วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

สัมมนาเชิงปฏิบัติการแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์ดำรงธรรม

10 ก.ย.57 สัมมนาเชิงปฏิบัติการแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์ดำรงธรรม วันพุธที่ 10 ก.ย.57 เวลา 11.30 น. ผวจ.นว. ประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์และการให้บริการประชาชน ณ ห้องดุสิตารมเยศ ...2 โรงแรมพิมาน อ.เมืองนครสวรรค์ มีปลัดจังหวัดฯ และวิทยากรจากส่วนกลาง ร่วมบรรยายให้ความรู้ด้านกฎหมาย การประนีประนอมไกล่เกลี่ย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ สื่อมวลชน ร่วมอบรม กว่า150 คน หากประชาชนได้รับความเดือดร้อน มีความทุกข์ มีปัญหา น้ำไฟ ยาเสพติด บ่อนการพนัน เดือดร้อนรำคาญ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกกลั่นแกล้งรังแก แจ้งข้อมูลได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดทุกจังหวัด อำเภอ ในอนาคตพัฒนาไปสู่ระดับตำลบ หมู่บ้าน สายด่วน 1567

จังหวัดเพชรบูรณ์ เร่งควบคุมการจำหน่ายเหล้าปั่น ตามนโยบาย คสช.และนายกรัฐมนตรี

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าว ในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ” เกี่ยวกับมาตรการควบคุมสิ่งเสพติดที่มอมเมาเยาวชน ซึ่งได้รับการร้องเรียนเป็นจำนวนมากและทำให้เกิดปัญหาสังคมที่ยังไม่มีกฎ ระเบียบ กฎหมาย ในการควบคุม เช่น บารากู และเหล้าปั่นที่จำหน่าย โดยรถเข็นตามตรอก ซอกซอย โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล นั้น จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ขอให้ส่วนราชการหน่วยงานต่าง ๆ ในส่วนอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทราบและดำเนินการ ควบคุมการจำหน่ายเหล้าปั่นบริเวณรอบสถานศึกษา โรงเรียน และหอพักต่างๆ รวมทั้งเข้มงวดกวดขันสถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ ไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมาย เป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน โดยให้ดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว หากฝ่าฝืนถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย

จ.เพชรบูรณ์ จัดอบรมโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557

จ.เพชรบูรณ์จัดอบรมโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557

วันนี้ (10 ก.ย.57) ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 นายวรพจน์ แววสิงห์งาม หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557 โดยมีนายสมบูรณ์ ศรีไพศาลเจริญ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมอบรมจำนวนกว่า 160 คน

จังหวัดเพชรบูรณ์ได้จัดโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557 ขึ้นเพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐของจังหวัดมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานในการใช้ Social Network อาทิ Link , Facebook , Instagram , twitter โดยมีวิทยากรจาก บริษัท TOT จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถ่ายทอดเนื้อหา ทั้งภาคทฤษฎีและเชิงปฏิบัติให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมการอบรม ซึ่งเป็น Application ที่นิยมใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน และมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานและพัฒนาไปสู่ฐานข้อมูลระดับจังหวัด โดยผู้ใช้สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับงานขององค์กรได้เป็นอย่างดี เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการปฏิบัติงาน

โดยกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานสารสนเทศจากหน่วยงานส่วนภูมิภาคและส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ จำนวนกว่า 160 คน ทั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมการอบรมจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปฝึกฝน ต่อยอดและพัฒนาการทำงานในแบบระบบของการใช้ Social Network ร่วมกันต่อไป

เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์เตรียมมาตรการควบคุมโรครากเน่าหรือหัวเน่าของมันสำปะหลัง

นายพรชัย วนิชนพรัตน์ เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำมาตรการควบคุมโรครากเน่าและหัวเน่าของมันสำปะหลังเกิดการระบาดของโรครากเน่าหรือหัวเน่าของมันสำปะหลัง สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์จึงขอประชาสัมพันธ์มาตรการในการควบคุมโรครากเน่าหรือหัวเน่าของมันสำปะหลัง เพื่อแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่เสี่ยง ดำเนินการป้องกันตามมาตรการควบคุมโรค ดังนี้ ก่อนเกิดโรคระบาด 1. ในพื้นที่เคยเกิดการระบาดให้ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรการระบาดของโรค เช่น ข้าวโพด อ้อย 2. ปรับปรุงบำรุงดินและตัดวงจรการระบาดของโรค โดยปลูกปุ๋ยพืชสด ได้แก่ถั่วพร้า อัตรา 10 กก./ไร่ เมื่ออายุ 50 วัน (ระยะออกดอก)ให้ไถกลบทิ้งไว้ 15 วัน หรือถัวพุ่มในอัตรา 8 กก./ไร่ เมื่ออายุ 40 วัน(ระยะออกดอก) ให้ไถกลบทิ้งไว้ 15 วัน จึงเตรียมแปลงปลูก 3. ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า(เชื้อสด) อัตรา 10 กก.ผสม ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1,000 กก./ไร่ ช่วงเตรียมแปลงปลูก 4. ใช้พันธุ์ต้านทานต่อโรค คือพันธุ์ระยอง 72 5. ใช้ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง จากแหล่งที่ไม่เป็นโรค 6. แช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารเคมีกำจัดเชื้อรา fosetyl aluminium อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร นาน 10 นาที ระหว่างเกิดการระบาด 1. พื้นที่ที่มีการระบาด หรือพบอาคารของโรคในมันสำปะหลังที่มีอายุประมาณ 3 เดือน แสดงอาการใบเหลือโดยเฉพาะในแหล่งมที่เคยเกิดโรค ให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมี fosetyl aluminium อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ทุก 1 เดือน ติดต่อกัน 4 ครั้ง 2. พื้นที่ใกล้เคียงให้สำรวจอาการของโรคถ้าพบให้ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า (เชื้อสด) อัตร 10 กก.ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1,000 กก./ไร่ โรยโคนต้น 3. พื้นที่ที่มีการระบาดมากให้เก็บเกี่ยวและไถตากดิน หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า(เชื้อสด) อัตรา 10 กก.ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1,000 กก./ไร่ คลุกดิน

ประกวดโต๊ะหมู่บูชา "พระพุทธมหาธรรมราชา"งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557

ประกวดโต๊ะหมู่บูชา "พระพุทธมหาธรรมราชา"งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ สภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ขอเชิญส่งโต๊ะหมู่เข้าประกวด ในงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2557 ในวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2557 ณ วัดไตรภูมิ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ โดยมีหลักเกณฑ์การประกวดดังนี้ 1.เป็นโต๊ะหมู่7 2.พระพุทธรูปใช้ พระพุทธมหาธรรมราชาจำลองเท่านั้น 3.ใช้พานพุ่ม และแจกันดอกไม้สดเท่านั้น ผู้ที่ชนะเลิศจะได้รับรางวัล 5000 บาท พร้อมเกียรติบัตร สำหรับท่านที่สนใจสามารถขอรับใบสมัครและสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ชั้น 4 ศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 19 กันยายน 2557 ก่อนเวลา 12.00 น. หรือโทรศัพท์ 0 5672 9780 ผู้ประสานงาน 08 4226 8467

พบเด็กหญิงวัย 14 ปี พิการตั้งแต่กำเนิด ไม่มีรูทวาร เพื่อขับ-ถ่าย ของเสีย ต้องทนใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

พบเด็กหญิงวัย 14 ปี พิการตั้งแต่กำเนิด ไม่มีรูทวาร เพื่อขับ-ถ่าย ของเสีย ต้องทนใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากนายสุวิทย์ ศรีสุข บรรณาธิการข่าวรายการมุมชีวิต ว่าพบ เด็กหญิงฟ้า(นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ชาว ต.ยางโกลน อ.นครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีอาการผิดปกติทางร่างกาย ไม่มีรูทวารมาตั้งแต่กำเนิด ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก มาถึง 14 ปี จึงได้ทำการประสานขอความช่วยเหลือจาก หน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชน จ.พิษณุโลก และพาครอบครัวของน้องฟ้า เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอความช่วยเหลือจาก นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นางกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก จากการสอบถามนางคำปิ่น เย็นขัน อายุ 45 ปี มารดาของน้องฟ้า อยู่บ้านเลขที่ 25 ม.8 ต.ยางโกลน อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้เล่าให้ฟังว่า ตนและสามี คือนายน้อย ขันตาดี อายุ 47 ปี ประกอบอาชีพทำไร่-ทำนา มีบุตรสาวเพียงคนเดียว ซึ่งมีอาการผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด คือไม่มีรูทวาร ในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ในตอนนั้นทีมแพทย์ได้ลงความเห็นว่า น้องฟ้า ยังเล็กมากไม่สามารถเจาะรูทวารได้ จึงจำเป็นต้องเจาะลำไส้ เพื่อขับของเสียออกจากร่างกายทางช่องคลอดแทน ด้านน้องฟ้า ได้เล่าให้ฟังว่า ตนรู้สึกน้อยใจที่เกิดมามีร่างกายไม่เหมือนคนอื่น เวลาขับถ่าย ก็ยากลำบาก เพราะต้องใช้ช่องทางเดียวกับการปัสสาวะ และมักจะมีอาการถ่ายไม่ออก บางครั้งถึงกับต้องอาเจียน เพื่อขับถ่ายของเสียออกทางปากแทน และต้องทนกับอาการปวดท้องอย่างทรมาน เพราะขับถ่ายไม่ออกนานนับเดือน

นอกจากนี้เวลาไปเรียนหนังสือ หรือต้องทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ก็เกรงว่าเพื่อนจะรังเกียจที่ตน ไม่เหมือนคนอื่น เลยไม่กล้าไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ เลย น้องฟ้า กล่าวต่อด้วยน้ำตานองหน้า ว่าอยากจะหายเป็นปกติ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะครอบครัวฐานะยากจน เวลาเดินทางมาพบหมอตามนัดที่ตัวจังหวัด ต้องเหมารถเดินทางมาครั้งละ 1000-1500 บาท จึงอยากวอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยหาแนวทางหรือวิธีการรักษาให้ตน หายเป็นปกติ เหมือนคนอื่นทั่วไป จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ เบื้องต้น พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ ได้มอบเงินช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง พร้อมกันนี้ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ได้ทำการประสาน ไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลยางโกลน อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อขอสนับสนุนรถ ทีใช้ในการเดินทาง เวลาที่ต้องพาน้องฟ้าเข้าพบหมอตามนัด และจะทำการประสานไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก เพื่อหาแนวทางหรือวิธีรักษาต่อไป ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวให้กำลังใจกับน้องฟ้า ว่าขอให้อดทน อย่ารู้สึกน้อยใจในชีวิต หรือท้อแท้ในโชคชะตา ที่เกิดมามีร่างกายผิดปกติ จากนี้ไปจะช่วยหาวิธีหรือแนวทางในการช่วยเหลือ และจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาให้ด้วย สำหรับผู้ที่มีจิตใจศรัทธา ต้องการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของน้องฟ้า สามารถติดต่อได้ที่ นายน้อย (บิดา) หมายเลขโทรศัพท์ 091-2929643

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกจัดประชุมเตรียมความพร้อมรับมือโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกจัดประชุมเตรียมความพร้อมรับมือโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมไพลิน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายแพทย์บุญเติม ตันสุรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานในการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือการระบาดของเชื้อ อีโบลา ตามที่องค์การอนามัยโลก ได้รายงานสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศแถบแอฟริกา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 3,069 ราย เสียชีวิตแล้ว 1,552 รายใน 4 ประเทศได้แก่ กีนี ไลบีเรีย เซียร์ราโอน และไนจีเรีย ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ชี้ว่า การระบาดครั้งนี้เป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สำหรับประเทศไทยขณะนี้ยังไม่พบผู้เดินทางมาจากต่างประเทศที่ติดเชื้อ ไวรัสอีโบลา แต่อย่างใด นายแพทย์บุญเติม ตันสุรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกกล่าวว่า สำหรับโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลันรุนแรง เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา ติดต่อจากสัตว์ สู่คนโดยการสัมผัสสัตว์ ในขณะชำแหละ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตาย หรือรับประทานเลือด นม หรือเนื้อสัตว์ทั้งดิบและสุก และสามารถติดต่อจากคนสู่คน โดยการสัมผัสกับเลือดที่ติดเชื้อ สารคัดหลั่ง เช่น เลือด น้ำเหลือง น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยอีโบลาที่มีอาการเท่านั้น หรือการสัมผัสเข็มและหลอดฉีดยาที่ปนเปื้อนเชื้อ ไม่ติดทางการหายใจ กินอาหาร น้ำดื่มน้ำใช้ โรคนี้มีระยะฟักตัว 2-21 วัน ไม่มีวัคซีนป้องกัน ไม่มียารักษาโดยเฉพาะอัตราเสียชีวิต ร้อยละ 60-90 การป้องกันที่สำคัญคือ ป้องกันการสัมผัสโดยตรงกับเลือด หรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย และการสัมผัสโดยตรงกับเลือด หรือเครื่องในของสัตว์ที่ติดเชื้อ อย่างไรก็ตามการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสอีโบลายังมาไม่ถึงประเทศไทย และปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มแข็ง โดยได้ดำเนินมาตรการป้องกันด้วยการ ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการติดเชื้อกับผู้ป่วยทุกราย ตลอดเวลา อย่างต่อเนื่อง

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำลองกองจากยะลา กว่า สองพันกิโลกรัมมาจำหน่าย ตามโครงการช่วยเหลือกระจายลองกอง ออกนอกแหล่งผลิต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำลองกองจากยะลา กว่า สองพันกิโลกรัมมาจำหน่าย ตามโครงการช่วยเหลือกระจายลองกอง ออกนอกแหล่งผลิต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้ (8 กันยายน 2557)สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำลองกองจากจังหวัดยะลา จำนวน 2,500 กิโลกรัมมาจำหน่ายที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามโครงการช่วยเหลือกระจายลองกอง ออกนอกแหล่งผลิต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด ธกส.ยะลา จำกัด ส่งลองกองมาให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำหน่ายเกรดเอ กิโลกรัมละ 45 บาท เกรด บี 40 บาท และเกรดซี 30 บาท

นางสาวศศิรินทร์ ดอกไม้เทศ สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่านายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีนโยบายให้ช่วยเหลือสินค้าเกษตรใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำลองกองมาจำหน่าย และในงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขสู่ประชาชน ระหว่างวันที่ 16-20 กันยายน 2557 ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะนำลองกองมาจำหน่ายอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนั้นจังหวัดตราดจะนำสินค้าอาหารทะเล และทุเรียน มาจำหน่าย และรับซื้อกระเทียม ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดประชุมโครงการพัฒนาชุมชนถนนสายวัฒนธรรม ครั้งที่ 1

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดประชุมโครงการพัฒนาชุมชนถนนสายวัฒนธรรม ครั้งที่ 1

เช้าวันนี้ ( 8 กันยายน 57 ) นางศันสนีย์ พุกกานนท์ วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานประชุมโครงการพัฒนาชุมชนถนนสายวัฒนธรรม ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการเสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและ แม่ฮ่องสอน ที่ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม จำนวน 60 คน เพื่อสร้างเสน่ห์การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนแม่ฮ่องสอน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจน ชี้แจงรายละเอียดโครงการและ สร้างความเข้าใจในการจัดกิจกรรมของชุมชนตามเส้นทางสายวัฒนธรรม รับฟังขอเสนอและความต้องการจากเครือข่ายวัฒนธรรมและผู้ประกอบการ

ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมเสนอรูปแบบกิจกรรม และกำหนดพื้นที่จัดกิจกรรม ที่บ้านปางหมู ตลาดผาบ่อง บ้านป่าปุ๊ บ้านท่าโป่งแดง และ หนองจองคำ การจัดกิจกรรมแต่ละครั้งให้มีผู้รู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมด้วย ให้พ่อค้าแม่ขาย แต่งชุดประจำเผ่า พูดภาษาท้องถิ่น บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมกิจกรรมให้มีความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองแม่ฮ่องสอนตลอดทั้งปี ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะรวบรวมเพื่อกำหนดรูปแบบกิจกรรมต่อไป

โครงการพัฒนาชุมชนถนนสายวัฒนธรรม เป็น 1 ใน 8 โครงการเสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์อันโดดเด่นของวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน สาธิต เผยแพร่ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยใช้ชื่อเรื่อง สู่เส้นทางสายวัฒนธรรมเมืองสามหมอก โดยจัดในรูปแบบ กาดมั่วคัวแลง กำหนดจัดกิจกรรม6 ครั้ง ตลอดโครงการ


ข่าวโดย : เวียงสอน ดอนแก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

คณะทำงานโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแนวชายแดน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการดำเนินโครงการและส่งมอบโครงการ

คณะทำงานโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแนวชายแดน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการดำเนินโครงการและส่งมอบโครงการ

เช้าวันนี้ (8 ก.ย. 57) นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแนวชายแดนหรือPEL จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อรายงานความก้าวหน้าและความสำเร็จของโครงการ PEL ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2557 รวมไปถึงแลกเปลี่ยนความรู้ บทเรียน ปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคของโครงการที่ผ่านมา และนำข้อมูลไปวางแผนพัฒนาโครงการด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแนวชายแดนต่อไปในอนาคต

โอกาสนี้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบโล่ขอบคุณสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอขุนยวม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลนาปลาจาด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลในสอย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลห้วยเดื่อ และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแม่สุริน ที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมและสนับสนุนการดำเนินโครงการ จากนั้น มอบโล่ขอบคุณสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด IRC ส่งคืนพื้นที่ พนักงานสุขภาพชุมชนชายแดน และโครงการ PEL จังหวัดแม่ฮ่องสอน แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน/


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

การแข่งขัน วิทยุการบินมินิวอลเล่ย์บอล ประจำปี2557 รอบชิงชนะเลิศจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดการแข่งขัน วิทยุการบินมินิวอลเล่ย์บอล ประจำปี2557 รอบชิงชนะเลิศจังหวัดแม่ฮ่องสอน

บ่ายวันนี้ (8 ก.ย. 57 )นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิด การแข่งขัน วิทยุการบินมินิวอลเล่ย์บอล ประจำปี2557 รอบชิงชนะเลิศจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ อาคารศูนย์ออกกำลังกายเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมี นักวอลเล่ย์บอลระดับประถมศึกษาอายุไม่เกิน 12 ปี ทั้งทีมชายและทีมหญิง ร่วมเข้าแข่งขันรวม 7 ทีม เพื่อคัดเลือกตัวแทนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าแข่งขันระดับภูมิภาค ต่อไป

หลังพิธีเปิดการแข่งขัน เป็นการแข่งขันทีมหญิงระหว่าง ทีมโรงเรียนหมอกจำแป่ กับ โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ผลการแข่งขัน โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ชนะ โรงเรียนหมอกจำแป่ 2 ต่อ 0 เซ็ต

ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆ มีดังนี้คู่ก่อนพิธีเปิด ทีมหญิง โรงเรียนผาบ่องชนะ โรงเรียนบ้านป่าลาน 2 ต่อ 1 เซ็ต และจะมีการแข่งขัน อีก 2 คู่ ได้แก่ คู่ทีมหญิง โรงเรียนบ้านช่างหม้อ กับ โรงเรียนนาป่าแปก และ ทีมชาย โรงเรียนบ้านแม่เตี๋ย กับ โรงเรียนหมอกจำแป่

การแข่งขัน วิทยุการบินมินิวอลเล่ย์บอล ประจำปี2557 รอบชิงชนะเลิศจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมีไปถึงวันที่ 12 กันยายนนี้/


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์

จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ จังหวัด ศาล ทหาร ตำรวจ จตุรมิตรเกมส์ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ของหน่วยงานต่างๆ

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ จังหวัด ศาล ทหาร ตำรวจ จตุรมิตรเกมส์ ในวันที่ 10 กันยายน 2557 ที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยจะมีการแข่งขัน ฟุตบอล เปตอง แชร์บอล และกีฬาพื้นบ้าน ได้แก่ ชักกะเย่อ วิ่งกระสอบ วิ่ง 11 ขา ตีกอล์ฟมะเขือยาว วิ่งผลัดซุปเปอร์แมน โดยแบ่งนักกีฬาเป็น 4 ทีม ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน สีขาว ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน สีน้ำเงิน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 สีส้ม และทีมพลเรือนจังหวัดแม่ฮ่องสอน สีชมพู เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ของหน่วยงานต่างๆ


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่จัดงานประเพณีตานสลากก๋วย ประจำปี 2557

วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่จัดงานประเพณีตานสลากก๋วย ประจำปี 2557 เพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ในวันนี้(8ก.ย.57) ได้มีการจัดงานบุญประเพณีตานสลากก๋วยขึ้น ซึ่งเป็นประเพณีที่ชาวภาคเหนือได้รับการสืบทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมมาแต่ครั้งโบราณกาล เป็นประเพณีทางพุทธศาสนาที่มีสาระสำคัญเป็นการสั่งสอนให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ สอนให้สร้างความดีไว้ชาติหน้า สอนให้ลูกหลานมีความกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งนิสงฆ์ที่ได้ทำบุญตานสลากก๋วย เชื่อกันว่าจะได้ไปเกิดในสวรรค์  โดยมีการเรียกขานแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นเช่น "ตานก๋วยสลาก” "กิ๋นข้าวสลาก” หรือ "ตานสลาก” โดยมีนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชนทำบุญตานก๋วยสลากในครั้งนี้ด้วย

การจัดงานตานสลากก๋วยนั้นจัดขึ้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น เป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคีกันของคนในหมู่บ้านและชุมชนใกล้วัดและหมู่บ้านใกล้เคียง เป็นการบริจาคทานที่ถือว่ามีอานิสงส์มาก และบำเพ็ญกุศลแด่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ตลอดจนเป็นการหาเงินและวัสดุมาบูรณะปฏิสังขรณ์วัดอีกด้วย

ก๋วยสลากมีลักษณะเป็นชลอมที่ทำด้วยไม้ไผ่สานกันอย่างสวยงามและมีขนาดพอดีๆ กรุด้วยใบตองเพื่อไม่ให้สิ่งของร่วงล่นออก ภายในจะบรรจุด้วยข้าวสาร พริกแห้ง หอม กระเทียม เกลือ กะปิ น้ำปลา ขนม เมี่ยง บุหรี่ ไม้ขีดไฟ เทียนไข สีย้อมผ้า ผลไม้ รวมทั้งเครื่องใช้ต่างๆ มีธนบัตร ผูกติดไม้ เสียบไว้ในก๋วย




ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์



สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขณะนี้หลายพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

นายสัลเลข คำใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า จากที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัย เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุมาจากร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือ ทำให้จังหวัดพะเยาเกิดน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ รวม 4 อำเภอ 16 ตำบล 121 หมู่บ้าน ได้แก่ ในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา , อำเภอดอกคำใต้ , อำเภอปง , และอำเภอเชียงม่วน โดยที่อำเภอเมืองพะเยามีน้ำท่วมขังระบายไม่ทันเป็นช่วงๆ บริเวณถนนสายพะเยา-เชียงราย (บ้านท่านดอกไม้ หมู่ที่ 11 ต.ต๋อม) วัดศรีโคมคำ ถนนพหลโยธินช่วงด้านหน้าโรงพยาบาลพะเยารามและหน้าแขวงการทางพะเยา บริเวณสถานีขนส่งพะเยา ส่วนที่ ต.แม่ใสได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์ และประมงของราษฎรได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 100 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้นายศักดิ์ ทานัง อายุ 68 ปี และที่ลำน้ำต๋ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้านแม่ต๋ำพรหมมินทร์ ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบประมาณ 100 ครัวเรือน ขณะนี้สถานการณ์น้ำคลี่คลายแล้ว

ที่อำเภอดอกคำใต้ เกิดฝนตกหนักจนเกิดน้ำป่าไหลบ่าลงลำน้ำร่องช้าง ก่อนที่จะล้นตลิ่งเข้าท่วมในหลายพื้นที่ โดยบางพื้นที่ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทำให้บ้านเรือนราษฏร สถานที่ราชการ โรงเรียน พื้นที่การเกษตร ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดระดับลงแล้ว

ขณะที่อำเภอเชียงม่วนเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตร ประมง ปศุสัตว์และสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจ

และที่อำเภอปงได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพัดพาพืชผลการเกษตรกรได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ล่าสุดสถานการณ์น้ำยมในพื้นที่อำเภอปง โดยเฉพาะลำน้ำสายหลัก คือน้ำควรและน้ำงิม ปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะอิทธิพลของพายุเบาบางลงไม่มีฝนมาก โดยทางท้องถิ่นในพื้นที่กำลังเร่งสรุปความเสียหาย ทั้งนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำสามารถเก็บน้ำได้เต็มอ่าง เช่น อ่างแม่กำลัง อย่างไรก็ตาม พื้นที่อำเภอปง ก็มีการเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำระรอกใหม่ที่จะมาอีกในกลางเดือนกันยายน เช่น การทำฝายดักตะกอน ขุดลอกลำห้วย รวมถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้พ้นน้ำ



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

ตำรวจพะเยา จับกุมครอบครัวค้ายาบ้า พร้อมอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

เมื่อเร็วๆนี้ พลตำรวจตรีภาณุ บุรณศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ทราบว่าในเขตพื้นที่เมืองพะเยามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด จึงมอบหมายให้ พันตำรวจเอกพศวีร์ โชติเทียนชัยวัต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา วางแผนร่วมกับ พันตำรวจโทวุฒิพันธ์ อุประดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติภูธรจังหวัดพะเยา , พันตำรวจโทสุวเลิศ วงค์ไชย สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เชียงม่วน พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ออกติดตามและจับกุมตัว น.ส.ภัทริกา ภัทรพลสุขฤดี อายุ 19 ปี ชาว ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมยาบ้า 25 เม็ด บนถนนหน้าวัดศรีโคมคำ ต.เวียง อ.เมืองพะเยา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านพักจังหวัดเชียงราย พบในบ้านมียาบ้าอีกจำนวน 5,826 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในบ้านพัก และมีนายสุภาการ ภัทรพลสุขฤดีและนางวิภา ภัทรพลสุขฤดี ชาว ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งทั้งสองเป็นพ่อแม่ ของ น.ส.ภัทริกา เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวบุคคลทั้งหมดพร้อมของกลางยาบ้า และตรวจยึดอาหยัดทรัพย์สินของครอบครัวดังกล่าว โดยมีบ้านพัก 1 หลัง รถยนต์ปิ๊คอัพ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน เงินสดจำนวน 338,500 บาท สร้อยคอและแหวนทองคำ อาวุธปืน 2 กระบอก รวมทรัพย์สินจำนวน 22 รายการ มูลค่ารวม 2,504,000 บาท

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งสามพร้อมของกลางส่ง ร้อยตรวจเอกศพล หลักดี ร้อยเวร สภ.เมืองพะเยา แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.พะเยา
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

งานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานภาคเหนือตอนบน ปี 2557 กิจกรรมที่มีสารประโยชน์สำหรับนายจ้างลูกจ้าง และประชาชนทั่วไปได้เวียนมาถึงอีกวาระหนึ่งแล้ว

นางอาภาภรณ์ นาควัชระ ประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา ได้รับการเปิดเผยจาก นายฤทธิพงศ์ เตชะพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กำกับดูแลราชการบริหารส่วนกลางสังกัดกระทรวงแรงงาน (ศูนย์ความปลอดภัยแรงงาน เขต 5) ว่า กรมสวัสดิการ และความคุมครองแรงงาน ได้มอบหมายให้ศูนย์ความปลอดภัยแรงงาน เขต 5 ดำเนินการจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานส่วนภูมิภาค จังหวัดลำปาง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อรณรงค์ส่งเสริมและกระตุ้นจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการทำงาน ให้เกิดขึ้นกับบุคลากรด้านแรงงานทุกภาคส่วน รวมถึงเพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและประสบการณ์ด้านความปลอดภัยในการทำงานอันจะนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงสภาพการทำงานให้เกิดความปลอดภัยและส่งผลให้การประสบอันตรายจากการทำงานลดลง และมุ่งเน้นการมีส่วนรวมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ “แรงงานปลอดภัย และสุขภาพอนามัยดี” โดยในปีนี้มีกำหนดจัดงานในวันที่ 29-30 กันยายน 2557 ณ โรงแรมบุษย์น้ำทอง อำเภอเมือลำปาง จังหวัดลำปาง ภายใต้ชื่องานว่า “วัฒนธรรมความปลอดภัย ปรองดองทั่วไทย เทิดไท้สถาบัน”

รองผู้ว่าราชการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้นั้น จะมีพิธีมอบรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัยในการทำงาน ระดับจังหวัด ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดลำปาง เชียงใหม่ ลำพูน น่าน เชียงราย พะเยา และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดการจัดงาน ซึ่งหากนายจ้าง ลูกจ้าง และประชาชนทั่วไป สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานเขต 5 หมายเลขโทรศัพท์ 0 5428 2012



ข่าวโดย : พรไพลิน เพ็งขะ นักศึกษาฝึกงาน
หน่วยงาน : ส.ปชส.พะเยา

องค์กรภาคีเครือข่ายจังหวัดน่าน ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน ตามนโยบายของ คสช.

องค์กรภาคเครือข่ายจังหวัดน่าน ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน ตามวาระจังหวัดน่าน "สร้างเมืองน่าน น่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” และโครงการ "รักษ์ป่าน่าน”

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดน่าน นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) การจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน ตามวาระจังหวัดน่าน "สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” และโครงการ "รักษ์ป่าน่าน” โดยมีนายนพปฏล เมฆเมฆา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 16 ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมืององค์กรภาคีเครือข่ายจากหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น พระราชคุณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดน่าน พระครูพิทักษ์นันทคุณ ที่ปรึกษามูลนิธิฮักเมืองน่าน พระครูสุจิณนันทกิจ ประธานเครือข่ายเฝ้าระวังติดตามการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน นพ.บุญยงค์ วังศ์รักมิตร ที่ปรึกษาศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นร่วมกันจัดทำข้อบัญญัติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูลกัน ตลอดจนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2558 และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ด้านการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้

เจตนารมณ์ของข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอุทยานแห่งชาติ ฯลฯ ของประชาชนเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม จนทำให้พื้นที่ป่าที่มีกว่าร้อยละ 85 ของจังหวัดน่าน กลายเป็นพื้นที่ภูเขาหัวโล้น และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) การจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน จึงถือเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมในการจัดการแก้ไขปัญหาให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ มุ่งเน้นกระบวนการทำงานร่วมกันในลักษณะเป็นภาคเครือข่าย ความร่มมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรภาคีเครือข่าย นำไปสู่การพัฒนาตนเองและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนต่อไป




รดา บุญยะกาญจน์ /ภาพ ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

พุทธศาสนิกชนชาวน่าน ร่วมงานประเพณีทำบุญถวายทานสลากภัต เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ

พุทธศาสนิกชนชาวน่านและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมงานประเพณีถวายทานสลากภัต (ก๋วยสลากภัต) ณ วัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ

พันโท ทศพล ผ่องศรีสุข ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 15 จังหวัดน่าน นำบรรดาเหล่าพุทธสาสนิกชน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชนชาวน่าน ร่วมงานประเพณีถวายสลากภัต หรือตานก๋วยสลาก เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ และถือเป็นประเพณีที่เก่าแก่และเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวล้านนา โดยถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เหนือ หรือเดือน 10 ใต้ของทุกๆ ปี และไปสิ้นสุดในเดือนเกี๋ยงดับ (เดือน 11 ใต้) เป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ได้มีการปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงรุ่นคุณปู่-ย่า/ตา-ยาย/พ่อ-แม่ และลูกหลานในปัจจุบัน และในจังหวัดน่านนิยมจัดขึ้นที่วัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร ก่อนเพราะถือเป็นปฐมอารามในจังหวัด จากนั้นวัดอื่นๆ ก็จัดทานสลากภัตตามเป็นลำดับ การถวายทานสลากภัต แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ สลากหน้อยหรือสลากซอง คือสลากกระชุเล็กๆ หรือก๋วยขี้ปู๋ม ใช้ถวายอุทิศแก่ผู้ตายหรือทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลในภายภาคหน้า และสลากใหญ่ หรือสลากโชค หรือสลากสร้อย ซึ่งเจ้าภาพมักจัดทำเป็นรูปต่างๆ เช่น ต้นกัลปพฤกษ์ รูปบ้านเรือน รูปเรือหงส์ เรือสำเภา และมักมีเครื่องไทยทานครบทุกอย่าง ใช้ถวายเป็นกุศลสำหรับบุคคลผู้มีกำลังศรัทธาและร่ำรวยเงินทอง ทำถวายเพื่อเป็นพลวะปัจจัย ให้มีบุญกุศลมากยิ่งขึ้น ส่วนการทานสลากภัตที่นิยมมี 3 ประเภทคือ สลากเอาเส้น สลากที่พระสงฆ์จับสลากเอง และสลากย้อม ซึ่งในปัจจุบันนิยมให้พระสงฆ์จับสลากเองเป็นส่วนมาก เพราะง่ายและทุ่นเวลา

สำหรับจังหวัดน่าน ภายหลังจากถวายสลากภัต หรือตานก๋วยสลาก ที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อำเภอเมืองน่าน ซึ่งจัดก่อนวัดอื่นๆ ในจังหวัดน่าน เพราะถือว่าเป็นวัดหลวง และประชาชนชาวน่านยึดถือเอางานประเพณีถวายทานลากภัตวัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร เป็นการเปิดสนามเรือแข่งของจังหวัดน่านและนับว่าเป็นนัดแข่งเรือที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน โดยในปีนี้จังหวัดน่าน กำหนดให้มีการแข่งเรือจังหวัดน่าน (นัดเปิดสนาม) โดยเรียกชื่อว่า การจัดงานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน (นัดเปิดสนาม) "ชิงถ้วยพระราชทาน” ปลอดเหล้า-เบียร์ ประจำปี 2557 ในระหว่างวันที่ 20-21 กันยายน 2557 ณ บริเวณแม่น้ำน่าน (เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ)



รดา บุญยะกาญจน์ /ภาพ ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

จังหวัดน่าน ประชุมเข้ม กสทช. เจ้าของสถานีวิทยุ นักจัดรายการ เจ้าหน้าที่และตัวแทนภาคประชาชน เพื่อชี้แจงข้อกำหนดการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อ

จังหวัดน่าน โดยโรงพยาบาลเวียงสา ร่วมกับแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) และเครือข่ายอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค (ภาคประชาชน) ประชุมเข้มสำนักงาน กสทช.เขต 3 ลำปาง เจ้าของสถานีวิทยุ นักจัดรายการ เจ้าหน้าที่และตัวแทนภาคประชาชน เพื่อชี้แจงข้อกำหนดการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อ

โรงพยาบาลเวียงสา ร่วมกับแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) และเครือข่ายอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค (ภาคประชาชน) ประชุมเข้มสำนักงาน กสทช.เขต 3 ลำปาง เจ้าของสถานีวิทยุ นักจัดรายการ เจ้าหน้าที่และตัวแทนภาคประชาชน จัดประชุมเพื่อชี้แจงข้อกำหนดการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อวิทยุตามกฎหมาย ณ โรงแรมเทวราช จังหวัดน่าน เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายให้สามารถเฝ้าระวังและตรวจสอบสื่อโฆษณาที่ผิดกฎหมาย และดำเนินการร้องเรียน และส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ รู้เท่าทัน และไม่ถูกเอาเปรียบจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยในช่วงเช้า เวลา 09.00 น. เป็นการเสวนาสาธารณะ "เฝ้าระวังปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ” ในประเด็นหัวข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียง การขออนุญาตจัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงและสิ่งที่ต้องดำเนินการภายหลังได้รับอนุญาต โดย กสทช.เขต 3 ลำปาง ประเด็นหัวข้อการขออนุญาตขอโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารและยา การปฏิบัติภายหลังได้รับอนุญาต การตรวจสอบโฆษณาด้วยตนเองว่าได้รับอนุญาตถูกต้อง โดย ภญ.พนิตนาฎ คำนุ้ย เภสัชกรชำนาญงานพิเศษ หัวหน้างานกำกับดูแลควบคุมโฆษณา สำนักยา สำนักงานงานคณะกรรมการอาหารและยา และคุณนภาพร กำภูพงษ์ นักวิชาการอาหารและยาชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานกำกับดูแลก่อนออกสู่ตลาด สำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายภาคประชาชนต่อการแก้ไขปัญหาสิทธิผู้บริโภค และในภาคบ่ายของการประชุม เป็นข้อตกลงในการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ (อาหารและยา) ผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

ซึ่งการดำเนินการประชุมในครั้งนี้ จัดให้มีการถ่ายทอดผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน ความถี่ FM 94.75 MHz และเปิดสายให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้เข้าร่วมเวทีเสวนาฯ สามารถโทรศัพท์เข้ามาเพื่อแสดงความคิดเห็น ถามตอบข้อสงสัยได้ตลอดงานอีกด้วย การจัดประชุมเพื่อชี้แจงข้อกำหนดการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทางสื่อวิทยุตามกฎหมาย ได้รับความสนใจจาก เจ้าของสถานีวิทยุ นักจัดรายการ เจ้าหน้าที่และตัวแทนภาคประชาชน(เครือข่ายอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดน่าน) เข้าร่วมประชุม จำนวนกว่า 70 คน และคาดว่าการประชุมในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนและภาคีเครือข่ายได้รับความรู้ความเข้าใจ รู้เท่าทัน และไม่ถูกเอาเปรียบจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตลอดจนสามารถนำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อกระจายเสียงและสื่ออื่นๆไปสู่ประชาชนได้เป็นอย่างดี และทำให้ประชาชนไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการโฆษณาที่ไม่ถูกต้องอีกต่อไป




รดา บุญยะกาญจน์ /ภาพ ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

จังหวัดเชียงใหม่ ประชุมพิจารณาคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ปี ๒๕๕๗

จังหวัดเชียงใหม่จัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งยกย่องสรรเสริญบุคคลซึ่งเป็นพ่อที่ดี เพื่อเข้ารับเกียรติบัตรเป็นพ่อตัวอย่างในวันศุกร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

วันนี้ (๘ ก.ย. ๕๗) นายนาวิน สินธุสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติจังหวัดเชียงใหม่ ปี ๒๕๕๗ ณ ห้องรับรองสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น ๓ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่

นายนาวิน สินธุสะอาด กล่าวว่า สมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา ได้กำหนดจัดงานวันพ่อแห่งชาติ ปี ๒๕๕๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชบิดาแห่งชาติ และยกย่องสรรเสริญบุคคลซึ่งเป็นพ่อที่ดี สมควรได้รับเกียรติบัตรเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติประจำปี โดยจังหวัดเชียงใหม่มีผู้เข้ารับการคัดเลือกพ่อตัวอย่างทั้งหมด ๑๒ ราย ได้แก่ นายสัญญา รักชาติ นายธวัช นะติกา นายจำรูญ เร่งถนอมทรัพย์ นายปานเทพ ชมพูรัตน์ นายอรุณ ขาวสะอาด พันเอกรนกร สุดด้วงแก้ว นายวสันต์ วงศ์สกุล นายประกาศิต สังข์แก้ว นายยงยุทธ จันทวรรณ์ นายอินตา นามแก้ว นายพิบูลย์ สังหสันติ และร้อยตำรวจตรีบุญธรรม ปันอินทร์ โดยผู้ที่ได้รับคะแนนมากที่สุดเป็นอันดับ ๑ และ ๒ จะได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๗ โดยจังหวัดจะส่งเอกสารไปยังสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา ผู้จัดงานวันพ่อแห่งชาติ

โดยที่ประชุมได้พิจารณาคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ปี ๒๕๕๗ จำนวน ๒ ราย ที่มีคุณสมบัติตามสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษากำหนด เพื่อเข้ารับเกียรติบัตรเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ในวันศุกร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร


ข่าวโดย : ไผท สุวรรณเสวตร / วิราพร ตันเต สำนักงานประชาสัมพั
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ นำถุงยังชีพพระราชทาน มอบช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่ ออกช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ราษฎร

วันนี้ (9 ก.ย. 57) เวลา 11.30 น. ที่หอประชุม โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ นายประสงค์ พิทูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายกองเอก วิลาศ รุจิวัฒนพงษ์ ประธานฝ่ายบรรเทาทุกข์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ และคณะเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง มอบช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ราษฎรผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด กิ่งกาชาดอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการจากหน่วยงานทุกสังกัดในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ และได้ร่วมกันนำถุงยังชีพพระราชทานมอบช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยได้มอบถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ชราภาพ ผู้พิการ ผู้ด้วยโอกาส และราษฎรผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อน รวมจำนวน 1,000 ครัวเรือน ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้ประสบอุทกภัย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ต.แม่อาย หมู่ที่ 2-5 และหมู่ที่ 7-12 ต.สันต้นหมื้อ หมู่ที่ 1,3,4 ต.ท่าตอน หมู่ที่ 9 ต.มะลิกา หมู่ที่ 6 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีราษฎรผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 1,259 ครัวเรือน จำนวน 3,238 คน

โดยสิ่งของพระราชทานที่นำมามอบแก่ราษฎรในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้ ทำให้บังเกิดความปลาบปลื้ม และความปลื้มปิติยินดีแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่า ซึ่งราษฎรประชาชนที่ได้รับมอบถุงยังชีพพระราชทานต่างซาบซึ้ง สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความห่วงใย ของทั้ง 2 พระองค์ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรอย่างล้นพ้น



ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา/อนันต์ ชุ่มใจ
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน จัดโครงการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558

โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน จัดโครงการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558

เช้าวันนี้( 7 สิงหาคม 2557)นายธวัชชัย วงค์วาณิชย์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน ที่โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีครู ผู้ปกครอง และนักเรียนแต่งกายในชุดประจำชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนกว่า 800 คนร่วมงาน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนัก เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนแก่นักเรียน พร้อมทั้งส่งเสริม และเติมเต็มศักยภาพ ในการเรียนรู้ของนักเรียนสู่สังคมอาเซียน รวมถึงการเตรียมตัวของนักเรียนให้เป็นพลเมืองอาเซียนในอนาคต และพัฒนานักเรียน ให้มีสมรรถนะที่สำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตในประชาคมอาเซียนต่อไป

ในงานมี การแข่งขันตอบปัญหา/การแสดงสีสันอาเซียน /การจำหน่ายอาหาร และการประกวดการ จัดนิทรรศการ 10 ประเทศอาเซียน ผลปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 รางวัลรองชนะเลิศได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4/1 และ 5/1 ได้รับทุนการศึกษา จำนวน1,000 บาท 800 บาท และ 500 บาท ตามลำดับ/


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

คณะคาราวานมอเตอร์ไซด์สกู๊ตเตอร์ ร่วม 40 คัน จากเชียงใหม่ ท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อพิชิต 1,864 โค้ง

คณะคาราวานมอเตอร์ไซด์สกู๊ตเตอร์ ร่วม 40 คัน จากเชียงใหม่ ท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อพิชิต 1,864 โค้ง

วันนี้( 7 สิงหาคม 2557) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน ต้อนรับ คณะคาราวานมอเตอร์ไซด์สกู๊ตเตอร์ ชมรมพีซีเอ็กซ์คลับเชียงใหม่ จำนวน 38 คัน 51 คน นำโดยนายชูกมล เล็กประทุม หัวหน้าชมรมพีซีเอ็กซ์คลับเชียงใหม่ เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นเส้นทางท้าทายสำหรับผู้รักการขับขี่สกู๊ตเตอร์ เพื่อพิชิต 1,864 โค้ง โดยออกจากจังหวัดเชียงใหม่ แวะสวนสนบ่อแก้ว อำเภอฮอต เข้าสู่อำเภอแม่สะเรียง ชมพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง /อนุสรณ์สถานไทย –ญี่ปุ่นที่อำเภอขุนยวม /วัดพระธาตุดอยกองมู/ชมสะพานซูตองเป้ ที่สวนธรรมภูสมะ/จุดชมวิวกิ่วลม และเข้าที่พัก ที่อำเภอปาย

นายวุฒิกร บุญเฉลียว สมาชิกชมรมพีซีเอ็กซ์คลับเชียงใหม่ เล่าว่า ตนมาแม่ฮ่องสอน เป็นครั้งแรก รู้สึกประทับในใจวัฒนธรรม และความเป็นกันเองของชาวไทใหญ่ ร่วมถึงเส้นทางที่น่าสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง
และในวันพรุ่งนี้ คณะเดินทางไปที่ หมู่บ้านสันติชล วัดน้ำฮู และปายแคนยอน



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัด เวทีเสวนา เสริมสร้างอัตลักษณ์ สร้างเสน่ห์การท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน

สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัด เวทีเสวนา เสริมสร้างอัตลักษณ์ สร้างเสน่ห์การท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน

นางอ่อนศรี ศรีอัมพร ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัด เวทีเสวนา เสริมสร้างอัตลักษณ์ สร้างเสน่ห์การท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ เพื่อสร้างเสน่ห์การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน โดยกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ในวันพรุ่งนี้( 8 สิงหาคม 2557) ที่ศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้สื่อมวลชน อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน หรือ อปมช. ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และหน่วยงานภารกิจ ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาสภาพพื้นที่ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการพัฒนาทุกด้านที่สอดรับกับระบบการท่องเที่ยวในภาพรวม ตลอดจนรับรู้ และเข้าใจในการใช้สื่อประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

โดยทำการถ่ายทอดเสียงผ่านทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เวลา 09.00- 12.00 น. จึงขอเชิญชวนท่านที่สนใจ ร่วมงานตามวันและเวลาดังกล่าว


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา เตรียมจัดอบรมเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการและสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน ในวันที่ 9-10 กันยายนนี้ ณ โรงแรมเกทเวย์ อำเภอเมืองพะเยา

นายราเชนทร์ สุวรรณหิตาทร เกษตรจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดพะเยา มีพื้นที่ปลูกกว่า 750,000 ไร่ โดยกระจายปลูกในทุกอำเภอ ที่ผ่านมา การทำนาของเกษตรกรมักมีปัญหาการขาดแคลนข้าวพันธุ์ดีและปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยาจึงจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อให้เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ รวมถึงราคาเมล็ดพันธุ์จะแตกต่างจากข้าวเปลือกทั่วไป และลดต้นทุนการผลิตข้าวเพื่อแข่งขันในตลาดได้ ทั้งนี้ได้เชิญวิทยากรจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพะเยา สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้ประกอบการโรงสีและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มาให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่คณะกรรมการและสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อจะได้นำความรู้ไปพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์ข้าวชุมชนให้ตอบสนองและแก้ไขปัญหาในภาพรวมต่อไป โดยกำหนดจัดในวันที่ 9 -10 กันยายน 2557 ณ โรงแรมเกทเวย์ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

ผู้สนสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา โทร.054 - 887050 ต่อ 42 ในเวลาราชการ



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สพม.39 จัดอบรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจการไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาท ด้วยหลักสมานฉันท์และสันติวิธีในสถานศึกษา

สพม.39 จัดอบรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจการไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาท ด้วยหลักสมานฉันท์และสันติวิธีในสถานศึกษา

เช้าวันนี้ ( 27 ส.ค.57 ) ที่โรงแรมเรือนแพ รอยัล ปาร์ค อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายแดง วรศักดิ์วุฒิพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 ประธานเปิดการอบรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจการไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาท ด้วยหลักสมานฉันท์และสันติวิธีในสถานศึกษา นายแดง วรศักดิ์วุฒิพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 กล่าวว่า วัยรุ่นเป็นวัยของการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถือเป็นช่วงสำคัญที่สุด อนาคตของวัยรุ่นจะเป็นอย่างไรเริ่มจากสิ่งที่ได้รับในวัยนี้ สภาพแวดล้อมและสังคมรอบ ๆ ตัวมีอิทธิพลมากต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากสังคมที่อยู่เป็นสังคมที่ดีถือเป็นความโชคดี แต่หากอยู่ในสังคมที่ไม่ดี ก็จะได้รับและซึมซับพฤติกรรมที่ไม่ดีนั้นไปด้วย ปัจจุบันปัญหาการทะเลาะวิวาทของวัยรุ่นในสังคมไทยเริ่มรุนแรงขึ้นทุกวัน บ้างก็มีทั้งที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และไม่เป็นข่าว ในแต่ละครั้งจะมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย สร้างความเดือดร้อนกับผู้ก่อเหตุผู้ปกครองของกลุ่มเด็กวัยรุ่น และทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษาซึ่งเป็น "เสาหลัก" ของการผลิตทรัพยากรมนุษย์อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39

จึงได้จัดอบรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจการไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาท ตามโครงการเสริมสร้างความสมานฉันท์ด้วยหลักสันติวิธีในสถานศึกษาขึ้น เพื่อสร้างและพัฒนานักเรียนแกนนำให้มีความรู้ความเข้าใจในการไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาทด้วยหลักสมานฉันท์และสันติวิธี ลดและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งการทะเลาะวิวาทภายในสถานศึกษา โดยมีเนื้อหาการอบรมเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเบื้องต้น เทคนิคการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การแสดงสาธิตการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยคณะผู้ประนีประนอมคดีครอบครัว จากศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก เป็นวิทยากร เผยแพร่ความรู้ การศึกษากรณีตัวอย่าง และการวางแผนการดำเนินงานรายโรงเรียน ผู้เข้ารับการอบรมเป็นครูและนักเรียนแกนนำจาก 10 โรงเรียน ๆ ละ 11 คน รวมทั้งสิ้น 110 คน ทั้งนี้คณะครูและนักเรียน ที่เข้ารับการอบรมจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และเป็นแกนนำในการส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ คอยสอดส่องดูแลและส่งข่าวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ภายในโรงเรียน สร้างสังคมให้ยอมรับ ส่งเสริม สนับสนุนคนทำดี นักเรียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยรุ่นเยาว์ประจำศูนย์ในสถานศึกษา เป็นกลุ่มภาคีเครือข่ายคนดีของศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 ต่อไป

พ่อเมืองสองแคว มอบใบประกาศนียบัตร พร้อมรวมแสดงความยินดี กับหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการที่จบหลักสูตรฝึกเรียนภาษาจีน

พ่อเมืองสองแคว มอบใบประกาศนียบัตร พร้อมรวมแสดงความยินดี กับหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่จบหลักสูตรฝึกเรียนภาษาจีน ตามโครงการ เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2557 ที่โรงเรียนสิ่นหมิ่น อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นาย ระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานมอบใบประกาศนียบัตร พร้อมรวมแสดงความยินดี กับผู้ที่จบหลักสูตร ฝึกเรียนภาษาจีน ตามโครงการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ก่อนที่ประเทศไทย กำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC ) ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ โดยมีเป้าหมาย คือการเป็นตลาดและเป็นฐานการผลิตร่วมกัน จะมีการเคลื่อนย้ายสินค้าบริการ การลงทุน เงินทุนและแรงงานระหว่างประเทศอาเซียนอย่างเสรี จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยต้องเร่งเสริมสมรรถนะและความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรองรับการเปิดเสรี ทั้งการ ขับเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุนแรงงานฝีมือ ดังนั้น ยุทธศาสตร์การบริหารงานระบบราชการของจังหวัดพิษณุโลก จำเป็นอย่างมากที่หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องมีทักษะทางด้านภาษาเพิ่มเติม ให้สามารถสื่อสารหรือคุยโต้ตอบซื้อขายกันได้ ซึ่งถือว่าเป็นกลไกหนึ่ง ในการพาจังหวัดพิษณุโลก ให้ขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไปในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังเป็นข่าว หนุ่มเมืองสองแควป่วยเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก ฐานะยากจน

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังเป็นข่าว หนุ่มเมืองสองแควป่วยเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก ฐานะยากจน แถมถูกเป็นแพะคดี ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2557 นางกัญฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก นาย ธีระชัย ไพรรัตนวัน อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดพิษณุโลก นายสุทธิวัตต์ ต่ายวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบึงพระ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้นำถุงน้ำใจ พร้อมเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง จากผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นำไปมอบให้กับ นาย ปานศิริ ทองอยู่เย็น อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 หมู่ 6 บ้านหนองไผ่ล้อม ตำบลบึงพระ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ไม่สามารถทำงานช่วยเหลือครอบครัวได้ แถมยังตกเป็นแพะคดี ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้ท่อนไว้ในความครอบครองและมีไม้แปรรูปหวงห้าม โดยไม่รู้ตัวนาย ธีระชัย ไพรรัตนวัน อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากได้พูดคุยกับนาย ปานศิริ แล้ว ทางตนเอง จะทำเรื่องไปที่ศาลจังหวัดเลย เพื่อจะขอให้ศาลจังหวัดเลยช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีนี้อีกครั้ง และสำหรับในวันที่ 26 - 27 พฤศจิกายนนี้ ที่ศาลจังหวัดเลย ได้นัดไปฟังคำตัดสิน ว่าจะมีความผิดจริงหรือไม่ ตนเองจะทำเรื่องแจ้งไปยังศาลจังหวัดเลย ว่า ทางนาย ปานศิริ ทองอยู่เย็น ได้ป่วยจริงและไม่ได้คิดที่จะหลบหนีคดีแต่อย่างใด และพร้อมที่จะหาทางช่วยเหลือต่อไป ด้าน นางกัญฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นาย ระพี ผ่องบุพกิจ ได้ห่วงใยกรณีนี้มาก โดยให้ตนเองเข้ามาดูแล หาทางช่วยเหลือ ซึ่งเบื้องต้นตนเองได้ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น ในการจัดหารถนำนาย ปานศิริ ไปหาหมอตามวันเวลาที่หมอนัด พร้อมทั้งจะดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวของ นาย ปานศิริ ทองอยู่เย็น ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป ซึ่งหากผู้ใดต้องการช่วยเหลือ ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 083-163-3881 หรือ หมายเลขบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาพิษณุโลก ชื่อบัญชี นางสุรีรัตน์ ทองอยู่เย็น บัญชีเลขที่ 01-027-8-026366.

เทศบาลนครพิษณุโลก จัดการอบรมให้ความรู้เรื่องภัยร้ายจากน้ำมันทอดซ้ำให้แก่ผู้ประกอบการและผู้จำหน่ายอาหารในเขตเทศบาล

เช้าวันนี้ ( 27 ส.ค.57 ) ที่ห้องจุฬามณี 1 ชั้น 3 เทศบาลนครพิษณุโลก ทางเทศบาลนครพิษณุโลกได้จัดการอบรมให้ความรู้เรื่องภัยร้ายจากน้ำมันทอดซ้ำให้แก่ผู้ประกอบการและผู้จำหน่ายอาหารในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่าเกือบทุกร้านอาหาร หรือสถานประกอบการต่างๆ มีการใช้น้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพหรือมีการผสมระหว่างน้ำมันทอดซ้ำกับน้ำมันใหม่ประกอบอาหาร เพื่อต้องการลดต้นทุนโดยอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือมิได้คำนึงถึงอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค การบริโภคน้ำมันทอดซ้ำที่เสื่อมสภาพ มีสารอันตราย ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและ เป็นสารก่อมะเร็ง พบได้ทั้งในน้ำมันทอดอาหารที่เสื่อมสภาพและในไอที่ระเหยออกมาขณะทอด จึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ทั้งผู้ขายและผู้บริโภค เทศบาลนครพพิษณุโลก ตระหนักถึงพิษภัยของการบริโภคอาหารจากน้ำมันทอดซ้ำ ดังกล่าว จึงได้จัดอบรมให้ความรู้เรื่อง ภัยร้ายจากน้ำมันทอดซ้ำแก่ผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารในพื้นที่เทศบาลนครพิษณุโลกขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 50 คน พร้อมกันนี้ยังได้จัดบรรยายให้ความรู้เรื่อง พิษภัยจากน้ำมันทอดซ้ำและอาหารปลอดภัยในชีวิตประจำวัน อีกทั้งได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากกองบิน 46 มาให้ความรู้เรื่องการนำน้ำมันทอดซ้ำไปผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลเพื่อใช้กับเครื่องสูบน้ำและรถยนต์ เพื่อลดต้นทุนด้านการเกษตร อีกด้วย

จ.เพชรบูรณ์ อบรมผู้ประกอบการอาชีพสามล้อรถสามล้อและรถจักยานยนต์รับจ้างในเขตเทศบาลเมือง สร้างความปรองดอง สมานฉันท์ สามัคคีและเพิ่มศักยภาพด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว

จ.เพชรบูรณ์ อบรมผู้ประกอบการอาชีพสามล้อรถสามล้อและรถจักยานยนต์รับจ้างในเขตเทศบาลเมือง สร้างความปรองดอง สมานฉันท์ สามัคคีและเพิ่มศักยภาพด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว

วันนี้ (27 ส.ค.57) นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.เพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดการอบรม ผู้มีอาชีพรถสามล้อและรถจักยานยนต์รับจ้างในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ สร้างความปรองดอง สมานฉันท์ สามัคคี มีผู้ประกอบอาชีพรถสามล้อและรถจักยานยนต์รับจ้างในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์เข้าร่วมอบรมกว่า 300 คน ณ หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์ เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ จัดอบรมผู้ประกอบการอาชีพสามล้อครั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักที่จังหวัดเพชรบูรณ์มากขึ้น โดยขอความร่วมมือทุกคนช่วยกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่ฉวยโอกาสเอาเปรียบนักท่องเที่ยวและคิดค่าบริการกับประชาชนด้วยความเป็น ธรรม พร้อมกับมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการจราจร การใช้รถใช้ถนนไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ จาก สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ขนส่งจังหวัด และการประกันภัย จาก คปภ.จังหวัด

การฝึกอบรมให้ความรู้เพิ่มเติมและเสริมทักษะในการประกอบอาชีพ ให้กับกลุ่มอาชีพรถสามล้อและรถจักยานยนต์รับจ้าง โดยเพิ่มพูนความรู้ด้านการท่องเที่ยว ประวัติความเป็นมาของสถานที่สำคัญ เส้นทางท่องเที่ยวชมโบราณสถานในเขตเมือง รวมไปถึงเทคนิคการสร้างความประทับใจในการให้บริการ เพื่อให้มีความพร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักท่องเที่ยว โดยกลุ่มผู้ประกอบอาชีพรถสามล้อและรถจักยานยนต์รับจ้างเป็นกลุ่มอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นด่านแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและที่สำคัญในช่วงปลายปี ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์จำนวนมาก และเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 อีกด้วย

จ.เพชรบูรณ์ จัดโครงการ "สร้างเครือข่ายแกนนำวัยรุ่น เพื่อป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น"

จ.เพชรบูรณ์ จัดโครงการ "สร้างเครือข่ายแกนนำวัยรุ่น เพื่อป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น" เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ และทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 60 พรรษาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย

วันนี้ 27 ส.ค. 57 ที่ห้องประชุม วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ "สร้างเครือข่ายแกนนำวัยรุ่น เพื่อป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น" โดยมีวัยรุ่นและเยาวชนในสถานศึกษา 7 สถาบัน จำนวน 200 คน เข้าร่วม. เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ และทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 60 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2558 ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย และแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย
 เหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ดำเนินโครงการอบรมสร้างเครือข่ายแกนนำ วัยรุ่น และเยาวชน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 60 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2558 และเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของสถานศึกษา ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของเยาวชนในสถานศึกษาและสามรถถ่ายทอดความรู้ให้แก่เพื่อนในสถานศึกษาได้

ซึ่งในปัจจุบันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น นับเป็นปัญหาสำคัญที่กำลังรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อประชากรในการพัฒนาประเทศ เนื่องจากวัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร จะทำให้เกิดผลกระทบที่ตามมา ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ โดยเฉพาะการขาดความพร้อมในการดูแลสุขภาพทั้งตนเองในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด

จ.เพชรบูรณ์ ระดมความคิดเห็นการจัดทำแผนที่ธรณีวิทยา

วันนี้ 27 ส.ค.57 นายสุชาติ ราษฎร์ดุษดี รอง ผวจ.พช. ประธานพิธีเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นและเผยแพร่องค์ความรู้ งานสำรวจจัดทำแผนที่ธรณีวิทยาใต้ดินฯ ณ ห้องนครบาล โรงแรมโฆษิตฮิลล์ กรมทรัพยากรธรณี มีภารกิจเกี่ยวกับการสงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารการจัดการด้านธรณีวิทยา ทรัพยากรธรณี ซากดึกดำบรรพ์ ธรีณีวิทยาสิ่งแวดล้อม และธรณีภับพิบัติ โดยการสำรวจตรวจสอบ และวิจัยสภาพธรณีวิทยาและทัพยากรณ์ธรณี การประเมินศักยภาพแหล่งทรัพยากรณ์ธรณี การกำหนดและกำกับดูแลเขตพื้นที่สงวน อนุรักษ์ ทรัพยากรธรณี และพื้นที่เสี่ยงต่อธรณีพิบัติภัย เพื่อการพัฒนาทรัพยากรธรณี คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมอย่างยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุด

ด้านนักธรณีวิทยา เผยข้อมูลชั้นดินที่น่าเป็นห่วงเรื่องดินโคลนถล่ม จะอยู่บริเวณ ตำบลน้ำก้อ ตำบลน้ำชุน และพื้นที่อำเภอหล่มเก่าติดต่อน้ำหนาว เพราะเป็นดินตะกอนภูเขาไฟ ชั้นดินร่วมซุยมีความหนา เมื่อซับน้ำจนอิ่มตัวโอกาสเกิดการสไลด์ตัวและถล่มได้

จังหวัดลำพูน กำหนดจัดงานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ องค์การคณะทำงานร่วมการปฏิบัติงานพัฒนาหมู่บ้านชนบทในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในวันที่ 28 สิงหาคม 2557 ที่ เทศบาลตำบลบ้านโฮ่ง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน รายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ ( 28 สิงหาคม 2557 ) เทศบาลตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ได้กำหนดจัดงานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ องค์การคณะทำงานร่วมการปฏิบัติงานพัฒนาหมู่บ้านชนบทในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดย นายพัลลภ สุวรรณมาลิก ประธานองค์การคณะทำงานร่วมการปฏิบัติงานพัฒนาหมู่บ้านชนบท ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธาน เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติแก่หน่วยงาน หรือองค์กร ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้านในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โอกาสนี้ พลตรีสุทัศน์ จารุมณี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 จะได้แสดงปาฐะกาถาพิเศษ เรื่อง การสนองแนวพระราชดำริ ในเรื่อง การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในค่าย ทหาร อีกด้วย



ข่าวโดย : นศ. ฝึกประสบการณ์ นางสาวเกศกนก แสงจันทร์
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

เชิญร่วมประกวดเขียนเล่าเรื่องราวโครงการ "ตามรอยพ่อ ใช้พลังงานอย่างพอเพียง"

กระทรวงแรงงานขอเชิญประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมเขียนเรื่องราวโครงการ "ตามรอยพ่อ ใช้พลังงานอย่างพอเพียง" ส่งผลงานตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 15 กันยายน 2557

นายชุมพล ฐิตยารักษ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ประธานคณะทำงานโครงการ ฯ เปิดเผยว่า ด้วยกระทรวงพลังงาน ได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้ชื่อ “โครงการตามรอยพ่อ ใช้พลังงานอย่างพอเพียง” เพื่อน้อมนำเอาพระราชกรณียกิจ และแนวพระราชดำริด้านพลังงานมาถ่ายทอดให้ประชาชนได้ตระหนักและเกิดแรงบันดาลใจในการนำมาประพฤติปฏิบัติให้สามารถพึ่งตนเองได้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้นโยบาย การอนุรักษ์พลังงานทดแทน ประชาชนที่สนใจจะส่งผลงานเพื่อเข้าร่วมโครงการจะคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายจากทั่วประเทศ มาเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ คายรอยพ่อ ใช้พลังงานอย่างพอเพียง จำนวนไม่น้อยกว่า 87 คน จากการเขียนเล่าเรื่องราวไม่น้อยกว่า 1 หน้ากระดาษ พร้อมภาพถ่ายกิจกรรมที่ได้ดำเนินงาน ภายใต้หัวข้อ ดูพ่อทำ แล้วนำมาปรับใช้ด้านพลังงาน ที่แสดงถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในกานำใช้ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมศึกษาดูงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการส่วนพระองค์ในด้านพลังงานต่างๆพร้อมกิจกรรมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องพลังงานเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ เพื่อเกิดแรงบันดาลใจและนำมาปรับใช้ในประจำวัน หรือชุมชนของตนเองหลังจากเสร็จสิ้นโครงการผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับประกาศนียบัตรและเผยแพร่ผลงาน เนื้อหาประวัติให้ประชาชนทั่วไปทราบในรูปแบบหนังสือผู้ที่สนใจจะสมัคร สามารถส่งงานเขียนได้โดยไม่จำกัด เพศ อายุ และการศึกษา บุคคลทั่วไป หรือผู้แทนชุมชน ผู้แทนวิสาหกิจชุมชน ผู้แทนองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ผลงานการเขียนเล่าเรื่องราวจำนวน ไม่น้อยกว่า 1 หน้ากระดาษ พร้อมภาพถ่ายกิจกรรมที่ได้ดำเนินงานที่ส่งเข้าร่วมมาทุกผลงาน ถือเป็นลิขสิทธิ์ของกระทรวงแรงงาน

ทั้งนี้ขอรับใบสมัคร และส่งผลงานได้ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงาน สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ และสามารถดาวน์โหลดในสมัครได้ที่ Http://www.energy.go.th , Http://www.energyservicecenter.go.th ส่งผลงานมาที่ตู้ ปณ. 97 บางกอกน้อย 10700 ศูนย์บริการร่วม กระทรวงพลังงาน ศูนย์เอเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี ชั้น3 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



ข่าวโดย : น.ส.ณัฐพร ขัดทองงาม น.ศ ฝึกประสบการณ์ มร.ลป
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

จัดหางาน จ .ลำปาง แจ้ง จ.ลำปาง เปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ที่โรงพยาลำปางศูนย์ลำปาง

จัดหางานจ .ลำปาง แจ้ง จ.ลำปาง เปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ที่โรงพยาลำปางศูนย์ลำปาง

นางพรปวีร์ วิชิต แจ้งว่า ตามที่จังหวัดลำปางได้จัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว กัมพูชา ณ โรงพยาบาลลำปาง ซึ่งเปิดบริการรับจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวทั้งสามสัญชาติตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2557 เป็นต้นมา นั้น

บัดนี้ นายจ้างสถานประกอบการ ที่ได้รับแจ้งบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองไว้กับสำนักงานจัดหางานจังหวัด ได้นำแรงงานต่างด้าวมาดำเนินการจดทะเบียนเสร็จสิ้นแล้ว สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างสถานประกอบการ ที่จ้างแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองทำงานและยังไม่ได้แจ้งบัญชีรายชื่อแรงงานต่างด้าวเพื่อจดทะเบียน สามารถแจ้งบัญชีรายชื่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง โดยศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ จำเปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2558 เป็นต้นไป ณ ห้องตรวจไปทำงานต่างประเทศ (ห้อง 20/3 ชั้น 1) ตึกพระสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลลำปาง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง โทรศัพท์ 054-265052-2 ในวันเวลาราชการ



ข่าวโดย : ปัณธวัฒน์ ทวีพรจิรภาคย์
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง ร่วมกับ สำนักงานปศุสัตว์เขต5 กำหนด จัดโครงการความร่วมมือ "การเชื่องโยงเครือข่ายปศุสัตว์อินทรีย์ ในพื้นที่ปศุสัตว์เขต 5 ประจำปี 2557"

สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง ร่วมกับ สำนักงานปศุสัตว์เขต5 กำหนด จัดโครงการความร่วมมือ "การเชื่องโยงเครือข่ายปศุสัตว์อินทรีย์ ในพื้นที่ปศุสัตว์เขต 5 ประจำปี 2557"

นายศรีสะเกษ สมาน หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ด้วยสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง ร่วมกับ สำนักงานปศุสัตว์เขต5 ได้กำหนด จัดโครงการความร่วมมือระหว่างสภาเกษตรกรจังหวัดลำปางกับสำนักงานปศุสัตว์เขต 5 ประจำปีงบประมาณ 2557 เพื่อให้สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดลำปาง และเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 จำนวน 200คน ได้มีความรู้ความเข้าใจในการผลิตปศุสัตว์อินทรีย์ระบบ ส่งเสริมการเรียนรู้โลกทัศน์ของเกษตรกรผู้ผลิตและผู้ประกอบกรสินค้า เกษตรอินทรีย์ เชื่อมโยงเครือข่าย และให้เกิดเวทีการพบปะ การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านแหล่งผลิต ช่องทางการขยายตลาดสินค้าปศุสัตว์อินทรีย์ เพื่อขยายการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ด้านปศุสัตว์ในพื้นที่ปศุสัตว์ เขต5

ภายในงาน พบกับ การเสวนา ในหัวข้อ “ ปศุสัตว์อินทรีย์ จากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ภูมิปัญญาของผู้นำเกษตรกรและแนวทางการเชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ด้านการปศุสัตว์ และการบรรยายปรับเปลี่ยนการเลี้ยงสัตว์ตามระบบเกษตรอินทรีย์และเข้ามาตรฐานและการรับรอง ทั้งนี้ ขอเชิญชวนเกษตรกร ร่วมในดังกล่าว ณ ศูนย์เกษตรอินทรีย์เพชรล้านนา ต.แม่สุก อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00น.


ข่าวโดย : ปัณธวัฒน์ ทวีพรจิรภาคย์
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง จัดโครงการเยาวชนไทย ใส่ใจเรียนรู้ สู้ภัยพิบัติ ออกให้ความรู้เรื่องการป้องกันและเตรียมตัวเมื่อเกิดสาธารณภัยให้แก่เด็กนักเรียนในเขตพื้นที่ภาคเหนือ

ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง จัดโครงการเยาวชนไทย ใส่ใจเรียนรู้ สู้ภัยพิบัติ ออกให้ความรู้เรื่องการป้องกันและเตรียมตัวเมื่อเกิดสาธารณภัยให้แก่เด็กนักเรียนในเขตพื้นที่ภาคเหนือ

นายกอบชัย บุญอรณะ ผอ.ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2557 ได้มอบหมายให้นางพิมลพรรณ มะโนเสน หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง นำเจ้าหน้าที่ ออกจัดโครงการเยาวชนไทย ใส่ใจเรียนรู้ สู้ภัยพิบัติ รุ่นที่ 3 ณ โรงเรียนแม่ทาวิทยาคม อ.แม่ทา จ.ลำพูน โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณ 2557

ซึ่งรูปแบบการกิจกรรมครั้งนี้เป็นการสอดแทรกให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติภัย การจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของหน่วยงาน การสาธิตด้านความปลอดภัย การทดลองปฏิบัติการเรียนรู้ตามหลักการของคาราวานเรียนรู้ สู้ภัยพิบัติ มีการจัดฐานกิจกรรมและปัญหาถามตอบ 6 สถานี คือ สถานีที่ 1 อัคคีภัยไฟป่า หมอกควัน หนาวนี้มีแล้ง สถานีที่ 2 เตรียมพร้อมรับแผ่นดินไหว ทำย่างไรให้ปลอดภัยทุกคน สถานีที่ 3 เตือนพายุ หนีน้ำท่วม ระวังดินถล่ม สถานีที่ 4 มีสติ ขับขี่ ปลอดภัย สถานีที่ 5 สารเคมี และวัตถุอันตราย สถานีที่ 6 อุปกรณ์สู้ภัย ร่วมใจสร้างและประดิษฐ์

โดยที่ผ่านมารุ่นที่ 1 ได้ดำเนินการที่โรงเรียนทองสวัสดิ์วิทยาคาร อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และรุ่นที่ 2 ดำเนินการที่โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ทั้งนี้เพื่อสร้างการเรียนรู้ ความตระหนักและการมีส่วนร่วมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้แก่กลุ่มนักเรียนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต


ข่าวโดย : ปัณธวัฒน์ ทวีพรจิรภาคย์
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

ปภ.เขต 10ลำปาง แจ้งประชาชน ในพื้นที่ เตรียมการป้องกันเฝ้าระวังอุทกภัย วาตภัย ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

ปภ.เขต 10ลำปาง แจ้งประชาชน ในพื้นที่ เตรียมการป้องกันเฝ้าระวังอุทกภัย วาตภัย ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

นางสุนันท์ โกษาวัง นักวิเคราะห์นโยบาย และแผนชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน ผอ. ปภ.เขต10ลำปาง เปิดเผยว่า ด้วยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ติดตามตรวจสอบสภาวะอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า ในช่วงวันที่ 26 - 30 สิงหาคม 2557 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในขณะที่มีคลื่นกระแสลมตะวันออกเคลื่อนผ่านเข้ามาในอ่าวไทยตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักมากในหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมต่อเนื่องไว้ด้วย เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มอันเกิดจากฝนตกหนักอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินองประชาชนในระยะ 4-5 วันนี้ จังหวัดที่อาจจะได้รับผลกระทบคือจังหวัด ตาก สุโขทัย พิษณุโลก อตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน

ดังนั้น ขอให้ประชาชนเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม อันเกิดจากสภาวะฝนตกหนักและตกต่อเนื่อง สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินองประชาชนในระยะ 4-5 วันนี้ สำหรับประชาชนและผู้ขับขี่ยานพาหนะบริเวณที่เกิดฝนฟ้าคะนองให้ระมัดระวังอันตรายปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดและระมัดระวังใช้เครื่องมือสื่อสารโทรศัพท์มือถือกลางที่ล่งแจ้งในขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง พบเห็นอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติ กรุณาแจ้งสายด่วน 1784 หรือ โทรศัพท์/โทรสารหมายเลข 0- 5423-0947, 0- 5421-7877, 0- 5421-8124



ข่าวโดย : ปัณธวัฒน์ ทวีพรจิรภาคย์
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

เทศบาลแม่ฮ่องสอนจัดโครงกรตลาดสดน่าซื้อ

เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน จัดโครงการตลาดสดน่าซื้อและอาหารปลอดภัย

ที่ห้องประชุมจองคำ เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน นายปกรณ์ จีนาคำ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ประธานการประชุมโครงการตลาดสดน่าซื้อและอาหารปลอดภัย ปี ๒๕๕๗ โดยมีส่วนราชการและผู้นำชุมชนเข้าร่วมประชุม ฯ ดังกล่าว เพื่อเตรียมจัดงานโครงการตลาดสดน่าซื้อและอาหารปลอดภัย โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๐-๑๗ กันยายน ๒๕๕๗ ณ ตลาดสดน่าเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน บริเวณงาน ฯ ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองสุขภาพด้านปลอดภัยของอาหาร พัฒนาและยกระดับตลาดสดเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ให้สะอาด ปลอดภัยและได้มาตรฐานตามหลักสุขาภิบาลตลาดและเป็นตลาดสดน่าซื้อนอกจากนี้แล้วชุมชนต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ยังจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย



ข่าวโดย : ดำเนิน ท้วมจอก ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัด"เวทีระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอการแก้ไขปัญหาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน"

จังหวัดแม่ฮ่องสอนจัด"เวทีระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอการแก้ไขปัญหาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน" ณ ห้องประชุมศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิด เวทีระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอการแก้ไขปัญหาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อจัดทำข้อเสนอการแก้ไขปัญหาในการพัฒนาของจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้งที่เป็นปัญหาเร่งด่วน ปัญหาที่มาก่อนและยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือปัญหาที่ต้องแก้ไขโดยนโยบายของรัฐระดมมติ ครม.ขึ้นไป ในโอกาสที่กำลังจะมีสภาปฎิรูปแห่งชาติในระยะอันใกล้นี้ คณะทำงานองค์กรชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนและภาคีเครือข่ายเห็นว่าการปฎิรูปประเทศตามนโยบายของ คสช. นอกจากจะมีการปฎิรูปโครงสร้างแล้ว ระดับฐานรากชุมชนถึงระดับจังหวัดก็ควรแก้ไขปัญหาหรือปฎิรูปไปพร้อมๆกัน โดยทั้งนี้ เพื่อระดมความคิดเห็นของประชาชนและสรุปประมวลเป็นข้อเสนอการแก้ไขปัญหาการพัฒนาในระดับฐานราก สู่การปฎิรูปประเทศไทย โดยบางส่วนที่สามารถแก้ไขได้ในระดับจังหวัด ก็จะเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และข้อเสนอการแก้ปัญหาที่ต้องใช้อำนาจระดับนโยบายของรัฐ ก็จะนำเสนอต่อ คสช. และสภาปฎิรูปผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไป



ข่าวโดย : ทีมข่าว ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

น้ำป่าซัดราษฎรเฝ้านาเสียชีวิต ๑ ราย สูญหาย ๑ ราย รอยตาย ๒ ราย

ฝนตกอย่างหนักที่ชายแดนไทย-พม่า ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากซัดราษฎรที่เฝ้านาเสียชีวิต ๑ ราย สูญหาย ๑ ราย รอยตายอย่างหวุดหวิด ๒ ราย

เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากซัดราษฎรที่เฝ้านาเสียชีวิตครั้งเกิดขึ้นเมื่อเวลา ๐๑.๓๐ น วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๗ นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งจากนายประจักษ์ พิศไหว ผู้ใหญ่บ้านในสอย ต. ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ว่าเกิดขึ้นฝนตกอย่างหนักตามแนวชายแดนไทย-พม่า ติดกับในสอย ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน และเกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณลำห้วยในสอย ซัดราษฎรที่นอนอยู่กระท่อนกลางนาเพื่อเฝ้าไร่นาสูญหายไปจำนวน ๔ คน จึงได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทราบ กระทั่งเวลา ๐๗.๐๐ น จึงได้นำกำลัง อาสาสมัครรักษาดินแดน ตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๓๓๖ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ ๗ จ.แม่ฮ่องสอน มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกติดตามค้นหาราษฎรดังกล่าว จนกระทั่งเวลา ๑๑.๓๐ น พบศพ นายเด้ ไม่มีนามสกุล อายุ ๔๐ ปี เสียชีวิตอยู่บริเวณลำห้วยห่างจากกระท่อมกลางนาประมาณ ๑ กิโลเมตร มีเศษไม้ดินทับถมร่างกาย ในเวลาต่อมาพบนายฉ่อ ไม่มีนามสกุล อายุ ๒๐ ปี บ้านเลขที่ ๕๑ ป๊อก ๑ นายบูแหละ ไม่มีนามสกุล อายุ ๕๕ ปี บ้านเลขที่ ๑๑๒ ป๊อก ๙ เดินลงมาจากภูเขาสูง โดยทั้งสองเล่าให้ฟังว่า ในช่วงเวลา ๒๑.๐๐ น ของคืนวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๗ ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักบริเวณชายแดนไทย ฟ้าร้องตลอดเวลา จากนั้นก็นอนพักผ่อนที่กระท่อมของนายนิทัศน์ ทัศนถิ่น ราษฎรบ้านในสอย กระทั่งเวลาประมาณ ๐๑.๓๐ น วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๗ สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงต้นไม้หักและเสียงกระแสป่าจึงได้เรียกเพื่อน ๆ ทั้งสี่คนตื่นเพื่อจะได้วิ่งขึ้นไปอยู่ที่สูง ซึ่งต่างคนต่างคนต่างก็วิ่งหนีกระแสน้ำป่าที่ไหลเชียวอย่างรุนแรง จนกระทั่งรุ่งเช้าทราบว่านายเด้ เสียชีวิตถูกกระแสน้ำป่าซัด ส่วนนายเต๋อ ไม่มีนามสกุล อายุ ๕๓ ปี สูญหายไปไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ฯ ได้ค้นหายนายเต๋อ ตามลำห้วยตั้งแต่กระท่อมกลางนามาจนถึงลำน้ำปาย ระยะกว่า ๕ กิโลเมตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ น้ำป่าได้กัดเซาะคอสะพานทางเข้าสำนักสงฆ์พุทธบารมีโลกอุดม ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ขาดชาวบ้านช่วยกันซ่อมแซม และพื้นที่ไร่นาราษฎรได้รับความเสียหายจำนวนมาก ขณะนี้นายสุรพล พนัสอำพล ได้สั่งการให้อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนเร่งสำรวจพื้นที่ไร่นา ถนน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียดังกล่าวแล้ว



ข่าวโดย : ดำเนิน ท้วมจอก ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

หลัก "การไม่ติดตำรา"และ "ขาดทุนคือกำไร" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

พระราชดำรัส ฯ "การไม่ติดตำรา" และ "ขาดทุนคือกำไร"จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เกี่ยวกับการปกครองประเทศ ซึ่งมีใจความว่า

ให้ปกครองแบบคนจน “แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป” ทำอย่างมีสามัคคีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอด ไม่เหมือนกับคนที่ทำตามวิชาการที่เวลาปิดตำราแล้ว ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร รวมทั้งพระราชดำรัสเรื่อง “ขาดทุนเป็นการได้กำไรของเรา” โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลักนั้น ขอขยายความหลักหลักของ “การไม่ติดตำรา” และ “ขาดทุนคือกำไร” ดังนี้ หลัก “การไม่ติดตำรา” มีความหมายว่า ไม่ควรนำเอาทฤษฎีหรือหลักวิชาการของผู้อื่นมาดำเนินการโดยปราศจากการพิจารณาให้ถ่องแท้ด้วยสติปัญญาและความรู้ของตนเองว่าเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพของปัญหาผู้คนและสภาพแวดล้อมของประเทศไทยมากน้อยเพียงใด นักวิชาการชั้นสูงที่ได้รับการศึกษามาจากตะวันตก มักจะนำแนวคิดและทฤษฎีต่างๆ มาใช้กับประเทศไทย โดยไม่รอมชอมและไม่พิจารณาถึงความแตกต่างในด้านต่าง ๆ ให้รอบคอบ ในที่สุดก็มักจะประสบความล้มเหลวหรือไม่บังเกิดผลดีอย่างเต็มที่ และทำให้ประเทศถอยหลังเข้าคลอง หลัก “ขาดทุนคือกำไร” หรือ “Our loss is our gain” มีความหมายว่า การดำเนินโครงการ ใดก็ตาม ให้ยึดผลสำเร็จของการดำเนินงานที่ความ “คุ้มค่า” มากกว่า “คุ้มทุน” หรืออีกนัยหนึ่งคือ การพิจารณา “Cost–Effectiveness” มากกว่า “Cost–Benefit ratio” โดยให้ความสำคัญต่อผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนาที่เป็นผลประโยชน์ของคนส่วนรวมมากกว่าผลสำเร็จที่เป็นตัวเลขอันเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มคนส่วนน้อยนั่นเอง


ข่าวโดย : ทีมข่าว ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการอบรมพัฒนาบุคลากรกลุ่มจังหวัด ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการอบรมพัฒนาบุคลากรกลุ่มจังหวัด ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

เช้าวันนี้ (27 ส.ค. 57) นายทัพพ์เทพ สุนทรพลเชฏฐ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิด โครงการอบรมพัฒนาบุคลากรกลุ่มจังหวัดในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่โรงแรมอิมพีเรียล แม่ฮ่องสอน รีสอร์ท จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวน 80 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในด้านการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ ให้แก่ผุ้ประกอบการ และผู้ที่สนใจจะมุ่งสู่การเป็นผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ในอุตสาหกรรมสุขภาพ อุตสาหกรรมการจัดประชุม และนิทรรศการอุตสาหกรรมบริการการศึกษา อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องกับการท่องเที่ยว

กิจกรรมประกอบด้วย การบรรยาย หัวข้อ โลกาภิวัตน์กับการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม /AEC กับการผสานเชิงวัฒนธรรม /อวจนภาษากับการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม /ฝึกปฎิบัติการใช้ภาษอังกฤษในชีวิตประจำวัน และดำเนินธุรกิจ/การบรรยายและแสดงบทบาทสมมุติ/ความรู้ทั่วไป โอกาสการเตรียมพร้อมปัญหาและความท้าทาย วิทยากรจากคณะรัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โครงการดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2557


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

โครงการพัฒนาประสิทธิภาพชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ประจำปี 2557 ได้สิ้นสุดลงแล้ว

โครงการพัฒนาประสิทธิภาพชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ประจำปี 2557 ได้สิ้นสุดลงแล้ว

เช้าวันนี้ ( 27 สิงหาคม 2557) นายกองเอกสุรพล พนัสอำพล ผู้บังคับการอาสารักษาดินแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ประจำปี 2557 ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนแม่ฮ่องสอน ที่ 1 อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งจัดมาตั้งวันที่ 25 สิงหาคม 2557 โดยมีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อำเภอเมือง ปางมะผ้า และอำเภอขุนยวม เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 100 นาย เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับระเบียบกฎหมายที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น การตรวจค้น การตั้งจุดตรวจ พร้อมทั้ง เพิ่มพูนทักษะในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ สามารถร่วมปฏิบัติงานกับฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหาร ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

เกิดเหตุฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากพัดราษฎร เสียชีวิต 1 ราย และสูญหาย 1 ราย หลายหน่วยงานระดมให้การช่วยเหลือ

เกิดเหตุฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากพัดราษฎร เสียชีวิต 1 ราย และสูญหาย 1 ราย หลายหน่วยงานระดมให้การช่วยเหลือ

จากเมื่อคืนที่ผ่าน (26 สิงหาคม 2557)จังหวัดแม่ฮ่องสอนเกิดเหตุฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ที่บ้านในสอย ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน น้ำป่าซัดราษฎรที่นอนเฝ้าไร่นา อยู่ที่กระท่อมจำนวน 4 คน กำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 /กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 336 / เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัด /สำนักงานป้องและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัด/ อบต.ปางหมู /อบต.ผาบ่อง ระดมกำลังค้นหา ล่าสุดพบศพ นายเด้ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 40 ปี เสียชีวิตอยู่บริเวณลำห้วย ห่างจากกระท่อมประมาณ 1 กิโลเมตร มีเศษไม้ และดินทับถมร่างกาย และในเวลาต่อมาพบนายฉ่อ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 51 และนายบูแหละ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 112 ทั้งสองเดินลงมาจากภูเขาสูง และเล่าให้ฟังว่า ได้มานอนเฝ้าไร่นาที่กระท่อมดังกล่าว และเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก ได้ยินเสียงต้นไม้หัก และเสียงน้ำป่าไหลหลากจึงได้เรียกเพื่อน ๆ ทั้ง 4 คนตื่น ซึ่งต่างคนต่างคนต่าง ก็วิ่งหนีกระแสน้ำป่าที่ไหลเชียวอย่างรุนแรง จนกระทั่งรุ่งเช้าทราบว่านายเด้ เสียชีวิตถูกกระแสน้ำป่าซัด ส่วนนายเต๋อ ไม่มีนามสกุล อายุ 53 ปี สูญหายไป ไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

นอกจากนั้นยังพื้นที่ทำการเกษตร ของหมู่บ้านดังกล่าว เสียหายจำนวนหนึ่ง และ บ้านห้วยเสือเฒ่า ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ถูกน้ำป่าซัดเครื่องใช้ไฟฟ้า และบ้านเรือนได้รับความเสียหาย เช่นกัน

ขณะนี้นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้สั่งการให้อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เร่งสำรวจความเสียหาย พื้นที่การเกษตร ที่อยู่อาศัย ถนน เพื่อทำการให้ความช่วยเหลือต่อไป/



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแพร่ แจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนหนักในระยะนี้

จังหวัดแพร่แจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนหนักในระยะ 26-30 สิงหาคมนี้ อาจส่งผลให้เกิดอุทกภัย ดินโคลนถล่ม

นายศักดิ์ชัย จ.ผลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กล่าวว่า จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่า ในช่วงวันที่ 26-30 สิงหาคม 2557 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในขณะนี้มีคลื่นกระแสลมตะวันออกเคลื่อนผ่านเข้ามาในอ่าวไทยตอนบน ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากฝนตกหนัก อาจสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน และผลผลิตทางการเกษตร  จังหวัดแพร่จึงขอแจ้งเตือนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการรับสถานการณ์ และให้ทุกอำเภอดำเนินการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยให้ราษฎรได้รับทราบถึงสภาวะอากาศ ที่จะมาถึง เพื่อให้สามารถเตรียมรับสถานการณ์ และหาวิธีการป้องกันและแก้ไข หลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ให้ระมัดระวังภัยจากธรรมชาติ ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งบ้านเรือน โรงเรือนและพืชผลทางการเกษตร

และขอให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติ ในระยะ 4-5 วันนี้ ควรจัดเจ้าหน้าที่อยู่ปฏิบัติงานเฝ้าระวังเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ รวมถึงใช้ประโยชน์จากมิสเตอร์เตือนภัยที่ประจำอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยงภัย ในการแจ้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และรายงานสถานการณ์ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นให้ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจทราบทุกระยะจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด   ทางโทรศัพท์หมายเลข 0-5553-3680 โทรสาร 0-5552-2513  หรือสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง




ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์

กรมการกงสุลกำหนดจัดหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ ที่จังหวัดแพร่

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดจัดหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่มาให้บริการประชาชนในจังหวัดแพร่ ที่ศาลาประชาคมจังหวัดแพร่ ระหว่างวันที่ 22–26 กันยายน 2557    

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รับแจ้งจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศว่า ทางกรมการกงสุลกำหนดจัดหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่มาให้บริการประชาชนในจังหวัดแพร่ ที่บริเวณศาลาประชาคมจังหวัดแพร่ อำเภอเมืองแพร่ ระหว่างวันที่ 22–26 กันยายน 2557 ตั้งแต่เวลา 08.00–16.30 น. โดยเปิดให้บริการรับคำร้องเฉพาะหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป

ผู้สนใจติดต่อยื่นคำร้องเพื่อทำหนังสือเดินทาง ได้ตามวันและเวลาดังกล่าว โดยนำเอกสารประกอบการขอหนังสือเดินทางประกอบด้วย

กรณีบุคคลทั่วไป ใช้บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) ที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ยังไม่หมดอายุและไม่ถูกยกเลิก

กรณีผู้เยว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์)  ใช้ใช้บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) กรณียังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ให้ใช้สูติบัตรที่มีเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก (ตัวจริง) ทะเบียนบ้านหรือสำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้ยื่นคำร้องถูกต้อง (ไม่อยู่ระหว่างการย้ายหรืออยู่ในทะเบียนบ้านกลางหรือขัดข้องด้วยเหตุอื่น) บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดา (ตัวจริง) บิดาและมารดาต้องมาลงนามให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ทั้งสองคน ในขณะยื่นคำร้อง

กรณีบิดาและมารดามิได้จดทะเบียนสมรสและผู้เยาว์อยู่ในความอุปการของมารดาแต่ผู้เดียวให้มารดาเป็นผู้ลงนามพร้อมแสดงหนังสือรับรองการปกครองบุตรที่ออกโดยอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น (ตัวจริง)

กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนอย่า ให้ผู้ใช้อำนาจปกครองผู้เยาว์แต่เพียงผู้เดียวที่ระบุในบันทึกการหย่าเป็นผู้ลงนามให้ความยินยอมพร้อมกับบันทึกการหย่า (ตัวจริง)

กรณีบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งไม่สมารถมาลงนามให้ความยินยอมได้ ให้ผู้นั้นทำหนังสือยินยอมจากอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น (ตัวจริง) และนำมาแสดงใบเปลี่ยนชื่อหรือสกลของผู้เยาว์ บิดามารดาตัวจริง(หากมี) ทำเนียมการทำหนังสือเดินทาง 1,000.- บาท ค่าส่งไปรษณีย์ (EMS) 40.- บาท




วัชระ เพชรพลอย/ข่าว /พิมพ์

เด็กนักเรียนที่จังหวัดแพร่อาหารเป็นพิษถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแพร่จำนวน 21 คน

เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านต้นไคร้ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่รับประทานอาหารเป็นพิษคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแพร่จำนวน 21 คน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (27ส.ค.57) ที่โรงพยาบาลแพร่มีเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านต้นไคร้ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ถูกนำตัวส่งเข้ารับการรักษาจำนวน 21 คน โดยเด็กส่วนใหญ่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย เนื่องจากอาหารเป็นพิษ ทั้งนี้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันวานนี้(26ส.ค.57) โดยรับประทานข้าวกับน้ำพริกอ่อง จนมีอาการท้องเสียหลายคน ซึ่งบางรายถูกนำส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน และเช้านี้เด็กก็ป่วยพร้อมกันจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลแพร่ เพื่อให้แพทย์ พยาบาลดูแลอาการไปก่อน

อย่างไรก็ตามในระยะนี้เป็นช่วงอากาศที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่อาจจะทำให้อาหารเน่า หรือบูดเสียได้ง่าย ประกอบกับน้ำพริกอ่องมีส่วนประกอบคือมะเขือเทศกับหมู ซึ่งมีรสเปรี้ยวด้วยอาจจะไม่ได้สังเกตว่ามันใกล้บูดหรือเปล่าเด็กๆ เมื่อรับประทานเข้าไปจึงมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียดังกล่าว



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์

เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทหารบกพะเยา ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตชด. ป่าไม้ เข้าตรวจยึดไม้สักท่อนจำนวนมากที่ถูกซุกซ่อนไว้ในป่าหลังมหาวิทยาลัยพะเยา

วันนี้ (27 ส.ค.57) นายณรงค์ ถูกอย่าง ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองพะเยา พร้อมด้วยนายวิชาติ ใจสมิงหัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่1 พะเยา (แม่นาเรือ) , เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทหารบกพะเยา และตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ได้เข้าทำการตรวจยึดไม้สักท่อนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุต ยาว 3 เมตร จำนวน 3 กอง รวม 28 ท่อน ที่ถูกตัดและนำมาซุกซ่อนอยู่ในสวนป่าหลังมหาวิทยาลัยพะเยา บ้านหม้อแกงทอง หมู่ 1 ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา โดยเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา พร้อมเร่งทำการสืบสวนหาที่มาของไม้ทั้งหมด เนื่องจากขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจยึดนั้นไม่พบผู้กระทำผิด อีกทั้งบริเวณดังกล่าวเป็นสวนป่าที่มีการปลูกไม้สักจำนวนมากแต่กลับไม่มีร่องรอยการตัดโค่น ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ขบวนการลักลอบตัดไม้ น่าจะตัดโค่นมาจากที่อื่นแล้วนำมาซุกซ่อนไว้อำพรางตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.พะเยา
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

อุตสาหกรรมพะเยา เชิญชวนผู้ผลิตชุมชนที่ใบรับรองใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้วติดต่อขอยื่นการรับรองใหม่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ได้ดำเนินงานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP จังหวัดพะเยา ให้ได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ตามโครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งผลที่ได้จากการได้รับมาตรฐาน มผช. ทำให้สินค้าของกลุ่มผู้ผลิตชุมชนในจังหวัดพะเยาเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค รวมทั้งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการคัดเลือกเป็นสินค้าระดับ 5 ดาว ตามโครงการคัดสรรสุดยอด 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จะมีอายุ 3 ปี ดังนั้นจึงขอให้ผู้ผลิตที่ใบรับรองใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้วให้ทำการติดต่อขอยื่นการรับรองใหม่ ตลอดจนผู้ผลิตชุมชนใดที่ผลิตภัณฑ์ของตนเองยังไม่ได้เข้าสู่ระบบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนก็สามารถไปยื่นขอการรับรองได้ ที่ สำนักงาน อุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

สำหรับคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ผลิตในชุมชนหรือจากโครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการอำนวยการ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ.) และสมาชิกของกลุ่มเกษตร กลุ่มสหกรณ์หรือกลุ่มอื่นๆ ตามกฎหมายวิสาหกิจชุมชน เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มอาชีพก้าวหน้า กลุ่มธรรมชาติ เป็นต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือยื่นขอใบรับรองคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ที่ ฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา โทร. 054 – 449638 ในวันเวลาราชการ




ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา