วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดเชียงใหม่ จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557


ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ (10 พ.ค.57) เวลา 13.30 น. ที่พุทธสถาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 โดยมีพระเทพโกศล เจ้าคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่และพระเถรานุเถระ นายกพุทธสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ นายกยุวพุทธิกสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ ประธานกลุ่มหนุ่มสาวจังหวัดเชียงใหม่ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขาบูชา ประจำปี 2557 โดยมีการจัดนิทรรศการของศูนย์กองทุนเผยแผ่พระพุทธศาสนา การแสดงปาฐกถา เรื่อง ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะพินาศ พิธีมอบเกียรติบัตรแก่สถานศึกษาและครูผู้สอนที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา นายวิเชียร พุฒิวิญญูผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในปีพุทธศักราช 2557 เป็นปีที่ชาวไทยทุกคน ได้ร่วมกันจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา ทั่วทั้งประเทศโดยเฉพาะ ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมหลายแห่งขึ้น ซึ่งที่พุทธสถานเชียงใหม่ แห่งนี้ เป็นจุดหนึ่งที่พุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมขึ้น เพื่อเป็นการแสดงออก ซึ่งพลังความสามัคคี ในการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบต่อไป

รวมทั้งส่งเสริมให้ ประชาชน เยาวชน นักเรียน นักศึกษา มีจิตสำนึก ในการปฏิบัติกิจกรรมอันเป็นกุศล เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายบพิตร วิทยาวิโรจน์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขาบูชา ประจำปี 2557 ของจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 10 – 13 พฤษภาคม 2557 โดยจะมีกิจกรรมสำคัญ คือ ในช่วงค่ำของวันก่อนวันวิสาขบูชา 1 วัน คือ วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 จะมีการเดินขบวนแห่โคมไฟวิสาขบูชา ตั้งแต่พุทธสถานไปยังวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ซึ่งจะประกอบด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าทุกส่วนราชการ ครู นักเรียน กลุ่มชาวต่างประเทศ และคณะศรัทธาจากชุมชนและวัดต่างๆ กว่า 1,000 คน ร่วมขบวน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมไว้สาป๋าระมี เตียวขึ้นดอยสุเทพ เริ่มต้น ณ ลานครูบาศรีวิชัย ในเวลา 19.00 น. นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ยังได้ขอความร่วมมือพุทธศาสนิกชน ผู้ประกอบการ งดเว้นการฆ่าสัตว์และอบายมุขทั้งปวง และขอให้สถานบริการและสถานบันเทิงหยุดกิจการในวันวิสาขบูชา 1 วัน โดยพุทธศาสนิกชนสามรถร่วมทำบุญตักบาตร สมาทาศีล ประกอบพิธีฟังเทศน์และเวียนเทียน ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2557 ณ วัดที่จังหวัดเชียงใหม่กำหนด คือวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และวัดศรีโสดาพระอารามหลวง หรือวัดใกล้บ้าน



ข่าวโดย : ไผท สุวรรณเสวตร
    หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

สำนักงานขนส่งจังหวัดพะเยา ออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ให้บริการประชาชนต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ในวันหยุดราชการ

นายวิโรจน์ วิริยะจันทร์ ขนส่งจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดพะเยา จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ไปให้บริการรับชำระภาษีรถประจำปีตามกฎหมายว่าด้วยรถ ในวันหยุดราชการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งได้กำหนดออกให้บริการในท้องที่จังหวัดพะเยา ณ ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ระหว่างเวลา 10.00 -17.00 น. โดยผู้ชำระภาษีต้องนำใบคู่มือจดทะเบียนรถ เอกสารการประกันภัยตามกฎหมายคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพเอกชน (ตรอ.) ในกรณีที่รถยนต์มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ให้นำไปเป็นหลักฐานด้วย

ทั้งนี้เจ้าของรถสามารถใช้บริการเกี่ยวกับการแจ้งไม่ใช้รถ , แจ้งขอเปลี่ยนชื่อ , เปลี่ยนที่อยู่ของเจ้าของรถ , การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ , การขอชำระภาษีรถประจำปี , และการรับชำระภาษีรถที่ถูกระงับทะเบียน พร้อมทั้งให้นำเอกสารหลักฐานประกอบคำขอใบคู่มือจดทะเบียนรถมาแสดงด้วย ได้แก่ ใบคู่มือจดทะเบียนรถ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (กรณีเปลี่ยนแปลงชื่อ – สกุล) สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีเปลี่ยนชื่อ – สกุล) และแผ่นป้ายทะเบียนรถ (กรณีแจ้งไม่ใช้รถตลอดไปหรือรถทะเบียนระงับ) ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนติดต่อขอใช้บริการ ในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ฝ่ายทะเบียนรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดพะเยา โทร.054 - 481600



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

บรรยากาศงานประเพณีแปดเป็ง ไหว้สาพระเจ้าตนหลวง เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ที่วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยาคึกคัก มีประชาชนเดินทางมาร่วมทำบุญกันอย่างไม่ขาดสายในแต่ละวัน


ที่วัดศรีโคมคำหรือวัดพระเจ้าตนหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ต่างคราคร่ำไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยวและประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งในจังหวัดและจากจังหวัดใกล้เคียงที่ต่างเดินทางมาเข้าร่วมงานประเพณีแปดเป็ง ไหว้สาพระเจ้าตนหลวง เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 เพื่อร่วมแสดงพลังแห่งความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และองค์พระเจ้าตนหลวงพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพะเยา รวมทั้งเป็นการร่วมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 - 13 พฤษภาคม 2557

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมไหว้สาองค์พระเจ้าตนหลวง การทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรม การปฏิบัติธรรม การประกวดครัวตาน กาดหมั่วครัวเมือง นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงแสง สี เสียง มหรสพ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของพระเจ้าตนหลวง การจัดนิทรรศการ และการจำหน่ายสินค้าต่างๆ มากมายโดยพุทธศาสนิกชนตลอดจนผู้ที่สนใจยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้ รวมทั้งเที่ยวชมบรรยากาศงานวัดในช่วงเย็นได้เป็นประจำทุกวันตลอดช่วงการจัดงาน



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

ชมรมถ่ายภาพนครลำปาง จัดกิจกรรมแสดงนิทรรศการภาพถ่าย นำเสนอผลงานภาพ บอกเล่าเรื่องราวเมืองรถม้า ส่งเสริมการท่องเที่ยว


ชมรมถ่ายภาพนครลำปาง ร่วมกับ หอศิลป์ลำปาง จัดกิจกรรมการแสดงนิทรรศการภาพถ่าย นำเสนอผลงานภาพแหล่งท่องเที่ยว บอกเล่าเรื่องราวของจังหวัดลำปาง "นครแห่งความสุข" ที่ อาคารหอศิลป์ลำปาง ศูนย์การเรียนรู้ปัทมะเสวี (กาดกองต้า) ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีนายสุริยา พลละคร ประธานชมรมถ่ายภาพนครลำปาง เป็นตัวแทน นำภาพถ่ายของสมาชิกชมรม และจากผู้ที่รักการถ่ายภาพ ซึ่งล้วนเป็นภาพถ่าย จากสถานที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ของจังหวัดลำปาง ทั้งแหล่งเที่ยวตามธรรมชาติ แหล่งโบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรม วัดวาอาราม วิถีชีวิตของชาวเมืองรถม้า รวมถึงภาพถ่ายจากงานกิจกรรมประเพณีต่างๆ ที่มีความสวยงาม และน่าสนใจ รวมมากกว่า 100 ภาพ มาจัดแสดงให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม

การจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมและเผยแพร่สถานที่แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม ของจังหวัดลำปาง ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ประชาชน และนักท่องเที่ยว อีกทั้งเพื่อเป็นการร่วมสะท้อนในวิถีชีวิตธรรมชาติของคน ที่ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณธรรม ประกอบสัมมาอาชีพ เพื่อประโยชน์สุขแก่ตนเองและส่วนรวม ตลอดจนเพื่อร่วมสะท้อนภาพของสัตว์ ที่มีชีวิตอยู่ตามแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม ได้ออกสู่สายตาแก่สาธารณชน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ได้รับรู้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของธรรมชาติ และพร้อมที่จะหันมาช่วยกันอนุรักษ์ รักษาสิ่งดีๆ อันทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่กับนครลำปางสืบไป

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ นายสุริยา พลละคร ประธานชมรมถ่ายภาพนครลำปาง ได้เผยว่า กิจกรรมแสดงภาพถ่ายดังกล่าว จะมีไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2557 นี้ ในทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 22.00 น. ซึ่งในแต่ละอาทิตย์ การแสดงนิทรรศการภาพถ่าย ภาพจะเปลี่ยนไปตามคอนเซ็ป ที่ทางชมรมฯ ได้กำหนดไว้ เพื่อไม่ให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมรู้สึกเบื่อหน่าย นอกจากนี้ในแต่ละอาทิตย์ ทางชมรมฯ ยังจะได้จัดกิจกรรมพิเศษ เป็นกิจกรรมการมีส่วนร่วม ระหว่างชมรมถ่ายภาพนครลำปาง กับประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวชมภาพ โดยทางชมรมฯ จะนำผู้ที่เข้าร่วมชมนิทรรศการ ไปถ่ายภาพวิถีชีวิต ของชุมชนถนนคนเดิน กาดกองต้า เพื่อถ่ายทอดทักษะการถ่ายภาพ รวมทั้งจะได้ให้คำแนะนำการใช้งานกล้องถ่ายภาพ และการปรับแต่งกล้อง ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานในลักษณะต่างๆ พร้อมกับการฝึกปฏิบัติจริง โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น


ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

ตำรวจลำปาง แถลงผลการจับกุมยาเสพติด ที่อำเภอแม่พริก ได้ตัวผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด


พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย นายสุรพล สัตยารักษ์ปลัดจังหวัดลำปาง พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง และ พ.ต.อ.มรกต ไศละบาท รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ร่วมกันนำตัว นายสมเดช จันทร์ชุม อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ออกแถลงข่าวผลการจับกุมต่อสื่อมวลชน ที่ บริเวณด่านตรวจค้นยาเสพติด สถานีตำรวจภูธรแม่พริก ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ซึ่งผลการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 500,000 เม็ด

สำหรับการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายว่า ได้มีการลักลอบขนยาเสพติดให้โทษมาตามเส้นทางถนนผ่านจังหวัดลำปาง มุ่งหน้าไปยังกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำด่านตรวจสบปราบ จึงได้มีการตั้งจุดตรวจสกัด และได้พบรถยนต์ต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้ง เป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ญภ-2962 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมาตามถนนพหลโยธินขาล่อง จากอำเภอเถิน มุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่พริก เจ้าหน้าที่ฯ จึงให้สัญญาณหยุดรถ โดยผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวได้ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนให้ ระบุชื่อ นายสมเดช จันทร์ชุม อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ที่1 ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้สั่งให้นายสมเดชฯ นำรถไปจอดบริเวณหน้าจุดตรวจ เพื่อจะขอทำการตรวจค้น แต่ปรากฏว่านายสมเดชฯ ได้ขับรถยนต์หลบหนีออกจากจุดตรวจไปทางทิศใต้ ก่อนจะไปหยุดรถห่างจากด่านตรวจประมาณ 1 กิโลเมตร ในเขตบ้านแม่ตั๋ง หมู่ที่3 ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก และได้ลงจากรถวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าข้างทางฝั่งตะวันออก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่ติดตามและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ จึงนำตัวมายังรถเพื่อทำการตรวจค้น

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพบของกลางยาบ้า จำนวน 250 มัด รวมประมาณ 500,000 เม็ด ซุกซ่อนรวมกันอยู่ที่ช่องเก็บของท้ายรถ จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำการสอบสวน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปรับของกลางยาบ้า มาจากผู้ว่าจ้าง (ไม่ทราบเป็นใคร) ที่บริเวณด่านท่าขี้เหล็ก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในราคาค่าจ้าง 600,000 บาท และได้ขับรถยนต์บรรทุกยาบ้าของกลาง ออกมาจาก อ.แม่สาย เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วิ่งมาตามถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าไปยังกรุงเทพมหานคร และเมื่อหากไปถึงกรุงเทพฯ ก็จะมีคนมารับช่วงต่อ นำยาไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.สมุทรปราการ สำหรับการลักลอบขนยาบ้า ผู้ต้องหาได้ให้การเพิ่มเติมว่า เคยทำสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่ง และในครั้งนั้นได้รับเงินค่าจ้างเป็นเงินจำนวนถึง 500,000 บาท ส่วนในครั้งนี้ผู้ว่าจ้าง ได้เพิ่มค่าจ้างให้อีก 100,000 บาท ตนเห็นว่าราคาค่าจ้างเป็นที่น่าจูงใจ จึงได้ตัดสินใจทำอีกครั้ง แต่ก็ไปไม่รอดมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้เสียก่อน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการยึดของกลางดังกล่าวไว้ และได้ตั้งข้อหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า หรือ เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ขณะขับขี่รถโดยผิดกฎหมาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้นำตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดี พร้อมทำการขยายผลสืบหาขบวนการค้ายาเสพติด เพื่อจะดำเนินการกวาดล้างและจับกุมต่อไป.



ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

เหล่ากาชาด จ.ลำปาง เป็นเจ้าภาพ จัดการประชุม เหล่ากาชาดจังหวัดภาค 10 ครั้งที่ 2 ประจำปี 2557


จังหวัดลำปาง โดย เหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม "เหล่ากาชาดจังหวัดภาค10 ครั้งที่ 2 ประจำปี 2557" ที่ หอประชุมอเนกประสงค์ อาคารผู้ปฏิบัติงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ.แม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมีนางอินทิรา สุภาแสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง เป็นตัวแทนของจังหวัดลำปาง ในนามเจ้าภาพจัดการประชุม นำคณะผู้บริหาร และมวลสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 10 ทั้ง 6 จังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมจำนวนเกือบ 800 คน เข้าร่วมประชุม เพื่อพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน

ทั้งนี้ การประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 10 ได้จัดขึ้นตามระเบียบข้อบังคับของ สภากาชาดไทย ที่กำหนดให้เหล่ากาชาดจังหวัดในแต่ละภาค ต้องมีการประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ภายในภาคไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อปี ซึ่งในส่วนของการประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 10 มีสมาชิกทั้งหมด 6 จังหวัด ได้แก่ เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน พะเยา เชียงราย แม่ฮ่องสอน และลำปาง โดยการประชุมมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเสนอผลการปฏิบัติงานตามโครงการต่างๆ พร้อมสรุปและรายงานผลการดำเนินงาน ของเหล่ากาชาดแต่ละจังหวัด ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2556 ถึง เดือนมีนาคม 2557 เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรียนรู้ประสบการณ์จากการทำงานจริง พร้อมทบทวนการปฏิบัติงานตามโครงการต่างๆ ของเหล่ากาชาดจังหวัด เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้เหล่ากาชาดทุกจังหวัด ได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อให้คณะกรรมการ และสมาชิกเหล่ากาชาด ได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์เป็นการส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคี ระหว่างมวลสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด และกิ่งกาชาดอำเภอทุกแห่ง อันเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี เพื่อการประสานประโยชน์ให้กับงานของ สภากาชาดไทยต่อไป

สำหรับการประชุมครั้งนี้ นอกจากการนำเสนอผลงานของเหล่ากาชาดในแต่ละจังหวัดแล้ว เหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง ยังได้จัดให้มีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิเช่น กิจกรรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้แก่เหล่ามวลสมาชิกเหล่ากาชาด ในเรื่องของการดูแลสุขภาพและอนามัยที่ถูกต้อง เพื่อให้สมาชิกเหล่ากาชาด ได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ทั้งแก่ตนเอง และในการปฏิบัติงาน ซึ่งในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ศิริชัย ภัทรนุธาพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง มาบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “อยู่อย่างสง่ากับสุขภาพที่ดีของชีวิต” และการจัดกิจกรรมบันเทิง การแสดงบทประพันธ์ละครเพลง จากคณะศิลปินชื่อดังของจังหวัดลำปาง “โรงละคร ณ หนา” ในเรื่อง “ร่ายวิถีเหล่ากาชาด” เป็นต้น

ดูคลิป http://youtu.be/WMNMArJOgZc


ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

เกษตรลำพูนทบทวนรายงานข้อมูลพื้นฐานการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอ สร้างความเข้าใจการบันทึกข้อมูลแบบจัดเก็บฐานข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ปี 2557

ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมสวย ปัญญาสิทธิ์ เกษตรจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุมทบทวนปรับปรุงการรายงานข้อมูลพื้นฐานการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอ ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน เพื่อสร้างความเข้าใจในการบันทึกข้อมูลแบบจัดเก็บฐานข้อมูลเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ปี 2557 โดยมีนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร และเจ้าพนักงานธุรการ ทุกอำเภอเข้าร่วมประชุม รวม 20 คน



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525565
หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

จ.ลำพูน เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา วันที่ 13 พฤษภาคมนี้


จ.ลำพูน เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา น้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 13 พฤษภาคม 2557

นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า จังหวัดลำพูนจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2557 เพื่อให้ทุกส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนได้แสดงความสักการะน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจัดให้มีการประดับธงชาติ ธงเสมาธรรมจักร และประทีปโคมไฟ งดเว้นสิ่งเสพติดและอบายมุขทั้งปวง ฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา แผ่เมตตา และในวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 ภาคเช้าเวลา 07.00 น. มีพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุ สามเณร จำนวน 87 รูป ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ส่วนในภาคค่ำ เวลา 19.00 น. พระภิกษุ สามเณร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ ศรัทธาประชาชน ร่วมขบวนแห่โคมวิสาขะ โดยเทศบาลเมืองลำพูน ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูน 17 ชุมชน พุทธสมาคมจังหวัดลำพูน เริ่มต้นขบวนจากบริเวณประตูช้างสี หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เคลื่อนขบวนไปตามถนนอินทยงยศ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนวังขวา ถนนรอบเมืองใน เข้าสู่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จากนั้น เวลา 19.30 น. ณ หลังพระวิหารหลวง ประธานสงฆ์กล่าวคำบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชา เวียนเทียนรอบองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย 3 รอบ และในพระวิหารหลวง มีการประกอบพิธีทางพุทธศาสนา พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา เนื่องในวันวิสาขบูชา 1 กัณฑ์ เจริญสมาธิภาวนา จังหวัดลำพูน ขอเชิญส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา องค์กรภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรมเนื่องในวันวิสาขบูชา วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร หรือวัดใกล้บ้าน โดยแต่งกายชุดขาวปฏิบัติธรรม

วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา และถือเป็นวันมหัศจรรย์ของชาวพุทธ เพราะเกิดเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าขึ้นถึง 3 เหตุการณ์ คือ 1.เป็นวันประสูติ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน เมื่อวันเพ็ญเดือน 6 ตรงกับวันศุกร์ขึ้น 15 ค่ำ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี พระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ครั้นพระกุมารประสูติได้ 5 วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" 2.เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ อนุตตรสัมโพธิญาณ ณ ร่มต้นอัสสัตถพฤกษ์ หรือต้นพระศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา พระมหาบุรุษได้ทรงบรรลุสัพพัญญุตญาณ และ 3.เป็นวันปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนพุทธศักราช 1 ปี ณ ป่าสาลวัน เมืองกุสินารา คำว่า วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า วิสาขปูรณมีบูชา การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ และที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ ยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลนานาชาติ (International Day) หรือวันสำคัญของโลก ตามคำประกาศของที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 54 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2542 ปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525565
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

เทศบาลตำบลมะเขือแจ้ จัดพิธี ตักน้ำทิพย์จากดอยขะม้อ เพื่ออัญเชิญร่วมพิธีสรงน้ำ พระบรมธาตุหริภุญชัย ประจำปี 2557


เทศบาลตำบลมะเขือแจ้ จัดพิธี ตักน้ำทิพย์จากดอยขะม้อ เพื่ออัญเชิญร่วมพิธีสรงน้ำ พระบรมธาตุหริภุญชัย ประจำปี 2557 ในวัน อังคาร ที่ 13 พฤษภาคม นี้

ที่ วัดผาลาด ต.มะเขือแจ้ อ.เมือง จ.ลำพูน มีพิธีตักน้ำทิพย์จากดอยขะม้อ เพื่ออัญเชิญน้ำทิพย์ร่วมพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย โดยมี นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานในพิธี

นายวัฒนา จันทนุปาน นายกเทศมนตรีตำบลมะเขือแจ้ กล่าวว่า น้ำทิพย์ดอยขะม้อ เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใช้ประกอบพิธีสำคัญต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล สืบต่อเนื่องมาตั้งแต่โบราณกาล พิธีการตักน้ำทิพย์จากดอยขะม้อตามธรรมเนียมพื้นเมือง จะตักในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ก่อนวันสรงน้ำองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย 3 วัน โดยนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป ขึ้นไปเจริญพระพุทธมนต์ บนยอดดอยขะม้อ และช่วงค่ำที่ผ่านมา มีพิธีบวชพราหมณ์ จำนวน 4 ตน โดยนอนค้างคืน 1 คืน และประมาณ เวลา 05.00 น. ของเช้าวันนี้ พราหมณ์ ทั้ง 4 ตน ลงตักน้ำทิพย์ใส่หม้อน้ำทิพย์ลงมาสมโภช เป็นเวลา 3 วัน ก่อน ที่จะอัญเชิญ ขึ้นสรงองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย พร้อมกับน้ำสรงพระราชทาน ใน วันที่ 13 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้


ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน

เทศบาลตำบลป่าซาง จัดโครงการป่าซางน่าอยู่ เปิดประตูสู่อาเซียน สร้างเครือข่ายอาสาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เตรียมความพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน


นายสุพจน์ ปันสุรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า ปัจจุบันประชาคมอาเซียน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและมีผลต่อพลวัตทางสังคมในทุกภาคส่วน ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาล และพัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาทุกภาษา โดยเฉพาะภาษาเศรษฐกิจ ภาษาการอาชีพ ที่สำคัญคือการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ขณะเดียวกันก็สามารถพัฒนาตนเองสู่ความเป็นเลิศและสู่สากล เทศบาลตำบลป่าซางจึงจัดโครงการป่าซางน่าอยู่ เปิดประตูสู่อาเซียนขึ้น ระหว่างวันที่ 7 พฤษภาคม – 13 มิถุนายน 2557 เพื่อสร้างอาสาอาเซียน และเตรียมความพร้อมให้อาสาอาเซียนได้รับความรู้ความเข้าใจและสามารถต่อยอด ถ่ายทอด เผยแพร่ความรู้ที่ได้รับสู่ประชาชนต่อไป โดยเทศบาลตำบลป่าซางได้เปิดโครงการป่าซางน่าอยู่ เปิดประตูสู่อาเซียน แล้ว เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 เวลา 08.30 น. ณ เทศบาลตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

กิจกรรมที่จะดำเนินการต่อไป คือการจัดอบรมให้ความรู้แก่อาสาอาเซียน เพื่อสร้างความเข้าใจในด้านต่างๆ อาทิ บทบาทการดำเนินงานของภาครัฐในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ข้อมูลพื้นฐานต้นกำเนิด อัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม ภาษาและศาสนา แหล่งท่องเที่ยว ของหมู่บ้าน/ท้องถิ่น ข้อมูลพื้นฐานของประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน ศิลปวัฒนธรรม ภาษาและศาสนา ความรู้ในการสื่อสารภาษาต่างประเทศ ตลอดจนวิถีทางเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตในสังคมเมื่อเราก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัว ระหว่างวันที่ 12 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน 2557 เวลา 15.00 – 17.00 น. ณ เทศบาลตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ทั้งนี้ เครือข่ายอาสาอาเซียนที่ผ่านการอบรมจะนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดแก่ประชาชนในหมู่บ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525565
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

เทศบาลเมืองลำพูน เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตร เวียนเทียน น้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวันวิสาขบูชา


เทศบาลเมืองลำพูนเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตร เวียนเทียน น้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวันวิสาขบูชา พร้อมขอความร่วมมือสถานบริการ ร้านอาหาร งดจำหน่ายสุรา

นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน เปิดเผยว่า วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 ตรงกับวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือวันวิสาขบูชา ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้ประกาศเมื่อปี 2542 ให้เป็นวันสำคัญของโลก เทศบาลเมืองลำพูน ร่วมกับโรงเรียนในสังกัดเทศบาลและชุมชนในเขตเทศบาล ทั้ง 17 ชุมชน องค์กรภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เดินขบวนแห่โคมวิสาขะและเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชา วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี รวมทั้งให้พุทธศาสนิกชนร่วมกันประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา งดเว้นอบายมุขทั้งปวง และมุ่งปฏิบัติธรรมบำเพ็ญทาน รักษาศีลให้ครบถ้วน เป็นการน้อมรำลึกถึงพระพุทธคุณอันประเสริฐสุด อีกทั้ง เป็นการสืบทอดจารีตประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ต่อไป สำหรับจุดตั้งขบวนแห่โคมวิสาขะในปีนี้อยู่ที่บริเวณด้านหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รูปแบบขบวนประกอบด้วย ขบวนของพระภิกษุสงฆ์ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล พนักงานครู ลูกจ้าง และพนักงานจ้าง ประชาชนในเขตเทศบาล ทั้ง 17 ชุมชน องค์กรภาครัฐและเอกชน พร้อมด้วยขบวนโคมวิสาขะที่ตกแต่งอย่างสวยงาม จะเริ่มเคลื่อนขบวนในเวลา 19.00 น. จากด้านหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ไปตามถนนอินทยงยศ ถึงแยกร้านทองเยาวราชเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนวังขวา เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนรอบเมืองในและสิ้นสุดขบวนที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เพื่อประกอบพิธีเวียนเทียน และฟังเทศน์ ถือเป็นเสร็จพิธี

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองลำพูนขอความร่วมมือสถานบริการ ร้านอาหาร สถานบันเทิงต่างๆ งดจำหน่ายสุราในวันดังกล่าว และเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตร รักษาศีล ฟังธรรม สวดมนต์ เจริญสมาธิ เวียนเทียน เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525565
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

ทต.อุโมงค์ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำความดี รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก ประจำปี 2557 วันที่ 12 พฤษภาคมนี้

นายขยัน วิพรหมชัย นายกเทศมนตรีตำบลอุโมงค์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีความเชื่อในเรื่องของบาปบุญคุณโทษ ทำให้ในวันสำคัญต่างๆ ทางพุทธศาสนา พุทธศาสนิกชนจะไปร่วมประกอบพิธีทางศาสนา โดยการปฏิบัติธรรม ทำบุญตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิภาวนา และเวียนเทียน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งทางพุทธศาสนา คำว่า วิสาขบูชา มีความหมายว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ ซึ่งตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือราวเดือนพฤษภาคม แต่หากตรงกับปีอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองหน วันวิสาขบูชาจะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 หรือราวเดือนมิถุนายน ความสำคัญของวันวิสาขบูชา คือ เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระศาสดาของศาสนาพุทธ ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นวันสำคัญสากลโลก เทศบาลตำบลอุโมงค์เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และมีภารกิจในการส่งเสริมศีลธรรมและจริยธรรมอันเป็นคุณสมบัติพึงประสงค์ของประชาชนไทยในปัจจุบัน มีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ที่อยู่ในเขตเทศบาล จึงกำหนดให้มีการจัดงานตามโครงการ วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก ประจำปี 2557 ขึ้น ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ณ บริเวณลานปิงห่างศูนย์วัฒนธรรมตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทำความดีในวันวิสาขบูชา เช่น ทำบุญตักบาตร รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา เพื่อให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้ทราบถึงความสำคัญและประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญสากลโลก เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ร่วมส่งเสริมและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามให้เป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมตลอดไป

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. พระภิกษุ สามเณร คณะศรัทธา ประชาชน นักเรียน นักศึกษา คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลอุโมงค์ พนักงานเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลอุโมงค์ทุกคน จัดตกแต่งรถขบวนพระพุทธรูป และขบวนแห่โคมวิสาขบูชา จุดเริ่มต้นขบวนบริเวณหน้าโรงเรียนเชตวันหนองหมู เคลื่อนขบวนไปตามถนนเชียงใหม่–ลำพูน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนริมปิง–ป่าเห็ว ถึงบริเวณลานปิงห่างศูนย์วัฒนธรรมตำบลอุโมงค์ ประกอบพิธีทางศาสนา ฟังพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประกอบพิธีเวียนเทียน เทศบาลตำบลอุโมงค์ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและประชาชนทั่วไปร่วมทำความดี รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก ประจำปี 2557 ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ณ บริเวณลานปิงห่างศูนย์วัฒนธรรมตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525565
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

พสกนิกรชาวตำบลอุโมงค์แสดงพลังสร้างจิตสำนึกเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่ามกลางความขัดแย้งของคนในชาติที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน


นายขยัน วิพรหมชัย นายกเทศมนตรีตำบลอุโมงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันสภาพสังคมไทยตกอยู่ในภาวะวิกฤตด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ซึ่งภายใต้วิกฤตดังกล่าว ได้พัฒนาและขยายความรุนแรงจนก่อให้เกิดปัญหาอย่างมากมายในสังคมไทย เช่น ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติที่มีความคิดเห็นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยไม่ตรงกัน ปัญหาการก่อการร้าย ปัญหายาเสพติด และปัญหาความยากจน เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น หากไม่เร่งป้องกันและแก้ไข อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศชาติจะเกิดความมั่นคงขึ้นนั้น มิได้ขึ้นอยู่กับการปกป้องอธิปไตยของอาณาเขตหรือดินแดนเพียงอย่างเดียว หากแต่ความมั่นคงของชาติจะต้องเกิดขึ้นจากการบ่มเพาะภายในจิตใจของคนในชาติ ให้มีความรัก ความสามัคคี และความภูมิใจในชนชาติ ศาสน์ กษัตริย์ของตนเอง สำหรับประเทศไทยแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ก็ไม่สามารถทำให้พระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์ไทยที่จะทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนมีความสุข อยู่ดีกินดี เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นได้ พระราชกรณียกิจที่แต่ละพระองค์และพระบรมราชินีในแต่ละรัชกาลทรงบำเพ็ญนั้น ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชนชาวไทยอย่างยิ่ง เพราะล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ จนกลายเป็นความเจริญรุ่งเรืองสืบมา ตลอดจนทำให้ประเทศไทยสามารถดำรงความเป็นเอกราช ให้ลูกหลานไทยได้ภาคภูมิใจจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการทั้งปวง เพื่อเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

