปาย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันนี้ ( 21 เมษายน 2557) ศูนย์ปฏิบัติการบินที่ 2 เชียงใหม่ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการบินสำรวจ ในพื้นที่ โครงการอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมไม้สักและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบริเวณป่าลุ่มน้ำของ – ลุ่มน้ำปายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปฏิบัติการบินเพื่อป้องปราม และกดดัน ไม่ให้มีการลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า โดยเฉพาะไม้สักธรรมชาติ รวมถึงการล่าสัตว์ หรือจุดไฟเผาป่าในพื้นที่โครงการฯ จากการบินสำรวจในครั้งนี้พบว่ามีการบุกรุกผืนป่าในลักษณะการขยายพื้นที่ประปราย ซึ่งได้มีการจับพิกัด เพื่อประสานหน่วยงานภาคพื้น นำไปสู่การขยายผล โดยหลังจากนี้จะยังคงปฏิบัติการบินสำรวจอย่างต่อเนื่องเพื่ออนุรักษ์แหล่งป่าสักธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับโครงการอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมไม้สักและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบริเวณป่าลุ่มน้ำของ-ลุ่มน้ำปาย ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 และพระราชทานนามป่าสักดังกล่าวว่า “ป่าสักนวมินทรราชินี” (ป่า-สัก-นะ-วะ-มิน-ทะ-ระ-รา-ชิ-นี)



ข่าวโดย : ศิริวรรณี ศรีทัพ
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมคณะกรรมการอำนวยการและดำเนินงาน โครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริแม่ฮ่องสอน

เช้าวันนี้ (21 เมษายน 2557) นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและดำเนินงานโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริแม่ฮ่องสอน ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมประชุมกว่า 50 คน เพื่อร่วมกันวางแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเตรียมการจัดทำงบประมาณในการขยายผลโครงการพระราชดำริสู่ชุมชนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ มีการสรุปผลการดำเนินงานและแผนการดำเนินงานของ 3 ศูนย์หลัก ประกอบด้วย ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริ ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง ตามพระราชดำริ และ ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในพระบรมราชินูปถัมภ์

ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่งเสริมให้ปลูกนาขั้นบันได เพราะนอกจากเป็น การส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว ยังสามารถ ลดอัตราการทำลายป่า รวมถึงส่งเสริมให้ปลูกพืชหลายชนิดในแปลงเดียวกัน เช่น ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพริก เพราะเป็นพืชที่เก็บได้นาน สามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการเลี้ยงหมูหลุม เนื่องจากเลี้ยงง่าย ไม่ส่งกลิ่น และส่งเสริมให้เลี้ยงโคขุน เพราะขายได้ราคาดี รวมถึงสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเอื้อต่อการเลี้ยงโคอีกด้วย/



ข่าวโดย : ชลนารถ/ ชญานิศ/ ศุภณัฐ นิสิตฝึกงานจุฬาฯ
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม ร่วมกับ ชมรมผู้สูงอายุตำบลแม่เงา เตรียมจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ประจำปี 2557

นายจายคำ ตุ่มสุวรรณ ประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลแม่เงา เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนตำบลแม่เงา ร่วมกับ ชมรมผู้สูงอายุตำบลแม่เงา เตรียมจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2557 ในวันที่ 23 เมษายน 2557 ที่ วัดต่อแพ ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจ พร้อมทั้งให้ความสำคัญ ถึงคุณงามความดีของผู้สูงอายุ และลูกหลานได้แสดงถึงความกตัญญู ซึ่งปฎิบัติเป็นประจำทุกปี

กิจกรรมในงานประกอบด้วย พิธีรดน้ำ ดำหัวผู้สูงอายุ การมอบเกียรติบัตรผู้สูงอายุสุขภาพดีตำบลแม่เงา มอบของที่ระลึกผู้สูงอายุสืบสานประเพณีวัฒนธรรมตำบลแม่เงาโดย กศน.อำเภอขุนยวม บริการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุเบื้องต้น โดย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านต่อแพ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านห้วยนา และ กิจกรรมนัทนาการ

จึงขอเรียนเชิญท่านที่สนใจ ร่วมงาน ตามวันเวลา และดังกล่าว



ข่าวโดย : เวียงสอน ดอนแก้ว
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

ชุมชนเพชรรัตน์ เทศบาลเมืองแพร่ มุ่งเข้าสู่ชุมชนแห่งสุขภาพ

ชุมชนเพชรรัตน์ เขตเทศบาลเมืองแพร่ มุ่งเน้นเข้าสู่ชุมชนแห่งสุขภาพ เน้นกิจกรรมการออกกำลังกายในชุมชน พร้อมเสนอของบประมาณจากโครงการพัฒนาเมืองในการสร้างอาคาร ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและจัดซื้อครุภัณฑ์ตามโครงการ   "ชุมชนเพชรรัตน์ชุมชนแห่งสุขภาพ”

ชุมชนเพชรรัตน์ เป็นชุมชนที่แยกพื้นที่มาจากชุมชนชัยมงคล เมื่อปี ๒๕๔๗ เป็นชุมชนที่ ๑๘ ของเทศบาลเมืองแพร่ และไม่มีโรงเรียน ไม่มีวัดและตลาด มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ซึ่งภายในชุมชนมีประชากรที่ให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาทางชุมชนเพชรรัตน์มีมติของชุมชนใช้งบประมาณ  SML ดำเนินการจัดหาที่ดินเพื่อใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกายสำหรับชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกันของประชาชนจำนวนมากกว่า ๕๐๐ ราย  เพื่อจัดกิจกรรมในหลายๆ ด้าน อาทิเช่นการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน  ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีสุขภาพที่ดี มีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน ป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม

การดำเนินการดังกล่าวทางชุมชน จะมีคณะกรรมการชุมชนคอยเป็นคนดูแลในเรื่องรายได้จากการบริจาค  เพราะสถานที่ดังกล่าวนอกจากจะใช้ในเรื่องการส่งเสริมการออกกำลังกายของชุมชนแล้วชุมชนยังมีกิจกรรมที่จัดหารายได้ของชุมชนด้วย เช่น ประชาชนในพื้นที่ชุมชนหรือจากภายนอกมีความประสงค์จะใช้วัสดุ อุปกรณ์ เช่น   โต๊ะ  เก้าอี้  และสถานที่บริเวณลานออกกำลังของชุมชนเพื่อจัดกิจกรรม รายได้ของชุมชนส่วนมากมาจากการได้รับเงินช่วยเหลือ  จากผู้ที่ยืมสิ่งของหรือขออนุญาตใช้สถานที่ของชุมชนในการจัดกิจกรรม  จะเห็นได้ว่ากิจกรรมของชุมชนเพชรรัตน์  มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน

ปัจจุบันปัญหาที่พบคือบริเวณลานออกกำลังของชุมชนเป็นที่โล่งแจ้ง เมื่อมีฝนตกจึงไม่สามารถรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมได้ ซึ่งทางชุมชนได้ระดมทุนทรัพย์จากประชาชนในชุมชนและชุมชนใกล้เคียงจำนวนหนึ่งและชุมชนได้งบจากโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน SML ถมที่ปรับที่ดินและเทพื้นคอนกรีตหากมีการก่อสร้างอาคารศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ ดังกล่าวของชุมชนเพชรรัตน์ จะทำให้ชุมชนสามารถส่งเสริมสุขภาพให้กับประชาชนในเขตพื้นที่รวมถึงประชาชนนอกเขตจัดกิจกรรมอย่างต่อเน่าอง ซึ่งทางชุมชนได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแล้วมีความเป็นไปได้สูงที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งหากมีรายได้มากพอแล้วทางชุมชนมีแผนที่จะขยายผลโครงการดังกล่าวเพื่อให้ชุมชนใกล้เคียงได้เข้าร่วมและใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวให้มากขึ้นด้วย

ชุมชนเพชรรัตน์ จึงเสนอของบประมาณจากโครงการพัฒนาเมืองจำนวน ๑,๓๕๐,๐๐๐ บาท  เพื่อก่อสร้างอาคารศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและจัดซื้อครุภัณฑ์ตามโครงการ   "ชุมชนเพชรรัตน์ชุมชนแห่งสุขภาพ”




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ : รายงาน

กลุ่มรักษ์สุขภาพเทศบาลเมืองแพร่ ผลักดันโครงการโรงพยาบาลประชาชน 200 เตียง เพื่อช่วยประชาชน

กลุ่มรักษ์สุขภาพเทศบาลเมืองแพร่ ผลักดันโครงการโรงพยาบาลประชาชน 200 เตียง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน ตามโครงการพัฒนาเมือง

กลุ่มรักษ์สุขภาพเทศบาลเมืองแพร่นั้น เป็นการรวมกลุ่มของประชาชนในการจัดกิจกรรมสาธารณกุศลที่เกี่ยวกับสุขภาพของผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง โดยความร่วมมือของสมาชิกที่มีจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือประชาชน

กลุ่มรักษ์สุขภาพเทศบาลเมืองแพร่ มีการจัดทีมเพื่อเข้าไปสำรวจให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่เจ็บป่วยเรื้อรังที่ช่วยเหลือตนเองได้น้อย  ผู้สูงอายุ  คนด้อยโอกาส คนที่ไม่มีที่อยู่อย่างถาวร  คนพิการ  และคนป่วยที่กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและได้รับการดูอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง

โดยสมาชิกกลุ่มจะแบ่งหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานในการเข้าไปช่วยเหลือบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วย การแจกจ่ายสิ่งของที่จำเป็นแก่การรักษาหรือฟื้นฟูสภาพผู้เจ็บป่วยให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งวัสดุอุปกรณ์นอกจากได้รับบริจาคจากผู้ที่มีจิตกุศลแล้วบางส่วนก็ได้รับการช่วยเหลือจากเทศบาลเมืองแพร่

ปัจจุบันการส่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของกลุ่มรักษ์สุขภาพ เข้าไปช่วยเหลือเยี่ยมเยือนให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ป่วย ยังไม่มีความต่อเนื่องอันเนื่องมาจากผู้ที่มีจิตอาสาที่จะอุทิศเวลาให้กับการเข้าถึงผู้ป่วย  ยังมีความจำเป็นที่จะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพของตนเองด้วย  อีกทั้งการให้การช่วยเหลือด้านวัสดุสิ่งของต่าง ๆ ยังมีอยู่อย่างจำกัดเนื่องจากขาดงบประมาณในการจัดซื้อสิ่งของจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือ  ทำให้การการช่วยเหลือผู้ป่วยดังกล่าวยังไม่ทั่วถึง

กลุ่มรักษ์สุขภาพเทศบาลเมืองแพร่ จึงได้จัดทำโครงการโรงพยาบาลประชาชน 200 เตียงขึ้น เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการพัฒนาเมือง จำนวนเงิน 1,300,000 บาท เพื่อสานต่อกิจกรรมที่ทางกลุ่มได้ดำเนินการให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อช่วยในการฟื้นฟูร่างกายหรือบรรเทาอาการป่วยให้ดีขึ้น  เป็นการแบ่งเบาภาระของสมาชิกในครอบครัวในการดูแลผู้เจ็บป่วย  ช่วยให้มีเวลาในการประกอบอาชีพทำมาหากินได้มากขึ้น  ส่งผลให้คุณภาพชีวิต  และคุณภาพจิตใจ  ทั้งผู้เจ็บป่วยและบุคคลในครอบครัวดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการลดภาระความแออัดในการเข้ารับการรักษาจากพยาบาลของรัฐที่ปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดแพร่



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ : รายงาน

กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดจังหวัดพะเยา ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเอาผิดผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพด หลังรับเงินชดเชยไปแล้วไม่ยอมจ่ายให้กับเกษตรกร

วันนี้ (21 เม.ย. 57) เวลา 10.30 น. เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอ.เมืองพะเยา และ อ.ดอกคำใต้กว่า100 คน ได้พากันเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดพะเยา เพื่อขอให้นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ช่วยเหลือ หลังจากผู้ประกอบการแห่งหนึ่งใน อ.ดอกคำใต้ ที่เข้าร่วมโครงตามมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาลรับเงินค่าชดเชยค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพ และบริหารจัดการรับซื้อข้าวโพดกิโลกรัมละ 1.5 บาท ตามมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาลไปแล้วแต่ไม่ยอมจ่ายให้กับเกษตรกร

นายพิสิทธิ์ ละเอียดธำรง แกนนำเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด กล่าวว่า วันนี้ที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในพื้นที่ อ.เมืองพะเยา และ อ.ดอกคำใต้ เดินทางมาเพื่อร้องขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาช่วยเหลือซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณีด้วยกันคือ 1.ขอให้ช่วยเหลือกรณีที่ผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพด “แดนชัยพืชไร่” ใน อ.ดอกคำใต้ ได้รับเงินค่าชดเชยค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพและบริหารจัดการรับซื้อข้าวโพดกิโลกรัมละ1.5 บาท ตามมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาล จากพาณิชย์จังหวัดที่โอนไปให้ทั้งสิ้น 2 งวดของเกษตรกรจำนวน 130 ราย เป็นเงินงวดแรกประมาณ 1.7 ล้านบาท และงวดที่2 ประมาณ 3.09 ล้านบาท รวมเกือบ 5 ล้านบาทไปแล้ว แต่ทางผู้ประกอบการกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายให้เงินกับเกษตรกร และกรณีที่สองคือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดใน ต.จำป่าหวาย อ.เมืองพะเยาจำนวน 84 ราย ยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชยค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพและบริหารจัดการรับซื้อข้าวโพดกิโลกรัมละ1.5 บาท ตามมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาล รวมประมาณ 1.5 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มเกษตรกรเคยร้องต่อทางจังหวัดไปแล้ว และทางจังหวัดโดยพาณิชย์จังหวัดได้ทำหนังสือแจ้งไปยังส่วนกลางแล้ว ซึ่งวันนี้จะขอมารับฟังความคืบหน้าว่าเป็นอย่างไร ตนและเกษตรกรจึงได้เดินทางมาในวันนี้

ต่อมานายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้สั่งการให้นางสาวเฟื่องฟ้า ตุลาธรรมกุลพาณิชย์จังหวัดพะเยา เข้าพบกับแกนนำเกษตรกรเพื่อชี้แจงความคืบหน้า โดยกล่าวกับเกษตรกรว่า กรณีที่1.ตามที่ผู้ประกอบการรับเงินไปแล้วและยังไม่จ่ายถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เกษตรกรต้องไปแจ้งความเอาผิดกับทางตำรวจ ซึ่งเรื่องนี้เคยได้ชี้แจงกับทางเกษตรกรไปแล้ว ส่วนกรณีที่เกษตรกรยังไม่ได้รับเงินชดเชยใน ต.จำป่าหวาย จำนวน 84 รายนั้น เป็นลักษณะรายชื่อตกหล่นโดยทางจังหวัดได้ทำหนังสือแจ้งขอรับการจัดสรรโควต้าเพิ่มไปยังอธิบดีกรมการค้าภายในแล้วรวม 4 ครั้ง เนื่องจากโควตาที่ได้จัดสรรกว่า 95,000 ตันในวงเงินกว่า 142 ล้านบาทนั้นไม่เพียงพอกับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบกับได้สิ้นสุดระยะเวลาการดำเนินการตามมาตรการฯ ทำให้จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับแจ้งจากส่วนกลางว่าคืบหน้าเป็นอย่างไร

หลังจากกลุ่มเกษตรกรได้รับฟังการชี้แจงแล้วได้พากันเดินทางไปที่ สภ.ดอกคำใต้ พร้อมกับพาณิชย์จังหวัดเพื่อเข้าแจ้งความและให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพดรายดังกล่าว ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับในเวลาต่อมา



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

เกิดเหตุพายุฤดูร้อนถล่มพะเยารอบที่ 2 ทำให้บ้านเรือนเสียหายกว่า 100 หลัง

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (20 เม.ย. 57) ที่จังหวัดพะเยาได้เกิดพายุฤดูร้อนพร้อมฝนที่ตกลงมาประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากพายุสงบพบว่าบ้านเรือนของประชาชน ม.6 , 7 , 8 ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ได้รับความเสียหาย กระเบื้องหลังคาถูกพายุพัดแตกและเสียหายจำนวนกว่า 100 หลังคาเรือน ทั้งนี้บางหลังคาเรือนที่โดนพายุพัดรอบแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับความเสียหาย และได้มีการซ่อมแซมพึ่งเสร็จก็ถูกพายุพัดถล่มเสียหายอีกเป็นรอบที่สอง ในขณะที่ตามถนนได้มีต้นไม้ล้มทับขวางถนนหลายสาย ทางเทศบาลตำบลบ้านต๋อม ต้องระดมหน่วยบรรเทาสาธารณภัยออกตัดต้นไม้และกิ่งไม้ออกจากถนน เพื่อให้สัญจรได้

สำหรับความเสียทางเทศบาลตำบลบ้านต๋อม ได้ให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายและจะทำการช่วยเหลือต่อไป



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่คนใหม่ เข้ารับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการแล้ว

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่คนใหม่ เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 และศาลพระภูมิสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ และเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อย่างเป็นทางการแล้ว

วันนี้ (21 เมษายน 2557) เวลา 08.50 น. นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และเข้าปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2557 โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่(หลังเก่า) และสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ จากนั้น ได้เดินทางเข้าห้องทำงาน ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ กราบไหว้พระพุทธรูปที่โต๊ะหมู่บูชา นั่งโต๊ะทำงานและเซ็นต์แฟ้มเอกสารเป็นปฐมฤกษ์ และรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังได้รับมอบกระเช้าดอกไม้และของที่ระลึก จากหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน ที่ร่วมแสดงความยินดี และเริ่มปฏิบัติงาน ในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ สำหรับ นาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ย้ายมาจากตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน


ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

สำนักงานลูกเสือแห่งชาติเชิญชวนร่วมทำบุญตั้งโรงทาน

สำนักงานลูกเสือแห่งชาติจัดโครงการลูกเสือส่งเสริมพระพุทธศาสนาบรรพชาภาคฤดูร้อน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล 87 พรรษา พระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 24–30 เมษายน 2557 ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม (วัดหมูบุ่น) ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญตั้งโรงงานหรือบริจาคปัจจัยเพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศลตามแต่ศรัทธา

นางรัชนีภา ศรีสว่าง หัวหน้าศูนย์เสมารักษ์ ประจำสำนักงานศึกษาธิการภาค 1 เปิดเผยว่า ศูนย์เสมารักษ์ สำนักงานศึกษาธิการภาค 1 ได้มอบหมายให้สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ดำเนินโครงการลูกเสือส่งเสริมพระพุทธศาสนาบรรพชาภาคฤดูร้อนเพื่อวายเป็นพระราชกุศล 87 พรรษา พระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ในระหว่างวันที่ 24 – 30 เมษายน 2557 ณ วัดโชติกุนสุวรรณาราม (วัดหมูบุ่น) ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป้าหมายเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่และลูกเสือวิสามัญ จำนวน 72 คน และผู้บังคับบัญชา จำนวน 8 คน รวม 80 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษา และให้ลูกเสือยึดหลักปฏิบัติตามคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และมีจิตสาธารณะ ประพฤติตนตามหลักคุณธรรม จริยธรรม ต่อไป โดยเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญตั้งโรงทาน ในวันที่ 24 เมษายน 2557 หรือบริจาคปัจจัยเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลตามแต่ศรัทธาได้ที่ ศูนย์เสมารักษ์ โทรศัพท์หมายเลข 0-5322-1413 ต่อ 21 หรือที่คุณนงลักษณ์ วิชัยรัตน์ โทรศัพท์หมายเลข 08-1112-2969



ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

ท่องเที่ยวและกีฬาเชียงใหม่เชิญชวนโฮมสเตย์สมัครขอรับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐาน โฮมสเตย์ไทย ปี 2557

กรมการท่องเที่ยว ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำหนดดำเนินการตรวจประเมินและให้การรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ประจำปีงบประมาณ 2557 โดยเชิญชวนโฮมสเตย์ใหม่ที่มีความพร้อมสมัครขอรับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ประจำปีงบประมาณ 2557 ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 15 พฤษภาคมนี้

นายมนตรี ปิยากูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยว ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำหนดดำเนินการตรวจประเมินและให้การรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ประจำปีงบประมาณ 2557 โดยจะดำเนินการตรวจประเมินและให้การรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยสำหรับโฮมสเตย์ที่จะหมดอายุการรับรอง (3 ปี) และโฮมสเตย์ใหม่ที่มีความพร้อมและประสงค์ขอรับการตรวจประเมินมาตรฐาน โฮมสเตย์ไทย ประจำปีงบประมาณ 2557 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 โดยจะถือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นเกณฑ์ หากพ้นกำหนดในวันดังกล่าวจะไม่รับการพิจารณา

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงหลักเกณฑ์โฮมสเตย์ไทย หรือ มาตรฐานที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบทมาตรฐานไทย ตามประกาศกรมการท่องเที่ยวเรื่องกำหนดมาตรฐานบริการท่องเที่ยว มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย พ.ศ.2554 ว่า หมายถึง บ้านที่จัดบริการในชุมชนอยู่ในระดับมาตรฐาน 10 ด้าน ประกอบด้าน ด้านที่พัก อาหาร ความปลอดภัย อัธยาศัยมาตรของเจ้าของบ้านและสมาชิก รายการนำเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม การสร้างคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ชุมชน การบริการของกลุ่มโฮมสเตย์ และการประชาสัมพันธ์ โดยบ้านดังกล่าวต้องมีความพร้อมในการเป็นโฮมสเตย์ โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้น 10 ประการ ดังนี้

1. เจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัวต้องถือว่า การทำโฮมสเตย์เป็นเพียงรายได้เสริมนอกเหนือจาก อาชีพหลักของครอบครัวเท่านั้น

2. มีห้องพักหรือพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเหลือและไม่ได้ใช้ประโยชน์ สามารถนำมาดัดแปลงให้นักท่องเที่ยวพักได้ชั่วคราว ทั้งนี้มีจำนวนไม่เกิน 4 ห้อง และมีผู้พักรวมกันไม่เกิน 20 คน โดยมีค่าตอบแทนและแจ้งให้นายทะเบียนทราบตามกฎกระทรวง กำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2551 หมวด 1 สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมและประเภทของโรงแรม ข้อ 1

3. นักท่องเที่ยวต้องเข้าพักค้างแรมในชายคาเดียวกับที่เจ้าของบ้านอาศัยอยู่ โดยมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตระหว่างกัน

4. สมาชิกในครอบครัวต้องมีความยินดีและเต็มใจที่จะรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาพักค้างแรมในชายคาเดียวกันกับเจ้าของบ้าน พร้อมทั้งถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยว

5. เจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัวให้ความร่วมมือกับชุมชนในการจัดการโฮมสเตย์เป็นอย่างดี

6. บ้านนั้นต้องเป็นสมาชิกของกลุ่ม ชมรม หรือ สหกรณ์ ที่ร่วมกันจัดการโฮมสเตย์ของชุมชนนั้น

7. จำนวนหลังคาเรือนที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม ชมรม สหกรณ์โฮมสเตย์อย่างน้อย 3 หลังคาเรือนขึ้นไป

8. บ้านที่ขอรับการประเมินทุกหลังต้องมีเลขที่บ้านที่ออกโดยส่วนราชการ

9. ที่ตั้งของชุมชนหรือกลุ่มโฮมสเตย์หรือบ้านพักต้องไม่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นต้น ยกเว้นได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่เป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว

10. ดำเนินการจัดทำโฮมสเตย์ตามข้อกำหนดมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยของกรมการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.homestaythai.net หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการวิชาการมนุษย์ศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0-5394-2571 มือถือ 08-9265-2855 โทรสาร 0-5389-2649



ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า/หมอกควันและภัยแล้ง

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า/หมอกควันและภัยแล้ง ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ที่ห้องประชุมจอมกิตติ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายนพปฏล เมฆเมฆา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 16 พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจราชการแบบบูรณาการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า/หมอกควันและภัยแล้ง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่จากหน่วยงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า/หมอกควันและภัยแล้ง โดยมีนายประจญ ปรัชญ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ปัญหาไฟป่า/หมอกควันและภัยแล้งและผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหา

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 16 กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และจเรตำรวจ ได้ตรวจราชการติดตามการแก้ปัญหาความเดือดร้อน ข้อร้องเรียนของประชาชนเนื่องมาจากภัยพิบัติ และสถานการณ์ไฟป่า/หมอกควันและภัยแล้ง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งบางจังหวัดมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนแล้ว การตรวจราชการในครั้งนี้ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ

สำหรับการตรวจติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า/หมอกควันและภัยแล้ง ในครั้งนี้มีประเด็นการตรวจราชการประกอบด้วย แผนเฉพาะกิจการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้ออกประกาศงดการเผาในที่โล่งในช่วง 100 วันอันตราย รวมถึงให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านกำชับและวางมาตรการในการควบคุมการเผา มีการแบ่งพื้นที่การดำเนินการ ให้หน่วยงานต่างดูแลพื้นที่รับผิดชอบของตนเองไม่ให้มีการเผาโดยเด็ดขาด ได้มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือดับไฟสำหรับดับไฟบริเวณสองข้างทางหลวง มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศน์มาใช้ในการบริหาร เฝ้าระวังและควบคุมจุด Hotspot ด้านการดูแลรักษาสุขภาพประชาชนทางหน่วยงานสาธารณได้มีการวางแผนและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังการบังคับใช้กฎหมาย และการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ รวมถึงการสร้างจิตรสำนึกแก่นักเรียนในระดับต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า/หมอกควัน

ด้านภัยแล้ง คาดว่าปีนี้จะมีความรุนแรง ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้ประกาศพื้นที่ภัยแล้งแล้ว 5 อำเภอ คือ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง ป่าแดด แม่จัน แม่สาย และอำเภอแม่สรวย มีการจัดเตรียมถังเก็บน้ำขนาด 2,000 ลิตร สำหรับแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง รวมถึงการขุดเจาะน้ำบาดาลซึ่งได้ดำเนิการไปแล้ว 11 บ่อ ทางด้านปศุสัตว์ได้มีการเตรียมหญ้าแห้งสำหรับโค กระบือ โอกาสเดียวกันนี้ คณะผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นทีตำบลบ้านดู่เพื่อติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ด้วย

วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

จังหวัดตาก เสียชีวิต ๒ เจ็บ ๔๗ ช่วง ๗ วันอันตราย สงกรานต์ ๒๕๕๗

นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า สงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ นี้ จังหวัดตาก มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ๔๗ ครั้ง ผู้บาดเจ็บ ๔๗ คน เสียชีวิต ๒ คน เป็นชาย ๒ คน สาเหตุสูงสุดเกิดจากเมาสุราและขับรถเร็ว ประเภทยานยานพาหนะคือรถจักรยานยนต์ และรถกระบะ ถนนที่เกิดอุบัติเหตุได้แก่ ถนนกรมทางหลวงและถนนในหมู่บ้าน สงกรานต์ปีนี้ มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต น้อยกว่า ปี ๒๕๕๖ ส่วนจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าปี ๒๕๕๖ เพียง ๑ ครั้ง ซึ่ง ปี ๒๕๕๗ จังหวัดตากกำหนดเป้าหมายคือจำนวนการเกิดอุบัติเหตุไม่เกิน ๔๖ ครั้ง ผู้บาดเจ็บ ไม่เกิน ๕๒ คน และเสียชีวิตไม่เกิน ๓ คน

ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวต่อไปว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ จังหวัดตาก ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ และได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายร่วมกันรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทาง รวมทั้งตั้งจุดตรวจร่วมและบริการประชาชนทุกหมู่บ้านและชุมชน โดยระดมเจ้าหน้าที่ และ อป.พร. ในพื้นที่ปฏิบัติงานตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยเน้นมาตรการ ๖ มาตรการหลักคือ มาตรการด้านการบริหารจัดการ, มาตรการด้านการบังคับใช้กฎหมาย, มาตรการทางสังคม, มาตรการด้านวิศวกรรมจราจร, มาตรการด้านการประชาสัมพันธ์ และมาตรด้านบริการแพทย์ฉุกเฉิน กู้ชีพ กู้ภัย ถึงแม้เทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ จะมีจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บน้อยกว่า ปี ๒๕๕๖ ก็ตาม จังหวัดตาก ยังคงดำเนินการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข็มงวดต่อไป

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารจัดพิธีมหาพุทธาภิเษก พระพุทธชินราช รุ่น ภปร. เสาร์ 5 ปี 57

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารจัดพิธีมหาพุทธาภิเษก พระพุทธชินราช รุ่น ภปร. เสาร์ 5 ปี 57 เพื่อนำรายได้ไปบูรณะปฎิสังขรณ์โบราณสถานภายในวัด จัดตั้งกองทุนพระพุทธชินราชและสร้างอาคารเรียนพระพุทธชินราช วิทยาลัยสงฆ์พระพุทธชินราช

บ่ายวันนี้ ( 18 เม.ย.57 ) ที่วิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ทางวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้จัดพิธีมหาพุทธาภิเษก พระพุทธชินราช รุ่น ภปร. เสาร์ 5 ปี 57 ซึ่งพระพุทธชินราช รุ่น ภปร. นี้ ทางวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับพระบรมราชานุญาต จัดสร้างขึ้นตามหนังสือเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ที่ นร.0207/8385 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2543 และได้ทำพิธีจัดสร้างไปแล้วบางส่วนและยังเหลือยอดที่ยังไม่ได้จัดสร้างอีกเล็กน้อย ทางคณะกรรมการของวัดจึงได้จัดพิธีเททองขึ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 และได้ประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกในระหว่างวันที่ 17 – 19 เมษายน 2557 ซึ่งเป็นวันเสาร์แรม 5 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย หรือเสาร์ห้า ณ วิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช โดยได้จัดสร้างเป็นพระพุทธชินราชจำลองลงลักปิดทองขนาด 9 นิ้ว ขนาด 5.9 นิ้ว พระกริ่งพรพุทธชินราช ภปร. เนื้อทองคำ กริ่งเงินเล็ก กริ่งเงินใหญ่ กริ่งนวโลหะใหญ่ กริ่งนวโลหะเล็ก เหรียญเสมาชินราช – พระเหลือ เหรียญรูปไข่ชินราช – พระเหลือ เหรียญเสมาชินราช – นเรศวร เหรียญรูปไข่ชินราช – นเรศวร โดยมีเกจิอาจารย์จากทั่วประเทศกว่า 100 รูปนั่งปรกอธิฐานจิตทั้งนี้เพื่อนำรายได้ไปบูรณะปฎิสังขรณ์โบราณสถานภายในวัด จัดตั้งกองทุนพระพุทธชินราชและสร้างอาคารเรียนพระพุทธชินราช วิทยาลัยสงฆ์พระพุทธชินราช สำหรับผู้สนใจสามารถสั่งจองวัตถุมงคลรุ่นดังกล่าวได้ที่บริเวณหน้าพระวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช หรือสั่งจองทางไปรษณีย์ ในนามวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ธนาณัติสั่งจ่าย พันเอกธีระยุทธ เงินทอง หรือนายชมพู แก้ววงศ์ หรือสอบถามรายละเอียดทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 084 – 5947971 , 084 – 5947290 หรือคุณทองใบ 085 – 4027991 หรือพันเอกเทพ นันตา 089 – 7037378

จังหวัดพิษณุโลก แถลงข่าวสื่อมวลชนและปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557

จังหวัดพิษณุโลก แถลงข่าวสื่อมวลชนและปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 สรุปสถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วง 7 วัน ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย สงกรานต์ทั่วไทยไร้อุบัติเหตุ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ผู้บาดเจ็บ 90 ราย จำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ 78 ครั้ง

เช้าวันนี้( 18 เม.ย. 57 ) ที่ห้องประชุม POC ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายวัฒนะ กันนะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานแถลงข่าวสื่อมวลชนและปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 ซึ่งจังหวัดพิษณุโลกสรุปผลการปฏิบัติงาน 7 วัน ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย สงกรานต์ทั่วไทยไร้อุบัติเหตุ พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น 78 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2556 จำนวน 9 ครั้ง จำนวนผู้บาดเจ็บ 90 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2556 จำนวน 26 ราย และจำนวนผู้เสียชีวิต 2 ราย ลดลงจากปี 2556 จำนวน 5 ราย โดยจำนวนผู้เสียชีวิตของจังหวัดพิษณุโลก อยู่ในลำดับ 55 ของประเทศ สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเกิดจากการเมาสุราแล้วขับรถ ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือรถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่เกิดบนถนนสายรอง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ เวลา 16.00 -20.00 น.ช่วงอายุที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ 30 - 50 ปีขึ้นไป ส่วนด้านมาตรการบังคับใช้กฏหมาย มีจำนวนยานพาหนะที่ถูกเรียกตรวจ 43,891 คัน ถูกดำเนินคดีตามมาตรการหลัก 7,826 ราย ส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกนิรภัย รองลงมาไม่มีใบขับขี่ มีการตั้งจุดตรวจหลัก จุดสกัด และจุดบริการประชาชนร่วม กระจายตามอำเภอทั้ง 9 อำเภอครอบคลุมทั้งพื้นที่ของจังหวัด รวม 18 จุด โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ กว่า 1,000 นาย พร้อมกันนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิต่างๆ ที่ร่วมบูรณการในการปฏิบัติงานป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 นี้ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย ที่ได้ร่วมกันเสียสละปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งตลอด 7 วันของการรณรงค์ รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนงที่ช่วยกันประชาสัมพันธ์กระตุ้นเตือนให้เกิดความตื่นตัวในหมู่ประชาชน และที่สำคัญประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เองก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างดีกับทางราชการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดพิษณุโลกในครั้งนี้เป็นอย่างดีอีกด้วย

กองบิน 46 เดินหน้าแจกน้ำช่วยเหลือประชาชนประสบภัยแล้ง

สถานการณ์ภัยแล้งจังหวัดพิษณุโลก ยังรุนแรงต่อเนื่อง ล่าสุดสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติภัยแล้งแล้ว 5 อำเภอ 31 ตำบล 341 หมู่บ้าน นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดพิษณุโลก ยังมีแนวโน้มรุนแรงต่อเนื่อง มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 11,869 ครัวเรือน และมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจากภัยแล้งทั้งสิ้น 39,725 ไร่ โดยทางจีงหวัดพิษณุโลก ได้บูรณาการหลายหน่วยงาน ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานทหาร นำรถบรรทุกน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภคออกแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 46 ได้นำรถบรรทุกน้ำจำนวน 6 พันลิตร ไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชน ที่บ้านตาลสุวรรณ ต.ดอนทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังได้รับแจ้งชาวบ้านขาดแคลนน้ำ จากภัยแล้ง

สรุปยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ตาย 7 ศพ เจ็บ 75 คน

นายคณีธิป บุณยเกตุ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ หลังดำเนินการมาครบ 7 วัน ปรากฏว่า เกิดอุบัติเหตุ 63 ครั้ง เท่ากับปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 7 ราย เท่ากับปีที่แล้ว มีผู้บาดเจ็บ 75 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5 ราย

การเกิดอุบัติเหตุ อำเภอเมืองมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากที่สุด จำนวน 16 ครั้ง รองลงมาอำเภอหล่มสัก 13 ครั้ง อำเภอหล่มเก่า จำนวน 9 ครั้ง สาเหตุของการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากขับรถเร็วเกินกำหนด เมาสุรา สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ เมาสุรา ตัดหน้ากระชั้นชิด ขับรถเร็วเกินกำหนด ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุ รถจักยานยนต์ 51 คัน รถปิคอัพ 5 คัน รถเก๋ง 4 คัน ถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด เป็นถนนสายรอง จำนวน 30 ครั้ง ถนนสายหลัก 25 ครั้ง ถนนในเขตเทศบาล 6 ครั้ง บริเวณที่เกิดเหตุ ทางตรง 49 ครั้ง ทางโค้ง 11 ครั้ง ทางที่มีสิ่งกีดขวาง 2 ครั้ง ช่วงอายุผู้ที่เกิดอุบัติเหตุ 50 ปีขึ้นไป 23 ครั้ง อายุ 30 – 39 ปี 18 ครั้ง อายุ 20 – 24 ปี 12 ครั้ง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ช่วง 16.01 – 20.00 น. จำนวน 22 ครั้ง ช่วง 12.01 – 16.00 น. จำนวน 17 ครั้ง ช่วง 08.01 – 12.00 น. จำนวน 11 ครั้ง

ผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย นายพิชัย คำทิ้ง อายุ 21 ปี ตำบลน้ำหนาว นายอลงกรณ์ กออินทร์ อายุ 27 ปี ตำบลนาสนุ่น อำเภอศรีเทพ นายทิวากร สังกรณีย์ อายุ 21 ปี ตำบลนาสนุ่น อำเภอศรีเทพ นายทม ใจหาญ อายุ 54 ปี ตำบลบ่อรัง อำเภอวิเชียรบุรี นายโต๊ะ คำแบ๊ง อายุ 85 ปี ตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่า นางดวงรัตน์ สิงห์เสริมวงศ์ อายุ 45 ปี ตำบลซับสมอทอด อำเภอบึงสามพัน นายลำเพลิน คำกัง อายุ 55 ปี ตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า

จังหวัดกำแพงเพชรเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตภัย

เมื่อวันที่ (18 เม.ย. 57) เวลา 09.00 น. นายศักดิ์ สมบุญโต รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตภัย ณ ห้องประชุมทุ่งเศรษฐี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดหมายลักษณะอากาศในช่วงเดือนเมษายน 2557 ว่าบริเวณความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้มีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ให้ระวังอันตรายจากฝนผ้าคะนองและลมกระโชกแรง ทำให้ขณะนี้ในหลายพื้นที่ของจังหวัดกำแพงเพชรได้เกิดวาตภัยหรือพายุฤดูร้อนขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า พายุฤดูร้อนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็ว รุนแรง และคาดการณ์สถานที่ไม่ได้ ดังนั้นอันดับแรกจึงได้มอบให้ท้องถิ่นจังหวัดสำรวจเทศบาล และ อบต.ว่ามีกี่แห่ง มีงบฯ ตามข้อบัญญัติ และสะสมเท่าไร ใช้ได้เท่าไร เพื่อนำมาจัดทำแผนเตรียมความพร้อมในการป้องกันแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากวาตภัยหรือพายุฤดูร้อนที่สร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน บ้านพักอาศัย และพืชผลทางการเกษตรของประชาชนให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และได้มอบหมายภารกิจความรับผิดชอบ ขั้นตอนการปฏิบัติ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการด้วยแล้ว



ชานิกา กันภัย
ข่าว 18 เมษายน 2557

ประชุมเตรียมงานเปิดนิทรรศการถาวรพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร และจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง ๕๐๐ ปี การประดิษฐานพระอิศวรเมืองกำแพงเพชร

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 เวลา 13.30 น. ที่หอประชุมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานการประชุมเตรียมงานเปิดนิทรรศการถาวรพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร และจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง ๕๐๐ ปี การประดิษฐานพระอิศวรเมืองกำแพงเพชร ในวันที่ 9 – 13 พฤษภาคม 2557 ณ บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกําแพงเพชร ตั้งอยู่ที่ถนนปิ่นดําริห์ อ.เมือง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นที่แสดงโบราณวัตถุและศิลปะวัตถุสมัยต่าง ๆ ที่ขุดค้นพบในเมืองกําแพงเพชร และที่มีผู้มอบให้เพื่อเป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร โบราณวัตถุส่วนมากเป็นลวดลายปูนปั้นและลวดลายดินเผา เศียรพระพุทธรูป เครื่องสังคโลก ปูนปั้นรูปยักษ์ เทวดาและมนุษย์ ซึ่งใช้ประดับฐานเจดีย์หรือติดตั้งวิหาร

เทวรูปพระอิศวร หล่อด้วยสำริดสูง ๒๑๐ เซนติเมตร เดิมประดิษฐานอยู่ในเทวสถานซึ่งราษฎรเรียกว่า "ศาลพระอิศวร” ภายในกำแพงเมืองกำแพงเพชร ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร เทวรูปพระอิศวรนี้มีจารึกที่ฐานรอบบาท (จารึกที่ ๑๓) ความว่า เจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราชประดิษฐานรูปพระอิศวรในเมืองกำแพงเพชร เมื่อ พ.ศ. ๒๐๕๓ (คำว่า "ประดิษฐ์” อาจจะหมายความว่าหล่อขึ้นมาใหม่ หรืออาจจะเชิญมาจากที่อื่นแล้วมาประดิษฐานไว้ที่เมืองกำแพงเพชร) แม้ศักราชที่ระบุในจารึกคือ พ.ศ. ๒๐๕๓ ตรงกับสมัยอยุธยา แต่ลักษณะของเทวรูปแสดงถึงการรับอิทธิพลศิลปะเขมรแบบบายน กล่าวคือ พระพักตร์เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีพระมัสสุแสดงถึงอำนาจ กรองศอ และสายรัดพระองค์มีอุบะสั้น ๆ ห้อยประดับ ทรงผ้าโจงกระเบนสั้น มีชายผ้าเป็นรูปสามเหลี่ยม มีกรรเจียกหรือครีบอยู่บนกระบังพักตร์หรือรัดเกล้าสองข้าง พระเศียรเหนือใบพระกรรณ ซึ่งลักษณะดังกล่าวไม่ปรากฏในเทวรูปที่หล่อในสมัยสุโขทัย ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ในเวลาราชการ ทุกวัน เว้นวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อโทร. (055) 711570




นิพนธ์ รอดทรัพย์ / ข่าว
ผู้ตรวจ นายรวีโรจน์ ส่องศรี
ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร

คณะเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ เร่งให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้นแก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย ที่บ้านวังแดง อำเภอตรอน ไฟฟ้าลัดวงจรทำให้เกิดไฟไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง

คณะเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ เร่งให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้นแก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย ที่บ้านวังแดง อำเภอตรอน ไฟฟ้าลัดวงจรทำให้เกิดไฟไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง  เมื่อเวลา ๑๔.๐๐ น.วันนี้ (๑๘ เม.ย. ๕๗) นางพรทิพย์ ภู่เพียงใจ รองนายกเหล่าจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยคณะเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ กิ่งกาชาดอำเภอตรอน ตลอดจนนายอำเภอตรอน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังแดง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ เดินทางไปเยี่ยมบำรุงขวัญและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยอัคคีภัย ไฟฟ้าลัดวงจรทำให้เกิดไฟไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง ณ บ้านเลขที่ ๑๙๕/๔ หมู่ที่ ๓ ตำบลวังแดง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านของดาบตำรวจไพทูล เชื้อบาง อายุ ๕๐ ปี เป็นบ้านไม้ใต้ถุนยกสูง เสา ๑๕ ต้น เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.ของวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ ขณะที่เจ้าของบ้านและผู้เช่าบ้านได้ออกไปประกอบอาชีพนอกบ้าน ทาง ทต.บ้านแก่ง และ อบต.วังแดง ได้นำรถบรรทุกน้ำ เข้าสกัดเพลิง แต่เพลิงลุกไหม้เร็วมาก จึงทำให้บ้านเสียหายทั้งหลัง แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างตรวจสอบ ในเบื้องต้นทางสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฯ พร้อมทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท (แบ่งเป็นเจ้าของบ้าน ๗,๐๐๐ บาท/ผู้เช่า ๓,๐๐๐ บาท) และเครื่องยังชีพ อุปโภค บริโภค เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนการช่วยเหลือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยใหม่นั้น ในการดำเนินการงานเบื้องต้นทางอำเภอตรอน ,องค์การบริหารส่วนตำบลวังแดง จะทำการสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

จังหวัดอุตรดิตถ์ ประชุมปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ๒๕๕๗ พร้อมเดินหน้ารณรงค์อย่างต่อเนื่องจริงจัง

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กำหนดแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ ในระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ โดยร่วมกับหน่วยงานและองค์กรภาคีเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง มุ่งเน้นให้มีการบริหารจัดการ ที่มีประสิทธิภาพในการลดปัจจัยเสี่ยงทั้งจากคน ยานพาหนะ ถนนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน และส่งเสริมสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีบทบาทในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ มากขึ้น โดยแต่งตั้งหน่วยงานและบุคคลเป็นคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อปฏิบัติงาน กำหนดจุดตรวจหลัก จำนวน ๑๘ จุด ทั้ง ๙ อำเภอ ตลอดจนมีการประชุมวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ติดตามผลการปฏิบัติงานในช่วงรณรงค์ทุกวัน และเมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. ของวันนี้ (๑๘ เม.ย.๕๗) นายวีระชัย ภู่เพียงใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในการประชุมปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุมศิลาอาสน์ ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์

สรุปสถิติเปรียบเทียบการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๖ และ ปี ๒๕๕๗ มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บ และอัตราการสูญเสียชีวิต เพิ่มขึ้น ๑ เท่า รวม ๗ วัน มีการเกิดอุบัติเหตุรวม ๓๓ ครั้ง ผู้บาดเจ็บ ๓๐ คน และเสียชีวิต ๖ ราย พื้นที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคืออำเภอเมือง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเมาสุราในขณะขับรถ ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ ส่วนใหญ่เป็นถนนในเขต อบต./หมู่บ้าน ช่วงเวลาที่เกิดเหตุมากที่สุดคือ ช่วงเวลา ๑๖.๐๑ – ๒๐.๐๐ น. สำหรับข้อสรุปจำนวนการบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีตามมาตรการ ๑๐ มาตรการ มีจำนวนเพิ่มขึ้น ๒๘๖ ราย เมื่อเปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๖ คิดเป็นร้อยละ ๖.๗ ข้อหาที่ดำเนินคดีมากที่สุดคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย และ มีจำนวนเพิ่มขึ้น ๑๗๕ ครั้ง เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ ๙.๖๑ ข้อหาที่ดำเนินคดีมากอันดับรองลงมา คือ ไม่มีใบขับขี่ มีจำนวนเพิ่มขึ้น ๑๑๗ ครั้ง คิดเป็นร้อยละ ๗.๕๕ โดยข้อหาที่มีการกวดขันเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย มีจำนวนการดำเนินคดี ๔๓๒ ครั้ง เพิ่มขึ้น ๖๘ ครั้ง คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๖๘ รองลงมาคือข้อหามอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัยมีจำนวนการดำเนินคดี ๑๐๐ ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๑๑ ครั้ง คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๓๖

ทางด้านขนส่งจังหวัดฯ แจ้งรายงานการตรวจวัดแอลกอฮอล์ พนักงานขับรถโดยสารประจำทางภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จำนวน ๑,๐๒๕ คัน รถเสริม ๓๐ เที่ยว จำนวน ๔๗ คัน ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับรถโดยสารสาธารณะแต่อย่างใด ในที่ประชุมตั้งข้อสังเกตว่ากรณีของการเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตใช้รถจักรยานยนต์ พ.ร.บ.หมดอายุ ทำให้ไม่สามารถได้รับค่าสินไหมทดแทน(ค่าปลงศพ) จากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถได้ จึงจะต้องเน้นย้ำในเรื่องของการทำ พ.ร.บ.รถด้วย รวมทั้งทางจังหวัดและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจะได้พิจารณาดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตามแนวทางที่ประสบผลสำเร็จให้ต่อเนื่องตลอดทั้งปีทั้งเทศกาลสำคัญและช่วงเวลาปกติ ซึ่งจะมีการถอดบทเรียนมากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในการวางมาตรการแนวทางป้องกัน เพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่เป็นรูปธรรมต่อไป




ข่าว สุรีย์ แสงทอง
นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ
ส.ปชส.อุตรดิตถ์

พุทธศาสนิกชน ชาวอำเภอเวียงหนองล่อง จ. ลำพูน ร่วม ประกอบพิธี บูรณปฏิสังขรณ์ และ สรงน้ำ พระธาตุ วัด น้อยวังสะแกง ตำบลหนองล่อง จังหวัดลำพูน

ชาวอำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน ร่วม ประกอบพิธี บูรณปฏิสังขรณ์ และ สรงน้ำ พระธาตุ วัด น้อยวังสะแกง ตำบลหนองล่อง จังหวัดลำพูน ซึ่ง รอง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ นำ กำลัง ทหาร มา ร่วม ปรับปรุง และ จะ บูรณปฏิสังขรณ์ ปูชณียสถาน บริเวณ โดยรอบ ของวัด เพื่อ ให้เป็น สถานที่ สักการะ บูชา ของ พุทธศาสนิกชน

วันนี้ ( 19 เมษายน 2557 ) พุทธศาสนิกชน ชาวอำเภอเวียงหนองล่อง ร่วม ประกอบพิธี บวงสรวง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในการ บูรณปฏิสังขรณ์ และ ร่วมพิธี สรงน้ำพระธาตุ วัดน้อยวังสะแกง ตำบลหนองล่อง อำเภอวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน โดยมี พระธรรม มังคลาจารย์ เจ้าอาวาส วัดพระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ เป็น ประธาน ฝ่ายสงฆ์ และ มี พลเรือเอก อมรเทพ ณ บางช้าง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

วัด น้อยวังสะแกง ( วัดน้อยวังปาน ) ตั้งอยู่ ใน ชุมชน บ้านวังสะแกงใต้ หมู่ที่ 9 ตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน เป็น วัดที่ถูกสร้าง ขึ้นใน สมัย ของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตรี แห่ง นครหริภุญชัย โดยมี ประวัติ เมื่อ สมัย พระนางจามเทวี ครอง นครหริภุญชัย พระนางจาม เทวี ได้ นั่ง เรือ มาสำรวจ บริเวณ อำเภอ เวียงหนองล่อง ใกล้กับ ลำน้ำ ปิง ปรากฏ ว่า ฆ้อง ที่อยู่บนเรือ ได้ หล่นลงในน้ำ ซึ่ง ผู้ ที่ดำน้ำลงไป หา ก็หาไม่พบ พระนาง จามเทวี จึงทรงรับสั่ง ให้สร้างวัด ใน บริเวณ ดังกล่าว ซึ่ง เมื่อ ช่วงร้อย กว่าปี ที่ผ่านมา มีการ ค้นพบวัด และ ตั้งชื่อ วัด ว่า วัด น้อยวังปาน ซึ่ง พระจันโต กาวิชโย หรือ ครูบากาวิชัยได้มา จำพรรษา และ พัฒนาวัด ให้เจริญ รุ่งเรืองมาตามลำดับ ต่อมา ครูบาคำมูล วัดต้นผึ้ง ได้ ส่ง พระ ประยูร มาจำพรรษา ที่ วัด แต่ ด้วยวัด ตั้ง อยู่ บริเวณ ห่างไกล ชุมชน ทำให้ ไม่ค่อย มีผู้มาทำบุญ จนกลายเป็นวัดร้าง จนมาถึง ปัจจุบัน คณะศรัทธา ประชาชน ในอำเภอเวียงหนองล่อง จึง ร่วมกัน จัดโครงการ บูรณปฏิสังขรณ์ วัดดังกล่าว ซึ่ง พลเรือเอก อมรเทพ ณ บางช้าง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็ได้นำ กำลังทหาร จาก กองบัญชาการกองทัพไทย และ สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อำเภอ ดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ มา ร่วม ปรับปรุง บริเวณ โดยรอบ ให้เพื่อ ประชาชน และ ผู้ที่ศรัทธา ได้เดินทางมา สักการะ บูชา พระธาตุ วัด น้อยวังสะแกง ( วัดน้อยวังปาน ) ซึ่ง คณะ ศรัทธา จะร่วมกันสมทบทุน เพื่อ บูรณปฏิสังขรณ์ วัด ให้ กลับมา มีสภาพ ที่ดี ดังในอดีต



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ
หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

อบจ.ลำพูน จัดป๋าเวณีสระเกล้าดำหัวปี๋ใหม่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพรและขอขมาผู้ใหญ่ตามประเพณีสงกรานต์

อบจ.ลำพูน จัดป๋าเวณีสระเกล้าดำหัวปี๋ใหม่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพรและขอขมาผู้ใหญ่ตามประเพณีสงกรานต์

ที่บริเวณลานวัฒนธรรมชุมชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน จัดป๋าเวณีสระเกล้าดำหัวปี๋ใหม่เมือง ประจำปี 2557 โดย นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ได้นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ร่วมสระสลุงพระพรหม และเจ้าที่ประจำสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน หลังจากนั้นคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดลำพูน หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน บุคลากรขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ได้ทยอยร่วมสระเกล้าดำหัว เพื่อขอพรและขอขมา นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีขบวนแห่แตรวง รำวงย้อนยุค สร้างความครึกครื้นให้กับงานอีกด้วย



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525565
หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

ชาว อ. เวียง หนองล่อง จ. ลำพูน ร่วม ประเพณี แห่ไม้ค้ำโพธิ์ วัดบ้านดงหลวง ประจำปี 2557

ประชาชน ชาว อ. เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน ร่วม จัด ขบวนแห่ ไม้ค้ำโพธิ์ วัดบ้านดงหลวง ประจำปี 2557 เพื่อ สืบสาน ประเพณี วัฒนธรรม สร้าง ความสามัคคี ใน ชุมชน และ รณรงค์ ลดการดื่ม เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ในงานบุญ ทาง พุทธศาสนา

เย็นวันที่ 17 เมษายน 2557 ชาว อ. เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน ร่วมกัน จัดงานประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์วัดบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง ซึ่ง จัดขึ้น หลังจากช่วง เทศกาลสงกรานต์ โดยมี นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองคืการบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี ซึ่ง ประชาชนได้จัด ขบวนแห่ไม้ค้ำโพธิ์เข้าร่วม จำนวน 12 ขบวน จาก แต่ละ หมู่บ้าน ในเขต ตำบลวังผาง , ตำบลหนองล่อง , และ ตำบลหนองยวง ซึ่งในแต่ละขบวนแห่ มีการแสดงถึงความ หลากหลายทางวัฒนธรรมประเพณีล้านนา เช่นการฟ้อนเล็บ , การทำการ เกษตร ตามหลัก เศรษฐกิจ พอเพียง , ตีกลองปู่จา และ แสดงวิถีชีวิตชาวบ้าน เช่น การซ้อนปลา ทอดแห ยกจ๋ำ ( ยกยอ ) ล้อต่าง ( ล้อเกวียน ) , เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้จักวิถีการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่น ซึ่ง หลังจาก ขบวน แห่ไม้ค้ำต้นโพธิ์ มาถึง วัดบ้านดงหลวง แล้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนได้มอบ รางวัล ให้ แก่ ชุมชน ที่ จัดขบวน ไม้ค้ำโพธิ์ เข้าร่วม ในพิธี และ ร่วมกัน ประกอบพิธีสงฆ์ รวมถึง นำไม้ ไป ค้ำ ต้นโพธิ์ เพื่อ ความเป็นสิริมงคล และ สืบทอด พระพุทธศาสนา

นายจรัญ ดวงสะเก็ด นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลวังผาง กล่าวว่า การจัดงานแห่ไม้ค้ำโพธิ์ เป็น ประเพณี ที่ ชาว พุทธ ใน 8 จังหวัด ภาค เหนือ ตอนบน ปฏิบัติสืบต่อ กันมา ถือเป็น การ สืบสาน อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของบรรพชน โดยชาวล้านนามีความเชื่อว่าการที่ ได้ทำบุญโดยการถวายไม้ค้ำสะหลี หรือ ไม้ค้ำ ต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่คู่พระพุทธศาสนามายาวนาน ประกอบ กับ ต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ใหญ่ มีกิ่งก้านสาขา เยอะมาก ด้วยร่มเงา ถ้าหาก ได้ค้ำต้นโพธิ์ไว้ก็เหมือนได้ค้ำชูสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน และ ถือเป็นการทำบุญค้ำชูดวงชะตาของตนเองให้ เป็นศิริมงคล ในการเริ่มต้น ปีใหม่ เมือง ของ ชาวล้านา




ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ
หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

ผู้ว่าราชการ จ.ลำปาง พร้อมด้วยคณะข้าราชการ ทำพิธีรดน้ำสักการะ พระอนุสาวรีย์พ่อเจ้าทิพย์ช้าง และร่วมกันสรงน้ำพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์

นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายฤทธิพงศ์ เตชะพันธุ์และนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นำคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการ ผู้ใต้บังคับบัญชาจากทุกสังกัดหน่วยงาน ร่วมกันประกอบพิธีรดน้ำสักการะ อนุสาวรีย์พระยาสุลวลือไชยสงคราม หรือ เจ้าพ่อทิพย์ช้าง และสรงน้ำพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดลำปาง ร่วมขอพรเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยล้านนาให้คงอยู่สืบไป

ในการนี้ นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้นำคณะฯ ร่วมประกอบพิธีสักการะ อนุสาวรีย์พระยาสุลวลือไชยสงคราม หรือ พ่อเจ้าทิพย์ช้าง อดีตเจ้าผู้ครองนครลำปาง พร้อมถวายพวงมาลัย และผูกผ้าแพร 3 สี ประกอบด้วย สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน พร้อมนำน้ำขมิ้นส้มป่อย น้ำอบน้ำหอม รดถวายองค์อนุสาวรีย์ฯ เพื่อเป็นการขอขมา สักการะ และอธิษฐานขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนชาวจังหวัดลำปางทุกคน ตลอดจนเพื่อเป็นการแสดงซึ่งความกตัญญูกตเวที ที่มีต่อพ่อเจ้าทิพย์ช้างอดีตเจ้าผู้ครองนครลำปาง ผู้กอบกู้เมืองให้เป็นปึกแผ่น ทำให้ลูกหลานชาวนครลำปาง ได้อยู่เย็นเป็นสุขมาจนถึงทุกวันนี้

โอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังวัดต่างๆ เพื่อเข้าสักการะ ถวายเครื่องไทยธรรม และสรงน้ำพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ในจังหวัด ประกอบด้วย พระราชเมธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดจำทรายมูล ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย(ฝ่ายธรรมยุติ), พระราชจินดานายก เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดพระเจดีย์ซาวหลัง, พระวิสุทธิธรรมพิลาส รองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เจ้าอาวาสวัดต้นธงชัย, พระจินดารัตนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม และพระราชธรรมาลังการ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดบุญวาทย์วิหาร

ทั้งนี้การประกอบพิธีสักการบูชาสรงเถราภิเษกแก่พระสงฆ์ หรือ การสรงน้ำพระ ถือเป็นประเพณีปฏิบัติ ตามฮีตฮอยป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองของชาวไทยล้านนา ที่ได้ถือปฏิบัติสืบทอดต่อกันมานับแต่ในอดีต โดยมีความเชื่อว่า บุคคลใดกระทำด้วยใจที่เลื่อมใสศรัทธา มีความเชื่อในคุณพระรัตนตรัยทั้ง 3 ประการ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บุคคลนั้นจะได้รับผลอานิสงส์ มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงาน ปรารถนาสิ่งใด ก็จะสมดั่งความมุ่งมาตรปรารถนาทุกประการ.



ดูคลิป http://youtu.be/pTcRudb5x84
ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

ข้าราชการจากทุกสังกัดหน่วยงาน พ่อค้า และประชาชนชาวจังหวัดลำปาง ร่วมทำพิธีรดน้ำดำหัว ขอสูมาคาราวะ และขอพร จากผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์

นายฤทธิพงศ์ เตชะพันธุ์ และนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายสุรพล สัตยารักษ์ ปลัดจังหวัดลำปาง นำคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ข้าราชการพลเรือน อัยการ ทหาร ตำรวจ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ จากทุกสังกัดหน่วยงาน รวมถึงพ่อค้า และประชาชนชาวจังหวัดลำปาง รวมมากกว่า 1,500 คน ร่วมกันนำพวงมาลัยดอกมะลิ น้ำขมิ้นส้มป่อย น้ำอบน้ำหอม พร้อมสิ่งของข้าวตอกดอกไม้ ทำพิธีรดน้ำดำหัวและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล จาก นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ที่ จวนผู้ว่าราชการจังหวัด ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ซึ่งถือเป็นประเพณีปฏิบัติ ตามฮีตฮอยป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองของชาวไทยล้านนา เนื่องในเทศกาลสงกรานต์

ทั้งนี้ กิจกรรมพิธีรดน้ำดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ส่วนราชการในจังหวัดลำปาง ได้บูรณาการร่วมกัน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเคารพแก่ผู้เป็นพ่อเมือง ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้ที่น่าเคารพนับถือ เป็นผู้ที่มีพระคุณ สร้างคุณประโยชน์ให้แก่เมืองลำปาง และเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญู ขอขมาลาโทษต่อสิ่งที่ได้ล่วงเกิน ทั้งที่ตั้งใจและมิได้ตั้งใจ และขอรับพร เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ แก่เหล่าข้าราชการผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดจนเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่มีมาแต่โบราณ ให้คงอยู่สืบทอดต่อไปสู่อนุชนรุ่นหลัง

โดยภายในงานได้จัดบรรยากาศให้เป็นไปในรูปแบบของล้านนา ที่เต็มไปด้วยความครึกครื้น ซึ่งผู้มาร่วมงานส่วนใหญ่ต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าพื้นเมือง สวมเสื้อหม้อฮ่อม เสื้อผ้าทอมือ ผ้าลายดอก นุ่งผ้าซิ่น พร้อมนำน้ำขมิ้นส้มป่อย น้ำอบน้ำหอม พานข้าวตอกดอกไม้ และสิ่งของดำหัว ตามแบบประเพณีของชาวไทยล้านนา นำมาเพื่อแสดงการคาราวะ ขอขมาลาโทษ และขอพรจาก นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด ได้กล่าวว่า ตนมีความรู้สึกประทับใจในการแสดงออกของ ข้าราชการ และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดลำปาง ที่ยังคงยึดถือ สืบทอดอนุรักษ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ที่มีมาแต่โบราณนี้ไว้ ให้คงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมได้กล่าวอวยพร ขอให้ผู้มาร่วมงานทุกคน มีสุขภาพ พลานามัย มีกำลังกาย กำลังใจ ที่สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยและอันตรายทั้งหลายทั้งปวง มีกำลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะพบกับสิ่งใหม่และการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในทุกๆ ด้าน ภายใต้ความมีสติ มีสมาธิ มีปัญญา และมีศีล ตลอดจนขอให้ทุกคนมีความสุข ความเจริญ มีความมั่นคงในชีวิต หน้าที่การงาน และที่สำคัญขอให้ประชาชนทุกคนจงมีความรัก ความสามัคคี เอื้ออาทรแบ่งปันน้ำใจให้แก่กันและกัน ช่วยกันทำนุบำรุง พัฒนาจังหวัดลำปาง ให้มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อให้ลำปางได้เป็นนครแห่งความสุขอย่างแท้จริง.



ดูคลิป http://youtu.be/bq_vBA3cgik
ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศดับกระแสไฟฟ้าเพื่อปฏิบัติงานตัดต้นไม้ใกล้ระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง

นายมนัสชัย โตเทศ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกปฏิบัติการ และบำรุงรักษา ปฏิบัติงานแทนผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะดำเนินการตัดต้นไม้ใกล้ระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง บริเวณบ้านทบศอก ถึง สุดปลายสายบ้านรักไทย จึงมีความจำเป็นต้องดับกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน ดังนี้

ดับไฟในวันที่ 23 เมษายน 2557 เวลา 08.30-17.00 น. ที่ บ้านทบศอก ศูนย์โครงการตามพระราชดำริปางตอง โรงเรียนร่มเกล้าปางตอง ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงจังหวัดแม่ฮ่องสอน บ้านนาป่าแปก บ้านห้วยมะเขือส้ม สวนป่าตามโครงการพระราชดำริปางตอง 1 และ บ้านรักไทย

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ /



ข่าวโดย : ชลนารถ ศรีสวัสดิ์/ ชญานิศ จิตรบรรเจิดกุล นิสิตฝึกง 
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน สรุปสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปี 2557

นายประพันธ์ กาใจทราย ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปี 2557 ว่า คุณภาพอากาศ จังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือค่า PM 10 ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2557 จนถึงขณะนี้มีค่าลดงกว่าทุกปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2554 พร้อมทั้ง ในปี 2557 นี้พบจุดความร้อน หรือ Hot Spot 1,620 จุด ซึ่งน้อยลงจากปีที่แล้วกว่า 500 จุด รวมถึงรายงานการดับไฟป่าของศูนย์ปฏิบัติการระดับอำเภอ ภาพรวมจนถึงวันที่ 26 มีนาคม 2557 สามารถดับไฟได้ 453 ครั้ง มีพื้นที่เสียหาย 1,701 ไร่ ซึ่งมีพื้นที่เสียหายลดลงเกือบครึ่งจากปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบจำนวนผู้ป่วยที่รับผลกระทบจากหมอกควันและไฟป่าว่า ปี 2556 มีจำนวนน้อยกว่า ปี 2557 ประมาณ1,000 คน และในปี 2557 นี้มีการยกเลิกเที่ยวบินไปจำนวน 32 เที่ยวบิน นับจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557 ในขณะที่ปี 2556 มีการยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด 92 เที่ยวบิน

อย่างไรก็ตามคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปกติ จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอนวันนี้ (19 เมษายน 2557) พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 83 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังกล่าวต่ออีกว่า สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในปีนี้น่าจะต่ำและเบากว่าปีที่แล้ว/



ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

ท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นได้ และหากทุจริตในการสอบ จะถูกปรับตกและไม่มีสิทธิ์สมัครสอบ

นายยุทธนา สายสิงห์ทอง ท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ในวันที่ 27 เมษายน 2557 ขณะนี้มีผู้แอบอ้างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ จากผู้สมัครสอบ โดยเสนอว่าสามารถช่วยผู้สมัครสอบ ให้สอบได้ โดยใช้วิธีการทุจริตต่างๆ ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีนโยบายในการจัดสอบอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม จึงได้แจ้งประชาสัมพันธ์แก่ผู้สมัครสอบว่าอย่าหลงเชื่อการแอบอ้างดังกล่าว พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ถ้าหากผู้สมัครสอบใช้วิธีการวิ่งเต้น หรือวิธีการนอกเหนือจากการใช้ความรู้ความสามารถของผู้สมัครเอง จะถือว่าผู้สมัครนั้นทุจริต จะถูกปรับตกในการสอบครั้งนี้ และจะไม่มีสิทธิ์สมัครสอบเข้ารับราชการในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอีกต่อไป

ท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวอีกว่า หากผู้สมัครสอบถูกหลอกลวงหรือแอบอ้างแล้ว ให้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้แอบอ้างหรือหลอกลวง และถ้าหากผู้แอบอ้างเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจะถูกลงโทษไล่ออก หรือปลดออกจากราชการ ทั้งนี้ ถ้าหากพบเห็นหรือทราบพฤติการณ์ที่จะมีการแอบอ้างหรือหลอกลวงดังกล่าว ขอให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น โทรศัพท์หมายเลข 0 2241 9014 หรือ www.dla.go.th/



ข่าวโดย : ศุภณัฐ สิริภัทรวณิช นิสิตฝึกงานจุฬาฯ
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

บรรยากาศ การสอบบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วย ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน คึกคัก มีผู้สมัครสอบมากกว่าปีที่ผ่านมา

วันนี้ (19 เมษายน 2557)เป็นวันแรกของการสอบบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งผู้ช่วยครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี 2557 โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีสนามสอบทั้งหมด 5 สนาม ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลแม่ฮ่องสอน โรงเรียนห้องสอนศึกษา โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โรงเรียน อบจ.บ้านจองคำ และวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีแม่ฮ่องสอน บรรยากาศคึกคัก และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายสมบัติ นีกรี ประธานกรรมการกลางประจำสนามสอบที่ 5 วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีแม่ฮ่องสอน กล่าวถึงมาตรการการป้องกันทุจริตในการสอบ ว่า รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอนเขต 1 กำชับห้ามบุคลากรในสถานศึกษา เกี่ยวข้องกับการที่จะนำไปสู่การทุจริตใดใด หากฝ่าฝืนจะมีมาตรการลงโทษที่เด็ดขาด และไม่อนุญาตให้ผู้เข้าสอบนำเครื่องมือสื่อสารเข้าห้องสอบ

จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้สมัครสอบจำนวน 1,811 คน มากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่จะเรียกบรรจุครั้งแรกเพียง 10 ตำแหน่ง และจะขึ้นบัญชีสำรองไว้ต่อไป การสอบบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วยจะมีไปจนถึงวันพรุ่งนี้(20 เมษายน 2557)และทำการสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 27 เมษายน 2557/




ข่าวโดย : ชลนารถ/ ชญานิศ/ ศุภณัฐ นิสิตฝึกงานจุฬาฯ
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่เตรียมจัดงาน 111 ปี อำเภอสูงเม่น

อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่เตรียมจัดงาน 111 ปี อำเภอสูงเม่น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2557 เพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวอำเภอสูงเม่น  และเผยแพร่อาชีพการทำเฟอร์นิเจอร์ไม้สักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า วันนี้(18เม.ย.57) ที่หอประชุมอำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ทางนายสมหวัง พ่วงบางโพ นายอำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ได้แถลงการณ์เตรียมจัดงาน 111 ปี อำเภอสูงเม่น ทั้งนี้อำเภอสูงเม่น นั้นได้แยกจากอำเภอเมืองแพร่ ในปี 2446 เดิมชื่อว่าอำเภอแม่พวก เพื่อเป็นการเผยแพร่ภาพลักษณ์และความเป็นสิริมงคลของชาวอำเภอสูงเม่น ทางคณะสงฆ์อำเภอสูงเม่นโดยพระครูโกศลพัฒนานุยุต เจ้าคณะอำเภอ ร่วมกับส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท่องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวอำเภอสูงเม่นจึงกำหนดจัดงาน 111 ปี อำเภอสูงเม่นขึ้นในวันที่  11-13 พฤษภาคม 2557 นี้

โดยกิจกรรมวันที่ 11 พฤษภาคม นั้นเวลา 09.09 น. นิมนต์พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 350 รูป ประกอบพิธีสืบชะตาอำเภอทั้ง 12 ตำบล 110 หมู่บ้าน โดยน้ำมงคลจาก 110 หมู่บ้าน และน้ำมงคลจากอำเภอสูงเม่น 1 แห่ง รวม 111 แห่งมาประกอบพิธีทำน้ำมนต์ โดยเชิญประชาชนจากทุกหมู่บ้านๆละ 32 คน แต่งกายด้วยชุดปฏิบัติธรรมสีขาวมาร่วมพิธี และวันที่ 12 พฤษภาคม ช่วงเช้ามีพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง

มีการสร้างพระพุทธโกศัย รูปทรงเสมา เนื้อทองแดงให้ประชาชนได้บุชาเหรียญล่ะ 20 บาท เนื้อเงิน เหรียญล่ะ 1,000 บาท และเนื้อทอง ราคาตามราคาทอง และสร้างพระแม่ธรณีบีบมวยผม ไว้กลางสระน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอสูงเม่น

นอกจากนี้ยังมีการทอดผ้าป่าสามัคคี การจัดกาดมั่วครัวแลง การจำหน่ายสินค้า OTOP การประกวดวาดภาพและถ่ายภาพในอดีตของอำเภอสูวงเม่น การจัดนิทรรศการ การแข่งขันการแกะสลักไม้รูปเม่น การแสดงศิลปวัฒนธรรมของ 12 ตำบล โดยวันเปิดงานเวลา 15.30 น. ของวันที่ 11 พฤษภาคม มีการแสดงฟ้อนรำของหญิงสาวจาก 110 หมู่บ้าน ในชุด 111 ปีอำเภอสูงเม่น และรำกลองยาว 111 ลูก

จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวไปเที่ยงงาน 111 ปี อำเภอสูงเม่น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2557 ที่อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว/พิมพ์

จังหวัดแพร่ปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2557

จังหวัดแพร่ปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2557 สรุป 7 วันอันตราย ตาย 5 ราย เจ็บรวม 72 ราย เกิดอุบัติเหตุรวม 70 ครั้ง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า เช้าวันนี้(18เม.ย.57) ที่ห้องประชุมเทพวงศ์ ศาลากลางจังหวัดแพร่ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พร้อมด้วยนายศักดิ์ชัย จ.ผลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2557 จังหวัดแพร่ และปิดศูนย์ดังกล่าว

สำหรับการดำเนินการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2557 จังหวัดแพร่ ในช่วงของวันที่ 11-17 เมษายน 2557 จังหวัดแพร่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุจำนวน 70 ครั้ง ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันปี 2556  มีผู้บาดเจ็บ 72 ราย เป็นชาย 57 ราย หญิง 15 ราย ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันปี 2556 จำนวน 4 ราย และผู้เสียชีวิต 5 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 1 ราย เท่ากับช่วงเดียวกันปี 2556 ซึ่งจังหวัดแพร่เป็นลำดับที่  18 ของประเทศไทย โดยจังหวัดนครราชสีมามียอดผู้เสียชีวิตสูงสุดของประเทศ



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว/พิมพ์

สสจ.พะเยา เตือนประชาชนระวังอันตรายจากแสงแดดในช่วงฤดูร้อนที่เกิดจากร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศา ร่วมกับภาวะขาดน้ำ

นายแพทย์สุรินทร์ สุมนาพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ในช่วงเดือนเมษายน สภาพอากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้นและเป็นช่วงที่มีอากาศร้อนมาก อาจก่อให้เกิดโรคที่มากับความร้อน โดยเฉพาะภาวะโรคจากแดด ซึ่งประกอบด้วย 4 โรคหลัก ได้แก่ โรคลมแดดหรือฮีท สโตรก , โรคเพลียแดด , โรคตะคริวแดด , และผิวหนังไหม้แดด โดยโรคดังกล่าวล้วนเกิดจากการได้รับความร้อนมากจนเกินไป ประกอบกับเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งแต่ละโรคจะเกิดในภาวะที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการอยู่ท่ามกลางแสงแดดนานแค่ไหน แต่ภาวะที่รุนแรงที่สุดจะเสี่ยงเสียชีวิต คือ โรคลมแดด

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา ยังกล่าวด้วยว่า โรคลมแดด เป็นโรคที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส อาการที่พบเบื้องต้น ได้แก่ เมื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน วิตกกังวล สับสน ปวดศีรษะ ความดันต่ำ หน้ามืด ไวต่อสิ่งเร้าง่าย และยังอาจมีผลต่อระบบไหลเวียน ซึ่งอาจมีอาการเพิ่มอีก คือ ภาวะขาดเหงื่อ เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว หายใจเร็วหัวใจเต้นผิดจังหวะ ช็อก ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้ บุคคลที่มีความเสี่ยงว่าจะเกิดโรคลมแดด ได้แก่ ทหารที่เข้ารับการฝึกโดยปราศจากการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมในการเผชิญสภาพอากาศร้อน รวมถึงบรรดานักกีฬาสมัครเล่นและผู้ที่ทำงานในสภาพอากาศที่ร้อน ตลอดจนผู้สูงอายุ เด็ก คนอดนอน คนดื่มสุราจัด และผู้ที่มีความดันโลหิตสูง

สำหรับวิธีป้องกันโรคลมแดด ควรดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้าน หากอยู่ในสภาพอากาศร้อนดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้ทำงานในร่มก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว สวมเสื้อผ้าที่มีสีอ่อน ไม่หนา และระบายความร้อนได้ดี หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดด ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด หลีกเลี่ยงการกินยาแก้แพ้ แก้น้ำมูก และควรให้การดูแลเด็ก คนชราเป็นพิเศษ ทั้งนี้หากผู้ที่มีอาการดังกล่าวข้างต้น ขอให้รีบพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

รองผวจ.น่าน นำทุกภาคส่วน สูมาการวะและขอพรแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์

รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ องค์กร เอกชน รัฐวิสาหกิจ พ่อค้า และประชาชน ร่วมพิธีสูมาการวะและขอพรผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ไทย 2557

วันนี้ (19 เมษายน 2557) ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายกาจพล เอิบสุขสิริ รองผู้ว่า ราชการจังหวัดน่าน (1) นายอดิศร พิทยายน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (2) นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ องค์กร เอกชน รัฐวิสาหกิจ พ่อค้าและประชาชน ร่วมพิธีสูมาการวะและขอรับพร นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และนางนิตยา พึ่งโสภา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ไทย 2557 เพื่อความเป็นสิริมงคลและส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นประเพณีของไทยอันสืบทอดมาอย่างยาวนาน และยังเป็นการแสดงออกถึงความเคารพนบนอบต่อผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เคารพนับถือและผู้มีพระคุณ แสดงความกตัญญูพร้อมกับการขอขมาและขอรับพร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์วันสำคัญของไทย

ในโอกาสนี้ นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวแสดงความยินดีและดี ใจทีทุกภาคส่วนในจังหวัดน่าน ยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามนี้ไว้ พร้อมกล่าวอวยพรแก่ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กร เอกชน รัฐวิสาหกิจ พ่อค้า และประชาชนในจังหวัดน่าน โดยขอให้ทุกคนมีความสุข ความเจริญในหน้าที่การงาน มีสุขภาพ พลานามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรง และขอให้ทุกคนประสบความสุขความเจริญยิ่งยิ่งขึ้นไป



รดา บุญยะกาญจน์ / ภาพข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน
19 เมษายน 2557

ผวจ.น่าน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ เอกชน รัฐวิสาหกิจ และประชาชน ร่วมพิธีสรงน้ำเจ้าคณะจังหวัดน่านและพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลสงกรานต์

ผวจ.น่าน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ องค์กร เอกชน รัฐวิสาหกิจ และประชาชน ร่วมพิธีสรงน้ำเจ้าคณะจังหวัดน่านและพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ณ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลสงกรานต์

วันนี้ (19 เมษายน 2557) นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นางนิตยา พึ่งโสภา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ องค์กร เอกชน รัฐวิสาหกิจ และประชาชน ร่วมพิธีสรงน้ำเจ้าคณะจังหวัดน่านและพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ณ ศาลาการเปรียญวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นประเพณีของคนไทยที่ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลานาน และถือว่าวันสงกรานต์ เป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ ซึ่งจะมีการทำบุญ ตักบาตร ปล่อยนก ปล่อยปลา การสรงน้ำพระพุทธรูป และพระสงฆ์ เพื่อนำสิริมงคลมาสู่ตนเองและครอบครัว รวมถึงประเพณีการเล่นน้ำสงกรานต์ และการอนุรักษ์รักษาไว้ซึ่งประเพณีอันดีงามของคนไทย และเพื่อเป็นการจรรโลงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน



รดา บุญยะกาญจน์ / ภาพข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน
19 เมษายน 2557

โรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ในการแข่งขัน UNEP DHI Eco Challenge 2014 ระดับโลก

นักเรียนโรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ในการแข่งขัน UNEP DHI Eco Challenge 2014 ระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา

ดร.อุทัย สื่อกระแสร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ศูนย์นวัตกรรมและการจัดการเรียนรู้ วิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ DHI United Nations Environment Programme – DHI Centre & National University of Singapore ประเทศสิงคโปร์ และ UNESCO Bangkok ได้จัดการแข่งขัน Aqua Republica International Game Competition 2014 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่มีอายุระหว่าง 11 – 18 ปี ได้เข้าร่วมแข่งขันเกมส์ออนไลน์ เกี่ยวกับการจัดการวิกฤตการณ์ปัญหาน้ำของโลก (Global water crisis management) ชิงชนะเลิศระดับประเทศและระดับโลก เมื่อวันพุธที่ 9 เมษายน 2557 เวลา 08.30–14.30 น. ณ อาคารวิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ธนารักษ์ สุวรรณประพิศ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิด

ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่ กล่าวว่า ในการแข่งขันในครั้งนี้มีตัวแทนจากประเทศไทย ได้แก่ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ โรงเรียนจักรคำคณาทรลำพูน โรงเรียนวารีเชียงใหม่ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และโรงเรียนหอพระ โดยผลการแข่งขันระดับประเทศทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Thepbodint No.6 นายชินกฤต ธัญชลีนาวงค์ และ นายวชิระ นรสิงห์ นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนเทพบดินทร์วิทยาเชียงใหม่ ด้วยคะแนน 865612

สำหรับผลการแข่งขันในระดับโลกได้มีการรวมคะแนนและประกาศผลเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2557 ผ่านเว็บไซต์ http://www.seriousgamesconference.org/unep-dhi-eco-challenge-2014 ซึ่งทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับโลกจะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมที่พักและเงินรางวัล $500 ที่ประเทศเกาหลีได้ ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 นั้น ผลการแข่งขันปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Homantin Government Secondary School team from Hong Kong ฮ่องกง รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Catholic High School team from Singapore ประเทศสิงคโปร์ ส่วน รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ ทีม Chiangmai Thepvodint School team from Thailand ประเทศไทย



ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่