วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดอุทัยธานี เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมวันวิสาขบูชาโลก ในวันอังคารที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. ณ วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม อ.เมือง จ.อุทัยธานี

นายเสถียรพงศ์ มากศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า จังหวัดอุทัยธานี กำหนดจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชาได้กำหนดให้มีกิจกรรมการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ พิธีเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และ พิธีเวียนเทียน ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเวียนเทียน ขอเชิญร่วมกิจกรรม " เดิน – วิ่ง สมาธิ วิสาขะพุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข ปี ๒๕๕๗ ” ด้วย

ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปแต่งกายชุดสีขาว หรือ ชุดปฏิบัติธรรมสีขาว ร่วมกิจกรรมวันวิสาขบูชาโลก ในวันอังคารที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. ณ วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) อ.เมือง จ.อุทัยธานี หรือ วัดใกล้บ้านท่านโดยพร้อมเพรียงกัน

"เมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกษตรปลอดภัย สังคมอุทัยผาสุก”



ชลธิชา สุวรรณ ส.ปชส.อุทัยธานี ข่าว/พิมพ์/ทาน

จังหวัดอุทัยธานี เร่งแจกจ่ายพืชอาหารสัตว์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ หลังจากที่ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน อาหารสัตว์เริ่มขาดแคลน

เมื่อวันที่ ( 8พ.ค.57) เวลา 09.00 น. นายบุญเลิศ พรหมจิรโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานในการมอบฟางอัดฟ่อนจำนวน 14,000 ฟ่อน และหญ้าเนเปียร์หมักอีกจำนวน 2,000 ถุง ที่ได้สำรองจัดเก็บไว้ที่โรงเก็บพัสดุ ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี ต.หนองแก อ.เมือง จ.อุทัยธานี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่เลี้ยงโค กระเบือ ในพื้นที่ของจังหวัดอุทัยธานี ที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนพืชอาหารในช่วงหน้าแล้ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า จังหวัดอุทัยธานีประสบปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี และได้อนุมัติงบประมาณให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานีดำเนินการจัดทำโครงการธนาคารเพื่ออาหารสัตว์ และโครงการปลูกพืชอาหารสัตว์ด้านสารอินทรีย์ จัดหาเสบียงอาหารสัตว์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้านปศุสัตว์ที่ประสพปัญหาภัยพิบัติต่าง ๆ สำรองใว้แจกจ่ายให้แก่เกษตรกรในช่วงที่ประสพภัยอย่างเพียงพอ ทั่วถึง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนใจเบื้องต้น คาดว่าอีกไม่นานภัยแล้งก็จะคลี่คลาย



ดำรง   โค่นถอน   ส.ปชส.อุทัยธานี   ภาพ/ข่าว
 
   
   
   
   
   


   

ททท.กำแพงเพชร จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกีฬา จังหวัดกำแพงเพชร

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ที่ ห้องประชุมเยาวมาลย์ ชั้น 7 โรงแรมชากังราว ริเวอร์วิว อ.เมืองกำแพงเพชร นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกีฬา จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้นำทางด้านกีฬาในแต่ละตำบลของจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลงานด้านกีฬาและนันทนาการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 106 คน

กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา มีนโยบายดำเนินงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกีฬา นั้น ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารด้านการกีฬา ให้มีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม ส่งเสริมให้เด็ก และเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้หันมาเล่นกีฬา การเล่นกีฬาเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพทางกายดีแล้ว สุขภาพจิตจะดีตามไปด้วย ช่วยให้รู้จักเคารพในกติกาของกีฬาแต่ละอย่าง รู้แพ้รู้ชนะ มีน้ำใจนักกีฬา และมักจะไม่หันเหไปมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

การดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกีฬา จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นอย่างดี



นิพนธ์ รอดทรัพย์ / ข่าว 
ผู้ตรวจ นายรวีโรจน์ ส่องศรี 
ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร

สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก จะดำเนินการออกรับบริจาคโลหิต ประจำเดือน พฤษภาคม 2557 ตามแผนกำหนดการรับบริจาคโลหิต

นายระพี ผ่องบุพกิจ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ด้วยเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก จะดำเนินการออกรับบริจาคโลหิต ประจำเดือน พฤษภาคม 2557 ตามแผนกำหนดการรับบริจาคโลหิต

จึงขอเชิญชวนบุคคลที่สนใจร่วมบริจาคโลหิต ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว 

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก จัดพิธีบำเพ็ญกุศล เพื่อเป็นการบูชาองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช ในโอกาสครบ 657 ปี

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา ที่พระวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พระธรรมเสนานุวัตร รองเจ้าคณะภาค 5 เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ประธานฝ่ายสงฆ์ และ พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพน้อยที่ 3 เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล และพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นการบูชาองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช เนื่องในโอกาสครบ 657 ปี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และพุธศาสนิกชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก สำหรับพระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท จัดเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในประเทศไทย และได้รับการขนานนามว่าเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในโลกองค์หนึ่ง ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในปีใด แต่มีการสันนิษฐานโดยอ้างอิงตามพงศาวดารเหนือ คาดว่าน่าจะสร้างพร้อมกับพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา ในรัชสมัย พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท)

จากนั้นจึงมีการลงรักปิดทององค์พระเป็นครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และได้มีการบูรณะ ลงรักปิดทองอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 และมีการบูรณะครั้งล่าสุดในรัชกาลที่ 9 พระพุทธชินราชนี้เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัย ลักษณะขององค์พระเส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย พระขโนงโก่ง พระเนตรประดุจตากวาง พระนาสิกโด่ง ชายผ้าสังฆาฏิแยกเป็นเขี้ยวตะขาบ นิ้วพระหัตถ์ทั้ง 4 ยาวเสมอกัน อยู่ในลักษณะปางมารวิชัย ด้านซ้ายและขวาขององค์พระมียักษ์ 2 ตน คอยปกปักรักษาองค์พระอยู่ อีกทั้งยังมีพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรเป็นอัครสาวกอยู่ด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีซุ้มเรือนแก้วที่คาดว่าน่าจะสร้างในสมัยอยุธยาลักษณะเป็นรูปตัวเหรา ถือเป็นศิลปะที่สวยงามมากอย่าหนึ่ง พระพุทธชินราชประดิษฐานในวิหารลักษณะเก้าห้อง ซึ่งมีการบูรณปฏิสังขรณ์มาอย่างต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน ทำให้องค์พระสวยงามบริบูรณ์อย่างในปัจจุบัน และในประวัติศาสตร์ยังพบว่ากษัตริย์ในทุกๆสมัยของไทยให้ความเคารพและศรัทธาต่อองค์พระพุทธชินราชมาอย่างต่อเนื่องทุกๆ พระองค์

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จัดการประชุมคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพเขตภาคเหนือและภาคกลางตอนบน

ที่ห้องประชุมโรงแรมเดอะปาร์ค อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายแพทย์ วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพเขตภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ประกอบด้วย เขต 1 เชียงใหม่ เขต 2 พิษณุโลก และเขต 3 นครสวรรค์ วาระพิเศษเพื่อแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุขในพื้นที่ ซึ่งการประชุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในการสนับสนุนนักจิตวิทยาเข้าสู่ระบบบริการปฐมภูมิ

ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการด้านสุขภาพกาย จิต สังคม ทั้งด้านป้องกัน ส่งเสริม รักษา บำบัด ฟื้นฟูสุขภาพจิต ซึ่งในพื้นที่เขต 2 พิษณุโลก ประกอบด้วย จังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ มีผู้ป่วยกลุ่มโรคจิตที่เข้าถึงบริการ 11,289 คน คิดเป็นร้อยละ 0.42 ของจำนวนประชากรผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งในข้อมูลทางวิชาการยังมีผู้ป่วยจิตเวชอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการ ซึ่งในสภาวะสังคมและเศรษฐกิจปัจจุบันส่งผลให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต จึงได้มีการสนับสนุนงบประมาณให้กับหน่วยงานที่ยังขาดแคลนนักจิตวิทยาเพื่อจัดหานักจิตวิทยาปฏิบัติงานประจำเป็นเวลา 1 ปี และจัดให้มีบริการการดูแลสุขภาพด้านจิตใจที่ต้องการการส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู โดยปีงบประมาณ 2556 นำร่องสนับสนุนงบประมาณให้กับหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการ 10 แห่ง และในปีงบประมาณ 2557 สนับสนุนเพิ่มเติมอีก 5 แห่ง โดยจะพิจารณาคัดเลือกหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการจากสำนักงานสาธารณสุขในแต่ละจังหวัด

หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดพิษณุโลกร่วมกันแถลงข่าวสื่อมวลชนสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรเพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูกาลผลิต

ที่ห้องประชุมพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ชั้น 6 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายวิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานในการแถลงข่าวสื่อมวลชนในการสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรเพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรไทย เริ่มต้นใหม่ฤดูกาลผลิต ของจังหวัดพิษณุโลก ในโอกาสวันพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2557 โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดพิษณุโลก ประกอยด้วยเกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก โครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก เกษตรจังหวัดพิษณุโลก และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก ร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ โดยในวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2557 เป็นวันเริ่มต้นฤดูกาลผลิต

โดยความมุ่งหวังของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ทำอย่างไรให้เกษตรกรสามารถหลุดพ้นจากสภาพปัญหาเดิมๆ โดยปัญหาที่เกษตรกรประสบ อาทิเช่น ต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตตกต่ำ ผลิตแล้วจะขายที่ไหน ราคาสินค้าตกต่ำ ไม่มีแหล่งเงินทุน และ ภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นสารพัดปัญหาของเกษตรกรไทย โดยในส่วนของจังหวัดพิษณุโลกได้มีการวางแผนเพื่อที่จะส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวของจังหวัด ประกอบด้วย การวางแผนการผลิตข้าวในพื้นทีที่เหมาะสม การผลิตข้าวโดยเพิ่มมูลค่า เช่น การผลิตพันธ์เฉพาะถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ การผลิตเป็นเมล็ดพันธ์จำหน่ายเป็นต้น และ การปรับเปลี่ยนชนิดพืชในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกข้าว เช่น อ้อยโรงงาน ซึ่งถือว่าเป็นพืชที่มีตลาดรองรับแน่นอน นอกจากอ้อยโรงงานแล้วยังมี กล้วยและพืชใช้น้ำน้อยอื่นๆ ที่เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ตามพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกข้าว นอกจากนี้ ยังได้มีการรวบรวมแหล่งความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี รวมไปถึงตัวอย่างที่ประสบผลสำเร็จในการผลิตข้าวในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเผยแพร่ความรู้แก่เกษตรกรได้รับทราบต่อไป

จังหวัดพิษณุโลก ประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกับเครือข่ายทางสังคม เพื่อร่วมกันพิจารณาในการจัดทำแผนปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ปี 2557

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก นายวิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกับเครือข่ายทางสังคม เพื่อร่วมกันพิจารณาการจัดทำแผนปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ปี 2557 ตลอดจนแนวทางขยายผลการจับกุมและดำเนินคดี การให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ และกระบวนการคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สำหรับจังหวัดพิษณุโลกเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของภาคเหนือตอนล่างที่มีความเชื่อมโยงกับจังหวัดในกลุ่มพื้นที่พัฒนาสี่แยกอินโดจีนที่มียุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเปิดประตูสู่ความมั่งคั่ง ภายใต้โครงการพัฒนา เศรษฐกิจ การค้า การลงทุนแห่งสี่แยกอินโดจีน อีกทั้งเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษา ทั้งในและนอกระบบ ทำให้เยาวชนหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้การเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในโรงงาน สวนยางพารา ไร่อ้อย ปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร และคนรับใช้ภายในบ้าน ซึ่งพบว่าบุคคลที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์มากที่สุด ได้แก่แรงงานต่างด้าว ชนกลุ่มน้อย และบุคคลไร้สัญชาติ ทั้งนี้บุคคลที่เข้ามาใช้แรงงานในพื้นที่ที่ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของสิทธิของตนเอง จึงมีความเสี่ยงของการตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ได้มากที่สุด ลักษณะการค้ามนุษย์ในจังหวัดพิษณุโลก แม้ว่าจะยังไม่มีคดี ที่ชี้ชัดว่าเป็นปัญหาการค้ามนุษย์ แต่ทางจังหวัดก็ได้เฝ้าระวังปัญหาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากสถานการณ์ผู้เข้ารับการคุ้มครองที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ที่เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพภายในสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่ปี 2551 – 2556 ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ จำนวนทั้งสิ้น 151 คน มีสัญชาติไทย 44 คน พม่า 64 คน ลาว 39 คน จีน 1 คน กัมพูชา 1 คน ไต้หวัน 1 คนและไม่ทราบสัญชาติ 1 คน

