วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา เตรียมจัดงานวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก ประจำปี 2557 ในวันพรุ่งนี้ ณ บริเวณลานค้าชุมชนเทศบาลเมืองพะเยา

นายจำลอง อริยะจักร ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้กำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี เป็นวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก เพื่อปลูกจิตสำนึกประชาชนให้ตระหนักถึงภัยอันตรายที่เกิดจากโรคพิษสุขนัขบ้า โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา ร่วมกับเทศบาลเมืองพะเยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา เตรียมจัดงานวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก (World Rabies Day) ขึ้น ในวันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.57) ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณลานค้าชุมชนเทศบาลเมืองพะเยา

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขและแมวที่มีอายุตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป , บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวฟรี ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. , การประกวดสุนัขสุขภาพดี ตลอดจนนิทรรศการให้ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าและสัตว์อื่นๆ ทั้งนี้สุนัขและแมวที่จะนำมาผ่าตัดทำหมันต้องงดอาหารอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมง และต้องมีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่ป่วย



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

ผวจ.พะเยา เผยมาตรการกระจายลำไยออกนอกพื้นที่

วันนี้ (30 ก.ค.57) นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า จังหวัดพะเยา ได้ออกประกาศมาตรการในการแก้ไขปัญหาลำไย ปี 2557 ประกอบด้วยมาตรการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิตภายในประเทศเป้าหมาย 2,300 ตัน แบ่งเป็นกิจกรรมรวบรวมและกระจายลำไย ออกนอกแหล่งผลิตภายในประเทศ (1,800ตัน) โดยชดเชยค่าขนส่ง และค่าการตลาดเหมาจ่าย อัตราเหมาจ่าย 2.5 บาท/กิโลกรัม (ค่าขนส่ง 1.5 บาท/กก.และค่าการตลาดเหมาจ่าย 1 บาท/กก.) ให้แก่สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และ อปท.ในการกระจายผลผลิตระยะทางไม่เกิน 400 กิโลเมตร (ต้องไม่ใช่ กทม.และปริมณฑล) จำนวน 1800 ตัน โดยประกาศใช้มาตรการเมื่อราคาลำไยสดช่อ(เกรดเอ) รายวันตามประกาศของสำนักงานการค้าภายในจังหวัดมีราคาต่ำกว่ากิโลกรัมละ 14.39 บาท

กิจกรรมเสริมสภาพคล่องในการซื้อขายลำไย 500 ตัน โดยการสนับสนุนเงินชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปีวงเงินกู้ยืมให้แก่สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน อปท.มาเพื่อกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน (ธกส. กรุงไทย และSME) ไปซื้อลำไยสดเพื่อกระจายออกนอกแหล่งผลิตระยะทางไม่น้อยกว่า 400 กิโลเมตร และต้องไม่ใช่ กทม.และปริมณฑล

มาตรการส่งเสริมการแปรูป จำนวน 4000 ตัน สนับสนุนเงินชดเชยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 3 ต่อปี ให้ แก่สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ เพื่อกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ในการซื้อลำไยสดเพื่อแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งจำนวน 4000 ตัน ทั้งนี้กำหนดระยะเวลาสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา โทร.054431636 ในวันเวลาราชการ



ข่าวโดย : ทีมข่าว ส.ปชส.พะเยา
หน่วยงาน : ส.ปชส.พะเยา

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีระหว่างถูกนำตัวไปยื่นคำร้องขอฝากขัง พร้อมรวบตัวผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย ของกลางยาบ้าอีก 1,700 เม็ด

วันนี้ (30 ก.ค.57) พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 1,700 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก กระสุนปืน 11 มม. 10 นัด หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมนายอนุพล เทพวัง อายุ 31 ปี ชาว ต.แม่ต๋ำ อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพะเยาในคดีมียาเสพติดให้โทษที่ได้หลบหนีระหว่างนำตัวไปยื่นคำร้องขอฝากขังที่ศาลจังหวัดพะเยาเมื่อวานนี้ (29 ก.ค.57) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจนทราบว่ามาหลบซ่อนตัวที่บ้านเลขที่ 21/2 ม.11 ต.บ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา ซึ่งอยู่ห่างจากศาลฯ ประมาณ 1 กิโลเมตร

ทั้งนี้ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบได้มีนายสมชาย อาหะหมัด อายุ 19 ปี ชาว ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา และนายบุญส่ง ปรีกมล อายุ 26 ปี ชาว ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา ได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาที่บ้านที่เกิดเหตุ แสดงอาการพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นที่รถจักรยานยนต์พบยาบ้า 1,700 เม็ด ซุกซ่อนในช่องเก็บของรถจักรยานยนต์ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้ต้องหารายแรกนั้นได้เพิ่มข้อหาหลบหนีขณะถูกควบคุมตัวอีกหนึ่งข้อหา



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.พะเยา
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

จังหวัดพะเยา เปิดศูนย์ดำรงธรรม เพื่อรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ของประชาชน ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

วันนี้ (30 ก.ค.57) นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา อัยการจังหวัดพะเยา รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกพะเยา และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเปิดศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพะเยา เพื่อทำหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษา รับเรื่องปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชนตามนโยบายของคณะรักษาความสงบ ณ ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพะเยา

สืบเนื่องจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้มีประกาศฉบับที่ 96/2557 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม เพื่อทำหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียน/ ร้องทุกข์ ให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษา รับเรื่องปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชน และทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการร่วม ตามมาตรา 32 แห่งพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริการจัดการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 โดยให้ทุกกระทรวง กรม ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐสนับสนุนการดำเนินการของศูนย์ดำรงธรรม เพื่อสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างทั่วถึง

สำหรับประชาชนสามารถติดต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพะเยา ได้ดังนี้ 1) สามารถติดต่อด้วยตนเองได้ที่ ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพะเยา(หลังใหม่) 2) ทางไปรษณีย์ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ศาลากลางจังหวัดพะเยา ถ.พหลโยธิน ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา 56000 วงเล็บมุมซองว่า ศูนย์ดำรงธรรม 3) ทางโทรศัพท์หมายเลข 054-449-601 โทรสารหมายเลข 054-449-588 หรือ ทางเว็บไซต์จังหวัดพะเยา http://www.phayao.go.th ได้อีกด้วย



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.พะเยา
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

น่าน ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดน่านช่วง Low Season และรองรับการร่วมมือในกลุ่มประชาคมอาเซียน ในปี 2558

จังหวัดน่าน จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในช่วง Low Season เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบสัมผัสวัฒนธรรมวิถีชีวิตในหลากหลายแง่มุม สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระดับจังหวัด และรองรับการร่วมมือในกลุ่มประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558

นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการส่งเสริมบริหารจัดการและพัฒนารูปแบบ กิจกรรมท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม เพื่อแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพเด็กก่อนวัยเรียน และงานอาหารปลอดภัย ประจำปี 2557 ณ บริเวณสวนสาธารณะหนองสะเนียน ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมี นายสโรช รัตนมาศ วัฒนธรรมจังหวัดน่าน กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวในรูปแบบการได้สัมผัสวัฒนธรรมวิถีชีวิตในแง่มุมต่างๆ ซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่โดดเด่น ส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่นให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันจะเป็นประโยชน์ในการสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวม อีกทั้งยังเป็นการรองรับความร่วมมือในกลุ่มประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558

ภายในงานจัดให้มี กิจกรรม "หลากหลายชาติพันธุ์ อยู่ร่วมกันได้ใต้พระบารมี” กิจกรรม "กาดมะเก่า เล่าความหลัง” และกิจกรรม "วิถีพอเพียงตำบลถืมตอง” ประกอบด้วย กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรธรรมชาติ กลุ่มสมุนไพรพื้นบ้านและการรักษาโรคด้วยภูมิปัญญา กลุ่มจักสาร ผลิตประดิษฐ์ใบตอง กลุ่มอาชีพผลิตสินค้าโอท๊อป แหล่งเรียนรู้วัดถืมตอง การบรรยายแนะนำวิถีชนเผ่าตำบลสะเนียน การแสดงอัตลักษณ์ศิลปะของชนเผ่า การจัดซุ้มจำลองวิถีชนเผ่า การจำหน่ายสินค้าวิถีชีวิตชนเผ่า การสาธิตอาชีพวิถีชนเผ่า เช่น การปักผ้า การต่างกายวิถีชนเผ่า การผลิตเครื่องเงิน การสาธิตอาหารชนเผ่า และการแสดงศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ อีกมากมาย การจัดงานฯได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ตำบลสะเนียน ตำบลถืมตอง อำเภอเมืองน่าน และนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติในครั้งนี้ จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวจังหวัดน่าน และได้สัมผัสวัฒธรรมกับวิถีชีวิตในแง่มุมต่างๆ ของชนเผ่าในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ได้เป็นจำนวนมากด้วย



รดา บุญยะกาญจน์/ ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

กสทช.ลำปาง จัดประชุมชี้แจงผู้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง 31 ก.ค.ศกนี้

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน ได้รับแจ้งจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เขต 3 (ลำปาง) ว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2557 เวลา 13.00 น. ณ สโมสรนายทหารค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหสัดลำปาง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เขต 3 (ลำปาง) และมณฑลทหารบกที่ 32 จะดำเนินการประชุมชี้แจง และลงนามการแสดงความประสงค์และบันทึกข้อตกลงการออกอากาศวิทยุกระจายเสียง สำหรับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พื้นที่จังหวัดลำปาง พะเยา เชียงราย แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์

ดังนั้น จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งให้ผู้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ที่ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ในพื้นที่ดังกล่าว ร่วมประชุมฯ ในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน



พวงพยอม  คำมุง / ข่าว

บทความพิเศษ : โมเดล 3ดี หมู่บ้านทรายขาวชุมชนต้นแบบชายแดนใต้

ตำบลทรายขาวอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี มีประชาชนกว่า 4,000 คนเป็นชุมชนแบบอย่างที่สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จุดแข็งและทำให้ชาวบ้านยืนหยัดอยู่ด้วยรอยยิ้มและดำเนินชีวิตประจำวันอย่างปกติสุขอยู่ได้นั้นเนื่องจากเป็นชุมชนที่การไม่แบ่งแยกศาสนาและเลือกอยู่ร่วมกันเสมือนญาติพี่น้องโดยผู้นำชุมชนและชาวบ้านจะร่วมกันจัดทำโครงการเพื่อสร้างความสันติสุขระหว่างชนชาวพุทธและมุสลิมอย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งโครงการที่สานต่อจุดแข็งและเป็นโมเดลให้กับพื้นที่อื่น ๆ คือ "โมเดล 3ดี ชุมชนทรายขาว" องค์ประกอบสำคัญของ "โมเดล 3ดี ชุมชนทรายขาว" ได้แก่
         1. ศาสนาดีเนื่องจากที่แห่งนี้มีประชาชนนับถือศาสนาพุทธและมุสลิมแต่อยู่ร่วมกัน ดุจญาติพี่น้องการเผยแพร่หลักธรรมของสองศาสนาให้เป็นที่รับทราบจึงช่วยจรรโลงใจให้
         2. วัฒนธรรมดีชุมชนแห่งนี้จะมีชาวพุทธไปช่วยงานชาวมุสลิมในวันสำคัญทางศาสนา เช่นเดียวกันถึงงานบุญของไทยพุทธชาวมุสลิมจะมาช่วยงานเช่นกัน
         3. ภูมิประเทศดีชุมชนแห่งนี้วางตัวอยู่กลางเทือกเขารายล้อมมีความเป็นอยู่ที่ดีจาก การทำสวน ทำไร่นาและท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
        ลักษณะดี 3 ประการนี้เปรียบเสมือนเบ้าหลอมที่ทำให้ประชาชนกว่า 400 หลังคาเรือนอยู่ในกรอบแห่งความรัก สามัคคียากที่ใครจะปลุกปั่น ยุยงให้แตกแยกจนนำไปสู่รอยร้าวเพื่อสถานการณ์ได้ถือเป็น "โมเดล"ที่ทุกฝ่ายพยายามสะท้อนแนวทางการบริหารและจัดการท้องถิ่นด้วยพลังของผู้นับถือพุทธและมุสลิมที่ไร้ซึ่งความแตกแยกจนนำพาความเข้มแข็งมาสู่ชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองซึ่งนับเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ได้


พวงพยอม คำมุง / เรียบเรียง

จังหวัดน่าน จัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ต้องขัง ตามโครงการน้ำพระทัยพระราชทานฯ

นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน แจ้งว่า ด้วยจังหวัดน่าน โดยสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดน่าน เหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ชมรมแม่บ้านมหาดไทย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดน่าน สมาคม/ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดน่าน ได้กำหนดจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ต้องขัง ตามโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดน่าน ในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2557 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ เรือนจำจังหวัดน่าน เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2557



พวงพยอม  คำมุง / ข่าว

จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีเปิดศูนย์ดำรงธรรมอย่างเป็นทางการ เพื่อให้บริการรับเรื่องร้องเรียน รวมถึงจัดบริการแก่ประชาชนเพื่อให้เป็นไปตามประกาศ คสช.

