วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

ปลุกพลังชาวแพร่ร่วมเฟ้นหาครูเพื่อเสนอชิงรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

จังหวัดแพร่เชิญชวนศิษย์เก่า หรือสถานศึกษา องค์กรภาครัฐและเอกชน เสนอชื่อครูเข้ารับการคัดเลือกเข้ารับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

นายชเนรินทร์ สมินทรปัญญา ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ ในฐานะคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีระดับจังหวัด กล่าวว่า ด้วยคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จะคัดเลือกครูในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวน 11 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย ลาว พม่า กัมพูชา มาเลเชีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ บรูไน อินโดนีเชีย และ ติมอร์เลสเต ประเทศละ 1 คน เข้ารับพระราชทานรางวัลดังกล่าวจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งรางวัลนี้มีความแตกต่างจากรางวัลอื่นตรงที่การมุ่งเฟ้นหา ครูที่อุทิศตนสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ หรือเป็นผู้มีคุณูปการแก่วงการศึกษาไทย ซึ่งมิได้วัดเป็นเพียงผู้สอนดีหรือมีความเป็นเลิศทางผลงานเชิงเอกสารเท่านั้น

ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่กล่าวอีกว่า การเสนอชื่อครูเพื่อให้ได้รับรางวัลระดับจังหวัดสำหรับประเทศไทยนั้น ผู้ที่จะเสนอได้มาจาก 4 ด้าน คือด้านแรกศิษย์เก่าที่อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีเป็นผู้เสนอ ศิษย์ 1 คนสามารถส่งครูได้ 1 คน ด้านที่สองสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยความเห็นชอบของกรรมการสถานศึกษาเสนอได้สถานศึกษาละ 1 คน ด้านที่สาม สมาคมมูลนิธิและองค์กรเป็นนิติบุคคลมีภารกิจส่งเสริมการเรียนรู้ เสนอได้องค์กรละ 1 คน และสุดท้ายด้านที่สี่ องค์กรภาครัฐและเอกชนที่มีการคัดเลือกครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเสนอได้ 1 คน

วิธีการคัดเลือกระดับจังหวัดจะคัดเลือกจากผู้ที่เสนอมาทางศิษย์เก่า ทางสถานศึกษา และ ทางสมาคมมูลนิธิองค์กรที่เป็นนิติบุคคล ให้เหลือหนึ่งคนตามโควตาที่จังหวัดแพร่ได้รับ เสนอไปยังคณะกรรมการส่วนกลางซึ่งผู้ได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดและทั่วประเทศเสนอไปรวม 159 รายนี้ ชั้นต้นจะได้รับรางวัลครูขวัญศิษย์ทันที ส่วนที่เสนอทางองค์กรภาครัฐและเอกชนที่มีการคัดเลือกครูอยู่แล้วนั้นสามารถเสนอไปยังส่วนกลางเองได้ไม่ต้องผ่านการคัดเลือกระดับจังหวัด

จากนั้นครั้งที่ 2 คณะกรรมการส่วนกลางจะคัดเลือกจากที่จังหวัด รวมทั้งที่องค์กรภาครัฐและเอกชนเสนอ ให้เหลือไม่เกิน 20 คน ผู้ที่ได้คะแนนลำดับที่ 4 ถึง 20 จะได้รางวัลครูยิ่งคุณ คะแนนลำดับที่ 2 ถึง 3 รับรางวัลคุณากร และผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดหรืออันดับหนึ่งถึงจะรับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ซึ่งจะได้เหรียญรางวัล ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 10,000 เหรียญสหรัฐ โดยเข้ารับพร้อมกับประเทศอื่นๆในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2558

ศิษย์เก่าหรือ สถานศึกษา องค์กรภาครัฐเอกชนใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับใบสมัครได้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ หรือที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่เขต 1 ได้ทุกวันทำการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



ปชส.แพร่/ข่าว

จังหวัดแพร่ กำหนดจัดพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณสองมหาบุรุษเมืองแพร่ ประจำปี 2557

จังหวัดแพร่กำหนดจัดพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณสองมหามหาวีรบุรุษจังหวัดแพร่ ในวันที่ 26 กันยายน 2557 ที่บริเวณอนุสรณ์สถานสองมหาวีรบุรุษเมืองแพร่ ตำบลแม่หล่าย อำเภอเมืองแพร่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ตามที่จังหวัดแพร่โดยข้าราชการ ประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมกันจัดสร้างอนุสาวรีย์ขุนหลวงพล  หรือปู่พญาพล และพญาเมืองชัย หรือพระยาศรีสุริยวงศ์ สองมหาวีรบุรุษเมืองแพร่ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ที่ตำบลแม่หล่าย อำเภอเมืองแพร่ และมีการจัดพิธีบวงสรวงเปิดอนุสาวรีย์มหาบุรุษเมืองแพร่ และพิธีสืบชะตาหลวง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2546 นั้น และมีมติกำหนดให้วันที่ 26 กันยายน ของทุกปีจัดพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณสองมหามหาวีรบุรุษจังหวัดแพร่ โดยในปีนี้จังหวัดแพร่กำหนดให้มีพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของสองมหาวีรบุรุษจังหวัดแพร่ในวันที่ 26 กันยายน 2557 ที่บริเวณอนุสรณ์สถานสองมหาวีรบุรุษจังหวัดแพร่ ที่ตำบลแม่หล่าย อำเภอเมืองแพร่ เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของสองมหาวีรบุรุษที่ได้บำเพ็ญประโยชน์อย่างใหญ่หลวงให้จังหวัดแพร่ในอดีต โดยเวลา 07.00 น. เริ่มพิธีบูชาท้าวทั้งสี่ เวลา 08.00 น. ฟ้อนรำบวงสรวง เวลา 09.00 น. ประธานในพิธีเปิดงานบวงสรวง กล่าวสดุดีวีรกรรมของสองมหาวีรบุรุษจังหวัดแพร่ ประกอบพิธีพราหมณ์ พิธีทางพระพุทธศาสนา

สำหรับประวัตินั้นเมื่อปี พ.ศ. 1371 ปู่พญาพลได้เป็นผู้นำในการบุกเบิก โดยนำคนไทยส่วนหนึ่งอพยพลงมาจากเมืองเชียงแสน ไชยบุรี และเชียงพวงคำ เพื่อสร้างบ้านแปงเมืองใหม่ บนที่ราบฝั่งน้ำยม และขนานนามว่า เมืองพลนคร ต่อมาปี พ.ศ. 1372 ได้รวมคนทุกเขตแขวงประกอบพิธีสร้างวัดขึ้นบริเวณข่วงตะวันตกคุ้มขนานนามว่า วัดหลวง และได้สร้างพระวิหารหลวงพลนคร เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าแสนหลวง ปู่พญาพลยังได้ปกครองดูแลความทุกข์ สุข ของประชาชน  ทั้งทางด้านการมองหาทำเลที่อยู่ ที่ทำกิน และปลูกฝังอบรม ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมแก่พลเมือง ร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนา แก้ไขปัญหาบ้านเมืองด้วยสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด  ทางด้านพญาเมืองชัยนั้นเป็นนักรบที่ชาญฉลาด และเป็นผู้ที่มีภูมิปัญญาควรแก่การยกย่องว่าเป็นปราชญ์ ซึ่งได้ทำศึกสงครามนำไพร่พลเมืองแพร่เข้ารบในสมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสมเด็จพระเจ้าตากสินได้แต่งตั้งให้เป็น พระยาศรีสุริยวงศ์

จังหวัดแพร่จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการ ประชาชน ร่วมพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณสองมหามหาวีรบุรุษจังหวัดแพร่ดังกล่าว สำหรับการแต่งกาย ชุดหม้อห้อม ชุดพื้นเมือง



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์ 

ค่านิยมไทย 12 ประการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

การสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. เพื่อสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ด้วยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีนโยบายในการสร้างคนในชาติให้เกิดความเข้มแข็ง เกิดความรักความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์ ด้วยการสร้างค่านิยมไทย 12 ประการให้กับเยาวชน และประชาชนทั่วไปในสังคมไทย ซึ่งประกอบด้วย

1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน

3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์

4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม

5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย

6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์

7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย

8. มีระเบียบ วินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่

9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ

10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจาเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจาหน่าย และพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี

11. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ

12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

หากประชาชนนำค่านิยมไทยทั้ง 12 ประการไปประพฤติปฏิบัติแล้ว จะส่งผลให้บ้านเมืองมีความสงบสุข มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เกิดการพัฒนา เกิดความเจริญในหลายๆด้าน





ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว
   
   

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจ.แม่ฮ่องสอนจัดโครงการปลูกป่า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจ.แม่ฮ่องสอนจัดโครงการปลูกป่า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558

เช้าวันนี้(10 กย.2557) นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจ.แม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดโครงการปลูกป่า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558 ที่สวนสาธารณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน บ้านท่าโป่งแดง ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมี เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ชาวบ้าน และนักเรียน กว่า 500 คน ร่วมปลูกต้นประดู่ มะม่วง ขี้เหล็ก และมะขามป้อม จำนวน 600 ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558 อีกทั้งเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำให้เป็นแหล่งรองรับ กักเก็บ ระบาย และควบคุมการไหลของน้ำฝนสู่แหล่งน้ำลำธาร ตลอดจนให้ประชาชน เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมต่อไป

สวนสาธารณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเนื้อที่ 1,235 ไร่ เศษ เป็นที่ดินโฉนดในพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่พระราชทานให้กับชาวแม่ฮ่องสอน โดยมีพระราชดำริให้จัดตั้ง เป็นสวนสาธารณะ เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

นายวุฒิฉัตร เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 4/2557 ในวันที่ 11 กันยายน 2557 ที่บริเวณที่ว่าการอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องอสน ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป เพื่อให้บริการคลินิกเกษตรและบริการด้านวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐให้กับเกษตรกรในพื้นที่ และมีกิจกรรมการประกวดผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ กล้วยน้ำว้า มะละกอแขกดำ และฟักเขียว โดยสามารถส่งผลผลิตได้ที่เกษตรอำเภอทุกอำเภอ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 11 กันยายน 2557

ในงานเปิดให้บริการด้านวิชาการ และการวิเคราะห์ปัญหาด้านพืช ด้านสัตว์ ด้านประมง ด้านดิน ด้านบัญชี ด้านชลประทาน ด้านสหกรณ์ ด้านส.ป.ก. ด้านกฎหมาย การเจาะเลือดเพื่อหาปริมาณสารพิษตกค้างในร่างกาย และการวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน ไร่นา ชมนิทรรศการเกษตร การเพิ่มผลผลิตพืช การใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันโรคพืช เพื่อผลิตอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษ และนิทรรศการสนับสนุนโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

เจ้าหน้าที่สวท.แม่ฮ่องสอน ร่วมกันพัฒนาทำความสะอาด ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ ที่วัดพระธาตุดอยกองมู แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม

เจ้าหน้าที่สวท.แม่ฮ่องสอน ร่วมกันพัฒนาทำความสะอาด ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ ที่วัดพระธาตุดอยกองมู แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม

เช้าวันนี้(10 กันยายน 2557)นางสาววาสนา ไข่แก้ว ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำเจ้าหน้าที่ สวท.แม่ฮ่องสอน ร่วมกันพัฒนาทำความสะอาด ตัดหญ้า ตัดแต่งกิ่งไม้ ต้นไม้ บริเวณ2 ข้างทางขึ้นวัดพระธาตุดอยกองมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะงานประเพณีปอยเหลิน 11 ระหว่างวันที่ 4-16 ตุลาคม 2557 อีกทั้งเป็นการเตรียมสถานที่สำหรับการจัดงานตักบาตรเทโวโลหณะ ประเพณีออกพรรษา

วัดพระธาตุดอยกองมู เดิมชื่อว่า วัดปลายดอน เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญของเมืองแม่ฮ่องสอน ภายในวัดประดิษฐานพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย"จองต่องสู่" เมื่อปีพุทธศักราช 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะ ซึ่งนำมาจากสหภาพเมียนม่าร์ ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2417 โดย "พญาสิงหนาทราชา" เจ้าผู้ครองเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก จากจุดบนวัดพระธาตุดอยกองมู สามารถมองเห็น ภูมิประเทศ และสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอนได้อย่างชัดเจนและสวยงาม

ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

พบไม้สักแปรรูปเหลี่ยมซุกซ่อนในพงหญ้าและป่าละเมาะ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พบไม้สักแปรรูปเหลี่ยมซุกซ่อนในพงหญ้าและป่าละเมาะ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อบ่ายวานนี้(9 ก.ย. 57) นายสมชาย โภคาเทพ ปลัดอำเภอ หน.ฝ่ายความมั่นคง นายวิศิษฐ์ ทวนชีพ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิก อส.อ.แม่ลาน้อย ที่ 5 และ จนท.ตำรวจ สภ.แม่ลาหลวง ออกตรวจพื้นที่พบไม้สักแปรรูปเหลี่ยมซุกซ่อนในพงหญ้าและป่าละเมาะ ขนาดหนา 4 นิ้ว กว้าง 12 นิ้ว ยาว 2 เมตร จำนวน 5 แผ่น ปริมาตร 0.3 ลูกบาศก์เมตร ไม่พบผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ จึงยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมจัดจัดเวทีเสวนา โครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ ( Identity ) ณ อำเภอแม่สะเรียง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมจัดจัดเวทีเสวนา โครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ ( Identity ) ณ อำเภอแม่สะเรียง ในวันที่ 11 กันยายน 2557

นางอ่อนศรี ศรีอัมพร ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมจัดจัดเวทีเสวนา โครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ ( Identity ) ณ อำเภอแม่สะเรียง เพื่อสร้างเสน่ห์การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 กลุ่มเป้าหมายสื่อมวลชน และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว จำนวน 100 คน เข้าร่วมเวทีเสวนาฯที่หอประชุมอำเภอแม่สะเรียง ทั้งนี้เวทีเสวนาได้มี สื่อมวลชน ผู้ประกอบการ ตามโครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ ( Identity ) เพื่อสร้างเสน่ห์การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ( เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน ) เพื่อเสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ พร้อมทั้งสร้างการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ให้มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน รวมถึงการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหว การส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดให้ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง โดยมีกลุ่มเป้าหมายสื่อมวลชน อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน ( อป.มช. ) และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ในพื้นที่ อ.สบเมย อ.แม่สะเรียง และอ.แม่ลาน้อย จำนวน 100 คน เข้าร่วมเวทีเสวนาฯ



ข่าวโดย : ทีมข่าว ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

สร้างความเข้าใจขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมชุมชนแก่บุคลากร อบจ.ลำพูน

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2557 ที่ หอประชุม อบจ.ลำพูน ดร.นิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายก อบจ.ลำพูน เป็นประธานเปิดการอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมชุมชนแก่บุคลากร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 เพื่อให้คณะผู้บริหาร ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ข้าราชการครูสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างทุกส่วนราชการในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน จำนวน 300 คน ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ รับฟังความคิดเห็น วิธีการและสามารถนำแนวทางที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชนมาปรับใช้ในการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมชุมชนให้สอดคล้องตามนโยบายของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ที่ว่า "ลำพูน นครแห่งทุนทางวัฒนธรรมชุมชน" และสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง

โดยดร.นิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายก อบจ.ลำพูน ได้เชิญชวนให้บุคลากรขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมชุมชน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมเมือง แต่งเมือง ได้ลงพื้นที่ไปสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทุนทางวัฒนธรรมชุม แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดลำพูน เชิญชวนให้ร่วมกันแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง นอกจากนี้นางนิชาดา สุริยะเจริญ ปลัด อบจ.ลำพูน ได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ “แนวคิดการขับเคลื่อนนโยบายทุนทางวัฒนธรรมชุมชนสู่การปฏิบัติ” และ ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ธนภณ วัฒนกุล กรรมการบริหารสำนักบริการวิชาการมหาวิทยาลัยศิลปกร เป็นวิทยากรให้ความรู้หัวข้อ “แนวคิดการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมชุมชน” ซึ่งอาจารย์ธนภณ วัฒนกุล เป็นที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนด้านทุนทางวัฒนธรรมชุมชน และเป็นผู้ริเริ่มใช้คำว่า “ลำพูน นครแห่งทุนทางวัฒนธรรมชุม”


ข่าวโดย : อุไรวรรณ ปิงแก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี แจ้งหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก "ครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี" ประจำปี 2558

นายดนัย ชยกล้าหาญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน เปิดเผยเกี่ยวกับการคัดเลือกครูดีเด่นเพื่อรับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีว่า จากการที่มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้เป็นหน่วยงานหลักในการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ซึ่งรางวัลนี้จะเป็นรางวัลระดับนานาชาติมี 10 ประเทศในอาเซียน ร่วมคัดเลือกยอดครูแต่ละประเทศคู่ขนานไปกับประเทศไทย

ในส่วนของประเทศไทยต้องการให้รางวัลนี้สร้างการมีส่วนร่วมของคนทั้งประเทศ ซึ่งจะมีการเปิดให้เสนอรายชื่อผ่านประชาชนในท้องถิ่นมีสิทธิเสนอชื่อครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของแต่ละบุคคล โดยจะมีคณะกรรมการระดับจังหวัดในการคัดเลือกรายชื่อครูที่มีคุณสมบัติสูงตามเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองในระดับประเทศ ทั้งนี้ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับเหรียญรางวัล ประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัล 10,000 เหรียญสหรัฐฯ

รางวัลนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเฟ้นหา “ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ศิษย์ สร้างแรงบันดาลใจแก่เพื่อนครู และคุณูปการแก่วงการศึกษาไทย” ซึ่งไม่ได้มุ่งวัดครูเพียงผลงานเชิงเอกสาร หรือเลือกที่ครูเป็นคนดีหรือสอนดีเท่านั้น ทั้งนี้ คุณสมบัติหลักของครูที่ถูกเสนอชื่อจะมีอายุการทำงานประมาณ 20 ปีขึ้นไป เป็นผู้สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานศึกษาของรัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเป็นครูนอกสถานศึกษา ยังทำการสอนหรือบำเพ็ญประโยชน์ด้านการศึกษาในปัจจุบัน และไม่เป็นครูผู้ประกอบอาชีพครูสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก


ข่าวโดย : อุไรวรรณ ปิงแก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี แจ้งหลักเกณฑ์ในการคัดเลือก "ครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี" ประจำปี 2558

นายดนัย ชยกล้าหาญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน เปิดเผยเกี่ยวกับการคัดเลือกครูดีเด่นเพื่อรับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีว่า จากการที่มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ได้เป็นหน่วยงานหลักในการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัล โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ซึ่งรางวัลนี้จะเป็นรางวัลระดับนานาชาติมี 10 ประเทศในอาเซียน ร่วมคัดเลือกยอดครูแต่ละประเทศคู่ขนานไปกับประเทศไทย

ในส่วนของประเทศไทยต้องการให้รางวัลนี้สร้างการมีส่วนร่วมของคนทั้งประเทศ ซึ่งจะมีการเปิดให้เสนอรายชื่อผ่านประชาชนในท้องถิ่นมีสิทธิเสนอชื่อครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของแต่ละบุคคล โดยจะมีคณะกรรมการระดับจังหวัดในการคัดเลือกรายชื่อครูที่มีคุณสมบัติสูงตามเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองในระดับประเทศ ทั้งนี้ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับเหรียญรางวัล ประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัล 10,000 เหรียญสหรัฐฯ

รางวัลนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเฟ้นหา “ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ศิษย์ สร้างแรงบันดาลใจแก่เพื่อนครู และคุณูปการแก่วงการศึกษาไทย” ซึ่งไม่ได้มุ่งวัดครูเพียงผลงานเชิงเอกสาร หรือเลือกที่ครูเป็นคนดีหรือสอนดีเท่านั้น ทั้งนี้ คุณสมบัติหลักของครูที่ถูกเสนอชื่อจะมีอายุการทำงานประมาณ 20 ปีขึ้นไป เป็นผู้สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานศึกษาของรัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเป็นครูนอกสถานศึกษา ยังทำการสอนหรือบำเพ็ญประโยชน์ด้านการศึกษาในปัจจุบัน และไม่เป็นครูผู้ประกอบอาชีพครูสอนพิเศษเป็นอาชีพหลัก


ข่าวโดย : อุไรวรรณ ปิงแก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

ขอเชิญชวนเสนอชื่อ "ครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี" สำหรับประเทศประจำปี 2558

นายดนัย ชนกล้าหาญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน เปิดเผยเกี่ยวกับการเสนอชื่อครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีว่า สำหรับประเทศไทย สามารถทำได้ 3 ช่องทางในระดับจังหวัด คือ 1.) ศิษย์เก่าอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี เป็นผู้เสนอ 2.) สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา และ 3.) สมาคมมูลนิธิ องค์กรที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล และมีภารกิจส่งเสริมความรู้ เสนอได้องค์กรละ 1 ท่าน โดยครูผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์จะได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการระดับจังหวัด ไปยังคณะกรรมการส่วนกลาง

นอกจากนี้ยังมีช่องทางให้องค์กรระดับชาติที่เคยจัดมอบรางวัลอย่างเป็นระบบ ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี สามารถเสนอชื่อครูไปยังคณะกรรมการส่วนกลาง องค์กรละ 1 ท่านได้โดยตรง ซึ่งครูที่ผ่านการคัดเลือกในระดับจังหวัดจะได้รับรางวัล “ครูขวัญศิษย์” ส่วนครูที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการส่วนกลางจะได้รับรางวัล “ยิ่งครู” และครูที่ผ่านการคัดกรองเชิงลึกจะได้รับรางวัล “คุณากร” ก่อนที่คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีจะพิจารณาตัดสินครูผู้สมควรได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เพื่อรับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 2 ตุลาคม 2558 ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุ 60 พรรษา ซึ่งจะถือเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูไทยที่ดีของเรา และครูดีของชาติต่างๆในอาเซียน


ข่าวโดย : อุไรวรรณ ปิงแก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

จังหวัดลำพูน เชิญชวนศิษย์และสถานศึกษาต่างๆเสนอรายชื่อครูเพื่อเข้ารับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

นายดนัย ชนกล้าหาญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน เปิดเผยเกี่ยวกับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตระหนักในความสำคัญของการศึกษาอันเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ จึงทรงอุทิศพระองค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในระดับต่างๆมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสในท้องถิ่นห่างไกลกันดารทั่วประเทศ โดยพระปรีชาสามารถในด้านการศึกษา ได้ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการงานอาชีพของพสกนิกรมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เป็นคุณูปการต่อการศึกษาทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

ในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษาในปีพุทธศักราช 2558 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา เห็นสมควรเฉลิมพระเกียรติทางด้านการศึกษาให้ปรากฏแผ่ไพศาลไปในนานาประเทศ จึงขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดตั้งรางวัลระดับนานาชาติ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและขอพระราชทานพระราชานุญาตตั้งนามรางวัลว่า “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” หรือ “Princess Maha Chakri Award” และได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้งมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (Princess Maha Chakri Award Foundation : MPCAF) เพื่อเป็นองค์กรหลักในการวางแผนการดำเนินงานและพิจารณารางวัลด้วย

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นรางวัลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติครูผู้มีผลงานดีเด่น สร้างคุณประโยชน์แก่การศึกษาในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวม 11 ประเทศๆละ 1 รางวัล ดำเนินการทุกๆ 2 ปี โดยจะพระราชทานครั้งแรกในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นปีที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษาและผู้ได้รับการคัดเลือกทั้ง 11 คน จะได้เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ประเทศไทย

โดยผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี จะได้รับเหรียญรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประกาศนียบัตรเงินรางวัลๆละ 10,000 เหรียญสหรัฐฯ



ข่าวโดย : อุไรวรรณ ปิงแก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

จังหวัดลำพูน เตรียมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

เช้าวันนี้ (10 ก.ย. 2557) ที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถามศึกษาเขต 1 ได้มีการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี โดยมีรองศาสตราจารย์อุเทน ปัญโญ ผู้ทรงคุณวุฒิภาควิชาการเป็นประธานเพื่อพิจารณาแนวทางการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีของจังหวัดลำพูน

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เป็นรางวัลเพื่อยกย่องชูเกียรติครูผู้มีผลงานดีเด่นสร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาในประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 11 ประเทศ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามรางวัลว่า “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี”

สำหรับครูผู้มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อจะต้องเป็นหรือเคยเป็นครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานศึกษาของรัฐ เอกชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เป็นหรือเคยเป็นครูนอกสถานศึกษาที่สอนผู้เรียนในวัยการศึกษาขั้นพื้นฐานและจะต้องปฏิบัติงานสอนหรือจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 20 ปี นอกจากนี้จะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ คือ เป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์ สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์เจริญก้าวหน้าสู่ความสำเร็จในชีวิต มีความอุสาหะทุ่มเทในการทำภารกิจของครูมาโดยตลอด จนลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ และจะต้องเป็นผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาเป็นแบบอย่างทางจริยธรรมให้แก่เพื่อนครู มีการค้นคว้าพัฒนาการสอนมีความแตกฉานในเนื้อหาและการจัดกระบวนการเรียนรู้

ทั้งนี้จังหวัดลำพูนกำหนดให้เสนอชื่อครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ตั้งแต่ที่ 1 -31 ตุลาคม 2557



ข่าวโดย : อุไรวรรณ ปิงแก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

จังหวัดลำพูน จัดโครงการ กระจายผลผลิต พืชผัก เกษตรอินทรีย์ สู่ AEC ลำพูน กรีน มาร์เก็ต

สำนักงาน เกษตร และ สหกรณ์จังหวัดลำพูน จัดโครงการ พัฒนา และ ยกระดับ พืชผักปลอดภัย ผักอินทรีย์ สู่ AEC แบบ ครบวงจร เพื่อ กระจายผลผลิต สู่ ประชาคมอาเซียน และ กระจายไปสู่ผู้บริโภค ในพื้นที่ ลำพูน กรีน มาร์เก็ต ( Lamphun Green Market )

วันนี้ ( 10 กันยายน 2557 ) ที่ บริเวณ สมาคมแพทย์ แผนไทย จังหวัดลำพูน ในเขต เทศบาล เมืองลำพูน สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จ.ลำพูน จัดโครงการ พัฒนาและยกระดับพืชผักปลอดภัย ผักอินทรีย์ สู่ ประชาคมอาเซียน และ ผู้บริโภค ในพื้นที่ แบบครบวงจร โดยมี นาย จำลอง เณรแย้ม ปลัดจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงาน ภายในงาน ได้มีการ ลงนาม บันทึกข้อตกลง ในการสนับสนุน ตลาดพืชผักปลอดภัย ผักอินทรีย์ โดยมี ปลัดจังหวัดลำพูน , หัวหน้าสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำพูน , ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ , ผู้แทนกลุ่มผู้ผลิตพืชผัก อินทรีย์ และ ผู้ประกอบการร้าน อาหาร ครัว วันดี ร่วมลงนามในการสนับ การใช้ผัก ปลอดสารพิษ เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร

นางสาว รัตนาพร กิติกาศ หัวหน้าสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำพูน กล่าวว่า โครงการพัฒนา และ ยกระดับ พืชผักพืชผักปลอดภัย ผัก อินทรีย์ สู่ AEC แบบครบวงจร ( Lamphun Green Market ) ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ ให้เกิดแหล่งจำหน่าย พืชผัก ปลอดภัย พืชผักอินทรีย์ และ อาหารปลอดภัย ของ จังหวัดลำพูน เพื่อให้เกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการ ได้พบปะ และ แลกเปลี่ยน ความรู้ ทางการตลาดระหว่างกัน ซึ่งมี เครือข่าย ผู้ผลิต สินค้า เกษตร อินทรีย์ นำ ผลผลิตมาจำหน่าย อีกทั้ง ยังมี หน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาจัด บูท ให้ความรู้ แก่ เกษตรกร และ ผู้ร่วมงาน

ทั้งนี้ สำนักงาน เกษตร และ สหกรณ์จังหวัดลำพูน ได้จัดสถานที่จำหน่าย สินค้า เกษตรปลอดภัย , พืชผัก อินทรีย์ ในเขต อำเภอเมืองลำพูน จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณ เชิงสะพาน เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ชุมชนบ้านสันมะกรูด ในพื้นที่ตำบล บ้านแป้น อำเภอเมืองลำพูน ซึ่ง จะมีการจำหน่าย พืชผัก อินทรีย์ และ สินค้า เกษตรปลอดภัย ทุกวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่ วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน นี้ เป็นต้นไป ส่วนอีกแห่ง หนึ่ง ได้ จัดที่ บริเวณ สมาคมแพทย์แผนไทย จังหวัดลำพูน ( โรงเรียนอนุบาลลำพูน เก่า ) ใกล้กับ วัดพระธาตุหริภุญชัยฯ ซึ่ง จะ มีการจำหน่าย พืชผักปลอดภัย เชื่อมโยงกับการจัดถนนคนเดินของเทศบาลเมืองลำพูน โดยจะเริ่มการจำหน่าย ตั้งแต่ ช่วง ต้นเดือนตุลาคม นี้ เป็นต้นไป .



ข่าวโดย : ฝ่ายผลิตข่าว สปชส.ลำพูน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน



เครือข่ายสมัชชา สุขภาพจังหวัดลำพูน จัดโครงการ สมัชชาสุขภาพจังหวัดลำพูน ครั้งที่ 1

ประชาชน และ เยาวชน จาก สถานศึกษา ในจังหวัดลำพูน ร่วม งาน เครือข่ายสมัชชา สุขภาพจังหวัดลำพูน โดยมี เครือข่าย สมัชชาสุขภาพใน จังหวัดลำพูน ร่วม แสดง ผลงาน และ จัดนิทรรศการ ให้ความรู้ เกี่ยวกับ สุขภาพ และ อาหาร และ การจัด เสวนา หัวข้อ ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสุขภาวะของคนหละปูน ซึ่งจัด ใน ระหว่างวันที่ 10 – 11 กันยายน 2557 ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เชิงสะพานท่าขาม ในเขตเทศบาลเมืองลำพูน

วันนี้ ( 10 กันยายน 2557 ) ที่ บริเวณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เชิงสะพาน ท่าขาม คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพ จังหวัดลำพูน และ องค์กรภาคีเครือข่าย ภาครัฐ , ภาควิชาการ , ภาคประชาสังคม ได้ ร่วมกัน จัด งาน สมัชชาสุขภาพจังหวัดลำพูน เพื่อ ให้เกิดการ พัฒนา นโยบาย สาธารณะ เพื่อ สุขภาพ แบบมีส่วนร่วม ตาม พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

ภายในงาน มีการเสวนา ในหัวข้อ ความมั่นคงทางอาหารเพื่อสุขภาวะของคนหละปูน , การสานเสวนา แนวทาง ปฏิรูป นโยบายด้านสุขภาพ สู่ สมาชิกสภาปฏิรูป ประจำจังหวัดลำพูน , การ จัดเวที เสวนา ใน หัวข้อ ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสุขภาวะของคนหละปูน โดยมีนาย จรูญ คำปันนา ประธานคณะกรรมการ สมัชชาสุขภาพ ประจำ จ.ลำพูน , นาย พิรุณ จันทร์ธรรม ผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชน / กรรมการคัดสรร สมาชิกสภาปฏิรูป ประจำ จ.ลำพูน และ ผู้ ทรงคุณวุฒิ ได้ ร่วมกัน สนทนา และ เสนอแนวทาง เพื่อให้มีการ ปรับปรุงนโยบาย ด้านสุขภาพ อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ บริเวณ งานโดยรอบ กลุ่มเครือข่าย ผู้ผลิต สินค้า เกษตรอินทรีย์ , ยาสมุนไพร พื้นบ้าน รวมถึง ผลิตภัณฑ์ ส่งเสริม การ ประกอบการเกษตร แบบ อินทรีย์ มา จัดบูท จัดแสดง จำหน่าย ผลงาน ให้ ผู้สนใจ ได้ เลือกชม และ เลือกซื้อ ด้วย ซึ่ง งาน สมัชชาสุขภาพจังหวัดลำพูน ภายใต้วาระ ความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสุขภาวะของคนหละปูน จะมีไปจนถึง วันพรุ่งนี้ ( 11 กันยายน 2557 ) ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เชิงสะพานท่าขาม ในเขตเทศบาลเมืองลำพูน จึงขอเชิญชวน ผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม ในวัน และ เวลา ดังกล่าว โดยทั่วกัน .



ข่าวโดย : ฝ่ายผลิตข่าว สปชส.ลำพูน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

เกษตรลำพูนจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน แจ้งผลการดำเนินงาน พร้อมแนวทางการส่งเสริมและการสนับสนุนของหน่วยงานภาคี

เกษตรจังหวัดลำพูนจัดประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน แจ้งผลการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน พร้อมแนวทางการส่งเสริมและการสนับสนุนของหน่วยงานภาคี

นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดลำพูน ครั้งที่ 2/2557 ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน เพื่อแจ้งข้อราชการที่เกี่ยวข้อง แนะนำตัวคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนจังหวัดลำพูน ผู้แทนวิสาหกิจชุมชน 6 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน แจ้งผลการดำเนินงานโครงการและกิจกรรมวิสาหกิจชุมชน รวม 7 กิจกรรม พร้อมทั้งรับทราบปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ การดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน พร้อมทั้งแนวทางการส่งเสริมและให้การสนับสนุนของหน่วยงานภาคีต่างๆ โดยมี นายถนอม สุริยะ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดลำพูน และ นางจำเนียร แสนราชา หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร นำเสนอข้อมูลและผลการดำเนินงานให้ที่ประชุมรับทราบ



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525519
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

จ.ลำพูน จัดประชุมเตรียมที่พักนักกีฬาเพื่อการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ภาค 5 ครั้งที่ 31

จ.ลำพูน จัดประชุมเตรียมที่พักนักกีฬาเพื่อการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ภาค 5 ครั้งที่ 31 พร้อมเชิญชวนประชาชนสั่งซื้อเสื้อร่วมเป็นเจ้าภาพและสนับสนุนการจัดการแข่งขัน

ที่ห้องพลอยไพลิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1 นายชุมพล รัตน์เลิศลบ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1 เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการฝ่ายที่พักนักกีฬาและเจ้าหน้าที่การจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ภาค 5 ครั้งที่ 31 "หริภุญไชยเกมส์" โดยมี นายนพดล เกิ้งบุรี ผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดลำพูน ชี้แจงรายละเอียดจำนวนนักกีฬาที่จะเข้าพักของแต่ละจังหวัด ที่ประชุมได้กำหนดสถานที่พักนักกีฬาทั้ง 15 จังหวัด โดยนักกีฬาจังหวัดแพร่ พักที่โรงเรียนบ้านแป้นพิทยาคม นักกีฬาจังหวัดสุโขทัย พักที่โรงเรียนอุโมงค์วิทยาคม นักกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ พักที่โรงเรียนป่าซาง นักกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน พักที่โรงเรียนวัดสันต้นธง นักกีฬาจังหวัดเชียงราย พักที่โรงเรียนอรพินพิทยา นักกีฬาจังหวัดพะเยา พักที่โรงเรียนใบบุญลำพูน นักกีฬาจังหวัดพิจิตร พักที่โรงเรียนเลาหจิตรวิทยา นักกีฬาจังหวัดลำปาง พักที่โรงเรียนมงคลวิทยา นักกีฬาจังหวัดตาก พักที่โรงเรียนรพีเลิศวิทยา นักกีฬาจังหวัดน่าน พักที่โรงเรียนบ้านเวียงยอง นักกีฬาจังหวัดพิษณุโลก พักที่โรงเรียนอนุบาลลำพูน นักกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร พักที่โรงเรียนเทศบาลประตูลี้ นักกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์ พักที่โรงเรียนเทศบาลสันป่ายางหน่อม นักกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ พักที่โรงเรียนอนุบาลเมืองลำพูน นักกีฬาจังหวัดลำพูน พักที่โรงเรียนเมธีวุฒิกร

จังหวัดลำพูนจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ภาค 5 ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 21-30 พฤศจิกายน 2557 เพื่อคัดเลือกนักกีฬาตัวแทน ภาค 5 เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 31 ณ จังหวัดจันทบุรี ระหว่างวันที่ 16-27 มีนาคม 2558 ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดลำพูนขอเชิญชวนหน่วยงานและประชาชน ร่วมเป็นเจ้าภาพและสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ภาค 5 ครั้งที่ 31 หริภุญไชยเกมส์ โดยการสั่งซื้อเสื้อที่มีให้เลือก 3 แบบ คือ เสื้อเชิ้ต แบบผ้าบาติกอัดกาว ลายมาสคอตกีฬา ไซส์ S-XXL ซื้อได้ในราคาตัวละ 450 บาท ไซส์ 3L-5L ซื้อได้ในราคาตัวละ 500 บาท เสื้อยืดคอปก ลายมาสคอตกีฬา ไซส์ S-XXL ซื้อได้ในราคาตัวละ 300 บาท และเสื้อยืดคอกลม ลายมาสคอตกีฬา ไซส์ S-XXL ซื้อได้ในราคาตัวละ 200 บาท ผู้สนใจสามารถดูตัวอย่างเสื้อ สั่งจองหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดลำพูน โทรศัพท์หมายเลข 0-5353-5498 และหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดลำพูน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น.



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525519
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

ทต.อุโมงค์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ภายในปี 2558

เทศบาลตำบลอุโมงค์ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ภายในปี 2558

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ และเทศบาลตำบลอุโมงค์ โดย นายขยัน วิพรหมชัย นายกเทศมนตรีตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ได้จัดทำข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานเพื่อรายงานผลการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ปี พ.ศ.2558 เพื่อสะท้อนความสำเร็จและความก้าวหน้าของการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษของประเทศไทย ในปี พ.ศ.2558 เป็นการสนับสนุนการจัดเก็บข้อมูลและการจัดทำตัวชี้วัดอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง รวมถึงสะท้อนปัญหา อุปสรรค ที่พบในการบรรลุเป้าหมาย ตลอดจนข้อเสนอแนะสำหรับแนวทางการดำเนินงานในอนาคต โดยทั้งสองหน่วยงานจะสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อรายงานผลการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ พ.ศ.2558 ให้สามารถสะท้อนผลการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ทั้ง 8 เป้าหมาย ที่ประเทศไทยและประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) 189 ประเทศทั่วโลก มีพันธสัญญาจะต้องบรรลุเป้าหมายภายในปี 2558 ประกอบด้วย การขจัดความยากจนและหิวโหย การให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาระดับประถมศึกษา การส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและส่งเสริมบทบาทสตรี การลดอัตราการตายของเด็ก การพัฒนาสุขภาพของสตรีมีครรภ์ การต่อสู้โรคเอดส์ มาลาเรีย และโรคสำคัญอื่นๆ การรักษาและจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และ การส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาในประชาคมโลก เป้าหมายทั้ง 8 นี้ ในพื้นที่เขตความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลอุโมงค์จะต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวิชาการ

ทั้งสองหน่วยงานจะต้องสนับสนุนการดำเนินงานของบุคลากรทุกระดับ โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดเทคนิคองค์ความรู้ในการจัดเก็บข้อมูลและการจัดทำตัวชี้วัด พร้อมทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลให้เทศบาลตำบลอุโมงค์สามารถนำไปใช้ในการติดตามและประเมินผลการพัฒนา รวมถึงประกอบการวางแผนการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังต้องประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ชุมชน หรือประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เพื่อติดตามผลการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษในทุกระดับ ให้การจัดทำรายงานผลการพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่นและเสร็จสิ้นภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด




ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525519
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

มอบรางวัลโครงการประกวดกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์

วันนี้ 10 ก.ย.57  เวลา 11.00 น. นายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานพิธีมอบรางวัลโครงการประกวดกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ณ ห้องประชุม สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์  โดยมีนายสมบูรณ์ นาคบัว ผอ.ธกส.จังหวัดอุตรดิตถ์ และนายสมิต จางพานิชย์ ผอ.ธนาคารออมสิน ภาค 7  ร่วมให้เกียรติในการมอบรางวัล และนายชนะ พลเมืองดี ประธานคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งการดำเนินงานตามโครงการ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก  สนง.กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ 12,000 บาท ,ธนาคารออมสินภาค 7 จำนวน 35,000 บาท , สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์อุตรดิตถ์ จำนวน 35,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ มีผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ประมาณ 50 คน

กฟผ.เขื่อนสิริกิติ์ ชี้แจงสถานการณ์น้ำ

วันนี้ 10 ก.ย. 57 กฟผ.เขื่อนสิริกิติ์ ชี้แจงสถานการณ์น้ำกับสื่อมวลชน ณ ห้องศรีพนมมาศ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีนายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีเปิด และ ดร.สุเทพ เลิศศรีมงคล ผู้อำนวยการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นผู้ชี้แจง ด้วยเขื่อนสิริกิติ์ได้ระบายน้ำตามแผนของคณะกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นคณะอนุกรรมการฯ จึงปรับแผนการระบายน้ำตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์จริงในปัจจุบัน บัดนี้ชลประทานปรับแผนเข้าสู่ฤดูฝน ประจำปี 2557 จึงปรับแผนระบายน้ำตามสภาพน้ำในแม่น้ำและปริมาณฝนที่ตกรวมทั้งปริมาณ SIDE FLOW ของแม่น้ำน่านและแม่น้ำปิง เพื่อการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในปีต่อไป เขื่อนสิริกิติ์ได้รับแผนการระบายน้ำรายสัปดาห์จากคณะกรรมการฯ จึงแจ้งว่า วันที่ 8-14 กันยายน 2557 แผนระบายน้ำ 2 ล้าน ลบ.ม./วัน เขื่อนสิริกิติ์ ขอยืนยันว่าเขื่อนมีความมั่นคง แข็งแรงดี มีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบดูแลอย่างใกล้ชิด และมีเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และเขื่อนสิริกิติ์ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของจังหวัดอุตรดิตถ์ ขอเชิญชวนเยี่ยมชมได้ตามปกติ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรศัพท์สอบถามที่หมายเลข 055-461157 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สัมมนาเชิงปฏิบัติการแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์ดำรงธรรม

10 ก.ย.57 สัมมนาเชิงปฏิบัติการแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์ดำรงธรรม วันพุธที่ 10 ก.ย.57 เวลา 11.30 น. ผวจ.นว. ประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์และการให้บริการประชาชน ณ ห้องดุสิตารมเยศ ...2 โรงแรมพิมาน อ.เมืองนครสวรรค์ มีปลัดจังหวัดฯ และวิทยากรจากส่วนกลาง ร่วมบรรยายให้ความรู้ด้านกฎหมาย การประนีประนอมไกล่เกลี่ย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ สื่อมวลชน ร่วมอบรม กว่า150 คน หากประชาชนได้รับความเดือดร้อน มีความทุกข์ มีปัญหา น้ำไฟ ยาเสพติด บ่อนการพนัน เดือดร้อนรำคาญ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกกลั่นแกล้งรังแก แจ้งข้อมูลได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดทุกจังหวัด อำเภอ ในอนาคตพัฒนาไปสู่ระดับตำลบ หมู่บ้าน สายด่วน 1567

จังหวัดเพชรบูรณ์ เร่งควบคุมการจำหน่ายเหล้าปั่น ตามนโยบาย คสช.และนายกรัฐมนตรี

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าว ในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ” เกี่ยวกับมาตรการควบคุมสิ่งเสพติดที่มอมเมาเยาวชน ซึ่งได้รับการร้องเรียนเป็นจำนวนมากและทำให้เกิดปัญหาสังคมที่ยังไม่มีกฎ ระเบียบ กฎหมาย ในการควบคุม เช่น บารากู และเหล้าปั่นที่จำหน่าย โดยรถเข็นตามตรอก ซอกซอย โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล นั้น จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ขอให้ส่วนราชการหน่วยงานต่าง ๆ ในส่วนอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทราบและดำเนินการ ควบคุมการจำหน่ายเหล้าปั่นบริเวณรอบสถานศึกษา โรงเรียน และหอพักต่างๆ รวมทั้งเข้มงวดกวดขันสถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ ไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมาย เป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน โดยให้ดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าว หากฝ่าฝืนถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย

จ.เพชรบูรณ์ จัดอบรมโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557

จ.เพชรบูรณ์จัดอบรมโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557

วันนี้ (10 ก.ย.57) ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 นายวรพจน์ แววสิงห์งาม หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557 โดยมีนายสมบูรณ์ ศรีไพศาลเจริญ เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมอบรมจำนวนกว่า 160 คน

จังหวัดเพชรบูรณ์ได้จัดโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557 ขึ้นเพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐของจังหวัดมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานในการใช้ Social Network อาทิ Link , Facebook , Instagram , twitter โดยมีวิทยากรจาก บริษัท TOT จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถ่ายทอดเนื้อหา ทั้งภาคทฤษฎีและเชิงปฏิบัติให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมการอบรม ซึ่งเป็น Application ที่นิยมใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน และมีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานและพัฒนาไปสู่ฐานข้อมูลระดับจังหวัด โดยผู้ใช้สามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับงานขององค์กรได้เป็นอย่างดี เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการปฏิบัติงาน

โดยกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานสารสนเทศจากหน่วยงานส่วนภูมิภาคและส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ จำนวนกว่า 160 คน ทั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมการอบรมจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปฝึกฝน ต่อยอดและพัฒนาการทำงานในแบบระบบของการใช้ Social Network ร่วมกันต่อไป

เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์เตรียมมาตรการควบคุมโรครากเน่าหรือหัวเน่าของมันสำปะหลัง

นายพรชัย วนิชนพรัตน์ เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำมาตรการควบคุมโรครากเน่าและหัวเน่าของมันสำปะหลังเกิดการระบาดของโรครากเน่าหรือหัวเน่าของมันสำปะหลัง สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์จึงขอประชาสัมพันธ์มาตรการในการควบคุมโรครากเน่าหรือหัวเน่าของมันสำปะหลัง เพื่อแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่เสี่ยง ดำเนินการป้องกันตามมาตรการควบคุมโรค ดังนี้ ก่อนเกิดโรคระบาด 1. ในพื้นที่เคยเกิดการระบาดให้ปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อตัดวงจรการระบาดของโรค เช่น ข้าวโพด อ้อย 2. ปรับปรุงบำรุงดินและตัดวงจรการระบาดของโรค โดยปลูกปุ๋ยพืชสด ได้แก่ถั่วพร้า อัตรา 10 กก./ไร่ เมื่ออายุ 50 วัน (ระยะออกดอก)ให้ไถกลบทิ้งไว้ 15 วัน หรือถัวพุ่มในอัตรา 8 กก./ไร่ เมื่ออายุ 40 วัน(ระยะออกดอก) ให้ไถกลบทิ้งไว้ 15 วัน จึงเตรียมแปลงปลูก 3. ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า(เชื้อสด) อัตรา 10 กก.ผสม ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1,000 กก./ไร่ ช่วงเตรียมแปลงปลูก 4. ใช้พันธุ์ต้านทานต่อโรค คือพันธุ์ระยอง 72 5. ใช้ท่อนพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง จากแหล่งที่ไม่เป็นโรค 6. แช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารเคมีกำจัดเชื้อรา fosetyl aluminium อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร นาน 10 นาที ระหว่างเกิดการระบาด 1. พื้นที่ที่มีการระบาด หรือพบอาคารของโรคในมันสำปะหลังที่มีอายุประมาณ 3 เดือน แสดงอาการใบเหลือโดยเฉพาะในแหล่งมที่เคยเกิดโรค ให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมี fosetyl aluminium อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ทุก 1 เดือน ติดต่อกัน 4 ครั้ง 2. พื้นที่ใกล้เคียงให้สำรวจอาการของโรคถ้าพบให้ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า (เชื้อสด) อัตร 10 กก.ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1,000 กก./ไร่ โรยโคนต้น 3. พื้นที่ที่มีการระบาดมากให้เก็บเกี่ยวและไถตากดิน หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า(เชื้อสด) อัตรา 10 กก.ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1,000 กก./ไร่ คลุกดิน

ประกวดโต๊ะหมู่บูชา "พระพุทธมหาธรรมราชา"งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557

ประกวดโต๊ะหมู่บูชา "พระพุทธมหาธรรมราชา"งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2557

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ สภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ขอเชิญส่งโต๊ะหมู่เข้าประกวด ในงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2557 ในวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2557 ณ วัดไตรภูมิ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ โดยมีหลักเกณฑ์การประกวดดังนี้ 1.เป็นโต๊ะหมู่7 2.พระพุทธรูปใช้ พระพุทธมหาธรรมราชาจำลองเท่านั้น 3.ใช้พานพุ่ม และแจกันดอกไม้สดเท่านั้น ผู้ที่ชนะเลิศจะได้รับรางวัล 5000 บาท พร้อมเกียรติบัตร สำหรับท่านที่สนใจสามารถขอรับใบสมัครและสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ชั้น 4 ศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 19 กันยายน 2557 ก่อนเวลา 12.00 น. หรือโทรศัพท์ 0 5672 9780 ผู้ประสานงาน 08 4226 8467

พบเด็กหญิงวัย 14 ปี พิการตั้งแต่กำเนิด ไม่มีรูทวาร เพื่อขับ-ถ่าย ของเสีย ต้องทนใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

พบเด็กหญิงวัย 14 ปี พิการตั้งแต่กำเนิด ไม่มีรูทวาร เพื่อขับ-ถ่าย ของเสีย ต้องทนใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 10 กันยายน 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากนายสุวิทย์ ศรีสุข บรรณาธิการข่าวรายการมุมชีวิต ว่าพบ เด็กหญิงฟ้า(นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ชาว ต.ยางโกลน อ.นครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีอาการผิดปกติทางร่างกาย ไม่มีรูทวารมาตั้งแต่กำเนิด ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก มาถึง 14 ปี จึงได้ทำการประสานขอความช่วยเหลือจาก หน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชน จ.พิษณุโลก และพาครอบครัวของน้องฟ้า เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เพื่อขอความช่วยเหลือจาก นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นางกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก จากการสอบถามนางคำปิ่น เย็นขัน อายุ 45 ปี มารดาของน้องฟ้า อยู่บ้านเลขที่ 25 ม.8 ต.ยางโกลน อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ได้เล่าให้ฟังว่า ตนและสามี คือนายน้อย ขันตาดี อายุ 47 ปี ประกอบอาชีพทำไร่-ทำนา มีบุตรสาวเพียงคนเดียว ซึ่งมีอาการผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด คือไม่มีรูทวาร ในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ในตอนนั้นทีมแพทย์ได้ลงความเห็นว่า น้องฟ้า ยังเล็กมากไม่สามารถเจาะรูทวารได้ จึงจำเป็นต้องเจาะลำไส้ เพื่อขับของเสียออกจากร่างกายทางช่องคลอดแทน ด้านน้องฟ้า ได้เล่าให้ฟังว่า ตนรู้สึกน้อยใจที่เกิดมามีร่างกายไม่เหมือนคนอื่น เวลาขับถ่าย ก็ยากลำบาก เพราะต้องใช้ช่องทางเดียวกับการปัสสาวะ และมักจะมีอาการถ่ายไม่ออก บางครั้งถึงกับต้องอาเจียน เพื่อขับถ่ายของเสียออกทางปากแทน และต้องทนกับอาการปวดท้องอย่างทรมาน เพราะขับถ่ายไม่ออกนานนับเดือน

นอกจากนี้เวลาไปเรียนหนังสือ หรือต้องทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ก็เกรงว่าเพื่อนจะรังเกียจที่ตน ไม่เหมือนคนอื่น เลยไม่กล้าไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ เลย น้องฟ้า กล่าวต่อด้วยน้ำตานองหน้า ว่าอยากจะหายเป็นปกติ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะครอบครัวฐานะยากจน เวลาเดินทางมาพบหมอตามนัดที่ตัวจังหวัด ต้องเหมารถเดินทางมาครั้งละ 1000-1500 บาท จึงอยากวอนขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยหาแนวทางหรือวิธีการรักษาให้ตน หายเป็นปกติ เหมือนคนอื่นทั่วไป จะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ เบื้องต้น พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ ได้มอบเงินช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง พร้อมกันนี้ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ได้ทำการประสาน ไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลยางโกลน อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อขอสนับสนุนรถ ทีใช้ในการเดินทาง เวลาที่ต้องพาน้องฟ้าเข้าพบหมอตามนัด และจะทำการประสานไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก เพื่อหาแนวทางหรือวิธีรักษาต่อไป ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวให้กำลังใจกับน้องฟ้า ว่าขอให้อดทน อย่ารู้สึกน้อยใจในชีวิต หรือท้อแท้ในโชคชะตา ที่เกิดมามีร่างกายผิดปกติ จากนี้ไปจะช่วยหาวิธีหรือแนวทางในการช่วยเหลือ และจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาให้ด้วย สำหรับผู้ที่มีจิตใจศรัทธา ต้องการให้ความช่วยเหลือครอบครัวของน้องฟ้า สามารถติดต่อได้ที่ นายน้อย (บิดา) หมายเลขโทรศัพท์ 091-2929643

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกจัดประชุมเตรียมความพร้อมรับมือโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกจัดประชุมเตรียมความพร้อมรับมือโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมไพลิน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายแพทย์บุญเติม ตันสุรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานในการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือการระบาดของเชื้อ อีโบลา ตามที่องค์การอนามัยโลก ได้รายงานสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศแถบแอฟริกา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 3,069 ราย เสียชีวิตแล้ว 1,552 รายใน 4 ประเทศได้แก่ กีนี ไลบีเรีย เซียร์ราโอน และไนจีเรีย ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ชี้ว่า การระบาดครั้งนี้เป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา สำหรับประเทศไทยขณะนี้ยังไม่พบผู้เดินทางมาจากต่างประเทศที่ติดเชื้อ ไวรัสอีโบลา แต่อย่างใด นายแพทย์บุญเติม ตันสุรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกกล่าวว่า สำหรับโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลันรุนแรง เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา ติดต่อจากสัตว์ สู่คนโดยการสัมผัสสัตว์ ในขณะชำแหละ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตาย หรือรับประทานเลือด นม หรือเนื้อสัตว์ทั้งดิบและสุก และสามารถติดต่อจากคนสู่คน โดยการสัมผัสกับเลือดที่ติดเชื้อ สารคัดหลั่ง เช่น เลือด น้ำเหลือง น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยอีโบลาที่มีอาการเท่านั้น หรือการสัมผัสเข็มและหลอดฉีดยาที่ปนเปื้อนเชื้อ ไม่ติดทางการหายใจ กินอาหาร น้ำดื่มน้ำใช้ โรคนี้มีระยะฟักตัว 2-21 วัน ไม่มีวัคซีนป้องกัน ไม่มียารักษาโดยเฉพาะอัตราเสียชีวิต ร้อยละ 60-90 การป้องกันที่สำคัญคือ ป้องกันการสัมผัสโดยตรงกับเลือด หรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย และการสัมผัสโดยตรงกับเลือด หรือเครื่องในของสัตว์ที่ติดเชื้อ อย่างไรก็ตามการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสอีโบลายังมาไม่ถึงประเทศไทย และปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มแข็ง โดยได้ดำเนินมาตรการป้องกันด้วยการ ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการติดเชื้อกับผู้ป่วยทุกราย ตลอดเวลา อย่างต่อเนื่อง

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำลองกองจากยะลา กว่า สองพันกิโลกรัมมาจำหน่าย ตามโครงการช่วยเหลือกระจายลองกอง ออกนอกแหล่งผลิต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำลองกองจากยะลา กว่า สองพันกิโลกรัมมาจำหน่าย ตามโครงการช่วยเหลือกระจายลองกอง ออกนอกแหล่งผลิต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันนี้ (8 กันยายน 2557)สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำลองกองจากจังหวัดยะลา จำนวน 2,500 กิโลกรัมมาจำหน่ายที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามโครงการช่วยเหลือกระจายลองกอง ออกนอกแหล่งผลิต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด ธกส.ยะลา จำกัด ส่งลองกองมาให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำหน่ายเกรดเอ กิโลกรัมละ 45 บาท เกรด บี 40 บาท และเกรดซี 30 บาท

นางสาวศศิรินทร์ ดอกไม้เทศ สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่านายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีนโยบายให้ช่วยเหลือสินค้าเกษตรใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำลองกองมาจำหน่าย และในงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขสู่ประชาชน ระหว่างวันที่ 16-20 กันยายน 2557 ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะนำลองกองมาจำหน่ายอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนั้นจังหวัดตราดจะนำสินค้าอาหารทะเล และทุเรียน มาจำหน่าย และรับซื้อกระเทียม ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดประชุมโครงการพัฒนาชุมชนถนนสายวัฒนธรรม ครั้งที่ 1

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดประชุมโครงการพัฒนาชุมชนถนนสายวัฒนธรรม ครั้งที่ 1

เช้าวันนี้ ( 8 กันยายน 57 ) นางศันสนีย์ พุกกานนท์ วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานประชุมโครงการพัฒนาชุมชนถนนสายวัฒนธรรม ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการเสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและ แม่ฮ่องสอน ที่ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม จำนวน 60 คน เพื่อสร้างเสน่ห์การท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนแม่ฮ่องสอน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจน ชี้แจงรายละเอียดโครงการและ สร้างความเข้าใจในการจัดกิจกรรมของชุมชนตามเส้นทางสายวัฒนธรรม รับฟังขอเสนอและความต้องการจากเครือข่ายวัฒนธรรมและผู้ประกอบการ

ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมเสนอรูปแบบกิจกรรม และกำหนดพื้นที่จัดกิจกรรม ที่บ้านปางหมู ตลาดผาบ่อง บ้านป่าปุ๊ บ้านท่าโป่งแดง และ หนองจองคำ การจัดกิจกรรมแต่ละครั้งให้มีผู้รู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมด้วย ให้พ่อค้าแม่ขาย แต่งชุดประจำเผ่า พูดภาษาท้องถิ่น บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมกิจกรรมให้มีความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองแม่ฮ่องสอนตลอดทั้งปี ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะรวบรวมเพื่อกำหนดรูปแบบกิจกรรมต่อไป

โครงการพัฒนาชุมชนถนนสายวัฒนธรรม เป็น 1 ใน 8 โครงการเสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์อันโดดเด่นของวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน สาธิต เผยแพร่ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น โดยใช้ชื่อเรื่อง สู่เส้นทางสายวัฒนธรรมเมืองสามหมอก โดยจัดในรูปแบบ กาดมั่วคัวแลง กำหนดจัดกิจกรรม6 ครั้ง ตลอดโครงการ


ข่าวโดย : เวียงสอน ดอนแก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

คณะทำงานโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแนวชายแดน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการดำเนินโครงการและส่งมอบโครงการ

คณะทำงานโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแนวชายแดน จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการดำเนินโครงการและส่งมอบโครงการ

เช้าวันนี้ (8 ก.ย. 57) นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแนวชายแดนหรือPEL จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อรายงานความก้าวหน้าและความสำเร็จของโครงการ PEL ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2557 รวมไปถึงแลกเปลี่ยนความรู้ บทเรียน ปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคของโครงการที่ผ่านมา และนำข้อมูลไปวางแผนพัฒนาโครงการด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแนวชายแดนต่อไปในอนาคต

โอกาสนี้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบโล่ขอบคุณสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอขุนยวม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลนาปลาจาด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลในสอย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลห้วยเดื่อ และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแม่สุริน ที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมและสนับสนุนการดำเนินโครงการ จากนั้น มอบโล่ขอบคุณสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด IRC ส่งคืนพื้นที่ พนักงานสุขภาพชุมชนชายแดน และโครงการ PEL จังหวัดแม่ฮ่องสอน แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน/


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

การแข่งขัน วิทยุการบินมินิวอลเล่ย์บอล ประจำปี2557 รอบชิงชนะเลิศจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดการแข่งขัน วิทยุการบินมินิวอลเล่ย์บอล ประจำปี2557 รอบชิงชนะเลิศจังหวัดแม่ฮ่องสอน

บ่ายวันนี้ (8 ก.ย. 57 )นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิด การแข่งขัน วิทยุการบินมินิวอลเล่ย์บอล ประจำปี2557 รอบชิงชนะเลิศจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ อาคารศูนย์ออกกำลังกายเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมี นักวอลเล่ย์บอลระดับประถมศึกษาอายุไม่เกิน 12 ปี ทั้งทีมชายและทีมหญิง ร่วมเข้าแข่งขันรวม 7 ทีม เพื่อคัดเลือกตัวแทนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าแข่งขันระดับภูมิภาค ต่อไป

หลังพิธีเปิดการแข่งขัน เป็นการแข่งขันทีมหญิงระหว่าง ทีมโรงเรียนหมอกจำแป่ กับ โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ผลการแข่งขัน โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ชนะ โรงเรียนหมอกจำแป่ 2 ต่อ 0 เซ็ต

ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆ มีดังนี้คู่ก่อนพิธีเปิด ทีมหญิง โรงเรียนผาบ่องชนะ โรงเรียนบ้านป่าลาน 2 ต่อ 1 เซ็ต และจะมีการแข่งขัน อีก 2 คู่ ได้แก่ คู่ทีมหญิง โรงเรียนบ้านช่างหม้อ กับ โรงเรียนนาป่าแปก และ ทีมชาย โรงเรียนบ้านแม่เตี๋ย กับ โรงเรียนหมอกจำแป่

การแข่งขัน วิทยุการบินมินิวอลเล่ย์บอล ประจำปี2557 รอบชิงชนะเลิศจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมีไปถึงวันที่ 12 กันยายนนี้/


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์

จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ จังหวัด ศาล ทหาร ตำรวจ จตุรมิตรเกมส์ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ของหน่วยงานต่างๆ

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมจัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ จังหวัด ศาล ทหาร ตำรวจ จตุรมิตรเกมส์ ในวันที่ 10 กันยายน 2557 ที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยจะมีการแข่งขัน ฟุตบอล เปตอง แชร์บอล และกีฬาพื้นบ้าน ได้แก่ ชักกะเย่อ วิ่งกระสอบ วิ่ง 11 ขา ตีกอล์ฟมะเขือยาว วิ่งผลัดซุปเปอร์แมน โดยแบ่งนักกีฬาเป็น 4 ทีม ได้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน สีขาว ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน สีน้ำเงิน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 สีส้ม และทีมพลเรือนจังหวัดแม่ฮ่องสอน สีชมพู เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ของหน่วยงานต่างๆ


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่จัดงานประเพณีตานสลากก๋วย ประจำปี 2557

วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง จังหวัดแพร่จัดงานประเพณีตานสลากก๋วย ประจำปี 2557 เพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ในวันนี้(8ก.ย.57) ได้มีการจัดงานบุญประเพณีตานสลากก๋วยขึ้น ซึ่งเป็นประเพณีที่ชาวภาคเหนือได้รับการสืบทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมมาแต่ครั้งโบราณกาล เป็นประเพณีทางพุทธศาสนาที่มีสาระสำคัญเป็นการสั่งสอนให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ สอนให้สร้างความดีไว้ชาติหน้า สอนให้ลูกหลานมีความกตัญญูกตเวทิตาต่อพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งนิสงฆ์ที่ได้ทำบุญตานสลากก๋วย เชื่อกันว่าจะได้ไปเกิดในสวรรค์  โดยมีการเรียกขานแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นเช่น "ตานก๋วยสลาก” "กิ๋นข้าวสลาก” หรือ "ตานสลาก” โดยมีนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชนทำบุญตานก๋วยสลากในครั้งนี้ด้วย

การจัดงานตานสลากก๋วยนั้นจัดขึ้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น เป็นการสร้างความสมัครสมานสามัคคีกันของคนในหมู่บ้านและชุมชนใกล้วัดและหมู่บ้านใกล้เคียง เป็นการบริจาคทานที่ถือว่ามีอานิสงส์มาก และบำเพ็ญกุศลแด่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ตลอดจนเป็นการหาเงินและวัสดุมาบูรณะปฏิสังขรณ์วัดอีกด้วย

ก๋วยสลากมีลักษณะเป็นชลอมที่ทำด้วยไม้ไผ่สานกันอย่างสวยงามและมีขนาดพอดีๆ กรุด้วยใบตองเพื่อไม่ให้สิ่งของร่วงล่นออก ภายในจะบรรจุด้วยข้าวสาร พริกแห้ง หอม กระเทียม เกลือ กะปิ น้ำปลา ขนม เมี่ยง บุหรี่ ไม้ขีดไฟ เทียนไข สีย้อมผ้า ผลไม้ รวมทั้งเครื่องใช้ต่างๆ มีธนบัตร ผูกติดไม้ เสียบไว้ในก๋วย




ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์



สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพะเยา ขณะนี้หลายพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

นายสัลเลข คำใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า จากที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัย เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุมาจากร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคเหนือ ทำให้จังหวัดพะเยาเกิดน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ รวม 4 อำเภอ 16 ตำบล 121 หมู่บ้าน ได้แก่ ในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา , อำเภอดอกคำใต้ , อำเภอปง , และอำเภอเชียงม่วน โดยที่อำเภอเมืองพะเยามีน้ำท่วมขังระบายไม่ทันเป็นช่วงๆ บริเวณถนนสายพะเยา-เชียงราย (บ้านท่านดอกไม้ หมู่ที่ 11 ต.ต๋อม) วัดศรีโคมคำ ถนนพหลโยธินช่วงด้านหน้าโรงพยาบาลพะเยารามและหน้าแขวงการทางพะเยา บริเวณสถานีขนส่งพะเยา ส่วนที่ ต.แม่ใสได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร ปศุสัตว์ และประมงของราษฎรได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 100 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้นายศักดิ์ ทานัง อายุ 68 ปี และที่ลำน้ำต๋ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้านแม่ต๋ำพรหมมินทร์ ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบประมาณ 100 ครัวเรือน ขณะนี้สถานการณ์น้ำคลี่คลายแล้ว

ที่อำเภอดอกคำใต้ เกิดฝนตกหนักจนเกิดน้ำป่าไหลบ่าลงลำน้ำร่องช้าง ก่อนที่จะล้นตลิ่งเข้าท่วมในหลายพื้นที่ โดยบางพื้นที่ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทำให้บ้านเรือนราษฏร สถานที่ราชการ โรงเรียน พื้นที่การเกษตร ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดระดับลงแล้ว

ขณะที่อำเภอเชียงม่วนเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตร ประมง ปศุสัตว์และสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจ

และที่อำเภอปงได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพัดพาพืชผลการเกษตรกรได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ล่าสุดสถานการณ์น้ำยมในพื้นที่อำเภอปง โดยเฉพาะลำน้ำสายหลัก คือน้ำควรและน้ำงิม ปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะอิทธิพลของพายุเบาบางลงไม่มีฝนมาก โดยทางท้องถิ่นในพื้นที่กำลังเร่งสรุปความเสียหาย ทั้งนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำสามารถเก็บน้ำได้เต็มอ่าง เช่น อ่างแม่กำลัง อย่างไรก็ตาม พื้นที่อำเภอปง ก็มีการเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำระรอกใหม่ที่จะมาอีกในกลางเดือนกันยายน เช่น การทำฝายดักตะกอน ขุดลอกลำห้วย รวมถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้พ้นน้ำ



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

ตำรวจพะเยา จับกุมครอบครัวค้ายาบ้า พร้อมอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท

เมื่อเร็วๆนี้ พลตำรวจตรีภาณุ บุรณศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ทราบว่าในเขตพื้นที่เมืองพะเยามีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด จึงมอบหมายให้ พันตำรวจเอกพศวีร์ โชติเทียนชัยวัต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา วางแผนร่วมกับ พันตำรวจโทวุฒิพันธ์ อุประดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติภูธรจังหวัดพะเยา , พันตำรวจโทสุวเลิศ วงค์ไชย สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เชียงม่วน พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ออกติดตามและจับกุมตัว น.ส.ภัทริกา ภัทรพลสุขฤดี อายุ 19 ปี ชาว ต.ท่าสุด อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมยาบ้า 25 เม็ด บนถนนหน้าวัดศรีโคมคำ ต.เวียง อ.เมืองพะเยา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านพักจังหวัดเชียงราย พบในบ้านมียาบ้าอีกจำนวน 5,826 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในบ้านพัก และมีนายสุภาการ ภัทรพลสุขฤดีและนางวิภา ภัทรพลสุขฤดี ชาว ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งทั้งสองเป็นพ่อแม่ ของ น.ส.ภัทริกา เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวบุคคลทั้งหมดพร้อมของกลางยาบ้า และตรวจยึดอาหยัดทรัพย์สินของครอบครัวดังกล่าว โดยมีบ้านพัก 1 หลัง รถยนต์ปิ๊คอัพ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน เงินสดจำนวน 338,500 บาท สร้อยคอและแหวนทองคำ อาวุธปืน 2 กระบอก รวมทรัพย์สินจำนวน 22 รายการ มูลค่ารวม 2,504,000 บาท

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งสามพร้อมของกลางส่ง ร้อยตรวจเอกศพล หลักดี ร้อยเวร สภ.เมืองพะเยา แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.พะเยา
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

งานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานภาคเหนือตอนบน ปี 2557 กิจกรรมที่มีสารประโยชน์สำหรับนายจ้างลูกจ้าง และประชาชนทั่วไปได้เวียนมาถึงอีกวาระหนึ่งแล้ว

นางอาภาภรณ์ นาควัชระ ประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา ได้รับการเปิดเผยจาก นายฤทธิพงศ์ เตชะพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กำกับดูแลราชการบริหารส่วนกลางสังกัดกระทรวงแรงงาน (ศูนย์ความปลอดภัยแรงงาน เขต 5) ว่า กรมสวัสดิการ และความคุมครองแรงงาน ได้มอบหมายให้ศูนย์ความปลอดภัยแรงงาน เขต 5 ดำเนินการจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานส่วนภูมิภาค จังหวัดลำปาง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อรณรงค์ส่งเสริมและกระตุ้นจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการทำงาน ให้เกิดขึ้นกับบุคลากรด้านแรงงานทุกภาคส่วน รวมถึงเพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและประสบการณ์ด้านความปลอดภัยในการทำงานอันจะนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงสภาพการทำงานให้เกิดความปลอดภัยและส่งผลให้การประสบอันตรายจากการทำงานลดลง และมุ่งเน้นการมีส่วนรวมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ “แรงงานปลอดภัย และสุขภาพอนามัยดี” โดยในปีนี้มีกำหนดจัดงานในวันที่ 29-30 กันยายน 2557 ณ โรงแรมบุษย์น้ำทอง อำเภอเมือลำปาง จังหวัดลำปาง ภายใต้ชื่องานว่า “วัฒนธรรมความปลอดภัย ปรองดองทั่วไทย เทิดไท้สถาบัน”

รองผู้ว่าราชการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้นั้น จะมีพิธีมอบรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัยในการทำงาน ระดับจังหวัด ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดลำปาง เชียงใหม่ ลำพูน น่าน เชียงราย พะเยา และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดการจัดงาน ซึ่งหากนายจ้าง ลูกจ้าง และประชาชนทั่วไป สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานเขต 5 หมายเลขโทรศัพท์ 0 5428 2012



ข่าวโดย : พรไพลิน เพ็งขะ นักศึกษาฝึกงาน
หน่วยงาน : ส.ปชส.พะเยา

องค์กรภาคีเครือข่ายจังหวัดน่าน ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน ตามนโยบายของ คสช.

องค์กรภาคเครือข่ายจังหวัดน่าน ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน ตามวาระจังหวัดน่าน "สร้างเมืองน่าน น่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” และโครงการ "รักษ์ป่าน่าน”

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดน่าน นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) การจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน ตามวาระจังหวัดน่าน "สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” และโครงการ "รักษ์ป่าน่าน” โดยมีนายนพปฏล เมฆเมฆา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 16 ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมืององค์กรภาคีเครือข่ายจากหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น พระราชคุณาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดน่าน พระครูพิทักษ์นันทคุณ ที่ปรึกษามูลนิธิฮักเมืองน่าน พระครูสุจิณนันทกิจ ประธานเครือข่ายเฝ้าระวังติดตามการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน นพ.บุญยงค์ วังศ์รักมิตร ที่ปรึกษาศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นร่วมกันจัดทำข้อบัญญัติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน กลุ่มชาติพันธุ์ พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูลกัน ตลอดจนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2558 และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ด้านการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้

เจตนารมณ์ของข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอุทยานแห่งชาติ ฯลฯ ของประชาชนเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม จนทำให้พื้นที่ป่าที่มีกว่าร้อยละ 85 ของจังหวัดน่าน กลายเป็นพื้นที่ภูเขาหัวโล้น และนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) การจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นว่าด้วยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมบนฐานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นน่าน จึงถือเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมในการจัดการแก้ไขปัญหาให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ มุ่งเน้นกระบวนการทำงานร่วมกันในลักษณะเป็นภาคเครือข่าย ความร่มมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรภาคีเครือข่าย นำไปสู่การพัฒนาตนเองและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนต่อไป




รดา บุญยะกาญจน์ /ภาพ ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

พุทธศาสนิกชนชาวน่าน ร่วมงานประเพณีทำบุญถวายทานสลากภัต เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ

พุทธศาสนิกชนชาวน่านและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมงานประเพณีถวายทานสลากภัต (ก๋วยสลากภัต) ณ วัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ

พันโท ทศพล ผ่องศรีสุข ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 15 จังหวัดน่าน นำบรรดาเหล่าพุทธสาสนิกชน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชนชาวน่าน ร่วมงานประเพณีถวายสลากภัต หรือตานก๋วยสลาก เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ และถือเป็นประเพณีที่เก่าแก่และเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวล้านนา โดยถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เหนือ หรือเดือน 10 ใต้ของทุกๆ ปี และไปสิ้นสุดในเดือนเกี๋ยงดับ (เดือน 11 ใต้) เป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ได้มีการปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงรุ่นคุณปู่-ย่า/ตา-ยาย/พ่อ-แม่ และลูกหลานในปัจจุบัน และในจังหวัดน่านนิยมจัดขึ้นที่วัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร ก่อนเพราะถือเป็นปฐมอารามในจังหวัด จากนั้นวัดอื่นๆ ก็จัดทานสลากภัตตามเป็นลำดับ การถวายทานสลากภัต แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ สลากหน้อยหรือสลากซอง คือสลากกระชุเล็กๆ หรือก๋วยขี้ปู๋ม ใช้ถวายอุทิศแก่ผู้ตายหรือทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลในภายภาคหน้า และสลากใหญ่ หรือสลากโชค หรือสลากสร้อย ซึ่งเจ้าภาพมักจัดทำเป็นรูปต่างๆ เช่น ต้นกัลปพฤกษ์ รูปบ้านเรือน รูปเรือหงส์ เรือสำเภา และมักมีเครื่องไทยทานครบทุกอย่าง ใช้ถวายเป็นกุศลสำหรับบุคคลผู้มีกำลังศรัทธาและร่ำรวยเงินทอง ทำถวายเพื่อเป็นพลวะปัจจัย ให้มีบุญกุศลมากยิ่งขึ้น ส่วนการทานสลากภัตที่นิยมมี 3 ประเภทคือ สลากเอาเส้น สลากที่พระสงฆ์จับสลากเอง และสลากย้อม ซึ่งในปัจจุบันนิยมให้พระสงฆ์จับสลากเองเป็นส่วนมาก เพราะง่ายและทุ่นเวลา

สำหรับจังหวัดน่าน ภายหลังจากถวายสลากภัต หรือตานก๋วยสลาก ที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อำเภอเมืองน่าน ซึ่งจัดก่อนวัดอื่นๆ ในจังหวัดน่าน เพราะถือว่าเป็นวัดหลวง และประชาชนชาวน่านยึดถือเอางานประเพณีถวายทานลากภัตวัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร เป็นการเปิดสนามเรือแข่งของจังหวัดน่านและนับว่าเป็นนัดแข่งเรือที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน โดยในปีนี้จังหวัดน่าน กำหนดให้มีการแข่งเรือจังหวัดน่าน (นัดเปิดสนาม) โดยเรียกชื่อว่า การจัดงานประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน (นัดเปิดสนาม) "ชิงถ้วยพระราชทาน” ปลอดเหล้า-เบียร์ ประจำปี 2557 ในระหว่างวันที่ 20-21 กันยายน 2557 ณ บริเวณแม่น้ำน่าน (เชิงสะพานพัฒนาภาคเหนือ)



รดา บุญยะกาญจน์ /ภาพ ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

จังหวัดน่าน ประชุมเข้ม กสทช. เจ้าของสถานีวิทยุ นักจัดรายการ เจ้าหน้าที่และตัวแทนภาคประชาชน เพื่อชี้แจงข้อกำหนดการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อ

จังหวัดน่าน โดยโรงพยาบาลเวียงสา ร่วมกับแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) และเครือข่ายอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค (ภาคประชาชน) ประชุมเข้มสำนักงาน กสทช.เขต 3 ลำปาง เจ้าของสถานีวิทยุ นักจัดรายการ เจ้าหน้าที่และตัวแทนภาคประชาชน เพื่อชี้แจงข้อกำหนดการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อ

โรงพยาบาลเวียงสา ร่วมกับแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) และเครือข่ายอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค (ภาคประชาชน) ประชุมเข้มสำนักงาน กสทช.เขต 3 ลำปาง เจ้าของสถานีวิทยุ นักจัดรายการ เจ้าหน้าที่และตัวแทนภาคประชาชน จัดประชุมเพื่อชี้แจงข้อกำหนดการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อวิทยุตามกฎหมาย ณ โรงแรมเทวราช จังหวัดน่าน เพื่อพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายให้สามารถเฝ้าระวังและตรวจสอบสื่อโฆษณาที่ผิดกฎหมาย และดำเนินการร้องเรียน และส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ รู้เท่าทัน และไม่ถูกเอาเปรียบจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยในช่วงเช้า เวลา 09.00 น. เป็นการเสวนาสาธารณะ "เฝ้าระวังปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ” ในประเด็นหัวข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียง การขออนุญาตจัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงและสิ่งที่ต้องดำเนินการภายหลังได้รับอนุญาต โดย กสทช.เขต 3 ลำปาง ประเด็นหัวข้อการขออนุญาตขอโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารและยา การปฏิบัติภายหลังได้รับอนุญาต การตรวจสอบโฆษณาด้วยตนเองว่าได้รับอนุญาตถูกต้อง โดย ภญ.พนิตนาฎ คำนุ้ย เภสัชกรชำนาญงานพิเศษ หัวหน้างานกำกับดูแลควบคุมโฆษณา สำนักยา สำนักงานงานคณะกรรมการอาหารและยา และคุณนภาพร กำภูพงษ์ นักวิชาการอาหารและยาชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานกำกับดูแลก่อนออกสู่ตลาด สำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายภาคประชาชนต่อการแก้ไขปัญหาสิทธิผู้บริโภค และในภาคบ่ายของการประชุม เป็นข้อตกลงในการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ (อาหารและยา) ผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

ซึ่งการดำเนินการประชุมในครั้งนี้ จัดให้มีการถ่ายทอดผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน ความถี่ FM 94.75 MHz และเปิดสายให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้เข้าร่วมเวทีเสวนาฯ สามารถโทรศัพท์เข้ามาเพื่อแสดงความคิดเห็น ถามตอบข้อสงสัยได้ตลอดงานอีกด้วย การจัดประชุมเพื่อชี้แจงข้อกำหนดการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทางสื่อวิทยุตามกฎหมาย ได้รับความสนใจจาก เจ้าของสถานีวิทยุ นักจัดรายการ เจ้าหน้าที่และตัวแทนภาคประชาชน(เครือข่ายอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดน่าน) เข้าร่วมประชุม จำนวนกว่า 70 คน และคาดว่าการประชุมในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนและภาคีเครือข่ายได้รับความรู้ความเข้าใจ รู้เท่าทัน และไม่ถูกเอาเปรียบจากการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตลอดจนสามารถนำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อกระจายเสียงและสื่ออื่นๆไปสู่ประชาชนได้เป็นอย่างดี และทำให้ประชาชนไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการโฆษณาที่ไม่ถูกต้องอีกต่อไป




รดา บุญยะกาญจน์ /ภาพ ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

จังหวัดเชียงใหม่ ประชุมพิจารณาคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ปี ๒๕๕๗

จังหวัดเชียงใหม่จัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งยกย่องสรรเสริญบุคคลซึ่งเป็นพ่อที่ดี เพื่อเข้ารับเกียรติบัตรเป็นพ่อตัวอย่างในวันศุกร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

วันนี้ (๘ ก.ย. ๕๗) นายนาวิน สินธุสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติจังหวัดเชียงใหม่ ปี ๒๕๕๗ ณ ห้องรับรองสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น ๓ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่

นายนาวิน สินธุสะอาด กล่าวว่า สมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา ได้กำหนดจัดงานวันพ่อแห่งชาติ ปี ๒๕๕๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชบิดาแห่งชาติ และยกย่องสรรเสริญบุคคลซึ่งเป็นพ่อที่ดี สมควรได้รับเกียรติบัตรเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติประจำปี โดยจังหวัดเชียงใหม่มีผู้เข้ารับการคัดเลือกพ่อตัวอย่างทั้งหมด ๑๒ ราย ได้แก่ นายสัญญา รักชาติ นายธวัช นะติกา นายจำรูญ เร่งถนอมทรัพย์ นายปานเทพ ชมพูรัตน์ นายอรุณ ขาวสะอาด พันเอกรนกร สุดด้วงแก้ว นายวสันต์ วงศ์สกุล นายประกาศิต สังข์แก้ว นายยงยุทธ จันทวรรณ์ นายอินตา นามแก้ว นายพิบูลย์ สังหสันติ และร้อยตำรวจตรีบุญธรรม ปันอินทร์ โดยผู้ที่ได้รับคะแนนมากที่สุดเป็นอันดับ ๑ และ ๒ จะได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๗ โดยจังหวัดจะส่งเอกสารไปยังสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา ผู้จัดงานวันพ่อแห่งชาติ

โดยที่ประชุมได้พิจารณาคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ปี ๒๕๕๗ จำนวน ๒ ราย ที่มีคุณสมบัติตามสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษากำหนด เพื่อเข้ารับเกียรติบัตรเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ในวันศุกร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร


ข่าวโดย : ไผท สุวรรณเสวตร / วิราพร ตันเต สำนักงานประชาสัมพั
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ นำถุงยังชีพพระราชทาน มอบช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่ ออกช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ราษฎร

วันนี้ (9 ก.ย. 57) เวลา 11.30 น. ที่หอประชุม โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ นายประสงค์ พิทูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายกองเอก วิลาศ รุจิวัฒนพงษ์ ประธานฝ่ายบรรเทาทุกข์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ และคณะเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง มอบช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ราษฎรผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด กิ่งกาชาดอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการจากหน่วยงานทุกสังกัดในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ และได้ร่วมกันนำถุงยังชีพพระราชทานมอบช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยได้มอบถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ชราภาพ ผู้พิการ ผู้ด้วยโอกาส และราษฎรผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อน รวมจำนวน 1,000 ครัวเรือน ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้ประสบอุทกภัย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ หมู่ที่ 9 ต.แม่อาย หมู่ที่ 2-5 และหมู่ที่ 7-12 ต.สันต้นหมื้อ หมู่ที่ 1,3,4 ต.ท่าตอน หมู่ที่ 9 ต.มะลิกา หมู่ที่ 6 ต.แม่อาย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีราษฎรผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 1,259 ครัวเรือน จำนวน 3,238 คน

โดยสิ่งของพระราชทานที่นำมามอบแก่ราษฎรในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้ ทำให้บังเกิดความปลาบปลื้ม และความปลื้มปิติยินดีแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่า ซึ่งราษฎรประชาชนที่ได้รับมอบถุงยังชีพพระราชทานต่างซาบซึ้ง สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความห่วงใย ของทั้ง 2 พระองค์ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรอย่างล้นพ้น



ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา/อนันต์ ชุ่มใจ
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน จัดโครงการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558

โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน จัดโครงการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558

เช้าวันนี้( 7 สิงหาคม 2557)นายธวัชชัย วงค์วาณิชย์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน ที่โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีครู ผู้ปกครอง และนักเรียนแต่งกายในชุดประจำชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนกว่า 800 คนร่วมงาน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนัก เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนแก่นักเรียน พร้อมทั้งส่งเสริม และเติมเต็มศักยภาพ ในการเรียนรู้ของนักเรียนสู่สังคมอาเซียน รวมถึงการเตรียมตัวของนักเรียนให้เป็นพลเมืองอาเซียนในอนาคต และพัฒนานักเรียน ให้มีสมรรถนะที่สำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตในประชาคมอาเซียนต่อไป

ในงานมี การแข่งขันตอบปัญหา/การแสดงสีสันอาเซียน /การจำหน่ายอาหาร และการประกวดการ จัดนิทรรศการ 10 ประเทศอาเซียน ผลปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 รางวัลรองชนะเลิศได้แก่ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4/1 และ 5/1 ได้รับทุนการศึกษา จำนวน1,000 บาท 800 บาท และ 500 บาท ตามลำดับ/


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

คณะคาราวานมอเตอร์ไซด์สกู๊ตเตอร์ ร่วม 40 คัน จากเชียงใหม่ ท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อพิชิต 1,864 โค้ง

คณะคาราวานมอเตอร์ไซด์สกู๊ตเตอร์ ร่วม 40 คัน จากเชียงใหม่ ท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อพิชิต 1,864 โค้ง

วันนี้( 7 สิงหาคม 2557) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน ต้อนรับ คณะคาราวานมอเตอร์ไซด์สกู๊ตเตอร์ ชมรมพีซีเอ็กซ์คลับเชียงใหม่ จำนวน 38 คัน 51 คน นำโดยนายชูกมล เล็กประทุม หัวหน้าชมรมพีซีเอ็กซ์คลับเชียงใหม่ เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นเส้นทางท้าทายสำหรับผู้รักการขับขี่สกู๊ตเตอร์ เพื่อพิชิต 1,864 โค้ง โดยออกจากจังหวัดเชียงใหม่ แวะสวนสนบ่อแก้ว อำเภอฮอต เข้าสู่อำเภอแม่สะเรียง ชมพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง /อนุสรณ์สถานไทย –ญี่ปุ่นที่อำเภอขุนยวม /วัดพระธาตุดอยกองมู/ชมสะพานซูตองเป้ ที่สวนธรรมภูสมะ/จุดชมวิวกิ่วลม และเข้าที่พัก ที่อำเภอปาย

นายวุฒิกร บุญเฉลียว สมาชิกชมรมพีซีเอ็กซ์คลับเชียงใหม่ เล่าว่า ตนมาแม่ฮ่องสอน เป็นครั้งแรก รู้สึกประทับในใจวัฒนธรรม และความเป็นกันเองของชาวไทใหญ่ ร่วมถึงเส้นทางที่น่าสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง
และในวันพรุ่งนี้ คณะเดินทางไปที่ หมู่บ้านสันติชล วัดน้ำฮู และปายแคนยอน



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัด เวทีเสวนา เสริมสร้างอัตลักษณ์ สร้างเสน่ห์การท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน

สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัด เวทีเสวนา เสริมสร้างอัตลักษณ์ สร้างเสน่ห์การท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน

นางอ่อนศรี ศรีอัมพร ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัด เวทีเสวนา เสริมสร้างอัตลักษณ์ สร้างเสน่ห์การท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างและปรับแต่งอัตลักษณ์ เพื่อสร้างเสน่ห์การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน โดยกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ในวันพรุ่งนี้( 8 สิงหาคม 2557) ที่ศาลาประชาคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้สื่อมวลชน อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน หรือ อปมช. ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว และหน่วยงานภารกิจ ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาสภาพพื้นที่ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการพัฒนาทุกด้านที่สอดรับกับระบบการท่องเที่ยวในภาพรวม ตลอดจนรับรู้ และเข้าใจในการใช้สื่อประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

โดยทำการถ่ายทอดเสียงผ่านทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เวลา 09.00- 12.00 น. จึงขอเชิญชวนท่านที่สนใจ ร่วมงานตามวันและเวลาดังกล่าว


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา เตรียมจัดอบรมเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการและสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน ในวันที่ 9-10 กันยายนนี้ ณ โรงแรมเกทเวย์ อำเภอเมืองพะเยา

นายราเชนทร์ สุวรรณหิตาทร เกษตรจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดพะเยา มีพื้นที่ปลูกกว่า 750,000 ไร่ โดยกระจายปลูกในทุกอำเภอ ที่ผ่านมา การทำนาของเกษตรกรมักมีปัญหาการขาดแคลนข้าวพันธุ์ดีและปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยาจึงจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อให้เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ รวมถึงราคาเมล็ดพันธุ์จะแตกต่างจากข้าวเปลือกทั่วไป และลดต้นทุนการผลิตข้าวเพื่อแข่งขันในตลาดได้ ทั้งนี้ได้เชิญวิทยากรจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา สำนักงานสหกรณ์จังหวัดพะเยา สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ ผู้ประกอบการโรงสีและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มาให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่คณะกรรมการและสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อจะได้นำความรู้ไปพัฒนาและบริหารจัดการศูนย์ข้าวชุมชนให้ตอบสนองและแก้ไขปัญหาในภาพรวมต่อไป โดยกำหนดจัดในวันที่ 9 -10 กันยายน 2557 ณ โรงแรมเกทเวย์ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

ผู้สนสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา โทร.054 - 887050 ต่อ 42 ในเวลาราชการ



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สพม.39 จัดอบรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจการไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาท ด้วยหลักสมานฉันท์และสันติวิธีในสถานศึกษา

สพม.39 จัดอบรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจการไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาท ด้วยหลักสมานฉันท์และสันติวิธีในสถานศึกษา

เช้าวันนี้ ( 27 ส.ค.57 ) ที่โรงแรมเรือนแพ รอยัล ปาร์ค อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายแดง วรศักดิ์วุฒิพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 ประธานเปิดการอบรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจการไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาท ด้วยหลักสมานฉันท์และสันติวิธีในสถานศึกษา นายแดง วรศักดิ์วุฒิพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 กล่าวว่า วัยรุ่นเป็นวัยของการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถือเป็นช่วงสำคัญที่สุด อนาคตของวัยรุ่นจะเป็นอย่างไรเริ่มจากสิ่งที่ได้รับในวัยนี้ สภาพแวดล้อมและสังคมรอบ ๆ ตัวมีอิทธิพลมากต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากสังคมที่อยู่เป็นสังคมที่ดีถือเป็นความโชคดี แต่หากอยู่ในสังคมที่ไม่ดี ก็จะได้รับและซึมซับพฤติกรรมที่ไม่ดีนั้นไปด้วย ปัจจุบันปัญหาการทะเลาะวิวาทของวัยรุ่นในสังคมไทยเริ่มรุนแรงขึ้นทุกวัน บ้างก็มีทั้งที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และไม่เป็นข่าว ในแต่ละครั้งจะมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย สร้างความเดือดร้อนกับผู้ก่อเหตุผู้ปกครองของกลุ่มเด็กวัยรุ่น และทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันการศึกษาซึ่งเป็น "เสาหลัก" ของการผลิตทรัพยากรมนุษย์อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39

จึงได้จัดอบรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจการไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาท ตามโครงการเสริมสร้างความสมานฉันท์ด้วยหลักสันติวิธีในสถานศึกษาขึ้น เพื่อสร้างและพัฒนานักเรียนแกนนำให้มีความรู้ความเข้าใจในการไกล่เกลี่ยยุติข้อพิพาทด้วยหลักสมานฉันท์และสันติวิธี ลดและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งการทะเลาะวิวาทภายในสถานศึกษา โดยมีเนื้อหาการอบรมเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเบื้องต้น เทคนิคการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การแสดงสาธิตการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยคณะผู้ประนีประนอมคดีครอบครัว จากศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก เป็นวิทยากร เผยแพร่ความรู้ การศึกษากรณีตัวอย่าง และการวางแผนการดำเนินงานรายโรงเรียน ผู้เข้ารับการอบรมเป็นครูและนักเรียนแกนนำจาก 10 โรงเรียน ๆ ละ 11 คน รวมทั้งสิ้น 110 คน ทั้งนี้คณะครูและนักเรียน ที่เข้ารับการอบรมจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และเป็นแกนนำในการส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ คอยสอดส่องดูแลและส่งข่าวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ภายในโรงเรียน สร้างสังคมให้ยอมรับ ส่งเสริม สนับสนุนคนทำดี นักเรียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยรุ่นเยาว์ประจำศูนย์ในสถานศึกษา เป็นกลุ่มภาคีเครือข่ายคนดีของศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 ต่อไป

พ่อเมืองสองแคว มอบใบประกาศนียบัตร พร้อมรวมแสดงความยินดี กับหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการที่จบหลักสูตรฝึกเรียนภาษาจีน

พ่อเมืองสองแคว มอบใบประกาศนียบัตร พร้อมรวมแสดงความยินดี กับหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่จบหลักสูตรฝึกเรียนภาษาจีน ตามโครงการ เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม 2557 ที่โรงเรียนสิ่นหมิ่น อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นาย ระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานมอบใบประกาศนียบัตร พร้อมรวมแสดงความยินดี กับผู้ที่จบหลักสูตร ฝึกเรียนภาษาจีน ตามโครงการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ก่อนที่ประเทศไทย กำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC ) ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ โดยมีเป้าหมาย คือการเป็นตลาดและเป็นฐานการผลิตร่วมกัน จะมีการเคลื่อนย้ายสินค้าบริการ การลงทุน เงินทุนและแรงงานระหว่างประเทศอาเซียนอย่างเสรี จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยต้องเร่งเสริมสมรรถนะและความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรองรับการเปิดเสรี ทั้งการ ขับเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุนแรงงานฝีมือ ดังนั้น ยุทธศาสตร์การบริหารงานระบบราชการของจังหวัดพิษณุโลก จำเป็นอย่างมากที่หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องมีทักษะทางด้านภาษาเพิ่มเติม ให้สามารถสื่อสารหรือคุยโต้ตอบซื้อขายกันได้ ซึ่งถือว่าเป็นกลไกหนึ่ง ในการพาจังหวัดพิษณุโลก ให้ขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไปในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังเป็นข่าว หนุ่มเมืองสองแควป่วยเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก ฐานะยากจน

ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังเป็นข่าว หนุ่มเมืองสองแควป่วยเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก ฐานะยากจน แถมถูกเป็นแพะคดี ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2557 นางกัญฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก นาย ธีระชัย ไพรรัตนวัน อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดพิษณุโลก นายสุทธิวัตต์ ต่ายวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบึงพระ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้นำถุงน้ำใจ พร้อมเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง จากผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นำไปมอบให้กับ นาย ปานศิริ ทองอยู่เย็น อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 หมู่ 6 บ้านหนองไผ่ล้อม ตำบลบึงพระ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ไม่สามารถทำงานช่วยเหลือครอบครัวได้ แถมยังตกเป็นแพะคดี ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต มีไม้ท่อนไว้ในความครอบครองและมีไม้แปรรูปหวงห้าม โดยไม่รู้ตัวนาย ธีระชัย ไพรรัตนวัน อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากได้พูดคุยกับนาย ปานศิริ แล้ว ทางตนเอง จะทำเรื่องไปที่ศาลจังหวัดเลย เพื่อจะขอให้ศาลจังหวัดเลยช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีนี้อีกครั้ง และสำหรับในวันที่ 26 - 27 พฤศจิกายนนี้ ที่ศาลจังหวัดเลย ได้นัดไปฟังคำตัดสิน ว่าจะมีความผิดจริงหรือไม่ ตนเองจะทำเรื่องแจ้งไปยังศาลจังหวัดเลย ว่า ทางนาย ปานศิริ ทองอยู่เย็น ได้ป่วยจริงและไม่ได้คิดที่จะหลบหนีคดีแต่อย่างใด และพร้อมที่จะหาทางช่วยเหลือต่อไป ด้าน นางกัญฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นาย ระพี ผ่องบุพกิจ ได้ห่วงใยกรณีนี้มาก โดยให้ตนเองเข้ามาดูแล หาทางช่วยเหลือ ซึ่งเบื้องต้นตนเองได้ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น ในการจัดหารถนำนาย ปานศิริ ไปหาหมอตามวันเวลาที่หมอนัด พร้อมทั้งจะดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวของ นาย ปานศิริ ทองอยู่เย็น ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป ซึ่งหากผู้ใดต้องการช่วยเหลือ ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 083-163-3881 หรือ หมายเลขบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาพิษณุโลก ชื่อบัญชี นางสุรีรัตน์ ทองอยู่เย็น บัญชีเลขที่ 01-027-8-026366.

เทศบาลนครพิษณุโลก จัดการอบรมให้ความรู้เรื่องภัยร้ายจากน้ำมันทอดซ้ำให้แก่ผู้ประกอบการและผู้จำหน่ายอาหารในเขตเทศบาล

เช้าวันนี้ ( 27 ส.ค.57 ) ที่ห้องจุฬามณี 1 ชั้น 3 เทศบาลนครพิษณุโลก ทางเทศบาลนครพิษณุโลกได้จัดการอบรมให้ความรู้เรื่องภัยร้ายจากน้ำมันทอดซ้ำให้แก่ผู้ประกอบการและผู้จำหน่ายอาหารในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก เนื่องจากที่ผ่านมา พบว่าเกือบทุกร้านอาหาร หรือสถานประกอบการต่างๆ มีการใช้น้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพหรือมีการผสมระหว่างน้ำมันทอดซ้ำกับน้ำมันใหม่ประกอบอาหาร เพื่อต้องการลดต้นทุนโดยอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือมิได้คำนึงถึงอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค การบริโภคน้ำมันทอดซ้ำที่เสื่อมสภาพ มีสารอันตราย ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและ เป็นสารก่อมะเร็ง พบได้ทั้งในน้ำมันทอดอาหารที่เสื่อมสภาพและในไอที่ระเหยออกมาขณะทอด จึงมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ทั้งผู้ขายและผู้บริโภค เทศบาลนครพพิษณุโลก ตระหนักถึงพิษภัยของการบริโภคอาหารจากน้ำมันทอดซ้ำ ดังกล่าว จึงได้จัดอบรมให้ความรู้เรื่อง ภัยร้ายจากน้ำมันทอดซ้ำแก่ผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารในพื้นที่เทศบาลนครพิษณุโลกขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 50 คน พร้อมกันนี้ยังได้จัดบรรยายให้ความรู้เรื่อง พิษภัยจากน้ำมันทอดซ้ำและอาหารปลอดภัยในชีวิตประจำวัน อีกทั้งได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากกองบิน 46 มาให้ความรู้เรื่องการนำน้ำมันทอดซ้ำไปผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลเพื่อใช้กับเครื่องสูบน้ำและรถยนต์ เพื่อลดต้นทุนด้านการเกษตร อีกด้วย