วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จ.พะเยาร่วมกับ จทบ.พะเยา สร้างฝายชะลอน้ำป้องกันภัยแล้ง

จังหวัดพะเยา กำลังทหารจากจังหวัดทหารบกพะเยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ร่วมกันทำฝายชะลอน้ำในลำน้ำร่องช้าง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง หลังแหล่งน้ำแห่งนี้ในช่วงฤดูแล้งมักประสบปัญหาน้ำแห้งขอด จนเกษตร กรไม่สามารถมีน้ำใช้ในการเกษตรได้

วานนี้ (24 ก.พ.) ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา และกำลังทหารจากจังหวัดทหารบกพะเยา ต่างร่วมมือกันจัดสร้างฝายชะลอน้ำ บริเวณลำน้ำร่องช้าง ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านปิน ที่ทางจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง หลังพื้นที่ดังกล่าวมักประสบปัญหาภัยแล้งแทบทุกปี โดยในช่วงฤดูแล้งแหล่งน้ำแห่งนี้มักประสบปัญหาน้ำแห้งขอด ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรได้ นอกจากนั้นสายน้ำแห่งนี้ยังเป็นสายน้ำสำคัญที่ไหลผ่านหลายตำบลอำเภอดอกคำใต้ และชาวบ้านมักจะใช้น้ำจากลำน้ำแห่งนี้ใช้ในการเกษตรที่สำคัญ แต่ช่วงฤดูแล้งมักประสบปัญหาแทบทุกปี        

 นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมักประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำ ในปีนี้จึงได้ร่วมมือกันที่จะจัดทำฝายชะลอน้ำขึ้น โดยคาดหวังว่า ในช่วงน้ำหลากก็สามารถลดปริมาณน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านได้ และหากฤดูแล้งน้ำที่เป็นต้นทุนก็จะสามารถกักเก็บไว้ได้ ซึ่งตรงนี้เห็นว่าเป็นประโยชน์ และคาดว่าในต่อไปก็จะสามารถบรรเทาปัญหาภัยแล้งได้


ข่าวโดย : ทีมข่าว ส.ปชส.พะเยา

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อนที่จังหวัดแพร่

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดศูนย์การเรียนรู้ชุมชนปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อน ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านทุ่งศรี หมู่ 3 ตำบลทุ่งศรี อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า เช้าวันที่ (25ก.พ.57) เวลา 09.30 น. ทาง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ชุมชนปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อน ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านทุ่งศรี หมู่ 3 ตำบลทุ่งศรี อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ โดยมีนายเสริมยศ สมมั่น รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน
ทั้งนี้จากสถานการณ์หมอกควัน ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน มีสภาพหมอกควันปกคลุมหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งสาเหตุเกิดจากการเผาในที่โล่ง ทั้งการเผาขยะมูลฝอยในชุมชน การเผาเศษวัสดุการเกษตร เพื่อเตรียมที่ทำการเกษตร และไฟป่า ผลจากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมคอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินเกณฑ์มาตรฐานใน 9 จังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ที่พบค่าเฉลี่ยขนาดเล็กสูงเกินกว่ามาตรฐานถึง 3 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่มีผลต่อสุขภาพมาก

จากปัญหาดังกล่าว กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีภารกิจหลักในการสร้างจิตสำนึกส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศ จึงได้ดำเนินการรณรงค์ ป้องกันและลดการเผาในที่โล่ง เพื่อให้เกิดการดำเนินงานในเชิงลุกอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมสร้างให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันปัญหาหมอกควันและไฟป่า จึงได้จัดพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้ชุมชนปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อน ณ ศูนย์เรียนรู้บ้านทุ่งศรี หมู่ 3 ต.ทุ่งศรี อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เพื่อสนับสนุนพัฒนาทักษะและพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบปลอดการเผาเพื่อเผยแพร่แหล่งเรียนรู้ และศึกษาดูงานให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชุมชน โดยจัดกิจกรรมมอบกองทุนสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ พิธีเปิดป้ายศูนย์เรียนรู้ และการจัดแสดงฐานการเรียนรู้ชุมชนปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อน ชุมชนบ้านทุ่งศรีเป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลหมู่บ้านปลอดการเผา เมื่อปี 2555 และได้ดำเนินการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ปลอดการเผาบรรเทาโลกร้อน ในปี 2556 มีนายธีรวัฒน์ ต๊ะวิกา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลทุ่งศรี เป็นประธานศูนย์


วัชระ เพชรพลอย / ข่าว /พิมพ์

อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ฝึกอบรมราษฎรในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน

อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ฝึกอบรมราษฎรในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชาชนเกี่ยวกับโทษและผลกระทบของหมอกควันไฟป่า

เช้าวันที่  (25 กุมภาพันธ์ 2557) นายทรงทรัพย์ พิริยคุณธร นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ที่ หอประชุมอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชาชนเกี่ยวกับโทษและผลกระทบของหมอกควันไฟป่า อีกทั้งเป็นการป้องกันปัญหาไฟป่าที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน ลดปัญหาความรุนแรงของสถานการณ์ไฟป่า และเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมให้กับราษฎร ได้มีส่วนในการร่วมคิด ร่วมแก้ไขปัญหาไฟป่าแหมอกควันไม่ให้เกินค่ามาตรฐาน โดยมีราษฎรจาก 49 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5 คน รวม 245 คน ร่วมอบรม การฝึกอบรม มีการบรรยายในหัวข้อ สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ,การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ,การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าตามแนวชายแดน,และหัวข้อ บทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน

อุตสาหกรรม ฯ มส.จัดอบรมผู้ประกอบการรองรับอาเซียน

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดอบรมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี ๒๕๕๘

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประธานโครงการฝึกอบรมเรื่อง ความรู้เบื้องต้นในการประกอบการอุตสาหกรรมและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่กว่า ๑๐๐ รายเข้าร่วมโครงการ ฯ ดังกล่าว การฝึกอบรม ฯ ความรู้ในเบื้องต้นในการประกอบอุตสาหกรรมและมาตรฐานชุมชน ภายใต้โครงการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมในส่วนภูมิภาค เป็นผู้ผลิตอุตสาหกรรมชุมชนและ SMEs ผลิตภัณฑ์ประเภท อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ของตกแต่งและของที่ระลึก สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร อย่างไรก็ตามการพัฒนาผู้ประกอบการ ฯ เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม กิจการขนาดกลางและขนาดย่อม อุตสาหกรรมชุมชน จำเป็นจะต้องปรับตัวตลอดจนหาวิธีพัฒนาและยกระดับคุณภาพการผลิตให้ทัดเทียมกับคู่แข่งที่มีการแข่งขันกันมากขึ้นในเวทีการค้าเสรี ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมีความรู้ความเข้าใจในการประกอบกิจการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว และกระตุ้นให้ผู้ผลิตในชุมชนพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานผลผลิตชุมชน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค


ข่าวโดย : ดำเนิน ท้วมจอก ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

ชมรมเครือข่ายสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2557

นายวิทยา กองตองกาย ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้ง และส่งเสริมสหกรณ์ รักษาราชการแทน สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ชมรมเครือข่ายสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับสำนักงานสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงานวันสหกรณ์แห่งชาติประจำปี 2557 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ที่สหกรณ์การเกษตรแม่ลาน้อย อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ ของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ที่ทรงนำระบบสหกรณ์มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2459 และเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์ตระหนักถึงคุณค่า มีความศรัทธา และเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์งานสหกรณ์ สู่สาธารณชนให้ทราบโดยทั่วกัน ในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย ภาคเช้า ชมริ้วขบวนพลังสหกรณ์ พิธีถวายสดุดี และพิธีถวายพานพุ่มราชสักการะ พระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ การมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่บุคลากรดีเด่นในขบวนการสหกรณ์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคบ่ายกิจกรรมการแข่งขันกีฬาพื้นบ้านมหาสนุก การแข่งขันกีฬาเปตอง และภาคค่ำ งานพบปะสังสรรค์ระหว่างขบวนการสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยกำหนดให้เป็นรูปแบบย้อนยุค และมีการรำวงย้อนยุคอีกด้วย



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดำเนินการ นิเทศติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการหน่วยงานสาธารณสุข ระดับอำเภอ ประจำปี 2557

วันที่ ( 25 กุมภาพันธ์ 2557 ) นางสาวเพ็ญพิศ เล่าเรียนดี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าคณะนิเทศ ติดตามงาน ชุดที่ 3 ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำทีมออกนิเทศงานสาธารณสุขที่อำเภอขุนยวม เพื่อติดตาม รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานหน่วยงานสาธารณสุขระดับ อำเภอขุนยวม(คปสอ.) ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบสุขภาพ รวมถึงงานที่เป็นปัญหาอุปสรรคของพื้นที่ และความต้องการ สนับสนุนของพื้นที่ เพื่อนำผลมาพัฒนาผลักดันให้บรรลุตาม เป้าหมาย โดยมี นายแพทย์ประสาน เอื่ยมอนันต์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลขุนยวม พร้อมด้วยสาธารณสุขอำเภอ และคณะ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในพื้นที่ให้การ ต้อนรับ และ นำเสนอข้อมูลความก้าวหน้าการดำเนินงานสาธารณสุข ของอำเภอ ที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จากการนิเทศติดตามการดำเนินงาน พบว่าในอำเภอขุนยวม มีการขับเคลื่อนพัฒนาการดำเนินงานระบบอำเภอเพื่อ แก้ไขปัญหาของพื้นที่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาลดอัตราตาย ของมารดา จากสภาพปัญหาพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้หญิงมีครรภ์ ได้เข้าถึงบริการคลอดที่ปลอดภัย

ซึ่งมีการกำหนดรูปแบบจัด บริการ โดยใช้โมเดลดูแลหญิงมีครรภ์ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการส่งต่อผู้ป่วยมารับบริการคลอดที่โรงพยาบาล ส่งผลทำให้ ไม่มีมารดาตายหลังคลอด นอกจากนี้มีการพัฒนาระบบส่งต่อ ผู้ป่วยโรคหัวใจหลอดเลือด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึง บริการรวดเร็วทันเวลา และลดภาวะแทรกซ้อนโดยใช้ยาละลาย ลิ่มเลือด และส่งต่อด้วยเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ สำหรับงานด้าน อื่นๆ ส่วนใหญ่ได้ดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ชุมชนให้การสนับสนุน และมีส่วนร่วมการดำเนินงานได้ดี



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 จัดการศึกษาเรียนรู้การดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่งของชุมชน ที่บ้านต่อแพ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เช้าวันที่ ( 25 กุมภาพันธ์ 2557)  นายพงศ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอขุนยวม เป็นประธานเปิด การประชุม และศึกษาเรียนรู้การดำเนินงาน การศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่งของชุมชนบ้านต่อแพ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญเงิน ในการประกวดหมู่บ้านปลอดการเผา ระดับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เมื่อปี 2555 โดยมีราษฏรจากบ้านหลวง หมู่ที่ 8 ตำบลแม่เงา ร่วมงานกว่า 30 คน เพื่อศึกษาการดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง และเผยแพร่ข้อมูลการศึกษาวิจัยให้แก่ชุมชนอื่นๆ และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อยกระดับเป็นชุมชนต้นแบบ ในการจัดการปัญหาหมอกควัน จากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การบรรยายสรุปการดำเนินงาน จัดการปัญหาหมอกควันจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ของชุมชนต่อแพ โดยผู้นำและคณะทำงานบ้านต่อแพ/ฐานศึกษาเรียนรู้ ต่างๆ เช่น ทำแนวกันไฟ ในพื้นที่ป่าดอยเวียง/การเฝ้าระวังไฟป่า/ฝายชะลอน้ำ และฐานศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง เช่น กิ่งไม้ทำถ่าน/การทำปุ๋ยหมัก และการเพาะเห็ด จังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดพื้นที่เสี่ยงปัญหาไฟป่า หมอกควัน 20 ตำบลใน 5 อำเภอและจะดำเนินการเฝ้าระวังแบบเข้มข้น นอกจากนั้นยังได้กำหนดวันควบคุมการเผา 63 วันอันตรายตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์-วันที่ 30 เมษายน 2557


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร ความรู้เบื้องต้นในการประกอบการอุตสาหกรรมและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน"

บ่ายวันที่ (25 กุมภาพันธ์ 2557)  นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิด โครงการฝึกอบรมหลักสูตร ความรู้เบื้องต้นในการประกอบการอุตสาหกรรมและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่ โรงแรมอิมพีเรียลธาราแม่ฮ่องสอนรีสอร์ท อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและสถานประกอบการขนาดกลาง/ขนาดย่อม และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชุมชน จำนวน 40 คน เข้าร่วมอบรม เพื่อให้ผู้ประกอบการ สามารถยกระดับคุณภาพการผลิต ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งที่มีมากขึ้น ในเวทีการค้าเสรี พร้อมทั้งส่งเสริม ด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย รวมถึงให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญในการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ต่อไป


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการ ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ ประจำปี 2557

วันที่ (25 กุมภาพันธ์ 2557 ) นายชิษณุพงษ์ บูรณา นายอำเภอขุนยวม นำ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ อบต.ห้วยห้อม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.และประชาชน ร่วมกัน ปล่อยพันธ์ปลาไน จำนวน 3 หมื่นตัว และเขียดแลว จำนวน 1 หมื่นตัว ที่ต้นน้ำแม่ลาน้อย บ้านห้วยห้อม หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยห้อมอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ พร้อมทั้ง กำหนดมาตรการ เพื่อป้องกัน และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ บำรุงน้ำ และส่งเสริมการรวมกลุ่ม


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระบุพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการคมนาคมที่ยากลำบาก สื่อวิทยุยังมีความจำเป็นและมีประโยชน์มาก เพราะเข้าถึงประชาชนได้ดี โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวเนื่องในโอกาสวันนี้เป็นวันวิทยุกระจายเสียงไทย ครบรอบ 84 ปี ว่า พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการคมนาคมที่ยากลำบาก ดังนั้นสื่อวิทยุยังมีความจำเป็น เพราะเข้าถึงประชาชนได้ดี โดยเฉพาะที่อยู่บนพื้นที่สูง ดังนั้นผู้ที่จัดรายการวิทยุต้องหาข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมาเผยแพร่

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ถือเป็นวันวิทยุกระจายเสียงไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าหน้าที่ และอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ล่วงลับไปแล้ว พร้อมมุ่งมั่นสร้างผลงาน สาระและข้อมูลข่าวสารเพื่อประโยชน์ของผู้ฟังต่อไป/


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว ข่าว / เอกณรินทร์ ใจมะโน ภาพ

ชุมชนบ้านต่อแพ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับ สนง.สิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 จัดประชุมและศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า

ชุมชนบ้านต่อแพ ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับ สนง.สิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 จัดประชุมและศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง

เช้าวันที่ ( 25 กุมภาพันธ์ 2557)  นายพงษ์ภีระ ชูชื่น นายอำเภอขุนยวม เป็นประธานเปิด การประชุม และศึกษาเรียนรู้การดำเนินงานการศึกษา และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานของชุมชน ในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่งของชุมชนบ้านต่อแพ ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการศึกษาวิจัย ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า และการเผาในที่โล่งโดยกระบวนการชุนชน ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับ 3 ชุมชน จาก 3 จังหวัด ได้แก่ ชุนชนบ้านแม่ยางมิ้น ต.ศรีถ้อย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ชุมชนบ้านห้วยส้มสุก ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และชุมชนบ้านดอนมูล ต.บ้านปวง อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน เพื่อศึกษาการดำเนินงาน แลกเปลี่ยน และรับฟังประสบการณ์ของชุมชน ในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลการศึกษาวิจัยให้แก่ชุมชนอื่นๆ และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อยกให้เป็น “ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ชุมชนต้นแบบการจัดการปัญหามลพิษหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง ประจำปี 2557”

โดยมีกิจกรรมการบรรยายสรุป การดำเนินงานจัดการปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง ของชุมชนต่อแพ โดยผู้นำและคณะทำงานบ้านต่อแพ เยี่ยมชมฐานศึกษาเรียนรู้ ต่างๆ เช่น การทำแนวกันไฟ การเฝ้าระวังไฟป่า การสร้างฝายชะลอน้ำ และฐานศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เช่น กิ่งไม้ทำถ่าน การทำปุ๋ยหมัก และการเพาะเห็ด บ้านต่อแพ อยู่ในเขตการปกครอง หมู่ที่ 1 ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน มีเนื้อที่ประมาณ 1,900 ไร่ มีพื้นที่ป่าประมาณ 1,000 ไร่ ซึ่งในแต่ละปีที่ผ่านมาประสบกับปัญหาการลักลอบเผาป่า การเผาวัสดุที่เหลือจากการเกษตร ก่อให้เกิดปัญหามลพิษจากหมอกควัน กระทบต่อสุขภาพอนามัยของคนในชุมชน ดังนั้นคนในชุมชนจึงรวมตัวกันทำแผนชุมชน โดยผ่านการประชุมชาวบ้าน หาแนวทางแก้ไขปัญหา ทำให้ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ฯ


ข่าวโดย : พักตร์ภูมิ ปัญญาไชยพัฒน์

จังหวัดลำปาง จัดหน่วยเคลื่อนที่ ออกให้บริการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ในพื้นที่อำเภอเถิน

หน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดลำปาง บูรณาการร่วมกัน จัดกิจกรรมโครงการ "หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดลำปาง" ที่ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าที่ทำการเทศบาลตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีนายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง นำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค บริจาคมอบให้แก่ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ยากไร้ ในพื้นที่ตำบลล้อมแรด โดยมีคณะผู้บริหารจากหน่วยงานองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด-อำเภอ ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลล้อมแรด และเขตพื้นที่ใกล้เคียง จำนวนมากกว่า 400 คน เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการฯ

โครงการ ”หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดลำปาง” เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งทางจังหวัด ได้จัดกิจกรรมขึ้นต่อเนื่องหมุนเวียนกันไปในพื้นที่อำเภอต่างๆ ด้วยการนำบริการทุกประเภทจาก ส่วนราชการ องค์กรสาธารณกุศล และภาคเอกชน ออกมาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ ที่ห่างไกลความเจริญ เป็นการบริการในเชิงรุก ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ได้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ เพื่อจะสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้ในทุกๆ ด้านอย่างเหมาะสม อีกทั้งเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการของรัฐ ได้โดยสะดวก รวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดต่อราชการ ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานของรัฐ กับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ สร้างความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนค่านิยมและความคิดของประชาชน ให้เอื้อต่อการพัฒนาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น และส่งเสริมให้ชาวบ้าน ได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีหน่วยงานจากส่วนราชการประจำจังหวัดลำปาง และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเถิน รวม 59 หน่วยงาน ได้ร่วมกันออกหน่วย ให้บริการนอกสถานที่ แก่พี่น้องประชาชน ซึ่งมีการให้บริการที่หลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น การจัดนิทรรศการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิต การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพอนามัย รวมถึงได้มีการนำสินค้าราคาถูกมาจัดจำหน่ายภายในงาน เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน อีกทั้งได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการตรวจร่างกาย รักษาโรค แจกยาเวชภัณฑ์ และให้บริการอุดฟัน ถอนฟัน ตลอดจนได้มอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือแก่ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ยากไร้

โดยในโอกาสนี้ นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย นางอินทิรา สุภาแสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง และคณะผู้บริหาร พนักงาน เจ้าหน้าที่สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด ได้ร่วมกันมอบสิ่งของช่วยเหลือดังกล่าว ประกอบด้วย มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค-บริโภค ให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ จำนวน 100 ถุง, มอบพันธุ์ปลา 100 ถุง รวม 50,000 ตัว ให้แก่ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่, มอบเงินช่วยเหลือ แก่ผู้มีรายได้น้อยไร้ที่พึ่ง จำนวน 6 ราย มอบเงินสงเคราะห์แก่ผู้พิการ จำนวน 4 ราย และมอบอุปกรณ์กายบำบัด ให้แก่ผู้พิการอีกจำนวน 8 ราย
ดูคลิป http://youtu.be/APGw8B7USEs


ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต

มอดไม้ลำปาง ใช้รถกระบะลักลอบขนไม้สักท่อน ซิ่งไปบนถนนสายหลัก เจอรถเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนตรวจจับ ทิ้งของกลางทั้งรถและไม้ วิ่งหนีหายไปในความมืด

ร้อยตรีสมนึก วงศ์สาไฮ หัวหน้าชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วกรมทหารพรานที่ 31 กองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ตำรวจภูธรภาค 5 หรือ ศปทส.5 ชุดที่ 2 และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป.8 (แม่ทรายคำ) ร่วมกันเข้าตรวจสอบรถยนต์กระบะ ที่บรรทุกไม้สักท่อนมาเต็มคันรถ ปกคลุ่มอำพรางไว้ด้วยผ้าสะแลนสีดำ ซึ่งจอดเสียหลักอยู่ริมถนน ที่บริเวณถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม บ้านแพะหนองแดง หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ส่วนคนขับรถและกลุ่มมอดไม้ ที่แอบลักลอบขนไม้สักออกนอกพื้นที่ในครั้งนี้ ได้อาศัยความชำนาญและความมืด วิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ ก่อนทางเจ้าหน้าที่จะได้นำของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทุ่งฝาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับการติดตามไล่ล่าจับกุมครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้มีการสืบทราบว่า มีกลุ่มขบวนการมอดไม้ แอบลักลอบตัดไม้ในสวนป่า เขตพื้นที่ของ ออป. ในเขตสวนป่าแม่ทรายคำ ซึ่งทำกันเป็นขบวนการ และมักจะชักลากไม้ออกนอกพื้นที่ช่วงกลางดึก เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ และการติดตามของเจ้าหน้าที่ฯ โดยการปฏิบัติการติดตามไล่ล่า ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้จัดกำลังกระจายซุ่มอยู่ตามจุดต่างๆ พร้อมทั้งจัดกำลังออกลาดตระเวนด้วยรถยนต์ ตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรอง จนกระทั่งได้พบกับรถยนต์ต้องสงสัย สภาพเก่า ด้านท้ายกระบะปกคลุมด้วยผ้าสีดำ ขับตามกันมา 4 คัน เจ้าหน้าที่ฯ จึงทำการขับติดตามและให้สัญญาณหยุดรถ เพื่อขอตรวจสอบ แต่ปรากฏว่ารถยนต์ต้องสงสัยทั้งหมด ได้เร่งเครื่องซิ่งหลบหนี ไปคนละทิศคนละทาง และสามารถวิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ 3 คัน จอดเสียหลักอยู่บริเวณริมถนน 1 คัน เป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ติดแผ่นป้ายทะเบียน บจ 8751 น่าน และท้ายกระบะได้บรรทุกไม้สักท่อนมาเต็มคันรถมากกว่า 40 ท่อน ส่วนกลุ่มมอดไม้ที่ขับรถคันดังกล่าวมา ได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่ วิ่งหลบหนีหายเข้าไปในป่าพร้อมกับความมืด
ทั้งนี้ไม้ของกลางดังกล่าว จะเกี่ยวข้องกับการลักลอบตัดไม้ ในพื้นที่สวนป่าของ ออป.หรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ฯ จะได้มีการสืบสวนติดตามหาตัวกลุ่มมอดไม้กลุ่มนี้ มาสอบสวนหาข้อเท็จจริง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต

กอ.รมน.จ.ลำพูน จัดโครงการสร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ ตามแนวพระราชดำริ หวังลดปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่

พลโทสาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพน้อยที่ 3 และผู้บัญชาการเฉพาะกิจควบคุมไฟป่าและหมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดโครงการสร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ ที่อ่างเก็บน้ำแม่ธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน มีนายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พ.อ.จิตติวัศร์ ศรสุวรรณ์ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.ลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูนและเทศบาลตำบลบ้านธิ จัดทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตามแนวทางพระราชดำริ ได้แก่ โครงการสร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ ในพื้นที่ห้วยปลาดุก อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากไฟป่าและหมอกควันที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงภูมิปัญญาเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแม่ธิ ตลอดจนสร้างความมั่นคงในมวลชน ได้แก่ ความสามัคคีและความจงรักภักดีต่อสถาบัน