จังหวัดเชียงใหม่ จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้องรับรอง 1 ชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ รวมทั้งนำงานบริการหลากหลายรูปแบบมาให้บริการ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนภายในศูนย์ ฯ ในรูปแบบ ONE STOP SERVICE อาทิ การชำระภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ การรับแจ้งความและรับแจ้งเบาะแสต่าง ๆ เป็นต้น โดยกำหนดพิธีเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการในวันนี้ (30 ก.ค.57)

วันนี้ (30 ก.ค.57) เวลา 08.30 น. นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดตั้งขึ้น ณ ห้องรับรอง 1 ชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยศูนย์ดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 96/2557 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 เรื่องจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานระดับจังหวัด และให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการในจังหวัด สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเสมอภาค มีคุณภาพ รวดเร็ว ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และประชาชนได้รับความพึงพอใจ ดังนั้น คสช.จึงได้กำหนดให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมขึ้นในจังหวัด เพื่อทำหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษา รับเรื่องปัญหาความต้องการ และข้อเสนอแนะของประชาชน และทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการร่วมตามมาตรา 32 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 โดยให้จัดตั้งขึ้น ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่อื่นตามที่เห็นสมควร และประกาศให้ประชาชนทราบ พร้อมทั้งให้ทุกกระทรวง กรม ส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐ สนับสนุนการดำเนินการของศูนย์ดำรงธรรมทั้งด้านวัสดุ อุปกรณ์ และบุคลากร ให้สามารถบริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ทั้งนี้ในกรณีที่จำเป็นจะต้องดำเนินการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์ดำรงธรรมให้สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว การพัฒนาจังหวัดตามนโยบายของรัฐบาล การป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า และทรัพยากรธรรมชาติ การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว และการค้ามนุษย์ การคุ้มครองป้องกันหรือช่วยเหลือประชาชนผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับความเป็นธรรม และการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมตามนโยบายของรัฐบาล ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งการ บังคับบัญชา กำกับ ดูแล บรรดาข้าราชการและพนักงานของรัฐในเขตจังหวัด ยกเว้น ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ข้าราชการทหาร ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการอัยการ ข้าราชการในสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พนักงานในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และข้าราชการในสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัด

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวมถึง สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม จังหวัดเชียงใหม่จึงได้กำหนดพิธีเปิด “ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่” ขึ้นในวันนี้ (30 ก.ค.57) ทั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานภายในจังหวัด จัดงานบริการมาอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ในรูปแบบ ONE STOP SERVICE หรือ บริการแบบเบ็ดเสร็จในที่แห่งเดียว โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อขอรับบริการจากหลายหน่วยงานซึ่งมีที่ตั้งห่างไกลกัน อาทิ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ จัดบริการชำระภาษีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับแจ้งความ และรับแจ้งเบาะแสต่าง ๆ สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ จัดส่งเจ้าหน้าที่ มาประจำเพื่อให้ข้อมูล ระเบียบ ขั้นตอนการทำนิติกรรมต่าง ๆ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ ให้การสนับสนุนเคาน์เตอร์ศูนย์ดำรงธรรม และหน่วยงานสนับสนุนอื่น ๆ อีกหลายหน่วยงานอยู่ระหว่างจัดส่งงานบริการมาร่วมอำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนต่อไป ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชนไปขอรับบริการจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ได้ในวัน และเวลาราชการ



ข่าวโดย : ราตี จักร์แก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ National Science and Technology Fair

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กระจายความรู้สู่ภูมิภาคกับงานมหกรรมวิทย์ และเทคโนโลยี ประจำปี 2557 กิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดแห่งปี ตั้งแต่วันที่ 12 - 28 ส.ค. 2557 ณ ศูนย์ประชุมการแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่

นายสาคร ชนะไพฑูรย์ รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นกิจกรรมที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมี อพวช. เป็นผู้ประสานงานหลัก เพื่อเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย รัชกาลที่ 4 รวมถึง พระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทย และพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย รัฐกาลที่ 9 โดยภายในงานจะมีการรวบรวมผลงานวิจัยและพัฒนาความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศ มาจัดแสดงได้อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เพื่อหวังกระตุ้นให้สังคมไทยหันมาใส่ใจและเกิดแรงบันดาลใจในการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมต่อไป

โดยในปี 2557 เป็นปีแรกที่งานมหกรรมวิทย์ฯ ออกสู่ภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดได้เข้าถึงกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้มากขึ้น และขอเชิญชวนผู้สนใจมาเที่ยวงานมหกรรมวิทย์ฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 12 – 28 สิงหาคม 2557 ณ ศูนย์ประชุมการแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2577 9999 ต่อ 2101 หรือ www.most.go.th , www.nsm.or.th


 ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา/วิมลฉัตร สุดวิลัย
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก มช. จัดงานสำหรับคนรักสุขภาพ Health Care2014

ศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานส่งเสริมสุขภาพ ภายใต้ชื่อกิจกรรม AMS.CSC.CMU Health Care 2014

วานนี้ (29 ก.ค.57) เวลา 10.00 น. นายวิสิตศักดิ์ สุขสะอาดพสุ ผู้อำนวยการศูนย์บริการเทคนิคการแพทย์คลินิก เข้าร่วมการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ ณ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยแถลงในวาระ AMS.CSC.CMU Health Care 2014

นายวิสิตศักดิ์ สุขสะอาดพสุ กล่าวว่าในการจัดงานในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้กับประชาชนได้เข้ารับการตรวจสุขภาพในแพคเกจราคาพิเศษ เช่น ตรวจไวรัสตับอักเสบบี ตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน มะเร็งปากมดลูก และอีกหลายโรค รวมถึงให้คำปรึกษาทางกายภาพบำบัดฟรี จำนวน 150 ท่าน ภายในงานยังมีกิจกรรมการแสดง กิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัลมากมาย ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2557 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ชั้น 2 ลานหน้าลิฟท์แก้ว ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.ams.cmu.ac.th/amscsc


ข่าวโดย : ไผท สุวรรณเสวตร/สมัชญา หน่อหล้า
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลกจัดโครงการรณรงค์การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2557

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลกจัดโครงการรณรงค์การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2557

เช้าวันนี้ ( 29 ก.ค.57 ) ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลก ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ทางสถานีจัดโครงการรณรงค์การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2557 โดยมีผู้ดำเนินรายการวิทยุกระจายเสียง ผู้ดำเนินรายโทรทัศน์/เคเบิ้ลทีวี และผู้สนใจเข้าร่วมโครงการได้ใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง นายนุกูล นาคคชฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดพิษณุโลกหรือสวท.พิษณุโลก กล่าวว่า สวท.พิษณุโลก ได้รับคัดเลือกให้เป็นเครือข่ายด้านวัฒนธรรมจากกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเห็นความสำคัญของการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารโดยเฉพาะผู้ดำเนินรายการวิทยุกระจายเสียง ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ จึงได้จัดโครงการรณรงค์การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 โดยมีผู้ดำเนินรายการวิทยุกระจายเสียงทั้งคลื่นหลักและวิทยุชุมชน ผู้ดำเนินรายโทรทัศน์/เคเบิ้ลทีวี และผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 20 คน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนและเยาวชน เกิดความรู้สึกรักและหวงแหนภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาของชาติ โดยได้รับเกียรติจากนางอรุณี แดงพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนสื่อข่าวและผลิตรายการข่าว สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ผู้ดำเนินรายการ รู้รักษ์ภาษาไทย ทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และได้รับรางวัลผู้ใช้ภาไทยดีเด่น จากราชบัณฑิตยสถาน เป็นวิทยากร ในการอบรม

โดยมีทั้งการให้ความรู้หลักการใช้ภาษาไทยและฝึกการอ่านออกเสียงภาษาไทยที่ถูกต้อง ผอ.สวท.พิษณุโลก ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าสำหรับวันภาษาไทยแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เห็นชอบให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธาน และทรงร่วมอภิปรายในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมคณะอักษรศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ทรงเปิดอภิปรายในหัวข้อ "ปัญหาการใช้คำไทย" โดยพระองค์ทรงดำเนินการอภิปรายและทรงสรุปการอภิปราย ที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัยรวมถึงความห่วงใยในภาษาไทย ซึ่งเป็นที่ประทับใจกับผู้ร่วมเข้าประชุมในครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง สำหรับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนั้น มีใจความตอนหนึ่งว่า "เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษาก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้... สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก..."

กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 3แถลงข่าวผลการกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 3แถลงข่าวผลการกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ

เช้าวันนี้ ( 29 ก.ค. 57 ) ที่สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พลโท ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 3 ได้เป็นประธานแถลงข่าวผลการปฏิบัติงาน ของกองกำลังรักษาความสงบความเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 3 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมในการแถลงข่าว จากสถานการณ์ที่ผ่านมาในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีความสงบเรียบร้อยดี ไม่เกิดความรุนแรงรวมทั้งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนสำหรับด้านการส่งเสริมความมั่นคงและปลอดภัย ทางคณะคสช. ได้ประกาศคำสั่งและกำหนดกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคต่างๆ ให้ดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ใน 4 เรื่องสำคัญ ทั้งการปราบปรามอาวุธสงคราม อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน เพื่อมิให้นำมาใช้ในการกระทำผิดอันก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การปราบปรามด้านยาเสพติด การปราบปรามด้านการพนัน และหยุดยั้งปัญหาการบุกรุกการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ สำหรับห้วงการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. – 25 ก.ค. ที่ผ่านมา มีการจับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีการจับกุมทั้งหมด 213 ครั้ง ได้ผู้ต้องหา 190 ราย อาวุธปืน 293 ประบอก ในจำนวนนี้มีอาวุธสงครามจำนวน 5 กระบอก ลูกระเบิด 7 ลูก และเครื่องกระสุนปืน 6,6629 นัด การจับกุมยาเสพติดจับกุมทั้งหมด 294 ครั้ง ผู้ต้องหา 381 คน ตรวจยึดยาบ้า 1,880,186 เม็ด และยาเสพติดประเภทอื่นทั้งเฮโรอิน และยาไอซ์ อีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังสามารถขยายผลการยึดของกลาง และทรัพย์สินจำนวนมาก การจับกุมบ่อนการพนัน จำนวน 24 ครั้ง ผู้ต้องหา 82 คน อุปกรณ์การเล่นทั้งอุปการณ์การเล่นไฮโล และโพยพนันหวยใต้ดิน และการจับกุมการทำลายทรัพยากรป่าไม้ จำนวน 141 ครั้ง ผู้ต้องหา 102 คน ตรวจยึดไม้สักท่อน 2,796 ท่อน ไม่สักแปรรูป 9,258 แผ่น ไม้กระยาเลยท่อน 469 ท่อน และไม้กะยาเลยแปรรูป 1,770 แผ่น ด้าน พลโท ปรีชา แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า สำหรับการทำงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 3 ในห้วงต่อไป จะเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมให้เกิดความสงบเรียบร้อย ด้วยการติดตามจับกุมการกระทำความผิดกฎหมาย และการตรวจจับอาวุธสงคราม รวมทั้งควบคุมความเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มต่างๆ เพื่อให้การทำงานของ คสช. และรัฐบาลในการบริหารประเทศ โดยไม่ต้องกังวลต่อกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง จะเน้นหนักในการเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน โดยเน้นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก นอกจากนี้ทางแม่ทัพกองทัพภาคที่ 3 ยังได้ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ที่มีข้อมูลข่าวสาร หรือเบาะแส เกี่ยวกับกลุ่มบุคคล หรือขบวนการที่มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย โดยสามารถแจ้งมาได้ที่หน่วยทหารที่อยู่ใกล้เคียง หรือศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาคที่ 3 โทรศัพท์หมายเลข 055-242859

พัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลกจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการปฎิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลกจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการปฎิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด และการนำเสนอผลการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมาที่โรงแรมเมย์ ฟราวเวอร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลกได้จัดการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการปฎิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัด และการนำเสนอผลการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งการประชุมดังกล่าวเพื่อบริหารจัดการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ในพื้นที่ทั้ง 9 อำเภอ ของจังหวัดพิษณุโลก โดยมีคณะกรรมการศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดพิษณุโลก ทีมบูรณาการการแก้ไขปัญหาความยากจนระดับอำเภอ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ทีมปฏิบัติการระดับตำบล และผู้แทนครัวเรือนยากจน เข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ด้านนายปรีชา พรหมบุตร พัฒนาการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่าสำหรับจังหวัดพิษณุโลกมีครัวเรือนที่จะต้องแก้ไขปัญหาความยากจนทั้งหมด 414 ครัวเรือน ซึ่งทางจังหวัดได้ดำเนินการมาเป็นเดือนที่ 5 ตามเป้าหมายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายระพี ผ่องบุพกิจ ที่ให้ประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถยกระดับรายได้ครัวเรือนไม่น้อยกว่า 198 ครัวเรือน ซึ่งแนวทางการดำเนินงานบริหารจัดการครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการ 4 กระบวนการ ได้แก่ การชี้เป้าชีวิต การจัดทำเข็มทิศชีวิต การบริหารจัดการชีวิต และ การดูแลชีวิต เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีภูมิคุ้มกันที่มั่นคงสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งผลจากการวิเคราะห์สภาพปัญหาครัวเรือน พบสภาพปัญหาพบว่า ประชาชนมีอาชีพและรายได้ไม่แน่นอน ขาดแคลนเงินทุนในการประกอบอาชีพ ปัญหาหนี้สิน ปัญหาขาดแคลนปัจจัยการผลิต ปัญหาด้านสุขภาพ การมีสมาชิกในครอบครัวมาก ไม่มีอาชีพ ไม่สมารถประกอบอาชีพได้ ทั้งนี้ในที่ประชุมได้นำปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาความยากจน รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันต่อไป

กอ.รมน.จังหวัดพิษณุโลกสนธิกำลังตรวจสอบพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นป่าสวนเมี่ยง หลังพบปัญหาการถือครองสิทธิ์ที่ทำกินบางราย มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

กองรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอชาติตระการ ตรวจสอบพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นป่าสวนเมี่ยง บ้านโคกใหญ่ หลังพบปัญหาการถือครองสิทธิ์ที่ทำกินบางราย มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา กองรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอชาติตระการ เข้าตรวจสอบพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสวนเมี่ยง บ้านโคกใหญ่ หมู่ 6 ห้วยหมากหล่ำ ตำบลสวนเมี่ยง อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก หลังมีผู้ร้องเรียนไปยังกองรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นป่าสวนเมี่ยงนี้ มีการบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งจากการตรวจสอบของทางเจ้าที่ พบว่ามีปัญหาการถือครองสิทธิ์ที่ทำกินบางราย ซึ่งอาจจะเป็นนายทุนรายใหญ่ ได้มีการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยทางเจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นพร้อมเก็บข้อมูลหลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าป่าไม้ ได้นำเครื่องจับพิกัด มาเช็คกับแผนที่ทางอากาศ ปี 2545 และหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป หลังจากนั้น ทางเจ้าหน้าที่ ได้เข้าชี้แจ้ง กับชาวบ้านที่เข้าร้องทุกข์ต่อทางเจ้าหน้าที่กองรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ว่ามีการปฎิบัติโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยนางทองลัน ทองศรีจันทร์ อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า ตนเองกับพี่น้องอีก 4 คน มีพื้นที่ทำกิน 51 ไร่ แต่ถูกเจ้าหน้าของรัฐ แจ้งความจับ ฐานความผิด ร่วมกันสร้าง แผ้วถาง ยึดถือครอบครองป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 25 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการชี้แจ้ง กับ นางทองลัน ว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติไม่สามารถ ทำการใดๆ ได้ และพื้นที่ดังกล่าว เป็นลักษณะของเส้นทางลำห้วย ซึ่งเป็นทางน้ำ และเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของป่าไม้ ซึ่งไม่อาจให้บุคคลใด มาบุกรุกหรือทำกินได้ นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าของรัฐจะเข้ามาดำเนินการจับพิกัด พื้นที่ดังกล่าวให้ละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งมีการผ่อนปรนให้ชาวบ้านได้เก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปลูกเอาไว้แล้วอีกด้วย ด้านพันเอก โอฬาร หาญสุรภานนท์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาพื้นที่ การบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ พื้นป่าสวนเมี่ยงนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย กำลังรวบรวมข้อมูลผู้ที่ทำการบุกรุกพื้นป่า และจะมีการกำหนดพื้นที่ทำกินของชาวบ้านที่ทำมาอยู่เดิม เพื่อให้เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการต่อไป

กองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 ร่วมเทศบาลนครพิษณุโลกและอีกหลายหน่วยงานจัดระเบียบทางเท้า เพื่อเป็นเมืองน่าอยู่

กองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 ร่วมเทศบาลนครพิษณุโลกและอีกหลายหน่วยงานจัดระเบียบทางเท้า เพื่อเป็นเมืองน่าอยู่

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมาที่บริเวณสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติฯ กองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 ได้มีการบูรณาการร่วมกับเทศบาลนครพิษณุโลก อำเภอเมืองพิษณุโลก สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก แขวงการทางพิษณุโลก และสถานีรถไฟพิษณุโลก ร่วมกันดำเนินโครงการจัดระเบียบทางเท้า ภายในเขตเทศบาล เพื่อให้บ้านเมืองมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด สวยงาม และเป็นการคืนทางเท้าให้ประชาชน สามารถใช้ทางเท้าในการสัญจรไปมาได้โดยสะดวกและปลอดภัย และเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายการจัดระเบียบสังคมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)โดยจะเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินโครงการจัดระเบียบทางเท้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน และพ่อค้า แม่ค้า ร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการจัดระเบียบทางเท้า คือ 1. ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง ตาก วาง หรือแขวนสิ่งใดๆ บนถนนหรือทางเท้า 2. ห้ามมิให้ผู้ใดปรุงอาหารขายหรือจำหน่ายสินค้าบนถนนหรือทางเท้า 3. ห้ามมิให้ผู้ใดจอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า 4. ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของถนนเป็นสถานที่ซ่อม เปลี่ยนแปลง ต่อเติมหรือติดตั้งอุปกรณ์รถยนต์ รถจักรยานยนต์หรือล้อเลื่อน 5. ห้ามทิ้งขยะมูลฝอยลงบนถนนหรือทางเท้า ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแก้ไขให้ถูกต้อง หรือขจัดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยนั้นเสีย ถ้าหากละเลยเพิกเฉย ทางพนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จังหวัดเพชรบูรณ์ ขานรับนโยบาย คสช.บูรณาการทุกภาคส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย

จังหวัดเพชรบูรณ์ขานรับนโยบาย คสช.บูรณาการทุกภาคส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย

วันนี้ (29 กค.57) เวลา 10.00 น. ที่กองร้อยทหารช่างที่ 1 กองพันทหารช่างที่ 8 ค่ายพ่อขุนผาเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ นายกฤษณ์ คงเมือง ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมบูรณาการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ระหว่างเครือข่าย ทสม.และหน่วยงานราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่าย ทสม.จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ มีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่าย ทสม. จำนวนกว่า 80 คน เข้าร่วมประชุม

วัตถุประสงค์จัดประชุมเพื่อให้ความรู้และกำหนดแนวทางและมาตรการดำเนินการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน

โอกาสนี้ พท.อมร พิมพ์สี ผู้บังคับการกองพันทหารช่างที่ 8 ได้บรรยายเรื่อง นโยบายการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจรในค่ายพ่อขุนผาเมือง และนำศึกษาดูงาน ซึ่งเริ่มจากได้จัดทำโครงการธนาคารขยะ ข.พัน.8 ตั้งแต่ปี 2546 สามารถบริหารจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยใข้ทฤษฎี 3 Rs คือ Reduce ลดการใข้ Reuse ใช้ซ้ำ และ Recycle นำกลับมาใช้ใหม่ ควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกให้กับลูกหลานกำลังพลให้ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของขยะรีไซเคิล เพิ่มมูลค่าเพิ่มและรายได้จากขยะ ปัจจุบันได้จัดตั้งเป็นโครงการบริหารจัดการขยะค่ายพ่อขุนผาเมือง มี 15 หน่วยงานเข้าร่วมโครงการ บริหารจัดการขยะเดือนละ 22 ตัน ได้อย่างครบวงจร

จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดอบรมสัมมนาคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ต่อต้านยาเสพติดปี 2557

จังหวัดเพชรบูรณ์จัดอบรมสัมมนาคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ต่อต้านยาเสพติดปี 2557

วันนี้ (29 ก.ค.57) ณ ห้องลักษมี โรงแรมบูรพาโฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายคณีธิป บุณยเกตุ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานโครงการอบรมสัมมนาคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ต่อต้านยาเสพติดปี 2557 จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ และความเข้าใจในบทบาท อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหมู่บ้าน เนื่องจากสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันของสังคมไทยมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้น เห็นได้จากการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนทุกประเภท ที่มีข่าวสารการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งผู้ค้า และผู้เสพ แต่ปัญหายาเสพติดก็ไม่ได้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย

จังหวัดเพชรบูรณ์จึงได้จัดโครงการอบรมสัมมนาคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ต่อต้านยาเสพติดปี 2557 ขึ้นเพราะการแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องได้รับการร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่จะสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอาศัยองค์กรสำคัญในหมู่บ้าน คือคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ต้องทำหน้าที่เหมือนเป็น”ตาสับปะรด”ที่จะคอยดูแลป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของหมู่บ้าน ซึ่งการจัดอบรมฯ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมการฯ ได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ และเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงาน/องค์กรต่างๆร่วมกับชุดปฏิบัติการประจำตำบลหรือกลุ่มแกนนำ ทั้งในและนอกหมู่บ้าน ให้การขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมทั้งให้คณะกรรมการฯได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อเสนอแนะ หรือวิธีการแก้ไข และป้องกันปัญหายาเสพติดให้กับคณะกรรมการฯ ต่างอำเภอในจังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับทราบ เพื่อนำไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดพิธีมอบเข็มตราสัญลักษณ์กองทุนแม่ของแผ่นดิน ที่ระลึกในวาระ 1 ทศวรรษ กองทุนแม่ของแผ่นดิน

จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดพิธีมอบเข็มตราสัญลักษณ์กองทุนแม่ของแผ่นดิน ที่ระลึกในวาระ 1 ทศวรรษ กองทุนแม่ของแผ่นดิน

วันนี้ (29 ก.ค.57) ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีมอบเข็มตราสัญลักษณ์กองทุนแม่ของแผ่นดิน ที่ระลึกในวาระ 1 ทศวรรษ กองทุนแม่ของแผ่นดินให้กับตัวแทนหมู่บ้าน/ชุมชน กองทุนแม่ จำนวน 179 หมู่บ้าน /ชุมชน ใน 11 อำเภอ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของการดำเนินการ "กองทุนแม่ของแผ่นดิน” ได้จัดทำเข็มกลัด สำหรับมอบให้แก่ ประธาน รองประธาน และกรรมการหมู่บ้าน/ชุมชน กองทุนแม่ของแผ่นดินทั่วประเทศ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในหมู่บ้าน/ชุมชน จังหวัดเพชรบูรณ์จึง ได้ดำเนินการจัดพิธีมอบเข็มตราสัญลักษณ์กองทุนแม่ของแผ่นดิน ที่ระลึกในวาระ 1 ทศวรรษ กองทุนแม่ของแผ่นดินขึ้นในวันนี้

โดยกองทุนแม่ของแผ่นดิน มีจุดเริ่มต้นจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จแปรพระราชฐาน เพื่อทรงงานเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ผ่านเลขาธิการ ป.ป.ส. (พลตำรวจเอกชิดชัย วรรณสถิต) เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2546 เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของราษฎรอาสา ที่ร่วมป้องกันยาเสพติดของหมู่บ้าน/ชุมชน สำนักงาน ป.ป.ส. จึงน้อมเกล้าฯจัดสรรงบประมาณขึ้นร่วมสมทบกับพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ โดยตั้งชื่อว่า "กองทุนแม่ของแผ่นดิน”

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ ได้กล่าวให้กำลังใจและสนับสนุนให้หมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเพชรบูรณ์ทุกท่านที่ร่วมกันป้องกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันปกป้องการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อความผาสุกของประเทศชาติให้สืบไป

คณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัดเพชรบูรณ์สรุปผลงานปี 2557 และพิจารณาแผนพัฒนาขีดความสามารถแรงงานรองรับประชาคมอาเซียนในปี 2558

คณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัดเพชรบูรณ์สรุปผลงานปี 2557 และพิจารณาแผนพัฒนาขีดความสามารถแรงงานรองรับประชาคมอาเซียนในปี 2558
เมื่อวันที่(28 กค.57) ที่ห้องประชุมศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเพชรบูรณ์ นายบุญเรือง เข็มทอง แรงงานจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัดเพชรบูรณ์ มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบูรณ์ และผู้แทนภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม เพื่อสรุปผลดำเนินงานปีงบประมาณ 2557 และพิจารณาแนวทางการพัฒนากำลังแรงงานเพิ่มขีดความสามารถแรงงานของจังหวัดเพชรบูรณ์รองรับประชาคมอาเซียน

โดยศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ดำเนินการตามแผนงานปกติ ด้านเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงานรองรับประชาคมอาเซียน ได้อบรมด้านภาษา 285 คน อบรมผู้ประกอบการครัวไทยสู่ครัวโลก 40 คน ด้านพัฒนาศักยภาพฝีมือแรงงานทั้งระบบให้สอดคล้องกับความต้องการตลาดแรงงาน 416 คน ด้านพัฒนาฝีมือแรงงานไทยให้มีผลิตภาพสูงขึ้นเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งแรงงานในสถานประกอบกิจการและแรงงานนอกระบบ 724 คน ด้านพัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อรองรับการจ่ายค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 164 คน ด้านส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป เมื่อจัดฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้าง สามารถนำค่าใช้จ่ายมาขอรับรองเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ขณะนี้มีผู้ขึ้นทะเบียนแล้ว 16 แห่ง

ด้านการเพิ่มผลิตภาพแรงงานตามความต้องการของสถานประกอบกิจการ ได้ร่วมกับบริษัท บุณยเกียรติไอศกรีม จำกัด ผู้ผลิตไอศกรีมแพนด้า นำที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลันนเรศวร เข้าช่วยวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิต ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนและความสูญเสียในกระบวนการผลิตถึงร้อยละ 20 ส่วนงบประมาณดำเนินการที่รับสนับสนุนจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้อบรมตามโครงการปัจจัยพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว จำนวน 185 คน นอกจากนี้ ยังได้รับงบประมาณจากสำนักงานแรงงานจังหวัดเพชรบูรณ์ ตามโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ จัดฝึกอบรมอาชีพแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติจำนวน 88 คน

ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการพัฒนากำลังแรงงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถแรงงานรองรับประชาคมอาเซียน ในปีงบประมาณ 2558 โดยบูรณาการแผนงานของภาคราชการและภาคเอกชนเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันทางการค้าและบริการจากภายในและภายนอกประเทศได้

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE และติดตามผลการดำเนินงานฯที่จังหวัดอุตรดิตถ์

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE และติดตามผลการดำเนินงานฯที่จังหวัดอุตรดิตถ์

เมื่อเวลา ๑๘.๔๕ น.ของวันที่ ๒๘ กรกฏาคม ๒๕๕๗ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE และติดตามผลการดำเนินงานโครงการฯ ณ วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ทรงเปิดชมรม TO BE NUMBER ONE และเปิดศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ของวิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ ในวโรกาสนี้ได้พระราชทานคำแนะนำและพระราชทานกำลังใจแก่สมาชิก "ใครติดยายกมือขึ้น” จากโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลลับแล   โรงพยาบาล ตรอน และโรงพยาบาลพิชัย ซึ่งปัจจุบันมีความมุ่งมั่นที่จะเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมผู้ปกครองและครอบครัวที่มาเข้าเฝ้าด้วย

ในโอกาสนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเยี่ยมสมาชิกโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่มีการจัดกิจกรรมเด่น เช่น กิจกรรมสร้างสรรค์เปิดโอกาสการแสดงความสามารถหลากหลายของสมาชิก ได้แก่ กิจกรรมทำดีไม่มีอาย จิตอาสา กิจกรรมระเบียบความดี กิจกรรมสร้างความตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดให้กับสมาชิกเครือข่ายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ พร้อมนี้ทรงเป็นประธานในการแสดงคอนเสิร์ต TO BE NUMBER ONE โดยมี นายวีระชัย ภู่เพียงใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์(๑) พร้อมด้วยนายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด(๒) ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต รองอธิบดี กรมสุขภาพจิต นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประชาชน นักเรียน นักศึกษา สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE จำนวนมากร่วมรับรับเสด็จฯ

สำหรับการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าของกิจการและเจ้าของสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน ภายใต้วิสัยทัศน์ WE ARE…TO BE NUMBER ONE SMILE SMART AND HAPPINESS TOGETHER” ส่งผลให้ใน ปี ๒๕๕๗ นี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นจังหวัด TO BE NUMBER ONE ต้นแบบระดับเงิน คือ มีการดำเนินงานที่ได้ผลและมีการขยายเครือข่ายการดำเนินงานที่ดี นอกจากนี้ยังมีชมรม TO BE NUMBER ONE ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานด้วย ได้แก่ โรงเรียนอุตรดิตถ์ เป็นชมรม TO BE NUMBER ONE ต้นแบบในสถานศึกษาระดับทอง,โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี เป็นชมรม TO BE NUMBER ONE ต้นแบบในสถานศึกษาระดับเงิน,ชุมชนตำบลน้ำอ่าง เป็นชมรม TO BE NUMBER ONE ต้นแบบในชุมชนระดับเงิน,บริษัท ศรีพงษ์กรุ๊ปมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นชมรม TO BE NUMBER ONE ต้นแบบในสถานประกอบการระดับเงิน และนางภาวินี ทานะ ครูโรงเรียนอุตรดิตถ์ ยังได้รับรางวัลบุคลากร TO BE NUMBER ONE ดีเด่นด้วย



ข่าว/สุรีย์ แสงทอง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์

เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดกิจกรรมลดต้นทุนการผลิตข้าวโครงการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวเพื่อคืนความสุขให้ชาวนา ที่บ้านเต่าไห อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดกิจกรรมลดต้นทุนการผลิตข้าวโครงการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวเพื่อคืนความสุขให้ชาวนา ที่บ้านเต่าไห อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

วันนี้ (๒๙ กรกฏาคม ๒๕๕๗) ที่บ้านเต่าไห หมู่ที่ ๓ ตำบลท่าสัก อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ นายชัช กิตตินภดล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลผลิตการเกษตรและการตลาดแบบบูรณาการ กิจกรรมลดต้นทุนการผลิตข้าว โครงการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวเพื่อคืนความสุขให้ชาวนา และพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติและ เงินชดเชยเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์จัดขึ้น โดยมี พลตรีธัญญพรหม อัศวจินดา ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ เป็นตัวแทนคณะ คสช. ร่วมกิจกรรมคืนความสุขให้ชาวนาด้วยการจัดแสดงนิทรรศการ ทำความเข้าใจในนโยบายให้กับชาวนาและภาคบันเทิง โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ องค์กร สถาบัน กลุ่มเกษตรกรและพี่น้องเกษตรกรทำนาของจังหวัดอุตรดิตถ์จัดกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการเกษตรเกี่ยวกับการลดต้นทุนการผลิตข้าวและปัจจัยการผลิตด้านอื่น ๆ การสาธิตการทำนาในลักษณะแปลงสาธิตการผลิตข้าวแบบลดต้นทุนเพื่อคนความสุขให้ชาวนา การถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลดต้นทุนการผลิตข้าวตามนโยบายการช่วยเหลือชาวนาของ คสช .เป็นแนวทางหนึ่งที่เกษตรกรจะพึ่งพาตนเองได้ โดยการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสม

ททท. นำนักท่องเที่ยวหญิง เยือนลำพูน‏ ทริป Lady Journey 2014 "Travel and Beyond..

อบจ.ลำพูน นำโดย นางนิชาดา สุริยะเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ต้อนรับแขกแก้วมาเยือน ทริปท่องเที่ยว Lady Journey 2014 "Travel and Beyond.. ท่องเที่ยว เปิดประสบการณ์" ณ สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย อบจ.ลำพูน ตำบลต้นธง อำเภอเมืองลำพูน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา

โดยนายจารุเชฏฐ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ร่วมกับ บัตรเครดิตยูโอบี เลดี้ จัดโครงการ Lady Journey เพื่อมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษให้กับสาวๆ ได้ท่องเที่ยวเรียนรู้ สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ 5 เส้นทาง ที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก แต่เป็นเมืองวัฒนธรรมที่หลบซ่อนอยู่และที่น่าจะไปสัมผัสสักครั้งหนึ่ง เป็นการให้นักท่องเที่ยวหลบแสงสีของเมืองใหญ่ มาเที่ยวเมืองเล็กที่หลายคนมักขับรถผ่านหรือเที่ยวเมืองที่เคยผ่าน แต่ไม่เคยหาเวลาไปเที่ยวอย่างจริงจัง จะได้ท่องเที่ยวเรียนรู้ สัมผัสเสน่ห์ชุมชนเล็กๆ และค่อยๆ ซึบซับสิ่งดีๆในเมืองเล็กๆ และค้นพบว่า เมืองเหล่านี้ มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายทางธรรมชาติและวัฒนธรรมประเพณีที่ช่วยเพิ่มพลังความคิดให้กับผู้หญิง ส่งผลให้มีความสุขและมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น โดยระหว่างวันที่ 25-27 กรกฎาคม 2557 เป็นเส้นทางที่ 3 จังหวัดลำพูน - ลำปาง เมืองวัฒนธรรม สืบสานมนต์เสน่ห์แห่งล้านนา โดยมี น้อง แพง-ภิชาภัช มหาทิตยากุล ดารานักแสดง ช่อง 3 ร่วมทริปเพื่อเปิดมิติใหม่ของการท่องเที่ยว ตามโปรแกรมท่องเที่ยวในจังหวัดลำพูน ไหว้พระวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร สักการะอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ชมการทอผ้าไหมยกดอกลำพูน กินข้าวแลงล้อมขันโตก ชมการแสดง ที่สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย แล้วไปหลงรักผ้าฝ้ายที่บ้านดอนหลวง ชุมชนผลิตผ้าฝ้ายทอมือที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ลองลิ้มของกิ๋นเมืองหละปูน ลิ้มรสไส้อั่วรสเลิศ เที่ยวอุโมงค์ขุนตาลซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย


ข่าวโดย : นศ. ฝึกประสบการณ์ นางสาวเกศกนก แสงจันทร์
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

หอการค้าจังหวัดลำพูน เตรียมจัดงาน วันแม่ แห่งชาติ ประจำปี 2557 และ คืนความสุขให้ประชาชน 3 – 12 สิงหาคม 2557

หอการค้า จังหวัดลำพูน ร่วมกับ องค์กรเอกชน แถลงข่าวการจัดงาน วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2557 เพื่อ คืนความสุขให้คนไทย โดยจัดระหว่างวันที่ 3 – 12 สิงหาคม 2557 ที่ สนามกีฬากลาง จังหวัดลำพูน

วานนี้ ( 28 กรกฎาคม 2557 ) ที่ โรงแรมลำพูนวิลล์ นายปรีชา สมบูรณ์ชัย รักษาการประธานหอการค้า จ.ลำพูน , นายณภศ ธรรมจารี เลขาธิการหอการค้า จ.ลำพูน , นายสมพล เจียรนัย รองประธานหอการค้า จ.ลำพูน , ร่วมกัน แถลง ข่าว การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2557 และ คืนความสุขให้คนไทย โดย มีวัตถุประสงค์ เพื่อ เฉลิมฉลองพิธีพระราชสมภพ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหา มหาราชินี และ เชิดชู เกียรติแม่ดีเด่น , ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของชุมชน และ เผยแพร่ อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ จัดหารายได้สมทบทุนกิจการสาธารณกุศลของหอการค้าจังหวัดลำพูน