ชาวบ้านไผ่ขอน้ำ ตำบลมะตูม อำเภอพรหมพิราม จัดประเพณีทำขวัญข้าว และแห่แม่โพสพ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณของแม่โพสพ ตามประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพ

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา ชาวบ้านไผ่ขอน้ำ หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 4 ตำบลมะตูม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกันจัดพิธีทำขวัญข้าว และแห่แม่โพสพ ซึ่งตรงกับวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งในแต่ละปีอาจไม่ตรงกัน โดยประเพณีดังกล่าวเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณของแม่โพสพ ตามความเชื่อที่ว่าแม่โพสพมีพระคุณ จึงต้องทำขวัญข้าวเป็นการกล่าวขอขมาต่อต้นข้าวทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับข้าว ทั้งการเกิดเองตามธรรมชาติ และจากการที่มนุษย์ทำอะไรกับต้นข้าว เช่นการเกี่ยวข้าว หลังฤดูการเก็บเกี่ยวแล้ว อีกทั้งเป็นการขอบคุณ และเอาใจแม่โพสพที่ให้ความอุดมสมบูรณ์แก่ผืนนา และเพื่อขออภัย รวมทั้งเรียกขวัญแม่โพสพเพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับพิธีแห่แม่โพสพของหมู่บ้านไผ่ขอน้ำนั้น เริ่มจากบริเวณทางเหนือของหมู่บ้าน และเดินแห่ขบวนโดยมีกลองยาว คณะนางรำ และชาวบ้านสองข้างทางมาร่วมพิธีกันอย่างครื้นเครง สร้างสีสันและความสนุกสนาน โดยพร้อมใจกันเดินทางมายังศาลาการเปรียญวัดไผ่ขอน้ำ จากนั้นชาวบ้านจะนำขันเงินที่ใส่กระทงเรียกว่า "กระทงนมแมว” หมาก 3 คำ ไข่ต้ม กล้วย น้ำ ข้าวเปลือก ข้าวสุก ธูป เทียน ดอกไม้ มาเวียนรอบโบสถ์จำนวน 3 รอบ จากนั้นจะนำแม่โพสพขึ้นบนศาลาและมีการทำขวัญแม่โพสพ ส่วนในช่วงค่ำจัดให้มีมหรสพเฉลิมฉลองแม่โพสพ และในตอนเช้าของอีกวันชาวบ้านจะร่วมกันตักบาตรทำบุญ ก่อนที่จะนำแม่โพสพของตนเองกลับมาที่บ้านของแต่ละคนเพื่อบูชา และเป็นขวัญกำลังใจในการทำนาครั้งต่อไป

ชาวนาในจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 7,000 กว่าราย แห่กู้เงินโครงการ สินเชื่อเพื่อการผลิตทางการเกษตรในฤดูกาลผลิตรอบใหม่

เช้าวันนี้ ( 8 พ.ค.57 ) ที่สำนักงาน ธ.ก.ส. สาขาอำเภอเมืองพิษณุโลก ได้มีชาวนาจำนวนมากแห่ นำเอกสารไปขอกู้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ตามโครงการ สินเชื่อเพื่อการผลิตทางการเกษตรในฤดูกาลผลิตรอบใหม่ หลังจากมีชาวนาในจังหวัดพิษณุโลก ยังไม่ได้รับเงินโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมา อีกกว่า 4,626 ล้านบาท ส่งผลให้ชาวนาจำนวนมาก ยังไม่มีเงินในการลงทุนทำนารอบต่อไป จึงต้องเข้าร่วมโครงการ สินเชื่อเพื่อการผลิตทางการเกษตรในฤดูกาลผลิตรอบใหม่ รายละไม่เกิน 100,000 บาท นายยอด สมจุ้ย อายุ 54 ปี ชาวนา ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่ได้เดินทางมาร่วมโครงการ สินเชื่อเพื่อการผลิตทางการเกษตรในฤดูกาลผลิตรอบใหม่ กล่าวว่า ตนเองได้เงินรับจำนำข้าวบางส่วน แต่ไม่เพียงพอต่อการลงทุนทำนารอบใหม่ เนื่องจากไม่มีน้ำทำนา ต้องหาเงินมาเจาะบ่อบาดาล และซื้อน้ำมัน เพื่อลงทุนทำนาอีกครั้ง

ซึ่งอยากให้ทางภาครัฐเร่งการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด เนื่องจากชาวนาต้องรับภารกิจหนี้สินอีกจำนวนมาก ด้านนายธานินทร์ พิทักษ์อรรณพ ผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้มีชาวนาในจังหวัดพิษณุโลก ที่เข้าร่วมโครงการ สินเชื่อเพื่อการผลิตทางการเกษตรในฤดูกาลผลิตรอบใหม่ แล้วจำนวน 7,185 ราย ยอดเงินกู้ จำนวน 625,579,811.74 บาทและมีชาวนาที่ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำ บางรายก็เริ่มชำระหนี้ตามโครงการฯนี้ แล้วจำนวน 83 ราย จำนวน เงิน 5,038,928 บาท ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการนั้นต้องการนำเงินไปลงทุนทำนารอบใหม่

เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลหัวรอลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนพร้อมมอบเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ ประจำเดือนพฤษภาคม 2557

เช้าวันนี้ ( 8 พ.ค.57 ) เจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลหัวรอ ลงพื้นที่มอบเบี้ยยังชีพ แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ ตามนโยบายในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ อย่างเร่งด่วนของรัฐบาล ในโครงการสร้างหลักประกันรายได้ผู้สูงอายุ โดยจัดสรรเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุ เป็นสวัสดิการของรัฐ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายยังชีพของผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุที่มีอายุ 60-69 ปี จะได้รับ 600 บาท อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาท อายุ 80-89 ได้รับ 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเงินเดือนละ 1,000 บาท ส่วนผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ ได้รับรายละ 500 บาท/เดือน นายนพคุณ แถมพยัคฆ์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวรอ กล่าวว่า เทศบาลตำบลหัวรอ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลดังกล่าว ที่ผ่านมาจึงมีการออกสำรวจผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยโรคเอดส์ในพื้นที่ตำบลหัวรอ

ซึ่งขณะนี้ มียอดผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ ที่อยู่ในเขตเทศบาลตำบลหัวรอ ทั้ง 12 หมู่บ้าน มาแสดงความจำนงลงทะเบียนขอรับการสงเคราะห์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,453 คน แบ่งเป็น ผู้สูงอายุ จำนวน 2,130 คน ผู้พิการ จำนวน 313 คน และผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 10 คน แยกจ่ายผ่านทางธนาคาร จำนวน 1,655 คน และมารับเบี้ยยังชีพด้วยตนเอง จำนวน 798 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,582,900 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนแปดหมื่นสองพันเก้าร้อยบาท) โดยกำหนดให้ทุกต้นเดือนทางเทศบาลตำบลหัวรอได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ จากกองสวัสดิการสังคมลงพื้นที่ทั้ง 12 หมู่บ้าน เพื่อมอบเงินเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ ที่มีความประสงค์ต้องการรับเป็นเงินสด อย่างไรก็ตามหากประชาชนท่านใดพบผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลหัวรอ ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน สามารถเดินทางมาแจ้งได้ที่ กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในวันและเวลาราชการ

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลกรายงานความคืบหน้าโครงการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผ่าน Facebook ทางสถานีปันน้ำใจ

นางกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและคามมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายระพี ผ่องบุพกิจ ได้มอบหมายให้ปกครองจังหวัดพิษณุโลกร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก รับผิดชอบโครงการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและได้มีการสร้าง Facebook สถานีปันน้ำใจ เพื่อให้สาธารณชนได้เข้าถึงข้อมูลผู้ด้อยโอกาสและร่วมกันให้การสนับสนุน บริจาคช่วยเหลือนั้น ขณะนี้มีจำนวนผู้ด้อยโอกาสที่เป็น เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้เจ็บป่วยที่มีฐานะยากจน ถูกทอดทิ้ง ไม่มีที่ดินทำกิน ปัญหาซ้ำซ้อน ซึ่งได้มีการเยี่ยมบ้านและสอบสภาพข้อเท็จจริงจากทีมอำเภอ ทั้ง 9 อำเภอ พบว่ามีผู้ด้อยโอกาส จำนวน 276 ราย ซึ่งประสบปัญหาต่างๆ สรุปได้ดังนี้ - ปัญหาการยังชีพ ต้องการให้ช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ จำนวน 162 ราย - ปัญหาต้องการทุนการศึกษาสำหรับเด็กยากจน จำนวน 68 ราย - ปัญหาต้องการการซ่อมแซมบ้าน จำนวน 63 ราย - ปัญหาไม่มีเงินเป็นค่าเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลตามแพทย์นัด จำนวน 58 ราย - ปัญหาต้องการมีอาชีพ จำนวน 37 ราย - ปัญหาต้องการกายอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ ได้แก่ รถสามล้อโยก รถเข็นนั่ง จำนวน 22 ราย - ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงต้องการให้สร้างบ้านให้ จำนวน 13 ราย - ปัญหาหนี้นอกระบบ จำนวน 2 ราย - ปัญหาต้องการประเภทของใช้เด็กอ่อน เช่น นมผง ผ้าอ้อม จำนวน 6 ราย

ทั้งนี้การช่วยเหลือโดยนายอำเภอแต่ละอำเภอได้นำทีม FIRST AID ไปให้การช่วยเหลือเบื้องต้นในบางรายที่มีความจำเป็นเร่งด่วนแล้ว โดยช่วยเหลือเป็นเครื่องอุปโภค บริโภค เป็นต้น และทีมพัฒนาสังคมฯ ได้ร่วมช่วยเหลือ ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก สถานสงเคราะห์วังทอง ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 36 สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านสองแคว บ้านพักเด็กและครอบครัว นิคมสร้างตนเองบางระกำ นิคมสร้างตนเองทุ่งสานและบ้านมิตรไมตรีพิษณุโลก ร่วมให้ความช่วยเหลือในรายที่จำเป็นเร่งด่วนในด้านเงินสงเคราะห์และเครื่องอุโภค บริโภค และยังมีปัญหาใหญ่ที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือการสร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาสซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก เฉลี่ยหลังละประมาณ 85,000 – 120,000 บาท จากข้อมูลที่มีจำนวนผู้ด้อยโอกาสที่ต้องการความช่วยเหลือให้สร้างบ้านมีจำนวน 13 หลัง ปรากฏว่ามีภาคเอกชนและองค์กรที่ให้การสนับสนุนการสร้างบ้านแล้วขณะนี้ จำนวน 6 หลัง จึงยังคงเหลืออีกจำนวน 7 หลังที่ยังรอรับการบริจาค

ทั้งนี้จังหวัดพิษณุโลกจึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าดูข้อมูลผู้ด้อยโอกาสผ่านทางเฟสบุ๊ค สถานีปันน้ำใจ และขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์วัสดุก่อสร้างและซ่อมแซมบ้าน รวมถึงการช่วยเหลือด้านอื่นๆดังกล่าวข้างต้น ได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 982 – 2 -731051 ชื่อบัญชี กองทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสวัดราชบูรณะ สถานีปันน้ำใจ โดยเงินที่บริจาคที่ผ่านเข้าบัญชีกองทุนทุกราย จะได้รับใบอนุโมทนาบัตรจากเจ้าอาวาสวัดราชบูรณะเพื่อนำไปเป็นหลักฐานขอลดหย่อนภาษีประจำปีได้ โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์หมายเลข 055 – 246827 หรือ 081 – 9532808 หรือที่ปกครองจังหวัดพิษณุโลก โทรศัพท์หมายเลข 055 – 246442 หรือ 081 - 1710821

จังหวัดพิษณุโลก ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเยาวชนดีเด่น ของสภาสังคมสงเคราะห์ ระดับจังหวัด ประจำปี 2557

