วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

สวท. แม่ฮ่องสอน สนับสนุนนโยบายเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558


นางสาววาสนา ไข่แก้ว ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สวท.แม่ฮ่องสอน สนับสนุนนโยบายของนายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ในการเตรียมความพร้อม ด้านการส่งเสริมทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ และนโยบายของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ต้องการส่งเสริมการค้าขายชายแดน กับสาธารณรัฐแห่งเมียนมาร์ โดยเพิ่มช่วงภาษาอังกฤษ วันละคำ ในรายการแม่ฮ่องสอนข่าวบ้านเฮา ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.30-17.00 น./ รายการเปิดประตูสู่อาเซียน ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เวลา 16.30-17.00 น./ และรายการบ้า นนี้มีสุข ออกอากาศทุกวัน เวลา 21.10-22.00 น. โดยอาจารย์อัมพวรรณ อิ่มเอมทรัพย์ อาจารย์ประจำสาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน นอกจากนั้น สวท. แม่ฮ่องสอนเตรียมขยายผลนำเสนอภาษาพม่าผ่านรายการต่างๆ โดยจะเริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกาศวาระ แห่งการเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้น เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 โดยขอให้ทุกส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ตลอดจนภาคประชาชน ได้ตระหนักรู้ และ ให้ความสำคัญต่อการรวมตัวดังกล่าว เร่งรัดพัฒนาองค์กร และปรับปรุงกระบวนการทำงาน ปรับเปลี่ยนทัศนคติ และวัฒนธรรมการทำงานเข้าสู่มาตรฐานสากล ตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะ โดยเรียนรู้ และพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการติดต่อสื่อสาร



ข่าวโดย : ชญานิศ/ชลนารถ/ศุภณัฐ นิสิตฝึกงาน จุฬาฯ
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

แผนงานสังคมวัฒนธรรม โครงการแม่ฮ่องสอนเมืองสุขภาวะ ร่วมกับ สสส. จัดประชุม"เครือข่ายชาติพันธุ์แม่ฮ่องสอนสู่การจัดการตนเอง"

เมื่อวานนี้ (28 เมษายน 2557) แผนงานสังคมวัฒนธรรม โครงการแม่ฮ่องสอนเมืองสุขภาวะ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จัดประชุมเครือข่ายชาติพันธุ์แม่ฮ่องสอนสู่การจัดการตนเอง ระดับอำเภอแม่ลาน้อย ที่ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่ลาน้อย โดยมีเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ละว้า, ปกาเกอะญอ , ไทใหญ่ , คนเมือง , ม้ง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น วัฒนธรรมอำเภอ , วิทยาลัยชุมชน , ตลอดจนผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง เข้าร่วม กว่าสามสิบคน ที่ประชุมได้ร่วมกันสำรวจข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในระดับอำเภอแม่ลาน้อย และคัดเลือกคณะทำงานจิตอาสา เพื่อเตรียมพัฒนางานสภาชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในระยะต่อไป


ข่าวโดย : ศิริวรรณี ศรีทัพ
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดกิจกรรม โครงการเปิดศูนย์อาเซียนศึกษา เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียน


นายพิช จิตต์มาลา ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน หรือ กศน.เปิดเผยว่า กศน.อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดกิจกรรม โครงการเปิดศูนย์อาเซียนศึกษา ในค่ำวันนี้ (29 เมษายน 2557) พิธีเปิดโดยนายปกรณ์ จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นประธาน ที่ กศน.อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียน ให้กับประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558

ในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การสอนทำอาหารของประเทศสมาชิกอาเซียน สอนทำศิลปะ /ฝึกทักษะการระบายสี/กิจกรรมสอนภาษาจีน /การแสดงละครหุ่นมือ/ การแสดงดนตรี /สื่อการเรียนรู้ข้อมูลอาเซียน และการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ


ข่าวโดย : ศิริวรรณี ศรีทัพ
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดพิธีกั่นตอ หรือรดน้ำขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพระเถระชั้นผู้ใหญ่


เช้าวันนี้ (29 เมษายน 2557) นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำหัวหน้าส่วนราชการ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วย พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากนั้นเดินทางไปยังศาลเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก ศาลเจ้าพ่อเมืองแข่ และอนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา ตามลำดับ หลังจากนั้นเดินทางไปรดน้ำขอพรเจ้าคณะจังหวัด และพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่วัดหัวเวียง และวัดป่าบ้านใหม่

นอกจากนั้นยังมีพิธีรดน้ำขอพรนายสุทธา สายวานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่บ้านพักหลังจวนผู้ว่าฯ พร้อมกับรดน้ำขอพร นายบุญเสริม จิตเจนสุวรรณ ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน

และในเวลา 14.00 น.รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมรดน้ำขอพร นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนางหทัยชนก พนัสอำพล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่จวนผู้ว่าฯ โดยมีชนเผ่าต่างๆมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับพิธีรดน้ำขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพระเถระชั้นผู้ใหญ่ หรือ กั่นตอ ในภาษาไทยใหญ่ เป็นประเพณีที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดขึ้นทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

มอดไม้ลำปางเหิมหนัก แอบลักลอบโค่นไม้เนื้อแข็ง ในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติฯ นำส่งขายนายทุนทดแทนไม้พยุงที่หายาก


เจ้าหน้าที่สังกัดอุทยานแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดลำปาง 5 แห่ง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท อุทยานแห่งชาติแม่วะ อุทยานแห่งชาติดอยจง อุทยานแห่งชาติขุนตาล และอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 13 สาขาลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งส่วนกลาง และภาค 5 รวมจำนวนกว่า 60 นาย โดยการสั่งการของ นายภาณุเทพ วงศ์วาน ผู้อำนวยการส่วนสำนักพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 13 สาขาลำปาง ซึ่งได้สั่งการให้ นายสันทัด บันลือ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกัน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฯ หน่วยงานทั้งหมด เพื่อช่วยกันลำเลียงไม้ท่อนขนาดใหญ่ อายุไม้กว่า 100 ปี จำนวนกว่า 60 ท่อน โดยไม้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 20-40 เซนติเมตร มีความยาวตั้งแต่ 2.50 เมตร ขึ้นไป ออกจากพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติในอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เพื่อจะนำไปเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานของกลาง สำหรับสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

การปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฯ ได้เข้าดำเนินการ หลังจากตรวจพบกลุ่มมอดไม้ ได้ทำการแอบลักลอบเข้ามาตัดไม้ทำลายป่า ในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติ และกำลังจะทำการชักลากไม้ดังกล่าวออกนอกพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ ได้เข้าสกัดการตัดไม้ทำลายป่าของกลุ่มคนดังกล่าว ทำการตรวจยึด ได้ไม้ของกลางจำนวนมาก จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าไม้ทั้งหมดเป็น ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้สัก และไม้เนื้อแข็งอื่นๆ โดยไม้แต่ละท่อนล้วนมีขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ฯ ต้องออกแรงช่วยกันชักลากท่อนละไม่ต่ำกว่า 10 คน ซึ่งการทำงานเป็นไปค่อนข้างลำบาก เจ้าหน้าที่ฯ ต้องใช้เวลาตลอดทั้งวัน เพื่อจะนำไม้ออกจากพื้นที่ป่า เนื่องจากพื้นที่เป็นภูเขาสูง และมีความลาดชันมาก

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ระดับสูงท่านหนึ่ง ได้รับการเปิดเผยว่า เมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ทางสำนักพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 13 สาขาลำปาง ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เปิดยุทธการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ ในพื้นที่อุยานแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ฯ ได้เข้าทลายแหล่งลักลอบตัดไม้ และแปรรูปไม้ในพื้นที อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง ได้ทั้งตัวผู้ต้องหา พร้อมไม้ของกลางจำนวนมาก ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดสารภาพว่า มีกลุ่มนายทุนได้ว่าจ้างให้พวกตนทำการลักลอบตัดไม้เนื้อแข็ง และให้ทยอยขนย้ายออกมาจากป่า เพื่อที่จะนำไม้ส่งไปยังท่าเรือแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงราย ก่อนจะส่งไปขายต่อยังประเทศจีน เนื่องจากไม้เนื้อแข็งเหล่านี้กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก รองจากไม้พยุงในแทบภาคอีสาน ที่ปัจจุบันเริ่มหาได้ยากแล้ว ทั้งนี้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฯ ได้ออกตรวจตราพื้นที่พบการกระทำผิดบ่อยครั้ง แต่ผู้ต้องหามักไหวตัวหลบหนีไปได้เกือบทุกครั้ง ล่าสุดสำนักพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 13 สาขาลำปาง ได้กำชับเจ้าหน้าที่ฯ ในสังกัด ให้มีการตรวจตราเข้มงวดกวดขันดูแลพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อจะสกัดการเข้าไปตัดไม้ทำลายป่า พร้อมกับให้นำมาตรการที่เด็ดขาด มาดำเนินการกับผู้กระทำผิดต่อไป


ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

สถานธนานุบาลเทศบาลนครลำปาง สำรองเงิน 40 ล้านบาท พร้อมให้บริการประชาชนในช่วงเปิดภาคเรียน


นางอรวรรณ แขวงโสภา ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครลำปาง เปิดเผยว่า เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เปิดภาคเรียน ทางสถานธนานุบาลเทศบาลนครลำปาง จึงได้สำรองเงินสด 40 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการให้บริการ ประชาชนที่มีความต้องการใช้เงิน โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ หากประชาชนมีความต้องการใช้เงินด่วนฉุกเฉิน สามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ ของมีค่า อาทิ สร้อยทองคำ แหวน หรือ นาฬิกา ไปจำนำไว้กับสถานธนานุบาลเทศบาลนครลำปางเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายได้

ทั้งนี้ เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 05.0 บาท ต่อเดือน เงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1 บาท ต่อดือน และ เงินต้นเกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1.25 บาท ต่อ เดือน และหากจำนำ ไม่เกิน 15 วัน คิดดอกเบี้ยครึ่งเดือน

นางอรวรรณ แขวงโสภา ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครลำปาง กล่าวว่า สถานธนานุบาลเทศบาลนครลำปาง เป็นหน่วยงานของภาครัฐ ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือประชาชน ที่มีความต้องการใช้เงินในกรณีฉุกเฉิน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า โรงรับจำนำทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีการประมูลสินค้าที่หลุดจำนำ ทุกวันเสาร์ สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดอีกด้วย



ข่าวโดย : ปัณธวัฒน์ ทวีพรจิรภาคย์
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟผ./PEA) ขอความร่วมมือไม่ติดตั้งป้ายโฆษณษใกล้แนวเสาไฟฟ้า


นายอดุลย์ อุทธโยธา ผู้จัดการการไฟฟ้า จ.ลำปาง เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีความห่วงใยความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ที่อาจได้รับความเดือดร้อน ความเสียหาย จากพายุฤดูร้อน ในช่วงเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม เป็นประจำทุกปี มักจะเกิดพายุ ลมแรง และฝนตกหนัก มีผลทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าตก ไฟดับ ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากป้ายโฆษณาติดตั้งใกล้แนวสายระบบจำหน่ายแรงสูงและแรงต่ำ โดยใช้อุปกรณ์ในการติดตั้งไม่ได้มาตราฐาน อาทิเช่น เสาหรือโครงเหล็กชำรุด เป็นสนิม ขนาดไม่ตามมาตราฐานหรือเหล็กบางเกินไป บางแห่งติดตั้งโดยใช้ไม้ไผ่ เป็นต้น เมื่อเกิดลมพายุแรง มีพายุฝนในบางช่วง อาจทำให้ป้ายโฆษณาปลิว หรือล้มพาดสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ส่งผลทำให้กระแสไฟฟ้าขัดข้อง อุปกรณ์ชำรุดเสียหาย ทำให้เกิดผลกระทบโดยเกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง และอาจเป็นอันตรายได้ นายกมลชนก วิชัยสืบ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1 (ภาคเหนือ) จ.เชียงใหม่ ขอความร่วมมือมายังผู้ประกอบการ และเจ้าของป้ายโฆษณาที่ติดตั้งใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ดำเนินการตรวจสอบความแข็งแรงของป้ายโฆษณา หากพบว่าป้ายโฆษณาโครงสร้างไม่แข็งแรง มั่นคงเพียงพอ ขอให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข และหากจะติดตั้งป้ายโฆษณาใหม่ ให้หลีกเลี่ยงการติดตั้งในพื้นที่ใกล้แนวเสาไฟฟ้า หรือติดตั้งห่างจากแนวเสาไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกืดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

หากท่าผู้ใช้ไฟฟ้ามีข้อสงสัยประการใด ขอคำแนะนำและปรึกษาได้จากเจ้าหน้าที่ PEA ใกล้บ้านท่าน หรือศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า PEA CALL CENTER หมายเลขโทรศัพท์ 1129 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



ข่าวโดย : ปัณธวัฒน์ ทวีพรจิรภาคย์
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยลำปาง จัดกิจกรรมฝึกอบรม ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับช้าง แก่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ป้องกันความสูญเสีย สร้างความเข้าใจ และลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง


สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จังหวัดลำปาง จัดกิจกรรมฝึกอบรม สร้างความรู้ ความเข้าใจ หลักสูตร "ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับช้าง" ให้แก่หัวหน้า และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ร่วมกันลงพื้นที่ฝึกปฏิบัติ ศึกษาพฤติกรรมธรรมชาติของช้าง ที่ บริเวณภายในพื้นที่ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง มีนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรม โดยมี หัวหน้าอุทยาน และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ต่างๆ ที่มีช้างป่าอยู่ในพื้นที่ จำนวน 30 แห่ง ร่วมเข้ารับการฝึกอบรม

สำหรับการฝึกอบรมดังกล่าว ถือเป็นโยบายของ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ได้มีความรู้ ความเข้าใจที่เกี่ยวกับช้างเป็นความรู้พื้นฐาน เนื่องจากที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ ได้เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างช้างป่าซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่อุทยาน กับชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ติดเขตอุทยาน สาเหตุหนึ่งเกิดจากช้างป่า ได้มีการย้ายออกจากพื้นที่อาศัย มาอยู่ใกล้ชิดกับคนมากขึ้น ด้วยสาเหตุต่างๆ ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาคนรุกพื้นที่ป่า ทำให้พื้นที่ป่าน้อยลง รวมถึงเรื่องสภาพอากาศที่ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้สภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมเป็นที่อยู่อาศัยแก่ช้าง เนื่องเพราะอาหารของช้างหายากขึ้น โดยเมื่อเกิดปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับช้างดีพอ จึงทำให้เกิดความสูญเสียขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียชีวิต ของทั้งเจ้าหน้าที่ ประชาชน และช้างป่า เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ จำเป็นต้องมีความรู้ ในการที่จะเข้าไปดูแลช้าง

โดยการฝึกอบรมตามโครงการที่จัดขึ้น มุ่งหวังที่จะให้เจ้าหน้าที่ของอุทยาน มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ที่มีความสำคัญในการบริหารจัดการช้าง และสามารถที่จะนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการเตรียมจัดตั้งหน่วยคชสาร เพื่อทำงานเกี่ยวกับ การลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า การผลักดันช้างป่ากลับสู่ป่าใหญ่ การควบคุมดูแลช้างดื้อ และช้างอาละวาด ซึ่งในการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้ศึกษาเรียนรู้ ถึงหลักการเบื้องต้นที่เกี่ยวกับช้าง ผ่านกระบวนการฝึกปฏิบัติจริง ซึ่งผู้ฝึกอบรมจะได้เรียนรู้ในเรื่องต่างๆ อาทิเช่น การศึกษาพฤติกรรมช้าง ธรรมชาติวิทยาของช้าง การดูแลช้างและข้อควรระวังต่างๆ การขี่ช้างเพื่อความคุ้นเคย การออกคำสั่งเบื้องต้นเพื่อควบคุมช้าง การจัดการพื้นที่เลี้ยงช้าง การดูแลลูกช้าง และการดูแลช้างในธุรกิจท่องเที่ยว รวมถึงการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้าง และการจัดการกับช้างอาระวาด เป็นต้น


ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

เชิญร่วมสมัครแข่งขันฟุตซอลและบาสเกตบอล ฉลอง 50 ปี การกีฬาแห่งประเทศไทย


ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 5 เชียงใหม่ เปิดรับสมัครทีมเข้าแข่งขันฟุตซอลและบาสเกตบอล 1 – 23 พฤษภาคม นี้

ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 5 เชียงใหม่ กำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี การกีฬาแห่งประทศไทย ในปี พ.ศ. 2557 โดยกำหนดจัดกิจกรรมแข่งขันฟุตซอลและการแข่งขันบาสเกตบอล ระหว่างวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2557 ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ประเภทการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ประเภททีมเยาวชนชายอายุ 18 ปี ทีมเยาวชนหญิง อายุ 18 ปี ทีมประชาชนทั่วไปชาย และประเภททีมประชาชนทั่วไปหญิง ทีมกีฬาที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 23 พฤษภาคม 2557 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 5 เชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 053-112299


ข่าวโดย : กมลรัตน์ เพ็ชรแสนงาม
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

อุตุนิยมวิทยาลำพูน เตือนประชาชน 11 จังหวัดภาคเหนือ ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน ช่วงวันที่ 29-30 เมษายน 2557


อุตุนิยมวิทยาลำพูน เตือนประชาชน 11 จังหวัดภาคเหนือ ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน ช่วงวันที่ 29-30 เมษายน 2557 ย้ำหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงขณะลมแรง

นายวิชัย ตินโนเวช ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลำพูน เปิดเผยว่า สภาวะอากาศทั่วไป ประจำวันที่ 29 เมษายน 2557 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจะยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนต่อเนื่องจนถึงวันพรุ่งนี้ (30 เมษายน 2557) ทำให้บริเวณภาคเหนือจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย จากนั้นช่วงวันที่ 1- 4 พฤษภาคม 2557 ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อไปอีก โดยการกระจายและความรุนแรงของสภาพอากาศลดน้อยลงกว่าช่วงที่ผ่านมา สำหรับช่วงวันที่ 29-30 เมษายน 2557 ภาคเหนือมีพายุฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2557 ภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส จังหวัดลำพูน อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-40 องศาเซลเซียส

ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลำพูน กล่าวด้วยว่า ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงขณะลมแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้ง ส่วนชาวสวนผลไม้ควรสำรวจวัสดุที่ผูกยึด และอุปกรณ์ที่ค้ำยันกิ่งและลำต้นของพืชที่รับน้ำหนักมากให้มั่นคงแข็งแรง เพื่อป้องกันการฉีกหักและโค่นล้มของกิ่งและลำต้น เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนในระยะนี้ เกษตรกรควรลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งจัดหาน้ำดื่มให้กับสัตว์เลี้ยงอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันสัตว์เครียดอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525565
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

เตือนภัย พายุฤดูร้อน ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ


วันนี้ (29 เม.ย. 2557) กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจะยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนต่อเนื่องจนถึงวันพรุ่งนี้( 30 เมษายน 2557) ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียง เหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่

สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย



ข่าวโดย : น.ส. อุไรวรรณ ปิงแก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดลำพูน เข้าสู่ภาวะปกติค่าฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา


จังหวัดลำพูนจัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าหน่วยงาน ประจำเดือน เมษายน 2557 เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน

เช้าวันนี้ ( 29 เมษายน 2557 ) ที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน มีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยมีนายอาณัติ วิทยานุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธาน โดยมีเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับ การเฝ้าระวังภัยจากพายุฤดูร้อน สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร การป้องกันและแก้ปัญหาภัยแล้ง สถานการณ์หมอกควันและไฟป่า

สำหรับเรื่อง การดำเนินงานแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดลำพูน ปี 2557 ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม – 25 เมษายน 2557 ซึ่งกำหนดแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล มุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยกำหนดเป้าหมาย 100 วันไม่เผา ไม่มีควัน ซึ่งทุกฝ่ายได้ระดมความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทำให้สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในปีนี้เบาบางลงมาก

จากสถิติการวัดปริมาณฝุ่นละอองในจังหวัดลำพูนในช่วง 100 วัน พบว่า จำนวนวันที่มีค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานรวม 8 วัน โดยวันที่มีค่าฝุ่นละออง(PM10) สูงมากที่สุดวัดได้ 176 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ( พ.ศ.2556 ) ซึ่งมีจำนวนวันที่มีค่าฝุ่นละออง เกินมาตรฐาน 13 วัน ขณะนี้ค่าฝุ่นละออง PM10 ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา นับว่าเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว



ข่าวโดย : นศ.ฝึกประสบการณ์ นางสาวรุจิรา เสนานุช
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

สมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด(ประเทศไทย) ให้อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นอำเภอต้นแบบการป้องกันและดูแลรักษาความพิการแต่กำเนิด


เครือข่ายด้านสุขภาพของอำเภอป่าซาง และจังหวัดลำพูน ร่วมกับสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด(ประเทศไทย) วางแผนดำเนินงาน ให้อำเภอป่าซาง เป็น อำเภอต้นแบบ ในการป้องกันและดูแลรักษาความพิการแต่กำเนิดในประเทศไทย

วันนี้ ( 29 เมษายน 2557 ) ที่ โรงพยาบาลป่าซาง จังหวัดลำพูน คณะแพทย์ พยาบาลและ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านสาธารณสุขในอำเภอป่าซาง ร่วมประชุมระดมความคิดเห็นและหาแนวทางในการดำเนินงานเครือข่ายสุขภาพ เพื่อให้ อำเภอป่าซาง เป็น อำเภอต้นแบบ ในโครงการ ปฏิบัติการระดับชาติ เพื่อ วางแผนป้องกัน และ ดูแลรักษาความพิการแต่กำเนิด โดยมี นาย นิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นประธาน มี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พรสวรรค์ วสันต์ นายกสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด (ประเทศไทย) และ รศ.นพ.ชเนนทร์ วนาภิรักษ์ หัวหน้าภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมประชุมให้ความรู้ และ แนวทางการดำเนินงานด้วย

ทั้งนี้สืบเนื่องจากสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด(ประเทศไทย) ได้ตระหนักถึงปัญหาของความพิการแต่กำเนิด จึงได้หาวิธีการสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำหรับที่จังหวัดลำพูนจะเริ่มดำเนินการ ที่อำเภอป่าซางเป็นแห่งแรก โดยจะให้การดูแลรักษาและป้องกันความพิการในเด็กอย่างต่อเนื่อง ในการดำเนินงานจะเริ่มจากการจัดทำระบบข้อมูล ความพิการของ เด็กที่มี ความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ภาวะแขนขาพิการแต่กำเนิด โรคกล้ามเนื้อเสื่อมพันธุกรรม โรคหลอดประสาทไม่ปิด กลุ่มเด็ก ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรม , การพัฒนาระบบประเมิน เพื่อการวินิจฉัย พร้อมกับส่งข้อมูลของผู้ป่วย ให้แก่ แพทย์เพื่อให้ได้รับการรักษา อย่างถูกต้อง หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการรักษา แล้ว กุมารแพทย์ และ นักกิจกรรมบำบัด จะดำเนินการฟื้นฟู สุขภาพ ให้แก่เด็กพิการ และ ติดตาม พัฒนาการ ของเด็ก อย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของ การป้องกัน ภาวะพิการแต่กำเนิดในเด็ก ซึ่งถือเป็น เป้าหมายหลัก ของการดำเนินโครงการ จะมีการให้ความรู้แก่คู่สมรสก่อนการตั้งครรภ์ , การตรวจเลือด บิดา มารดา ก่อนตั้งครรภ์ , การตรวจอัลตราซาวน์เพื่อวินิจฉัยความพิการของทารก และ การส่งเสริมสารโฟเลต ในอาหาร ประเภทซีเรียล ให้แก่หญิงวัย เจริญพันธุ์ ก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อลด ความเสี่ยง ของโรคหลอดประสาทไม่ปิด และ ให้ความรู้ แก่ประชาชน เกี่ยวกับความพิการแต่กำเนิด เพื่อ ลด ความเสี่ยง ที่จะก่อให้เกิด ความพิการ แต่กำเนิด ในทารก


ข่าวโดย : อรณิชา อินทา
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

สภาพอากาศที่จังหวัดลำพูน วันนี้พบว่าสถานการณ์หมอกควันยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีฝุ่นละอองเพียงเล็กน้อย


วันนี้ (29 เม.ย. 2557 ) กรมควบคุมมลพิษได้รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 18 - 66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรคุณภาพอากาศโดยรวม อยู่ในระดับดี ถึง ปานกลาง ปริมาณฝุ่นละอองไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้ามากนัก

โดยที่จังหวัดลำพูน ตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM10) ที่ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนได้ 41 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งน้อยกว่าวันก่อนหน้านี้

จากการตรวจการเผาไหม้หรือจุดความร้อน (Hot spot) ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเมื่อวานนี้ (22 เมษายน 2557) ไม่พบจุดความร้อน อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ยังต้องระวังพายุฤดูร้อนและมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่

จังหวัดยังคงจึงเน้นย้ำมาตรการลดและควบคุมการเผาในที่โล่งอย่างต่อเนื่อง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสอดส่องและเฝ้าระวังในพื้นที่อาศัยอยู่หรือใกล้เคียงอย่างใกล้ชิด ไม่ให้มีการกระทำที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ


ข่าวโดย : น.ส. อุไรวรรณ ปิงแก้ว
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

จังหวัดลำพูน ปราบร้านจำหน่ายสลากชิงโชคสุรา


คณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดลำพูน จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งรับทราบปัญหาระหว่างการดำเนินงาน โดยมีนายจำลอง เณรแย้ม ปลัดจังหวัดลำพูนเป็นประธาน

บ่ายวันนี้ ( 29 เมษายน 2557 ) ที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน คณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดลำพูน จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม การบุกรุกทำลายป่า การกระทำผิดพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว

สำหรับเรื่องการกระทำผิดพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในห้วงวันที่ 1-25 เมษายน 2557 พบว่า มีร้านค้าจำหน่ายสุรา จำนวน 147 ร้าน จับกุมคดีสุราได้ทั้งสิ้น 19 ราย พบเป็นสุราเถื่อน 23 ราย ยาดอง 49 ราย และสุราอื่นๆ 75 ร้าน นอกจากนี้ ร้านค้าที่ไม่มีใบอนุญาต ทางคณะกรรมการฯได้แจ้งให้เลิกจำหน่ายทันที และร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรูปแบบชิงโชค หรือสลากสุรา พบจำนวน 3 ร้านขณะนี้ได้ดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว



ข่าวโดย : นศ.ฝึกประสบการณ์ นางสาวรุจิรา เสนานุช
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

พายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนราษฎรอำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์บ้านเรือนเสียหาย 84 หลังคาเรือน

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 26 เมษายน 57 ที่ผ่านมาเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มอำเภอฟากท่า เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างที่ตำบลสองคอน ตำบลสองห้องและตำบลฟากท่า บ้านเรือนเสียหาย 84 หลังคาเรือน เสียหายทั้งหลัง 20 หลังคาเรือน รวมไปถึงโรงเรียนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลก็ได้รับความเสียหาย ในเบื้องต้นตำรวจตระเวนชายแดนที่ 314 ได้เข้าให้การช่วยเหลือแก่ราษฎรในการซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎรในเบื้องต้น และในวันนี้ 28 เมษายน นายสุชาติ ธีระวงษ์พิทักษ์ ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นางพรทิพย์ ภู่เพียงใจ รองนายกพร้อมด้วยคณะเหล่ากาชาดจังหวัดและป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำสิ่งของอุปโภค - บริโภค แจกจ่ายให้กับราษฎรที่ประสบภัย ที่ศาลาการเปรียญวัดสองห้อง ตำบลสองคอน อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนการช่วยเหลือเรื่องวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยขณะนี้อยู่ในระหว่างสำรวจความเสียหายเพื่อที่จะอนุมัติงบประมาณบรรเทาสาธารณภัยให้ความช่วยเหลือต่อไป

จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนราษฎรผู้ประสบวาตภัย พื้นที่อำเภอน้ำปาด บ้านเรือนเสียหาย ๒๐ หลังคาเรือน

โดยเมื่อช่วงเย็นของวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๗ เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มอำเภอพื้นที่อำเภอน้ำปาด เกิดความเสียหายในพื้นที่ตำบลเด่นเหล็ก ทำให้บ้านเรือนราษฎรใน ๓ หมู่บ้านได้รับความเสียหาย ได้แก่ บ้านนาน้ำพาย หมู่ที่ ๒ เสียหาย ๑๓ หลังคาเรือน (โดยมี ๒ หลังคาเรือนที่ได้รับความเสียหายหนัก) ที่บ้านต้นม่วง หมู่ที่ ๔ เสียหาย ๗ หลังคาเรือน และบ้านนากวาง หมู่ที่ ๓ ต.บ้านฝาย เสียหาย ๑ หลัง รวมไปถึงโรงเรือนเก็บพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายไปด้วย ในเบื้องต้นราษฎรและหน่วยงานในพื้นที่ได้ช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายเพื่อสามารถอยู่อาศัยได้ไปก่อน และในช่วงเย็นของวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๗ นายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นางพรทิพย์ ภู่เพียงใจ รองนายกพร้อมด้วยคณะเหล่ากาชาดจังหวัด และหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจพร้อมนำสิ่งของอุปโภค - บริโภค แจกจ่ายให้กับราษฎรที่ประสบภัย ที่ศาลาการเปรียญวัดนาน้ำพาย ตำบลเด่นเหล็ก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ รวมทั้งมอบเงินช่วยเหลือสำหรับบ้านที่เสียหายหนักรายละ ๑,๐๐๐ บาท ส่วนการช่วยเหลือเรื่องวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยขณะนี้อยู่ในระหว่างสำรวจความเสียหายเพื่อที่จะอนุมัติงบประมาณบรรเทาสาธารณภัยให้ความช่วยเหลือต่อไป

กาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ ยังคงออกช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ราษฎรผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์หลังเกิดพายุฤดูร้อนถล่มอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเขตตำบลคุ้งตะเภา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์

ในระยะนี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจะยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนต่อเนื่องจนถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๗ ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ทั้งนี้เมื่อช่วงเวลา ประมาณ ๒๒.๐๐ น. ของวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมาเกิดมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นจำนวนมาก รวมถึงบ้านเรือนราษฎรในตำบลคุ้งตะเภา ๕ หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านป่าขนุน หมู่ที่ ๓, บ้านหัวหาด หมู่ที่ ๕,บ้านบ่อพระ หมู่ที่ ๗ และบ้านหาดเสือเต้น หมู่ที่ ๖ และ หมู่ที่ ๘ รวมได้รับความเสียหาย แยกเป็น ศาลาธรรมสังเวชวัดบ่อพระ ๑ แห่ง โรงเรือนเก็บหอม ๑ แห่ง บ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวน ๑๓ หลัง โดยมีบ้านที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ในหมู่ ๗ ตำบลคุ้งตะเภา จำนวน ๒ หลัง คือ บ้านของนางนฤมล รื่นเกสร (ยังไม่มีบ้านเลขที่) และบ้านของนางละมาย อินทรสอน บ้านเลขที่ ๑๐๖ โดยหลังคาเปิดปลิวไปกับลมไม่สามารถใช้การได้ สำหรับการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น นางพรทิพย์ ภู่เพียงใจ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมคณะเหล่ากาชาดจังหวัด นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้นำหมู่บ้าน ได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมนำสิ่งของอุปโภค - บริโภค แจกจ่ายให้กับราษฎรที่ประสบภัย รวมทั้งมอบเงินช่วยเหลือสำหรับบ้านที่เสียหายทั้งหลัง เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (๒๙ เมษายน ๒๕๕๗)ส่วนการช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจะดำเนินการสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

จังหวัดอุตรดิตถ์ สรุปการประกาศพื้นที่การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งครบทั้ง ๙ อำเภอ ราษฎรประสบภัย ๕๓ ตำบล ๔๓๑ หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ ๗๐.๓๑ ของหมู่บ้านทั้งหมด

นายชัช กิตตินภดล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งของจังหวัดอุตรดิตถ์ว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ได้ประสบปัญหาภัยแล้งตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๗ เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนทั้งด้านน้ำอุปโภค บริโภค น้ำเพื่อการเกษตรและน้ำเพื่อการปศุสัตว์ ซึ่งขณะนี้ได้ประกาศเขตพื้นที่การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ครบทั้ง ๙ อำเภอ ราษฎรประสบภัย ๕๓ ตำบล ๔๓๑ หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ ๗๐.๓๑ ของหมู่บ้านทั้งหมด ราษฎรประสบภัย ๖๑,๘๕๐ ครัวเรือน ๑๕๖,๓๓๐ คน แยกเป็นพื้นที่อำเภอฟากท่า จำนวน ๔ ตำบล ๒๓ หมู่บ้าน พื้นที่ประสบภัยร้อยละ ๗๔.๑๙ ราษฎรประสบภัย ๑,๒๓๐ ครัวเรือน ๑,๙๔๔ คน,อำเภอตรอน ๓ ตำบล ๒๒ หมู่บ้าน พื้นที่ประสบภัยร้อยละ ๔๖.๘๑ ราษฎรประสบภัย ๔,๔๐๐ ครัวเรือน ๑๒,๑๙๖,อำเภอทองแสนขัน ๔ ตำบล ๓๙ หมู่บ้าน พื้นที่ประสบภัยร้อยละ ๗๙.๕๙ ราษฎรประสบภัย ๖,๕๘๑ ครัวเรือน ๒๐,๗๒๖ คน,อำเภอท่าปลา ๘ ตำบล ๘๕ หมู่บ้าน พื้นที่ประสบภัยครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ราษฎรประสบภัย ๑๔,๖๑๙ ครัวเรือน ๔๗,๕๐๓ คน, อำเภอพิชัย ๗ ตำบล ๒๒ หมู่บ้าน พื้นที่ประสบภัยร้อยละ ๒๒.๔๕ ราษฎรประสบภัย ๑,๘๐๘ ครัวเรือน ๖,๐๖๓ คน,อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ๑๐ ตำบล ๑๐๐ หมู่บ้าน พื้นที่ประสบภัยร้อยละ ๖๓.๒๙ ราษฎรประสบภัย ๑๙,๒๖๗ ครัวเรือน ๓๖,๘๖๙ คน,อำเภอลับแล ๗ ตำบล ๖๕ หมู่บ้าน พื้นที่ประสบภัยครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ราษฎรประสบภัย ๕,๗๓๒ ครัวเรือน ๑๖,๗๒๐ คน,อำเภอบ้านโคก ๔ ตำบล ๒๘ หมู่บ้าน พื้นที่ประสบภัยร้อยละ ๙๐.๓๒ ราษฎรประสบภัย ๔,๑๒๕ ครัวเรือน ๙,๖๒๔ คน และอำเภอน้ำปาด ๖ ตำบล ๔๗ หมู่บ้าน พื้นที่ประสบภัยร้อยละ ๙๕.๙๑ ราษฎรประสบภัย ๔,๐๘๘ ครัวเรือน ๔,๕๘๕ คน

สำหรับมาตรการในการดำเนินการช่วยเหลือของจังหวัด ซึ่งได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี ๒๕๕๗ ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่ออำนวยการการประสานบูรณาการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง พร้อมประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ แผนการจัดสรรน้ำ รวมทั้งรณรงค์ขอความร่วมมือเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม และบุคคลทั่วไปที่เกี่ยวข้องวางแผนกิจกรรมการใช้น้ำอย่างประหยัด และเหมาะสม และยังได้มอบหมายให้ส่วนราชการ สนับสนุนเครื่องจักรกลและรถยนต์บรรทุกน้ำแก่อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งโดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ ให้การช่วยเหลือเป็นรายอำเภอ สรุปทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ช่วยเหลือในเบื้องต้นด้วยการแจกจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค รวมจำนวน ๙,๒๕๐,๐๐๐ ลิตร

อัฐมีบูชารำลึกที่วัดพระบรมธาตุลับแล งานบุญที่ยิ่งใหญ่ หนึ่งเดียวในโลก

การจัดงานอัฐมีบูชาของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่วัดพระบรมธาตุ(ทุ่งยั้ง) เป็นระยะเวลาที่ต่อเนื่องยาวนานถึง 55 ปี คือความผูกพันของผู้คนเมืองนี้ ที่มีศรัทธาต่อพุทธศาสนาอย่างมั่นคงไม่เสื่อมคลาย ทั้งนี้ไม่รวมการจัดบ้างหยุดบ้างในอดีตอีกนับร้อยปี จึงเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ควรค่ากับการอนุรักษ์ และส่งเสริมให้ยั่งยืนตลอดไป เพื่อให้พุทธศาสนิกชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติและมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือขยายผลไปในท้องถิ่นต่างๆ ได้เรียนรู้พุทธประวัติตอนปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ศาสดาของพุทธศาสนิกชน

วันอัฐมีบูชาคือวันสำคัญทางศาสนาอีกวันหนึ่งที่มิได้กล่าวถึงกันมากนัก อาจเป็นเพราะว่า มีวันวิสาขบูชาอยู่ก่อนหน้านี้เพียงห้วงวันพระเดียว หมายถึงวันวิสาขบูชาตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 แต่ถัดมาอีกหนึ่งวันพระ คือแรม 8 ค่ำเดือน 6 จึงเป็นวันอัฐมีบูชา ความสำคัญของวันนี้ก็คือ เป็นวันถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระพุทธเจ้า ที่พุทธศาสนิกชน ในพุทธกาลเมื่อ 2,557 ปีล่วงมาแล้ว ต่างมีความโศกเศร้าอาลัย ที่ต้องสูญเสียพระบรมศาสดาอันเป็นที่รักเคารพยิ่งของตนนั่นเอง ตามพุทธประวัติกล่าวไว้ว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ที่เรียกว่าวันวิสาขบูชาแล้ว พระเจ้ามัลละเจ้าเมืองกุสินารา พร้อมด้วยคณะสงฆ์ อันมีพระมหากัสสปะเถระเป็นประธาน ได้พร้อมใจกันกระทำพิธีถวายพระเพลิง พระพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีย์ แห่งกรุงกุสินารานั่นเอง ซึ่งวันนั้นก็ตรงกับวันแรม 8 ค่ำเดือน 6 ดังนั้น เมื่อวันอัฐมีบูชาเวียนมาถึงในแต่ละปี พุทธศาสนิกชนบางแห่ง ก็มีการจัดงานรำลึกถึงพระพุทธองค์ แม้ระยะเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม สำหรับที่วัดพระบรมธาตุ(ทุ่งยั้ง) จะมีการจัดงานนี้เป็นประจำทุกปี โดยใช้ชื่องานว่า "ประเพณีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าจำลอง”

ในปีนี้คณะศรัทธาอันประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายชัช กิตตินภดล เป็นประธาน รวมทั้งคณะสงฆ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้พร้อมใจกันจัดงานย้อนอดีต ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ ครั้งพุทธกาล เพื่อรำลึกถึงพระองค์ท่านอีกครั้ง โดยจำลองเหตุการณ์ในครั้งนั้นตามขั้นตอนที่กล่าวไว้ใน พุทธประวัติและปรินิพพานสูตร อย่างละเอียด ตั้งแต่เสด็จปรินิพพาน จะมีช่างฝีมือช่วยกันใช้ไม้ไผ่สานเป็นองค์พระพุทธเจ้าปางปรินิพพานความยาว 9 ศอก ตกแต่งอย่างเหมาะสม บรรจุไว้ในโลงแก้ว ตั้งไว้บนศาลาการเปรียญซึ่งจัดให้เป็นมณฑลพิธี ทุกคืนจะมีคณะสงฆ์สวดพระอภิธรรม การแสดงพระธรรมเทศนา จากพระนักเทศน์มีชื่อ พร้อมเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนราชการต่างๆนำคณะ มาร่วมกันเป็นเจ้าภาพทำบุญตักบาตร ปฎิบัติธรรม ตั้งแต่วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา ปีนี้ตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคม 2557 ไปจนถึงวันแรม 7 ค่ำ เดือน 6 หรือวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 และเมื่อถึงวันแรม 8 ค่ำซึ่งเป็นวันอัฐมีบูชา หรือวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า ก็จัดการแสดงสมมุติ การถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า ประกอบ แสง เสียง อย่างยิ่งใหญ่ ตระการตาจำลองทุกขั้นตอนในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเสมือนครั้งพุทธกาล

กำหนดการจัดงานอัฐมีบูชาที่วัดพระบรมธาตุ(ทุ่งยั้ง)ในปีนี้ มีองค์ประกอบของงาน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา ด้วยพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุพระราชทาน พิธีเวียนเทียน รอบพระบรมธาตุ เจดีย์ ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานเช่น การถวายภัตตาหารเช้า เพล กิจกรรมการทอผ้าห่มพระบรมธาตุโดยเชิญชวนผู้ที่ไปร่วมงานบูชาด้ายทอผ้าห่ม หรือทำบุญตามศรัทธา แล้วทอผ้าด้วยกี่กระตุก ซึ่งเทศบาลตำบลพระเสด็จที่จัดกลุ่มแม่บ้านมาอำนวยความสะดวก และดำเนินการทุกปี หรือผู้ที่มีศรัทธาต้องการเป็นเจ้าภาพในกิจกรรมลานเทศน์ลานธรรม เวลา 19.30 น.ทุกคืน ก็ทำได้เช่นกัน ส่วนวันที่ 21 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่เป็นไฮไลท์ของงาน และเป็นวันอัฐมีบูชา จะมีพิธีถวายสลากภัตทาน จะมีชาวบ้านนำอาหารหวานคาว มาถวายแด่พระสงฆ์กว่า 200 รูปช่วงเวลาเพล ในตอนบ่ายจะมีขบวนแห่ผ้าห่มพระบรมธาตุ ไปทำพิธี ที่บริเวณพระบรมธาตุเจดีย์ของวัด การประกอบพิธีห่มผ้าพระบรมธาตุ ปีนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมพิธีที่ถือว่าเป็นศิริมงคลอย่างยิ่ง ส่วนตั้งแต่เวลา 19.00 น.เป็นต้นไป จะเริ่มพิธีอัฐมีบูชา ด้วยการอัญเชิญพระบรมศพจำลองจากศาลาการเปรียญ ลงสู่พระเมรุมาศ ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรสวยงาม โดยกลุ่มผู้แสดงเป็นพราหมณ์ เทวดา นางฟ้า พระเจ้ามัลละ ฤาษีอาชีวก ซึ่งเกิดเหตุอัศจรรย์หลายอย่างในครั้งนั้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญขององค์พระศาสดา พร้อม ๆไปกับการแสดงแสง เสียง ประกอบอย่างยิ่งใหญ่ สมกับความตั้งใจของพุทธศาสนิกชน ที่รอคอยมาเป็นเวลา 1 ปี จึงถือโอกาสนี้ขอเชิญชวนผู้สนใจจะเดินทางมาร่วมงาน หรือทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ก็ขอให้ติดต่อมาที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ทุกวัน

สำหรับการจัดงานในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแพร่ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ เทศบาลตำบลทุ่งยั้ง-ไผ่ล้อม เทศบาลตำบลพระเสด็จ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอลับแลและตำบลทุ่งยั้ง ตลอดจนหน่วยงาน องค์กรภาครัฐและเอกชน ประชาชนในพื้นที่ต่างๆของ อำเภอลับแล ต่างให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ สมกับที่ว่าเป็นเพียงแห่งเดียวในโลกที่มีการจัดต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งปีนี้นับได้ว่าเป็นปีที่ 55 ของการจัดงานแล้ว จึงขอเชิญชวนท่านที่ยังไม่เคยสัมผัสบรรยากาศ การจัดงานแบบพุทธธรรมนี้ มาเยี่ยมชมได้ ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 ดังรายละเอียดที่กล่าวแล้วข้างต้น

เป็นที่น่าสังเกตว่าการจัดงานในแต่ละปีจะมีพุทธศาสนิกชน ผู้มีศรัทธาในพระพุทธเจ้า เดินทางมาจากต่างจังหวัด เพื่อร่วมงานนี้เป็นจำนวนมาก แต่มีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งไม่สามารถเดินทางมาในช่วงระยะเวลาการจัดงานได้ พระครูบวรธรรมทิน เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ(ทุ่งยั้ง)กล่าวว่า วัดต้องการสร้างพิพิธภัณฑ์ อัฐมีบูชา ที่สามารถถ่ายทอดในลักษณะสื่อผสม ให้แก่ผู้ที่ต้องการมาเที่ยวชมในโอกาสอื่นได้ โดยไม่ต้องรอชมเฉพาะวันอัฐมีบูชา อีกทั้งนักเรียนนักศึกษา ที่เดินทางไปศึกษาดูงานยังสถานที่ต่างๆ ก็มีโอกาสแวะเข้าชมได้เช่นเดียวกัน ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนหนึ่งแต่ไม่มากนัก เนื่องจากขณะนี้มีอาคารอยู่แล้ว เพียงแต่ปรับปรุง จัดทำสื่อผสมจำลองขั้นตอนต่างๆ เหมือนงานวันอัฐมีบูชาจริง ๆ ก็สามารถสร้างความเข้าใจ และศรัทธาแก่ พุทธศาสนิกชนได้ จึงขอเสนอความคิดนี้ไปยังผู้มีจิตศรัทธาได้สนับสนุนในโอกาสต่อไป



ชวลิต คำเพ็ง เรียบเรียง/ สุรีย์ แสงทอง รายงาน

พายุกระหน่ำ จ.กำแพงเพชร มีบ้านพังหลังคาหาย 4 อำเภอ บ้านพังกว่า 100 หลัง และ เสาไฟฟ้าโค่น


เมื่อวันที่ 29 เมษายน 57 เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา มีลมพายุฝนตก ลมแรง นานกว่า 1ชั่วโมง จากรายงานสรุปความเสียหายจากพายุพัดบ้านพังเสียหายใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง ที่ ต.ไตรตรึงษ์ หมู่ 3 ,หมู่ 11 บ้านพังเสียหาย 4 หลัง อ.โกสัมพีนคร ที่ ต.โกสัมพี ม.2 ม.5 ม.22 บ้านพังเสียหายรวม 19 หลัง สวนลำไยเสียหายจำนวน 1ไร่ และที่ อ.ขาณุวรลักษบุรี ต.บ่อถ้ำ ม.10 ม.14 และ ต.ปางมะค่า ม.4 ม.5 ม.9 บ้านพังเสียหายจำนวนมากรวม 81 หลังคา

ส่วนที่อำเภอไทรงาม พบว่าที่หมู่ 1 ต.หนองคล้า และ ที่หมู่1 ตำบลมหาชัย บ้านพังเสียหายกว่า 10 หลัง มีต้นไม้หักล้มทับเสาไฟฟ้าหักโค่นจำนวน 6 ต้น ทำให้คืนที่ผ่านมาไฟฟ้าดับจนถึงเช้า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าดำเนินการแก้ไขให้แล้ว

ด้านนายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานกับองค์ปกปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สำรวจและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน



นิพนธ์ รอดทรัพย์ / ข่าว

จ.กำแพงเพชร จัดงาน คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ เพื่อเทิดพระเกียรติ ระดับประเทศ

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2557 ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกำแพงเพชร สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ เพื่อเทิดพระเกียรติ ระดับประเทศ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 เมษายน 2557 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกำแพงเพชร โดยมี นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน และมี นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และรองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน ให้การต้อนรับ

ภายในงานมีการเปิดให้บริการคลินิกเกษตร การให้ความรู้เรื่องการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิตคุณภาพข้าว การปรับเปลี่ยนระบบการปลูกพืชตามศักยภาพพื้นที่ , การฝึกอาชีพทางการเกษตรที่เหมาะสม เช่น การขยายพันธุ์พืช การผลิตพืชจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ระบบการให้น้ำพืชแบบประหยัด การเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจ , บริการด้านอื่น ๆ จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่จัดกิจกรรมมาร่วมให้บริการภายในงาน , การฝึกอบรมอาชีพด้วยหลักสูตรระยะสั้นเพียงวันเดียว ผู้เข้ารับการอบรมก็จะสามารถนำไปประกอบอาชีพต่อไปได้ เช่น การเพาะถั่วงอก การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า การสานตะกร้าพลาสติก การทำสบู่เหลว น้ำยาล้างจาน เป็นต้น อีกทั้งยังจัดประกวด ผลผลิตทางการเกษตร เช่น มันสำปะหลังหัวใหญ่ มะละกอ มะม่วง กล้วยไข่ และผลผลิตทางการเกษตรอีกหลายชนิด ทั้งยังมีกลุ่มแม่บ้านโครงการสายใยรักและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มาร่วมการออกร้านจำนวนกว่า 50 ร้านค้า พร้อมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตร ที่มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันกว่า 200 รายการ นอกจากนี้

ภายในงานยังมีการเปิดให้ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ



นิพนธ์ รอดทรัพย์ / ข่าว

เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ต้นมะกอกป่าขนาดใหญ่ โค่นล้มทับบ้านเรือนราษฎรพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 คน

เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มหลายหมู่บ้านในตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำให้บ้านเรือนราษฎรพังเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน โดยเฉพาะที่หมู่ 3 บ้านห้วยไร่ ต้นมะกอกป่าขนาดใหญ่ อายุกว่า 50 ปี ขนาดเส้นรอบวงเกือบ 2 เมตร สูงประมาณ 14 เมตร ได้ถูกลมพายุพัดจนหักโค่นล้มทับบ้านเลขที่ 34/1 หมู่ที่ 3 บ้านห้วยไร่ ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก ซึ่งเป็นบ้านของนายขาม มิ่งขวัญ อายุ 50 ปี จนได้รับความเสียหายพังทั้งหลัง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 7 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก และมี 1 คน ที่มีอาการสาหัส คือ นายประสิทธิ์ หาหล้า อายุ 42 ปี ถูกส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์

นายขจรศักดิ์ มารอด อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 3 บ้านห้วยไร่ ซึ่งอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ในช่วงกลางวันตนและเพื่อนบ้านรวม 9 คน ได้ไปทำการเก็บใบยาสูบที่ไร่ท้ายหมู่บ้าน และพอตกตอนเย็น ก็ได้นัดกันมาทำลาบเป็ดกินเลี้ยงสังสรรค์กัน ที่บ้านของนายขาม มิ่งขวัญ และในขณะที่ตั้งวงกินข้าวกับลาบเป็ดกันอยู่นั้น ก็ได้เกิดฝนตก และมีลมพายุพัดมาอย่างแรง จนทำให้ต้นมะกอกป่าขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ข้างบ้านนายขาม ได้ล้มโค่นลงทับบ้านของนายขาม ที่พวกตนกำลังนั่งกินลาบเป็ดกันอยู่ จนทำให้บ้านพังยับเยิน และพวกตนทั้ง 9 คน ก็ติดอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ต่อมาชาวบ้านได้มาช่วยกันใช้มีดฟันต้นไม้ออก เพื่อช่วยให้พวกตนออกมา พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล


ขอบคุณภาพข่าว/การันต์  ธนศิริพงศ์

ชาวบ้านป่าแดงจัดพิธีงานประเพณีหามพระดำน้ำ ประจำปี 2557

เมื่อวานนี้ 28 เมษายน 2557 ชาวบ้านป่าแดง ต.ป่าเลา อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ทั้ง6หมู่บ้านได้สืบสานประเพณีหามพระดำน้ำ ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานานหลายร้อยปี ด้วยเชื่อกันว่า เมื่อได้นำพระพุทธรูปที่ชื่อว่า หลวงพ่อพระทอง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อห้ามญาติ ไปดำน้ำแล้ว จะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล เชื่อว่าจะปกปักรักษาให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน พิธีดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี ชาวบ้านทุกเพศทุกวัย จะพร้อมใจกันแห่หลวงพ่อห้ามญาติ จากวัดโพธิ์กลางไปรอบหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้สรงน้ำพระและเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หมู่บ้าน จากนั้นจะนำไปดำน้ำที่บริเวณวังศาลพ่อปู่ บริเวณนั้นจะเป็นต้นน้ำที่จะไหลลงไปตามลำคลองไปสู่หมู่บ้าน แต่หลังจากที่ได้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำป่าแดงจเปลี่ยนไปประกอบพิธีภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำแทนจนถึงปัจจุบัน สำหรับ "หลวงพ่อพระทอง” หรือ "หลวงพ่อห้ามญาติ” เป็นพระพุทธรูป มีลักษณะปางห้ามญาติ ลักษณะยืน สูงประมาณ 3 ฟุต พระพักตร์อิ่มเอิบ พระกรรณยาว เชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ แต่ชาวบ้านได้นำปูนมาโบกไว้และทาสีทอง เนื่องจากเกรงว่าจะถูกโจรลักขโมยไป กลายเป็นชื่อที่เรียกพระพุทธรูปองค์นี้อีกชื่อหนึ่งว่า หลวงพ่อพระทอง ซึ่งประเพณีหามพระดำน้ำนี้ชาวบ้านป่าแดงได้ปฏิบัติสืบต่อกันประมาณหลายร้อยปี



ขอบคุณภาพ/ข่าว /อาจารย์เมฆินทร์  เกตุแก้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชน

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งที่ ๔/๒๕๕๗ (เมื่อ ๒๙ เมย.๕๗) ที่ห้องประชุม ๑ ชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของจังหวัดเพชรบูรณ์

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติการณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 อย่างเข้มแข็ง ทำให้มีสถิติอุบัติเหตุลดลง แม้มีผู้เสียชีวิตเท่าปี 2556 และได้สั่งการให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ด้านปัญหาความยากจนเป้าหมาย 616 ครัวเรือน ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยตกเกณฑ์ จปฐ. ขณะนี้ได้บูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ ให้การสงเคราะห์และพัฒนาอาชีพ คงเหลือ 47 ครัวเรือน ส่วนปัญหาสาธารณภัย วาตภัย อัคคีภัย ให้เร่งเข้าช่วยเหลือทันที ด้านปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม จังหวัดได้ให้นโยบายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณร้อยละ 5 แก้ไขเรื่องน้ำอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง 3 ปี คาดว่าจะทำให้ปัญหาหมดไปได้ สำหรับปัญหาเกษตรกรตามโครงการรับจำนำข้าว ขณะนี้ยังมีใบประทวนค้างจ่าย 18,305 ราย เป็นเงิน 2,158 ล้านบาท รวมทั้งปัญหาเกษตรกรยังไม่ได้รับเงินชดเชยข้าวโพด ทางจังหวัดไม่นิ่งนอนใจ ได้เร่งประสานงานกับส่วนกลางอย่างต่อเนื่องด้วยแล้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวอีกว่า ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดซึ่งในที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวกว่า 1.5 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปี 2557/58 จังหวัดได้ตั้งคณะทำงานและจัดทำแผนงาน/โครงการรองรับ โดยจะดำเนินการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกเตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ตลอดจนปรับปรุงภูมิทัศน์ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เขาค้อ ภูทับเบิก น้ำหนาว พุทธอุทยานเพชะบุระซึ่งประดิษฐานพุทธมหาธรรมราชาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา และสถานที่ราชการต่างที่อยู่ติดถนน ให้ดอกไม้สวยงามเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นไปต้นเพื่อสร้างความประทับแก่นักท่องเที่ยว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้งปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน

นายวิศิษฎ์ชัย นุใหม่ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ยกย่องเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทรงภูมิปัญญาด้านการเกษตรสาขาต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ สมควรเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดินให้ได้รับการดูแลด้านสวัสดิการ และสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถสู่สังคม และให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการส่งเสริมและจัดสวัสดิการสำหรับปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน นั้น

คณะกรรมการส่งเสริมปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ได้มีประกาศแต่งตั้งปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2557 จำนวน 3 สาขา ดังนี้ นายอเนก จีวะรัตน์ เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง นายสุพงษ์ วรวงษ์ เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น นายสมพงษ์ พรผล เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนเครือข่ายเกษตรไทย โดยผู้ได้รับแต่งตั้งจะเข้าเฝ้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 และรับเงินทุนเกียรติยศ

 นายอเนก จีวะรัตน์ เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง อายุ 59 ปี อาชีพเกษตรกร อยู่บ้านเลขที่ 98/4 หมู่ 2 ถนนสายตะกั่วป่า-กะปง ตำบลท่านา อำเภอกะปง จังหวัดพังงา นายสุพงษ์ วรวงษ์ เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 12 บ้านหนองม่วง ตำบลกุดเค้า อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น นายสมพงษ์ พรผล เป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนเครือข่ายเกษตรไทย อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/1 หมู่ 2 บ้านท่าอยู่ ตำบลท่าอยู่ อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

จังหวัดเพชรบูรณ์มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ได้ประกาศเขจการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

เนื่องจากที่ผ่านมา จังหวัดเพชรบูรณ์มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ไปแล้ว 9 อำเภอ ได้แก่ ศรีเทพ ชนแดน วิเชียรบุรี บึงสามพัน หล่มสัก เมืองเพชรบูรณ์ เขาค้อ หล่มเก่า และน้ำหนาว รวมพื้นที่ 58 ตำบล 136 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 1,939 คน 653 ครัวเรือน บ้านพังเสียหาย 401 หลัง ยุ้งฉางเสียหาย 89 แห่ง พืชผลทางการเกษตรเสียหาย 312 ไร่ สำหรับการให้ความช่วยเหลือ ส่วนราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนร่วมกันให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดังนี้ อปท. ร่วมกับอำเภอที่ประสบภัย สำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นตามอำนาจหน้าที่ หากเกินขีดความสามารถของ อปท. อำเภอ จัดประชุมก.ช.ภ.อ.พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม พร้อมรายงานให้ ก.ช.ภ.จ.ช่วยเหลือต่อไป และทางจังหวัดอนุมัติเงินทดรองราชการฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย เกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2557 ในพื้นที่ หมู่ 3,5,10 ตำบลศาลาลาย จำนวน 15 ราย เป็นเงิน 114,892 บาท

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2557

สำนักงานประชาสัมพันธ์น่าน จัดเวทีเรียนรู้และศึกษาดูงานศูนย์พัฒนาภูฟ้าฯ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน จัดกิจกรรมทัศนศึกษาดูงานศูนย์พัฒนาภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้ตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ที่มีเเก่ประชาชนจังหวัดน่าน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน กำหนดจะจัดเวทีเรียนรู้และศึกษาดูงาน ณ ศูนย์พัฒนาภูฟ้าตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อำเภอบ่อเกลือ ในวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2557 ตามเเผนงานโครงการประชาสัมพันธ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ประจำปี 2557 ในการจัดเวทีเรียนรู้และศึกษาดูงานศูนย์พัฒนาภูฟ้าฯ ในครั้งนี้ ได้กำหนดพากลุ่มเป้าหมายคือ อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้าน วิทยุชุมชน ผู้สื่อข่าวในพื่นที่จังหวัดน่าน เเละประชาชนผู้สนใจ เข้าศึกษาดูงานตามเเหล่งเรียนรู้ภายในโครงการศูนย์พัฒนาภูฟ้าตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ในชีวิตประจำวันเเละประโยชน์จากโครงการพระราชดำริฯ อีกทั้งสร้างจิตสำนึกของประชาชนในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมไปถึงสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยให้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ที่มีเเก่ประชาชนชาวจังหวัดน่าน

โครงการภูฟ้าพัฒนาตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีแนวทางการพัฒนา 4 ด้านด้วยกันด้านแรก คือ การพัฒนาเด็กและเยาวชนในโรงเรียนและศูนย์การเรียนรู้ชุมชนไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงโดยทรงต้องการส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาศักยภาพมีสุขภาพแข็งแรงสามารถอ่านออกเขียนได้มีความรู้พื้นฐานอย่างเพียงพอสามารถพึ่งตนเองได้และยังสามารถเรียนต่อในชั้นสูงต่อไปตามศักยภาพของแต่ละคนการพัฒนาอาชีพเสริมให้กับราษฎร ด้านที่สอง คือ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม"ภูฟ้า" ขึ้น ที่ ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2542 เพื่อให้เป็นห้องเรียนและพิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก สามารถศึกษาค้นคว้า ทำโครงงานต่าง ๆ รวมทั้งเป็นที่เรียนวิทยาศาสตร์ รวมทั้งเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้สำหรับประชาชน สอดคล้องกับการพัฒนาด้านที่สาม คือ การส่งเสริมอาชีพภาคเกษตรและอาชีพนอกภาคเกษตร ที่สอดคล้องกับทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ และส่วนด้านที่สี่ คือ ทรงเน้นให้มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น



บุษรินทร์ / ข่าว

จังหวัดแพร่ จัดกิจกรรม “ร้อยดวงใจ 202 กองทุนแม่ของแผ่นดินสู่ความเข้มแข็ง

จังหวัดแพร่จัดกิจกรรม  "ร้อยดวงใจ 202 กองทุนแม่ของแผ่นดินสู่ความเข็มแข็ง”  เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการขับเคลื่อนกองทุนแม่ของแผ่นดิน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า วันนี้(28เม.ย.57) ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานเปิดกิจกรรม "ร้อยดวงใจ 202 กองทุนแม่ของแผ่นดินสู่ความเข็มแข็ง”  โดยนำผู้แทนคณะกรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินในเขตพื้นที่ 8 อำเภอ ของจังหวัดแพร่ จำนวน 202 กองทุนๆ ละ 1 คน รวม 202 คน และภาคีการพัฒนา/วิทยากรกระบวนการ/ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 48 คน รวมทั้งสิ้น 250 คน ทั้งนี้เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจการขับเคลื่อนกองทุนแม่ของแผ่นดินให้กับชุมชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างกระบวนการเรียนรู้การขับเคลื่อนกองทุนแม่ของแผ่นดินจากสถานการณ์จำลอง และกองทุนแม่ของแผ่นดินมีแนวทางการพัฒนาเพื่อก้าวสู่ความเข้มแข็ง

จังหวัดแพร่นั้นดำเนินการดำเนินการกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตั้งแต่ปี 2547–2556 จำนวน 202 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกับวิทยากรกระบวนการกองทุนแม่ของแผ่นดินในระดับจังหวัดและอำเภอ ได้สนับสนุนแกนนำหมู่บ้าน/ชุมชน ในการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน/ชุมชน กองทุนแม่ของแผ่นดิน ในการป้องกันและเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยปัญหาการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของ ยาเสพติด มีผลกระทบทำให้ในบางพื้นที่ ยังคงมีปัญหาในการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งหากหากไม่มีการสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ประกอบกับรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดโดยกำหนดแนวทางให้มีการเสริมสร้างความเข็มแข็งหมู่บ้าน/ชุมชน  กองทุนแม่ฯ และการสร้างศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การจัดกิจกรรมป้องกันและแก้ไข/เฝ้าระวังปัญหายาเสพติดโดยกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมทั้งการเตรียมความพร้อมหมู่บ้านที่จะพัฒนาเป็นกองทุนแม่ของแผ่นดิน ในปี 2557



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์  

ตำรวจภูธรด่านแม่คำมัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เสริมกำลังให้ประชาชนร่วมป้องกันอาชญากรรมในท้องถิ่นตนเอง เผยแพร่ข่าวสารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยการจัดอบรมสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม (เหยี่ยวเวหา) ทางวิทยุสื่อสาร

นายสุชาติ ธีระวงษ์พิทักษ์ ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรโครงการสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม (เหยี่ยวเวหา) ทางวิทยุสื่อสาร ๒๔๕ MHZ สถานีตำรวจภูธรด่านแม่คำมัน อำเภอ ลับแล ให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลไผ่ล้อม ตำบลทุ่งยั้ง และตำบลด่านแม่คำมัน จัดขึ้น ณ ศาลาการเปรียญ ๖๐ ปี วัดพระยืน เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมในท้องถิ่นของตนเอง เผยแพร่ข่าวสารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสู่ประชาชนและให้ประชาชน ได้แจ้งข่าวสารให้กับตำรวจอีกช่องทางหนึ่ง พบพฤติกรรมหรือเบาะแสรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันเหตุได้ทันเวลา เพราะยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ภัยอาชญากรรมนับวันยิ่งมากขึ้น สังคมจะสงบสุขได้นั้นจะอาศัยกำลังตำรวจเพียงอย่างเดียวไม่พอ สายตาแต่ละคู่ของประชาชนจึงเป็นกำลังสำคัญในการช่วยสกัดเหตุร้ายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในพื้นที่รับผิดชอบ และเนื่องจากสภาพภูมิประเทศในเขตรับผิดชอบมีลักษณะเป็นที่ราบสูง การใช้สัญญาณโทรศัพท์ ในการแจ้งเหตุในบางพื้นที่ไม่มีสัญญาณ ทำให้เกิดความล่าช้าในการแจ้งเหตุหรือไม่ได้รับการช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วน สำหรับการจัดอบรมหลักสูตรดังกล่าวครั้งนี้เป็นการให้ความรู้ทางวิชาการและแนวทางปฎิบัติ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรมจำนวนกว่าร้อยคน

โครงการเข้าวัดอิ่มบุญ อำเภอเก้าเลี้ยว นครสวรรค์

วันจันทร์ที่ 28 เม.ย.57 เวลา 09.00 น. ผวจ.นว.เป็นประธานโครงการ "เข้าวัดอิ่มบุญ ชุมชนรักษาศีล 5" จังหวัดนครสวรรค์ ณ วัดเขาดินใต้ วัดมหาโพธิ์ใต้ และ วัดเก้าเลี้ยว อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์โดยโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนนโยบายของ เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในการที่จะให้หมู่บ้าน/ชุมชน ได้รักษาศีล 5 และเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการรักษาศีล 5 ได้น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปใช้ในการปฏิบัติงาน และการดำรงชีวิตให้มีคุณภาพ ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย การนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ลูกจ้างหน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ผู้นำชุมชน เยาวชน และประชาชน เข้าร่วมทำบุญ รับศีล ฟังธรรมเทศนา เรื่อง "การปฏิบัติและรักษาศีล 5 ข้อ" และเยี่ยมชมโบราณสถาน โบราณวัตถุ แหล่งเรียนรู้ต่างๆ รวม 15 ครั้ง 15 อำเภอ

จังหวัดกำแพงเพชร จัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือน เมษายน 2557

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2557 ณ ห้องประชุมซุ้มกอ ชั้น 4 อาคารศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร นายสุรพล วาณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดกำแพงเพชร มีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ ผู้กำกับการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดกำแพงเพชร เข้าประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนเริ่มการประชุม มีพิธีประดับเครื่องหมายอินทรธนูให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 2 ราย , มอบโล่เชิดชูเกียรติ จำนวน 5 ครอบครัว และใบประกาศเกียรติคุณแก่ครอบครัวร่มเย็น จำนวน 4 ครอบครัว มอบเงินรางวัลให้นักกีฬา และผู้ฝึกสอน ที่ได้รับเหรียญรางวัล ในการแข่งขัน กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 สุพรรณบุรีเกมส์ มอบเงินรางวัลให้นักกีฬา และผู้ฝึกสอน ที่ได้รับเหรียญรางวัล ในการแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 30 ศรีสะเกษเกมส์

จากนั้น ได้เริ่มประชุมตามวาระของจังหวัด คือ ด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจและสังคม การติดตามการแก้ปัญหาการป้องกันปราบปรามยาเสพติด พร้อมทั้งปรึกษาหารือ กับหัวหน้าหน่วยงานต่างในจังหัดกำแพงเพชรถึงอุปสรรคต่างๆในการปฏิบัติงาน รวมถึงรับฟังและติดตามปัญหาต่างๆของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำไปพิจารณาแก้ไขตามความเหมาะสมต่อไป เช่น การเร่งรัดดำเนินงานโครงการและเบิกจ่ายงบประมาณตาม พ.ร.บ. รายจ่ายงบประมาณ ประจำปี 2556 , สรุปผลการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2557,รายงานโครงการจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/2557 , สถานการณ์โรคไข้เลือดออก โรคมือ เท้า ปาก โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำ



นิพนธ์ รอดทรัพย์ / ข่าว

ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์จัดค่ายบำบัดฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ต้องขังยาเสพติดเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์

ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเพชรบูรณ์ โดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับ เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดโครงการค่ายบำบัดฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ต้องขังยาเสพติดของเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ สนองยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดของรัฐบาล พร้อมจัดการแสดงดนตรีจากนักร้องค่ายเพลงดัง สร้างความสุขแก่ผู้ต้องขังกว่า 200 คน ที่เข้าร่วมโครงการ โดยนายคณีธิป บุณยเกตุ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการฯ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2557 เวลา 09.30 น. ที่เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ นายวรโชติ สุคนธ์ขจร ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการ เพื่อให้ผู้เสพผู้ติดยาเสพติดสามารถเลิกได้อย่างเด็ดขาด มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็ง มีจิตสำนึกที่ดีต่อตนเองและสังคม ตามแผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดของจังหวัดเพชรบูรณ์ แผนงานแก้ไขปัญหาผู้เสพติด/ผู้ติด โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่ติดยาเสพติด ต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟูเพื่อให้กลับตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม มีผู้ต้องขังเข้าร่วมโครงการ จำนวน 225 คน อบรมระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2557 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์สนับสนุนงบประมาณการจัดอบรม และยังได้สนับสนุนงบประมาณอีก 600,000บาทเศษ เพื่อสร้างโรงอาหารแก่เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ด้วย

ทั้งนี้ ในการอบรมฯ ได้จัดการแสดงดนตรีของนักร้องจากค่ายเพลงดัง และตลก เต้อ เชิญยิ้มและคณะ มาสร้างความสุข สนุกสนานแก่ผู้ต้องขังเรืองจำจังหวัดเพชรบูรณ์อีกด้วย

จังหวัดพิษณุโลก จัดประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานแผนชุมชนและคณะทำงานประเมินมาตรฐานแผนชุมชนจังหวัดพิษณุโลก ปี 2557

ที่โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นายวัฒนะ กันนะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานแผนชุมชนและคณะทำงานประเมินมาตรฐานแผนชุมชนจังหวัดพิษณุโลก ครั้งที่ 1 /2557 ซึ่งการประชุมดังกล่าวสำนักงานพัฒนาชุมชนจัดขึ้น เพื่อให้คณะทำงานได้ร่วมประเมินมาตรฐานแผนชุมชนตามเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย ประจำปี 2557 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานการบูรณาการขับเคลื่อนแผนพัฒนาหมู่บ้านตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยโดยการส่งเสริม สนับสนุนการจัดทำแผนชุมชน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมขีดความสามารถของชุมชน และกำหนดทิศทางการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชน บนพื้นฐานของข้อมูลที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพแผนชุมชน เข้าสู่ระบบมาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป โดยคณะกรรมการได้ดำเนินการประเมินตามหลักเกณฑ์ตัวชี้วัด 5 ตัวคือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การมีส่วนร่วม กระบวนการเรียนรู้ การใช้ประโยชน์ และรูปเล่มแผนชุมชน โดยจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน 70 เปอร์เซ็นต์ จาก 100 เปอร์เซ็นต์ถึงจะผ่านการรับรองแผนชุมชนว่าผ่านมาตรฐานแผนชุมชน สำหรับในปี 2557 จังหวัดพิษณุโลก มีจำนวนหมู่บ้านและชุมชน ส่งแผนเข้าสู่ระบบรับรองมาตรฐานแผนชุมชนทั้ง 9 อำเภอ จำนวน 160 หมู่บ้าน

มูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลกเตรียมจัดฉายภาพยนตร์ เรื่องคำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 5 : ยุทธหัตถี รอบปฐมทัศน์


นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ด้วยมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็ก บริษัทพร้อมมิตร จำกัด และจังหวัดพิษณุโลก เตรียมจัดฉายภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 5 : ยุทธหัตถี รอบปฐมทัศน์เป็นรอบพิเศษการกุศลเพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก โดยกำหนดจัดฉายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 เวลา 19.00 น. ณ โรงภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็ก ศูนย์การค้าเซ็ลทรัล พลาซ่า สาขาพิษณุโลก ซึ่งจะฉายเป็นจังหวัดแรกก่อนฉายจริงทั่วประเทศ ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 สำหรับราคาเข้าชมที่นั่งฮันนี่มูลซีท ราคาที่นั่งละ 3,000 บาท และที่นั่งนอร์มอลซีท ราคาที่นั่งละ 1,000 บาท ซึ่งนอกจากการจัดฉายภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวแล้วมหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงครามยังได้ร่วมกับศูนย์การค้าเซ็ลทรัล พลาซ่า สาขาพิษณุโลก

ได้จัดให้มีกิจกรรมเทิดพระเกียรติองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้า ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ของศูนย์การค้าอีกด้วย จังหวัดพิษณุโลกและมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันและขอความร่วมมือภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ทั้งที่เป็นราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ และภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกร่วมกันสนับสนุนซื้อบัตรชมภาพยนตร์ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 5 : ยุทธหัตถี รอบปฐมทัศน์รอบพิเศษการกุศลเพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิ รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมเทิดพระเกียรติองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเจ้าโดยพร้อมเพรียงกัน สำหรับผู้สนใจที่จะขอซื้อบัตรชมภาพยนตร์สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่สำนักงานเลขานุการมูลนิธิสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดพิษณุโลก ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก หลังเก่า หรือสอบถามทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 055 – 258050 ในวันและเวลาราชการ

จังหวัดพิษณุโลก ประชุมคณะกรรมการ เตรียมจัดงานสมโภชวัดจุฬามณี ในโอกาสครบรอบ 550 ปี

จังหวัดพิษณุโลก ประชุมคณะกรรมการ เตรียมจัดงานสมโภชวัดจุฬามณี ในโอกาสครบรอบ 550 ปี พร้อมกันนี้ในที่ประชุม ได้มีการพูดคุย เตรียมผลักดันให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของทางจังหวัดต่อไป

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2557 ที่ศาลาการเปรียญวัดจุฬามณี ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พระมหาชุมพล ปภาสโร เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมประชุมปรึกษาแนวทาง กับคณะทำงาน โดยมี นาย วิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส เข้าร่วมพูดคุย ปรึกษาหารือแนวทาง การเตรียมจัดงานสมโภชวัดจุฬามณีครบ 550 ปี ในระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2557 – วันที่ 3 มกราคม 2558 รวม 7 วัน ทั้งนี้ในที่ประชุม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นการพูดคุยกับคณะทำงาน ทั้งทางวัด ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และทุกส่วนทุกฝ่ายเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ได้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิดระหว่างกัน โดยแนวคิดที่ได้พูดคุย ก็มีแนวทางให้การจัดงาน เป็นไปตามประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น โดยจะมีการอุปสมบทนาคหมู่ การจัดเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก การสวดมนต์ข้ามปี และการปฎิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานสมโภชวัดจุฬามณีครบ 550 ปี ทางจังหวัดพิษณุโลก จะส่งเสริมให้เยาวชน หันมาเรียนรู้แหล่งโบราณสถาน ที่สำคัญของทางวัดจุฬามณี ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของทางจังหวัดพิษณุโลกอีกด้วย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกร่วมรณรงค์ความปลอดภัยในการทำงานเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2557

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกร่วมรณรงค์ความปลอดภัยในการทำงานเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2557 พร้อมกำหนดมาตรการความปลอดภัยเพื่อให้บุคลากรทุกคนมีจิตสำนึกในความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยสามารถปฎิบัติงานได้อย่างมีความสุข   

นายแพทย์บุญเติม ตันสุรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ด้วยทุกวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันแรงงานแห่งชาติและเป็นวันหยุดของแรงงานทั่วโลกและเป็นวันที่บรรดาผู้ใช้แรงงานในหลายๆประเทศต่างออกมายื่นข้อเรียกร้องเพื่อเป็นความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งความปลอดภัยในการทำงานก็เป็นสิ่งสำคัญที่แรงงานควรจะได้รับการดูแล ซึ่งจากความหมาย ความปลอดภัย หมายถึง สภาวะการปราศจากภัยหรือการพ้นภัย และรวมถึงปราศจากอันตราย การบาดเจ็บ การเสี่ยงภัย และการสูญเสีย สถิติของคนทำงานที่ต้องประสบอุบัติการณ์ เกิดการบาดเจ็บ สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง อวัยวะ จนกระทั่งถึงชีวิตจากการประกอบอาชีพนั้นมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี สาเหตุเนื่องมาจากลักษณะของงานที่เสี่ยง สภาพการทำงานที่เร่งรีบและสภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสถานประกอบการที่มีผู้ปฎิบัติงานทุกแห่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความคุ้มครอง ดูแล ส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนมีจิตสำนึกในความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยเพื่อให้สามารถปฎิบัติงานได้อย่างมีความสุขอยู่ในสังคมและสิ่งแวดล้อมร่วมกันโดยปราศจากอันตรายใดๆ

โดยกำหนดมาตรการความปลอดภัยไว้ดังต่อไปนี้ - การกำหนดมาตรการความปลอดภัยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงาน ควรศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องและผลกระทบต่างๆ ด้านความปลอดภัย เพื่อเป็นแนวทางกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้เกี่ยวข้องในการกำหนดระเบียบปฎิบัติด้านความปลอดภัยของหน่วยงานอย่างชัดเจนและเหมาะสม - การตรวจความปลอดภัย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อทำการตรวจด้านความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อความปลอดภัยและรับผิดชอบต่อสุขภาพของคนงาน - การฝึกอบรมด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านความปลอดภัยในการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปฎิบัติงาน พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้เกิดมีขึ้นกับผู้ใช้แรงงาน - การปรับปรุงสภาพการทำงานและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน สถานประกอบการควรมีการดำเนินการอย่าจริงจังเกี่ยวกับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งการมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น การจัดระเบียบการทำงานให้ถูกสุขลักษณะมีความปลอดภัย และสวัสดิการที่ดีขึ้น ซึ่งถ้าสถานประกอบการหรือหน่วยงานสามารถดำเนินการด้านความปลอดภัยในการทำงานก็จะสามารถทำให้ลดการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานได้

อบต.หนองพระ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก สนับสนุนประชาชนในพื้นที่เลี่ยงจิ้งหรีด เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ในช่วงฤดูแล้ง

นายหมง จีนบางช้าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองพระ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ที่ตำบลหนองพระ จะขาดแหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตร โดยเกษตรกร จะใช้น้ำจากลุ่มน้ำคลองชมพูในช่วงฤดูฝนทำนาได้เพียงปีละครั้ง และหลังจากนั้นอีก 7 เดือนจะไม่มีน้ำเพื่อทำการเกษตรแล้ว ปัจจุบันจึงได้หันมาส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ หมู่ 3 หมู่ 4 ตำบลหนองพระ เลี้ยงจิ้งหรีด ทำเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากใช้เวลาเลี้ยงเพียง 45 วัน ก็จับขายได้และยังปลอดจากสารพิษ ขณะนี้ มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อจิ้งหรีดในหมู่บ้าน เพื่อนำไปขายต่อ หรือชาวบ้านที่อยากรับประทานก็จะมาหาซื้อ ขณะเดียวกัน ที่บ้านของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองพระเองก็เป็นตัวแทนในการรับซื้อจิ้งหรีดจาก ชาวบ้านในราคากิโลกรัมละ 80 บาท นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองพระ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเลี้ยงจิ้งหรีด สามารถทำได้ในทุกฤดูกาล และใช้พื้นที่น้อย ปัจจุบันได้มีการสนับสนุนให้เลี้ยงและทำเป็นอาชีพเสริมไปทุกหมู่บ้านทั่วทั้ง ตำบลหนองพระแล้ว พร้อมทั้งมีโครงการสนับสนุนซื้อหัวอาหารและซื้อลังสำหรับเลี้ยงให้ ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น

เทศบาลนครพิษณุโลกได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานดีเด่นด้านสตรีและครอบครัวประจำปี 2556

เทศบาลนครพิษณุโลกได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานดีเด่นด้านสตรีและครอบครัวประจำปี 2556 โดยมีกำหนดเข้ารับรางวัลในวันที่ 28 -29 เมษายน 2557 ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จ.ปทุมธานี

นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าวว่า ด้วยสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานหลักระดับชาติที่มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพสตรี การส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายและการสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ด้วยการกำหนดนโยบายมาตรการ กลไก ส่งเสริมและประสานงานสนับสนุนให้องค์กรภาครัฐ เอกชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ซึ่งรวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการให้บรรลุตามเป้าหมาย เพื่อส่งเสริมให้ อปท. ได้ดำเนินงานเชื่อมโยงในเรื่องการพัฒนาด้านสังคมในภาพรวม มีแผนงาน/โครงการด้านสตรีและครอบครัว และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของงานด้านสตรีและครอบครัว

ซึ่งมีความสอดคล้องกับภารกิจของ อปท. สำนักงานกิจการสตรีและครอบครัว จึงจัดโครงการเสริมสร้างความร่วมมือของเครือข่าย อปท. โดยการคัดเลือกและประกาศเกียรติคุณ อปท.ที่มีผลงานดีเด่นด้านสตรีและครอบครัว ประจำปี 2556 ขึ้น ในวันที่ 28-29เมษายน 2556 ที่โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท จ.ปทุมธานี สำหรับเทศบาลนครพิษณุโลกได้รับรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานดีเด่นด้านสตรีและครอบครัวประจำปี 2556 โดยมีผลงานในการสนับสนุนการพัฒนาองค์กรสตรี และการพัฒนาสถาบันครอบครัว โดยการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมองค์กรสตรี อบรมสิทธิสตรี ส่งเสริมอาชีพกลุ่มสตรี จัดกิจกรรมผู้สูงอายุ ส่งเสริมกิจกรรมเด็กและเยาวชน และเสริมสร้างสายใยรักครอบครัวอบอุ่น ครอบครัวแข็งแรง รวมทั้งส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย การเลี้ยงลูกอย่างถูกวิธี ตลอดจนส่งเสริมสมาชิกในครอบครัว ได้ทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในครอบครัว

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอำเภอนครไทย ร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก หลังไม่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่างโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพด มานานกว่า 4 เดือน

เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดอำเภอนครไทย ร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก หลังไม่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่างโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพด มานานกว่า 4 เดือน ส่งผลเกษตรกรกว่า 500 รายได้รับความเดือดร้อน

บ่ายวันนี้ ( 28 เม.ย.57 ) ที่ห้องประชุมสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมชี้แจงตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดตำบลห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย จำนวนกว่า 60 คน ที่เดินทางมาทวงเงินชดเชยส่วนต่างโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพด เป็นจำนวนเงินกิโลกรัมละ 1.50 บาท ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2556 เป็นต้นมา เป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในพื้นที่ 9 หมู่บ้านของตำบลห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย ประกอบด้วยเกษตรกรหมู่ที่ 1 , 2 ,3 , 4 , 5 , 7 , 8 , 9 และหมู่ที่ 10 จำนวนกว่า 500 ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน โดยนายทองใส บุญธรรม อายุ 49 ปี แกนนำเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดตำบลห้วยเฮี้ย กล่าวว่า เกษตรกรได้นำผลผลิตข้าวโพดไปจำหน่ายให้กับจุดรับซื้อแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอนครไทย ได้ราคากิโลกรัมละ 5.50 บาท ขณะราคาในโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพดของรัฐบาลอยู่ที่กิโลกรัมละ 7 – 9 บาท และยังมีส่วนต่างอยู่อีกกิโลกรัมละ 1.50 บาท ทางจุดรับซื้อได้ให้เกษตรกรทวงถามกับทางรัฐบาล ตนจึงได้เดินทางมาสอบถามผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมพาณิชย์จังหวัดฯ ได้ชี้แจงกับเกษตรกร ว่า ขอตรวจสอบหลักฐานกับทางจุดรับซื้อ เนื่องจากมีปัญหาด้านเอกสารผิดพลาด ส่งผลให้การชดเชยส่วนต่างในโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพดของเกษตรกรตำบลห้วยเฮี้ย ล่าช้า อย่างไรก็ตาม พาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก ได้ยืนยันกับตัวแทนเกษตรกรว่า ภายในสัปดาห์นี้ เกษตรกรจะได้เงินชดเชยส่วนต่างอย่างแน่นอน หลังจากนั้นเกษตรกรรู้สึกพอใจกับการยืนยัน และได้เดินทางกลับในเวลา ต่อมา

วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2557

วัดป่าปุ๊อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงานบุญประเพณีก่อเจดีย์ทราย หรือ ปอยจ่าตี่ทราย ประจำปี 2557

พระอธิการเพิ่มผล ฐานิสฺสโร เจ้าอาวาสวัดป่าปุ๊ เปิดเผยว่า วัดป่าปุ๊ ร่วมกับคณะกรรมการ และชาวบ้านบ้านป่าปุ๊ หมู่ที่ 2 ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงานบุญประเพณีก่อเจดีย์ทราย หรือ ปอยจ่าตี่ทราย ประจำปี 2557 ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2557 เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานประเพณีอันดีงามนี้ไว้ให้คงอยู่สืบไป โดยในช่วงเช้าพระสงฆ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์สมโภชเจดีย์ทราย แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ภัตราหารเพลแด่พระภิกษุ สามเณร และในช่วงบ่าย มีการประกวดแข่งขันบั้งไฟตามประเพณี

งานบุญประเพณีก่อเจดีย์ทราย หรือ ปอยจ่าตี่ทราย จัดเพื่อเป็นพุทธบูชาถวายแด่พระพุทธเจ้า และเพื่อความเป็นสิริมงคลในต้นฤดูเพาะปลูก โดยชาวบ้านจะร่วมกันนำทรายมาก่อเป็นพระเจดีย์ ตกแต่ง ประดับประดาให้เกิดความสวยงาม มีการทำบุญอุทิศถวายแด่พระพุทธเจ้า ถวายอาหารแด่พระสงฆ์ เลี้ยงอาหารผู้มาร่วมงาน และฟังพระธรรมเทศนา เสร็จแล้วมีการจุดบั้งไฟ ถือเป็นงานประเพณีดั้งเดิมของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ได้ยึดถือ ปฏิบัติกันมาเป็นประจำทุกปี




ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

อำเภอแม่ลาน้อย จัดโครงการบวชป่าและปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ

วันนี้ ( 26 เมษายน 2557) นายชิษณุพงศ์ บูรณา นายอำเภอแม่ลาน้อย เป็นประธาน โครงการบวชป่าและปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ที่บ้านแม่เตี๋ย ตำบลท่าผาปุ้ม อำเภอแม่ลาน้อย เพื่อสร้างความตระหนักและจิตสำนึกในการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าต้นน้ำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนร่วมกิจกรรม

กิจกรรมบวชป่า ในพื้นที่ป่าชุมชน “พิธีบวชต้นไม้” มีวิธีคิดและวิธีการปฏิบัติคล้ายคลึงกับ “พิธีสืบชะตาแม่น้ำ หรือ คน” ด้วยการต่ออายุให้เจริญยั่งยืนสืบไปตามคติความเชื่อ ส่วนที่มาของการ “บวชป่า” มาจากวิธีการห่มจีวรให้กับต้นไม้เช่นเดียวกับการบวชพระ ส่งผลให้สถานภาพของคนและต้นไม้เปลี่ยนไป นับเป็นการนำความเชื่อทางศาสนามาประยุกต์ใช้ในการดูแลรักษาป่าต้นน้ำ โดยใช้สายสิญจน์ล้อมอาณาบริเวณที่จะบวชต้นไม้ แล้วนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลต่อชาวบ้านและต้นไม้ที่จะทำพิธี ส่วนมากจะเน้นต้นไม้ที่ขนาดใหญ่ มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม ชาวบ้านเชื่อว่า ผืนป่าที่ผ่านพิธีบวช เป็นเสมือนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจเข้าไปทำลายได้




ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

กกต.แม่ฮ่องสอนจัดการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอแม่ลาน้อย

วันนี้ (26 เมษายน 2557) กกต.แม่ฮ่องสอน จัดการเลือกตั้งซ่อม เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากตามที่ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลาออกจากตำแหน่ง โดยมีผู้สมัครจำนวน 2 คน ได้แก่

หมายเลข 1 นายเจริญ โมลา

หมายเลข 2 นางสาวศิวพร มานะจิต

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย พื้นที่เทศบาลตำบลแม่ลาน้อย และตำบลแม่ลาน้อย 18 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 6,292 คน

ส่วนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ คาดว่าจะทราบในเวลาประมาณ 19 .00 น.




ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง เตรียมจัดขบวนแห่อัญเชิญพระพุทธรูป มาประดิษฐาน ณ ส่วนแยกสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง ห้วยฝายคอ

นายอำนวย ปวงคำ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง เปิดเผยว่า สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตองเตรียมจัดขบวนแห่อัญเชิญพระพุทธรูป มาประดิษฐาน ณ ส่วนแยกสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง ห้วยฝายคอ ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ในวันที่ 27 เมษายน 2557 โดยขบวนจะเริ่มจากวัดผาอ่าง ไปตามถนนขุนลุมประพาส และสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

จ.พะเยา กำหนดจัดงานเทศกาลลิ้นจี่ฯ ปี 57 ระหว่าง 16 -25 พ.ค.นี้ – เผยปีนี้ผลผลิตเกือบ 10,000 ตัน หวั่นเกิดปัญหาราคาตกต่ำ เร่ง ประชาสัมพันธ์กระตุ้นบริโภคลิ้นจี่ เป้าบริโภคในประเทศไม่น้อยร้อยละ 50

วันนี้ (26 เม.ย. 57) นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า เมื่อวาน (25 เม.ย. 57) ที่ผ่านมา จังหวัดพะเยาได้มีการประชุมคณะกรรมการจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงาน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16 – 25 พ.ค. นี้ ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา เพื่อเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่ที่ปีนี้คาดว่าจะมีมากถึง 9,283 ตัน และเป็นการประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่คุณภาพดีของจังหวัดพะเยาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ เกิดการซื้อขาย รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการบริโภคลิ้นจี่คุณภาพดีของจังหวัดพะเยาด้วย

รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องของราคาผลผลิตลิ้นจี่ โดยขณะนี้ลิ้นจี่เกรด A ในท้องตลอดราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 30-40 บาทถือว่าค่อนข้างดีในช่วงแรก แต่ถ้าเลยไปช่วงพีคคือช่วงที่ผลผลิตออกมาราวกลางเดือนพฤษภาคมประมาณร้อยละ 70-80 ก็จะส่งผลให้ราคาตกต่ำลงมา ประกอบกับในขณะนี้ทางรัฐบาลโดย คชก.เองก็ไม่สามารถเปิดการประชุมเพื่อออกมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรได้ เนื่องจากติดปัญหารัฐบาลรักษาการ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดพะเยา ได้ขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วน ร่วมถึงคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ ได้เร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวน และกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการบริโภคผลผลิตลิ้นจี่ ทั้งในพื้นที่และในต่างจังหวัด โดยตั้งเป้าว่าจะต้องทำให้ได้อย่างน้อยที่สุด ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ขณะเดียวกันทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ได้มีการจัดงานเทศกาลลิ้นจี่ของดีเมืองพะเยาขึ้น โดยภายในงานก็จะมีการจัดขบวนแห่ลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา มีกิจกรรมสาธิตการประกอบอาหารจากลิ้นจี่ การจำหน่วยผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพ การจำหน่ายสินค้าโอทอป กิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพของจังหวัดพะเยา ซึ่งผลผลิตลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยา ได้น้ำจากต้นน้ำกว๊านพะเยา ทำให้รสชาติลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยาหวานกรอบอร่อยกว่าจังหวัดอื่นๆ และการจัดงานดังกล่าวยังเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งคาดว่าจะทำให้แก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำลงไปได้บ้าง

จังหวัดพะเยา จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมเที่ยวชมงานและซื้อลิ้นจี่คุณภาพดีของจังหวัดพะเยา ได้ในงานเทศกาลลิ้นจี่ และของดีเมืองพะเยาประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 16 – 25 พ.ค. นี้ โดยกำหนดพิธีเปิดงานในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา




ข่าวโดย : นิรันต์ บุญแก้ว
หน่วยงาน : ส.ปชส.พะเยา

จังหวัดพะเยาเตรียมจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 ระหว่าง 16 – 25 พฤษภาคมนี้ ณ สนามข้างสถานีขนส่งจังหวัดพะเยา

จังหวัดพะเยาเตรียมจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 ระหว่าง 16 – 25 พฤษภาคมนี้ ณ สนามข้างสถานีขนส่งจังหวัดพะเยา ขณะที่ผลผลิตปีนี้คาดจะมีเกือบ 10,000 ตัน หวั่นเกิดปัญหาราคาตกต่ำ เร่งประชาสัมพันธ์กระตุ้นบริโภคลิ้นจี่

เมื่อวานนี้ (25 เม.ย. 57) ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 เตรียมความพร้อมในการจัดงาน ซึ่งปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤษภาคม 2557 ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา เพื่อเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่ที่ปีนี้คาดว่าจะมีมากถึง9,283 ตัน และเป็นการประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่คุณภาพดีของจังหวัดพะเยาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ เกิดการซื้อขาย รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการบริโภคลิ้นจี่คุณภาพดีของจังหวัดพะเยาด้วย

นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวแสดงความห่วงใยในเรื่องของราคาผลผลิตลิ้นจี่ ว่า ขณะนี้ลิ้นจี่เกรด A ในท้องตลาดราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 - 40 บาท ถือว่าค่อนข้างดีในช่วงแรก แต่หากถึงช่วงพีคคือช่วงที่ผลผลิตออกมาราวกลางเดือนพฤษภาคมประมาณร้อยละ 70 - 80 ก็จะส่งผลให้ราคาตกต่ำลงมา แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดพะเยา ได้ขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วน ร่วมถึงคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงาน ได้เร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนและกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการบริโภคผลผลิตลิ้นจี่ทั้งในพื้นที่และในต่างจังหวัด โดยตั้งเป้าว่าจะต้องทำให้ได้อย่างน้อยที่สุดต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งหมดเพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย ขบวนแห่ลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา , กิจกรรมสาธิตการประกอบอาหารจากลิ้นจี่ , การจำหน่วยผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพ , การจำหน่ายสินค้าโอทอป , กิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพ ซึ่งผลผลิตลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยาได้น้ำจากต้นน้ำกว๊านพะเยา ทำให้รสชาติลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยาหวานกรอบอร่อยกว่าจังหวัดอื่นๆ และการจัดงานดังกล่าวยังเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่อีกทางหนึ่งด้วย

จังหวัดพะเยาจึงขอเชิญชวนประชาชน ผู้สนใจ ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เที่ยวชมงานและซื้อลิ้นจี่คุณภาพดีได้ในงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยาประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤษภาคมนี้ พร้อมชมขบวนแห่ลิ้นจี่และของดีแต่ละอำเภอ ในพิธีเปิดงานวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา




ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.พะเยา
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล บรรยายพิเศษเรื่อง การปลูกฝัง คุณธรรม จริยธรรม และการดำเนินชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย บรรยายพิเศษเรื่อง การปลูกฝัง คุณธรรม จริยธรรม และการดำเนินชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับผู้เข้าร่วมอบรมเพื่อการพัฒนาและทบทวนหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ในวันที่ 25 เมษายน 2557 ที่โรงแรมคุ้มภูคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (25 เมษายน 2557) เวลา 10.30 น. ที่โรงแรมคุ้มภูคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาและทบทวนหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 24-28 เมษายน 2557 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีจำนวน 197 คน จาก 84 โรงเรียน ใน 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ ปทุมธานี พิจิตร แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ศรีสะเกษ สุโขทัยและจังหวัดอุตรดิตถ์ สำหรับจังหวัดนครปฐม โดยโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาและทบทวนหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาต้องยึดถือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่สถานศึกษาทุกสังกัดใช้เป็นแนวทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้างหลักสูตรและเวลาเรียนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปี ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เพื่อให้เป็นแนวทางในการจัดทำหลักสูตรและแผนการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในแต่ละระดับให้มีคุณภาพ จึงจัดทำกรอบหลักสูตรการศึกษาท้องถิ่นสู่ประชาคมอาเซียน ใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนายึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ที่มุ่งให้ “คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” ยึดหลัก “ภูมิสังคม” ความแตกต่างหลากหลายของธรรมชาติ ซึ่งได้บรรจุสาระการเรียนรู้แกนกลางตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้กลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมาย จุดเน้น และอัตลักษณ์ ครบถ้วนสมบูรณ์ สมควรนำไปเป็นแนวทางการพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้บรรลุตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 และเป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook) ส่วนวิชาการและมาตรฐานการศึกษาท้องถิ่น ร่วมกับสำนักประสานและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงได้ดำเนินการจัด ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาและทบทวนหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ซึ่งในวันนี้ มีการบรรยายพิเศษ เรื่อง การปลูกฝัง คุณธรรม จริยธรรม และการดำเนินชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดย ม.ล. ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวว่า ข้าราชการควรร่วมกันจรรโลงรักษา ระเบียบวินัยอันดีงามของผู้เป็นข้าราชการ ด้วยการน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย ที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” อันนับเป็นสวัสดิมงคลและพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ อันแผ่ไพศาลที่ปกปักรักษาประชาชนชาวไทยมาโดยตลอดรัชสมัยอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อนำสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีความหวังร่วมกันว่าระบบทางการบริหารภาครัฐและการเมืองการปกครองจะก้าวเดินหน้าสู่สถานการณ์แห่งการเสริมสร้างจริยธรรมประเทศไทย เพื่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยสืบไป




ข่าวโดย : ไผท สุวรรณเสวตร/พรไพลิน นุชเครือ
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่จัดงานวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2557

จังหวัดเชียงใหม่จัดงานวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2557 เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เชิดชูเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบเท่าทุกวันนี้

วันนี้ (25 เมษายน 2557) เวลา 09.00 น. ที่บริเวณพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรภาคเอกชน คณะบุคคลและกลุ่มประชาชน ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และอ่านประกาศพระราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พระเกียรติคุณพระองค์ท่านที่ทรงปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว สร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย ด้วยพระบรมเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ ทำให้อริราชศัตรูเกิดความยำเกรงในอำนาจ ส่งผลให้แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขว่างจากการศึกสงคราม เป็นเวลาถึง 100 ปีเศษ

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชหรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 2 มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จ พระศรีสุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2098 ที่พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก โดยมีพระเชษฐภคินี คือพระสุพรรณกัลยา และพระอนุชา คือ สมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) และทรงเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2133 โดยทรงครองสิริราชสมบัติ 15 ปี จึงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2148 รวมพระชนมพรรษา 50 พรรษา



ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557

คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูน จัดสัมมนาเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่าย


คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูน จัดสัมมนาเครือข่ายภาคประชาชนของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่าย และส่งเสริมหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ปฏิบัติงานโดยยึดหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

เช้าวันนี้ ( 25 เมษายน 2557 ) ที่โรงแรมลำพูนวิล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับจังหวัดลำพูน และคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูน จัดสัมมนาเครือข่ายภาคประชาชนของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูน ประจำปี พ.ศ.2557 โดยมีนายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูนซึ่งมีภาระกิจในการสอดส่องการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ประการสำคัญ ให้ยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน เพื่อให้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงได้ขอความร่วมมือให้ภาคประชาชนผู้มีจิตอาสา เสียสละ เข้ามาเป็นเครือข่ายภาคประชาชนของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูน เพื่อช่วยสอดส่องการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

การจัดสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เครือข่ายภาคประชาชนของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูน จากอำเภอต่างๆจำนวน 100 คน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท อำนาจหน้าที่และแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อจะได้ช่วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดลำพูนในการสอดส่องการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ ให้ยึดหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนสืบไป



ข่าวโดย : นศ.ฝึกประสบการณ์ นางสาวรุจิรา เสนานุช
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

จ.ลำพูน สรุปผลการดำเนินการงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกากาลสงกรานต์


ตามที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดลำพูนได้มีคำสั่งที่ 478/2557 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2557 ให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน 2557 เป็นระยะเวลา 7 วัน

จากการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 ได้ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางดังกล่าว ซึ่งผลการดำเนินงานพบว่า จังหวัดลำพูนมีจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น 44 ครั้ง จำนวนผู้บาดเจ็บ 46 ราย แยกเป็นชาย 35 ราย หญิง 11 ราย และจำนวนผู้เสียชีวิต 4 ราย แยกเป็นชาย 3 รายหญิง 1 ราย



ข่าวโดย : นศ.ฝึกประสบการณ์ นางสาวรุจิรา เสนานุช
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน