วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม "วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า" ประจำปี 2557

จังหวัดเชียงใหม่จัดกิจกรรม "วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า" ประจำปี 2557 เพื่อรณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนมีความเข้าใจ และตระหนักถึงอันตรายของไฟป่าและร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกร งดการจุดไฟเผาป่า

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2557) เวลา 10.30 น. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีการจัดกิจกรรมวันรณรงค์ปลอดควันพิษจากไฟป่าประจำปี พ.ศ.2557 ณ บริเวณลานสนามหญ้าหน้าอาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนมีความเข้าใจ และตระหนักถึงอันตรายของไฟป่าและร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกร งดการจุดไฟเผาป่า ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน ในการป้องกันและควบคุมรักษาไฟป่าเชียงใหม่ ประกอบกับสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดห้วงเวลา “80 วันแห่งการเฝ้าระวังและควบคุมหมอกควันไฟป่าจังหวัด”

นายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมว่า ด้วยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 ได้กำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็น “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” เพื่อรณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนมีความเข้าใจ และตระหนักถึงอันตรายของไฟป่าและร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกร งดการจุดไฟเผาป่า ประกอบกับสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดห้วงเวลา “80 วันแห่งการเฝ้าระวังและควบคุมหมอกควันไฟป่าจังหวัด” กรมป่าไม้จึงได้มอบหมายให้สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) กรมป่าไม้ ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการจัดกิจกรรมงาน “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557

การจัดกิจกรรมงาน “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ ตลอดจนอุปกรณ์และยานพาหนะ ให้มีศักยภาพสูงสุดในการเข้าปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า 2.เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาไฟป่า และระลึกถึงวันให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า โดยกำหนดให้เป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปี 3.เพื่อให้เกิดความตระหนักในการร่วมมือร่วมใจในทุกภาคส่วนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยมีกลุ่มเป้าหมายร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ 300 นาย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 200 นาย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตลอดจนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ กลุ่มชมรม Jeep Club Chiangmai และชมรมไก่ป่า 4x4 เชียงใหม่ และประชาชนผู้สนใจ รวมทั้งสิ้น 1,500 คน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็น “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” โดยมีเจตนารมณ์เกี่ยวเนื่องจากสถานการณ์หมอกควันในปัจจุบัน ปัญหาหมอกควันส่วนใหญ่เกิดจากไฟป่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมของทุกปี จากข้อมูลของจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2557 คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองในอากาศ (PM10) ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) และจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสมดุลทางธรรมชาติ ปัญหาหมอกควันก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ปัญหาโลกร้อน ส่งผลกระทบคุณภาพชีวิตของประชาชนปัญหาเหล่านี้ยังผลต่อเนื่องถึงระบบเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในปัจจุบันต้องยอมรับว่ารายได้หลักของจังหวัดเชียงใหม่มาจากการท่องเที่ยว ปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและทันต่อเวลา ดังนั้น เพี่อเป็นการแก้ไขและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นตามหลักนโยบาย 2P2R กล่าวคือการป้องกันการเตรียมพร้อมการรับมือ และการฟื้นฟู และการให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากไฟป่า จึงจำเป็นต้องกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาไฟป่า กระตุ้นความพร้อมของเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และยานพาหนะ ให้มีศักยภาพสูงสุดในการเข้าปฏิบัติงาน ตลอดจนการร่วมมือร่วมใจใน ทุกภาคส่วนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ซึ่งการดำเนินงานที่สำคัญนี้จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณในการปฏิบัติงาน


ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา

จังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมสรุปผลการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557

จังหวัดเชียงใหม่จัดประชุมสรุปผลการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 โดยนำสรุปผลการประเมินความพึงพอใจผลการจัดงาน ฯ ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ดำเนินการสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คนมาพิจารณาเพื่อหาแนวทางปรับปรุงในการจัดงานในปีต่อไปให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

วันนี้ (24 ก.พ.57) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์อำนวยความเป็นธรรม ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายโชคดี อมรวัฒน์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมสรุปผลการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ณ บริเวณเชิงสะพานนวรัฐ ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ และ สวนสาธารณะหนองบวกหาด เพื่อเชิดชูและคงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ โดยการจัดประชุมครั้งนี้เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานเพื่อเป็นข้อมูลในการจัดงานครั้งต่อไป โดยการจัดงานในครั้งนี้มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ได้ประเมินความพึงพอใจโดยทอดแบบสอบถามกลุ่มประชาชน 3 กลุ่ม จำนวน 2,000 ราย ประกอบด้วย กลุ่มนักท่องเที่ยว/ผู้ชม กลุ่มผู้ประกอบการ และ กลุ่มผู้ปฏิบัติงาน โดยผลการประเมินในภาพรวมพบว่าในปีนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวและผู้ชมงานมีจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่า ทั้งนี้ผู้ตอบแบบสอบถามได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นข้อมูลในการจัดงานครั้งต่อไปให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ในประเด็นสำคัญ ๆ ดังนี้

ด้านการประชาสัมพันธ์ ควรมีการประชาสัมพันธ์กำหนดการจัดงานให้ทั่วถึงครอบคลุมทั้งประเทศ ควรเพิ่มป้ายประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น และควรจัดเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษบริการตอบคำถามแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบริเวณกองอำนวยการ ด้านเวลา ที่เหมาะสมในการเคลื่อนขบวนไม้ดอกไม้ประดับ พบว่า ร้อยละ 52 เสนอให้จัดขึ้นในช่วงเวลา 17.00 – 22.00 น. ส่วนร้อยละ 48 เสนอให้จัดขึ้นในช่วงเช้าเช่นปีที่ผ่านมา โดยควรเพิ่มจำนวนวันของการจัดงานให้มากขึ้น ด้านขบวน ควรมีไฟประดับขบวนแห่เพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของรูปขบวนและดอกไม้ ควรมีมาตรฐานในการจัดรูปขบวนและจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมขบวนเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความต่อเนื่องของขบวน

ด้านกิจกรรมภายในงาน เสนอให้มีความตื่นตาและอลังการในช่วงพิธีเปิด ควรเพิ่มกิจกรรมการแสดง ต่าง ๆ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงของข่วงชนเผ่าชาติพันธุ์ เพื่อเป็นการเพิ่มสีสันในการจัดงานให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ควรมีการแสดงที่หลากหลาย เพื่อความต่อเนื่องของกิจกรรมที่สร้างความน่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อมิให้เกิดความเบื่อหน่าย โดยการแสดงต่าง ๆ ควรรักษาวัฒนธรรมประเพณีของเชียงใหม่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมล้านนา ควรนำดอกไม้ที่มีความสวยงามและหลากหลายสายพันธ์มาจัดแสดงให้มากขึ้นรวมถึงควรเชิญดารามาร่วมงานเพิ่มความน่าสนใจให้มากขึ้น

ด้านสถานที่ ควรจัดสวนไม้ดอกไม้ประดับในสวนสาธารณะหนองบวกหาดทั่วบริเวณ เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในงานให้เหมาะสมกับงานมหกรรมไม้ดอกให้มากยิ่งขึ้น และเพิ่มซุ้มประกวดดอกไม้ให้มากขึ้นด้วย ควรเพิ่มห้องน้ำสาธารณะเพื่อบริการนักท่องเที่ยวและผู้ชมให้มากขึ้น ควรจัดระเบียบบริเวณที่ตั้งร้านค้าให้เป็นระเบียบ เพิ่มแสงสว่างภายในบริเวณสวนบวกหาดให้เพียงพอ และเพิ่มสถานที่จอดรถให้มากขึ้น


ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว

จังหวัดน่าน จัดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน 2 แผ่นดิน เพื่อประชาคมอาเซียน สุขอย่างยั่งยืน

ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 เห็นชอบให้กำหนดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น "วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” และให้ทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรณรงค์หยุดการเผาป่าเพื่อลดหมอกควันในอากาศ อีกทั้งภาคเหนือตอนบนได้ประสบปัญหาหมอกควันอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา และจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อนจำนวนมากในพื้นที่ประเทศไทย พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา และมีมวลอากาศเย็นปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย สภาพอากาศแห้งและนิ่ง ฝุ่นละอองสามารถแขวนลอยอยู่ในบรรยากาศได้นาน ไม่สามารถแพร่กระจายออกไปได้ และไม่ตกลงสู่พื้น ก่อให้เกิดสภาพฟ้าหลัว มีหมอกควันปกคลุม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดถึงส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดน่าน และประเทศเพื่อนบ้าน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวต่อว่า เพื่อให้การดำเนินการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดน่าน และประเทศเพื่อนบ้าน มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนวาระจังหวัดน่าน 2013-25017 "สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” จังหวัดน่าน โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน 2 แผ่นดิน เพื่อประชาคมอาเซียน (แขวงไชยบุรีและจังหวัดน่าน) สุขอย่างยั่งยืน ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ มีเวทีเสวนาแนวทางแก้ไขของคนเมืองน่านกับปัญหาหมอกควันไฟป่า เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกและให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องหมอกควันไฟป่ากับประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ โดยให้มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ตลอดจนเป็นการเจริญสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้วย


สมาน  สุทำแปง/ ข่าว

วิทยาลัยชุมชนน่าน ร่วมกับวิทยาลัยลาวนานาชาติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการศึกษาร่วมกัน

นายเกรียงศักดิ์ เจดีย์แปง ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่าน ได้มอบหมายให้คณะผู้แทนจากวิทยาลัยชุมชนน่านและผู้ที่เกี่ยวข้อง ไปร่วมประชุมหารือแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา ณ วิทยาลัยลาวนานาชาติ สาขาแขวงอุดมไชย สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 22 – 24 กุมภาพันธ์ 2557 ในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนระหว่างวิทยาลัยชุมชนน่านกับวิทยาลัยลาวนานาชาติในครั้งนี้ เป็นการหารือกันในอนาคตที่จะพัฒนาไปสู่การลงนามความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและถ่ายโอนหน่วยกิตซึ่งกันและกัน ท่านจินดาวง สมสามาด รองแผนกศึกษาธิการแขวงอุดมไชย สปป. กล่าวว่า ประเทศลาวมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษา ซึ่งบางเรื่องต้องขอรับการสนับสนุนจากจังหวัดน่าน โดยเฉพาะวิทยาลัยชุมชนน่านที่มีหลักสูตรส่งเสริมให้เกิดอาชีพตามความต้องการของชุมชน ซึ่งจะสอดรับความต้องการของ สปป.ลาว ที่มีแผนจะจัดตั้งวิทยาลัยชุมชน 2 แห่ง ที่แขวงเชียงขวาง และ แขวงอุดมไชย

ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน กล่าวต่อว่า นางกองสี มนีพอน ผู้อำนวยการวิทยาลัยลาวนานาชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มีนโยบายกำหนดมาตรฐานการศึกษาใหม่ ให้สถานศึกษาเอกชนระงับการรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีไว้ก่อน และจะทำการประเมินคุณภาพการศึกษาใหม่ เพื่อให้ผลผลิตออกไปอย่างมีคุณภาพ วิทยาลัยลาวนานาชาติจึงได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดและยุทธศาสตร์จัดการเรียนการสอนให้สนองตอบต่อท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งเห็นว่าวิทยาลัยชุมชนน่านได้ทำการเปิดการเรียนการสอนลักษณะนี้อยู่แล้ว จึงได้เชิญมาเพื่อแลกเปลี่ยนและถอดบทเรียนประชุมพิจารณาหลักสูตรของ 2 สถาบัน และโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์-นักศึกษา ในพัฒนาการศึกษาเพื่อการรองรับที่จะก้าวไปสู่อาเซียนต่อไป

ด้าน นายประทีป อินแสง กรรมการสภาหัวหน้าคณะในการเดินทางไปประชุมครั้งนี้ กล่าวว่า วิทยาลัยชุมชนน่านมีความยินดีให้การสนับสนุนทั้งด้านวิชาการและด้านบุคลากร ซึ่งจะต้องนำไปหารือในสภาวิทยาลัยชุมชนน่านก่อนเพื่อกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องข้อตกลงของกระทรวงศึกษาธิการ และจังหวัดน่าน โดยได้นำเสนอให้เพิ่มสาขาด้านการเกษตรและเทคโนโลยี เนื่องจากวิทยาลัยชุมชนน่านมีความพร้อมอยู่แล้วและสามารถสนับสนุนได้

นายเกรียงศักดิ์  เจดีย์แปง

บทความเรื่อง ทำแนวกันไฟเพื่อกันภัยจากไฟป่าและหมอกควัน

บทความเรื่อง ทำแนวกันไฟเพื่อกันภัยจากไฟป่าและหมอกควัน
นิสารัชต์ นิลสว่าง / เรียบเรียง

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูร้อน ไฟป่าเป็นเรื่องสำคัญของคนในชุมชน เนื่องจากชุมชนในจังหวัดน่านยังคงพึ่งพิงทรัพยากรป่าไม้ในวิถีชีวิตค่อนข้างมากทั้งในด้านของแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย หรือยารักษาโรค หากเกิดไฟป่าขึ้นแล้วลามเข้ามาใกล้หมู่บ้านชาวบ้านต้องรีบช่วยกันออกไปดับไฟ โดยเฉพาะไฟป่าที่เกิดขึ้นตอนกลางวันจะดับยากกว่าตอนกลางคืนเพราะอากาศจะร้อนและแห้งทำให้ไฟลุกลามรวดเร็ว จนไปถึงบริเวณที่เป็นไร่นาและสวน ซึ่งใกล้กับบริเวณชุมชนมาก และถึงแม้ว่าชุมชนไม่อาจยับยั้งไม่ให้เกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่ได้ แต่คนในชุมชนได้เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์และหาวิธีการจัดการกับไฟป่าที่เป็นปัญหาสำคัญของชุมชน วิธีการที่ชุมชนได้ใช้ป้องกันไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้ามาใกล้ชุมชนมาเป็นเวลานานแล้ว ได้แก่ วิธีการทำแนวกันไฟ

แนวกันไฟ (Firebreaks or Fuelbreaks) เป็นการปรับปรุงพื้นผิวภูมิประเทศให้เกิดเป็นแนวกีดขวางเพื่อหยุดยั้งไฟป่า หรือเป็นแนวตั้งรับในการดับไฟป่า หลักสำคัญของการทำแนวกันไฟคือการกำจัดเชื้อเพลิงที่จะทำให้เกิดไฟป่าออกไป โดยอาจจะกำจัดเชื้อเพลิงออกไปทั้งหมดจนถึงชั้นดินแท้ (Mineral soil) หรืออาจจะกำจัดเฉพาะเชื้อเพลิงที่ติดไฟง่าย ได้แก่ เศษใบไม้ ใบหญ้าออกไปเท่านั้นก็ได้ แนวคิดในการทำแนวกันไฟก็เพื่อตัดช่วงความต่อเนื่องของเชื้อเพลิง เป็นการป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าไปในบริเวณที่ตั้งของชุมชนนั่นเอง มีวิธีการที่น่านสนใจเกี่ยวกับการทำแนวกันไฟโดยใช้แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับท้องถิ่นของตนเองได้คือ

1. ทำระบบป้องกันไฟไหม้ป่า โดยใช้แนวคลองส่งน้าและแนวพืชชนิดต่างๆ ปลูกตามแนวคลองนั้น
2. สร้างระบบการควบคุมไฟป่าด้วยแนวป้องกันไฟ ป่าเปียก โดยอาศัยน้าชลประทานและน้ำฝน
3. ปลูกต้นไม้โตเร็วคลุมแนวร่องน้ำ เพื่อให้เพิ่มความชุ่มชื้นและแผ่ขยายออกไปทั้งสองข้างของ ร่องน้ำ ซึ่งจะทาให้ต้นไม้งอกงามและมีส่วนช่วยป้องกันไฟป่าเพราะไฟป่า จะเกิดขึ้นง่ายหากป่าขาดความชุ่มชื้น
4. สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นหรือที่เรียกว่า "Check Dam" ขึ้น เป็นการกั้นร่องน้ำหรือลำธารขนาดเล็กเป็นระยะๆ ไว้ ใช้เก็บกักน้าและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้ำที่เก็บไว้ จะซึมเข้าไปสะสมในดินทำให้ความชุ่มชื้น แผ่ขยายเข้าไปทั้งสองด้านกลายเป็น "ป่าเปียก"
5. การสูบน้ำเข้าไปในระดับที่สูงที่สุดเท่าที่จะทาได้ แล้วปล่อยน้ำลงมาทีละน้อยให้ไหลซึมลงดิน เพื่อช่วยเสริมการปลูกป่าบนพื้นที่สูงในรูป "ภูเขาป่า" ให้กลายเป็น "ป่าเปียก" ซึ่งสามารถป้องกันไฟป่าได้อีกทางหนึ่งด้วย
6. ปลูกต้นกล้วยในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นช่องว่างของป่าประมาณ 2 เมตร หากเกิดไฟไหม้ป่า ไฟจะปะทะกับต้นกล้วยซึ่งอุ้มน้ำไว้ได้มากกว่าพืชอื่น ทำให้ลดการสูญเสียน้าลงไปได้มาก
7. ในพื้นที่ราบหรือรอบบริเวณที่อยู่อาศัย ประชาชนสามารถทำได้ ด้วยการไม่เผาขยะ กิ่งไม้ ใบไม้ สิ่งต่าง ๆ ในที่โล่งแจ้ง

การทำแนวกันไฟแม้จะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหมอกควัน รวมทั้งมลพิษในอากาศที่เกิดจากการเผาหรือไฟป่า สิ่งที่สำคัญของการทำแนวกันไฟคือการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนร่วมกันป้องกันอันตรายที่เกิดจากไฟป่าเป็นกระบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อวิถีชีวิตของชุมชน ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน อย่างแท้จริงเมื่อคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม

จังหวัดแพร่ เชิญเที่ยวงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2557

จังหวัดแพร่เชิญเที่ยวงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2557 วันที่ 9-15 มีนาคม  2557 ที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ตามที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง  เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ ทุกปีจะมีการจัดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวงขึ้น ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน เป็นประเพณีที่แสดงถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา  ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเสริมทานบารมี เพราะเป็นพระธาตุประจำปีของผู้ที่เกิดปีขาล

โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 9-15 มีนาคม  2557 เพื่อเชิญชวนพุทธศาสนิกชนได้มานมัสการองค์พระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะวันแรกของงานคือวันที่ 9 มีนาคม 2557 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป มีขบวนแห่งเครื่องสักการะจากทุกอำเภอ ขบวนช้าง ขบวนม้า ขบวนเทพีโปรยข้าวตอกดอกไม้ ขบวนตุงหลวงและตุงบริวาร ขบวนเสวตพานพุ่ม เพื่อบูชาองค์พระธาตุช่อแฮ

โดยนับเป็นประเพณีที่จัดต่อเนื่องสืบทอดมายาวนาน และยังเป็นประเพณีที่แสดงถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา  ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกิดปีขาลไม่ควรพลาดที่จะมานมัสการพระธาตุช่อแฮ  เพื่อความเป็นสิริมงคล และเสริมทานบารมี เพราะเป็นพระธาตุประจำปีของผู้ที่เกิดปีขาล
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมประกอบด้วยพิธีทำบุญกตัญญูบูชาคุณบูรพาจารย์ ทักษิณานุปทา พิธีทำบุญตักบาตร การแสดงทางวัฒนธรรม มหรสพสมโภช การแสดงดนตรีจากศิลปินดัง การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าราคาถูก และในปีนี้ซึ่งตรงกับปีม้า ได้มีกิจกรรม"ไหว้พระธาตุช่อแฮปีขาล เสริมบารมีทานปีม้า” โดยเชิญชวนให้มาไหว้พระธาตุช่อแฮ  ซึ่งเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล  ภายในช่วงปี 2557 หรือปีม้า เพื่อเป็นการเสริมทานบารมีให้เกิดกับตัวเอง


ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์

แม่ฮ่องสอน เปิดโครงการรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2557

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่สถานีควบคุมไฟป่าท่าโป่งแดง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เป็นประธานในพิธีรณรงค์โครงการปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2557 ทั้งนี่เนื่องจากว่าคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า เพื่อลดควันไฟที่เกิดจากการเผาป่า สร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักให้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานราชการ

การจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้มีกิจกรรมการแสดงนิทรรศการ การตอบคำถามเกี่ยวกับด้านการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ การสาธิตการดับไฟป่า การทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้แห้ง และกิจกรรมการทำท่านอัดแท่ง ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนได้รู้วิธีการดับไฟป่าอย่างถูกต้อง โดยมีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย ประชาชน เยาวชน นักเรียน องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมกันประมาณ 600 คน

นายสุรพล พนัสอำพล กล่าวว่า ปัญหาของการเกิดไฟป่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ปัญหาด้านการคมนาคม การท่องเที่ยว และที่สำคัญทำให้เกิดผลต่อสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ สัตว์ป่า ถูกทำลาย ซึ่งทุกคนจะต้องตระหนักและช่วยกันป้องกันการเกิดไฟป่า ขณะเดียวกันทางจังหวัดได้มีมาตรการที่เข้มงวด ในแต่ละพื้นที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบายที่ได้สั่งการ พื้นที่ใดที่เกิดไฟป่าและไม่มีการควบคุมผู้รับผิดชอบในพื้นที่จะต้องถูกพิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง หลังจากที่ได้ทำพิธีเปิดโครงการรณรงค์ปลอดควันพิษจากไฟป่าแล้ว ผู้ว่าฯร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการได้ทำพิธีปล่อยขบวนรถรณรงค์ของหน่วยงานต่าง ๆ ออกปฏิบัติหน้าที่ทันที


ข่าวโดย : สมาน ต้นใส /สวศ.แม่ฮ่องสอน

บ.กลาง ฯ รณรงค์ให้ผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัย

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาแม่ฮ่องสอน จัดกิจกรรมวัน RVP รักความปลอดภัย รณรงค์ให้ผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัย พร้อมทั้งตรวจเช็ครถยนต์จักรยานยนต์ฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาแม่ฮ่องสอน ถนนปางล้อนิคม ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน บริษัท ฯ ได้จัดกิจกรรม วัน RVP รักความปลอดภัย เพื่อรณรงค์ให้ผู้ขับขี่รถอย่างปลอดภัยโดยให้ผู้ขับขี่จะต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลศรีสังวาลแม่ฮ่องสอน และหน่วยกู้ภัยจากองค์การบริหารส่วนตำบลผาบ่อง ร่วมโครงการ ฯ ดังกล่าว ในปัจจุบันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินทางถนนเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถยนต์จักรยานยนต์และผู้ช้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เหตุที่เสียชีวิตนั้นมักจะไม่สวมหมวกนิรภัยในขณะขับขี่ ฯ ดังนั้นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จะต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเพื่อป้องการสูญเสียชีวิต ในการจัดกิจกรรม ฯ ดังกล่าวในวันนี้บริษัทกลาง ฯ ยังได้จำหน่ายหมวกนิรภัยใบละ ๘๖ บาท ตรวจเช็ครถจักรยานยนต์ฟรี พร้อมทั้งจับสลากรางวัลให้กับผู้ที่ร่วมงาน ฯ การจัดกิจกรรม ฯ วัน RVP รักความปลอดภัย รณรงค์สวมหมวกนิรภัยดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ข่าวโดย : ดำเนิน ท้วมจอก ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

สวท.แม่ฮ่องสอน จัดเวทีพัฒนาเครือข่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย

เช้าวันนี้ ( 24 ก.พ. 57 ) นางสาววาสนา ไข่แก้ว ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดเวทีพัฒนาเครือข่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย ประจำปี 2557 ที่โรงแรมอิมพีเรียลแม่ฮ่องสอนรีสอร์ท อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจของประชาชน ให้เห็นถึงความสำคัญในการใช้สิทธิ เสรีภาพ ที่ถูกต้อง มีส่วนร่วมทางการเมืองที่เหมาะสมเป็นไปตามเป้าหมาย ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

โดยมีอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน (อปมช.) กำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหาราบที่ 17 คณะกรรมการภาคประชาชน คณะกรรมการนักเรียน สภาเด็กและเยาวชน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกิจกรรมจำนวน 50 คน กิจกรรมในงานมีการบรรยายพิเศษ หัวข้อ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ โดย นายเทิดเกียรติ สุกใส ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน


ข่าวโดย : พักตร์ภูมิ ปัญญาไชยพัฒน์

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดย บริษัทแพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด มอบตะเกียงพลังแสงอาทิตย์ ให้กับชาวแม่ฮ่องสอน

สถาบัน สิ่งแวดล้อมไทย โดย บริษัทแพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด มอบตะเกียงพลังแสงอาทิตย์ ให้กับชาวแม่ฮ่องสอนที่อยู่ห่างไกล

สถาบัน สิ่งแวดล้อมไทย โดย บริษัทแพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด มอบตะเกียงพลัง แสงอาทิตย์ (Solar Lantern ) ขนาด 2.5 วัตต์ ให้แก่ชุมชนหย่อมบ้านหัวฮะ และ หย่อมย้านพะยอย ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน แห่งละ 25 ชุด ในวันที่ 25 ก.พ.57 เพื่อใช้ประโยชน์ใน การให้ แสงสว่าง และ การใช้ประจุไฟฟ้า สำหรับ แบตเตอรี่ โทรศัพท์มือถือ หรือ อุปกรณ์ อื่น ทั้งนี้ คณะกรรมการหมู่บ้านของชุมชนจะจัดการจำหน่ายตะเกียงฯให้ แก่ ประชาชน ในชุมชนด้วยราคา และ วิธีการซื้อขายตามที่จะมีการตกลงกันใน คณะกรรมการฯ เพื่อนำรายได้ เข้า กองทุน หมู่บ้าน สำหรับดำเนิน กิจกรรม เพื่อประโยชน์ของชุมชนต่อไป ในโอกาสเดียวกันนี้ วันที่ 24 ก.พ.57 คณะ สถาบัน สิ่งแวดล้อมไทยและบริษัทฯ ยังได้จัดให้มี พิธีส่งมอบเครื่องทำน้ำมันไบโอดีเซล แก่ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีแม่ฮ่องสอน จำนวน 1 เครื่อง


ข่าวโดย : ศุภวัฒน์ สมบูรณ์

จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดโครงการรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2557

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เป็นประธานในพิธีรณรงค์โครงการปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2557 ทั้งนี่เนื่องจากว่าคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า เพื่อลดควันไฟที่เกิดจากการเผาป่า สร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักให้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานราชการ การจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้มีกิจกรรมการแสดงนิทรรศการ การตอบคำถามเกี่ยวกับด้านการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ การสาธิตการดับไฟป่า การทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้แห้ง และกิจกรรมการทำท่านอัดแท่ง ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนได้รู้วิธีการดับไฟป่าอย่างถูกต้อง โดยมีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย ประชาชน เยาวชน นักเรียน องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมกันประมาณ 600 คน ปัญหาของการเกิดไฟป่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ปัญหาด้านการคมนาคม การท่องเที่ยว และที่สำคัญทำให้เกิดผลต่อสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ สัตว์ป่า ถูกทำลาย ซึ่งทุกคนจะต้องตระหนักและช่วยกันป้องกันการเกิดไฟป่า ขณะเดียวกันทางจังหวัดได้มีมาตรการที่เข้มงวด ในแต่ละพื้นที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบายที่ได้สั่งการ พื้นที่ใดที่เกิดไฟป่าและไม่มีการควบคุมผู้รับผิดชอบในพื้นที่จะต้องถูกพิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง



ข่าวโดย : ศุภวัฒน์ สมบูรณ์

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เตรียมจัดการศึกษาเรียนรู้การดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่งของชุมชน ที่บ้านต่อแพ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายอภิวัฒน์ คุณารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เปิดเผยว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เตรียมจัดการประชุม และศึกษาเรียนรู้การดำเนินงาน การศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่งของชุมชนบ้านต่อแพ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันพรุ่งนี้( 25 กุมภาพันธ์ 2557) เพื่อศึกษาการดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง และเผยแพร่ข้อมูลการศึกษาวิจัยให้แก่ชุมชนอื่นๆ และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อยกระดับเป็นชุมชนต้นแบบ ในการจัดการปัญหาหมอกควัน จากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การบรรยายสรุปการดำเนินงาน จัดการปัญหาหมอกควันจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ของชุมชนต่อแพ โดยผู้นำและคณะทำงานบ้านต่อแพ/ฐานศึกษาเรียนรู้ ต่างๆ เช่น ทำแนวกันไฟ ในพื้นที่ป่าดอยเวียง/การเฝ้าระวังไฟป่า/ฝายชะลอน้ำ และฐานศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง เช่น กิ่งไม้ทำถ่าน/การทำปุ๋ยหมัก และการเพาะเห็ด


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

เกิดไฟป่ารุกไหม้รอบสถานีวิทยุเพื่อการศึกษา ผู้ว่าฯอำนวยการดับไฟเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 15.00 น.นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปยังพื้นที่ป่าชุมชนบ้านห้วยเดื่อ-บ้านแม่สะกึด ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจพื้นที่และอำนวยการดับไฟป่า โดยมีหน่วยเสือไฟสถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน จัดชุดปฏิบัติการจุดไฟป่าเพื่อชิงเผาพื้นที่และดับไฟอย่างถูกวิธี ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยเสือไฟมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูแล้ง ซึ่งอากาศเริ่มแห้งมักจะเกิดไฟป่าได้ง่าย การเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในภาพรอบของแม่ฮ่องสอนการเกิดไฟป่ายังมีน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องเฝ้าระวังเพราะความร้อนเริ่มมากขึ้นทุกเวลา ส่วนการเผาเศษวัชพืชของเกษตรกรก็ไม่มาก เพราะการทำไร่กระเทียมหมดฤดูกาลแล้ว รอแต่การทำไร่อย่างอื่นช่วงปลายเดือนเมษายน และเมื่อเวลาเดียวกันได้เกิดไฟป่ารุกไหม้รอบ ๆ ที่ตั้งเครื่องส่งของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นยอดดอยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300 เมตร ทำให้ควันไฟกระจายปกคลุมพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนเจ้าหน้าที่หน่วยเสือไฟสถานีควบคุมไฟป่าได้ส่งกำลังเข้าอำนวยการดับไฟ ขณะเดียวกันผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปอำนวยการดับไฟด้วยตนเอง และสั่งการให้เฝ้าระวังไฟที่อาจจะเกิดซ้ำขึ้นมาอีก โดยใช้เวลาดับไฟประมาณ 30 นาที ไฟป่าจึงสงบลง



ข่าวโดย : สมาน ต้นใส /สวศ.แม่ฮ่องสอน

หลายหน่วยงานประชุมเตรียมจัดการฝึกซ้อมแผนอพยพ ประชาชน กรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ที่บ้านแม่ส่วยอู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

บ่ายวันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2557)  นายทรงทรัพย์ พิริยะคุณธร นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุม เตรียมจัดการฝึกซ้อมแผนอพยพ ประชาชน กรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ที่ห้องประชุมอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน/ตำรวจภูธรเมืองแม่ฮ่องสอน/ตำรวจภูธรน้ำเพียงดิน/เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์/องค์การบริหารส่วนตำบลผาบ่อง/มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมประชุม เพื่อเตรียมจัดการฝึกซ้อมแผนอพยพประชาชน กรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ที่บ้านแม่ส่วยอู ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นหมู่บ้านจัดตั้งตามโครงการหมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยสมมุติเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน มีระเบิดลงในฝั่งไทย 5 นัด มีผู้ป่วยหนัก 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 รายและบาดเจ็บเล็กน้อย 5 ราย ซึ่งผู้ป่วยหนักต้องใช้เฮลิคอปเตอร์นำส่งโรงพยาบาล การฝึกซ้อมครั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมในการอพยพ กรณีเกิดเหตุไม่สงบตามแนวชายแดน ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับหมู่บ้านที่อยู่ตามแนวชายแดน ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตกใจ


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว ข่าว / เอกณรินทร์ ใจมะโน ภาพ

จ.ลำปาง จัดกิจกรรมท่องเที่ยว ย้อนรำลึกประวัติศาสตร์ เส้นทางรถไฟสายเหนือ "แอ่วขุนตาน ม่วนแต้หนา"

จังหวัดลำปาง บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เปิดปฐมฤกษ์ "นครแห่งความสุข" ส่งเสริมปีแห่งการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง ปี 2557-2558 "แอ่วลำปาง ม่วนแต้หนา" จัดรถไฟขบวนพิเศษ 4 โบกี้ เป็นขบวนรถไฟแห่งความสุข ท่องเที่ยวไปบนเส้นทางรางสายประวัติศาสตร์ จากสถานีนครลำปาง-สถานีขุนตาน จ.ลำพูน กับกิจกรรมพิเศษสุด "แอ่วขุนตาน ม่วนแต้หนา" มีนายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นางอินทิรา สุภาแสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง ภริยา และคณะผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดลำปาง ร่วมเป็นหัวหน้าคณะทัวร์ นำนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ และคณะสื่อมวลชนท้องถิ่นทุกแขนงในพื้นที่ รวมกว่า 300 คน ออกเดินทางท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติ ไปตามเส้นทางสายประวัติศาสตร์ร่วมกัน

กิจกรรมนั่งรถไฟขบวนพิเศษ “แอ่วขุนตาน ม่วนแต้หนา” เป็นกิจกรรมที่จัดทำขึ้นใหม่ เพื่อจะส่งเสริม การท่องเที่ยวทางรางรถไฟ ซึ่งแต่เดิมในอดีตเคยเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ให้ได้รับการฟื้นฟูพัฒนากลับสู่ความนิยมอีกครั้ง โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์แผนพัฒนาจังหวัด ที่ต้องการจะผลักดันให้จังหวัดลำปางเป็น “นครแห่งความสุข” อีกทั้งเพื่อเป็นการเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยว ที่จะเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด ในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งอารยธรรมล้านนา และแหล่งศูนย์รวมทางสังคมวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อจะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การลงทุน ที่จะทำให้เกิดการกระจายรายได้ในกลุ่มจังหวัด ตลอดจนเพื่อเป็นการพัฒนาสร้างศักยภาพการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ เตรียมความพร้อมรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558

การเดินทางครั้งนี้ ขบวนรถไฟแห่งความสุข ได้เคลื่อนขบวนออกจากสถานีรถไฟนครลำปาง มุ่งหน้าสู่ปลายทางที่ สถานีรถไฟขุนตาน ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน โดยตลอดเส้นทางผู้โดยสาร นักท่องเที่ยว ได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติของทั้งสองฟากฝั่งทางรถไฟ ที่สวยงามมีทั้งป่าไม้ เทือกเขาสูง หุบเหวลึก และได้ร่วมรำลึกประวัติศาสตร์ลอดอุโมงค์รถไฟขุนตาน ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ถึง 1,352 เมตร มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี และได้ร่วมเข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิเพื่อความเป็นสิริมงคลที่ ศาลเจ้าพ่อขุนตาน นอกจากนี้ได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันมากมายอาทิเช่น การเดินชมศึกษาธรรมชาติ ทั้งพันธุ์ไม้ พันธ์พืชสมุนไพร รอยเท้าสัตว์ โดยได้เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางแนวสันเขา จากสถานีรถไฟขุนตาน ถึงปากทางขึ้นที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล รวมระยะทาง 1,200 เมตร และร่วมกันศึกษาประวัติศาสตร์ ที่ผากลีบบัว ซึ่งได้มีการจารึกชื่อบุคคล วัน เดือน ปี ในการก่อสร้างอุโมงค์ขุนตาน รวมทั้งได้เที่ยวชม พลับพลาที่ประทับรัชกาลที่ 5 และบ้านพักของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และเดินลอดอุโมงค์รักมั่นนิรันดร์ (Tunnel of Love) ที่เชื่อว่าหลังลอดอุโมงค์แล้วจะทำให้ความรักยืนยาว ชื่นมื่นเหมือนคืนแรกของการแต่งงาน ตลอดจนได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์กล้วยไม้พื้นถิ่นกลับคืนสู่ป่า ซึ่งเป็นกิจกรรมในโครงการ “ปล่อยคืนเอื้องสามปอยสู่ดอยขุนตาล” เป็นต้น

ทั้งนี้สำหรับกิจกรรมการท่องเที่ยว “แอ่วขุนตาน ม่วนแต้หนา” ยังมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ ที่จะร่วมรำลึกประวัติศาสตร์กับกิจกรรมดังกล่าวอีกครั้งเป็นจำนวนมาก โดยทางจังหวัด มีแผนจะจัดให้มีกิจกรรมท่องเที่ยวดอยขุนตาลอย่างเต็มรูปแบบขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมท่องเที่ยวนครลำปาง โทร 0-5422-1813, 0-5431-8809 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง โทร 0-5431-2254



ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต

ประชาชนชาวลำปาง และนักท่องเที่ยวในจังหวัดลำปาง ร่วมกันทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง ถวายแด่พระภิกษุ-สามเณร จำนวน 10,000 รูป

จังหวัดลำปาง ร่วมกับ เทศบาลนครลำปาง สมาคมพุทธศาสตร์ล้านนา สหพันธ์รวมใจไทยทั้งชาติ มูลนิธิธรรมกายเครือข่ายกัลยาณมิตรภาคเหนือ และหน่วยงานสนับสนุนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมกันจัดงาน ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์-สามเณร จำนวน 10,000 รูป น้อมถวายเป็นพุทธบูชา ที่ บริเวณถนนดวงรัตน์ ตั้งแต่สี่แยกโรงแรมลำปางเวียงทอง ถึงสี่แยกเพ็ญทรัพย์ ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีพระราชจินดานายก เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดพระเจดีย์ซาวหลัง เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ นำพระภิกษุสงฆ์–สามเณร ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยมีนายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นประธานพิธีฝ่ายฆราวาส นำพุทธศาสนิกชนชาวไทยทุกเพศ ทุกวัย ตลอดจนนักท่องเที่ยวในจังหวัดลำปาง ประกอบพิธีทางพุทธศาสนาและทำบุญใส่บาตรร่วมกัน

งานทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายแด่พระภิกษุสงฆ์-สามเณร 10,000 รูป เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในโครงการ “ตักบาตรพระ 2 ล้านรูป 77 จังหวัด ทุกวัดทั่วไทย” ซึ่งถือเป็นงานมหาสังฆทานใหญ่ ที่มีพุทธศาสนิกชน ผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จำนวนมาก มาทำบุญร่วมกัน เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีอายุยืนยาวสืบไป และยังเป็นการสืบสานอนุรักษ์ประเพณีการทำบุญตักบาตรเอาไว้ อันจะเป็นการรักษาวัฒนธรรมของชาวพุทธให้เข้มแข็ง รวมทั้งยังเป็นการสร้างเสริมบุญบารมีไว้ภายภาคหน้า เป็นการสร้างความดีให้เป็นมงคลแก่ชีวิต และเป็นการส่งเสริมสร้างจิตใจอันดีงามให้เกิดขึ้นแก่พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า ตลอดจนเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ และญาติมิตรผู้ล่วงลับ ตามคติความเชื่อของชาวพุทธ

โดยในพิธีมีพุทธศาสนิกชน กว่า 10,000 คน ได้ร่วมกันทำบุญใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายแด่พระภิกษุสงฆ์-สามเณร อย่างพร้อมเพรียงกัน และต่างร่วมถวายจตุปัจจัยสมทบทุนกองผ้าป่า ตามแต่จิตศรัทธา อีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ข้าวสารอาหารแห้งที่พระภิกษุสงฆ์-สามเณร ออกรับบิณฑบาต และเงินกองทุนผ้าป่า ที่พุทธศาสนิกชนร่วมบริจาคถวายในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะได้นำไปสมทบเป็นธารน้ำใจ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในจังหวัดต่างๆ และนำถวายช่วยเหลือแด่พระภิกษุสงฆ์-สามเณร ที่จำพรรษาอยู่ใน 323 วัด ในเขตพื้นที่ 4 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ด้วย.
ดูคลิป http://youtu.be/6kXwokxQ_ZE


ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต

จังหวัดลำปาง เตรียมจัดพิธีลงนามข้อตกลงด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น ในกิจกรรมรณรงค์เครือข่าย LA 21 ภาคเหนือ

นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า การเผาในที่โล่ง นับเป็นประเด็นปัญหาร่วมด้านสิ่งแวดล้อมของพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย LA21 ภาคเหนือ ที่มีความรุนแรง และจำเป้นต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากสารมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการเผาในที่โล่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์

ดังนั้นเพื่อให้เกิดพลังและกระบวนการการเรียนรู้ในการขับเคลื่อนกิจกรรม “การลดการเผา” ในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย LA21 ภาคเหนือ อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดกิจกรรมการรณรงค์เครือข่าย LA21 ภาคเหนือ “หมู่เฮาฮ้อยหญ๋า บ่อเผาป่า เพิ่มปื้นตี้สีเขียว” ขึ้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือ กระบวนการทำงาน และเป้นแรงผลักดัน กระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมเชิงพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม สามารถเป็นแบบอย่างการทำงานในพื้นที่ พร้อมทั้งเกิดการเรียนรู้ พึ่งพาช่วยเหลือกันในระดับภาคต่อไป

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย LA21 ภาคเหนือ และ ชมรมกสิกรรมธรรมชาติกำแพงเพชร จึงได้ร่วมทำพิธีลงนามข้อตกลงด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหา ในวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิก และหัตถอุตสาหกรรม อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง


ข่าวโดย : ปัณธวัฒน์ ทวีพรจิรภาคย์

กกต.ลำพูน เร่งประชุมชี้แจงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาให้เป็นไปโดยสุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรม

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูนเร่งประชุมชี้แจงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาให้เป็นไปโดยสุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรม

ที่ห้องไอยเรศ เวียงศิริรีสอร์ท ลำพูน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูนจัดประชุมชี้แจงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง เพื่อเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2557 เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาครบวาระในวันที่ 1 มีนาคม 2557 โดย นางพิมประไพ ดิชวงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน กล่าวว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมายังพบปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งและการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมีสถิติลดลง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูนจึงจัดประชุมชี้แจงเพื่อซักซ้อมการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ให้การลงทะเบียนเปลี่ยนแปลงการใช้สิทธิเลือกตั้ง การจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งและการกำหนดหน่วยเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบแนวทางปฏิบัติของสำนักทะเบียนตามที่ระเบียบกำหนด ตลอดจนเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการรวมผลคะแนนเลือกตั้งในระดับอนุกรรมการประจำอำเภอ นำไปสู่การจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรม


ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ

พ่อเมืองลำพูน ชี้ จ.ลำพูน รักษาแชมป์ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งอันดับ 1 ของประเทศไว้ได้ แสดงถึงศักยภาพของทุกฝ่ายในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง

นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน มอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน นายทะเบียนอำเภอ ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น หัวหน้าศูนย์ทะเบียนภาค 5 สาขาจังหวัดลำพูน และพนักงานสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำพูน ในการประชุมชี้แจงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง เพื่อเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2557 เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาครบวาระ ในวันที่ 1 มีนาคม 2557 ที่ห้องไอยเรศ เวียงศิริรีสอร์ท ลำพูน ว่า ขอแสดงความยินดีกับจังหวัดลำพูนที่สามารถรักษาแชมป์ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งอันดับ 1 ของประเทศไว้ได้ นับเป็นสมัยที่ 10 แล้ว แม้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา จะมีเวลาเตรียมตัวน้อย ประสบปัญหาการประสานข้อมูลไม่ตรงกัน แสดงถึงศักยภาพของทุกฝ่ายในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขอให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาพโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อเลือกคนดี มีความรู้ ความสามารถมาเป็นผู้แทนของชาวลำพูน และรักษาแชมป์ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งอันดับ 1 ของประเทศไว้อีกสมัยหนึ่ง

การประชุมชี้แจงเพื่อเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะช่วยกันกำหนดแนวทางในการจัดการเลือกตั้ง รวมทั้งแก้ไขปัญหา อุปสรรค จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาให้สำเร็จ ลุล่วง ไปได้ด้วยดี ตลอดจนทำให้การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2557 เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยเฉพาะนายอำเภอ ปลัดอำเภอ ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ถือได้ว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม รวมทั้งสนับสนุนภารกิจในการเลือกตั้งแก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดด้วยดีตลอดมา ดังนั้นในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา วันที่ 30 มีนาคม 2557 ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือ ร่วมใจจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ

จ.ลำพูน ประชุมแผนการบริหารจัดการน้ำ ระดับจังหวัด ครั้งที่ 2

ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดลำพูน ร่วม ประชุม รับทราบ แนวทางการ ดำเนินโครงการ บริหารจัดการน้ำ ซึ่ง โครงการ บริหารจัดการน้ำ ในจังหวัดลำพูน มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 874 โครงการ

เช้าวันนี้ ( 24 กุมภาพันธ์ 2557 ) ที่โรงแรมลำพูนวิลล์ นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธาน การประชุม โครงการจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบ บูรณาการจังหวัดลำพูน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ผู้บริหารจาก 8 อำเภอ เข้าร่วมประชุม ซึ่ง จังหวัดลำพูน ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ลงสำรวจในพื้นที่ ของจังหวัดลำพูน ซึ่งได้รับข้อมูล จาก หน่วยงานราชการ , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , กำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึง ประชาชนในพื้นที่ ได้นำเสนอ ความต้องการ ในพื้นที่ ลุ่มน้ำ ทา , ลุ่มน้ำลี้ , ลุ่มน้ำกวง , ลุ่มน้ำปิง โดย มี ผศ.มนตรี ศิริจันทร์ชื่น และ นาย สุรสิงห์ แสงโสด และ ทีมงาน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นผู้รวบรวมข้อมูล และ รายงาน การดำเนินโครงการ

ในพื้นที่จังหวัดลำพูน มี โครงการ ปรับปรุง จัดการทรัพยากรน้ำ โดยงบประมาณ ของหน่วยงานราชการ จำนวน 874 โครงการ แบ่งเป็น โครงการขุดลอก คูคลอง ต่าง ๆ 37 โครงการ , การก่อสร้าง ระบบส่งน้ำ ระบบฝาย 28 โครงการ , ครงการซ่อมแซมปรับปรุง 5 โครงการ , โครงการก่อสร้างปรับปรุง บ่อน้ำ บ่อดิน บ่อบำบัดน้ำเสีย 44 โครงการ , โครงการก่อสร้าง สระเก็บน้ำ , สระประมง 645 โครงการ , โครงการก่อสร้าง ฝายทดน้ำ 77 โครงการ และ โครงการ อื่น ๆ 38 โครงการ


ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

สำนักงาน ก.พ. เปิดรับสมัครสอบภาค ก. ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๔ – ๒๔ มีนาคมนี้

สำนักงาน ก.พ. เปิดรับสมัครสอบความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๔ – ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๗ ที่เว็บไซต์ job3.ocsc.go.th

สำนักงาน ก.พ. กำหนดเปิดรับสมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ประจำปี ๒๕๕๗ สำหรับผู้สำเร็จการศึกษา หรือผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา ๒๕๕๗ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) อนุปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันกับคุณวุฒิดังกล่าวข้างต้นที่ ก.พ. รับรอง

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะสมัครสอบ จะต้องดำเนินการสมัครสอบและพิมพ์แบบฟอร์มการชำระเงิน ระหว่างวันที่ ๔ – ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๗ ที่เว็บไซต์ job3.ocsc.go.th จากนั้นนำแบบฟอร์มไปชำระเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบและเลือกศูนย์สอบ ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ ๔ – ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๗

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ. จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ กำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และให้ผู้สมัครพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป ที่เว็บไซต์ดังกล่าว ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากประกาศรับสมัครสอบทางอินเตอร์เน็ตได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน ก.พ. www.ocsc.go.th


ข่าวโดย : ศักดิ์สิทธิ์ กิตินันทน์

อบจ.ลำพูน เปิดศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่น และมอบวิทยุสื่อสารแบบมือถือให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นำร่อง 5 อำเภอ

ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันของเครือข่ายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระหว่างจังหวัดลำพูน องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และทุกอำเภอในจังหวัดลำพูน โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน จัดพิธีรับมอบวิทยุสื่อสารแบบมือถือให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นำร่อง 5 อำเภอ อำเภอลี้ อำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอป่าซาง และอำเภอเวียงหนองล่อง รวม 310 เครื่อง เพื่อนำไปใช้ในการประสานงานแจ้งเหตุ การเกิดภัยพิบัติ การประสานงานด้านการป้องปรามยาเสพติด การประสานงานด้านการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 รวมทั้งการประสานในการดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งก่อนจะมีการส่งมอบวิทยุสื่อสารอย่างเป็นทางการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนได้จัดการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายภาคีการพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดลำพูน ในหัวข้อ "การป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดจากสาธารณภัย" มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตรวจสอบเฝ้าฟังวิทยุ กฎหมายวิทยุคมนาคม การใช้เครื่องวิทยุคมนาคม โดยวิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เขต 9 เชียงใหม่ คาดหวังว่า จะทำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายภาคีที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ ใช้วิทยุสื่อสารได้อย่างถูกต้อง และช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูงสุด


ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

ทต.บ้านกลาง เตรียมรับมือภัยแล้งด้วย 3 โครงการใหญ่ คาดจะสามารถกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนได้กว่า 1 แสนลูกบาศก์เมตร

ทต.บ้านกลาง เตรียมรับมือภัยแล้งด้วย 3 โครงการใหญ่ คาดจะสามารถกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนและผลิตน้ำประปาแจกจ่ายให้ประชาชน เพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตรในช่วงหน้าแล้งได้กว่า 1 แสนลูกบาศก์เมตร

นายประสิทธิ์ จันทกลาง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน เปิดเผยว่า ตำบลบ้านกลางประสบกับปัญหาภัยแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี มีประชาชน และประชากรแฝงที่มาทำงานในพื้นที่ ได้รับผลกระทบกว่าหมื่นคน ที่ผ่านมาเทศบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาให้ประชาชน โดยใช้รถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายเพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรม แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาชั่วคราวเท่านั้น รวมถึงการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องขุดเจาะในระดับที่ลึกมาก 200-300 เมตร ประกอบกับในน้ำบาดาลมีปริมาณฟลูออไรด์เจือปนในระดับสูงเกินมาตรฐาน ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชนในระยะยาว เทศบาลตำบลบ้านกลางจึงได้จัดเตรียมแผนงาน โครงการในอนาคตไว้ จำนวน 3 โครงการ คือ โครงการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 3, 7 และ 11 โครงการก่อสร้างขุดสระแก้มลิง เพื่อกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนที่น้ำไหลหลาก จากหมู่ที่ 5 มายังหมู่ 2 และเก็บเป็นน้ำดิบไว้ใช้ผลิตน้ำประปา ซึ่งใช้งบประมาณของเทศบาล ตามเทศบัญญัติปีงบประมาณ 2557 จำนวน 5 ล้านบาท มีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 5 ไร่ ลึก 10 เมตร สอดคล้องกับโครงการที่เทศบาลได้รับการสนับสนุนงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปีงบประมาณ 2556 และโครงการก่อสร้างระบบประปาผิวดินขนาดใหญ่ และขุดสระกักเก็บน้ำ พื้นที่ไม่น้อยกว่า 6 ไร่ ลึก 15 เมตร จำนวน 9.8 ล้านบาท

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะดำเนินการในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านท่าล้อ-ศรีคำ คาดว่าจะสามารถกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน และผลิตน้ำประปาแจกจ่ายให้ประชาชน ได้ใช้น้ำสะอาด เพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรมในช่วงหน้าแล้งได้กว่า 1 แสนลูกบาศก์เมตร



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน เผย การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคใต้ดินเขตเมืองเก่ามุ่งสู่การเป็นถนนไร้สายใกล้สำเร็จแล้ว

นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน เผย การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคใต้ดินของถนนที่มีความสำคัญทางด้านวัฒนธรรมในเขตเมืองเก่ามุ่งสู่การเป็นถนนไร้สายใกล้สำเร็จแล้ว พร้อมกำหนดจัดงานส่งมอบภูมิทัศน์เมืองเก่าให้ชาวลำพูน วันที่ 6 มีนาคม 2557

นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองลำพูนร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลำพูนและผู้ประกอบกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมดำเนินโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคใต้ดินเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองลำพูน เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชน สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้เขตเมืองเก่าลำพูน มีสภาพภูมิทัศน์เรียบร้อย งดงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองและชุมชนให้น่าอยู่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2555 ดำเนินการปรับปรุงและวางระบบจำหน่ายไฟฟ้าเป็นเคเบิ้ลใต้ดิน (Underground Cable) โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลำพูน และเจาะ ดึง ลากท่อ งานร้อยสายใต้ดินการสื่อสารและโทรคมนาคม โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บนถนนสายหลัก ถนนอินทยงยศ ตั้งแต่แยกประตูช้างสี ถึงแยกประตูลี้ ถนนวังขวาเฉพาะซอย 1 ถนนอินทยงยศ เฉพาะซอย 1 และ 2 ถนนราชวงค์ ถนนวังซ้าย ถนนสายหน้าวัดชัยมงคล ถนนภาติกาวงค์ บัดนี้ การดำเนินโครงการฯ ใกล้จะสิ้นสุดกระบวนการแล้ว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลำพูน ได้รื้อถอนเสาไฟฟ้า สายไฟฟ้า รวมทั้ง ผู้ประกอบกิจการด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมเริ่มรื้อสายการสื่อสาร ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองลำพูน กำหนดจัด งานส่งมอบภูมิทัศน์เมืองเก่าให้ชาวลำพูน ในวันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 09.09 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย โดยจะดำเนินการรื้อถอนเสาไฟฟ้าทุกต้น สายไฟฟ้า และสายการสื่อสาร ให้สิ้นสุดในวันนั้น เป็นการส่งมอบภูมิทัศน์เมืองเก่าให้ชาวลำพูนอย่างสวยงาม เทศบาลเมืองลำพูนจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นเกียรติและรับมอบถนนไร้สายเพื่อร่วมกันสานฝันเมืองเก่าลำพูนต่อไป ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลเมืองลำพูน โทรศัพท์หมายเลข 0-5356-1524



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

ทต.ป่าซาง กำหนดจัดโครงการอบรมสร้างเสริมสุขภาพประชาชน วันอังคารที่ 4 มีนาคมนี้

ทต.ป่าซาง กำหนดจัดโครงการอบรมสร้างเสริมสุขภาพประชาชน วันอังคารที่ 4 มีนาคม 2557 หวังประชาชนมีสุขภาวะที่ดีขึ้นทั้งทางด้านสุขภาพ การดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และการทำงาน

นายสุพจน์ ปันสุรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลป่าซางมีนโยบายและให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมและดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก มีการจัดกิจกรรมโครงการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพแก่ประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพเป็นงานด้านสาธารณสุขที่เป็นการสร้างกระบวนการเพิ่มสมรรถนะให้ประชาชน ได้มีความสามารถในการควบคุมและพัฒนาสุขภาพตนเอง ส่งผลให้มีสุขภาวะที่ดีขึ้นทั้งทางด้านสุขภาพ การดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และการทำงาน โดยกระบวนการจัดกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชนจะช่วยกระตุ้นในเรื่องแนวคิด การปลูกจิตสำนึก เพิ่มความรู้ ความเข้าใจในหลักการสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน ในปี 2557 เทศบาลตำบลป่าซางกำหนดจัดโครงการอบรมสร้างเสริมสุขภาพประชาชน เทศบาลตำบลป่าซาง ประจำปี 2557 ขึ้น ในวันอังคารที่ 4 มีนาคม 2557 เวลา 08.30–16.30 น. ณ โรงยิมสนามกีฬาเทศบาลตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพื่อให้ความรู้ด้านกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชน ภายใต้ความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพเพื่อให้เกิดกระบวนการและเกิดกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพอย่างครอบคลุม ทั่วถึงและยั่งยืน
ประชาชนผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลป่าซาง โทรศัพท์หมายเลข 0–5352–1007 ต่อ 16 ในวันและเวลาราชการ



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

เกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดเลย ชุมนุมติดตามเงินส่วนต่างค่าข้าวโพดตามโครงการแทรกแซง

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.เพชรบูรณ์ ประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตทางการเกษตรระดับจังหวัด พิจารณาการแก้ไขปัญหาแทรกแซงราคาข้าวโพด กรณีเงินส่วนต่างที่รัฐบาลจัดสรร ซึ่งขณะนี้งบประมาณของจังหวัดเพชรบูรณ์ ยังเหลือเพียง 78 ล้านบาท แต่ยังเหลือเกษตรกรอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับ และเกิดปัญหารายชื่อเกษตรกรซ้ำซ้อน และในช่วงแรก ๆ การจัดสรรโควต้าให้ผู้ค้าบางรายเกินกรอบ 55% และมีบางรายเกิน 100% โดยนายวิเชียรให้ชี้แจงให้เคลียร์ และนายชัยยันต์ ยอดคำ พาณิชย์จังหวัด ชี้แจงว่าช่วงต้นมีข้อตกลงให้ตรวจก่อนจ่ายก่อน แต่ภายหลังมีมติคณะกรรมการฯ.ให้จัดสรรให้ผู้ค้าอย่างทั่วถึงโดยกำหนดกรอบจ่าย 55% จึงต้องมาพิจารณาหามติกันใหม่ ในวงเงินที่เหลือ 78 ล้าน ขณะที่เกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดเลย รอฟังผลด้านหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัด มีนายกฤษณ์ คงเมือง ปลัดจังหวัด ลงมารับข้อเรียนร้อง ตัวแทนเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ จะขอให้จ่ายของเพชรบูรณ์ให้ครบก่อน ทำให้เกษตรกรจากจังหวัดเลยไม่พอใจ เคลื่อนย้ายไปรวมตัวปิดทางขึ้นบันไดศาลากลางจังหวัด ต่อไป

ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดฝึกอบรมเลี้ยงสัตว์น้ำตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันนี้ (24 ก.พ.57) เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์เรียนรู้ไร่สีอำพัน ต.น้ำร้อน อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ นายสุชาติ ราษฎร์ดุษดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตร ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแบบครบวงจร โดยใช้นวัตกรรม เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมไปประยุกต์ใช้และพัฒนาการเลี้ยงสัตว์น้ำตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ในสภาวะปัจจุบันจะเห็นได้ว่าปริมาณสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมีปริมาณลดน้อยลงจำนวนมาก สืบเนื่องมาจากแหล่งน้ำตื้นเขินเองตามธรรมชาติ ถูกประชาชนบุกรุกเพื่อครอบครองถือกรรมสิทธิ์ หรือนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่นก่อสร้างถนนหนทาง และความต้องการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคมีเพิ่มมากขึ้น ตามสัดส่วนจำนวนประชากรของประเทศ จากสภาวะดังกล่าวการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคเป็นสิ่งสำคัญ

ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงจัดการฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตร ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแบบครบวงจร โดยใช้นวัตกรรม เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยการนำพืชอาหารสัตว์มาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยง เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตปลานิลให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ และให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ มีรายได้เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน

ด้านนายสุชาติ ราษฎร์ดุษดี รอง ผวจ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ต้องการให้เกษตรกรทุกท่านที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแบบครบวงจรโดยใช้นวัตกรรมได้ดำเนินกิจกรรมด้านการประมง ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดการผลิตอาหารที่มีความปลอดภัย และเพื่อการค้าขายในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาด้านการประมงให้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น จนมีผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของจังหวัด ประเทศ หรือเพื่อการส่งออกไปขายในต่างประเทศ รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพะเยา เชิญชวนชุมชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการประกวดชุมชนปลอดขยะ Zero Waste เฉลิมพระเกียรติ 87 พรรษา 87 ชุมชน ปี 2557

นายวรพจน์ ผ่องสมัย ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดโครงการประกวดชุมชนปลอดขยะ Zero Waste เฉลิมพระเกียรติ 87 พรรษา 87 ชุมชน ปี 2557 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระชนมพรรษา 87 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือ การมีส่วนร่วมระหว่างประชาชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินงานด้านการจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจร โดยเริ่มจากการจัดการขยะจากต้นทางแหล่งกำเนิดขยะ การลดปริมาณขยะ การนำกลับมาใช้ใหม่ การจัดการกลางทางโดยผ่านระบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการจัดการปลายทาง คือการกำจัดที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

สำหรับหลักเกณฑ์ในการรับสมัครครั้งนี้ จะต้องเป็นชุมชนที่อยู่ในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งแบ่งกลุ่มชุมชนที่เข้าร่วมประกวดคัดเลือกออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม S ชุมชนขนาดเล็กที่มีจำนวนประชากร ตั้งแต่ 1คน แต่ไม่เกิน 500 คน , กลุ่ม M ชุมชนขนาดกลางที่มีจำนวนประชากร ตั้งแต่ 501 คน แต่ไม่เกิน 1,000 คน , และกลุ่ม L ชุมชนขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนประชากร ตั้งแต่ 1,001 คนขึ้นไป

ทั้งนี้ชุมชนที่ชนะเลิศในระดับประเทศจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล จึงขอเชิญชวนหมู่บ้าน/ชุมชน เข้าร่วมประกวดตามโครงการดังกล่าว ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพะเยา โทรศัพท์ 054 -887112 หรือทางเว็บไซต์ www.deqp.go.th



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

สำนักงานประกันสังคม แจ้ง นายจ้าง ชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร(Bill Payment) ไม่เสียค่าธรรมเนียมการชำระเงิน

นางสาวอรสา จุ้ยสาย ประกันสังคมจังหวัดพะเยาได้รับแจ้งจาก ดร.อำมร เชาวลิต เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ว่า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนายจ้างสำนักงานประกันสังคม ได้มีช่องทางการชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร (Bill Payment) โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ซึ่งปัจจุบันธนาคารที่ให้บริการมีอยู่ 3 ธนาคาร คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารธนชาติ จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ นายจ้างสามารถชำระได้เฉพาะเงินสมทบ กรณีนายจ้างได้รับใบแจ้งเงินสมทบที่มีใบชำระเงินกองทุนเงินทดแทน (Pay-in) ต่อท้ายใบแจ้งเงินสมทบฯ ให้นายจ้างกรอกข้อมูลในใบชำระเงิน หากนายจ้างได้รับใบแจ้งเงินสมทบที่ไม่มีใบชำระเงินกองทุนเงินทดแทน (Pay-in) ต่อท้าย ให้นายจ้างกรอกรายละเอียดใบชำระเงินฯ ได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ซึ่งธนาคารได้จัดพิมพ์ไว้สำหรับชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนเท่านั้น โดยยื่นใบชำระเงินกองทุนเงินทดแทน พร้อมสำเนาใบประเมินเงินสมทบประจำปี หรือใบแจ้งเงินสมทบจากการตรวจบัญชีประจำปี หรือใบแจ้งเงินสมทบจากการรายงานค่าจ้างประจำปี หรือใบแจ้งเงินสมทบประจำงวด หรือใบแจ้งเงินฝาก แล้วแต่กรณี

หากนายจ้างมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพะเยา โทร.054-484002 หรือที่สายด่วน 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

กกต.แม่ฮ่องสอน จัดการ เลือกตั้งท้องถิ่น 23 ก.พ.57 พร้อมกัน 2 แห่ง

กกต.แม่ฮ่องสอน จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นพร้อมกัน 2 แห่ง ในวันที่ 23 ก.พ.57 มี การเลือกตั้ง ส.อบต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า และ การเลือกตั้ง ส.อบจ.แม่ฮ่องสอนเขต 3 อ.แม่ลาน้อย แทนตำแหน่งที่ว่าง

นายสิทธิชัย ประเสริฐศรี ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นใน วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 พร้อมกัน ทั้งในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำลอด เขต 3 และ เขต 5 มี ผู้สมัครฯเขตละ 2 คน ส่วนอำเภอแม่ลาน้อยเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต 3 มี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง จำนวน 2 คน

สำหรับความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ นาย พันธุ์รัตน์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวว่า งานจัดการเลือกตั้งและทุกส่วนงาน ได้เตรียมความพร้อมทุกด้านแล้ว โดยเฉพาะคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) ผู้ปฏิบัติงานทั้ง 2 พื้นที่อำเภอ ได้รับการอบรมเกี่ยวกับการทำงานอย่างถูกต้องตามขั้นตอน กระบวนการ เป็นการ ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ โดยกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพ.ต.อ.ดร.บันฑิต อินทุฤทธิ์ ร่วมกับประธานฯ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เมื่อวันที่ 21,22 ก.พ.57 เพื่อให้การจัดการเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความถูกต้อง สุจริต เป็นธรรม โปร่งใส และในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทั้ง 2 พื้นที่อำเภอ คาดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 แน่นอน


ข่าวโดย : อ่อนศรี ศรีอัมพร ทีมข่าว ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับเครือข่าย "คนแม่ฮ่องสอนไม่เอาระบบโกงชาติ" จัดสภาน้ำเมี่ยง หรือน้ำชา ปฏิรูปประเทศไทยสู่การปฏิรูปแม่ฮ่องสอน

บ่ายวันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2557)  นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาสื่อสร้างสรรค์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เครือข่าย "คนแม่ฮ่องสอนไม่เอาระบบโกงชาติ" จัดสภาน้ำเมี่ยง หรือสภาน้ำชา ปฏิรูปประเทศไทยสู่การปฏิรูปแม่ฮ่องสอน ที่วัดปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีเครือข่าย “คนแม่ฮ่องสอนไม่เอาระบบโกงชาติ” ภาคประชาสังคม นักวิชาการ ปราชญ์ชาวบ้าน และข้าราชการร่วมพบปะพูดคุยกัน เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ในปัจจุบัน และความเคลื่อนไหวต่างๆ รวมทั้งออกแบบกลไกเชิงรุกในการปฏิรูป จังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศไทย
โดยสรุปสถานการณ์ปัญหาของจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่า ระบบการเมืองยังมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ปัญหาเศรษฐกิจค่าครองชีพสูง สินค้าแพง ระบบราชการมีการคอร์รัปชั่น หรือเงินทอน โดยมีข้อเสนอ แก้กฎหมายให้มีบทลงโทษข้าราชการและนักการเมืองให้รุนแรงขึ้น ให้ความรู้หลักการประชาธิปไตยผ่านทางพระสงฆ์ สื่อท้องถิ่น และสื่อใหม่ เช่น เฟสบุ๊ค ไลน์ ร่วมทั้งเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง



ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว ข่าว/เอกณรินทร์ ใจมะโน ภาพ

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดกิจกรรม เนื่องในวันวิทยุกระจายเสียงไทย ครบรอบ 84 ปี

นางสาววาสนา ไข่แก้ว ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สวท.แม่ฮ่องสอน เตรียมจัดกิจกรรม เนื่องวันวิทยุกระจายเสียงไทย ครบรอบ 84 ปี ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อเทิดพระเกียรติ พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำเเพงเพชรอัครโยธิน พระบิดาแห่งวิทยุกระจายเสียงไทย และเป็นการรำลึกถึงการกำเนิดวิทยุกระจายเสียงขึ้นในประเทศไทย โดยในช่วงเช้า ประกอบพิธีสงฆ์ ถวายภัตราหารเช้าพระสงฆ์ จำนวน 5 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าหน้าที่ และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้ล่วงลับไปแล้ว

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันวิทยุกระจายเสียงไทย ซึ่งปีนี้เป็นโอกาสครบรอบ 84 ปี สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถือเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มุ่งมั่นสร้างผลงาน สาระและข้อมูลข่าวสารเพื่อประโยชน์ของผู้ฟังต่อไป


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

สวท.แม่ฮ่องสอน เตรียมจัดเวที พัฒนาเครือข่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย ประจำปี 2557

นางสาววาสนา ไข่แก้ว ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สวท.แม่ฮ่องสอน เตรียมจัดเวทีพัฒนาเครือข่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย ประจำปี 2557 ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่โรงแรมอิมพีเรียลแม่ฮ่องสอนรีสอร์ท อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน หรือ อปมช.กำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหาราบที่ 17 คณะกรรมการภาคประชาชน คณะกรรมการนักเรียน สภาเด็กและเยาวชน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกิจกรรมจำนวน 50 คน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจของประชาชน ให้เห็นถึงความสำคัญในการใช้สิทธิ เสรีภาพ ที่ถูกต้อง มีส่วนร่วมทางการเมืองที่เหมาะสมเป็นไปตามเป้าหมาย ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กิจกรรมในงานประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ หัวข้อ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ โดย นายเทอดเกียรติ สุกใส ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะรียง เตรียมจัดกิจกรรมวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2557 ในวันพรุ่งนี้

นายดุลยวิชญ์ รัตนภาค ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เปิดเผยว่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เตรียมจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2557 ในวันพรุ่งนี้( 24 กุมภาพันธ์ ) ที่ สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ในงานมีการจัดนิทรรศการรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า /สาธิตการดับไฟป่า /การทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้และการทำถ่านอัดแท่ง / การตอบปัญหาด้านการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้จากการจุดไฟเผาป่าและการเดินรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกรมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า โดยงดการจุดไฟเผาป่าทั้งในที่โล่ง พื้นที่เกษตรและในพื้นที่ป่า ซึ่ง จ.แม่ฮ่องสอนกำหนดวันควบคุมการเผา 63 วันอันตรายตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์-วันที่ 30 เมษายน 2557

คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า สร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักให้แก่ประชาชน /นักเรียน /นักศึกษา / หน่วยราชการ องค์กรเอกชนเห็นถึงอันตรายและผลกระทบของหมอกควันที่เกิดจากไฟป่าและปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความรู้สึกถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานปิดการอบรม อพป.

กอ.รมน.จ.แม่ฮ่องสอน จัดอบรมตามโครงการอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป) ประจำปี 2557 ณ บ้านนาปลาจาด ต.ห้วยผา อ.เมือง ระหว่างวันที่ 15 -23 ก.พ.57

เช้าวันนี้ เวลา 09.00 น. นายกองเอกสุรพล พนัสอำพล ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมโครงการอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง ณ ห้องประชุมวัดบ้านนาปลาจาด หมู่ที่ 4 ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยได้กล่าวให้โอวาท และมอบประกาศนียบัตรให้กับสมาชิกหมู่บ้าน อพป.จำนวน 62 นาย ซึ่งทุกคนได้กล่าวคำปฏิญาณในการบำเพ็ญตน และปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้เป็นประโยชน์สาธารณะแก่สังคม สำหรับหลักสูตรในการฝึกอบรม อพป.ทั้ง 9 วัน เน้นสาระสำคัญด้านการข่าว รายงานข่าวสาร สถานการณ์ ความเสี่ยงการเกิดภัยพิบัติ การฝึกระเบียบวินัย บทบาทหน้าที่ด้านการรักษาความมั่นคงภายใน เรื่องกฎ จราจรที่ต้องทำหน้าที่ตำรวจบ้าน ดูแลด้านความปลอดภัยในชุมชน รวมทั้งการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำไปใช้ ประโยชน์ในงานพัฒนาชุมชน หมู่บ้าน ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความเป็นชุมชนเข้มแข็ง ผู้เข้าร่วมอบรมครั้งนี้เป็นชาวบ้านชาย หญิง จากบ้านนาปลาจาด บ้านคาหาร บ้านทุ่งมะส้าน และบ้านห้วยส้านใหม่จำนวน 62 คน


ข่าวโดย : อ่อนศรี ศรี อัมพร ทีมข่าว ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก จัดการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ อบจ. 17 จังหวัดภาคเหนือ บึงราชนกเกมส์

บ่ายวานนี้ ( 22 ก.พ.57 ) ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ อบจ. 17 จังหวัดภาคเหนือ "บึงราชนกเกมส์” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2557 โดยมีคณะนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ จากองค์การบริหารส่วนจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 4,000 คน สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ มีการแข่งขันกีฬาสากล 6 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล วอลเลย์บอลหญิง เปตอง เซปักตะกร้อ ฟุตบอล และกรีฑา กีฬาพื้นบ้าน 5 ชนิด ได้แก่ ชักเย่อ, วิ่ง 11 ขาสามัคคี, วิ่งเรือบก, วิ่งผลัดกระสอบผสม, เดินตะขาบ และการประกวดกองเชียร์ ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ประกอบด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ข้าราชการและพนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดในภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ข้าราชการและพนักงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ และเพื่อให้บุคลากรขององค์การบริหารส่วนจังหวัด มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง พร้อมที่จะให้บริการประชนในทุกๆด้าน อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความ เป็นมิตรไมตรี ตลอดจนสร้างความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการรวมตัวเป็นเครือข่าย ในการสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นสื่อช่วยให้การประสานงาน และการทำงานร่วมกันเป็นไปด้วยความราบรื่น และประสบความสำเร็จซึ่งบรรยากาศในพิธีเปิดแข่งขันเป็นไปคึกคักมีขบวนพาเหรดของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ร่วมพาเหรดลงสู่สนามพร้อมการแสดงของแต่ละจังหวัดที่เตรียมมาแสดงอย่างตระการตา

วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สสจ.พะเยา ขอเชิญชวนผู้ผลิตอาหารพื้นบ้าน ของฝากพื้นเมืองพะเยา เตรียมตัวเข้าสู่ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558

นายฉลอง อัครชิโนเรศ นักวิชาการสาธารณสุข (ด้านส่งเสริมพัฒนา) ระดับเชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 10 ประเทศ จะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดการนำเข้า-ส่งออกสินค้าหลากหลายชนิดได้อย่างเสรี การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้นบ้าน ทั้งด้านคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยจะสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ของประเทศในกลุ่มอาเซียนและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศได้

นายฉลอง ยังกล่าวด้วยว่า ผู้ผลิตอาหารพื้นบ้านสามารถขอรับคำปรึกษาการพัฒนากระบวนการผลิตอาหารและสามารถขอรับ เลข อย. ได้แก่ อาหรทั่วไปที่ผ่านการแปรรูป เช่น เนื้อสัตว์ดิบที่ผ่านการหั่นบด กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง กะปิ ปลาร้า ปลาส้ม งาดำ งาขาว ถั่วดิบ ข้าวสาร แป้งสาลี แป้งมันสำปะหลัง ขนมจีน น้ำตาล พริกแห้ง , อาหารพร้อมปรุง ที่เตรียมพร้อมสำหรับให้ผู้บริโภคปรุงเป็นอาหารได้ทันที (ยกเว้นอาหารพร้อมปรุงที่จัดไว้เป็นชุด) เช่น ทอดมันกุ้งดิบ ข้าวเกรียบดิบ หมูบดปรุงรสดิบ , อาหารสำเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที เช่น ทองม้วน กาละแม น้ำพริกต่างๆ ถั่วตัด แคบหมู ไข่เค็ม(สุก) ผลไม้อบแห้ง , และผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ ที่ผู้ผลิตมีความสนใจในการพัฒนามาตรฐานของกระบวนการผลิต และสถานที่ผลิตให้มีความเป็นมาตรฐานได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นผู้ผลิตอาหาร กลุ่มแม่บ้าน หรือชุมชนที่สนใจ จึงควรหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการที่ดีในการผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย และนำไปปรับใช้กับผลิตภัณฑ์และสถานที่ผลิตอาหารของตนเอง ทั้งนี้สามารถขอคำแนะนำได้ที่ คลินิก Primary GMP ณ กลุ่มงานเภสัชกรรมโรงพยาบาลชุมชน สำนักงานธสาธารณสุขอำเภอใกล้บ้าน หรือที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคฯ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา โทร.054-409015 – 7 ในวันเวลาราชการ



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

เกษตรพะเยาเตือนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยื่นต่อทะเบียนตามกำหนด หากไม่ยื่นขอดำเนินกิจการเป็นเวลาติดต่อกัน 2 ปี นายทะเบียนวิสาหกิจชุมชนจะถอนชื่อออกจากทะเบียน

นายราเชนทร์ สุวรรณหิตาทร เกษตรจังหวัดพะเยา กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนหมายถึงกิจการของชุมชนเกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการหรืออื่นๆ ที่ดำเนินการโดยคณะบุคคลที่มีความผูกพัน มีวิถีชีวิตร่วมกันและรวมตัวกันประกอบกิจการดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลในรูปแบบใดหรือไม่เป็นนิติบุคคล เพื่อสร้างรายได้และเพื่อการพึ่งพาตนเองของครอบครัว ชุมชน และระหว่างชุมชน โดยสรุปก็คือ การประกอบการเพื่อการจัดการทุนของชุมชน อย่างสร้างสรรค์เพื่อการพึ่งพาตนเอง ซึ่งทุนของชุมชนไม่ได้หมายถึงแต่เพียงเงิน แต่รวมถึงทรัพยากรผลิผลิต ความรู้ ภูมิปัญญา ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางสังคม หรือกฎเกณฑ์ทางสังคมที่ร้อยรัดผู้คนให้อยู่ร่วมกันเป็นชุมชนเป็นพี่เป็นน้องไว้ใจกัน

เกษตรจังหวัดพะเยา กล่าวด้วยว่า ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2546 กำหนดให้มีการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน โดยมีนายอำเภอเป็นนายทะเบียนในแต่ละอำเภอ และตามระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ.2548 กำหนดไว้ในหมวด 3 ว่าด้วยการแจ้งดำเนินกิจการและการเลิกกิจการ ซึ่งกำหนดให้ต่อทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันสิ้นปีปฏิทินหรือภายใน 30 มกราคม วิสาหกิจชุมชนใดไม่แจ้งความประสงค์จะดำเนินกิจการเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน ให้นายทะเบียนทำหนังสือแจ้งเตือน หากวิสาหกิจใดไม่แจ้งความประสงค์การดำเนินกิจการต่อนายทะเบียนจะถอนชื่อวิสาหกิจชุมชนนั้นออกจากทะเบียน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา โทร.054 – 887050 ต่อ 22 ในวันเวลาราชการ



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

น้ำพุร้อนสันกำแพงปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อการพัฒนาที่ดีขึ้น

สหกรณ์น้ำพุร้อนสันกำแพง ตามพระราชดำริ ปรับโครงสร้างการบริหารงานใหม่ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเป็นฝ่ายเลขานุการคณะทำงาน เพื่อการพัฒนาให้ดีขึ้น รองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น การดำเนินงานทั้งหมด ได้มีการดึงชุมชนใน 8 หมู่บ้าน เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งการฝากขายสินค้าท้องถิ่น และการจ้างงาน เป็นการคืนรายได้สู่ชุมชน

เมื่อเร็วๆนี้ (18 ก.พ.57) เวลา 10.00 น.ที่ห้องประชุมสหกรณ์น้ำพุร้อนสันกำแพง มีการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการแถลงข่าว โดยมีนางกฤติมา กันใจมา ผู้จัดการสหกรณ์น้ำพุร้อนสันกำแพง ตามพระราชดำริ แถลงข่าวในเรื่องการดำเนินกิจการสหกรณ์น้ำพุร้อนสันกำแพง ตามพระราชดำริ กล่าวว่า พื้นที่น้ำพุร้อนสันกำแพง ตามพระราชดำริ มีพื้นที่ทั้งหมด 75 ไร่ และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2527 เป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียง แต่ด้วยสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ขาดการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงไม่เป็นที่สะดุดตาและดึงดูดความสนใจมากนัก จนในปี 2556 ได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารงานใหม่ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี มีการแบ่งคณะทำงานเป็น 2 คณะ คือ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการและคณะกลั่นกรองด้านการบริหารจัดการของน้ำพุร้อนสันกำแพง มีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเป็นฝ่ายเลขานุการคณะทำงาน

โดยในปัจจุบัน ที่นี่ มีห้องอาบน้ำแร่แช่อาบ 34 ห้อง แบบตักอาบ 20 ห้อง แบบแช่รวม 2 ห้อง เรือนพักอาบน้ำแร่ 17 หลัง สระว่ายน้ำ 1 สระ บ้านพักค้างคืน 17 ห้อง ห้องพักรับรอง 1 ห้อง มีนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า ภายหลังจากมีการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากยิ่งขึ้น สถิติล่าสุดเมื่อวันสิ้นปี 31 ธันวาคม 2556 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาสูงถึง 17,000 คน สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งค้างคืนแบบบ้านพัก มากางเต็นท์ แช่ตัว แช่เท้า ในเดือนธันวาคม 2556 มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าเดือนธันวาคมปี 2555 กว่า 27,000 คน คิดเป็นร้อยละเกือบ 30 ส่วนในเดือนมกราคม 2557 มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าเดือนมกราคม ปี 2556 กว่า 13,000 คน คิดเป็นกว่าร้อยละ 18 ขณะนี้ มีการสร้างห้องอาบน้ำแร่หลังใหม่ ลำธารแช่เท้าเส้นใหม่ และเตรียมปรับปรุงร้านอาหารใหม่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังเตรียมวางแผนสร้างเตาเผาขยะแทนการฝังกลบ วิธีที่ใช้มานาน เนื่องจากเกรงว่า การฝังกลบจะมีผลต่อสภาพแวดล้อมและแร่ธาตุต่างๆ ในดิน

ผู้จัดการสหกรณ์น้ำพุร้อนสันกำแพง ตามพระราชดำริ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ มีการปรับราคาค่าบัตร ให้เท่ากับค่าเข้าชมในเขตอุทยานทั่วประเทศ ซึ่งไม่มีการปรับมานานแล้ว ประกอบกับ รายได้หลักมีเฉพาะค่าจำหน่ายบัตรเท่านั้น การปรับราคาค่าบัตรจะรองรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ โดยผู้ใหญ่ไทย ราคา 40 บาท เด็กไทย 20 บาท ผู้ใหญ่ต่างชาติ 100 บาท เด็กต่างชาติ 50 บาท ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งหมด ได้มีการดึงชุมชนใน 8 หมู่บ้าน เข้ามาร่วม ทั้งการฝากขายสินค้าท้องถิ่น และการจ้างงาน เป็นการจัดการรายได้คืนสู่ชุมชน ภายหลังจากมีการปรับโครงสร้างครั้งนี้ น้ำพุร้อนสันกำแพง ตามพระราชดำริ คึกคักขึ้นมาก มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ เพิ่มต้นไม้ ดอกไม้ เพิ่มลานกางเต็นท์ เพิ่มเครื่องเล่นสำหรับเด็ก รองรับนักท่องเที่ยวที่นิยมมาเป็นครอบครัว ทำให้ที่แห่งนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น


ข่าวโดย : ไผท สุวรรณเสวตร

จังหวัดน่าน ฝึกอบรมลดกลุ่มเสี่ยงนอกสถานศึกษาต้านยาเสพติด หลักสูตรเยาวชนอาสารักษาดินแดนต้านภัยยาเสพติด ปี 2557

วันนี้ (21 ก.พ. 57) ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดน่านที่ 1 อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายพิชัยลักษณ์ เพชรบุรีกุล ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานฝึกอบรมตามโครงการลดกลุ่มเสี่ยงนอกสถานศึกษาต้านภัยยาเสพติด หลักสูตรเยาวชนอาสารักษาดินแดนต้านภัยยาเสพติด ประจำปี 2557 โดยจังหวัดน่าน ได้ดำเนินโครงการ ขึ้นเพื่อเป็นการรองรับยุทธศาสตร์ สนองตอบต่อนโยบาย มาตรการ และแนวทางการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทักษะการดำรงชีวิต ให้กับเยาวชนนอกสถานศึกษา ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่สร้างปัญหาให้กับครอบครัว และสังคม เพื่อเปลี่ยนกลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มพลังอาสา การทำประโยชน์สาธารณะในหมู่บ้านชุมชน ทั้งยังเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนกลุ่มเสี่ยงให้เป็นคนดีมีคุณภาพสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีปกติสุข โดยเนื้อหาการอบรมในหลักสูตรจะนำวิชาด้านอาสารักษาดินแดนเข้ามาสอนด้วย เพื่อให้เยาชนเหล่านี้เมื่อผ่านการอบรมแล้ว จะมีจิตอาสาเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือราชการ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนของตนเอง สำหรับการฝึกอบรมครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 100 คน เป็นเยาวชนจากอำเภอที่มีปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในระดับท้องถิ่น ที่ต้องเฝ้าระวัง โดยมีหลักสูตรการฝึกอบรม 4 วัน ระหว่างวันที่ 21 – 24 กุมภาพันธ์ 2557

โดยนายพิชัยลักษณ์ เพชรบุรีกุล ปลัดจังหวัดน่าน กล่าวให้โอวาทกับผู้เข้ารับการว่า ขณะนี้ทางจังหวัดน่านมีความจริงจัง และเข้มข้น ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดอย่างมากในกลุ่มเยาวชน รวมทั้งการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายด้วย ที่ใช้จังหวัดน่านเป็นเส้นทางลำเลียงสิ่งผิดกฏหมายผ่านหรือพักยาเสพติดก่อนส่งต่อไปในพื้นที่อื่น ดังนั้นในช่วงนี้จึงมีความเข้มข้นในการฝึกอบรมกลุ่มเสี่ยงยาเสพติดทั้งในและนอกสถานศึกษา เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหันมาให้ความร่วมมือเป็นแกนนำสร้างกระแสการมีส่วนร่วมป้องกันปัญหายาเสพติดร่วมกับทางราชการต่อไป ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดติดจังหวัดน่านในการลดปัญหาและการระบาดของยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดน่าน



ศรายุทธ  ประเสริฐนิรมล  ภาพ / ข่าว

สสจ. น่าน เตือนประชาชนระวังโรคร้ายที่มาในช่วงฤดูร้อน

นายปิยะ ศิริลักษณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน แจ้งว่า จากการสอบสวนโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่าการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคติดต่อ ตลอดจนการนำข้อมูลการป่วยย้อนหลัง 10 ปี เพื่อนำมาพยากรณ์แนวโน้มของการเกิดโรคในปี 2557 ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมนั้น พบว่า โรคที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนปี 2557 นี้ ได้แก่ โรคอหิวาตกโรค อาจมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเนื่องจากมีลักษณะการระบาดปีเว้นสองปี และปี 2557 เป็นปีที่ครบรอบการระบาด โรคไทฟอยด์คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ของจำนวนผู้ ป่วยที่รายงานในปี 2556 ในช่วงเวลาเดียวกัน และโรคไวรัสตับอักเสบชนิด A คาดว่าจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ของจำนวนผู้ป่วยที่รายงานในปี 2556 ถ้าไม่มีการเฝ้าระวังและควบคุมโรคที่ดี

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน แจ้งต่อว่า ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนหรือภัยแล้งของประเทศไทยนั้น โรคที่มากับภัยแล้งที่น่าจับตามอง ส่วนใหญ่เป็นโรคติดต่อจากอาหารและน้ำ เนื่องจากเชื้อก่อโรคส่วนใหญ่เป็นเชื้อแบคทีเรีย ที่มักจะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีในช่วงฤดูร้อน เพราะมีสภาพอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม ดังนั้น โรคที่มักพบได้บ่อยในช่วงฤดูร้อน ได้แก่ โรคอหิวาตกโรค โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง โรคไทฟอยด์ และโรคบิด นอกจากนั้นแล้ว ในช่วงฤดูร้อนมักมีการจัดกิจกรรมเข้าค่ายพักแรม การทำครัวหรือการปรุงอาหารอาจทำได้ไม่ถูกสุขลักษณะ โรคไวรัสตับอักเสบชนิด A เป็นอีกหนึ่งโรคที่มักพบรายงานการป่วยเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูร้อน

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน แจ้งต่อท้ายว่า ในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ประชาชนยังคงมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ เพื่อป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคที่ระบาดในฤดูร้อนนั้น ควรปรุงอาหารให้สุกก่อน ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งก่อนปรุง หรือรับประทานอาหารและภายหลังถ่ายอุจจาระ ดื่มน้ำสะอาด ถ้าเป็นน้ำต้มสุกจะดีที่สุดและเลือกซื้อน้ำแข็งที่ถูกหลักอนามัย เลือกรับประทานอาหารที่สะอาดสุกใหม่ ๆ ไม่ควรรับประทานอาหารที่สุก ๆ ดิบ ๆ หรืออาหารที่มีแมลงวันตอม หากจะเก็บอาหารที่เหลือจากการรับประทานหรืออาหารสำเร็จรูปที่ชื้อไว้ ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและอุ่นให้เดือดทั่วถึงทุกครั้งก่อนรับประทาน ผักหรือผลไม้ ก่อนรับประทานให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง ส่งเสริมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อให้เด็กมีภูมิต้านทานโรค ขวดนมล้างให้สะอาด และต้มในน้ำเดือด 10-15 นาที กำจัดขยะมูลฝอย เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน เช่น อุจจาระเด็กกำจัดหรือทิ้งในโถส้วมหรือกลบให้มิดชิด ถ่ายอุจจาระในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422.
"กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือ”


พวงพยอม  คำมุง

กกต.น่าน แจ้งขอยกเลิกการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักร

นายจรูญ จันอินทร์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน แจ้งว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน (กกต.น่าน) ได้ปรับปรุงแก้ไขรายชื่อผู้ขอลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักรไปแล้วนั้น ในการนี้ กกต.น่าน จึงขอแจ้งการขยายระยะเวลาผู้ที่มีความประสงค์จะขอยกเลิกการลงทะเบียนและกลับมาใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง

ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน แจ้งต่อว่า สำหรับหลักฐานประกอบการแจ้งขอยกเลิกการลงทะเบียนฯ ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้าน ไปยื่นได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน เลขที่ 275 หมู่ 5 ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เท่านั้น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 ในวันและเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานจัดการเลือกตั้ง โทรศัพท์ 0-5460-0000


พวงพยอม  คำมุง

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา มอบพันธ์ไก่ไข่ให้กับเรือนจำจังหวัดพะเยา เพื่อฝึกวิชาชีพแก่ผู้ต้องขังและสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพหลักได้ภายหลังพ้นโทษ

วันนี้ (21 ก.พ.57) ที่เรือนจำชั่วคราวร่องห้า ภายในเรือนจำจังหวัดพะเยา เรืออากาศตรีสุวิชา แก้วมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง หลักสูตรฝึกเลี้ยงไก่ไข่ พร้อมมอบพันธ์ลูกไก่ไข่จำนวน 500 ตัว ให้แก่นายไพฑูรย์ อำพัน ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพะเยา ซึ่งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา โดยสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์พะเยา กรมปศุสัตว์ เป็นผู้ผลิตเพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดพะเยา นำไปเลี้ยงเพื่อการศึกษาเป็นอาชีพ

นายจำลอง อริยะจักร ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้มีนโยบายในการบูรณาการกับหน่วยงานกรมราชทัณฑ์ ภายใต้โครงการแสงไฟปลายเปลวเทียน ซึ่งจะนำวิชาชีพด้านปศุสัตว์หลายๆ แขนงนำไปเป็นแนวทาง ในการพัฒนาอาชีพแก่ผู้ต้องขัง เพื่อเข้าสู่สังคมได้อย่างปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งทางกรมราชทัณฑ์ ได้มีนโยบายแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง โดยส่งเสริมให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ดำเนินการฝึกอบรมวิชาชีพสาขาต่างๆ ให้แก่ผู้ต้องขัง เพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพภายหลังพ้นโทษ



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

เกษตรกรกว่า 200 คนบุกศาลากลางทวงเงินค่าข้าวโพด หวั่นเงินไม่มีจ่ายเหมือนโครงการรับจำนำข้าวที่ประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้

วันนี้ (21 ก.พ.57) เวลา 09.30 น.กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อ.ปง จ.พะเยา และผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพด กว่า 200 คน ซึ่งนำโดยนายจิรภาส เลิศฤทธิ์ปัญญากุล แกนนำและเจ้าของโซโลจิรภาสซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ปง ได้พากันเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดพะเยา เพื่อทวงถามเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพ และบริหารจัดการกิโลกรัมละ 1.5 บาท ตามมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาล หลังพบว่าเกษตรกรที่นำข้าวโพดไปเข้าร่วมโครงการกับไซโลอื่นได้รับเงินแล้วแต่ไซโลจิรภาสยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือนร้อน จึงพากันเดินทางมาสอบถามความคืบหน้าและปัญหาที่เกิดขึ้นกับทางจังหวัด

นายจิรภาส เลิศฤทธิ์ปัญญากุล แกนนำ กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้ของตน และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อ.ปง ก็เพื่อมาทวงถามความคืบหน้าการเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพ และบริหารจัดการกิโลกรัมละ 1.5 บาท ตามมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาล ว่าประสบปัญหาอะไร เพราะเหตุใดทำไมเงินยังไม่มีการเบิกจ่าย และตกลงถึงมือเกษตรกรจำนวน กว่า 500 ราย รวมผลผลิตกว่า 8,901 ตัน ที่เข้าร่วมโครงการกับทางไซโลจิรภาส แต่ในทางกลับกันไซโลอื่นกลับได้เงินแล้ว ส่งผลให้เกิดผลกระทบกับทางเกษตรกรรวมถึงไซโลเองด้วยเพราะเกษตรกรเกิดความไม่เชื่อมั่นกับไซโล ว่าเข้าร่วมกับไซโลแล้วเจ้าของไม่ติดตามการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งทางไซโลก็ไม่ทราบเหตุผลเช่นกัน จึงพากันเดินทางมาขอรับทราบปัญหาและความคืบหน้าในวันนี้ เพราะเกษตรกรเกรงว่ากลัวเงินจะไม่มีจ่ายเหมือนโครงการรับจำนำข้าวที่ประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้

ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น.นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยามอบหมายให้ นางเฟื่องฟ้า ตุลาธรรมกุล พาณิชย์จังหวัดพะเยา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เชิญตัวแทนจำนวน 30 คนเข้าชี้แจงข้อเรียกร้อง และแจ้งความคืบหน้าการเบิกจ่ายเงิน ที่ห้องศูนย์บัญชาการศาลากลางจังหวัดพะเยาโดยระบุว่าจังหวัดพะเยาได้รับโควตาผลผลิตจากรัฐบาลตามมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวน 95,000 ตัน เป็นเงิน 142 ล้านบาท ในส่วนของ อ.ปงนั้นได้โควตา 39,000 ตัน หรือเท่ากับร้อยละ 40 ของโควตาจังหวัด ซึ่งเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพ และบริหารจัดการกิโลกรัมละ 1.5 บาท ที่รัฐบาลจ่ายให้กับทางจังหวัดนั้น ขอยืนยันว่ารัฐบาลจ่ายเงินมาครบ และมีเงินอยู่แน่นอน ของให้เกษตรกรสบายใจได้ และการที่การเบิกจ่ายเงินล่าช้าไปบ้างนั้น ก็เนื่องจากว่า ขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบเอกสารเกษตรกร คือสำนักงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ ซึ่งจะต้องตรวจอย่างรอบครอบและต้องใช้เวลา ก่อนส่งมาให้พาณิชย์จังหวัดเพื่อเสนอไปยังคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด หรือ คพจ. ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อพิจารณาอนุมัติ จึงจะสามารถเบิกจ่ายเงินให้เกษตรกรได้ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าเงินดังกล่าวจะสามารถจ่ายให้กับเกษตรกรได้ภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน และทั้งจังหวัด ก็จะเสร็จสิ้นภายในไม่เกินสิ้นเดือนมีนาคมนี้เช่นกัน ก่อนเกษตรกรก่อนจะแยกย้ายกันเดินทางกลับในเวลาต่อมา (11.00 น.)

ทั้งนี้ มาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาล ซึ่งจะมีการรับซื้อผลผลิตที่ความชื้น 30% กิโลกรัมละ 7 บาท และความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 9 บาท และรัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยให้กิโลกรัมละ 1.50 บาท


ข่าวโดย : นิรันต์ บุญแก้ว

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อ.ปง จ.พะเยา เดินทางมายังศาลากลางจังหวัด เพื่อทวงถามเงินชดเชยค่าข้าวโพด ตามมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาล

วันนี้ (21 ก.พ.57) เวลา 09.30 น. กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด อ.ปง จ.พะเยา และผู้ประกอบการรับซื้อข้าวโพด กว่า 200 คน นำโดยนายจิรภาส เลิศฤทธิ์ปัญญากุล แกนนำ และเจ้าของไซโลจิรภาส ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ปง ได้พากันเดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดพะเยา เพื่อทวงถามเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพ และบริหารจัดการกิโลกรัมละ 1.5 บาท ตามมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาล หลังพบว่าเกษตรกรที่นำข้าวโพดไปเข้าร่วมโครงการกับไซโลอื่นได้รับเงินแล้วแต่ไซโลจิรภาสยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือนร้อน จึงพากันเดินทางมาสอบถามความคืบหน้าและปัญหาที่เกิดขึ้นกับทางจังหวัด

นายจิรภาส เลิศฤทธิ์ปัญญากุล แกนนำ กล่าวว่า เพราะเหตุใดทำไมเงินยังไม่มีการเบิกจ่าย และถึงมือเกษตรกรจำนวน กว่า 500 ราย รวมผลผลิตกว่า 8,901ตัน ที่เข้าร่วมโครงการกับทางไซโลจิรภาส แต่ทั้งนี้ทำไมไซโลอื่นกลับได้เงินแล้ว ส่งผลให้เกิดผลกระทบกับทางเกษตรกรรวมถึงไซโลเองด้วย ซึ่งเกษตรกรเกิดความไม่เชื่อมั่นกับไซโลว่าเข้าร่วมกับไซโลแล้วเจ้าของไม่ติดตามการเบิกจ่ายเงิน โดยทางไซโลก็ไม่ทราบเหตุผลเช่นกัน จึงพากันเดินทางมาขอรับทราบปัญหาและความคืบหน้าในวันนี้ เพราะเกษตรกรเกรงว่ากลัวเงินจะไม่มีจ่ายเหมือนโครงการรับจำนำข้าวที่ประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้        
ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น.นางเฟื่องฟ้า ตุลาธรรมกุล พาณิชย์จังหวัดพะเยา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เชิญตัวแทนจำนวน 30 คน เข้าชี้แจงข้อเรียกร้องพร้อมแจ้งความคืบหน้าการเบิกจ่ายเงิน ที่ห้องศูนย์บัญชาการศาลากลางจังหวัดพะเยา

โดยระบุว่า จังหวัดพะเยาได้รับโควตาผลผลิตจากรัฐบาลตามมาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวน 95,000 ตัน เป็นเงิน 142 ล้านบาท ในส่วนของ อ.ปง นั้น ได้โควตา 39,000 ตัน หรือเท่ากับร้อยละ 40 ของโควตาจังหวัด ซึ่งเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพ และบริหารจัดการกิโลกรัมละ 1.5 บาท ที่รัฐบาลจ่ายให้กับทางจังหวัดนั้น ขอยืนยันว่ารัฐบาลจ่ายเงินมาครบ และมีเงินอยู่แน่นอน และการที่เบิกจ่ายเงินล่าช้าไปบ้างนั้น เนื่องจากว่าขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบเอกสารเกษตรกร คือ สำนักงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ ซึ่งจะต้องตรวจอย่างรอบครอบและต้องใช้เวลา ก่อนส่งมาให้พาณิชย์จังหวัดเพื่อเสนอไปยังคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด หรือ คพจ. ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อพิจารณาอนุมัติ จึงจะสามารถเบิกจ่ายเงินให้เกษตรกรได้ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าเงินดังกล่าวจะสามารถจ่ายให้กับเกษตรกรได้ภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน และทั้งจังหวัดก็จะเสร็จสิ้นภายในไม่เกินสิ้นเดือนมีนาคมนี้เช่นกัน ก่อนเกษตรกรจะแยกย้ายกันเดินทางกลับในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ มาตรการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของรัฐบาล ซึ่งจะมีการรับซื้อผลผลิตที่ความชื้น 30% กิโลกรัมละ 7 บาท และความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 9 บาท และรัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชยให้กิโลกรัมละ 1.50 บาท


ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

องคมนตรีเป็นประธานประสาทอนุปริญญาบัตรแก่นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนแพร่

องคมนตรีเป็นประธานประสาทอนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนแพร่ ประจำปีการศึกษา 2555-2556

 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (21 ก.พ.57) ที่ศูนย์ประชุมและแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศ GMS บ้านกอเปา ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ พลอากาศเอกชลิต ผุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีประสาท อนุปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนแพร่ ประจำปีการศึกษา 2555-2556 จำนวน  พระภิกษุสงฆ์ 2 รูป 99 คน พร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติ แก่ผู้มีอุปการคุณต่อวิทยาลัยชุมชนแพร่จำนวน จำนวน 22 ราย

วิทยาลัยชุมชนแพร่ เป็นวิทยาลัยชุมชนลำดับที่ 18 ของประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2549 ตามนโยบายของรัฐบาลในการกระจายการศึกษาสู่ท้องถิ่น เปิดสอน 6 สาขาวิชา ประกอบด้วยวิชาเทคโนโลยีการเกษตร วิชาการปกครองท้องถิ่น วิชาการจัดการทั่วไป วิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิชาการศึกษาปฐมวัย และวิชาการบัญชี



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์