บ่ายวันนี้ ( 8 พ.ค.57 ) ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก นายวิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกเยาวชนดีเด่น ของสภาสังคมสงเคราะห์ ระดับจังหวัด ประจำปี 2557 สืบเนื่องจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ขอความร่วมมือจังหวัดพิษณุโลกคัดเลือกเยาวชนดีเด่น ในสถานศึกษาของจังหวัดในการเข้าร่วมการพิจารณาคัดเลือกและเสนอชื่อเยาวชน จำนวน 2 คน เพื่อรับการคัดเลือกเป็นเยาวชนดีเด่น ของสภาสังคมสงเคราะห์ ประจำปี 2557 เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติและวันเยาวชนแห่งชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

โดยหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาประกอบด้วย ด้านการบำเพ็ญประโยชน์ ด้านคุณธรรมและจริยธรรม ด้านความรู้ ความสามารถ ด้านการเป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งในส่วนของจังหวัดพิษณุโลกมีสถานศึกษาและหน่วยงานเสนอชื่อรวม 7 คน โดยคณะกรรมการได้ตรวจสอบคุณสมบัติและเข้าหลักเกณฑ์ทั้ง 7 คน และได้ให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 7 คน มานำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการและให้คณะกรรมการได้ร่วมกันซักถามในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งผลการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ ผู้ผ่านการคัดเลือก ได้แก่ นายธนบัตร ใจอินทร์ นิสิตจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และนางสาวกิษศิญาพัฒน์ สิงหเดช นักเรียนจากโรงเรียนพุทธชินราชพิทยา โดยเยาวชนทั้ง 2 คน จะเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเป็นเยาวชนดีเด่น ของสภาสงเคราะห์ฯ ประจำปี 2557 ในระดับประเทศต่อไป

จังหวัดตาก จัดเวทีสาธารณะ “บทเรียนอุบัติเหตุ สู่การแก้ไข กรณีรถยนต์โดยสารปรับอากาศ ๒ ชั้น แหกโค้ง บริเวณดอยรวก จังหวัดตาก”

วานนี้ (๗ พ.ค.๒๕๕๗) เวลา ๑๔.๐๐ น. นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานเปิดเวทีสาธารณะ"บทเรียนอุบัติเหตุ สู่การแก้ไข กรณีรถยนต์โดยสารปรับอากาศ ๒ ชั้น แหกโค้ง บริเวณดอยรวก จังหวัดตาก” ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมี หน่วยงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชน ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า เส้นทางสายตาก – แม่สอด เป็นเส้นทางหนึ่งที่เป็นพื้นที่สูงมีทางลาดชันหลายช่วงทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่เป็นประจำ จุดที่สำคัญคือ บริเวณดอยรวก ดอยคา และดอยศาลเจ้าพ่อพะวอ จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุดคือบริเวณดอยรวก ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีอุบัติเหตุหมู่เกิดขึ้นในระยะใกล้เคียงกันถึง ๓ ครั้ง แต่ละครั้งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะบริเวณดอยรวก กม.๖๕ – ๗๐ ส่วนองค์ประกอบที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุคือ คน รถและถนน

รศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ได้กล่าวถึงมาตรการการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นของกรมทางหลวงว่า ควรตั้งด่านสกัดเพื่อเตือนผู้ขับขี่ให้ชะลอความเร็ว เปลี่ยนป้ายแนะนำความเร็วเป็นป้ายบังคับใช้ความเร็วที่กำหนด ตรวจจับความเร็ว เพิ่มเติมป้ายเตือนทางโค้ง ทางชัน ปรับปรุงผิวทางทางออกฉุกเฉิน เพิ่มระยะการมองเห็นบริเวณทางโค้ง ส่วนมาตรการการแก้ไขปัญหาในระยะกลางของกรมทางหลวง จัดพื้นที่เป็นจุดพักรถเพิ่มเติม ปรับปรุงผิวทางโดยใช้พาราสเลอรี่ซีล เพื่อลดความเสียดทานบริเวณทางโค้ง ปรับปรุงช่องทางเข้า ออก ฉุกเฉิน บริเวณ กม.๖๙ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยาว ต้องมีการขยายทางเป็น ๔ ช่องจราจร

ดร.สุเมธ องกิตติกุล หัวหน้าคณะวิจัย มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวถึงผลสรุปจากการจัดเวทีสาธารณะว่า สิ่งที่ควรจะดำเนินการในระยะแรก เช่น ควรมีการเข้มงวดการตั้งจุดตรวจ รถ ๒ ชั้นควรจะมีมาตรฐาน มีการเข้มงวดการใช้เข็มขัดนิรภัย ไม่ควรวิ่งในเส้นทางที่ไม่ชำนาญเส้นทาง ยกเว้นรถประจำทาง ผู้ขับรถ ๒ ชั้น ควรมีใบอนุญาตขับขี่เฉพาะ และการควบคุมรถ ส่วนมาตรการระยะยาวที่สำคัญ คือ มีการจำกัดเวลาเดินรถบางประเภท ตลอดจนควบคุมสัญญาจ้างการเดินรถ เป็นต้น

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สาธารณสุขจังหวัดลำปาง แจ้งให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยง ณ สาธารณสุขทุกแห่งในจังหวัดลำปาง


นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง แจ้งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ปี 2557 ซึ่งเริ่มฉีดวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 และกำหนดช่วงรณรงค์การฉีดช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม –31 กรกฎาคม 2557 ในกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1. กลุ่มบุคลากรสาธารณสุขที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลและไข้หวัดนก กลุ่มที่ 2. ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ประกอบด้วย 7 กลุ่ม ได้แก่ 1). ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือด ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน2). บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 3).หญิงมีครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 4). เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 5). ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6). ผู้ป่วยโรคธาลัสเซียเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และ 7). บุคคลโรคอ้วนที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัม

จึงขอเชิญชวนกลุ่มเสี่ยงไปรับการฉีดวัคซีนได้ที่หน่วยบริการสาธารณสุขทุกแห่งในจังหวัดลำปาง ที่โรงพยาบาลลำปาง โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.ลำปาง
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

กฟผ.แม่เมาะ ยืนยันโรงไฟฟ้าและเขื่อน ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย


ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 ยืนยัน ระบบการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะและเขื่อนโดยรอบ ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย พร้อมให้ความมั่นใจโครงสร้างของโรงไฟฟ้าและเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง เนื่องจากมีการออกแบบและตรวจสอบตามมาตรฐานสากล

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.08 น. ที่บริเวณ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.3 ริกเตอร์ ซึ่งหลายจังหวัดใกล้เคียงรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน เช่น จ.พะเยา จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำปาง อาจได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนจนส่งผลไปยังระบบการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

นายพลฤทธิ์ เศรษฐกำเนิด ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 ยืนยันว่า “โครงสร้างของโรงไฟฟ้าแม่เมาะและเขื่อนโดยรอบ ได้ถูกออกแบบไว้ให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี จากการตรวจสอบผลกระทบแรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ไม่พบความเสียหายใดๆ โดยเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบเขื่อนแม่จางประมาณ 20% ของค่าการออกแบบรองรับ ซึ่งถือว่าไม่ส่งผลใดๆ ต่อโครงสร้างของเขื่อน ในส่วนของโรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่พบว่าโครงสร้างของโรงไฟฟ้าได้รับผลกระทบ ระบบการผลิตยังสามารถดำเนินการได้เป็นปกติ ซึ่ง กฟผ.แม่เมาะ ได้มีการตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าตามมาตรฐานสากลอยู่เสมอ”

ด้าน นายวีรชัย ไชยสระแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า “เขื่อนต่างๆ ของ กฟผ. ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางที่เขื่อนขนาด 7.0 ริกเตอร์ ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย ครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อเขื่อนของ กฟผ. เช่น เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์, เขื่อนภูมิพล จ.ตาก, เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี และเขื่อนวชิราลงกรณ์ จ.กาญจนบุรี จึงขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในความปลอดภัย”



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.ลำปาง
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

กกพ.ปรับค่าเอฟทีงวด พ.ค. – ส.ค. 57 เพิ่มขึ้น 10 สตางค์ต่อหน่วย กฟผ.รับภาระส่วนต่าง ลดภาระประชาชน

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานปรับขึ้นค่าเอฟทีงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2557 อีก 10.00 สตางค์ต่อหน่วย ผลมาจากราคาเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น และเงินบาทอ่อนค่าลง โดยปรับขึ้นน้อยกว่าความเป็นจริงที่ต้องปรับขึ้น 13.94 สตางค์ต่อหน่วย และให้ กฟผ.รับภาระส่วนต่าง เพื่อลดภาระผู้ใช้ไฟฟ้า

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2557 มีมติปรับขึ้นค่าเอฟที (ft)ในงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2557 เพิ่มขึ้น 10.00 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าเอฟทีในงวดดังกล่าว เท่ากับ 69.00 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มต่ำกว่าความเป็นจริงที่ต้องเพิ่มขึ้น 13.94 ต่อหน่วย โดย กฟผ. ต้องรับภาระต้นทุนส่วนที่เหลือคือ 3.94 สตางค์ต่อหน่วย หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,247 ล้านบาท เป็นการชั่วคราว เพื่อลดภาระของประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า

การคำนวณค่า เอฟทีในงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2557 เท่ากับ 72.94 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งหากจัดเก็บตามต้นทุนที่คำนวณได้ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเอฟทีที่ได้เรียกเก็บจากผู้ใช้ ไฟฟ้าในงวดที่ผ่านมาจำนวน 59 สตางค์ต่อหน่วย ค่าเอฟทีจะเพิ่มขึ้น 13.94 สตางค์ต่อหน่วย กกพ. จึงให้ กฟผ. รับภาระต้นทุนส่วนที่เหลือคือ 3.94 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อลดภาระของประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า โดยปัจจัยที่มีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสำหรับค่าเอฟทีในงวดนี้ มาจากการคาดการณ์ความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่สูงขึ้นร้อยละ 2.8 จากช่วงเดียวกันของปี 2556

ทั้งนี้ จากมติ กกพ. ดังกล่าวข้างต้น สำนักงาน กกพ. จะเผยแพร่รายละเอียดทั้งหมดผ่านทาง www.erc.or.th เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 7 พฤษภาคม 2557 ก่อนที่จะนำผลการรับฟังความคิดเห็น มาพิจารณาและให้การไฟฟ้าประกาศเรียกเก็บ ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับค่าเอฟทีสำหรับเรียกเก็บในรอบดังกล่าวอย่างเป็นทางการต่อไป



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.ลำปาง
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

เทศบาลเมืองเขลางค์นคร ขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สท. แทนตำแหน่งที่ว่าง วันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค.นี้


นายอมร ทองประดิษฐ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมืองเขลางค์นคร กล่าวว่า ตามที่ กกต.ลำปาง กำหนด ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเขลางค์นคร เขตเลือกตั้งที่ 2 ตำบลชมพู แทนตำแหน่งที่ว่าง ในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2557 โดยมีผู้สมัคร 2 คน คือหมายเลข 1 นายประสิทธิ์ ก๋าทอง สังกัดกลุ่มพลังไทย หมายเลข 2 นายประสิทธิ์ สีตาบุตร สังกัดกลุ่ม พัฒนาเมืองเขลางค์นคร ขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ที่หน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากไม่สามารถไปใช้สิทธิ์ ให้ แจ้งเหตุไม่สามารถไปใช้สิทธิ ก่อนวันเลือกตั้ง คือ ตั้งแต่วันที่ 5 - 11 พฤษภาคม 2557 และหลังจากวันเลือกตั้ง คือ ตั้งแต่วันที่ 18 – 24 พฤษภาคม 2557 โดยสามารถแจ้งได้ที่ สำนักทะเบียนท้องถิ่น เทศบาลเมืองเขลางค์นคร

ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลเมืองเขลางค์นคร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอีกครั้งสำคัญ ขณะนี้ในส่วนของการเตรียมการจัดการเลือกตั้งได้ดำเนินการพร้อมแล้ว และคาดว่าน่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิอย่างน้อยร้อยละ 60 และแม้จะเป็นเพียงการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างเพียงตำแหน่งเดียว ก็อยากให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ให้ความสำคัญ

จึงอยากจะขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2557 ลงคะแนนเลือกตั้ง รับบัตร 1 ใบ กาได้ เบอร์เดียว ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อ (ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น.)เพื่อมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองท้องถิ่นของเรา



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.ลำปาง
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง



ขอเชิญประชาชนร่วมปฏิบัติธรรม วันวิสาขบูชา


จังหวัดลำปางจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เทศกาลวันวิสาขบูชา ระหว่างวันที่ 11- 17 พฤษภาคม 2557