โครงการสร้างฝายระบบน้ำชนน้ำ เป็นการแก้ปัญหาต้นเหตุของความแห้งแล้ง ตอบสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ป่าไม้ของชาติและให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำมาโดยตลอด การปฏิบัติการครั้งนี้ จะดำเนินการสร้างฝายหลวงเพื่อกักเก็บน้ำตามลำห้วยปลาดุก จำนวน 20 ฝาย และศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ สนับสนุนงบประมาณในการสร้างฝายดักตะกอนในลำห้วยสาขาของลำห้วยปลาดุก จำนวน 30 ฝาย ฝายดังกล่าวเป็นฝายราคาประหยัด ใช้วัสดุราคาถูกและหาง่ายในท้องถิ่น เช่นแบบหินทิ้งคลุมด้วยตาข่ายปิดกั้นร่องน้ำกับลำธารขนาดเล็กเป็นระยะๆ เพื่อใช้กักเก็บน้ำและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้ำที่กักเก็บไว้จะซึมเข้าไปในดิน ทำให้ความชุ่มชื้นแผ่ขยายออกไปทั้งสองข้าง สามารถปลูกพันธุ์ไม้ป้องกันไฟ พันธุ์ไม้โตเร็ว และพันธุ์ไม้ทิ้งใบ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้มีสภาพเขียวชอุ่มขี้นเป็นลำดับ

หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดแม่ทัพน้อยที่ 3 และผู้บัญชาการเฉพาะกิจควบคุมไฟป่าและหมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานมอบยาและสิ่งของให้ผู้แทนมวลชน คือ นายจำรัส ศรีไม้ กำนันตำบลบ้านธิ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จากนั้น รับมอบกระสอบทรายสนับสนุนการสร้างฝายจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนและองค์กรเอกชน



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

กอ.รมน. จ.ลำพูน ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านธิ สร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ ตามแนวพระราชดำริ จำนวน 50 ฝาย เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่พื้นดินป้องกันและแก้ปัญหาภัยแล้งรวมทั้งปัญหาหมอกควันและไฟป่า

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.ลำพูน ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านธิ และประชาชน อ.บ้านธิ จ.ลำพูน สร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ ตามแนวพระราชดำริ เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่พื้นดินป้องกันและแก้ปัญหาภัยแล้งรวมทั้งปัญหาหมอกควันและไฟป่า

เช้าวันที่ (25 ก.พ. 2557) ที่ อ่างเก็บน้ำแม่ธิ ตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน พลโทสาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพน้อยที่ 3 และผู้บัญชาการเฉพาะกิจควบคุมไฟป่าและหมอกควัน กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดโครงการสร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ พร้อมด้วยนายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูน ,องค์การบริการส่วนจังหวัดลำพูน ,ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ,บริษัทปูน TPI และกองพลทหารราบที่ 7 โดยกรมทหารราบที่ 7 และมณฑลทหารบกที่ 33 โดยสำนักงานสัสดีจังหวัดลำพูน ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านธิและประชาชน อ.บ้านธิ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นแก่พื้นดินเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแม่ธิ นอกจากนี้ยังมุ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ประการสำคัญเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

โครงการสร้างฝายหลวงระบบน้ำชนน้ำ เป็นการแก้ปัญหาความแห้งแล้ง สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ป่าไม้ของชาติ ในการสร้างฝายครั้งนี้ มุ่งสร้างฝายเพื่อกักเก็บน้ำตามลำห้วยปลาดุก จำนวน 20 ฝาย และศูนย์การศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ สนับสนุนงบประมาณในการสร้างฝายดักตะกอนในลำห้วยสาขาของลำห้วยปลาดุก อีกจำนวน 30 ฝาย ในการก่อสร้างฝาย ได้ใช้วัสดุราคาถูกและหาง่ายในท้องถิ่น เช่นฝายแบบหินทิ้งคลุมด้วยตาข่ายปิดกั้นร่องน้ำกับลำธารขนาดเล็กเป็นระยะๆ เพื่อใช้กักเก็บน้ำและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้ำที่กักเก็บไว้จะซึมเข้าไปในดิน ทำให้ความชุ่มชื้นแผ่ขยายออกไปทั้งสองข้าง สามารถปลูกพันธุ์ไม้ป้องกันไฟ พันธุ์ไม้โตเร็ว และพันธุ์ไม้ทิ้งใบ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้มีสภาพเขียวชอุ่ม



ข่าวโดย : น.ส. อุไรวรรณ ปิงแก้ว 

วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดกิจกรรมงาน วัน RVP รักความปลอดภัยทางถนน

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาลำพูน จัดกิจกรรมงาน วัน RVP รักความปลอดภัยทางถนน ส่งเสริมกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาลำพูน นำโดย นางสาวคณัญญา นันจันทร์ ผู้จัดการ จัดกิจกรรมงาน วัน RVP รักความปลอดภัยทางถนน หรือ RVP Road Safety Day ที่หน้าสำนักงานบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาลำพูน ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นการสนับสนุน ส่งเสริมกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ เสริมสร้างคุณค่าต่อสังคมและอุตสาหกรรมประกันภัยให้เป็นที่น่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชน กิจกรรมภายในงาน มีบริการเปลี่ยนหลอดไฟรถจักรยานยนต์ ฟรี การแนะนำวิธีขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกต้อง แจกหมวกนิรภัยเด็กสำหรับใช้ขณะเด็กโดยสารรถจักรยานยนต์ที่ผู้ปกครองส่งไปโรงเรียน การจำหน่ายหมวกนิรภัยแบบพิเศษ 86 พรรษา ร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา และการเล่นเกม เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับบริษัทฯ และกิจกรรมความปลอดภัยทางถนน

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มีหน้าที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับคำร้องขอและจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นหรือค่าสินไหมทดแทนหรือเงินต่างๆ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รวมถึงดำเนินกิจการตามที่บริษัทหรือสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเป็นผู้มอบหมาย บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด จึงจัดให้มีสาขาในทุกจังหวัด เพื่อให้บริการแก่ประชาชนครอบคลุมทั้งประเทศ รวมทั้งมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามพระราชบัญญัติแทนทุกบริษัทประกันภัย ซึ่งผู้ประสบภัย ทายาท ผู้รับมอบอำนาจ หรือโรงพยาบาลผู้รับการรักษาพยาบาลสามารถเรียกร้องค่าเสียหายเบื้องต้นหรือค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทกลางฯ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

คณะผู้แทนรัฐสุลต่านโอมานเยือนสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย ชมผ้าไหมยกดอกสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดลำพูน

ที่สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นางนิชาดา สุริยะเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ให้การต้อนรับคณะผู้แทนรัฐสุลต่านโอมาน โดยการประสานงานของกรมหม่อนไหม ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และพบผู้ประกอบการผ้าไหมยกดอกลำพูน ซึ่งคณะผู้แทนของรัฐสุลต่านโอมาน ได้แก่ 1) Ministry of Heritage and Culture 2) Public Authority of Craft Industries 3) Muscat Festival Directorate ให้ความสนใจสินค้าผ้าไหมยกดอกลำพูน ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายซึ่งแหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดลำพูน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนและอนุรักษ์ ผ้าไหมยกดอกลำพูน ผ้าฝ้ายลำพูน และผ้าทอกะเหรี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าไหมยกดอกลำพูน ซึ่งมีความวิจิตรตระการตาประณีตสวยงามมาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งแรกที่ได้ยื่นขอจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ Geographical Indication (GI) ภายใต้ชื่อ “ผ้าไหมยกดอกลำพูน” จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2550 ให้ได้รับการคุ้มครองชื่อผลิตภัณฑ์ว่ามาจากแหล่งผลิตในจังหวัดลำพูนที่มีคุณภาพสูง และประวัติยาวนาน ทำให้ “ผ้าไหมยกดอกลำพูน” เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานการผลิตและรักษาภูมิปัญญาที่กำลังจะสูญหาย สร้างโอกาสในการพัฒนาตลาดทั้งในและต่างประเทศ แสดงถึงเอกลักษณ์ ภูมิปัญญา ซึ่งแฝงประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานของจังหวัดลำพูน


ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ

เกษตรจังหวัดกำแพงเพชรจัด โครงการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคระห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่วัดวังเจ้า หมู่ 5 ตำบลเทพนิมิต อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร จัดโครงการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคระห์สมเด็จพระบรทโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมีนายสุรพล เวณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรเป็นประธาน เปิดโครงการ และมีนายณัฐพงษ์ ศิริบุญ นายอำเภอบึงสามัคคี เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการในครั้งนี้ โครงการเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคระห์สมเด็จพระบรทโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จัดขึ้นในรูปแบบบูรณาการ งานบริการวิชาการด้านการเกษตรทุกสาขา

โดยหน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง พัฒนาที่ดิน ฯลฯ โดยอาศัยเครื่องมือ อุปกรณ์ เข้าช่วยในการปฎิบัติงาน ให้บริการเกษตร ณ จุดเดียว ในรูปแบบกิจกรรมให้บริการเคลื่อนที่ เพื่อเป็นการ กระตุ้นเกษตรกรให้เกิดการตื่นตัว และยอมรับนวัตกรรมใหม่ ๆ ตามความต้องการและความเหมาะสมกับประชาชนแต่ล่ะพื้นที่ และในโครงการได้จัดกิจกรรมพิเศษสำหรับเด็กตามแนวทางของโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระราชานุเคระห์สมเด็จพระบรทโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สนับสนุนการจัดงานเป็นเป็นกิจกรรมร่วมในการดำเนินการ ครั้งนี้ด้วย


อมรเทพ สังคง /ข่าว

จังหวัดกำแพงเพชร จัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่วัดวังเจ้า หมู่ที่ 5 ตำบลเทพนิมิตร อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นำหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร คณะกรรมการเหล่ากาชาดฯ ออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ตามที่จังหวัดกำแพงเพชรได้กำหนดการดำเนินโครงการ "หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้าง รอยยิ้มให้ประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการนำเอางานบริการของส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ไปให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลในอำเภอต่าง ๆ โดยเน้นงานบริการที่เป็นรูปธรรม

 ซึ่งประกอบด้วยงานบริการต่าง ๆ ทั้งในระดับจังหวัดและ ในระดับอำเภอ ในการออกหน่วยครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และหัวหน้าหน่วยงานราชการในจังหวัดกำแพงเพชร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร คณะกรรมการเหล่ากาชาดฯ มอบสิ่งของแก่ประชาชนและนักเรียน ดังนี้ มอบทุนการศึกษา 10 ทุนให้นักเรียน ทุนอุปการะเด็กผู้ด้วยโอกาส 20 ทุน และเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการ 10 ทุน มอบจักรยานให้แก่นักเรียนจำนวน 25 คัน และมอบถุงยังชีพจำนวน 200 ถุง ให้แก่ผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ ประชาชนในเบื้องต้น พร้อมทั้งได้พูดคุยกับชาวบ้านถึงเรื่องความเดือดร้อนที่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือ และรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน เพื่อที่จะนำมาพิจารณาและดำเนินการช่วยเหลือต่อไป จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และหัวหน้าส่วนราชการได้ร่วมกันปล่อยพันธ์ปลาสู่แหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อเป็นการขยายพันธ์ปลา และปลุกต้นไม้ ในบริเวณวัดวังเจ้า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดมลภาวะของสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย                              



อมรเทพ สังคง / ข่าว

ชาวไร่ข้าวโพดจังหวัดเลยยกระดับการชุมนุม นำรถบรรทุกปิดถนน สระบุรี - หล่มสัก หน้าศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์

วันนี้ชาวไร่ข้าวโพดจากอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้ยกระดับการชุมนุม หลังจากนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ลงมาชี้แจงกับเกษตรกรตั้งแต่ช่วงเช้าว่ากำลังเร่งคำตอบจากกระทรวงพาณิชย์ ว่าสามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ข้ามจังหวัดได้หรือไม่ โดยให้พี่น้องรอคำตอบบริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดก่อน ล่าสุดขณะนี้กลุ่มเกษตรกรจังหวัดเลย ได้ยกระดับการชุมนุมเคลื่อนขบวนนำรถบรรทุกจำนวน 3 คัน ไปปิดถนน สระบุรี - หล่มสัก ขาล่อง บริเวณหน้าศุนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดต้องรู้ผลภายในเที่ยงวันนี้ หากไม่ได้รับคำตอบจะปิดถนนทั้งขาขึ้น ขาล่อง และจะระดมเกษตรกรจากจังหวัดเลยมาสมทบอีกนับหมื่นราย ด้านจังหวัดเพชรบูรณ์นายกฤษณ์ คงเมือง ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมนึก คำวิเศษ ผกก.สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้ลงมาเจรจา และจัดกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก การจราจรแก่ประชาชน และเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว

ประชุมรายงานสรุปผลการจับกุมคดียาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์

วันที่ (25 ก.พ. 57) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นายคณีธิป บุณยเกตุ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพย์ติดจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 4 / 2557

ภายในที่ประชุมได้มีการรายงานสถาณการณ์ยาเสพติดพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ปปส.ภาค6 รวมทั้งการแก้ไขปัญหาผู้ติดยาเสพติด การสร้างภูมิคุ้มกัน และการป้องกันยาเสพติด สรุปผลการดำเนินงานของ ศพส.จ.พช. พบว่าจำนวนผู้ถูกจับกุมโดยแยกเป็นรายอำเภอ ดังนี้ อ.เมืองเพชรบูรณ์ 53 ราย อ.วิเชียรบุรี 49 ราย อ.หล่มสัก 48 ราย อ.หนองไผ่ 30 ราย อ.หล่มเก่า 27 ราย อ.บึงสามพัน 22 ราย อ.ชนแดน 16 ราย อ.ศรีเทพ 14 ราย อ.เขาค้อ 7 ราย อ.วังโป่ง 5 ราย อ.น้ำหนาว 4 ราย รวม 275 ราย จาก 11 อำเภอในจังหวัดเพชรบูรณ์

นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก ปปส.ภาค 6 ได้รายงานว่าในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ยังมีจุดพักยาที่สำคัญอยู่ที่บ้านเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ และพบว่าราคายาบ้าในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรณ์ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ จะเร่ง วางมาตรการในการจับกุมทั้งผู้จำหน่าย และผู้เสพมาดำเนินคดีให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ต่อไป

จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2556 และ มอบทุนการศึกษา รถสามล้อโยกสำหรับคนพิการ

วันที่ ( 25 กุมภาพันธ์ 2557 ) เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ราษฎร์ดุษดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการจัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2556 และ มอบทุนการศึกษา รถสามล้อโยกสำหรับคนพิการ จังหวัดเพชรบูรณ์ ณ. โรงเรียนโสตศึกษาประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและวามมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2556 เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงศักยภาพของคนพิการและส่งเสริมให้คนพิการ ได้รับโอกาสเท่าเทียม และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมีความสุขตามอัตภาพโดยมีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 300 คน โดยมีกิจกรรมต่างๆดังนี้ กิจกรรมมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนพิการ จำนวน 10 ทุน , มอบเกียรติบัตร ให้แก่คนพิการดีเด่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่น ด้านการสนับสนุนงานด้านคนพิการ , มอบเงินอุดหนุนโครงการตามแผนพัฒนานาคุณภาพชีวิตคนพิการ จำนวน 5 หน่วยงาน เป็นเงิน 232,755 บาท ในงานมีการแสดงของเด็กนักเรียนโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ , การจัดแสดงศิลปะผลงานฝีมือคนพิการ , การจัดนิทรรศการของหน่วยงานและสถานประกอบการในจังหวัดเพชรบูรณ์ , บริการตัดผมฟรีโดยวิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดเพชรบูรณ์ , บริการตรวจสุขภาพฟรีโดยโรงพยาบาล การจัดงานดังกล่าวถือเป็นโอกาสดีสำหรับคนพิการทุกประเภท ได้ร่วมแสดงพลังแห่งการสร้างสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน นำไปสู่สังคมแบบบูรณาการ ทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมพัฒนาครอบครัวคนพิการ ผู้ดูแลคนพิการ ซึ่งคนพิการทุกคนจะมีโอกาสได้รับรู้สิทธิประโยชน์อันพึงจะได้รับอย่างเท่าเทียมในสังคม

จ.เพชรบูรณ์ จัดโครงการพัฒนาศักยภาพ (ผรส.) รุ่นที่ 2 ประจำปี 2557

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 57 เวลา 09.00 น. นายนายคณีธิป บุณยเกตุ รองผู้ว่าฯ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบเพื่อ ช่วยเหลือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปีงบประมาณ 2557 รุ่นที่ 2 ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ 1

 เนื่องด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศในปัจจุบัน ได้แผ่ขยายวงกว้างจากส่วนกลางสู่ภูมิภาค ก่อให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบสุขของสังคม เป็นโอกาสให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด อาศัยความไม่สงบสุขของบ้านเมือง ลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย ส่งผลให้ยาเสพติดแพร่ระบาด และทวีความรุนแรงมากขึ้น จังหวัดเพชรบูรณ์จึงได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษา ความสงบ เพื่อช่วยเหลือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าหน้าฝ่ายปกครองในการป้องกันปันหายาเสพติดและรักาความสงบเรียบร้อบ การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้ารับการฝึกรวม 87 นาย จากทุกอำเภอ

จังหวัดเพชรบูรณ์ กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา OTOP สู่สากล

วันที่ (25 ก.พ.57) นายกฤษณ์ คงเมือง ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และคณะเครือข่ายองค์ความรู้ (KBO) จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีการสรุปผลการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ผ่านการคัดสรร จำนวน 64 ราย ส่วนใหญ่อยู่ระดับ 3 และ 4 ดาว ซึ่งได้มีการเสนอจัดทำตราสินค้าโดยให้มีการประกวดออกแบบจากประชาชนทั่วไป
 
สำหรับการพัฒนา OTOP ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาทิศทางใหม่ ฟื้นฟูสู่สากล โดยส่งเสริม OTOP ตามเซ็กเม้นต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนโครงการให้มีประสิทธิภาพในรูปแบบ ศูนย์กลางในการบริหารจัดการ OTOP แบ่งเป็นด้านการบริหารจัดการ การผลิตสินค้า ด้านการเงิน ด้านการตลาด ด้านการประชาสัมพันธ์

จังหวัดเพชรบูรณ์ เร่งขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาความยากจน ยกระดับคุณภาพชีวิตครัวเรือนตกเกณฑ์ จปฐ. 616 ครัวเรือน

วันที่ (25 ก.พ.57)  เวลา 13.30 น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดเพชรบูรณ์ (ศจพ.จ.) เพื่อเร่งขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตครัวเรือนตกเกณฑ์ จปฐ. ตามโครงการ 1 หน่วยงาน 1 โครงการ แก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ซึ่งมีหน่วยงานภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และภาคเอกชน ร่วมมือกันบริหารจัดการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จังหวัดเพชรบูรณ์ได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาความยากจนเป็นวาระของจังหวัด สนองนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ขจัดความยากจนในชนบท เป็นนโยบายเร่งด่วน โดยในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ มีเป้าหมายพัฒนาคุณภาพชีวิตครัวเรือนยากจนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นขั้นพื้นฐาน(จปฐ.) 30,000บาท/คน/ปี ให้ลดลงร้อยละ 50 จาก 616 ครัวเรือน ในพื้นที่ 11 อำเภอ ผลการดำเนินงานขณะนี้ ชุดปฏิบัติการระดับตำบลใน 11 อำเภอ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมทุกครัวเรือนเป้าหมายตามบัญชีรายชื่อ และได้จำแนกครัวเรือนเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มพัฒนาได้ ต้องให้ความช่วยเหลือ เช่น ด้านอาชีพ ด้านการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย 2) กลุ่มต้องให้การสงเคราะห์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ ต้องการความช่วยเหลือด้านเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยผู้พิการ การรักษาพยาบาล และ 3) กลุ่มที่ไม่ขอรับการสงเคราะห์ เนื่องจากมีลูกหลานดูแล ซึ่ง ใน 2 กลุ่มแรก หน่วยงานส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้าให้ความช่วยเหลือได้ส่วนหนึ่งแล้ว ส่วนที่เหลือ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเพชรบูรณ์จะประสานงานนำภาคส่วนต่างๆ เข้าไปให้ช่วยเหลือตามภารกิจของแต่ละหน่วย พร้อมทั้งติดตามเยี่ยมเยือนครัวเรือนเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นตามเป้าหมายต่อไป

นายอำเภอเมืองพิษณุโลกมอบเงินพร้อมถุงน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยที่ตำบลดอนทองหลังประสบเหตุเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา

บ่ายวานนี้ ( 24 ก.พ.57 ) นายภาสกร บุญญลักษม์ นายอำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำเงินพร้อมถุงน้ำใจไปมอบให้กับ นางสาวชิดชนก พิชเคียน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 267/2 หมู่ 5 ตำบลดอนทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งบ้านพักอาศัยประสบเหตุเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา สำหรับเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลหัวรอได้เข้าฉีดน้ำสกัดไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่ภายในบ้าน จนภายในบ้านได้รับความเสียหายบางส่วน กระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างสืบสวนของเจ้าหน้าที่ หลังจากที่นายอำเภอเมืองพิษณุโลกได้มอบเงินและถุงน้ำใจให้ผู้ประสบภัยแล้ว ได้กล่าวให้กำลังใจ พร้อมสอบถามถึงความเป็นอยู่ พร้อมกล่าวว่าหากเดือดร้อนและต้องการให้ชวยเหลือสามารถแจ้งไปได้ที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลกซึ่งทางอำเภอจะได้ส่งเจ้าหน้าที่มาให้ความช่วยเหลือต่อไป

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลกมอบเงินช่วยเหลือเด็กในครอบครัวยากจน

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม 772 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือเด็กในครอบครัวยากจน เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของครอบครัวในพื้นที่ 9 อำเภอ รวมจำนวน 70 ราย โดยมี นางกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานในการมอบเงิน โดยการมอบเงินในครั้งนี้ ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทเด็กและครอบครัวที่มีฐานะยากจน ซึ่งผ่านการพิจารณาอนุมัติจากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งครอบครัวส่วนใหญ่ได้ประสพปัญหาเดือดร้อนด้านค่าครองชีพ โดยให้การช่วยเหลือเงินจากกองทุนคุ้มครองเด็กเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเด็ก ได้แก่ ค่าเลี้ยงดู ค่าพาหนะเดินทางไปโรงพยาบาล ทุนการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ค่าเครื่องอุปโภคบริโภค รวมเป็นเงินสงเคราะห์แบบครอบครัวอุปถัมภ์ รวม 44 ราย จำนวยเงินทั้งสิ้น 350.000 บาท และประเภท เด็กในครอบครัวอุปถัมภ์ จำนวน 26 ราย

โดยมุ่งเน้นในการสงเคราะห์และพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กในกลุ่มเป้าหมายข้างต้น ให้เติบโตสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ โดยคัดเลือกจากเด็กอายุแรกเกิด – 18 ปี บริบูรณ์ และมีภูมิลำเนาในจังหวัดพิษณุโลก โดยให้การช่วยเหลือต่อเนื่องครอบครัวละ 1,000 บาท จนกว่าเด็กอายุครบ 18 ปี บริบูรณ์ นางกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า การมอบเงินช่วยเหลือ ดังกล่าว เป็นการมุ่งเน้นไปที่ตัวเด็กว่าจะต้องได้รับการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและต้องสามารถเข้าเรียนหนังสือได้โดยไม่ออกกลางคัน ที่สำคัญในครั้งนี้ได้เงินจากกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัดพิษณุโลก และจากครอบครัวอุปถัมภ์ มาช่วยเสริมช่วยเพื่อให้ผู้ดูแลเด็กมีค่าใช้จ่าย อีกทั้งจะมีคณะกรรมการคอยติดตามดูแลการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป็นประโยชน์กับตัวเด็กให้มากที่สุด

ทหารกองบิน 46 แจกน้ำเติมประปาให้กับ อบต.สมอแข แจกจ่ายน้ำให้ชาวบ้านกว่า 600 หลังคา

เมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ที่องค์การบริหารส่วนตำบลสมอแข อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นาวาอากาศตรีเสนีย์ เพชรจรุงพร รองหัวหน้าแผนกฝ่ายกิจการพลเรือน กองบิน 46 นำรถบรรทุกน้ำ 2 คัน จำนวน 12,000 ลิตร ไปเติมให้กับประปาหมู่บ้านขององค์การบริหารส่วนตำบลสมอแข อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อไว้แจกจ่ายให้กับชาวบ้านจำนวน 8 หมู่บ้าน จำนวน 600 หลังคาเรือน ของ อบต.สมอแข ที่ได้รับผลประโยชน์จากประปาหมู่บ้านแห่งนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำลดน้อยลงไม่แทบไม่เหลือน้ำอยู่ในประปา ทางองค์การบริหารส่วนสมอแข ได้ประสานขอความช่วยเหลือน้ำจากกองบิน 46 เพื่อเติมน้ำในประปา เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงฤดูแล้งนี้ โดยมีนางทองม้วน พันธุลี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสมอแข และเจ้าหน้าที่มาร่วมช่วยเติมน้ำดังกล่าว

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับเทศบาลนครพิษณุโลก ตรวจสารปนเปื้อนในตลาดสด พบสารฟอร์มาลีนในสะไบนางเนื้อ เตรียมตักเตือนร้านค้า

เช้าวันที่  ( 25 ก.พ.57)  ที่ตลาดร่วมใจ เทศบาลนครพิษณุโลก นายพิพัฒน์ จันทรคุณ รองสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ออกเก็บตัวอย่างอาหาร ที่มีความเสี่ยงว่าจะมีการใช้สารฟอร์มาลีน มาตรวจสอบหาสารปนเปื้อน โดยมีการเก็บตัวอย่าง เป็นผักสด ขิงซอย ถั่วฝักยาว และเห็ด รวมทั้งเนื้อสัตว์ ประเภทเนื้อหมู เนื้อวัว และอาหารทะเล จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการทดสอบ ด้วยชุดทดสอบหาสารฟอร์มาลีนในอาหาร ซึ่งปรากฏว่า มีอาหารประเภทสไบนาง หรือ ผ้าขี้ริ้ว จากร้านจำหน่ายเนื้อวัว ที่ชุดทดสอบมีปฏิกริยาเปลี่ยนเป็นสีแดง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจมีการใช้สารฟอร์มาลีน ในอาหารประเภทดังกล่าว โดยทางเจ้าหน้าที่ กล่าวว่า เมื่อตรวจพบ จะต้องส่งตัวอย่างตรวจหาข้อเท็จจริงที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทางผู้จำหน่ายเจ้าของตัวอย่างอาหารดังกล่าว ได้เปิดเผยว่า ทางร้านได้รับสไบนาง จากห้างค้าส่งชื่อดัง มาจำหน่ายต่อ และมีใบเสร็จจากห้างดังกล่าวยืนยัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ประสานไปยังห้างอีกครั้ง เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขต่อไป

เทศบาลนครพิษณุโลกรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ฉีดฮอร์โมนคุมกำเนิดสัตว์เพศเมีย และผ่าตัดทำหมันสัตว์เพศผู้

เทศบาลนครพิษณุโลกรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ฉีดฮอร์โมนคุมกำเนิดสัตว์เพศเมีย และผ่าตัดทำหมันสัตว์เพศผู้ ที่ โรงพยาบาลสัตว์และศูนย์โรคพิษสุนัขบ้า (สำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลกแห่งเดิม) ระหว่างวันที่ 4-31 มีนาคม 2557 ในวันเวลาราชการ

นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าวถึงการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ว่า เทศบาลนครพิษณุโลกตระหนักถึงอันตรายของโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต จึงจัดตั้งโรงพยาบาลสัตว์และศูนย์โรคพิษสุนัขบ้าขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เพื่อเป็นสถานที่ให้บริการเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงและควบคุมจำนวนประชากรสัตว์ในเขตเทศบาลให้อยู่ในจำนวนที่เหมาะสม และให้สัตว์เลี้ยงได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างทั่วถึงทุกตัวทั้งสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของ และสัตว์จรจัด นอกจากนี้เทศบาลนครพิษณุโลกยังจัดโครงการรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ามาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความตื่นตัวและกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการนำสัตว์เลี้ยงไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และคุมกำเนิดในช่วงที่มีการรณรงค์ให้มากที่สุด

 ซึ่งจะทำให้สัตว์เลี้ยงมีระดับภูมิต้านทานต่อโรคพิษสุนัขบ้าอย่างทั่วถึง ส่งผลให้ช่วยลดอัตราการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในสัตว์และคน สำหรับการรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าประจำปี 2557 นี้ เทศบาลนครพิษณุโลกร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินการรณรงค์ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ฉีดฮอร์โมนคุมกำเนิดสัตว์เพศเมีย และผ่าตัดทำหมันสัตว์เพศผู้ ณ โรงพยาบาลสัตว์และศูนย์โรคพิษสุนัขบ้า (สำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลกแห่งเดิม) ซึ่งในการบริการดังกล่าวเทศบาลนครพิษณุโลกให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น จึงขอให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีภูมิลำเนาในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก นำสัตว์เลี้ยงมารับบริการได้ที่โรงพยาบาลสัตว์และศูนย์โรคพิษสุนัขบ้า (สำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลกแห่งเดิม) ในวันเวลาราชการ ระหว่างวันที่ 4 - 31 มีนาคม 2557 โดยนำบัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านของท่านมาแสดงเพื่อลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง และขอรับบัตรคิว นัดผ่าตัดทำหมันสัตว์ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โรงพยาบาลสัตว์และศูนย์โรคพิษสุนัขบ้า เทศบาลนครพิษณุโลก โทร.055-258527

กลุ่ม อปท.ร่วมระดมความคิดเห็นโครงการศึกษาการเตรียมความพร้อม“การจัดทำระบบขนส่งมวลชนภายในเขตเมืองพิษณุโลก” รองรับการเป็นประชาคมอาเซียน

กลุ่ม อปท.ร่วมระดมความคิดเห็นโครงการศึกษาการเตรียมความพร้อม"การจัดทำระบบขนส่งมวลชนภายในเขตเมืองพิษณุโลก” รองรับการเป็นประชาคมอาเซียน เทศบาลนครพิษณุโลกเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหารือและร่วมระดมความคิดเห็นโครงการศึกษาความพร้อมในการจัดทำระบบขนส่งมวลชนภายในเขตเมืองพิษณุโลก โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่โครงการจำนวน 8 แห่ง เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เพื่อพิจารณารายละเอียด และความเหมาะสมของการจัดทำระบบขนส่งมวลชนภายในเขตเมืองพิษณุโลกดังกล่าวเพื่อให้การดำเนินโครงการมีความชัดเจน และเป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดในอนาคตต่อไป

นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดพิษณุโลกเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยความเจริญทางด้านเทคโนโลยี เป็นเมืองบริการสี่แยกอินโดจีน มีแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เป็นถิ่นกำเนิดสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นที่ประดิษฐานขององค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย เป็นที่ตั้งของหน่วยงานความมั่นคงของภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 เป็นศูนย์ราชการ เขต 6 เป็นศูนย์กลางการศึกษาของภาคเหนือตอนล่าง โดยมีสถานศึกษามากมายทุกระดับตั้งแต่อนุบาลจนถึงระดับมหาวิทยาลัย และเป็นศูนย์กลางการบริการทางการแพทย์ภาคเหนือตอนล่าง จากความเจริญในทุกๆด้านที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้พิษณุโลกมีปัญหาต่างๆ ตามมามากมายโดยเฉพาะปัญหาการจราจรแออัด เนื่องจากประชาชนใช้รถส่วนตัวในการเดินทางไปทำงาน ไปเรียน ไปทำธุรกิจ ไปงานสังคม ไปสันทนาการ ไปช้อปปิ้ง และเพื่อสุขภาพมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการวางแผนรองรับการเจริญเติบโตของเมืองพิษณุโลกอย่างยั่งยืนในอนาคตจึงได้จัดทำโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดทำระบบขนส่งมวลชนภายในเขตเมืองพิษณุโลกขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างกลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 10 แห่ง คือ เทศบาลนครพิษณุโลก ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกเทศบาลเมืองอรัญญิก เทศบาลตำบลหัวรอ เทศบาลตำบลพลายชุมพล เทศบาลตำบลบ้านคลองเทศบาลตำบลท่าทอง องค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลบึงพระ องค์การบริหารส่วนตำบลดอนทอง และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ โดยดำเนินการร่วมกับวิทยาลัยโลจิสติกส์ และโซ่อุปทาน มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อศึกษารายละเอียดและความเหมาะสมในการจัดทำระบบขนส่งมวลชนภายในเขตเมือง เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียน และความสำคัญของการเป็นเมืองสี่แยกอินโดจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และเขตภูมิภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกในอนาคต

ในการประชุมครั้งนี้ทางคณะผู้ดำเนินการศึกษาโครงการดังกล่าวได้นำเสนอเส้นทางการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 14 โครงการ คือ 1.โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาขนาดเล็ก สายวัดจุฬามณี-สถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง (ถนนบรมไตรโลกนารถ) 2.โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาขนาดเล็กสายพลายชุมพล-สถานีขนส่งแห่งที่ 2 (ถนนสิงหวัฒน์-ถนนมิตรภาพ) 3.โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาขนาดเล็กสายหัวรอ-สถานีรถไฟความเร็วสูง (ถนนธรรมบูชา) 4.โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาขนาดเล็กสายสถานีรถไฟความเร็วสูง-สนามบินนานาชาติ 5.โครงการจัดตั้งรถบัสขนส่งมวลชน สายมหาวิทยาลัยนเรศวร –แยกบ้านคลอง (ถนนสีหราชเดโชชัย-ทางหลวง 117) 6.โครงการจัดตั้งรถบัสขนส่งมวลชน สายสวนเฉลิมพระเกียรติ –สถานีรถไฟความเร็วสูง (ถนนพิชัยสงคราม) 7.โครงการจัดตั้งรถบัสขนส่งมวลชน แยกต้นหว้า-แยกแมคโคร (ทางหลวง 1058) 8.โครงการจัดตั้งรถบัสขนส่งมวลชนเพื่อการท่องเที่ยว สายริมแม่น้ำน่าน (ถนนพุทธบูชา-ถนนวังจันทน์) 9.โครงการก่อสร้างสถานีขนส่ง จุดจอดรถไฟฟ้า อู่ซ่อมบำรุง 10.โครงการก่อสร้างปรับปรุงจุดจอดรถสาธารณะ 11.โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพรถขนส่งสาธารณะเดิม 12.โครงการจัดระเบียบรถรับจ้างและรถเช่า 13.โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือ เป็นสถานีเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว 14.โครงการยกระดับมาตรฐานเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ในการพิจารณารายละเอียด และความเหมาะสมของการจัดทำระบบขนส่งมวลชนภายในเขตเมืองพิษณุโลกดังกล่าวและจะนำมาปรับใช้ในแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด

“ซากุระ” สวนเฉลิมพระเกียรติฯ เทศบาลนครพิษณุโลก เริ่มผลิดอก

ต้นซากุระ จำนวน 84 ต้น จากสมาคมซากุระไทย-ญี่ปุ่น (ประเทศญี่ปุ่น) และสถาบันพัฒนาภาวะผู้นำการปกครองท้องถิ่น ที่มอบให้เทศบาลนครพิษณุโลก นำไปปลูกไว้ที่สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (สวนสามแยกเรือนแพ) ตามโครงการปลูกต้นซากุระเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2555 ขณะนี้เริ่มผลิดอกบานแล้ว คาดว่าจะทยอยผลิดอกบานมากขึ้นในเดือนมีนาคม

นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก เปิดเผยว่า ตามที่เทศบาลนครพิษณุโลก มีโครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ (สวนสามแยกเรือนแพ) ถ.มิตรภาพ เขตเทศบาลนครพิษณุโลก เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2555 โดยหนึ่งในชนิดของต้นไม้ที่นำมาปลูกคือ ต้นซากุระ จากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 84 ต้น โดยได้รับความร่วมมือจาก สมาคมซากุระไทย-ญี่ปุ่น (ประเทศญี่ปุ่น) และสถาบันพัฒนาภาวะผู้นำการปกครองท้องถิ่นล่าสุดพบว่า มีต้นซากุระหลายต้นเริ่มผลิดอกบานบ้างแล้ว และยังมีอีกหลายต้นที่ออกช่อดอกตูมรอการผลิบาน คาดว่าจะทยอยออกดอกบานมากขึ้น สร้างความสนใจให้กับพี่น้องประชาชนที่ไปออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นความสำเร็จในการปลูกและดูแลรักษาไม้ทรงคุณค่าที่ได้รับมาในครั้งนี้

เทศบาลตำบลหัวรอจัดการแข่งขันกีฬาปฐมวัยเกมส์ ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ส ร้างความรักความสามัคคี

นายวิชัย ภุมรินทร์ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวรอ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน เทศบาลตำบลหัวรอ ซึ่งการแข่งขันกีฬาดังกล่าวเทศบาลตำบลหัวรอได้เล็งเห็น และตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการแข่งขันกีฬาขั้นพื้นฐานให้กับเด็ก โดยเฉพาะด้านร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาในด้านอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการให้กับเด็กอย่างครอบคลุมครบถ้วนทุกด้าน และเพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สร้างความรักความสามัคคี โดยจัดให้มีการแข่งขันกีฬาหลายประเภท อาทิ การแข่งขันแต่งตัว เก็บลูกบอลใส่ตะกร้า วิ่งแข่ง เหยียบลูกโป่ง เป็นต้น ทั้งนี้ โครงการกีฬาปฐมวัยเกมส์มีนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในความรับผิดชอบจำนวนกว่า 200 คน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจำนวน 3 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดมหาวนาราม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านสระโคล่ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหัวรอ ด้านนนายนพคุณ แถมพยัคฆ์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวรอ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเทศบาลตำบลหัวรอได้ให้ความสำคัญกับเด็กนักเรียนในช่วงวัยแรกเกิด จนถึงอายุ 5 ปี

ซึ่งนับเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญที่สุดของชีวิต การพัฒนาในด้านต่าง ๆ ของเด็กวัยนี้ ทั้งทางด้านร่ายกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และทางด้านจิตใจ ซึ่งจะมีการพัฒนาเติบโต และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การจัดกิจกรรมนันทนาการ การแข่งขันกีฬาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของทั้ง 3 ศูนย์ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับการเสริมสร้างพัฒนาการอย่างครอบคลุมครบถ้วนในทุก ๆ ด้าน ตลอดจนเพื่อสร้างความรักความสามัคคี สร้างความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว และในสังคมของเด็กนักเรียนต่อไป

จังหวัดพิษณุโลกประชุมคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ เพื่อร่วมพิจารณาในการดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ ให้เป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมที่ทำการปกครองจังหวัดพิษณุโลก ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายวัฒนะ กันนะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาถึงเรื่อง ราษฎรหมู่ที่ 3,4 ตำบลบางกระทุ่ม หมู่ที่ 2,3 ตำบลนครป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่ม รวม 54 ราย ได้นำหลักฐานเอกสาร ส.ค.1 เพื่อขอออกโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 764 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา ซึ่งอยู่ในที่สาธารณะประโยชน์ ทุ่งท่าช้าง จนมีการฟ้องร้องต่อศาล และศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาว่าที่ดินดังกล่าว เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่พลเมืองใช้ร่วมกัน จึงไม่อาจออกหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ (น.ส.3ก). ได้ ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าควรให้เป็นไปตามคำสั่งศาล ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจึงไม่สามารถเรียกร้องสิทธิใดๆได้ ในส่วนของสำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลกได้กล่าวถึงเรื่องโฉนดที่ดินของ นายคำ ศรีท้วม ซึ่งได้นำแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 12 หมู่ที่ 6 ตำบลปลักแรด อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก มาขอออกโฉนดที่ดิน จำนวน 5 แปลง ปรากฏว่า รูปแปลงที่ดินทั้ง 5 แปลง อยู่ในเขตที่ดินสาธารณะประโยชน์ บึงระมาณ

แต่สำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก สาขาบางระกำเห็นว่า ที่ดินดังกล่าวมีการครอบครองมาก่อนการขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะประโยชน์ และการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง แปลง บึงระมาณ มีข้อสงสัยว่าจะออกเกินจากหลักฐานทะเบียนที่สาธารณะประโยชน์ ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลจากผลการอ่าน แปล ตีความภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย ทั้งนี้สำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลกได้เตรียมเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก) เขตตำบลอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก รวม 18 แปลง ซึ่งออกทับที่สาธารณะประโยชน์ แปลงที่โคกช้าง และจะดำเนินการตรวจสอบที่ดินอื่นๆ ที่อาจเข้าข่ายออกทับที่สาธารณะประโยชน์ เพื่อให้คณะกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ จังหวัด พิจารณาเห็นชอบในการเพิกถอนต่อไป

วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม "วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า" ประจำปี 2557

จังหวัดเชียงใหม่จัดกิจกรรม "วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า" ประจำปี 2557 เพื่อรณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนมีความเข้าใจ และตระหนักถึงอันตรายของไฟป่าและร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกร งดการจุดไฟเผาป่า

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2557) เวลา 10.30 น. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีการจัดกิจกรรมวันรณรงค์ปลอดควันพิษจากไฟป่าประจำปี พ.ศ.2557 ณ บริเวณลานสนามหญ้าหน้าอาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนมีความเข้าใจ และตระหนักถึงอันตรายของไฟป่าและร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกร งดการจุดไฟเผาป่า ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน ในการป้องกันและควบคุมรักษาไฟป่าเชียงใหม่ ประกอบกับสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดห้วงเวลา “80 วันแห่งการเฝ้าระวังและควบคุมหมอกควันไฟป่าจังหวัด”

นายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมว่า ด้วยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 ได้กำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็น “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” เพื่อรณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนมีความเข้าใจ และตระหนักถึงอันตรายของไฟป่าและร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกร งดการจุดไฟเผาป่า ประกอบกับสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดห้วงเวลา “80 วันแห่งการเฝ้าระวังและควบคุมหมอกควันไฟป่าจังหวัด” กรมป่าไม้จึงได้มอบหมายให้สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) กรมป่าไม้ ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการจัดกิจกรรมงาน “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557

การจัดกิจกรรมงาน “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ ตลอดจนอุปกรณ์และยานพาหนะ ให้มีศักยภาพสูงสุดในการเข้าปฏิบัติงานควบคุมไฟป่า 2.เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาไฟป่า และระลึกถึงวันให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า โดยกำหนดให้เป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปี 3.เพื่อให้เกิดความตระหนักในการร่วมมือร่วมใจในทุกภาคส่วนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยมีกลุ่มเป้าหมายร่วมกิจกรรมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ 300 นาย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 200 นาย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตลอดจนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ กลุ่มชมรม Jeep Club Chiangmai และชมรมไก่ป่า 4x4 เชียงใหม่ และประชาชนผู้สนใจ รวมทั้งสิ้น 1,500 คน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็น “วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” โดยมีเจตนารมณ์เกี่ยวเนื่องจากสถานการณ์หมอกควันในปัจจุบัน ปัญหาหมอกควันส่วนใหญ่เกิดจากไฟป่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคมของทุกปี จากข้อมูลของจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2557 คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองในอากาศ (PM10) ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) และจำนวนจุดความร้อน (Hotspot) เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสมดุลทางธรรมชาติ ปัญหาหมอกควันก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ปัญหาโลกร้อน ส่งผลกระทบคุณภาพชีวิตของประชาชนปัญหาเหล่านี้ยังผลต่อเนื่องถึงระบบเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในปัจจุบันต้องยอมรับว่ารายได้หลักของจังหวัดเชียงใหม่มาจากการท่องเที่ยว ปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและทันต่อเวลา ดังนั้น เพี่อเป็นการแก้ไขและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นตามหลักนโยบาย 2P2R กล่าวคือการป้องกันการเตรียมพร้อมการรับมือ และการฟื้นฟู และการให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากไฟป่า จึงจำเป็นต้องกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาไฟป่า กระตุ้นความพร้อมของเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และยานพาหนะ ให้มีศักยภาพสูงสุดในการเข้าปฏิบัติงาน ตลอดจนการร่วมมือร่วมใจใน ทุกภาคส่วนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ซึ่งการดำเนินงานที่สำคัญนี้จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณในการปฏิบัติงาน


ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา

จังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมสรุปผลการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557

จังหวัดเชียงใหม่จัดประชุมสรุปผลการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 โดยนำสรุปผลการประเมินความพึงพอใจผลการจัดงาน ฯ ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ดำเนินการสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คนมาพิจารณาเพื่อหาแนวทางปรับปรุงในการจัดงานในปีต่อไปให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

วันนี้ (24 ก.พ.57) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์อำนวยความเป็นธรรม ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายโชคดี อมรวัฒน์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมสรุปผลการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ณ บริเวณเชิงสะพานนวรัฐ ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ และ สวนสาธารณะหนองบวกหาด เพื่อเชิดชูและคงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ โดยการจัดประชุมครั้งนี้เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานเพื่อเป็นข้อมูลในการจัดงานครั้งต่อไป โดยการจัดงานในครั้งนี้มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ได้ประเมินความพึงพอใจโดยทอดแบบสอบถามกลุ่มประชาชน 3 กลุ่ม จำนวน 2,000 ราย ประกอบด้วย กลุ่มนักท่องเที่ยว/ผู้ชม กลุ่มผู้ประกอบการ และ กลุ่มผู้ปฏิบัติงาน โดยผลการประเมินในภาพรวมพบว่าในปีนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวและผู้ชมงานมีจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 2 เท่า ทั้งนี้ผู้ตอบแบบสอบถามได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นข้อมูลในการจัดงานครั้งต่อไปให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ในประเด็นสำคัญ ๆ ดังนี้

ด้านการประชาสัมพันธ์ ควรมีการประชาสัมพันธ์กำหนดการจัดงานให้ทั่วถึงครอบคลุมทั้งประเทศ ควรเพิ่มป้ายประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น และควรจัดเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษบริการตอบคำถามแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบริเวณกองอำนวยการ ด้านเวลา ที่เหมาะสมในการเคลื่อนขบวนไม้ดอกไม้ประดับ พบว่า ร้อยละ 52 เสนอให้จัดขึ้นในช่วงเวลา 17.00 – 22.00 น. ส่วนร้อยละ 48 เสนอให้จัดขึ้นในช่วงเช้าเช่นปีที่ผ่านมา โดยควรเพิ่มจำนวนวันของการจัดงานให้มากขึ้น ด้านขบวน ควรมีไฟประดับขบวนแห่เพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของรูปขบวนและดอกไม้ ควรมีมาตรฐานในการจัดรูปขบวนและจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมขบวนเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความต่อเนื่องของขบวน

ด้านกิจกรรมภายในงาน เสนอให้มีความตื่นตาและอลังการในช่วงพิธีเปิด ควรเพิ่มกิจกรรมการแสดง ต่าง ๆ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงของข่วงชนเผ่าชาติพันธุ์ เพื่อเป็นการเพิ่มสีสันในการจัดงานให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ควรมีการแสดงที่หลากหลาย เพื่อความต่อเนื่องของกิจกรรมที่สร้างความน่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อมิให้เกิดความเบื่อหน่าย โดยการแสดงต่าง ๆ ควรรักษาวัฒนธรรมประเพณีของเชียงใหม่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมล้านนา ควรนำดอกไม้ที่มีความสวยงามและหลากหลายสายพันธ์มาจัดแสดงให้มากขึ้นรวมถึงควรเชิญดารามาร่วมงานเพิ่มความน่าสนใจให้มากขึ้น

ด้านสถานที่ ควรจัดสวนไม้ดอกไม้ประดับในสวนสาธารณะหนองบวกหาดทั่วบริเวณ เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในงานให้เหมาะสมกับงานมหกรรมไม้ดอกให้มากยิ่งขึ้น และเพิ่มซุ้มประกวดดอกไม้ให้มากขึ้นด้วย ควรเพิ่มห้องน้ำสาธารณะเพื่อบริการนักท่องเที่ยวและผู้ชมให้มากขึ้น ควรจัดระเบียบบริเวณที่ตั้งร้านค้าให้เป็นระเบียบ เพิ่มแสงสว่างภายในบริเวณสวนบวกหาดให้เพียงพอ และเพิ่มสถานที่จอดรถให้มากขึ้น


ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว

จังหวัดน่าน จัดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน 2 แผ่นดิน เพื่อประชาคมอาเซียน สุขอย่างยั่งยืน

ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2543 เห็นชอบให้กำหนดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น "วันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า” และให้ทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรณรงค์หยุดการเผาป่าเพื่อลดหมอกควันในอากาศ อีกทั้งภาคเหนือตอนบนได้ประสบปัญหาหมอกควันอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา และจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อนจำนวนมากในพื้นที่ประเทศไทย พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา และมีมวลอากาศเย็นปกคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย สภาพอากาศแห้งและนิ่ง ฝุ่นละอองสามารถแขวนลอยอยู่ในบรรยากาศได้นาน ไม่สามารถแพร่กระจายออกไปได้ และไม่ตกลงสู่พื้น ก่อให้เกิดสภาพฟ้าหลัว มีหมอกควันปกคลุม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดถึงส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดน่าน และประเทศเพื่อนบ้าน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวต่อว่า เพื่อให้การดำเนินการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดน่าน และประเทศเพื่อนบ้าน มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนวาระจังหวัดน่าน 2013-25017 "สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ” จังหวัดน่าน โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน 2 แผ่นดิน เพื่อประชาคมอาเซียน (แขวงไชยบุรีและจังหวัดน่าน) สุขอย่างยั่งยืน ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ มีเวทีเสวนาแนวทางแก้ไขของคนเมืองน่านกับปัญหาหมอกควันไฟป่า เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกและให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องหมอกควันไฟป่ากับประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ โดยให้มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ตลอดจนเป็นการเจริญสัมพันธ์ไมตรีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้วย


สมาน  สุทำแปง/ ข่าว

วิทยาลัยชุมชนน่าน ร่วมกับวิทยาลัยลาวนานาชาติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการศึกษาร่วมกัน

นายเกรียงศักดิ์ เจดีย์แปง ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่าน ได้มอบหมายให้คณะผู้แทนจากวิทยาลัยชุมชนน่านและผู้ที่เกี่ยวข้อง ไปร่วมประชุมหารือแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา ณ วิทยาลัยลาวนานาชาติ สาขาแขวงอุดมไชย สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 22 – 24 กุมภาพันธ์ 2557 ในการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนระหว่างวิทยาลัยชุมชนน่านกับวิทยาลัยลาวนานาชาติในครั้งนี้ เป็นการหารือกันในอนาคตที่จะพัฒนาไปสู่การลงนามความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและถ่ายโอนหน่วยกิตซึ่งกันและกัน ท่านจินดาวง สมสามาด รองแผนกศึกษาธิการแขวงอุดมไชย สปป. กล่าวว่า ประเทศลาวมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษา ซึ่งบางเรื่องต้องขอรับการสนับสนุนจากจังหวัดน่าน โดยเฉพาะวิทยาลัยชุมชนน่านที่มีหลักสูตรส่งเสริมให้เกิดอาชีพตามความต้องการของชุมชน ซึ่งจะสอดรับความต้องการของ สปป.ลาว ที่มีแผนจะจัดตั้งวิทยาลัยชุมชน 2 แห่ง ที่แขวงเชียงขวาง และ แขวงอุดมไชย

ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน กล่าวต่อว่า นางกองสี มนีพอน ผู้อำนวยการวิทยาลัยลาวนานาชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้มีนโยบายกำหนดมาตรฐานการศึกษาใหม่ ให้สถานศึกษาเอกชนระงับการรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีไว้ก่อน และจะทำการประเมินคุณภาพการศึกษาใหม่ เพื่อให้ผลผลิตออกไปอย่างมีคุณภาพ วิทยาลัยลาวนานาชาติจึงได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดและยุทธศาสตร์จัดการเรียนการสอนให้สนองตอบต่อท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งเห็นว่าวิทยาลัยชุมชนน่านได้ทำการเปิดการเรียนการสอนลักษณะนี้อยู่แล้ว จึงได้เชิญมาเพื่อแลกเปลี่ยนและถอดบทเรียนประชุมพิจารณาหลักสูตรของ 2 สถาบัน และโครงการแลกเปลี่ยนอาจารย์-นักศึกษา ในพัฒนาการศึกษาเพื่อการรองรับที่จะก้าวไปสู่อาเซียนต่อไป

ด้าน นายประทีป อินแสง กรรมการสภาหัวหน้าคณะในการเดินทางไปประชุมครั้งนี้ กล่าวว่า วิทยาลัยชุมชนน่านมีความยินดีให้การสนับสนุนทั้งด้านวิชาการและด้านบุคลากร ซึ่งจะต้องนำไปหารือในสภาวิทยาลัยชุมชนน่านก่อนเพื่อกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องข้อตกลงของกระทรวงศึกษาธิการ และจังหวัดน่าน โดยได้นำเสนอให้เพิ่มสาขาด้านการเกษตรและเทคโนโลยี เนื่องจากวิทยาลัยชุมชนน่านมีความพร้อมอยู่แล้วและสามารถสนับสนุนได้

นายเกรียงศักดิ์  เจดีย์แปง

บทความเรื่อง ทำแนวกันไฟเพื่อกันภัยจากไฟป่าและหมอกควัน

บทความเรื่อง ทำแนวกันไฟเพื่อกันภัยจากไฟป่าและหมอกควัน
นิสารัชต์ นิลสว่าง / เรียบเรียง

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูร้อน ไฟป่าเป็นเรื่องสำคัญของคนในชุมชน เนื่องจากชุมชนในจังหวัดน่านยังคงพึ่งพิงทรัพยากรป่าไม้ในวิถีชีวิตค่อนข้างมากทั้งในด้านของแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย หรือยารักษาโรค หากเกิดไฟป่าขึ้นแล้วลามเข้ามาใกล้หมู่บ้านชาวบ้านต้องรีบช่วยกันออกไปดับไฟ โดยเฉพาะไฟป่าที่เกิดขึ้นตอนกลางวันจะดับยากกว่าตอนกลางคืนเพราะอากาศจะร้อนและแห้งทำให้ไฟลุกลามรวดเร็ว จนไปถึงบริเวณที่เป็นไร่นาและสวน ซึ่งใกล้กับบริเวณชุมชนมาก และถึงแม้ว่าชุมชนไม่อาจยับยั้งไม่ให้เกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่ได้ แต่คนในชุมชนได้เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์และหาวิธีการจัดการกับไฟป่าที่เป็นปัญหาสำคัญของชุมชน วิธีการที่ชุมชนได้ใช้ป้องกันไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้ามาใกล้ชุมชนมาเป็นเวลานานแล้ว ได้แก่ วิธีการทำแนวกันไฟ

แนวกันไฟ (Firebreaks or Fuelbreaks) เป็นการปรับปรุงพื้นผิวภูมิประเทศให้เกิดเป็นแนวกีดขวางเพื่อหยุดยั้งไฟป่า หรือเป็นแนวตั้งรับในการดับไฟป่า หลักสำคัญของการทำแนวกันไฟคือการกำจัดเชื้อเพลิงที่จะทำให้เกิดไฟป่าออกไป โดยอาจจะกำจัดเชื้อเพลิงออกไปทั้งหมดจนถึงชั้นดินแท้ (Mineral soil) หรืออาจจะกำจัดเฉพาะเชื้อเพลิงที่ติดไฟง่าย ได้แก่ เศษใบไม้ ใบหญ้าออกไปเท่านั้นก็ได้ แนวคิดในการทำแนวกันไฟก็เพื่อตัดช่วงความต่อเนื่องของเชื้อเพลิง เป็นการป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าไปในบริเวณที่ตั้งของชุมชนนั่นเอง มีวิธีการที่น่านสนใจเกี่ยวกับการทำแนวกันไฟโดยใช้แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับท้องถิ่นของตนเองได้คือ

1. ทำระบบป้องกันไฟไหม้ป่า โดยใช้แนวคลองส่งน้าและแนวพืชชนิดต่างๆ ปลูกตามแนวคลองนั้น
2. สร้างระบบการควบคุมไฟป่าด้วยแนวป้องกันไฟ ป่าเปียก โดยอาศัยน้าชลประทานและน้ำฝน
3. ปลูกต้นไม้โตเร็วคลุมแนวร่องน้ำ เพื่อให้เพิ่มความชุ่มชื้นและแผ่ขยายออกไปทั้งสองข้างของ ร่องน้ำ ซึ่งจะทาให้ต้นไม้งอกงามและมีส่วนช่วยป้องกันไฟป่าเพราะไฟป่า จะเกิดขึ้นง่ายหากป่าขาดความชุ่มชื้น
4. สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นหรือที่เรียกว่า "Check Dam" ขึ้น เป็นการกั้นร่องน้ำหรือลำธารขนาดเล็กเป็นระยะๆ ไว้ ใช้เก็บกักน้าและตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้ำที่เก็บไว้ จะซึมเข้าไปสะสมในดินทำให้ความชุ่มชื้น แผ่ขยายเข้าไปทั้งสองด้านกลายเป็น "ป่าเปียก"
5. การสูบน้ำเข้าไปในระดับที่สูงที่สุดเท่าที่จะทาได้ แล้วปล่อยน้ำลงมาทีละน้อยให้ไหลซึมลงดิน เพื่อช่วยเสริมการปลูกป่าบนพื้นที่สูงในรูป "ภูเขาป่า" ให้กลายเป็น "ป่าเปียก" ซึ่งสามารถป้องกันไฟป่าได้อีกทางหนึ่งด้วย
6. ปลูกต้นกล้วยในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นช่องว่างของป่าประมาณ 2 เมตร หากเกิดไฟไหม้ป่า ไฟจะปะทะกับต้นกล้วยซึ่งอุ้มน้ำไว้ได้มากกว่าพืชอื่น ทำให้ลดการสูญเสียน้าลงไปได้มาก
7. ในพื้นที่ราบหรือรอบบริเวณที่อยู่อาศัย ประชาชนสามารถทำได้ ด้วยการไม่เผาขยะ กิ่งไม้ ใบไม้ สิ่งต่าง ๆ ในที่โล่งแจ้ง

การทำแนวกันไฟแม้จะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหมอกควัน รวมทั้งมลพิษในอากาศที่เกิดจากการเผาหรือไฟป่า สิ่งที่สำคัญของการทำแนวกันไฟคือการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนร่วมกันป้องกันอันตรายที่เกิดจากไฟป่าเป็นกระบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อวิถีชีวิตของชุมชน ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน อย่างแท้จริงเมื่อคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม

จังหวัดแพร่ เชิญเที่ยวงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2557

จังหวัดแพร่เชิญเที่ยวงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2557 วันที่ 9-15 มีนาคม  2557 ที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ตามที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง  เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ ทุกปีจะมีการจัดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวงขึ้น ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน เป็นประเพณีที่แสดงถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา  ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเสริมทานบารมี เพราะเป็นพระธาตุประจำปีของผู้ที่เกิดปีขาล

โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 9-15 มีนาคม  2557 เพื่อเชิญชวนพุทธศาสนิกชนได้มานมัสการองค์พระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะวันแรกของงานคือวันที่ 9 มีนาคม 2557 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป มีขบวนแห่งเครื่องสักการะจากทุกอำเภอ ขบวนช้าง ขบวนม้า ขบวนเทพีโปรยข้าวตอกดอกไม้ ขบวนตุงหลวงและตุงบริวาร ขบวนเสวตพานพุ่ม เพื่อบูชาองค์พระธาตุช่อแฮ

โดยนับเป็นประเพณีที่จัดต่อเนื่องสืบทอดมายาวนาน และยังเป็นประเพณีที่แสดงถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา  ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกิดปีขาลไม่ควรพลาดที่จะมานมัสการพระธาตุช่อแฮ  เพื่อความเป็นสิริมงคล และเสริมทานบารมี เพราะเป็นพระธาตุประจำปีของผู้ที่เกิดปีขาล
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมประกอบด้วยพิธีทำบุญกตัญญูบูชาคุณบูรพาจารย์ ทักษิณานุปทา พิธีทำบุญตักบาตร การแสดงทางวัฒนธรรม มหรสพสมโภช การแสดงดนตรีจากศิลปินดัง การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าราคาถูก และในปีนี้ซึ่งตรงกับปีม้า ได้มีกิจกรรม"ไหว้พระธาตุช่อแฮปีขาล เสริมบารมีทานปีม้า” โดยเชิญชวนให้มาไหว้พระธาตุช่อแฮ  ซึ่งเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล  ภายในช่วงปี 2557 หรือปีม้า เพื่อเป็นการเสริมทานบารมีให้เกิดกับตัวเอง


ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์

แม่ฮ่องสอน เปิดโครงการรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2557

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 ที่สถานีควบคุมไฟป่าท่าโป่งแดง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เป็นประธานในพิธีรณรงค์โครงการปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2557 ทั้งนี่เนื่องจากว่าคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า เพื่อลดควันไฟที่เกิดจากการเผาป่า สร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักให้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานราชการ

การจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้มีกิจกรรมการแสดงนิทรรศการ การตอบคำถามเกี่ยวกับด้านการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ การสาธิตการดับไฟป่า การทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้แห้ง และกิจกรรมการทำท่านอัดแท่ง ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนได้รู้วิธีการดับไฟป่าอย่างถูกต้อง โดยมีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย ประชาชน เยาวชน นักเรียน องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมกันประมาณ 600 คน

นายสุรพล พนัสอำพล กล่าวว่า ปัญหาของการเกิดไฟป่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ปัญหาด้านการคมนาคม การท่องเที่ยว และที่สำคัญทำให้เกิดผลต่อสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ สัตว์ป่า ถูกทำลาย ซึ่งทุกคนจะต้องตระหนักและช่วยกันป้องกันการเกิดไฟป่า ขณะเดียวกันทางจังหวัดได้มีมาตรการที่เข้มงวด ในแต่ละพื้นที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบายที่ได้สั่งการ พื้นที่ใดที่เกิดไฟป่าและไม่มีการควบคุมผู้รับผิดชอบในพื้นที่จะต้องถูกพิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง หลังจากที่ได้ทำพิธีเปิดโครงการรณรงค์ปลอดควันพิษจากไฟป่าแล้ว ผู้ว่าฯร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการได้ทำพิธีปล่อยขบวนรถรณรงค์ของหน่วยงานต่าง ๆ ออกปฏิบัติหน้าที่ทันที


ข่าวโดย : สมาน ต้นใส /สวศ.แม่ฮ่องสอน

บ.กลาง ฯ รณรงค์ให้ผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัย

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาแม่ฮ่องสอน จัดกิจกรรมวัน RVP รักความปลอดภัย รณรงค์ให้ผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัย พร้อมทั้งตรวจเช็ครถยนต์จักรยานยนต์ฟรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สาขาแม่ฮ่องสอน ถนนปางล้อนิคม ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน บริษัท ฯ ได้จัดกิจกรรม วัน RVP รักความปลอดภัย เพื่อรณรงค์ให้ผู้ขับขี่รถอย่างปลอดภัยโดยให้ผู้ขับขี่จะต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลศรีสังวาลแม่ฮ่องสอน และหน่วยกู้ภัยจากองค์การบริหารส่วนตำบลผาบ่อง ร่วมโครงการ ฯ ดังกล่าว ในปัจจุบันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินทางถนนเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถยนต์จักรยานยนต์และผู้ช้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เหตุที่เสียชีวิตนั้นมักจะไม่สวมหมวกนิรภัยในขณะขับขี่ ฯ ดังนั้นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จะต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเพื่อป้องการสูญเสียชีวิต ในการจัดกิจกรรม ฯ ดังกล่าวในวันนี้บริษัทกลาง ฯ ยังได้จำหน่ายหมวกนิรภัยใบละ ๘๖ บาท ตรวจเช็ครถจักรยานยนต์ฟรี พร้อมทั้งจับสลากรางวัลให้กับผู้ที่ร่วมงาน ฯ การจัดกิจกรรม ฯ วัน RVP รักความปลอดภัย รณรงค์สวมหมวกนิรภัยดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ข่าวโดย : ดำเนิน ท้วมจอก ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

สวท.แม่ฮ่องสอน จัดเวทีพัฒนาเครือข่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย

เช้าวันนี้ ( 24 ก.พ. 57 ) นางสาววาสนา ไข่แก้ว ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดเวทีพัฒนาเครือข่ายเพื่อการประชาสัมพันธ์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย ประจำปี 2557 ที่โรงแรมอิมพีเรียลแม่ฮ่องสอนรีสอร์ท อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจของประชาชน ให้เห็นถึงความสำคัญในการใช้สิทธิ เสรีภาพ ที่ถูกต้อง มีส่วนร่วมทางการเมืองที่เหมาะสมเป็นไปตามเป้าหมาย ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

โดยมีอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน (อปมช.) กำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหาราบที่ 17 คณะกรรมการภาคประชาชน คณะกรรมการนักเรียน สภาเด็กและเยาวชน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกิจกรรมจำนวน 50 คน กิจกรรมในงานมีการบรรยายพิเศษ หัวข้อ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ โดย นายเทิดเกียรติ สุกใส ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน


ข่าวโดย : พักตร์ภูมิ ปัญญาไชยพัฒน์

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดย บริษัทแพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด มอบตะเกียงพลังแสงอาทิตย์ ให้กับชาวแม่ฮ่องสอน

สถาบัน สิ่งแวดล้อมไทย โดย บริษัทแพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด มอบตะเกียงพลังแสงอาทิตย์ ให้กับชาวแม่ฮ่องสอนที่อยู่ห่างไกล

สถาบัน สิ่งแวดล้อมไทย โดย บริษัทแพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด มอบตะเกียงพลัง แสงอาทิตย์ (Solar Lantern ) ขนาด 2.5 วัตต์ ให้แก่ชุมชนหย่อมบ้านหัวฮะ และ หย่อมย้านพะยอย ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน แห่งละ 25 ชุด ในวันที่ 25 ก.พ.57 เพื่อใช้ประโยชน์ใน การให้ แสงสว่าง และ การใช้ประจุไฟฟ้า สำหรับ แบตเตอรี่ โทรศัพท์มือถือ หรือ อุปกรณ์ อื่น ทั้งนี้ คณะกรรมการหมู่บ้านของชุมชนจะจัดการจำหน่ายตะเกียงฯให้ แก่ ประชาชน ในชุมชนด้วยราคา และ วิธีการซื้อขายตามที่จะมีการตกลงกันใน คณะกรรมการฯ เพื่อนำรายได้ เข้า กองทุน หมู่บ้าน สำหรับดำเนิน กิจกรรม เพื่อประโยชน์ของชุมชนต่อไป ในโอกาสเดียวกันนี้ วันที่ 24 ก.พ.57 คณะ สถาบัน สิ่งแวดล้อมไทยและบริษัทฯ ยังได้จัดให้มี พิธีส่งมอบเครื่องทำน้ำมันไบโอดีเซล แก่ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีแม่ฮ่องสอน จำนวน 1 เครื่อง


ข่าวโดย : ศุภวัฒน์ สมบูรณ์

จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดโครงการรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2557

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เป็นประธานในพิธีรณรงค์โครงการปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2557 ทั้งนี่เนื่องจากว่าคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า เพื่อลดควันไฟที่เกิดจากการเผาป่า สร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักให้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานราชการ การจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้มีกิจกรรมการแสดงนิทรรศการ การตอบคำถามเกี่ยวกับด้านการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ การสาธิตการดับไฟป่า การทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้แห้ง และกิจกรรมการทำท่านอัดแท่ง ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนได้รู้วิธีการดับไฟป่าอย่างถูกต้อง โดยมีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย ประชาชน เยาวชน นักเรียน องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมกันประมาณ 600 คน ปัญหาของการเกิดไฟป่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ปัญหาด้านการคมนาคม การท่องเที่ยว และที่สำคัญทำให้เกิดผลต่อสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ สัตว์ป่า ถูกทำลาย ซึ่งทุกคนจะต้องตระหนักและช่วยกันป้องกันการเกิดไฟป่า ขณะเดียวกันทางจังหวัดได้มีมาตรการที่เข้มงวด ในแต่ละพื้นที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบายที่ได้สั่งการ พื้นที่ใดที่เกิดไฟป่าและไม่มีการควบคุมผู้รับผิดชอบในพื้นที่จะต้องถูกพิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง



ข่าวโดย : ศุภวัฒน์ สมบูรณ์

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เตรียมจัดการศึกษาเรียนรู้การดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่งของชุมชน ที่บ้านต่อแพ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายอภิวัฒน์ คุณารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เปิดเผยว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 เตรียมจัดการประชุม และศึกษาเรียนรู้การดำเนินงาน การศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่งของชุมชนบ้านต่อแพ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน วันพรุ่งนี้( 25 กุมภาพันธ์ 2557) เพื่อศึกษาการดำเนินงาน ของชุมชนในการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง และเผยแพร่ข้อมูลการศึกษาวิจัยให้แก่ชุมชนอื่นๆ และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อยกระดับเป็นชุมชนต้นแบบ ในการจัดการปัญหาหมอกควัน จากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง

กิจกรรมในงานประกอบด้วย การบรรยายสรุปการดำเนินงาน จัดการปัญหาหมอกควันจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ของชุมชนต่อแพ โดยผู้นำและคณะทำงานบ้านต่อแพ/ฐานศึกษาเรียนรู้ ต่างๆ เช่น ทำแนวกันไฟ ในพื้นที่ป่าดอยเวียง/การเฝ้าระวังไฟป่า/ฝายชะลอน้ำ และฐานศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจ พอเพียง เช่น กิ่งไม้ทำถ่าน/การทำปุ๋ยหมัก และการเพาะเห็ด


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

เกิดไฟป่ารุกไหม้รอบสถานีวิทยุเพื่อการศึกษา ผู้ว่าฯอำนวยการดับไฟเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 15.00 น.นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปยังพื้นที่ป่าชุมชนบ้านห้วยเดื่อ-บ้านแม่สะกึด ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจพื้นที่และอำนวยการดับไฟป่า โดยมีหน่วยเสือไฟสถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน จัดชุดปฏิบัติการจุดไฟป่าเพื่อชิงเผาพื้นที่และดับไฟอย่างถูกวิธี ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยเสือไฟมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูแล้ง ซึ่งอากาศเริ่มแห้งมักจะเกิดไฟป่าได้ง่าย การเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในภาพรอบของแม่ฮ่องสอนการเกิดไฟป่ายังมีน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องเฝ้าระวังเพราะความร้อนเริ่มมากขึ้นทุกเวลา ส่วนการเผาเศษวัชพืชของเกษตรกรก็ไม่มาก เพราะการทำไร่กระเทียมหมดฤดูกาลแล้ว รอแต่การทำไร่อย่างอื่นช่วงปลายเดือนเมษายน และเมื่อเวลาเดียวกันได้เกิดไฟป่ารุกไหม้รอบ ๆ ที่ตั้งเครื่องส่งของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นยอดดอยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300 เมตร ทำให้ควันไฟกระจายปกคลุมพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนเจ้าหน้าที่หน่วยเสือไฟสถานีควบคุมไฟป่าได้ส่งกำลังเข้าอำนวยการดับไฟ ขณะเดียวกันผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปอำนวยการดับไฟด้วยตนเอง และสั่งการให้เฝ้าระวังไฟที่อาจจะเกิดซ้ำขึ้นมาอีก โดยใช้เวลาดับไฟประมาณ 30 นาที ไฟป่าจึงสงบลง



ข่าวโดย : สมาน ต้นใส /สวศ.แม่ฮ่องสอน

หลายหน่วยงานประชุมเตรียมจัดการฝึกซ้อมแผนอพยพ ประชาชน กรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ที่บ้านแม่ส่วยอู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

บ่ายวันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2557)  นายทรงทรัพย์ พิริยะคุณธร นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุม เตรียมจัดการฝึกซ้อมแผนอพยพ ประชาชน กรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ที่ห้องประชุมอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน/ตำรวจภูธรเมืองแม่ฮ่องสอน/ตำรวจภูธรน้ำเพียงดิน/เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์/องค์การบริหารส่วนตำบลผาบ่อง/มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมประชุม เพื่อเตรียมจัดการฝึกซ้อมแผนอพยพประชาชน กรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 ที่บ้านแม่ส่วยอู ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นหมู่บ้านจัดตั้งตามโครงการหมู่บ้านยามชายแดน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยสมมุติเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน มีระเบิดลงในฝั่งไทย 5 นัด มีผู้ป่วยหนัก 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 รายและบาดเจ็บเล็กน้อย 5 ราย ซึ่งผู้ป่วยหนักต้องใช้เฮลิคอปเตอร์นำส่งโรงพยาบาล การฝึกซ้อมครั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมในการอพยพ กรณีเกิดเหตุไม่สงบตามแนวชายแดน ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับหมู่บ้านที่อยู่ตามแนวชายแดน ขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตกใจ


ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว ข่าว / เอกณรินทร์ ใจมะโน ภาพ