ภายในงานมี กิจกรรม 2 ส่วน คือ ส่วนนิทรรศการ เทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และ การจำหน่ายสินค้า โดย ส่วนราชการ มาออกร้านค้า ผลิตภัณฑ์โอทอป , สินค้าทางการเกษตร อาทิ ลำไยสด พันธุ์ เพชรลำพูน จากสวน ที่มีคุณภาพ , ผักอินทรีย์ ปลอดสารพิษ และ ส่วนภาคเอกชน จะจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค ราคาพิเศษ อาทิ ข้าวสาร , ไข่ไก่ เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงาน จะมีกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนโดยการ ฉายภาพยนตร์ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 1 – 4 โดยจะฉายในวันที่ 8 – 11 สิงหาคม 2557 และ มีการแสดง สร้างความบันเทิงทุกคืน ส่วน ในวันที่ 12 สิงหาคม 2557 จะมีพิธี จุดเทียนชัย ถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ การประกวด แม่ลูกคู่สวย ( ลูกสาว อายุ 12 – 20 ปี แม่ ไม่จำกัดอายุ ) จึงขอเชิญชวน ประชาชน ชาวจังหวัดลำพูน และ จังหวัดใกล้เคียงร่วมงาน วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 3 – 12 สิงหาคม 2557 ที่ สนามกีฬากลาง จังหวัดลำพูน โดยทั่วกัน สอบถาม รายละเอียดได้ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 084 - 3344 - 469


ข่าวโดย : นศ. ฝึกประสบการณ์ นางสาวเกศกนก แสงจันทร์
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

จังหวัดลำพูน เชิญร่วมตักบาตร และ ร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา ในวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2557

นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า จังหวัดลำพูน ได้กำหนดจัดงาน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา ในวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 07.09 น. เป็นต้นไป ที่ ลานหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร และ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เชิงสะพานท่าขาม จังหวัดลำพูน

ภาคเช้า ตั้งแต่เวลา 07.09 เป็นต้นไป จะจัดให้มีการทำบุญตักบาตร พระภิกษุสามเณร 83 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ บริเวณลานหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เวลา 08.39 เป็นต้นไป พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล พิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติฯ หลังจากนั้นจะจัดพิธีมอบโล่แม่ดีเด่นจังหวัดลำพูน ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และ พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมกระเกียรติฯ ของสำนักงานประมงจังหวัดลำพูน ที่ อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเชิงสะพานท่าขาม ภาคบ่าย ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ จะให้บริการแก่ประชาชนในด้านต่างๆ ที่ บริเวณถนนริมแม่น้ำกวงหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เพื่อคืนความสุขแก่ประชาชน และ ในเวลา 16.30 น. เป็นต้นไป จะจัดให้มีขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ จากทิศต่างๆ มุ่งสู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จังหวัดลำพูน พิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

จึงขอเชิญชวน ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ร่วมงาน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา โดยทั่วกัน


ข่าวโดย : นศ. ฝึกประสบการณ์ นางสาวเกศกนก แสงจันทร์
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

หอการค้า จังหวัดลำพูน ขอเชิญ นักท่องเที่ยว และ ผู้สนใจร่วมการแข่งขัน แรลลี่ท่องเที่ยวเมืองเก่าลำพูน 9 - 10 สิงหาคม 2557

หอการค้า จังหวัดลำพูน ขอเชิญ นักท่องเที่ยวและผู้สนใจ ร่วมการแข่งขัน แรลลี่รถยนต์ หอการค้า แรลลี่ท่องเที่ยวเมืองเก่า ลำพูน ระหว่าง วันที่ 9 – 10 สิงหาคม 2557 ที่ ศูนย์บริการนักเที่ยว จ.ลำพูน

หอการค้าจังหวัดลำพูน และ องค์กรเอกชน ขอเชิญ นักท่องเที่ยวและผู้สนใจ ร่วมการแข่งขัน แรลลี่รถยนต์ หอการค้า แรลลี่ท่องเที่ยวเมืองเก่า ลำพูน โดย แข่งขัน ไปตามเส้นทาง เมืองเก่า ในจังหวัดลำพูน ผ่าน โบราณสถาน สำคัญทางวัฒนธรรม อาทิ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร , สวนลำไย ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด โดยเริ่มการบรรยายก่อนแข่งขัน ตั้งแต่ วันที่ 9 สิงหาคม 2557 เวลา 18.00 น. ที่ โรงแรม เวียงสิริรีลำพูนสอร์ท และ เริ่มการแข่งขัน วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม 2557 เวลา 07.00 น. ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เชิงสะพานท่าขาม

ผู้สนใจสามารถ ส่งทีมเข้าแข่งขัน ได้ ทีมละ 2 คน ผู้ขับ และ ผู้นำทาง แต่ละทีมมีรถยนต์ ทีมละ 1 คัน , ค่าสมัคร 1,000 บาท ซึ่งผู้ที่ชนะการแข่งขัน จะได้ รับ เงิน รางวัล 3,000 บาท นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุก ทีม จะได้รับ ของที่ระลึก และ ร่วมงานเลี้ยงขอบคุณ จาก หอการค้า ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวและผู้สนใจ สามารถ ติดต่อสอบถาม ได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 081-1884 -0795 และ 081- 1746-2536


ข่าวโดย : นศ. ฝึกประสบการณ์ นางสาวเกศกนก แสงจันทร์
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย จัด กิจกรรมสัญจร "โครงการสร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์น้ำ (Water Gang) และโรงเรียนต้นแบบการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ"เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สำนักงานนโยบาย และ บริหารจัดการน้ำ และ อุทกภัย แห่งชาติ ( สบอช. ) กำหนด จัด กิจกรรมสัญจรเพื่อ ประชาสัมพันธ์ โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์น้ำ (Water Gang) และโรงเรียนต้นแบบการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องใน โอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษาในวันที่ 31 กรกฎาคม นี้ ที่ โรงแรมเวียงลคอร จ.ลำปาง

สำนักงาน นโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดย น.ส. สุปราณี รุ่งหิรัญวิโรจน์ รองเลขาธิการ สบอช. เปิดเผยว่า สำนักงาน ได้กำหนดจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางสังคม “ โครงการสร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์น้ำ ( Water Gang ) และโรงเรียนต้นแบบการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ” โดย มีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ส่งเสริมให้มีการสร้างเครือข่ายผู้นำเยาวชนในท้องถิ่นในการบริหารจัดน้ำในชุมชน โดยจะจัดขึ้น ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ , ลำปาง , สุโขทัย และ นครสวรรค์ โดย จะคัดเลือก สถานศึกษาและนักเรียน จังหวัดละ 10 โรงเรียน มาเข้าร่วมโครงการ ซึ่ง ในวันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม นี้ จะมี งาน กิจกรรมสัญจร เพื่อ ประชาสัมพันธ์ โครงการดังกล่าว ตั้งแต่ เวลา 13.00 – 16.00 น. ที่ ห้องประชุมจันผา โรงแรมเวียงลคอร จ.ลำปาง

ภายในงาน จะ จัดให้มีการแถลงข่าวโครงการและจัดกิจกรรมสัญจรเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการดังกล่าว โดยมี นักแสดง ชื่อดัง เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุ ซึ่งเป็น Water Gang Ambassador เข้าร่วมกิจกรรม ในครั้งนี้ด้วย



ข่าวโดย : อุไรวรรณ ปิงแก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

จ.ลำพูน จัดงานวันรณรงค์การลดต้นทุนการผลิตข้าวเพื่อคืนความสุขให้ชาวนา

จ.ลำพูน จัดงานวันรณรงค์การลดต้นทุนการผลิตข้าวเพื่อคืนความสุขให้ชาวนา ขับเคลื่อนมาตรการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

นายจำลอง เณรแย้ม ปลัดจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงานวันรณรงค์การลดต้นทุนการผลิตข้าวเพื่อคืนความสุขให้ชาวนาระดับจังหวัด ปี 2557 ของจังหวัดลำพูน ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน โดย ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการช่วยเหลือชาวนาจากการรับจำนำข้าวเป็นการช่วยเหลือชาวนาโดยการลดราคาปัจจัยการผลิตและสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องการลดต้นทุนการผลิตข้าว เพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพทำนา โดยได้กำหนดมาตรการต่างๆ คือ มาตรการด้านการลดราคาปุ๋ยเคมีและสารเคมี มาตรการด้านการลดราคาค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว มาตรการด้านการลดค่าจ้างรถเก็บเกี่ยวข้าว ตลอดจนมาตรการลดราคาค่าเช่านาของผู้ให้เช่า จังหวัดลำพูนจึงจัดงานวันรณรงค์การลดต้นทุนการผลิตข้าวเพื่อคืนความสุขให้ชาวนาระดับจังหวัด เพื่อรณรงค์ขับเคลื่อนมาตรการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้ชาวนาและประชาชนผู้สนใจทั่วไปได้รับทราบและเข้าถึงมาตรการต่างๆ

หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด การมอบพันธุ์ปลาแก่เกษตรกร และการมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน อุทกภัย ปี 2556 จังหวัดลำพูน จำนวน 475 ราย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 1,949.75 ไร่ วงเงินให้ความช่วยเหลือ กว่า 2.2 ล้านบาท โดยโอนผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดลำพูน จากนั้น ปลัดจังหวัดลำพูน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนเดินทางกลับ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการอภิปรายคณะเพื่อรณรงค์เรื่องการลดต้นทุนการผลิตข้าว ตามนโยบาย คสช. ในประเด็น การขึ้นทะเบียนข้าว การลดค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว การลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและค่าจ้างรถเก็บเกี่ยวข้าว การลดค่าเช่านา และนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้มาร่วมงานอีกด้วย



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525519
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

เกษตรลำพูน จัดประชุมชี้แจงหลักเกณฑ์รายละเอียดการดำเนินงานโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาลำไย ปี 2557

เกษตร จ.ลำพูน จัดประชุมวิสาหกิจชุมชน สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์รายละเอียดการดำเนินงานโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาลำไย ปี 2557

ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ เกษตรจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมวิสาหกิจชุมชน สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์รายละเอียดการดำเนินงานโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาลำไย ปี 2557 เพื่อสร้างความเข้าใจและวิธีการดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบและเงื่อนไขที่กำหนด โดยมี นายถนอม สุริยะ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต และนางสาวกังสดาล ชัยยศ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ร่วมชี้แจงและสร้างความเข้าใจการดำเนินงานโครงการ


ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525519
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

ศูนย์พัฒนาสังคมและความั่นคงของมนษย์ หน่วยที่ 51 จังหวัดลำปาง ร่วมกับ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดงานโครงการมหกรรมรวมพลัง พม.สร้างสุข สู่คนไทย ด้วยใจเดียวกัน

จังหวัดลำปางสร้างวัตถุมงคล สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เฉลิมฉลองจังหวัดลำปางก้าวสู่ 1335 ปี รุ่น "มหาบารมี โชคดี มีสุข" นิมนต์เกจิอาจารย์ระดับต้นของเมืองไทยร่วมพุทธาภิเษก เตรียมเปิดจองเริ่ม 1 สิงหาคม ถึง 15 ตุลาคม 2557

วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดสร้างวัตถุมงคล ที่ห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ปรารถนาให้จังหวัดลำปางเป็นนครแห่งความสุข จึงมีดำริให้สร้างวัตถุมงคลสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำปาง เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ความรัก ความสามัคคี ความเอื้ออาทร และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยนำอัตลักษณ์ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำปาง ได้แก่ พระแก้วมรกรตวัดพระแก้วดอนเต้า พระธาตุลำปางหลวง หลวงพ่อดำ หรือ พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ และเจ้าแม่สุชาดารามมาเป็นแบบในการจัดสร้าง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้นำผู้เกี่ยวข้องทำพิธีขอขมาบอกกล่าวและขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และได้ให้พระเถระผู้ใหญ่ลงอักขระแผ่นทอง แผ่นเงิน และแผ่นทองแดงแล้ว

นายธานินทร์ กล่าวว่า จังหวัดลำปางกำหนดจัดประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกขึ้น ในวันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม 2557 เวลา 13.19 น.ที่พระอุโบสถวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม อ.เมือง จังหวัดลำปาง โดยนิมนต์พระเถระร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษก จำนวน 12 รูป ประกอบด้วย 1.พระมงคลเมธี (หลวงปู่แขก ปภาโส) วัดสุนทรประดิษฐ์ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก 2.หลวงปู่อั้น อภิปาโล วัดโรงโค ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี 3.พระครูนิวิฐมณีวงค์(หลวงพ่อสะอาด อาวฺธฑสีโล)วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ 4.หลวงพ่อทุเรียน วรธมฺโม วัดท่าดินแดง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย 5.พระวิทยาคม (หลวงพ่อสายทอง กิตฺติปาโล) วัดท่าไม้แดง อ.เมือง จ.ตาก 6.ครูบาบุญยัง ปุญญํกโร วัดห้วยน้ำอุ่น อ.ลี้ จ.ลำพูน 7.หลวงพ่อสิริ สิริวัฒโน วัดตาล อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 8.พระครูสุวะ(หลวงพ่อไพริน) วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.พิษณุโลก 9.พระครูสถิตธรรมณุรักษ์(อาจารย์บัวลอย)วัดน้อย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี 10.พระครูโศลพิพัฒนคุณ(หลวงพ่อเสนาะ กตสาโร) วัดปงท่าข้าม อ.สูงเม่น จ.แพร่ 11.ครูบาบุญชุ่ม ญาณสฺวโร อ.งาว จ.ลำปาง 12.พระอาจารย์สมคิด(นะดี)วัดเนินสาธารณ์ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า จังหวัดลำปางจะเปิดรับจองเพื่อให้ประชาชนผู้มีจิตศัทธาได้เช่าบูชาวัตถุมงคลเพื่อความเป็นสิริมงคล ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2557 ไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2557 เท่านั้น เมื่อสร้างเสร็จจะทำพิธีทุบบล็อคทันที่ ทุกเหรียญจะตอกบาร์โค้ดจดเป็นลิขสิทธิ์ของจังหวัดลำปาง ผู้สนใจสามารถสั่งจองได้ ณ.ที่ว่าการอำเภอ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง โทร.054-265041 054-265069-70 ในวันและเวลาราชการ รายได้จากการเช่าวัตถุมงคลจะนำไปจัดตั้งกองทุนพัฒนาจังหวัดลำปาง เพื่อขับเคลื่อนให้ลำปางเป็นนครแห่งความสุขต่อไป


ข่าวโดย : พัชรียา เขียวถา นักศึกษาฝึกประสบการณ์ มร.ลป.
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

ลำปางสร้างวัตถุมงคลสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองก้าวสู่ 1335 ปี

จังหวัดลำปางสร้างวัตถุมงคล สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เฉลิมฉลองจังหวัดลำปางก้าวสู่ 1335 ปี รุ่น "มหาบารมี โชคดี มีสุข" นิมนต์เกจิอาจารย์ระดับต้นของเมืองไทยร่วมพุทธาภิเษก เตรียมเปิดจองเริ่ม 1 สิงหาคม ถึง 15 ตุลาคม 2557

วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดสร้างวัตถุมงคล ที่ห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ปรารถนาให้จังหวัดลำปางเป็นนครแห่งความสุข จึงมีดำริให้สร้างวัตถุมงคลสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำปาง เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ความรัก ความสามัคคี ความเอื้ออาทร และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยนำอัตลักษณ์ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำปาง ได้แก่ พระแก้วมรกรตวัดพระแก้วดอนเต้า พระธาตุลำปางหลวง หลวงพ่อดำ หรือ พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ และเจ้าแม่สุชาดารามมาเป็นแบบในการจัดสร้าง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้นำผู้เกี่ยวข้องทำพิธีขอขมาบอกกล่าวและขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และได้ให้พระเถระผู้ใหญ่ลงอักขระแผ่นทอง แผ่นเงิน และแผ่นทองแดงแล้ว

นายธานินทร์ กล่าวว่า จังหวัดลำปางกำหนดจัดประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษกขึ้น ในวันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม 2557 เวลา 13.19 น.ที่พระอุโบสถวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม อ.เมือง จังหวัดลำปาง โดยนิมนต์พระเถระร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษก จำนวน 12 รูป ประกอบด้วย 1.พระมงคลเมธี (หลวงปู่แขก ปภาโส) วัดสุนทรประดิษฐ์ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก 2.หลวงปู่อั้น อภิปาโล วัดโรงโค ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี 3.พระครูนิวิฐมณีวงค์(หลวงพ่อสะอาด อาวฺธฑสีโล)วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ 4.หลวงพ่อทุเรียน วรธมฺโม วัดท่าดินแดง อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย 5.พระวิทยาคม (หลวงพ่อสายทอง กิตฺติปาโล) วัดท่าไม้แดง อ.เมือง จ.ตาก 6.ครูบาบุญยัง ปุญญํกโร วัดห้วยน้ำอุ่น อ.ลี้ จ.ลำพูน 7.หลวงพ่อสิริ สิริวัฒโน วัดตาล อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 8.พระครูสุวะ(หลวงพ่อไพริน) วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.พิษณุโลก 9.พระครูสถิตธรรมณุรักษ์(อาจารย์บัวลอย)วัดน้อย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี 10.พระครูโศลพิพัฒนคุณ(หลวงพ่อเสนาะ กตสาโร) วัดปงท่าข้าม อ.สูงเม่น จ.แพร่ 11.ครูบาบุญชุ่ม ญาณสฺวโร อ.งาว จ.ลำปาง 12.พระอาจารย์สมคิด(นะดี)วัดเนินสาธารณ์ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า จังหวัดลำปางจะเปิดรับจองเพื่อให้ประชาชนผู้มีจิตศัทธาได้เช่าบูชาวัตถุมงคลเพื่อความเป็นสิริมงคล ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2557 ไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2557 เท่านั้น เมื่อสร้างเสร็จจะทำพิธีทุบบล็อคทันที่ ทุกเหรียญจะตอกบาร์โค้ดจดเป็นลิขสิทธิ์ของจังหวัดลำปาง ผู้สนใจสามารถสั่งจองได้ ณ.ที่ว่าการอำเภอ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง โทร.054-265041 054-265069-70 ในวันและเวลาราชการ รายได้จากการเช่าวัตถุมงคลจะนำไปจัดตั้งกองทุนพัฒนาจังหวัดลำปาง เพื่อขับเคลื่อนให้ลำปางเป็นนครแห่งความสุขต่อไป


ข่าวโดย : พัชรียา เขียวถา นักศึกษาฝึกประสบการณ์ มร.ลป.
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

เทศบาลเมืองเขลางค์นคร กำชับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดูแลรักษาความสะอาดอุปกรณ์และห้องเรียน ป้องกันโรคมือเท้าปากและฝากผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

เทศบาลเมืองเขลางค์นคร กำชับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดูแลรักษาความสะอาดอุปกรณ์และห้องเรียน ป้องกันโรคมือเท้าปากและฝากผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

จากการเปิดเผยของ นายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเทศมนตรีเมืองเขลางค์นคร ถึงการเฝ้าระวังโรคมือเท้าปากในเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในปี 2556 ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยรวมทั้งปี 24 ราย และในปี 2557 นี้ ทางเทศบาลเมืองเขลางค์นครได้รับแจ้งจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองห้า ตำบลพระบาท ว่ามีเด็กป่วยเป็นโรค มือ เท้า ปาก จำนวน 2 ราย จึงมีการปิดศูนย์ทันทีในวันที่ 21 – 23 กรกฎาคม 2557 และดำเนินการทำความสะอาดอาคารและอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดได้ อีกทั้งยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังโรคอย่างใกล้ชิด

จากสถิติมักจะพบผู้ป่วยในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือน มิถุนายน – ตุลาคม 2557 ในระยะนี้ จึงฝากเตือนผู้ปกครองเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ให้เฝ้าระวังบุตรหลาน ซึ่งสามารถสังเกตอาการได้ดังนี้ คือ หลังจากรับเชื้อ 3 - 6 วัน จะมีอาการเริ่มด้วยไข้ต่ำ ๆ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ต่อมา 1-2 วัน มีอาการเจ็บปาก เบื่ออาหาร เนื่องจากมีจุดหรือผื่นแดงอักเสบที่ลิ้น เหงือกและกระพุ้งแก้ม ต่อมาจะเกิดผื่นแดง (มักไม่คัน) ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้าและอาจพบที่ก้นด้วย ผื่นนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสรอบๆ จะแดง และแตกออกเป็นแผลหลุมตื้น ๆ

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ปกครองและครูผู้ดูแลเด็ก รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลและเน้นให้ล้างมือเป็นประจำ ล้างมือก่อนเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหารและภายหลังการขับถ่าย นอกจากนี้ ต้องคอยดูแลควบคุมและช่วยเหลือให้เด็กเล็กๆ ล้างมือและระมัดระวังความสะอาดส่วนตัว ของเด็กเล่น ควรนำมาล้างทำความสะอาด และผึ่งแดดให้แห้ง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากพบผู้ป่วยในเขตเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ขอได้โปรดแจ้งที่ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองเขลางค์นคร โทรศัพท์ 054-224168



ข่าวโดย : ปัณธวัฒน์ ทวีพรจิรภาคย์
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

ชาวนาเกษตรกรแม่ฮ่องสอนร่วมงานตามนโยบาย คสช.

ชาวนาเกษตรกรแม่ฮ่องสอนร่วมงานตามนโยบาย คสช. จัดให้ 29 ก.ค.57 เวลา 09.00 น. ใน งาน"วันรณรงค์การลดต้นทุนการผลิตข้าว เพื่อคืนความสุขให้ชาวนา" ณ ศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน

สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าภาพหลัก ร่วมกับหน่วยงานบูรณาการ กิจกรรมสำคัญคือ เวทีเสวนาการลดต้นทุนการผลิตข้าว และ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว โดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สภาเกษตรกร และ ภาคเหษตรกร ชมนิทรรศการ ลดต้นทุนการผลิตข้าว เทคโนโลยีการผลิตฯ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงดนตรี คืนความสุขให้ชาวนา/ สร้างความสุขให้ประชาชน โดย กรมทหารพรานที่ 36 ผู้เข้าร่วมงาน จะได้รับความรู้ และ สอบถามปัญหา ด้านการเกษตร ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ นโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสุรพล พนัสอำพล จะได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ และ เงินช่วยเหลือเกษตรกรโครงการแก้ไขยางพาราทั้งระบบ ปี 57 เกษตรกร ผู้เข้าร่วมงาน สามารถเข้าถึงการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี 2557/58 มาตรการช่วยเหลือชาวนาของ คสช. การจำหน่ายปุ๋ย ราคาถูก สินเชื่อ(ธ.ก.ส.) การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การทำบัญชีสหกรณ์ การเลี้ยงสัตว์น้ำ การบริหารจัดการน้ำ ปฎิรูปที่ดิน สินค้าราคาถูก(ธงฟ้า) นิทรรศการ องค์ความรู้ต่างๆในงาน จะเป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งกับเกษตรกร ในการแก้ไขปัญหา และ พัฒนากระบวนการผลิตในภาพรวม ส่งผลให้คุณภาพชีวิต ขวัญกำลังใจของชาวนา เกษตรกรดีขึ้น


ข่าวโดย : ทีมข่าว สปชส.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ งานวิจัย และ นวัตกรรม

เมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2557 นายแพทย์ทศพร บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีเปิดเวทีนำเสนอผลงานทางวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม ของสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีนางภัทรา นวลคำ เภสัชกรเชี่ยวชาญ ด้านสาธารณสุข กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ว่า ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขให้มีการปฏิรูปและและปรับบทบาทหน้าที่ของสาธารณสุขให้ครอบคลุม 4 ระบบ ด้านบริการสุขภาพ ด้านส่งเสริมสุขภาพ ด้านควบคุมป้องกันโรค และด้านคุมครอมผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขได้ร่วมกับเครือข่ายบริการสุขภาพทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อนำเสนอผลงานวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อเผยแพร่ผลงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากร เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายและบุคลากรด้านสาธารณสุขกว่า 200 คน เข้าร่วมงาน

นายแพทย์ทศพร บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุข กล่าวว่า หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ได้สนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากร มีการสร้างผลงานทางวิชาการ งานวิจัย หรือนวัตกรรม โดยนำเอาหลักการทางวิชาการมาใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะเป็นการเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ความสามารถ ให้แก่บุคลากร ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การวิเคราะห์ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพ แต่ทั้งนี้ การที่จะคิดค้น สร้างผลงาน นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ ขึ้นมาจะต้องยึดเป้าหมาย เพื่อ“ประโยชน์ของประชาชน” เป็นที่ตั้ง จึงจะทำให้ผลงาน ที่เราสร้างขึ้นมา มีคุณค่าอย่างแท้จริง และจะทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจในผลงาน และเกิดการพัฒนาตัวเองพัฒนาคุณภาพงาน ได้ต่อเนื่องและยั่งยืน

ข่าวโดย : สมาน ต้นใส / สวศ.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : สวศ. แม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอน จัดงานรณรงค์ลดต้นทุนการผลิตคืนความสุขให้ชาวนา พร้อมจำหน่ายสินค้าอุปโภคราคาถูก

เมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2557 นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในการจัดงานรณรงค์ลดต้นทุนการผลิตคืนความสุขให้ชาวนาโดย สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กิจกรรมสำคัญคือ เวทีเสวนาการลดต้นทุนการผลิตข้าว และ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว โดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สภาเกษตรกร และ ภาคเกษตรกร มีนิทรรศการ ลดต้นทุนการผลิตข้าว เทคโนโลยีการผลิตฯ ผู้เข้าร่วมงาน จะได้รับความรู้ และ สอบถามปัญหา ด้านการเกษตร ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ นโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสุรพล พนัสอำพล ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ และ เงินช่วยเหลือเกษตรกรโครงการแก้ไขยางพาราทั้งระบบ ปี 2557 เกษตรกร ผู้เข้าร่วมงาน สามารถเข้าถึงการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี 2557/58 มาตรการช่วยเหลือชาวนาของ คสช. การจำหน่ายปุ๋ย ราคาถูก สินเชื่อ(ธ.ก.ส.) การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การทำบัญชีสหกรณ์ทม การเลี้ยงสัตว์น้ำ การบริหารจัดการน้ำ ปฎิรูปที่ดิน สินค้าราคาถูก(ธงฟ้า) นิทรรศการ องค์ความรู้ต่างๆในงาน เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเกษตรกร ในการแก้ไขปัญหา และ พัฒนากระบวนการผลิตในภาพรวม ส่งผลให้คุณภาพชีวิต ขวัญกำลังใจของชาวนา เกษตรกร ดีขึ้น


ข่าวโดย : สมาน ต้นใส / สวศ.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : สวศ. แม่ฮ่องสอน

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการบวชป่าต้นน้ำ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ คืนความสุขประชาชนและธรรมชาติ

อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการบวชป่าต้นน้ำ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ คืนความสุขประชาชนและธรรมชาติ

เช้าวันนี้(29 กรกฎาคม 2557) นายชิษณุพงษ์ บูรณา นายอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย พระครูอนุสิฐธีรคุณ เจ้าคณะตำบลแม่ลาหลวง และบาทหลวง วัดนักบุญเปโตรป่าหมาก นำราษฎรบ้านหัวลา และนักเรียน จำนวน 150 คน จัดพิธีบวชป่าต้นน้ำ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ที่บ้านหัวลา หมู่ 7 ตำบลสันติคีรี อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2557 อีกทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ ตลอดจนเป็นต้นแบบในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชนต่างๆและหมู่บ้านใกล้เคียงต่อไป

ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดกิจกรรมคืนความสุขให้ชาวนา

ชาวนา 7 อำเภอ ร่วมงานคืนความสุขให้ชาวนา โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานกระทรวงเกษตร ฯ ร่วมงาน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประธานเปิดงานวันณรงค์การลดต้นทุนการผลิตข้าวเพื่อคืนความสุขให้กับชาวนา สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดขึ้นที่บริเวณศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอนตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช ) เพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพชาวนา ทั้งนี้ในช่วงเช้าจัดให้มีการเสวนาให้ความรู้ในรายละเอียดเกี่ยวกับการปลูกข้าว โดยใช้ต้นทุนที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าวลงจากเดิม และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ให้ได้ตามบริบทที่ว่า “ แหล่งข้าวชั้นดี วิถีคนดอย ร้อยชื่อพันธุ์ข้าว ยาวนานพันธ์ปี ข้าวพันธ์ดีพันธ์พื้นเมือง ที่นี่แม่ฮ่องสอน “ พร้อมกันนี้มีหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาออกหน่วยเคลื่อนที่ให้ความรู้ด้านการเพิ่มคุณภาพข้าว และผลผลิตการเกษตรให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และเกษตรกรทั่วไปในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มาร่วมงานกว่า 500 คน นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยศัตรูพืชระบาดปี 2556 ใน 4 อำเภอ รวม 898 ราย ได้แก่ อ.ปาย 233 ราย ปางมะผ้า 151 ราย แม่ลาน้อย 250 ราย และ อ. แม่สะเรียง 264 ราย เป็นสดผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นวงเงิน 2,439,573 บาท และมอบเงินเงินช่วยเหลือเกษตรกรโครงการแก้ไขยางพาราทั้งระบบอีกจำนวน 764,820 บาท นายวุฒิฉัตร เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า “ ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีนโยบายช่วยเหลือชาวนาจากการรับจำนำข้าว มาเป็นการช่วยเหลือโดยการลดปัจจัยการผลิต และสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องการลดต้นทุนการผลิตข้าวเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพทำนา

โดยกำหนดมาตรการดำเนินการ 2 มาตรการ ได้แก่ มาตรการหลัก ด้านการลดราคาปุ๋ยเคมีและสารเคมี ลดราคาค่าเมล็ดพันธ์ข้าว ลดค่าจ้างรถเก็บเกี่ยวข้าว และการลดค่าเช่านาของผู้ให้เช่า และมาตรการสนับสนุนในเรื่องของสินเชื่อหรือแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพทำนา ทางกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดโครงการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปี 2557/58 นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงนิทรรศการลดต้นทุนการผลิตข้าว เทคโนโลยีการผลิต คลินิกสอบถามปัญหาด้านการเกษตร การจำหน่ายปุ๋ยราคาถูก การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การทำบัญชีสหกรณ์ การบริหารจัดการน้ำ ปฏิรูปที่ดิน รวมถึงการจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาถูก และการแสดงดนตรีคืนความสุขให้ชาวนาสร้างความสุขให้ประชาชนโดยวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดังเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนมั่นใจว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเกษตรกร ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนากระบวนการผลิตในภาพรวมจนส่งผลให้คุณภาพชีวิต ขวัญกำลังในของชาวนา และเกษตรกรในจังหวัดแม่ฮ่องสอนดีขึ้น


ข่าวโดย : ดำเนิน ท้วมจอก ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับหลายหน่วยงาน จัดงานวันรณรงค์ลดต้นทุนการผลิต เพื่อคืนความสุขให้ชาวนา

สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับหลายหน่วยงาน จัดงานวันรณรงค์ลดต้นทุนการผลิต เพื่อคืนความสุขให้ชาวนา

บ่ายวันนี้ (29 กรกฎาคม 2557) นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดงาน รณรงค์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว คืนความสุขให้ชาวนา ที่ศาลาประชาคม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเผยแพร่เทคโนโลยีการผลิตข้าวที่ถูกต้อง ให้ชาวนาและผู้ที่สนใจเพื่อลดต้นทุนการผลิต เป็นการช่วยเหลือชาวนาตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

จากนั้นผู้ว่าราชการ จ.แม่ฮ่องสอนมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อุทกภัย ปี 2557 แบ่งเป็นเกษตรกรอำเภอปาย 233 ราย เกษตรกรอำเภอปางมะผ้า 151 ราย เกษตรกรอำเภอแม่ลาน้อย 250 ราย เกษตรกรอำเภอแม่สะเรียง 103 ราย และภัยศัตรูพืชระบาดในพื้นที่ปลูกข้าว อำเภอแม่สะเรียง 161 ราย รวม 898 ราย เป็นเงินกว่าสองล้านบาท และมอบพันธุ์ปลาแก่เกษตร

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การบริการจดทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปี 2557/58 นิทรรศการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว การจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด รวมทั้งมีการแสดงดนตรีสร้างความสุขให้กับประชาชน จากกรมทหารพรานที่ 36


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

หลายพื้นที่ใน จ.แม่ฮ่องสอนพบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียเพิ่มขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการควบคุมป้องกันโรค

หลายพื้นที่ใน จ.แม่ฮ่องสอนพบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียเพิ่มขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการควบคุมป้องกันโรค

เช้าวันนี้ (29 กรกฎาคม 2557) แพทย์หญิงวลัยรัตน์ ไชยฟู รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เครือข่ายคณะทำงานด้านมาลาเรีย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อสรุปสถานการณ์มาลาเรียในจังหวัด และนำเสนอการดำเนินงานเชิงรุก ด้านมาลาเรีย ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้โครงการยับยั่งการแพร่เชื้อมาลาเรียที่ดื้อยาผสมอนุพันธ์อาร์ติมิซินิน

สถานการณ์มาลาเรีย ตั้งวันที่ 1 ตุลาคม 2556 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2557 จังหวัดแม่ฮ่องสอนพบผู้ป่วย จำนวน 535 ราย มากที่สุดพบที่อำเภอแม่สะเรียงจำนวน 161 ราย รองลงมาที่อำเภอสบเมย 150 ราย อำเภอเมือง 117 ราย ตามลำดับ พื้นที่ที่พบไข้มาลาเรียเพิ่มขึ้นได้แก่อ.ปาย จากเดิม7 ราย เพิ่มเป็น 26 ราย คิดเป็นร้อยละ 271 อ.ขุนยวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 และ อ.ปางมะผ้า เพิ่มขึ้นรอยละ 38 สาเหตุเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนปริมาณยุงก้นปล่องเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้นเครือข่ายคณะทำงานด้านมาลาเรียในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมมาตรการที่จะดำเนินการในการป้องกัน ได้แก่ การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคอย่างใกล้ชิด และค้นหาผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงให้ครอบคลุม ฉีดพ่นหมอกควันในพื้นที่พบผู้ป่วย และเพิ่มมุ้งให้ครอบคลุมประชากร 2 คนต่อ 1 หลัง


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลังเก่า

จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลังเก่า

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าจ.แม่ฮ่องสอน เตรียมเปิดศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน วันพรุ่งนี้ (30 กรกฎาคม 2557) ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลังเก่า โดยมีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ของประชาชนในทุกเรื่อง ให้บริการข้อมูลข่าวสารต่างๆของทางราชการ ให้คำปรึกษาแก่ประชาชน รับฟังปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชน ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการร่วมตามมาตรา 32 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

พสกนิกรชาวจังหวัดแพร่ร่วมใจจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

พสกนิกรชาวจังหวัดแพร่ร่วมใจจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 62 พรรษา

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ค่ำวานนี้ (28 ก.ค.57) ที่ศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวป่าแมต จังหวัดแพร่ ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทางนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานนำคณะข้าราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่าประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนชัยถวายพระพร และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครบ 62 พรรษา เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างล้นพ้น



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์            

จังหวัดแพร่ จัดเวทีติดตาม สอดส่องการนำแผนพัฒนาการเมืองสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์

จังหวัดแพร่จัดเวทีติดตาม สอดส่องการนำแผนพัฒนาการเมืองสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อผลักดันให้เกิดการนำแผนพัฒนาการเมืองไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่าจากพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ. 2551 มาตรา 6 (1) กำหนดให้สภาพัฒนาการเมืองมีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งติดตามสอดส่องและประสานงานกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรต่างประเทศหรือระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อให้นำแผนพัฒนาการเมืองไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเคร่งครัด

ทางสภาพัฒนาการเมืองจังหวัดแพร่ จึงได้จัดทำเวทีติดตาม สอดส่องการนำแผนพัฒนาการเมืองสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ขึ้น ที่โรงแรมนครแพร่ทาวเวอร์ อำเภอเมืองแพร่โดยมีนายชัยสิทธิ์ รัตนชัยสิทธิ์ ปลัดจังหวัดแพร่ เป็นประธานเปิดงาน เพื่อให้มีการนำแผนพัฒนาการเมืองไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและเพื่อผลักดันให้หน่วยงานต่างๆ มีแผนปฏิบัติการภายใต้แผนพัฒนาการเมือง และแผนปฏิบัติการประจำปีของสภาพัฒนาการเมือง โดยจะมีการนำเสนอแผน และแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นในการขับเคลื่อนแนวทางการปรองดองสู่การพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์           

จังหวัดแพร่ แจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักไปจนถึงสิ้นเดือนนี้

จังหวัดแพร่แจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนหนักในระยะ 26- 31 กรกฎาคมนี้ อาจส่งผลให้เกิดอุทกภัย ดินโคลนถล่ม

นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กล่าวว่า จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ในช่วงวันที่ 26-31 กรกฎาคม 2557 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ทำให้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกเพิ่มขึ้น และบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีฝนตกหนักบางแห่ง

เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากฝนตกหนัก อาจสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน และผลผลิตทางการเกษตร  จังหวัดแพร่จึงขอแจ้งเตือนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการรับสถานการณ์ และให้ทุกอำเภอดำเนินการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยให้ราษฎรได้รับทราบถึงสภาวะอากาศ ที่จะมาถึง เพื่อให้สามารถเตรียมรับสถานการณ์ และหาวิธีการป้องกันและแก้ไข หลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ให้ระมัดระวังภัยจากธรรมชาติ ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งบ้านเรือน โรงเรือนและพืชผลทางการเกษตร ขอให้ระมัดระวังการใช้เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือกลางที่โล่งแจ้งในขณะเกิดฟ้าคะนอง และขอให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติ ในระยะ นี้ ควรจัดเจ้าหน้าที่อยู่ปฏิบัติงานเฝ้าระวังเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ รวมถึงใช้ประโยชน์จาก มิสเตอร์เตือนภัยที่ประจำอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยงภัย ในการแจ้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และรายงานสถานการณ์ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นให้ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจทราบทุกระยะจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด ทางโทรศัพท์หมายเลข 0-5553-3680 โทรสาร 0-5552-2513



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์            

ประกันสังคมพะเยา แนะผู้ประกันตนที่เป็นโสดควรทำหนังสือระบุชื่อผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ กรณีเสียชีวิต เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับสิทธิ

นางสาวอรสา จุ้ยสาย ประกันสังคมจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ผู้ประกันตนที่เป็นโสดควรทำหนังสือระบุชื่อผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนไว้ล่วงหน้า พร้อมเลขประจำตัวประชาชนของผู้ที่รับสิทธิประโยชน์และพยานให้ชัดเจนจึงจะถือว่าเอกสารฉบับดังกล่าวถูกต้องสมบูรณ์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแสดงตัวว่าเป็นผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนอย่างแท้จริง และให้ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนเป็นผู้เก็บไว้เอง เพื่อจะนำไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคม เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต สำหรับผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนที่ยังไม่ได้ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตของผู้ประกันตนที่เสียชีวิตไปแล้ว ให้มายื่นขอรับสิทธิได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดใดก็ได้ที่สะดวก เพื่อป้องกันปัญหาการแอบอ้างรับประโยชน์ทดแทน หากไม่มีผู้รับประโยชน์ทดแทน เงินส่วนนั้นจะตกเป็นของกองทุนประกันสังคมตามที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้สำนักงานประกันสังคมได้มีการจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตให้กับบุคคลที่ผู้ประกันตนระบุให้เป็นผู้รับสิทธิประโยชน์โดยการทำหนังสือระบุไว้ หากผู้ประกันตนไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ว่าให้ใครเป็นผู้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ทางสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย สำหรับผู้ประกันตนที่แต่งงานแล้ว มีคู่สมรส บุตร หรือบิดามารดา ที่ยังมีชีวิตอยู่หากไม่ประสงค์จะมอบให้ผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิเฉพาะราย จะไม่ทำหนังสือระบุชื่อผู้มีสิทธิรับสิทธิประโยชน์ก็ได้ เพราะทางสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ทายาทหรือผู้มีสิทธิคนละเท่าๆ กัน แต่สำหรับผู้ประกันตนที่ไม่ได้แต่งงาน หรือบิดามารดาเสียชีวิต และไม่มีทายาท หากประสงค์จะมอบให้แก่บุคคลอื่นเป็นผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าว ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนได้ หากผู้ประกันตนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพะเยา โทร. 054-484001 ต่อ 101 - 105 หรือที่สายด่วน 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.sso.go.th



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.พะเยา
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทหารบกน่าน แถลงผลการดำเนินงานในห้วง 1 เดือนที่ผ่านมา

กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทหารบกน่าน (กกล.รส.จทบ.น.น.) แถลงผลการปฏิบัติงานของ กกล.รส.จทบ.น.น. ในห้วง 1 เดือนที่ผ่านมา เพื่อรับทราบและนำไปขยายในการทำงานร่วมกัน 3 ฝ่าย ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ในการแก้ปัญหาของประชาชนของจังหวัดน่าน

พลตรี วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อนจังหวัดทหารบกน่าน เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานของ กกล.รส.จทบ.น.น. ในห้วง 1 เดือนที่ผ่านมา กล่าวว่า ตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 43/2557 และตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (เฉพาะ) ที่ 24/2557 กกล.รส.จทบ.น.น. ได้ร่วมกับฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ออกไปดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เพื่อความสงบ และความสุขของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่าน ดังต่อไปนี้
          1. การจัดระเบียบสังคม ได้แก่ ร้านเกมส์ ร้านนวดแผนโบราณแอบแฝงการขายบริการทางเพศ เงินกู้นอกระบบ สลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายเกินราคา บ่อนการพนัน
          2. การจัดระเบียบการให้บริการขนส่งสาธารณะรับจ้าง ได้แก่ การจัดระเบียบรถจักรยานยนต์ รดตู้ รถสองแคว รถ TAXI รถบรรทุกขนส่งสินค้า/พืชผลทางการเกษตร
         3. การปราบปรามการค้ายาเสพติดและอาวุธสงคราม ได้แก่ การปราบปรามยาเสพติดในเขตเทศบาลเมืองน่าน และในพื้นที่จังหวัดน่าน การจับกุมผู้กระทำผิดด้านอาวุธสงครามและอาวุธที่ผิดกฎหมาย การเชิญตัวบุคคลเป้าหมายมาพบเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ข้อมูลด้านยาเสพติด
          4. การจับกุมผู้บุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และที่สาธารณะ ได้แก่ กรณีไร่พุทธรักษา 88 อยู่บ้านทุ่งช้าง ตำบลและ อำเภอทุ่งช้าง และไร่จันทร์สม 88 อยู่บ้านนาวงศ์ ตำบลเจดีย์ชัย อำเภอปัว กรณีการออกโฉนดทับพื้นที่ป่าและการตัดไม้หวงห้ามป่าบ้านห้วยยาง ตำบลทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง กรณีการบุกรุกไร่พิมานมาศ อยู่บ้านรัชดา 2 ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง กรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าในเขาตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน และตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง
         5. การรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนที่ผ่านมา จำนวน 85 เรื่อง โดยแยกเป็นกลุ่มประเด็นปัญหา ได้แก่ การบุกรุกพื้นที่ผ่า และพื้นที่สาธารณะ 7 เรื่อง การทุจริตและประพฤติมิชอง 24 เรื่อง สาธารณูปโภค 35 เรื่อง เศรษฐกิจ 18 เรื่อง และด้านมลภาวะและสิ่งแวดล้อม 1 เรื่อง
        6. การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง/อุทกภัย ช่วยเหลือผู้ยากไร้ และออกชุดปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของหน่วยทหาร / ส่วนราชการ ในพื้นที่
        7. โครงการแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง กองทัพภาคที่ 3 ระยะการดำเนินการกำหนดไว้ 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน 1 สิงหาคม – กันยายน 2557 ระยะสานต่อโครงการ ตุลาคม 2557 – กันยายน 2557 และ ระยะสานต่อโครงการ ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป การจัดโครงการดังกล่าวเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกสาธารณะโดยเน้นแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการ บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ซึ่งในระยะเร่งด่วนทุกภาคส่วนได้ดำเนินการโดยใช้หลักการ โครงการ บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ซึ่งดำเนินการไปแล้ว

ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อนจังหวัดทหารบกน่าน กล่าวว่า จากการออกไปให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ ดังกล่าว ของทุกภาคส่วน ได้ชี้แนะผู้ที่กระทำผิดให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ถูกต้องตามกฎระเบียบ และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสงบสุข ความสามัคคี เพื่อคืนความสุขให้ประชาชนต่อไป



พวงพยอม  คำมุง / ข่าว

มทบ.33 เชิญบริษัทผู้รับซื้อผลผลิตลำไยรายใหญ่ในจังหวัดลำพูนหารือแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตลำไยตกต่ำ

มทบ.33 เชิญบริษัทผู้รับซื้อผลผลิตลำไยรายใหญ่ 5 รายในจังหวัดลำพูนเข้าร่วมหารือแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตลำไยตกต่ำ พร้อมสนับสนุนให้มีการประกาศมาตรการกำหนดราคารับซื้อจากกระทรวงพาณิชย์ต่อไป

ที่ห้องประชุมมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานประชุมร่วมกับบริษัทผู้รับซื้อลำไยรายใหญ่ 5 รายในจังหวัดลำพูน ได้แก่ บริษัท ๑๖๘ ตำบลป่าซาง, บริษัท ไทฟง อำเภอเมือง, บริษัท CT อำเภอป่าซางและบริษัท RK อำเภอป่าซางและอำเภอลี้ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการขอความร่วมมือรับซื้อผลผลิตลำไยจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม เนื่องจากในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า ราคาเฉลี่ยเมื่อระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ลําไยสดร่วง AA จากกิโลกรัมละ ๒๐ – ๒๔ บาท เหลือแค่กิโลกรัมละ ๑๙.๑๒ บาท ลําไยสดร่วงเกรด A จากกิโลกรัมละ ๑๒ – ๑๕ บาท เหลือกิโลกรัมละ ๑๐.๑๒ บาท และยังมีแนวโน้มลดลงอีก ซึ่งทางบริษัทรับซื้อผลผลิตได้แจ้งข้อมูลว่า เป็นเพราะในช่วงเวลานี้มีผลผลิตลำไยภายในประเทศจีนออกสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ราคาขายลำไยอบแห้งลดลงจากช่วงต้นเดิอนกรกฎาคมที่ เกรรด AA กิโลกรัมละ ๘๐ – ๙๐ บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ ๗๙ บาท ประกอบกับปัจจุบันผลผลิตลำไยรูดร่วงยังล้นเตาอยู่มาก ทำให้ราคาที่รับซื้อจากเกษตรกรเหลือเพียงกิโลกรัมละ ๑๙.๑๒ บาท จากราคาเฉลี่ยน ๒๐ – ๒๔ บาทเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมแนะนำว่าเกษตกรควรชะลอการเก็บผลผลิตลำไยเพื่อให้ผลผลิตโตเต็มที่เพื่อพัฒนาเกรดเป็น AA สามารถขายผลผลิตได้ในมูลค่าที่สูงขึ้น ส่วนผู้แทนเกษตรกรได้แจ้งข้อมูลว่า เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๒ บาท และราคารับซื้อผลผลิตที่เกษตรกรสามารถรับได้ไม่ขาดทุนนั้น เกรด AA กิโลกรัมละ ๒๐ บาท เกรด A กิโลกรัมละ ๑๖ บาท เกรด B กิโลกรัมละ ๘ บาท หากขายราคาตลาดในปัจจุบัน เกษตรกรจะขาดทุนไม่สามารถรับได้ ซึ่งที่ประชุมรับทราบข้อมูล จากนั้นที่ประชุมได้สรุปแนวทางแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นคือ ผู้แทนจากหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าอาจมีการประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายในการกำหนดราคารับซื้อผลผลิต ซึ่งทางบริษัทรับซื้อสนับสนุนให้มีการประกาศใช้เป็นกฎหมาย เพื่อให้ทางประเทศจีนรับทราบมาตรการของประเทศไทย พร้อมการกระจายผลผลิตลำไยสดไปยังห้างโมเดิร์นเทรดที่มีสาขาทั่วประเทศ และการกระจายผลผลิตลำไยผ่านศูนย์กระจายสินค้าของกระทรวงมหาดไทยไปยังจังหวัดปลายทาง ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ในเรื่องคุณประโยชน์จากการบริโภคลำไยสดและลำไยแปรรูปให้ประชาชนทั้งในประทเศและต่างประเทศได้รับทราบ เพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาดของผลผลิตลำไยอีกทางหนึ่ง



ข่าวโดย : วสันต์ มีจินดา
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่