วันวิสาขบูชา วันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา ซึ่งในปีนี้ตรงกับ วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม 2557 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และตามที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นวันสำคัญสากล ซึ่งเมื่อวันวิสาขบูชามาถึงพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจะมีการปฏิบัติบูชาเป็นพิเศษ ด้วยการทำบุญตักบาตร ให้ทาน รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา ปฏิบัติธรรม เจริญจิตภาวนาและการเวียนเทียน และมีการกำหนดให้วันที่ 11-17 พฤษภาคม 2557 เป็นสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เทศกาลวันวิสาขบูชา

และในวันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม 2557 ณ วัดพระเจดีย์ซาวหลังพระอารามหลวง อำเภอเมืองลำปาง โดยตั้งแต่เวลา 7.00 น. จะมีพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง การปฏิบัติธรรม ฟังธรรมเทศนา และในเวลา 19.30 น. จะมีกิจกรรมการเวียนเทียน ซึ่งจะจัดขึ้นที่พระอารามหลวง ของจังหวัดลำปาง ทั้ง 4 แห่ง คือ วัดพระเจดีย์ซาวหลังพระอารามหลวง วัดบุญวาทย์วิหาร วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดารามและวัดจองคำ จึงขอเชิญชวนข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและภาคประชาชนในจังหวัดลำปางร่วมกิจกรรมดังกล่าว และร่วมรณรงค์การลด ละ เลิกอบายมุขในโอกาสวันสำคัญนี้



ข่าวโดย : กมลรัตน์ เพ็ชรแสนงาม
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

จังหวัดลำปาง เตือนประชาชนที่อยู่บนพื้นเสี่ยงภัย เฝ้าระวังอันตรายอันเกิดจากแผ่นดินไหว


นายฤทธิพงษ์ เตชะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า จังหวัดลำปางได้รับแจ้งจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย กรณีการเกิดแผ่นดินไหวบนบกขนาด ๖.๓ ตามมาตรวัดริกเตอร์ ที่ความลึก ๑๐ กิโลเมตร ศูนย์กลางที่ละติดจูด ๑๙.๘๔ องศาเหนือลองจิจูด ๙๙.๖๖ องศาตะวันออก บริเวณ ตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อเวลา ๑๘.๐๘ น. ของวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ รู้สึกสั่นไหวในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและเกิดแผ่นดินไหวตามมา อีกหลายครั้ง อาจมีผลทำให้หินหน้าผาแผ่นดินถล่มเคลื่อนตัวลงมา ในระยะนี้ได้

เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้อองกันและแก้ปัญหาภัยธรรมชาติอันเกิดจากแผ่นดินไหว อาจสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน จังหวัด ได้สั้งการให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัด (อาคาร บ้านเรือน สถานที่ราชการ สถานศึกษา วัด โบราณสถาน อาคารชุมนุมคน อาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้า รวมถึงบ้านเรือนที่อยู่ริมหน้าผา ที่ลาดเชิงเขา) ทราบเกี่ยวกับภัยอันเกิดจากหินหน้าผาและแผ่นดินถล่มเคลื่อนตัวลงมา (landslide) ให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากแผ่นดินไหวในระยะนี้ โดยประชาสัมพันธ์ผ่านทางวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านและเครือข่ายวิทยุสมัครเล่นสถานีโทรทัศน์และเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นให้ครอบคลุม ทุกพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัครในท้องที่

ทั้งนี้จังหวัดลำปาง ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังติดตามตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย เส้นทาง เขื่อน ฝาย อ่าง คันกั้นน้ำ และแหล่งท่องเที่ยงทางธรรมชาติที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมากรวมทั้งพื้นที่ของเอกชนถ้าไม่มีความมั่นคงแข็งแรงพิจราณาแล้วเป็นอันตรายให้อพยพประชาชนไปในที่ปลอดภัย และแก้ไขโดยด่วน รวมทั้งให้ใช้ประโยชน์จาก “มิสเตอร์เตือนภัย” ที่ประจำอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยงภัย


ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.ลำปาง
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ ในนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ "เตาเผาชีวมวลไร้ควัน" รณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า และการเผาในที่โล่ง


กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้เกี่ยวกับ "เตาเผาชีวมวลไร้ควัน" นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยลดมลพิษ ลดหมอกควัน ภายใต้โครงการ "รณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างจิตสำนึกป้องกัน ลดการเผาในที่โล่งและหมอกควัน" ซึ่งได้ทำการเปิดฝึกอบรมให้แก่ตัวแทนภาคีเครือข่ายหน่วยงานองค์กรต่างๆ ที่ ห้องผาไท โรงแรมทิพย์ช้าง ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมีนายเสริมยศ สมมั่น รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการฝึกอบรม พร้อมเป็นผู้แทนมอบ "เตาเผาชีวมวลไร้ควัน" ต้นแบบ จำนวน 31 เตา ให้แก่องค์กรเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายองค์กรชุมชน สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่อำเภอต่างๆ ทั้ง 10 อำเภอ ของจังหวัดลำปาง

การฝึกอบรมดังกล่าว ทางกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำขึ้น เพื่อต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรม “เตาเผาขยะชีวมวลไร้ควัน” ทั้งความรู้ด้านเทคนิค วิธีการสร้าง และการใช้งาน ให้แก่บุคลากรขององค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ผ่านการอบรม ได้นำความรู้ไปเผยแพร่สู่ประชาชน และเกษตรกรในชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกร ได้มีความรู้ถึงวิธีการกำจัดขยะชีวมวล เช่น กิ่งไม้ ตอซัง และฟางข้าว อย่างถูกวิธี อันจะเป็นการดำเนินการแก้ไขปัญหาหมอกควันในเชิงรุก ให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการยกระดับบทบาทของชุมชน และภาคส่วนต่างๆ ในสังคม ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างทัศนคติที่ดี เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมของประชาชนในพื้นที่ ให้เอื้อต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด

โดยนายเสริมยศ สมมั่น รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวเผยว่า “เตาเผาขยะชีวมวลไร้ควัน” ที่จัดสร้างขึ้นนี้ มีคณะทีมวิจัย จากศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นผู้คิดค้น ออกแบบ และพัฒนา พร้อมได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพในการเผาไหม้ ซึ่งเตาเผาที่คิดค้นขึ้นได้นี้ เป็นเตาเผาที่มีประสิทธิภาพสูง และทางกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมาย ที่จะนำเตาเผาไปใช้ประโยชน์ เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยจะใช้เตาเผาเป็นเครื่องมือ สำหรับกำจัดสิ่งของเหลือทิ้ง จากการทำการเกษตร แทนการเผาในที่โล่งของเกษตรกร เนื่องจากเตาเผาดังกล่าว จะปล่อยก๊าซพิษ หรือมีควันที่เกิดจากการเผาไหม้น้อยมาก เมื่อเทียบกับการเผาในที่โล่งแบบเดิมๆ นอกจากนี้ในการเผาแต่ละครั้งเกษตรกร จะมีผลผลิตพลอยได้จากการเผา เป็นถ่านเชื้อเพลิง สำหรับใช้ในการหุงต้มอาหาร ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย ในชีวิตประจำวันได้ สำหรับ “เตาเผาขยะชีวมวลไร้ควัน” ที่ทางกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำขึ้นนี้ ถือเป็นเตาเผาต้นแบบ ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ เพียงเตาละ 5,000 บาท และมีความสามารถในการเผาครั้งละ 50 กิโลกรัม คิดโดยเฉลี่ยประมาณ 500 กิโลกรัมต่อวัน โดยในการฝึกอบรม ทางกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้นำเตาเผาต้นแบบ มามอบให้กับองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ จ.ลำปาง ได้นำไปใช้ โดยมีความมุ่งหวังที่จะให้หน่วยงาน องค์กรในระดับพื้นที่ ได้นำไปพัฒนาต่อยอด ให้เตามีขนาดใหญ่ และมีประสิทธิภาพที่สูงมากยิ่งขึ้น ต่อไป

ดูคลิป http://youtu.be/hHrUCLHg43Q



ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

แม่ฮ่องสอน จัดชุดเฉพาะกิจ 8 ชุดปฏิบัติการ เข้าเอ็กซเรย์พื้นที่บ้านทุ่งป่าคา พบไม้สักท่อนกว่า 700 ท่อนกระจายทั่วหมู่บ้าน


บ่ายวันนี้ (6 พ.ค 57) นายเกรียงศักดิ์ ถนอมพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารพื้นที่ 16 สาขาแม่สะเรียง พ.อ.คชาชาต บุญดี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 พันเอกชายแดน กฤษณสุวรรณ รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 พร้อม ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ลาน้อย เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าท่าผาปุ้มและห้วยชมภู ตำรวจตระเวนชายแดน 337 และ จนท.ตร.สภ.แม่ลาหลวง นำหมายศาลเข้าตรวจค้น บ้านเรือนของชาวบ้าน บ้านทุ่งป่าคา หมู่ที่ 8 ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยในวันนี้ศาลได้ออกหมายค้นจำนวน 8 หลังคาเรือน แต่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจค้นได้เพียง จำนวน 5 หลังคาเรือน เนื่องจากสภาพอากาศเริ่มค่ำ ประกอบกับแต่ละหลังที่เข้าทำการตรวจค้นพบไม้สักท่อนซุกซ่อนไว้ในบ้านจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการตรวจยึดและชักลากมาเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย เฉพาะภายในบ้านตรวจยึดได้ จำนวน 87 ท่อน ส่วนวันพรุงนี้เจ้าหน้าที่จะขอหมายศาลเพิ่ม และเร่งเข้าตรวจค้นตามหมายศาล คาดว่าจะแล้วเสร็จน่าจะให้เวลา ถึง 10 วัน

ขณะเดียวกันในวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดชุดเฉพาะกิจ 8 ชุดปฏิบัติการ เข้าเอ็กซเรย์พื้นที่ในหมู่บ้าน สามารถตรวจนับไม้สักท่อนขนาดใหญ่ ได้จำนวน 710 ท่อน ไม้แปรรูปจำนวน กว่า 300 แผ่น ส่วนใหญ่จะมีขนาดความยาว 3 เมตร ที่ซุกซ่อนไว้ตามบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ทั้งบริเวณข้างบ้าน ใต้ถุนบ้าน สวนหลังบ้าน แล้วปกปิดไว้ด้วยใบไม้หญ้าแห้ง โดยไม้ทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจวัดขนาด และเตรียมชักลากไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย


ข่าวโดย : นวรัตน์ ศรีแก้วเลิศ
    หน่วยงาน : สวท.แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน

กลุ่มยุทธศาสตร์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เตรียมจัดฝึกอบรมเครือข่ายเพื่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อนุรักษ์เพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ


กลุ่มยุทธศาสตร์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เตรียมจัดฝึกอบรมเครือข่ายเพื่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อนุรักษ์เพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์

กลุ่มยุทธศาสตร์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่ ) เตรียมจัด ฝึกอบรมเครือข่าย เพื่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อนุรักษ์เพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้โครงการหมู่บ้านเชิงนิเวศ ECO Village ส่งเสริมพัฒนาหมู่บ้านเชิงนิเวศสู่การเป็นหมู่บ้านน่าอยู่ย่างยั่งยืน ECO Village ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ที่ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ราษฏรและ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและผู้ใช้ประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทั้งในด้านกฎหมายและด้านการอนุรักษ์ มีส่วนร่วมในการการดูแลรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนี่งในการที่จะกระจายความรู้ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ การเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่อนุรักษ์ ในด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างเครือข่ายในการร่วมกันดูแลป่าอนุรักษ์ให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน ตอบสนองยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอน 1 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมการฟื้นฟูและอนุรักษ์แบบองค์รวม เพื่อสร้างสรรค์ บรรยากาศที่สวยงาม มีเสน่ห์ สามารถอำนวยประโยชน์ ทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยวตลอดไป


ข่าวโดย : เวียงสอน ดอนแก้ว / ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

คณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นของผู้รับ บริการหรือทายาท ตามมาตรา 41 แห่ง พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ป่วยที


คณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นของผู้รับ บริการหรือทายาท ตามมาตรา 41 แห่ง พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ป่วยที่รับความเสียหาย ตามมาตรา 41 ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันที่ 6 พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นของผู้รับ บริการหรือทายาท ตามมาตรา 41 แห่ง พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีนายยุทธชัย ปาณศรี ประธานอนุกรรมการ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้แทนหน่วยบริการโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ และผู้แทนผู้รับบริการ ได้ร่วมประชุมที่ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับผู้ปกครอง ดญ ตติยา สุนันสิริชาติ ที่ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มหัวฟาดพื้น จำนวนสี่แสนบาทถ้วน หลังจากที่คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องฯ ได้มีการสอบข้อเท็จจริงและรับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายแล้ว ได้มีมติพิจารณาจ่าย เงินเบื้องต้นให้กับผู้ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือซึ่งเป็นครอบครัวของ ผู้ ป่วยที่ได้รับความเสียหายจากการบริการสาธารณสุข ซึ่งเป็นไปด้วยเหตุสุดวิสัย เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัวดังกล่าว ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีข้อเสนอต่อการพัฒนาคุณภาพบริการ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะหน่วยงานเลขานุการ จะได้นำข้อเสนอพัฒนาคุณภาพบริการให้เกิดความมั่นใจต่อไป



ข่าวโดย : สมหมาย กล้าณรงค์ / อปมช.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

ผู้ประกอบการไทยกลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 ร่วมเมียนมาร์ทำบันทึกข้อตกลงการค้าการลงทุน


เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 ที่ห้องประชุมโรงแรมอิมพิเรียลธาราแม่ฮ่องสอน คณะผู้แทนกลุ่มผู้ประกอบการค้าจากประเทศเมียนมาร์ จากเมืองมัณฑะเล ตองอู ตองยี และลอยก่อ จำนวน 25 คน ได้เดินทางมาหารือความร่วมมือและเจรจาการค้ากับคณะผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ตามโครงการระบบโครงสร้างเมืองรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึ่ง ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน โดยมีนายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นประธานในการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการประกอบธุรกิจการค้าการลงทุน โดยได้นำผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัด เข้าร่วมทำข้อตกลง ทั้งนี้เพื่อเปิดตลาดด้านการค้าขายกับกลุ่มผู้ประกอบการของเมียนมาร์

นายโกโกจี ประธานกรรมการหอการค้าเมืองตองยี กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้นับว่าได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะผู้ประกอบการแต่ละประเภทได้พบกันโดยตรงและสามารถตกลงที่จะประกอบธุรกิจการค้ากันได้ ส่วนการเปิดตลาดการค้าระหว่างประเทศไทยกับเมียนมาร์ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการมีตลาดทางเลือกเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ทางเมียนมาร์กำลังอยู่ระหว่างการเปิดตลาดการค้าไปสู่ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งถ้าผู้ประกอบการของไทยเดินทางไปเมียนมาร์ทางช่องทางชายแดนแม่ฮ่องสอน ก็จะทำให้ประชาชนที่อยู่ระหว่าง 2 ข้างทางมีโอกาสในการจำหน่ายสินค้า และยังสามารถเดินทางไปเที่ยวชายทะเลของเมียนมาร์ได้ด้วย

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขณะนี้ช่องทางจุดผ่อนปรนบ้านห้วยต้นนุ่น อำเภอขุนยวม รัฐบาลได้อนุมัติในหลักการให้เป็นด่านถาวร ซึ่งขั้นตอนต่อไปทางจังหวัดก็จะดำเนินการขอใช้พื้นที่ป่าไม้ โดยจะมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการตามบทบาทและหน้าที่ของแต่ละกรม ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงมีการนำสินค้าอุปโภคบริโภคส่งออกและมีการนำเข้าสินค้าจากเมียนมาร์ ซึ่งการสร้างเส้นทางยังชะลออยู่เนื่องจากงบประมาณยังมีปัญหา ส่วนให้สินค้านำเข้าและส่งออกก็จะใช้อำนาจของผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนอนุญาตให้ดำเนินการได้


ข่าวโดย : สมาน ต้นใส/สวศ.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : สวศ. แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉินแก้ไขปัญหาภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่มจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557 เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้น


จังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉินแก้ไขปัญหาภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่มจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557 เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้น เป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกัน

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา แรงสะเทือนถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน หากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นจริง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อาจได้รับผลกระทบจากภัยแผ่นดินไหวดังกล่าว ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้น จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉินแก้ไขปัญหาภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่มจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี พ.ศ. 2557 ขึ้น เพื่อเป็นกรอบการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมพร้อมวางแผนรับมือกับสถานการณ์แผ่นดินไหว ส่งผลให้การปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไป



ข่าวโดย : เวียงสอน ด อนแก้ว / ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดแพร่จัดโครงการเสริมสร้างพัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายเฝ้าระวังความรุนแรงในครอบครัว

บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดแพร่จัดโครงการเสริมสร้างพัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายเฝ้าระวังความรุนแรงในครอบครัวภาคประชาชน เพื่อให้เกิดความตระหนักและการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า จากปัญหาสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน เมือง ประเทศและระดับโลก พร้อมกับการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ได้เจริญรุดหน้าไปมาก ในทางกลับกันสังคมมีปัญหาด้านการค้าประเวณี การค้ามนุษย์ การล่วงละเมิดทางเพศ และการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และก่อนวัยอันควร ความยากจน ครอบครัวแตกแยก และพัฒนาจนไปสู่ปัญหาสังคมอื่นๆ

ทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดแพร่ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 จึงได้จัดโครงการเสริมสร้างพัฒนาและสนับสนุนเครือข่ายเฝ้าระวังความรุนแรงในครอบครัวภาคประชาชนขึ้น เพื่อให้คนในสังคมเกิดความตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการกระทำความรุนแรงในครอบครัว และเกิดการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยผู้นำชุมชน ครู เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเหล่า บ้านกวาง บ้านกาศ จำนวน 50 คน มีนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมในวันนี้ (7พ.ค.57)



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์        

จังหวัดแพร่ ระดมความคิดเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการท่องเที่ยว

จังหวัดแพร่ระดมความคิดเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดใหม่ เน้นเทคนิคดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะพัก เที่ยว กิน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า เช้าวันนี้ (7 พ.ค.57) ที่ห้องไอยรา โรงแรมนครแพร่ทาวเวอร์ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาตามโครงการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดใหม่ ภาคเหนือตอนบนกลุ่ม 2 โดยศูนย์ปฏิบัติการร่วมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนกลุ่ม 2 ทั้งนี้เพื่อให้ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้มีมุมมองในการส่งเสริมและผลักดันการท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดแพร่ และเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชม แวะพัก รับประทานอาหารและซื้อของชำร่วย ของที่ระลึก ซึ่งจะทำให้ก่อเกิดอาชีพ ก่อเกิดรายได้อย่างครบวงจรในพื้นที่

ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กล่าวว่า จังหวัดแพร่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางผ่านไปยังจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยจะแวะที่จังหวัดแพร่ ทางจังหวัดจึงอยากให้ทุกภาคส่วนบูรณาการร่วมกันว่าทำยังไงที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปให้แวะพักค้างแรม และเที่ยว พร้อมจับจ่ายซื้อของภายในจังหวัด แทนการผ่านไปเฉยๆ จึงได้นำวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาให้ความรู้ เพิ่มศักยภาพแก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานที่พัก ร้านขายของชำร่วยของที่ระลึก และผู้เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่จำนวน 60 คน



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์        

อุตุนิยมวิทยาเตือนฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงในระยะนี้

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนอาจเกิดฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก เกิดขึ้นได้ในระยะในช่วงวันที่ 8-13 พฤษภาคมนี้ ขอให้ประชาชนระมัดระวังภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า จากการคาดหมายลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า ในช่วงวันที่ 8-13 พฤษภาคม 2557 บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้มีฝนฟ้าคะนองลดลง และอากาศ ร้อนขึ้นในตอนกลางวัน สำหรับในช่วงวันที่ 12-13 พ.ค. ลมตะวันตกพัดนำความชื้นจากอ่าวเบงกอลเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้น

ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2557 ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะภาคเหนือ ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง จึงขอให้ประชาชนและส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามพยากรณ์อากาศ และตรวจสอบสิ่งปลูกสร้าง กิ่งไม้ ต้นไม้ ป้ายโฆษณา ที่ไม่มั่นคงและแข็งแรง หากพบให้ดำเนินการื้อถอนออกหรือดำเนินการให้เกิดความปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์



   

ขอเชิญชวนข้าราชการ ประชาชนร่วมโครงการรวมน้ำใจช่วยเหลือชาวนา

ขอเชิญชวนข้าราชการ ประชาชนร่วมโครงการรวมน้ำใจช่วยเหลือชาวนา ด้วยการร่วมสมทบเงินเข้ากองทุน ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2557

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ตามธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ได้จัดทำโครงการกอวงทุนช่วยเหลือชาวนา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินตามมุ๔ลค่าใบประทวนในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/2557 นั้น

เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการผลิตทางการเกษตรในฤดูกาลผลิตรอบใหม่ และค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่จำเป็น จังหวัดแพร่จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไป ร่วมสมทบเงินเข้ากองทุน ช่วยเหลือเกษตรกรได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2557



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์

จังหวัดแพร่ เตือนประชาชนระมัดระวังภัยจากแผ่นดินไหว

จังหวัดแพร่เตือนประชาชนระมัดระวังภัยจากแผ่นดินไหว โดยเฉพาะอาคาร บ้านเรือน สถานที่ราชการ สถานศึกษา วัด โบราณสถานให้เตรียมการระมัดระวัง

นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กล่าวว่า ตามที่เกิดแผ่นดินไหวบนบกขนาด 6.3 ริกเตอร์ ที่ความลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลชางอยู่ที่บริเวณตำบลห้วยทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อเวลา 18.08 น. ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 รู้สึกสั่นไหวในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและเกิดแผ่นดินไหวตามมาหรืออาฟเตอร์ช็อคอีกหลายครั้ง อาจส่งผลให้เกิดหินหน้าผาถล่มหรือเคลื่อนตัวในระยะนี้

เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ปัญหาภัยธรรมชาติอันเกิดจากแผ่นดินไหว ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน บ้านเรือน จึงขอให้อำเภอทุกอำเภอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเช่น อาคาร บ้านเรือน สถานที่ราชการ สถานศึกษา วัด โบราณสถาน อาคารชุมนุมคน อาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้า รวมถึงบ้านเรือนที่อยู่ริมหน้าผาที่ลาดเชิงเขา ทราบเกี่ยวกับภัยอันเกิดจากหินหน้าผาและแผ่นดินถล่มเคลื่อนตัวลงมา โดยให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากแผ่นดินไหวในระยะนี้

นอกจากนี้ยังกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังติดตามตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัยเส้นทาง เขื่อน อ่าง ฝาย คันกั้นน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก รวมทั้งพื้นที่เอกชน ถ้าไม่มีความปลอดภัยเป็นอันตรายให้อพยพประชาชนไปในที่ปลอดภัยและทำการแก้ไขโดยด่วน และให้จัดเจ้าหน้าที่อยู่เวรติดตามสถานการณ์เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง  หากเกิดเหตุในพื้นที่ให้รายงานให้จังหวัดทราบ ทางโทรศัพท์หมายเลข 0-5453-3680 โทรสาร 0-5452-2513



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์



พนันฟุตบอลปัญหาที่ต้องร่วมมือกันแก้ไข

พนันฟุตบอล เป็นปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมที่นับจะทวีความรุนแรงขึ้น จะเห็นได้จากช่วงเวลาการปิดภาคเรียนของนักเรียนนักศึกษา ซึ่งตรงกับช่วงเวลาของการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลของต่างประเทศต่างๆ ที่เป็นที่นิยมของคนไทย จากข้อมูลพบว่า สถานประกอบการ /ร้านค้า/ร้านอาหาร ที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก ใช้วิธีตั้งจอฉายภาพการถ่ายทอดการแข่งขัน เพื่อดึงดูดให้ผู้คนทั่วไปเข้าไปใช้บริการ       จากปัญหาดังกล่าวหากหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่เร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไข สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสังคมจนกลายเป็นเป็นปัญหาสังคม การพนันคือต้นเหตุแห่ง ปัญหาหนี้สิน การฆ่าตัวตาย การลักทรัพย์ การขู่กรรโชกทรัพย์ การทำร้ายร่างกาย การค้าประเวณี และที่สำคัญคือปัญหายาเสพติด ซึ่งสภาพเช่นนี้เป็นการคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของคนในสังคม ที่ไม่อาจประเมินความเสียหายได้

ที่ผ่านมา จังหวัดแพร่ได้สั่งการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดกวดขันสถานประกอบการ/ร้านค้า/ร้านอาหารที่มีการจำหน่ายสุรา เช่น การขออนุญาตในการจำหน่ายสุรา การจำหน่ายสุราไม่เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด การจำหน่ายสุราให้กับเด็ก รวมถึงการปล่อยให้เด็กเข้าไปใช้บริการในสถานบริการที่ซึ่งกฎหมายห้ามไว้ โดยกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความถี่ในการเข้มงวดกวดขันตามตามรางการแข่งขัน และให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาด

อย่างไรก็ตามการเล่นพนันฟุตบอลยังคงมีอยู่ เหตุจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการติดต่อสื่อสาร ที่ได้การพัฒนาจนยากที่จะควบคุม การควบคุมการเล่นการพนันคงไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคลหนึ่งเท่านั้น หากแต่ทุกคนและทุกฝ่ายต้องร่วมมือการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงเห็นผลเป็นรูปธรรม ที่สำคัญที่สุดคือผู้ปกครอง ที่ต้องเฝ้าระวัง เฝ้าสังเกตพฤติกรรมบุตรหลาน รวมถึงบุคคลในครอบครัว อย่างใกล้ชิด

การเฝ้าติดตามชมการแข่งขันฟุตบอลเพื่อเพิ่มเติมทักษะในการเล่นให้กับผู้ที่ชื่นชอบในกีฬาฟุตบอล หรือการชมเพื่อความสุขให้กับตนเองถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ถ้าเกมส์ฟุตบอลที่ต้องอดหลับอดนอน เพื่อรอเชียร์ทีมขวัญใจกลายเป็นเกมส์ที่ต้องทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา ทุกคนในสังคมคงไม่สมควรที่จะส่งเสริม หากแต่สมควรร่วมกันต่อต้านจนถึงที่สุด




วัชระ เพชรพลอย

อาคารเรียน 4 ชั้นโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เกิดรอยร้าวแตกที่ใต้อาคารชั้นสอง ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนประสานโยธาจังหวัด ส่งวิศวกรเข้าตรวจสอบโครงสร้างแล้ว

ที่โรงเรียนแม่ใจวิทยาคม อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เพียง 25 กิโลเมตร อาคารเรียนหลังใหม่สูง 4 ชั้น 18 ห้องเรียน ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ คือที่รอยต่อคานชั้น 1กับชั้น 2 เกิดแตกร้าวเป็นแนวกว้าง นอกจากนี้ยังพบรอยแตกที่เป็นร่องลึกที่บริเวณรอยต่อคานชั้น 2 ริมกำแพงด้านทิศตะวันออกของตัวอาคาร และรอยร้าวยาวตลอดถึงด้านหลังอาคาร ขณะที่ผู้ปกครองนำบุตรหลานมาประชุมเตรียมความพร้อมชั้น ม.1 ได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้

นายวิเชียร ทาทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม กล่าวว่า อาคารนี้สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2551 เป็นอาคาร 4 ชั้น 18 ห้องเรียน หลังเกิดแผ่นดินไหวได้มาสำรวจเบื้องต้นและรายงานความเสียหายไปยัง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 36 แล้ว พร้อมประสานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ส่งทีมวิศวกรมาตรวจสอบรอยแตกร้าวที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบกับโครงสร้างอาคารหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลก่อนเปิดภาคเรียนปกติในวันที่ 16 พ.ค.57

ด้านนายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวถึงผลการสำรวจความเสียหายแผ่นดินไหว ว่า ทุกอำเภอรายงานมาแล้วไม่มีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย มีเพียงรอยร้าวยาว 5 เมตร ที่องค์พระธาตุศรีปิงเมือง ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา และรอยแตกร้าวที่โรงเรียนแม่ใจวิทยาคม โดยทางจังหวัดได้สั่งการให้ทุกอำเภอเตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนหากเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

จังหวัดพะเยา แถลงข่าวเตรียมจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 ระหว่าง 16 – 25 พฤษภาคมนี้ ณ สนามข้างสถานีขนส่งจังหวัดพะเยา

วันนี้ (7 พ.ค.57) ที่สวนลิ้นจี่ ผู้ใหญ่ศรีทน ติ๊บเมืองมา หมู่ที่ 8 ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จังหวัดพะเยา นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 ซึ่งปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤษภาคม 2557 ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา เพื่อเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่ที่ปีนี้ คาดว่าจะสามารถระบายลิ้นจี่ออกสู่ตลาดในการจัดงานกว่า 300 ตัน ขณะที่ผลผลิตลิ้นจี่ที่ปีนี้คาดว่าจะมีมากถึง 9,283 ตัน แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดพะเยา ได้ขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วน รวมถึงคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ ได้เร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนและกระตุ้นให้ประชาชน เกิดการบริโภคผลผลิตลิ้นจี่ ทั้งในพื้นที่และในต่างจังหวัด โดยตั้งเป้าว่าจะต้องทำให้ได้อย่างน้อยที่สุดต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งหมด

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย ขบวนแห่ลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา , กิจกรรมสาธิตการประกอบอาหารจากลิ้นจี่ , การจำหน่วยผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพกว่า 120 ร้านค้า , การจำหน่ายสินค้าโอทอป ฯลฯจังหวัดพะเยาจึงขอเชิญชวนประชาชน ผู้สนใจ ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เที่ยวชมงานและซื้อลิ้นจี่คุณภาพดีได้ในงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤษภาคมนี้ พร้อมชมขบวนแห่ลิ้นจี่ และของดีแต่ละอำเภอ โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่คุณภาพ ในสวนลิ้นจี่แม่ใจ จ.พะเยา คาดผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งประเทศ 50,000 ตัน ด้าน จ.พะเยาแถลงข่าว เตรียมจัดงานเทศกาลลิ้นจี่ และของดีเมืองพะเยาปี 57 16 – 25 พฤษภาคมนี้ ณ สนามข้างสถานีขนส่งจังหวัดพะเยา

วันนี้ (7 พ.ค.57) ที่สวนลิ้นจี่ นายศรีทน ติ๊บเมืองมา ผู้ใหญบ้านหมู่ที่ 8 ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จังหวัดพะเยา นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคเหนือ พร้อมด้วยนายไพรัช หวังดี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร , นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา , ผู้แทน ธกส.และผู้แทน อตก.ได้ร่วมเวทีเสนาประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่คุณภาพปี 2557 (เพื่อพัฒนาองค์กรผู้ผลิตผลไม้ดีในระดับประเทศ) ที่กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับสำนักงานเกษตรกรจังหวัดพะเยา และสำนักงานเกษตรกรและสหกรณ์จังหวัดพะเยา จัดขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่คุณภาพดี ให้ประชาชนได้รับทราบ เกิดการบริโภค และซื้อขายผลผลิต ที่กำลังออกสู่ตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิต และการตลาดกับผู้ประกอบการได้ล่วงหน้า และทันเวลา และเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลลิ้นจี่ และของดีเมืองพะเยา ปี 2557 ด้วย

นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคเหนือ กล่าวว่า ปีนี้คาดว่าผลผลิตลิ้นจี่ทั้งหมด จะออกสู่ตลาดราว 50,000 ตัน ราคานั้นก็เป็นไปตามกลไกของตลาด โดยภาครัฐจะเน้นกระจายผลผลิต การบริหารจัดการอุปสงค์ อุปทานในพื้นที่อื่น เช่น กทม.และเขตอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีหลายหน่วยงานที่จะช่วยกันระบายสินค้าออกสู่ตลาดโดยเร็ว สำหรับจังหวัดพะเยาซึ่งเป็นศูนย์รวมลิ้นจี่ มีล้งมากมายที่มีศักยภาพในการระบายผลผลิต ก็จะมีการระบายผลผลิตออกสู่ผู้บริโภค เพื่อลดการกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง นอกจากนี้ ภาครัฐจะพยายามให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าเอง ที่ อตก. ซึ่งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ อตก.เปิดพื้นที่จำหน่ายให้เกษตรกรโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เริ่มวันที่ 15 พ.ค.เป็นต้นไป และยังให้บริการช่องทางการตลาดแก่เกษตรกร ด้วย และในวันที่ 21 พ.ค.นี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย อตก.ก็จะมีการจัดงานเทศกาลลิ้นจี่ของดี 4 จังหวัด(เชียงใหม่ น่าน พะเยา และเชียงราย) ภาคเหนือ ที่ จังหวัดเชียงใหม่ ด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถระบายผลผลิตลิ้นจี่ได้เป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ได้ร่วมกันแถลง การจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 ซึ่งปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤษภาคม 2557 ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา เพื่อเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่ที่ปีนี้ ที่คาดว่าจะสามารถระบายลิ้นจี่ออกสู่ตลาดในการจัดงานครั้งนี้ กว่า 300 ตัน

ขณะที่ผลผลิตลิ้นจี่ที่ปีนี้คาดว่าจะมีมากถึง 9,283 ตัน แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดพะเยา ได้ขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วน รวมถึงคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ ได้เร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวน และกระตุ้นให้ประชาชน เกิดการบริโภคผลผลิตลิ้นจี่ ทั้งในพื้นที่และในต่างจังหวัด โดยตั้งเป้าว่าจะต้องทำให้ได้อย่างน้อยที่สุด ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งหมด

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย ขบวนแห่ลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา , กิจกรรมสาธิตการประกอบอาหารจากลิ้นจี่ , การจำหน่วยผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพกว่า 120 ร้านค้า, การจำหน่ายสินค้าโอทอป , กิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพ ซึ่งผลผลิตลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยา ได้น้ำจากต้นน้ำกว๊านพะเยา ทำให้รสชาติลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยา หวานกรอบอร่อยกว่าจังหวัดอื่นๆ และการจัดงานดังกล่าวยังเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่อีกทางหนึ่งด้วย จังหวัดพะเยาจึงขอเชิญชวนประชาชน ผู้สนใจ ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เที่ยวชมงานและซื้อลิ้นจี่คุณภาพดีได้ในงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤษภาคมนี้ พร้อมชมขบวนแห่ลิ้นจี่ และของดีแต่ละอำเภอ โดยจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา



ข่าวโดย : ทีมข่าว ส.ปชส.พะเยา
หน่วยงาน : ส.ปชส.พะเยา

ผู้ว่าฯน่าน ร่วมประชุมทางไกลกับรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านร่วมประชุมทางไกลกับศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย(ส่วนปฏิบัติการ)โดยมีรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน สรุปผลกระทบจากเหตุการณ์เเผ่นดินไหวในจังหวัดเชียงราย

นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ประชุมทางไกลผ่านดาวเทียมร่วมกับศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย(ส่วนปฏิบัติการ) เรื่องผลกระทบที่เกิดจากเเผ่นดินไหวจังหวัดเชียงราย โดยมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานในที่ประชุมหารือร่วมกับผู้ว่าราชการ 13 จังหวัดในภาคเหนือ (เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน อุตรดิถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร)

ในส่วนจังหวัดน่าน ผู้ว่าราการจังหวัดน่านได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดร่วมถึงมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นรายงานให้เเล้วเสร็จภายในวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 เพื่อทางจังหวัดน่านจะได้เชิญผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมเรื่องความเสียหายพร้อมเเจ้งรายละเอียดให้กรมป้องกันเเละบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยทราบ

นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้ออกสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสรุปสาระสำคัญของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์แรงสั่นสะเทือนของเเผ่นดินไหวมีดังนี้

    1.วัดพระธาตุเขาน้อยอุโบสถมีรอยเเตกร้าวเล็กน้อยเพิ่มจากรอยเดิมจากเหตุการณ์แรงสั่นสะเทือนจาก เเผ่นดินไหวในประเทศลาว เมื่อปี พ.ศ. 2554
    2.วัดภูมินทร์มีรอยร้าวเล็กน้อยหลายจุดบริเวณพระอุโบสถ วิหาร  จากรอยร้าวเดิม
    3.หลังคามีวัดดู่ใต้ ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน มีการแตกและร่อน
    4.พระอุโบสถวัดศิริธาดา ตำบลริม อำเภอท่าวังผา มีรอยร้าวเล็กน้อย
    5.ตึกผู้ป่วยโรงพยาบาลสองเเคว อำเภอสองแควมีรอยร้าวตามตัวอาคารผู้ป่วย แต่ไม่กระทบโครงสร้าง พื้นฐาน

ทางจังหวัดน่านรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์แรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากเเผ่นดินไหวในจังหวัดเชียงราย โดยได้ดำเนินการประสานงานหน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบเเละช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นเเล้ว



บุษรินทร์ บุญมี / ข่าว

จังหวัดน่าน ขับเคลื่อนโครงการ 1 อำเภอ 1 ลุ่มน้ำ 1 ธนาคารต้นไม้ ตามวาระจังหวัดน่าน “สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ”

จังหวัดน่าน ประชุมวิทยากรขับเคลื่อนโครงการ 1 อำเภอ 1 ลุ่มน้ำ 1 ธนาคารต้นไม้ ตามวาระจังหวัดน่าน "สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มพื้นที่ป่าแหล่งต้นน้ำ

นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานการประชุมวิทยากรโครงการ 1 อำเภอ 1 ลุ่มน้ำ 1 ธนาคารต้นไม้ ตามวาระจังหวัดน่าน 2013-2017 "สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน สนง.ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน กอ.รมน.จ.น่าน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดน่าน นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริฯ และนายพันธุ์ชัย วัฒนชัย ที่ปรึกษาสถาบันส่งเสริมพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริฯ เข้าร่วมประชุม

สืบเนื่องจากการประชุมสัมมนาวิชาการ "รักษ์ป่าน่าน” ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับกองทัพบก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2557 ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริหารวิชาการเครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานในการสัมมนาและทรงบรรยายเรื่อง การสร้างสำนึกให้เด็กและเยาวชนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การพัฒนาเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าแหล่งต้นน้ำ และขับเคลื่อนการดำเนินงานตามวาระจังหวัดน่าน "สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” ซึ่งจังหวัดน่าน ได้กำหนดจัดอบรมโครงการ 1 อำเภอ 1 ลุ่มน้ำ 1 ธนาคารต้นไม้ ทั้ง 15 อำเภอ ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มๆ ละ 3 อำเภอๆ ละ 30 คน รวม 90 คน/กลุ่ม เพื่อเรียนรู้กระบวนการเข้าใจ เข้าถึง การพัฒนา ตามแนวทางโครงการปิดทองหลังพระฯ ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ตลอดจนออกสำรวจสภาพทั่วไปของชุมชน จัดทำแผนเพื่อการพัฒนา และศึกษาดูงานตามวาระจังหวัดน่าน

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามวาระจังหวัดน่าน"สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” ต้องได้รับการบูรณาการจากหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทุกคน เข้ามามีส่วนร่วมในการเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ร่วมกันผลักดันให้จังหวัดน่านได้รับการพัฒนา และขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตามวาระจังหวัดน่าน "สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ต่อไป



รดา บุญยะกาญจน์ / ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

จังหวัดน่าน ขอเชิญร่วมงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน ได้รับแจ้งจาก นายอุดมศักดิ์ คำมูล เกษตรจังหวัดน่าน ว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และงานวันเกษตรกร ในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2557 ณ หน่วยประสานงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำบลป่ากลาง อำเภอปัว มีกิจกรรมด้านการเกษตรมากมายบริการให้กับเกษตรกร

นายอุดมศักดิ์ คำมูล เกษตรจังหวัดน่าน แจ้งว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 12 หน่วยงาน จัดให้บริการด้านความรู้ คำแนะนำ นิทรรศการด้านการเกษตรทั้งด้านวิชาการเรื่องดิน น้ำ พืช เรื่องปุ๋ย ด้านการทำบัญชีครัวเรือน ด้านการสหกรณ์ ด้านกฎหมายที่ดิน การบริการผ่าตัดทำหมัน รักษาโรคสัตว์เลี้ยง การประกวดกระเช้าผักพื้นบ้านชาวเขา การประกวดลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย การแสดงของเด็กนักเรียนชาวเขา ตลอดจนการจำหน่ายสินค้าเกษตรราคาถูก ปลอดภัย โดยเฉพาะลิ้นจี่คุณภาพดีที่สุดในจังหวัดน่าน และร่วมทำบุญทอดผ้าป่าแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้าน ที่สำนักงานเกษตรอำเภอปัวเตรียมไว้บริการ โดยมีกติกาให้เกษตรกรนำเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านที่ตนเองมีอยู่มาแลกเปลี่ยนกับเมล็ดพันธุ์ผักที่ราชการเตรียมไว้ให้เป็นการกระจายพันธุ์ต่อไปด้วย จึงขอเชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจในพื้นที่อำเภอปัว และอำเภอใกล้เคียง มาร่วมกิจกรรมและรับบริการ ในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2557 ณ หน่วยประสานงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำบลป่ากลาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยพร้อมเพรียงกัน



พวงพยอม  คำมุง / ข่าว

ผวจ.น่าน เร่งให้ทุกหน่วยงานสำรวจ ตรวจสอบ ฟื้นฟู ซ่อมแซม ศาสนสถาน และสถานที่ที่ได้รับความเสียหาย เหตุกรณีเเผ่นดินไหวที่จังหวัดน่าน

ผวจ.น่าน สั่งกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งสำรวจ ตรวจสอบ ฟื้นฟู ซ่อมแซม ศาสนสถาน อาคาร และสิ่งก่อสร้างที่มีรอยร้าว จากเหตุกรณีเกิดเเผ่นดินไหวที่จังหวัดน่าน พร้อมแนะให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในจังหวัดภาคเหนือ ที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน พะเยา เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลาประมาณ 18.08 น. ซึ่งมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ ตำบลทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ความลึกจากแผ่นดินประมาณ 7 กิโลเมตร ขนาด 6.3 ริกเตอร์ และจังหวัดน่านได้รับผลกระทบจากกรณีแผ่นดินไหวในพื้นที่ จำนวน 4 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 พระอุโบสถวัดพระธาตุเขาน้อย อำเภอเมืองน่าน พบพระอุโบสถมีรอยเเตกร้าวเล็กน้อย จุดที่ 2 โรงพยาบาลสองแคว อำเภอสองแคว พบรอยร้าวตามตัวอาคาร และการขยับตัวของอาคารหลายจุด จุดที่ 3 วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร พบรอยร้าวจากผิวนอกเล็กน้อย และจุดที่ 4 วัดภูมินทร์ พบรอยร้าวผิวนอกบ้างเล็กน้อยเนื่องจากปูนที่ก่อฉาบเสื่อมสภาพ ซึ่งสองจุดหลังเป็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นเดิม

ทางด้าน นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดน่าน ได้มีการเฝ้าระวังและออกสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ส่วนอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดน่าน เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 4 แห่ง ไม่มีผลกระทบใดๆ จากเหตุแผ่นดินไหวในครั้งนี้ นอกจากนี้จังหวัดน่านได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสื่อทุกรูปแบบ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ เรื่อง แผ่นดินไหวและการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เตรียมการป้องกันและอันตราย อันเกิดจากแผ่นดินไหวด้วย



รดา บุญยะกาญจน์ / ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ป้องกันและระมัดระวังอันตรายจากเหตุแผ่นดินไหว

จังหวัดน่าน แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังแผ่นดินถล่ม อันเกิดจากเหตุแผ่นดินไหว

นายนิติวัทธน์ นิธินันท์ธาร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ในฐานะกรรมการและเลขานุการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 6.3 ตามมาตราวัดริกเตอร์ ที่ความลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางที่ละติจูด 19.84 องศาเหนือ ลองติจูด 99.66 องศาตะวันออก บริเวณตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อเวลา 18.08 น. ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ทำให้รู้สึกสั่นไหวหลายพื้นที่ของภาคเหนือ และเกิดแผ่นดินไหวตามมา (aftershoch) อาจมีผลให้หินหน้าผาแผ่นดินถล่มเคลื่อนไหวตัวลงมา (landslide) ในระยะนี้

ดังนั้น จึงขอแจ้งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยวงภัยทราบ เกี่ยวกับอันตรายอัน เกิดจากหินหน้าผา และแผ่นดินถล่มเคลื่อนตัวลงมา (landslide) และขอให้ประชาชนได้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตราย ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันเกิดจากแผ่นดินไหวในระยะนี้ด้วย



รดา บุญยะกาญจน์ / ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เชิญชวนร่วมทำบุญกองผ้าป่าพุทธมณฑลทอดถวายเนื่องในวันวิสาขบูชา


สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่เชิญชวนร่วมทำบุญกองผ้าป่าพุทธมณฑลทอดถวายเนื่องในวันวิสาขบูชา โดยเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญได้ภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2557

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมจัดกองผ้าป่าพุทธมณฑล ทอดถวายเนื่องในวันวิสาขบูชาซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสมทบทุนเงินรายได้ใช้ในการอนุรักษ์และพัฒนาพุทธมณฑล สถานที่สำคัญของชาติ ซึ่งการดำเนินการทอดผ้าป่าพุทธมณฑลในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 ตรงกับวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.00 น ณ พุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ซึ่งการดำเนินงานเป็นไปตามความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม ซึ่งมีมติให้จัดทอดผ้าป่าพุทธมณฑลในวันวิสาขบูชาของทุกปี พร้อมกับการขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเวียนเทียนและถวายผ้าป่าพุทธมณฑล ดังนั้น จังหวัดเชียงใหม่จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญสมทบกองทุนผ้าป่าพุทธมณฑลในครั้งนี้ โดยสามารถร่วมบริจาคทางธนาณัติสั่งจ่ายในนามผู้อำนวยการสำนักพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170 หรือประสานส่งเงินร่วมทำบุญได้ที่กลุ่มอำนวยการและกิจการพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0-5311-2671 โทรสาร 0-5311-2672 ภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 เพื่อรวบรวมส่งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในนามจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป



ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาอินทขิล ปี 2557


จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เทศบาลนครเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการจัดงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาอินทขิล ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 25 – 31 พฤษภาคม 2557 และพิธีออกอินทขิล ในวันที่ 1 มิถุนายน 2557

วานนี้ (6 พฤษภาคม 2557) เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุม 4 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ มีการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์จังหวัดเชียงใหม่ โดยในวาระ การจัดงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาอินทขิล แถลงโดย นายบพิตร วิทยาวิโรจน์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และ อาจารย์เสถียร นันทวงศ์ ประธานชมรมศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ กล่าวว่า งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาอินทขิล ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 25 – 31 พฤษภาคม 2557 และพิธีออกอินทขิล ในวันที่ 1 มิถุนายน 2557 กำหนดการประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล ในปีนี้ทางวัดได้บูรณะวิหารอินทขิลใหม่ ทำให้พื้นที่จัดกิจกรรมเปลี่ยนไป โดยรอบวิหารอินทขีลทางวัดจะจัดระเบียบเองทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับวิหารใหม่ มีการจัดดนตรีพื้นเมืองสมโภชเสาอินทขิลตลอด 7 วัน 7 คืน มีพิธีเปิดงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสา อินทขิล (หลักเมืองเชียงใหม่) โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานเริ่มจากลั่นฆ้องชัย 9 ครั้ง พระสงฆ์ในวิหารอินทขีลเจริญชัยมงคลคาถา พิธีสรงน้ำพระพุทธรูปฝนแสนห่า และประธานนำประชาชนใส่ขันดอก และเวลา 17.00 น.ทุกวันมีเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์ 9 รูป ส่วนออกอินทขิลที่ 1 มิถุนายน เวลา 10.00 น.พระสงฆ์ 108 รูปเจริญพระพุทธมนต์ และเวลา 13.00 น. มีพิธี ยกฉัตรหลังคาวิหารอินทขีลหลักเมืองเชียงใหม่ เป็นเสร็จพิธี

พิธีบูชาเสาอินทขิลหรือเสาหลักเมือง ซึ่งชาวเชียงใหม่เชื่อว่าเป็นเสาหลักที่สร้างความมั่นคง การอยู่ดีมีสุขให้คนเชียงใหม่ อินทขิลหรือเรียกว่า เสาหลักเมืองเชียงใหม่ ชาวเชียงใหม่ทราบดีว่า ทุกๆปีจะต้องมีพิธีสักการบูชาเสาอินทขิล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจเป็นศิริมงคลให้แก่ชีวิต ให้แก่ชาวบ้านชาวเมืองรวมทั้งผู้ที่ทำเกี่ยวกับเกษตร โดยการเพาะปลูก โดยงานดังกล่าวได้อัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าอันเป็นพระพุทธรูปที่บันดาลให้ฝนตก มาเป็นประธานในขบวนแห่และมีการสวดคาถาอินทขิลของ หมู่สงฆ์ด้วย พิธีบูชาเสาอินทขิล พิธีนี้กระทำ โดยการจุดธูปเทียนบูชาอินทขิลกับรูปกุมภัณฑ์และฤๅษี ทั้งนี้เพื่อให้บ้านเมืองอยู่สงบสุขร่มเย็น ช่วงเวลาสำหรับทำพิธีบูชาเสาอินทขิล คือ ช่วงปลายเดือน 8 ต่อต้นเดือน 9 วิหารอินทขิลจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปสักการบูชาตั้งแต่เช้า ซึ่งจะต้องทำพิธีบูชาดังนี้ เครื่องบูชามี ข้าวตอกดอกไม้และเทียน 8 สวย พลู 8 สวย ดอกไม้เงิน 1 ผ้าขาว 1 รำ ช่อขาว 8 ผืน มะพร้าว 2 แคนง กล้วย 2 หวี อ้อย 2 เล่ม ข้าว 4 ควัก (กระทง) แกงส้ม แกงหวาน อย่างละ 4โภชนะอาหาร 7 อย่าง ใส่ขันบูชา



ข่าวโดย : ไผท สุวรรณเสวตร/พรไพลิน นุชเครือ
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

ขนส่งกำหนดบัญญัติ 10 ประการคุมเข้มรถบรรทุก


สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่กำหนดบัญญัติ 10 ประการคุมเข้มรถบรรทุก เพื่อเป็นการเสริมสร้างความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการตลอดจนสร้างความเป็นมืออาชีพให้กับธุรกิจการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก

วานนี้ (6 พฤษภาคม 2557) เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุม 4 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ มีการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์จังหวัดเชียงใหม่ โดยในวาระ ขนส่งกำหนดบัญญัติ 10 ประการคุมเข้มรถบรรทุก แถลงโดย นางวราภรณ์ วรพงศธร หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเสริมสร้างความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการตลอดจนสร้างความเป็นมืออาชีพให้กับธุรกิจการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตราย ในการควบคุมกำกับดูแลการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก

จึงได้จัดทำบัญญัติ 10 ประการ เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกถือปฏิบัติ ได้แก่ 1. ห้ามใช้ผู้ขับรถที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถ หรือถูกพักใช้ เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 50,000 บาท 2. ห้ามใช้ผู้ขับรถติดต่อกันนานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 50,000 บาท 3. ควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ขับรถเสพสุรา ยาเสพติดหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทขณะปฏิบัติหน้าที่ขับรถ ฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4. ควบคุมดูแลให้ผู้ขับรถใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดและขับชิดขอบทางด้านซ้าย ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 50,000 บาท 5. จัดทำประวัติคนขับรถและรายงานอุบัติเหตุ (ถ้ามี) 6. ไม่ใช้รถไม่จดทะเบียนเสียภาษี หรือมีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง หรือเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบไม่ถูกต้อง ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 50,000 บาท 7. ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 50,000 บาท 8. รถบรรทุกวัตถุอันตรายต้องติดตั้งระบบ GPS ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 50,000 บาท 9. รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ต้องใช้อุปกรณ์สำหรับยึดตู้คอนเทนเนอร์ (TWIST LOCK) ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 50,000 บาท 10. จัดให้มีป้ายสะท้อนแสงหรือไฟกระพริบสำหรับใช้เมื่อรถเสีย สำหรับรายละเอียดอื่นๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิชาการขนส่ง โทร 0-5327-0411 และ 08-1721-7999



ข่าวโดย : ไผท สุวรรณเสวตร/พรไพลิน นุชเครือ
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2557


จังหวัดเชียงใหม่กำหนดจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระกรุณาคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระปัญญาคุณ ของพระองค์ผู้ทรงเป็นดวงประทีปของชาวโลก

วานนี้ (6 พ.ค.57) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนายการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ จัดแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ ในการแถลงข่าวครั้งนี้ มีวาระ การจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2557 แถลงโดย นางพรรณิภา หงส์ทอง นักวิชาการศาสนาชำนาญการ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่จัดงานส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 10-13 พฤษภาคม 2557 โดยกำหนดพิธีเปิดงานในวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.00 น. ณ พุทธสถานเชียงใหม่ ในวันเดียวกันก็มีการจัดนิทรรศการของศูนย์กองทุนเผยแผ่พระพุทธศาสนา (พุทธกิจ45ปี) การแสดงปาฐกถาเรื่อง “ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะพินาศ” และพิธีมอบเกียรติมอบให้ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2557 มีการจัดนิทรรศการของเครือข่ายปลอดเหล้า ณ ลานเจดีย์ วัดพันอ้น ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 เวลา 19.00 น. มีกิจกรรมการเดินขบวนแห่โคมไฟวิสาขบูชา ตั้งแต่พุทธสถานไปยังวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และกิจกรรมไหว้สาป๋าระมีเตียวขึ้นดอยสุเทพฯ ณ ลานครูบาศรีวิชัย

นักวิชาการศาสนาชำนาญการ กล่าวต่อว่า ในระหว่างสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา จะมีการติดตั้งธงชาติ ธงเสมาธรรมจักร ประดับตกแต่งป้ายวิสาขบูชารำลึกบูชาด้วยผ้าสี ซุ้มประตูวัด หน่วยราชการ สถานศึกษา อาคารบ้านเรือน ถนนสายหลัก 3 สาย 4 แจ่งคูเมือง และความร่วมร่วมมือพุทธศาสนิกชน ผู้ประกอบการ งดเว้นการฆ่าสัตว์และอบายมุข สถานบริการและสถานบันเทิงหยุดการในวันวิสาขบูชา 1 วัน



ข่าวโดย : ไผท สุวรรณเสวตร /พัชรินทร์ คำนาศักดิ์
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

กระทรวงมหาดไทย ประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคเหนือ ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหว และแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

วันนี้ (7 พฤษภาคม 2557) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ มีการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางการช่วยเหลือระยะเร่งด่วน

นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการเกิดเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.08 น. ได้ให้คณะผู้เชี่ยวชาญ ด้านโยธาธิการและผังเมือง ทำการตรวจสอบสถานที่สำคัญๆ อาทิ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ไม่มีความเสียหาย รวมไปถึงสถานที่อื่นๆ โรงพยาบาล โรงเรียน ไม่มีความเสียหาย การให้ความช่วยเหลือได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยพร้อมจัดตั้งศูนย์รับบริจาค เพื่อนำเงินและสิ่งของไปช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดเชียงราย

ด้านนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ 5 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ และน่าน จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ พร้อมตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย รวมถึงเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วน

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ศอร.ปภ.ช.) ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเป็นศูนย์กลางแก้ไขปัญหาและประสานการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว



ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา/พรไพลิน นุชเครือ
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ จัดสภากาแฟ พบปะหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานแบบ ไม่เป็นทางการ


จังหวัดเชียงใหม่ จัดสภากาแฟ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1/2557 เพื่อเปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการประสานความร่วมมือกันนอกรอบในการทำงานร่วมกันให้เป็นไปอย่างใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างบูรณาการและยั่งยืน

วันนี้ (7 พ.ค. 57) เวลา 07.00 น. นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกิจกรรมสภากาแฟจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1/2557 ณ ห้องประชุมเลควิว โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพบปะหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานอย่างไม่เป็นทางการ หรือสภากาแฟ ครั้งแรก โดยมี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เป็นเจ้าภาพ มีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานทั้งฝ่ายพลเรือน ตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ และนายอำเภอ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการแนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่มาอยู่ใหม่ และนายนาวิน สินธุสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่คนใหม่ พร้อมมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างไม่เป็นทางการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าจะมีการจัดกิจกรรมพบปะวาระยามเช้าในลักษณะนี้ เดือนละ 1 ครั้ง โดยจะมีการหมุนเวียนหน่วยงานที่จะเป็นเจ้าภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการประสานความร่วมมือกันนอกรอบในการทำงานร่วมกันให้เป็นไปอย่างใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างบูรณาการและยั่งยืน

สำหรับประเด็นที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ฝากให้ส่วนราชการได้มีการประสานงานและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่และแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างบูรณาการ อาทิ การรายงานผลกระทบแผ่นดินไหว 5 พฤษภาคม 2557 โดยศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยเขื่อน ฝ่ายจัดการความปลอดภัย ส่วนวิศวกรรมบริหาร สำนักชลประทานที่ 1 กรมชลประทาน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคเพื่อรับสิ่งของช่วยเหลือประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุแผ่นดินไหว เป็นต้น



ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

องค์การป่ารักษ์น้ำแห่งประเทศไทย เปิดโครงการปฐมฤกษ์สร้างฝายและปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ


องค์การป่ารักษ์น้ำแห่งประเทศไทย ร่วมกับอำเภอแม่แจ่ม องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจร และวุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดเชียงใหม่ จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติสร้างฝายชะลอน้ำแบบถาวร 100 ฝาย ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 1,000 ต้น เพื่อเทิดพระเกียรติแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

นายพัลลภ สุวรรณมาลิก ประธานวุฒิอาสาธนาคารสมองจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยในการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 57 ที่ผ่านมาว่า เนื่องจากหมู่บ้านแม่หอย ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ มีสภาพภูเขาที่สลับซับซ้อน ประชากรส่วนใหญ่เป็นเผ่ากะเหรี่ยงทั้งหมด ประกอบอาชีพการเกษตร และทำไร่ข้าวโพดซึ่งมีการบุกรุกพื้นที่ป่าและทำลายระบบนิเวศ

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และป้องกันอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง องค์การป่ารักษ์น้ำแห่งประเทศไทยจึงได้ประสานความร่วมมือกับกลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งในและนอกอำเภอแม่แจ่มได้จัดทำโครงการฝายชะลอน้ำเพื่อลดการบุกรุกป่า เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2557 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2557 โดยจะมีการเปิดโครงการปฐมฤกษ์สร้างฝาย 100 ฝายและปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 1,000 ต้น ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 ณ หมู่บ้านแม่หอย หมู่ 12 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเทิดพระเกียรติแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถฯ อีกทั้งยังช่วยเก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ช่วยป้องกันไฟป่า และช่วยฟื้นฟูสภาพป่าให้อุดมสมบูรณ์เป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอนาคตอีกด้วย



ข่าวโดย : วสันต์ มีจินดา /พัชรินทร์ คำนาศักดิ์
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

โครงการค่ายเยาวชน "ปลูกป่า รักกระบือไทย"

โครงการค่ายเยาวชน "ปลูกป่า รักกระบือไทย" โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 ค่ายพระปิ่นเกล้า จัดกิจกรรมค่ายเยาวชน เพื่อให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และมีพัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ ร่างกาย และยังได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

วานนี้ (6 พ.ค.57) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนายการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ จัดแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ ในการแถลงข่าวครั้งนี้ มีวาระ โครงการค่ายเยาวชน “ปลูกป่า รักกระบือไทย” แถลงโดย ร.อ.วรปรัชญ์ กาศสกุล นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 กล่าวว่า การจัดกิจกรรมโครงการค่ายเยาวชน “ปลูกป่า รักกระบือไทย” โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 ค่ายพระปิ่นเกล้า จัดกิจกรรมค่ายเยาวชน โดยนำโครงการเกษตรผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาร่วมกับการเรียนรู้ การฝึกควบคุมกระบือ ตามโครงการกระบือบำบัด มาจัดเป็นกิจกรรมให้แก่เยาวชน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และมีพัฒนาการด้านสังคม อารมณ์ ร่างกาย และยังได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยการดำเนินกิจกรรมจะใช้เวลา 1 วัน ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. โดยแบ่งเป็น 3 สถานีคือ สถานีที่ 1 ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมสันทนาการ สถานีที่ 2 การทำอาหาร โดยให้เยาวชนนำผลผลิตจากแปลงผัก ไข่ไก่ ไข่นกกระทา มาหัดทำอาหารด้วยตนเอง สถานีที่ 3 ทำความรู้จักกระบือไทย โดยให้เยาวชนรู้จักชีวิตกระบือ ให้อาหาร สัมผัส หัดบังคับ และขี่กระบือ สถานที่ดำเนินกิจกรรมกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 ค่ายพระปิ่นเกล้า หลังเสร็จกิจกรรมจะได้รับใบประกาศนียบัตร เยาวชนที่สนใจจะร่วมกิจกรรมต้องมีอายุระหว่าง 5 - 13 ปี



ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา/คริษฐ์ ศุกรภาส
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่