เทศบาลตำบลอุโมงค์ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ประชาชน เห็นควรเสริมสร้างแนวคิดพื้นฐานที่ถูกต้องตามแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยไม่ควรนำสถาบันพระมหากษัตริย์มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง จึงใช้โอกาสในวันสำคัญ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2557 ซึ่งตรงกับวันฉัตรมงคล ประจำปี 2557 จัดทำโครงการสร้างจิตสำนึกและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จัดกิจกรรมลงนามถวายพระพร เดินขบวนแสดงพลังสร้างจิตสำนึกเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ กล่าวคำปฏิญาณคนตำบลอุโมงค์จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีมหาราชา เพลงภูมิแผ่นดิน นวมินทรมหาราชา ณ ลานเวทีกลางน้ำสวนสาธารณะปิงห่าง ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญของวันฉัตรมงคล เป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ พร้อมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลอุโมงค์ ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ อันหาที่สุดมิได้ เกิดความเคารพรักเทิดทูนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์มิให้ผู้ใดล่วงละเมิด ตลอดจนน้อมนำกระแสพระราชดำรัสไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้อยู่ดีมีสุขตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นพลังมวลชนที่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาต่างๆ ของชาติ ด้วยการรณรงค์สร้างจิตสำนึกและผนึกพลังของคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยการน้อมนำพระราชดำริ และแนวพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เป็นที่พึ่ง รวมทั้งการยึดถือพระราชปณิธานของพระองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตน และสร้างประโยชน์สุขของประชาชนและส่วนรวม สร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย




ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525565
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดเชียงราย เร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว

ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแผ่นดินไหว จังหวัดเชียงราย สรุปสถานการณ์ความเสียหาย เร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ

วันนี้ (10 พ.ค. 57) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการแถลงข่าวสถานการณ์ความเสียหาย หลังเกิดแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 และ เกิดเหตุ Aftershock ตามมาอีกเป็นระยะ กว่า 459 ครั้ง โดยเมื่อวานนี้ (9 พ.ค.2557) ในขณะที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ กำลังมอบเครื่องอุปโภค บริโภคพระราชทานแก่ราษฎร ณ โรงเรียนบ้านห้วยส้าน ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นแรงสั่นสะเทือน ประมาณ 4.1 ริเตอร์ สร้างความฮือฮาให้กับผู้ร่วมงานกว่า 500 คน

นายประจญ ปรัชญ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียด พร้อมหน่วยงานทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่ลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน สรุปพื้นที่ประสบภัยรวมทั้งสิ้น 7 อำเภอ 50 ตำบล 610 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหายรวม 8,509 หลัง โดยที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง 46 หลัง, ได้รับความเสียหายบางส่วน 8,463 หลัง, วัด 99 แห่ง, โบสตถ์คริสต์ 7 แห่ง, โรงเรียน 46 แห่ง, มหาวิทยาลัย 1 แห่ง, สถานที่ราชการ 33 แห่ง, โรงแรม 1 แห่ง, บริษัทเอกชน 6 แห่ง, สะพาน 4 แห่ง, ถนน 5 สาย, อาคารชุมชน 2 แห่ง, และท่อส่งน้ำประปาหมู่บ้าน 1 แห่ง สำหรับความเดือดร้อนของประชาชน ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในขณะนี้ คือ ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบโครงสร้างอาคารบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ยังกล่าวอีกว่า ในขณะนี้ได้มีทีมวิศวกรโยธา จากวิศวกรรมสถาน ชมรมช่าง และวิศวกรอาสา มาสมทบกับทีมวิศวกรในพื้นที่ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนแล้ว




นันทวรรณ กันคำ
นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ขอให้ผู้ผลิตชุมชนสินค้า OTOP ที่ใบรับรองใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้วติดต่อขอยื่นการรับรองใหม่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ได้ดำเนินงานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP จังหวัดพะเยา ให้ได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ตามโครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งผลที่ได้จากการได้รับมาตรฐาน มผช. จะทำให้สินค้าของกลุ่มผู้ผลิตชุมชนในจังหวัดพะเยาเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการคัดเลือกเป็นสินค้าระดับ 5 ดาว ตามโครงการคัดสรรสุดยอด 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จะมีอายุ 3 ปี ดังนั้นจึงขอให้ผู้ผลิตที่ใบรับรองใกล้หมดอายุหรือหมดอายุแล้วให้ทำการติดต่อขอยื่นการรับรองใหม่ ตลอดจนผู้ผลิตชุมชนสินค้า OTOP ใดที่ผลิตภัณฑ์ของตนเองยังไม่ได้เข้าสู่ระบบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนก็สามารถไปยื่นขอการรับรองได้ ที่ สำนักงาน อุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

สำหรับคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ ต้องเป็นผู้ผลิตในชุมชนหรือจากโครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการอำนวยการ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ.) และสมาชิกของกลุ่มเกษตร กลุ่มสหกรณ์หรือกลุ่มอื่นๆ ตามกฎหมายวิสาหกิจชุมชน เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มอาชีพก้าวหน้า กลุ่มธรรมชาติ เป็นต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือยื่นขอใบรับรองคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ที่ ฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ศาลากลางจังหวัดพะเยา ชั้น 4 โทร. 054 – 449638 ในวันเวลาราชการ



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน คัดเลือกนักกีฬาฟุตบอลในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเป็นตัวแทนในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ภาค 5 ครั้งที่ 43 แพร่เกมส์


บ่ายวันนี้ (10 พฤษภาคม 2557) ว่าที่ร้อยตรีสุรพงษ์ กันสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำคณะกรรมการ ทำการคัดเลือกนักกีฬาฟุตบอลในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่สนามกีฬาโรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีนักกีฬาที่ได้ขึ้นทะเบียนสังกัดสมาคมกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน และมีความสามารถ ทางด้านกีฬาฟุตบอลมาทำการคัดเลือก จำนวน 25 คน

หลังจากนั้นคณะกรรมการจะทำการคัดเลือกให้เหลือเพียง 18 คน เพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ภาค 5 ครั้งที่ 43 แพร่เกมส์ ซึ่งจะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 20-30 มิถุนายน 2557

การคัดเลือกนักกีฬาฟุตบอลดังกล่าว จะมีไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (11 พฤษภาคม 2557 )



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

วัดจองคำพระอารามหลวง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จัดพิธีบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม เนื่องใน วันวิสาขบูชา ประจำปี 2557


เช้าวันนี้ (10 พฤษภาคม 2557) พระครูอนุสรณ์ชัยสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดจองคำพระอารามหลวง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นประธานพิธีบวชเนกขัมมะ ปฏิบัติธรรม เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 โดยมีพุทธศาสนิกชนจำนวน 40 คน ร่วมพิธี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา อีกทั้งเพื่อให้พุทธศาสนิกชน ศึกษาพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พิธีบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมจะมีไปถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2557

ผู้สนใจปฏิบัติธรรม และผู้มีจิตศรัทธาที่จะรับเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหาร และน้ำปานะ แจ้งความประสงค์ ที่วัดจองคำพระอารามหลวง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน หมายเลขโทรศัพท์ 053-611237 ,086-1894945 และ 081-0228949


ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

ทต.มะเขือแจ้ ร่วมสืบสานประเพณีตักน้ำทิพย์ดอยขะม้อ พร้อมเข้าร่วมน้ำสรงพระราชทานในงานประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัย ในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้


นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงานประเพณีตักน้ำทิพย์ดอยขะม้อ ประจำปี 2557 ณ สำนักสงฆ์ผาลาด (ดอยขะม้อ-บ่อน้ำทิพย์) หมู่ที่ 12 ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีโบราณให้คงอยู่สืบไป สำหรับพิธีการตักน้ำทิพย์บนยอดดอย ตามธรรมเนียมพื้นเมือง จะตักวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน ก่อนวันสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย 3 วัน ปีนี้ตรงกับเวลาเช้ามืดของวันที่ 10 พฤษภาคม 2557 พราหมณ์ได้ลงตักน้ำทิพย์ใส่คนโทขึ้นเสลี่ยงแบกหามลงมา และบริเวณลานผาลาดจะมีคณะที่คอยรอรับน้ำทิพย์อยู่เชิงบันไดนาค โดย นายวัฒนา จันทนุปาน นายกเทศมนตรีตำบลมะเขือแจ้ อัญเชิญคนโททองบรรจุน้ำทิพย์มอบให้กับ นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และนายประสิทธิ์ จันทกลาง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง อัญเชิญคนโทเงินบรรจุน้ำทิพย์มอบให้กับ ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสธร นายอำเภอเมืองลำพูน อัญเชิญตั้งประดิษฐานน้ำทิพย์บนโต๊ะหมู่ในพระวิหาร มีผู้สูงอายุ พุทธศาสนิกชนนุ่งขาวห่มขาวตั้งแถวโปรยข้าวตอกดอกไม้ตลอดสองข้างทางเดินระหว่างเข้าสู่พระวิหาร

จากนั้น มีการประกอบพิธีบูชาพระรัตนตรัย บูชาน้ำทิพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เทน้ำทิพย์จากคนโทเงินลงสู่คนโทเซรามิกประดับทอง อัญเชิญขึ้นบุษบก เพื่อประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทั้งนี้ จะมีการประกอบพิธีอบรมสมโภชน้ำทิพย์ดอยขะม้อเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เวลา 20.30 น. ระหว่างวันที่ 10-12 พฤษภาคม 2557 เพื่อให้ศรัทธาประชาชนทั้งหลายได้นำน้ำมาร่วมทำพิธี และในวันที่ 13 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.30 น. ขบวนอัญเชิญน้ำทิพย์เคลื่อนไปที่สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน สมทบกับขบวนแห่น้ำสรงพระราชทาน เพื่อนำไปประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัยต่อไป

ประเพณีตักน้ำทิพย์ดอยขะม้อ เป็นประเพณีมีมาตั้งแต่โบราณ คนโบราณมีความเคารพนับถือในพระบรมธาตุหริภุญชัยเป็นอย่างยิ่ง ปกติคนทั่วไปจะนำน้ำขมิ้นส้มป่อย ทำพิธีสรงน้ำ แต่น้ำที่เป็นน้ำพิเศษและมหัศจรรย์ คือ น้ำที่อยู่บนยอดเขาสูง ได้แก่ ยอดดอยขะม้อ ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน คนโบราณสมัยนั้นคิดว่าเป็นน้ำจากเทวดา ซึ่งจะนำมาสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย ดังนั้น งานประเพณีตักน้ำทิพย์ดอยขะม้อ จึงคู่กับงานสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัยตลอดมา บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อเป็นบ่อน้ำติด 1 ใน 7 ของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะมีการอัญเชิญไปเป็นน้ำพุทธมนต์จัดพิธีมุรธาภิเษกครองราชย์ของพระมหากษัตริย์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ปี 2453 ตลอดมาจนถึงรัชกาลที่ 9 อันเป็นความสำคัญของน้ำทิพย์ดอยขะม้อ ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน




ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525565
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน



จ.ลำพูน เปิดตัวโครงการ แอ่วหละปูน เทิดทูนครูบา ศรัทธาพระเครื่อง หวังส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบท่องเที่ยวเชิงศาสนา


จ.ลำพูน เปิดตัวโครงการ แอ่วหละปูน เทิดทูนครูบา ศรัทธาพระเครื่อง หวังส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบท่องเที่ยวเชิงศาสนา ขณะที่ผู้ว่าฯ ลำพูน เชิญชวนชาวลำพูนร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี สมดังคำกล่าวที่ว่า ยินดียิ่งแล้ว แขกแก้วมาเยือน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ร่วมกับจังหวัดลำพูน องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน สมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ (สสทน.) เปิดตัวโครงการ แอ่วหละปูน เทิดทูนครูบา ศรัทธาพระเครื่อง กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2557 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูนในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงศาสนา โดย นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า เมืองลำพูนเป็นเมืองที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม การจัดโครงการดังกล่าว จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยว เพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยว เป็นการตอกย้ำจุดแข็งความเป็นเมืองที่มีทุนทางวัฒนธรรมและความเข้มแข็งของชุมชนสูง ตลอดจนความเหนียวแน่นเรื่องศรัทธาในพระพุทธศาสนาของเมืองลำพูน โดยนักท่องเที่ยวสามารถรับรู้ประวัติศาสตร์ สักการะบุคคล และศิลปวัตถุมงคล การจัดนิทรรศการศรัทธา รูปจำลองครูบาท่านต่างๆ จากหัววัดในชุมชน เพื่อสืบสายเรื่องราวการเคารพศรัทธาตราบถึงปัจจุบัน เส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่น่าสนใจ ในเส้นทางวัดบ้านปาง อำเภอลี้ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สมบูรณ์งดงาม เช่น อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ในโครงการแอ่วหละปูน เทิดทูนครูบา ศรัทธาพระเครื่อง ได้กำหนดเส้นทางแนะนำ จากวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ไปวัดประตูป่า ชมศิลปะล้านนายุคครูบาธรรมชัย ชมหอไตรล้านนาโบราณอายุกว่า 100 ปี ต่อด้วยวัดบ้านหลุก ผ่านเส้นทางลำน้ำปิงในอดีต ชมพุทธศิลปะสถาปัตย์และงานภูมิปัญญางานช่างไม้ ช่างแกะสลัก งานก่อสร้างสถาปัตยกรรมยุคเจ้าหลวงเมืองลำพูน-เชียงใหม่

นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูนได้ก้าวเข้าสู่ห้วงของการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมอย่างเต็มตัว นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดลำพูนสามารถสัมผัสได้ถึงมนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งอารยธรรมล้านนา โบราณสถาน วัดวาอารามที่สวยงาม ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะท้อนออกมาเป็นงานหัตถกรรมอันเลื่องชื่อ ศรัทธาครูบาและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวจังหวัดลำพูนที่รักษาไว้อย่างเหนียวแน่น จนได้สมญานามว่า ลำพูน เมืองบุญหลวงแห่งล้านนา หรือ 3 ล. ประกอบด้วย ลำพูน ลานบุญ ล้านนา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังจังหวัดลำพูนแต่ละปีเป็นจำนวนมาก รวมถึงอัธยาศัยไมตรีของชาวลำพูนที่นักท่องเที่ยวต่างพากันหลงใหล จึงขอเชิญชวนชาวลำพูนร่วมใจกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีน้ำใจไมตรีต่อผู้มาเยือนให้สมดังคำกล่าวที่ว่า ยินดียิ่งแล้ว แขกแก้วมาเยือน

ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านการท่องเที่ยวติดต่อได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ หรือสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน โทรศัพท์หมายเลข 08-5030-1692 หรือ นายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ โทรศัพท์หมายเลข 08-3564-1118



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 053525565
    หน่วยงาน : สวท.ลำพูน

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หน่วยงานกรมประมง จ.ลำปาง บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 3 ล้านตัว ลงในแหล่งน้ำ ร่วมรณรงค์สงวนพันธุ์สัตว์น้ำจืด ไม่จับสัตว์น้ำในฤดูวางไข่


สำนักงานประมงจังหวัดลำปาง และหน่วยงานในสังกัดกรมประมง ร่วมกับ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลมกิ่วคอหมา และองค์การบริหารส่วนตำบลปงดอน จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ ในงาน "วันคุ้มครองปลาน้ำจืดของไทย วางไข่และเลี้ยงตัววัยอ่อน" ประจำปี 2557 ที่ บริเวณอ่างกักเก็บน้ำโครงการกิ่วคอหมา ตำบลปงดอน อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานพิธีเปิดงาน พร้อมนำคณะผู้บริหาร หน่วยงานองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด-อำเภอ กลุ่มพลังมวลชน และนักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 3 ล้านตัว ลงในอ่างกักเก็บน้ำ ประกอบด้วย พันธุ์ปลาตะเพียน 1 ล้าน 2 แสนตัว, ปลายี่สกไทย 5 แสนตัว, ปลาไน 3 แสนตัว และพันธุ์กุ้งก้ามกราม จำนวน 1 ล้านตัว

กิจกรรมงาน “วันคุ้มครองปลาน้ำจืดของไทย วางไข่และเลี้ยงตัววัยอ่อน” เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมกันแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของกรมชลประทาน และเป็นกิจกรรมหนึ่งในแผนการดำเนินงานตามนโยบาย ของกรมประมง ในการที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ ภายใต้มาตรการการบริหารจัดการทรัพยากรประมง โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมง และประชาชน ได้ตระหนักเห็นคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ เกิดจิตสำนึกหวงแหนในทรัพยากร และร่วมมือกันไม่จับปลาในช่วงฤดูปลาน้ำจืดมีไข่ เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูพันธุ์สัตว์น้ำ ให้มีการขยายแพร่พันธุ์เพิ่มมากขึ้น อันเป็นการเพิ่มศักยภาพทางการผลิตในแหล่งน้ำ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ทำให้เกิดความสมดุลในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ชุมชน ได้มีแหล่งอาหารโปรตีนไว้สำหรับบริโภค ตลอดจนเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ ได้เข้ามามีบทบาทในการบริหาร ดูแล รักษา และดำเนินกิจกรรมในแหล่งน้ำร่วมกัน อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางด้านอาหาร บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นการเพิ่มศักยภาพทางด้านการประมง ที่จะสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ ที่ยั่งยืนให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น

สำหรับจังหวัดลำปาง ได้มีการออกประกาศ กำหนดให้ช่วงตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคม ของทุกปี เป็นช่วงฤดูปลาน้ำจืดมีไข่ ในน่านน้ำจืด ในท้องที่ จ.ลำปาง และกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมง ด้วยเครื่องมือประมง หรือด้วยวิธีการใดๆ ในที่จับสัตว์น้ำจืดในท้องที่ จ.ลำปาง โดยเด็ดขาด ยกเว้นการทำการประมงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ การทำการประมงเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ หรือรวบรวมลูกสัตว์น้ำ หรือสัตว์น้ำวัยอ่อน เพื่อวัตถุประสงค์ในการเพาะเลี้ยง ซึ่งจะต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากอธิบดีกรมประมงก่อน รวมทั้งยกเว้นการทำการประมงด้วยเครื่องมือบางประเภท ได้แก่ เบ็ดทุกชนิด เว้นแต่เบ็ดราว ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ และชนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร แต่ห้ามประดาหน้าพร้อมกันสามเครื่องมือ และยกเว้นรวมถึงเครื่องมือประเภท ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน โปง และโทง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสงวนพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่กำลังมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงลูก ไม่ให้ถูกทำลายเกินสมควร โดยผู้ฝ่าฝืนมีความผิดและโทษตามกฎหมาย ปรับตั้งแต่ 5,000 - 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดูคลิป http://youtu.be/t75P9H85DvI



ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ในท้องที่ จ.ลำปาง น้ำป่าเอ่อล้นทะลัก ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและไร่นาของราษฎร บ้านฮ่องกอก ได้รับความเสียหาย


ในช่วงคืน ของวันที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 ได้เกิดฝนตกหนักในท้องที่ จ.ลำปาง อย่างต่อเนื่องติดต่อกันกว่า 6 ชั่วโมง ส่งผลให้น้ำบริเวณในพื้นที่สูง หลายพื้นที่มีปริมาณมาก เพิ่มขึ้นฉับพลัน และไหลลงสู่พื้นที่ต่ำ จนท่อระบายน้ำในเขตพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน ระบายไม่ทัน เพราะท่อระบายน้ำมีขนาดเล็ก จนทำให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นผิวถนน และไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนแบบไม่ทันตั้งตัว ชาวบ้านต้องช่วยเหลือตัวเองเร่งสูบน้ำออกจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ขณะที่แม่ค้าตื่นแต่เช้า ขับรถจักรยานยนต์จะไปชื้อของที่ตลาดในเมืองมาขาย เจอน้ำที่ไหลผ่านถนน ทำให้ถนนลื่น รถเกิดเสียหลักแฉลบลงข้างทาง ได้รับบาดเจ็บหลายราย

ภาพเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในท้องที่ บ้านฮ่องกอก หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านเป้า อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หลังในพื้นที่ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก เป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง ทำให้มีน้ำป่าที่ไหลลงมาจากพื้นที่สูง ในปริมาณมาก ไหลเข้ามาในพื้นที่หมู่บ้าน แต่ท่อระบายน้ำที่ได้มีการสร้างไว้ ไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่หมู่บ้านได้ทัน ทำให้น้ำได้เอ่อล้นไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน หลายหลังคาเรือน โดยระดับน้ำที่ท่วมมีระดับสูงกว่า 30 เซนติเมตร

จากการสอบถาม นายลอย ใจมาเชื้อ ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ อายุ 52 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 7 ตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนได้ยินเสียงน้ำป่าไหลลงมาจากห้วยขี้นาค ซึ่งเป็นลำห้วยที่อยู่บริเวณหลังบ้าน โดยเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงน้ำไหลที่แรงมาก หลังจากนั้นตนจึงได้ปลุกเรียกลูกๆ ให้ตื่น ลุกขึ้นมาช่วยกันเก็บข้าวของหนีน้ำ แต่ก็เก็บไม่ทัน เนื่องจากน้ำได้ไหลมาเร็วและแรงมาก ประกอบกับบ้านของตน เป็นบ้านหลังแรกๆ ที่จะต้องเจอกับน้ำป่าที่ไหลลงมาจากลำห้วย ก่อนเพื่อนบ้านหลังอื่นๆ โดยน้ำที่ไหลเข้าท่วมบ้าน ได้เพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นลำดับ ข้าวของภายในบ้านได้รับความเสียหาย เบื้องต้นจึงได้ทำการช่วยเหลือตนเอง นำเครื่องสูบน้ำมาตั้งเร่งสูบน้ำออกจากบริเวณบ้าน ขณะเดียวกันน้ำป่ายังได้ไหลเอ่อท่วมถนน สายลำปาง – ห้วยเป้ง - เมืองปาน มีประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเกิดอุบัติเหตุ ลื่นล้มไถลลงข้างทาง ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย โดยนายลอยฯ ยังได้กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากที่เกิดขึ้น ถือได้ว่ามาเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งปกติมักจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน แต่ปัจจุบันยังเป็นช่วงฤดูร้อน และในพื้นที่ยังมีสภาพแล้ง แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าในช่วงฤดูฝนสถานการณ์อาจจะรุนแรงมากกว่านี้ก็เป็นได้ จึงอยากฝากให้ส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดเตรียมหามาตรการบรรเทา ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ไว้ล่วงหน้าด้วย

สำหรับสภาพการณ์ปัจจุบัน ล่าสุดในพื้นที่จังหวัดลำปางฝนได้หยุดตก ท้องฟ้าเริ่มโปร่งใสมีแสงแดดสาดส่องลงมาบ้างแล้ว ทำให้สถานการณ์น้ำท่วม เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ ได้เริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือน และสำรวจทรัพย์สินความเสียหาย เพื่อจะรายงานส่วนที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป



ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกรรม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ยืนยัน 2 เขื่อนใหญ่ใน จ.ลำปาง ยังแข็งแรงไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์


นายจรินทร์ คงศรีเจริญ หัวหน้าฝ่ายวิศกรรม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา สำนักชลประทานที่ 2 ลำปาง ได้นำผู้สื่อข่าวประจำท้องที่ในจังหวัดลำปาง ตรวจดูสภาพความแข็งแรงบริเวณแนวสันเขื่อนอ่างกักเก็บน้ำ ของโครงการเขื่อนกิ่วลม ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อยืนยันถึงสภาพความมั่นคงแข็งแรง ของตัวเขื่อน เนื่องจากได้เกิดกระแสความวิตกกังวล ต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเขื่อน หลังจากได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์

นายจรินทร์ คงศรีเจริญ หัวหน้าฝ่ายวิศกรรม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา สำนักชลประทานที่ 2 ลำปาง ได้ระบุว่า โครงการเขื่อนกิ่วลม ยังมีสภาพตัวเขื่อนแข็งแรง สามารถใช้งานได้เป็นปกติ และเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบถึงโครงสร้างของตัวเขื่อนแต่อย่างใด เนื่องจากว่า โครงสร้างของตัวเขื่อนกิ่วลมแห่งนี้ สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากแผ่นดินไหวได้สูงถึง 7.3 ริกเตอร์ และแรงสั่นสะเทือนจะต้องมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณใต้เขื่อนอีกด้วย จึงจะส่งผลกระทบไปถึงตัวเขื่อนได้ แต่สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น มีแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดเพียง 6.3 ริกเตอร์ และจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวก็ไม่ได้เกิดขึ้นที่บริเวณใต้เขื่อน ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบที่จะทำให้ตัวเขื่อนกิ่วลมเสียหายได้ แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ นายจรินทร์ คงศรีเจริญ หัวหน้าฝ่ายวิศกรรม โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่วิศวกร และช่างชลประทาน เข้าตรวจสอบโครงสร้างของตัวเขื่อนกิ่วลม ที่อำเภอเมืองลำปาง และตรวจสอบโครงสร้างของตัวเขื่อนกิ่วคอหมา ที่อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดยได้ทำการตรวจสอบ ทั้งระดับของแนวสันเขื่อน การเคลื่อนตัวของเขื่อน ตลอดจนอุโมงค์ใต้ดินของเขื่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการรั่วซึมของคอนกรีต ซึ่งก็พบว่าทุกอย่างยังอยู่ในสภาพปกติไม่ได้มีผลกระทบแต่อย่างใด

สำหรับสภาพการณ์ทั่วไป ที่โครงการเขื่อนกิ่วลม เจ้าหน้าที่ได้มีการเปิดระบายน้ำตามปกติ โดยขณะนี้ที่ เขื่อนกิ่วลมมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 75.78 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 71 ของความจุอ่างทั้งหมด ส่วนที่โครงการเขื่อนกิ่วคอหมา ขณะนี้มีปริมาณน้ำ 81.58 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 48 ของความจุอ่างทั้งหมด ซึ่งทั้ง 2 เขื่อนยังสามารถกักเก็บน้ำได้อีกในปริมาณมาก ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนชาวลำปาง มั่นใจได้ว่าเขื่อนใหญ่ทั้ง 2 แห่ง ยังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง 100 เปอร์เซ็นต์



ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต
    หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

สถานีพัฒนาที่ดินลำปาง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง จัดกิจกรรมเปิด "โครงการรณรงค์งดเผาฟางและไถกลบตอซังพืช ปีงบประมาณ 2557" ลด ละ เลิก การเผา ส่งเสริมวิถีเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

 เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2557 ที่บ้านป่าบง ฮ่องไฮ หมู่ที่ 10ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง จังหวัดลำปาง นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ นายอำเภอวังเหนือ ได้เป็นประธานพิธีเปิดงานรณรงค์ไถกลบตอซังพืช ลด ละ เลิก การเผา ส่งเสริมวิถีเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยมีเกษตรกรในพื้นที่ ต.ทุ่งฮั้ว และพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 500 คน โดย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ ได้กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหามลพิษหมอกควันที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาตอซัง เศษวัชพืช ในพื้นที่การเกษตรหลังฤดูการเก็บเกี่ยว และได้ส่งผลให้อินทรีย์วัตถุ สิ่งมีชีวิตในดินถูกทำลาย ขาดความสมดุลทางธรรมชาติ ส่งผลให้การเพาะปลูกไม่ได้ผลผลิตที่ดี ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีในการเพาะปลูก ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงไม่คุ้มทุน ดังนั้นวิธีการไถกลบจะเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยคืนภาวะสมดุลทางธรรมชาติ ช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ และสามารถใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังจะสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรด้วยการลดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง และสารบำรุงพืชอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดมลภาวะเรือนกระจก ลดภาวะโลกร้อน และมลพิษทางอากาศ ได้อีกด้วย

นายพิทโยธร ไวทยาวัฒน์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินลำปางได้ ให้เกษตรกรได้ศึกษาดูเป็นตัวอย่าง โดยมีวิธีการคือ เริ่มจากการผสมน้ำหมักชีวภาพกับน้ำเปล่า ในอัตรา 5 ลิตร ต่อ 100 ลิตร ต่อ 1 ไร่ แล้วฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพไปให้ทั่วบริเวณพื้นที่เพาะปลูก เพื่อหมักและช่วยย่อยสลายตอซังพืชในพื้นที่ ก่อนทำการไถกลบด้วยการนำรถไถเข้าทำการไถกลบตอซังพืช จากนั้นจึงทำการหว่านเมล็ดพันธุ์พืชปอเทือง ปลูกให้เจริญเติบโต เพื่อให้เกษตรกรได้ทำการไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดต่อไป ซึ่งกิจกรรมรณรงค์การไถกลบดังกล่าว เป็นความร่วมมือของ สถานีพัฒนาที่ดินลำปาง และเทศบาลตำบลวังเหนือ จ.ลำปาง ที่ได้ร่วมกันจัดขึ้น มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงประโยชน์ของการใช้วิธีการไถกลบตอซังพืช ส่งเสริมวิถีเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน และเป็นการรณรงค์ให้ ลด ละ เลิก การเผาหลังฤดูกาล เนื่องจากตอซังข้าว หรือฟางข้าว เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย มีธาตุไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โปรแตสเซียม, แคลเซียม, แมกนีเซียม และซัลเฟอร์ ซึ่งเป็นอาหารหลักของพืช ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพของดินได้ ทั้งนี้การใช้น้ำหมักชีวภาพจะต้องใช้ในอัตราเจือจาง ตามอัตราส่วนที่ถูกต้องตามการใช้งานด้วย ซึ่งเกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีพัฒนาที่ดินที่ตั้งอยู่ในจังหวัดทุกจังหวัด (จ.ลำปาง โทร 0-5426-9569)



ข่าวโดย : ส.ปชส ลำปาง
หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำปาง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย จัดกิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจค้าปลีก ครั้งที่ 3 "ค้าส่งรวมใจ โชยห่วยไทยคู่สังคม"


นายเสรีชัย เกิดประกอบ พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย จัดกิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจค้าปลีก ครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่องาน "ค้าส่งรวมใจ โชยห่วยไทยคู่สังคม" ในวันที่ 30พ.ค.-2 มิ.ย.2557 ที่ห้างเสรีสรรพสินค้า จังหวัดลำปาง โทรศัพท์ 054-322363-4 ภายในงานพบกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่ร่วมรายการส่งเสริมการขาย เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันพืช ซอสปรุงรส นมUHT โฟมล้างหน้า สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก ฯลฯ

นายเสรีชัย เกิดประกอบ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดกิจกรรม ค้าส่งร่วมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม ครั้งที่ 3 พร้อมกันทั่วประเทศ 56 จังหวัด ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมาจะส่งผลให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกมีเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าที่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เพื่อพัฒนาธุรกิจให้มีศักยภาพ มีความเข้มแข็งแข่งขันได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สนง.พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดลำปาง บริเวณศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ถ.บุญวาทย์ ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง หรือสอบถามลายละเอียดโทร 054323040


ข่าวโดย : ปัณธวัฒน์ ทวีพรจิรภาคย์
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

เกษตรจังหวัดลำปาง เตรียมขับเคลื่อนการผลิตข้าวคุณภาพดีปลอดภัยและได้มาตรฐาน Road Show มาเลเชียพบตลาดฮาลาลมีความต้องการสูง


นายสมพร เจียรประวัติ เกษตรจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานส่งเสริมการผลิตข้าวคุณภาพในกลุ่มข้าวสีและไม่ขัดสี เช่น ข้าวหอมนิล หอมล้านนา ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวก่ำล้านนา ข้าวลืมผัว และข้าวกล้องชนิดต่างๆ ที่ผ่านขบวนการผลิตตามระบบมาตรฐาน GAP เพื่อก้าวเข้าสู้การผลิตข้าวอินทรีย์ของสำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง พบว่าผลผลิตที่ได้มีคุณภาพสูงเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการจัดแสดงสินค้าอาหารฮาลาล ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาพบผู้บริโภคมีความต้องการซื้อข้าวกลุ่มนี้สูงมาก เนื่องจากเป็นข้าวที่มีความหอมรสชาติดี มีคุณค่าทางโภชณาการสูงส่งผลดีต่อสุขภาพ และมีความปลอดภัยจาการปนเปื้อนของสารเคมี สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเตรียมการขับเคลื่อนการผลิตข้าวคุณภาพ โดยกำหนดความรับผิดชอบการดำเนินงานขับเคลื่อนของแต่ละหน่วยงาน ดังนี้ คือ

ต้นน้ำ การวิจัยและศึกษาสายพันธุ์ให้เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำปาง หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง สถาบันวิจัยเทคโนโลยีเกษตรลำปาง และมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนาลำปาง กลางน้ำ การส่งเสริมการผลิตอย่างมีคุณภาพ มีความปลอดภัย และได้มาตรฐาน GAP ตลอดจนการแปรรูปผลผลิตให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่

สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง การบริหารจัดการกลุ่มในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อจัดการผลิต หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ สำนักงานสหกรณ์ จังหวัดลำปาง ปลายน้ำ การประชาสัมพันธ์ รณรงค์ การบริโภคการเปิด Road Show การสร้าง Brand และขบวนการตลาด ทั้งในและต่างประเทศ หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ สำนักงานพาณิชย์ จังหวัดลำปาง สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง



ข่าวโดย : ปัณธวัฒน์ ทวีพรจิรภาคย์
    หน่วยงาน : สวท.ลำปาง

ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลแม่ลาหลวง ระบุ ในพื้นที่ มีการลักลอบตัดไม้มาสร้างบ้านในลักษณะอำพรางสวมบ้านเลขที่ ขายในรูปแบบไม้เรือนเก่า


ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลแม่ลาหลวง ระบุ ในพื้นที่ มีการลักลอบตัดไม้มาสร้างบ้านในลักษณะอำพรางสวมบ้านเลขที่ จากนั้นก็จะนำออกขายในรูปแบบไม้เรือนเก่า ราคาเหมาจ่าย 150,000 บาทต่อหนึ่งหลัง

นายพงษ์สิทธิ์ ปุกปนันท์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลแม่ลาหลวง ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ใหญ่บ้านคนเดิมที่ถูกสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ก่อนนั้น กล่าว่า ในห้วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา มีชาวบ้านหลายหมู่บ้านในตำบลแม่ลาหลวง ได้มีการลักลอบตัดไม้มาสร้างบ้านในลักษณะอำพราง จากนั้นก็จะนำออกขายในรูปแบบไม้เรือนเก่า ให้กับแม่เลี้ยงคนหนึ่ง โดยอ้างว่าอยู่จังหวัดเชียงใหม่ ซื้อขายกันในราคาเหมาจ่ายทั้งหลัง 150,000 บาทต่อหนึ่งหลัง บางคนสามารถขายได้ 2-3 หลัง โดยอาศัยการสวมบ้านเลขที่ คือ จะปลูกสร้างบ้านอำพรางขึ้นในบริเวณเดียวกันกับบ้านหลังที่มีบ้านเลขที่ จากนั้นก็รื้อขายโดยขายให้กับนายทุนทั้ง 3 หลังที่ปลูกอำพรางไว้ แต่อาศัยบ้านเลขที่เดียวกันในการขออนุญาตขายและขนย้าย ที่หนักไปกว่านั้นบางคนพอขายบ้านแล้วก็จะย้ายออกไปยังหมู่บ้านอื่น แล้วก็จะทำในลักษณะเดิมอีกคือไปขอบ้านเลขที่ใหม่และปลูกบ้านอำพรางขาย พอขายบ้านได้ก็จะขอย้ายมาที่หมู่บ้านเดิมและขอบ้านเลขที่ใหม่ จากนั้นก็ปลูกบ้านอำพรางขายอีก

นอกจากนี้มีรายงานว่า นายชิษณุพงศ์ บูรณา นายอำเภอแม่ลาน้อย ได้มีคำสั่งให้นายนิธิศ พิทักษ์ ปลัดอำเภอที่รับผิดชอบ ตำบลแม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย ไปช่วยราชการที่จังหวัดแม่ฮ่สอน และสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของนายนันทนันท์ เชิงบรรพต ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งป่าคา นางเพ็ญศรี โตมรเสรี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง นายณรงค์ เกษมสุขพูนวัตถุ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง นางชลอ เต็มสามารถ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ โดยได้แต่งตั้งนายพงษ์สิทธิ์ ปุกปนันท์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลแม่ลาหลวง เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน



ข่าวโดย : นวรัตน์ ศรีแก้วเลิศ
    หน่วยงาน : สวท.แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน

กลุ่มยุทธศาสตร์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) จัดฝึกอบรมเครือข่ายเพื่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อนุรักษ์เพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

กลุ่มยุทธศาสตร์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) จัดฝึกอบรมเครือข่ายเพื่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อนุรักษ์เพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์

(เช้าวันนี้ 8 พ.ค. 57 ) นายสังคม คัดเชียงแสน ปลัดอาวุโสอำเภอเมือง เป็นประธานเปิดการจัดฝึกอบรมเครือข่ายเพื่อการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อนุรักษ์เพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ของกลุ่มยุทธศาสตร์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่ ) ที่ ห้องประชุมอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา เข้าอบรม และระดมความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ราษฏร ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ผู้ใช้ประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ทั้งในด้านกฎหมายและด้านการอนุรักษ์ มีส่วนร่วมใน การดูแลรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างเครือข่ายในการร่วมกันดูแลป่าอนุรักษ์ให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน ตอบสนองยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอน 1 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมการฟื้นฟูและอนุรักษ์แบบองค์รวม เพื่อสร้างสรรค์ บรรยากาศที่สวยงาม มีเสน่ห์ สามารถอำนวยประโยชน์ ทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยว

นายทวีศักดิ์ ขันธิราช นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) กล่าวว่า การจัดฝึกอบรมในครั้งนี้เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนใน 2 ปีข้างหน้า ตลอดจนเตรียมรับนักท่องเที่ยว ทั้งคนจีน ญี่ปุ่น ที่จะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนต้องมีความรู้ในเรื่องของการเข้าไปใช้พื้นที่อุทยาน เพื่อการท่องเที่ยว เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนของเรามีพื้นที่น้อย ส่วนมากเป็นอุทยานและเขตป่า โดยจะมีการจัดอบรมให้ครบทั้ง 7 อุทยาน ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดฝึกอบรมครั้งต่อไปที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน



ข่าวโดย : เวียงสอน ดอนแก้ว / ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหากรณีร้องเรียนให้มีการปรับปรุงการให้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ


เช้าวันนี้ ( 8 พ.ค. 57 ) ที่ห้องประชุมขุนลุมประพาส ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหา กรณีเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเครือข่ายผู้เสียหายจากรถโดยสารสาธารณะ บริษัท เปรมประชาขนส่ง จำกัด ร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้มีการแก้ไข ปรับปรุงการให้บริการ และช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย จากอุบัติเหตุของรถโดยสารประจำทาง สายเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน ของบริษัท เปรมประชาขนส่ง จำกัด เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 เขตอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 5 ราย บาดเจ็บจำนวน 56 ราย ซึ่งล่าสุดสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท เปรมประชาขนส่ง จำกัด บริษัท สหมงคลประกันภัย จำกัด บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับผู้เสียชีวิต จำนวน 5 ราย รายละ 200,000 บาท ส่วนผู้บาดเจ็บได้ทยอยจ่ายให้ตามหลักฐานค่ารักษาพยาบาล ไม่เกินรายละ 50,000 บาท

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การประชุมหารือในวันนี้ได้เชิญหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มาร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา และการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งหลังจากได้รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ จากทางฝ่ายผู้เสียหาย ฝ่ายบริษัท เปรมประชาขนส่ง และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา คือจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 4 คณะ ประกอบด้วย คณะทำงานติดตามช่วยเหลือเยียวยา คณะทำงานดูแลรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ คณะทำงานติดตามปรับปรุงการให้บริการขนส่งสาธารณะ และคณะประสานงานการช่วยเหลือ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขทั้งในระยะสั้น และระยะยาวต่อไป



ข่าวโดย : พักตร์ภูมิ ปัญญาไชยพัฒน์
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

ไปรษณีย์ไทยให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา


ไปรษณีย์ไทยให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมด้านกระบวนการในการปฏิบัติงาน และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยคำนึงถึงการพัฒนาบริการคุณภาพที่เป็นเลิศ ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๗

นายประพันธ์ ศรีธิหล้า ผู้จัดการฝ่ายไปรษณีย์เขต ๕ เปิดเผยว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มีความประสงค์ให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาแก่บุคคล คณะบุคคล หน่วยงาน สถาบันทั้งภาครัฐและเอกชน โดยได้กำหนดกรอบการสมัครรับทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับไปรษณีย์ ดังนี้ เกี่ยวกับระบบงานไปรษณีย์ / เกี่ยวกับเครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะที่ใช้ในการปฏิบัติงาน / เกี่ยวกับบริการ สินค้าไปรษณีย์ใหม่ ทั้งนี้ กำหนดให้กรอบการวิจัยและพัฒนามีแนวคิดครอบคลุมการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม เพื่อพัฒนาต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมด้านกระบวนการในการปฏิบัติงาน (Product / Service Innovation) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยคำนึงถึงการพัฒนาบริการคุณภาพที่เป็นเลิศ

ผู้สนใจสามารถส่งแบบเสนอโครงการวิจัยและพัฒนาในฐานะหัวหน้าโครงการได้เพียง ๑ โครงการเท่านั้น โดยต้องเป็นไปตามระเบียบคำสั่ง บันทึกสั่งการประกาศ ว่าด้วยวิธีปฏิบัติต่างๆที่เกี่ยวข้องที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กำหนด และกำหนดเปิดรับเสนอโครงการวิจัยและพัฒนาตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ โดยส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) จ่าหน้าถึง “บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ฝ่าย กลยุทธ์ ส่วนสารสนเทศเพื่อการบริหาร เลขที่ ๑๑๑ หมู่ ๓ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐-๐๒๙๙ หรือในรูปแบบไฟล์ PDF ส่งทาง E-mail address:information@thailandpost.com โดยถือตราประทับรับฝากเป็นสำคัญและภายในเวลา ๑๖.๐๐ น. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ฝ่ายกลยุทธ์ ส่วนสารสนเทศเพื่อการบริการ โทรศัพท์ ๐-๒๘๓๑-๓๙๔๖ โทรสาร ๐-๒๕๗๓-๕๔๔๒ หรือ www.thailandpost.co.th ในวันเวลาราชการ



ข่าวโดย : อ่อนศรี ศรีอัมพร ทีมข่าว ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนานโยบายและการจัดการภาครัฐ


จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนานโยบายและการจัดการภาครัฐ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารองค์การภายใต้ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนานโยบายและการจัดการภาครัฐ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารองค์การภายใต้ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ จำนวน ๒ หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรที่ ๑ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์และงบประมาณภาครัฐ รุ่นที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ รุ่นที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ (ภาคปฏิบัติ) ณ โรงแรม เดอะทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ รุ่นที่ ๕ ระหว่างวันที่ ๒ – ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๗ (เชิงปฏิบัติการ) ณ โรงแรมในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจและสามารถจัดทำแผนยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะหลักการและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงาน ตัวชี้วัดผลงาน และการจัดทำโครงการด้วยเทคนิคเหตุผลสัมพันธ์ (Logical Framework) รามทั้งการกำกับ ติดตาม และประเมินผล ในลักษณะศูนย์ปฏิบัติการขององค์การ และCockpit Management

รวมทั้งมีการฝึกปฏิบัติ หลักสูตรที่ ๒ การประเมินผลและความคุ้มค่าของแผนและโครงการ รุ่นที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ รุ่นที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๗ (ภาคปฏิบัติ) ณ โรงแรม เดอะทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ รุ่นที่ ๕ ระหว่างวันที่ ๗ – ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ (เชิงปฏิบัติการ) ณ โรงแรมในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการบริหารโครงการ การเขียนโครงการแบบประเพณีนิยม (Conventional) การเขียนโครงการแบบเหตุผลสัมพันธ์ (Logical Framework – Log frame) เงื่อนไขความสำเร็จและความเสี่ยงของโครงการ การกำหนดตัวชี้วัด การกำหนดกิจกรรมการติดตามผล รูปแบบและประเด็นการประเมินผล ตัวแบบการประเมินผลโครงการ การศึกษาความเหมาะสม การวิเคราะห์งบประมาณโครงการ การประเมินความคุ้มค่า การรายงานผลการประเมินผล ตลอดจนการแก้ไขปรับปรุงแผนงาน โครงการ และการบริหารงาน รวมทั้งมีการฝึกปฏิบัติ

สถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นศูนย์ที่เป็นเลิศในการพัฒนานโยบายและการจัดการ โดยการสร้างองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดความรู้และให้คำปรึกษา บริการวิชาการและพัฒนาหน่วยงานภครัฐและองค์การสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง กว่าสองทศวรรษที่มีการปฏิรูปการบริหารภาครัฐ สถานการณ์ของโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ส่งผลต่อประเทศไทยและหน่วยงานภาครัฐในการปรับตัวให้ก้าวหน้าทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การพัฒนาประเทศและการบริหารภาครัฐไม่เพียงต้องก้าวทันเท่านั้น ภาครัฐจะต้องก้าวนำภาคส่วนต่างๆ ในการนำพาสังคมและประเทศให้มีการพัฒนาไปอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืน

สถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนานโยบายและการจัดการภาครัฐ เพื่อให้บุคลากรที่สนใจและมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองเข้ารับการฝึกอบรมโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อสอบรายละเอียด / ส่งใบสมัคร ได้ที่ สถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนอังรีดูนังต์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐ โทรศัพท์ (๐๒) ๒๑๘-๗๒๓๔, (๐๒) ๒๑๘-๗๒๓๗ โทรสาร (๐๒) ๒๕๔-๑๓๘๐ หรือ E-mail: pmdi1994@gmail.com



ข่าวโดย : อ่อนศรี ศรีอัมพร ทีมข่าว ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดจัดกิจกรรมสัปดาห์เผยแพร่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 10 – 14 พฤษภาคม 2557

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ด้วยในวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 ตรงกับวันวิสาขบูชา ซึ่งถือว่าเป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ถือว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นอกจากนี้องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้การรับรองว่าเป็นวันสำคัญสากลของโลก เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวแม่ฮ่องสอน ได้ร่วมกันน้อมระลึกวันสำคัญดังกล่าว จังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงได้กำหนดจัดงานสัปดาห์เผยแพร่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 10 – 14 พฤษภาคม 2557 ณ วัดจองคำ (พระอารามหลวง) อ.เมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ของพุทธศาสนิกชน (อุบาสก – อุบาสิกา) และการจัดนิทรรศกาลของหน่วยงานต่างๆ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวแม่ฮ่องสอน ร่วมทำบุญตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนาที่วัดใกล้บ้าน งดเว้นสิ่งเสพติดและอบายมุขทั้งปวง



ข่าวโดย : พักตร์ภูมิ ปัญญาไชยพัฒน์
หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชิญชวนร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตร ขึ้นวัดฟังธรรม เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก

นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ด้วยในวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 ตรงกับวันวิสาขบูชา ซึ่งถือว่าเป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ถือว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นอกจากนี้องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้การรับรองว่าเป็นวันสำคัญสากลของโลก เรียกว่า Vesak Day เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวแม่ฮ่องสอน ได้ร่วมกันน้อมระลึกวันสำคัญดังกล่าว และเป็นโอกาสอันดีที่พุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา จังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงได้กำหนดจัดงานสัปดาห์เผยแพร่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 10 – 14 พฤษภาคม 2557 ณ วัดจองคำ (พระอารามหลวง) อ.เมืองแม่ฮ่องสอน และในวันที่ 13 พฤษภาคม 2557 วันวิสาขบูชา ขอเชิญชวนข้าราชการเจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชนชาวแม่ฮ่องสอน ร่วมกิจกรรมตักบาตร ณ วัดจองคำ (พระอารามหลวง) เวลา 07.00 น. จากนั้นเวลา 09.00 น. ร่วมฟังพระธรรมเทศนา โดยพระครูอนุสรณ์ชัยสิทธ์ เจ้าอาวาสวัดจองคำ และในเวลา 19.00 น. ร่วมพิธีเวียนเทียน



ข่าวโดย : พักตร์ภูมิ ปัญญาไชยพัฒน์
หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมงานสัปดาห์ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ปี ๒๕๕๗ วันสำคัญของโลก


วันวิสาขบูชา ตรงกับวันเพ็ญในเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก "วิสาขปุรณมีบูชา" แปลว่า การบูบูชาในวันเพ็ญ เดือนวิสาขะ "เป็นวันที่มีความหมายสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เนื่องจากมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือกำหนดของพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน ในคราวเดี่ยว ดังนั้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ องค์การสหประชาชาติ จึงกำหนดให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลของโลก โดยเรียกว่า Vesak Day โดยให้เหตุผลว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์ ในปีนี้ วันวิสาขบูชา ตรงกับวันอังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นวันสำคัญของโลก ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน องค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนาสถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน กำหนดจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี ๒๕๕๗ ในวันเสาร์ที่ ๑๐ – ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญความดี ด้วยการทำบุญตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนาและร่วมกิจกรรมทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี ๒๕๕๗ จังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดจัดงาน ณ วัดจองคำ พระอารามหลวง ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ วันที่ ๑๐ – ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. เป็นต้นไป ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ (บวชเนกขัมมะ) วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ภาคเช้า ๐๗.๐๐ น. มีการตักบาตร เวลา ๐๙.๐๐ น. ฟังธรรมเทศนาและปฏิบัติธรรมและเวลา ๑๙.๐๐ น. ร่วมเวียนเทียนรอบองค์พระเจดีย์ มีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นประธานในพิธีการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน (หลังเก่า) โทรศัพท์ ๐ ๕๓๖๑ ๔๔๑๗ โทรสาร ๐ ๕๓๖๑ ๔๓๐๓



ข่าวโดย : ศุภวัฒน์ สมบูรณ์
    หน่วยงาน : ส.ปชส.แม่ฮ่องสอน

เกษตรจังหวัดแพร่ กำหนดจัดงานส่งเสริมการตลาดพืชผักปลอดภัย

เกษตรจังหวัดแพร่กำหนดจัดงานส่งเสริมการตลาดพืชผักปลอดภัย และเวทีเรียนรู้การผลิตพืชผักปลอดภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าแก่เกษตรกร

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รับแจ้งจากนายธวัชชัย สิทธิวีระกุล เกษตรจังหวัดแพร่ว่า ตามที่จังหวัดแพร่ได้มีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย เพื่อพัฒนาสู่เกษตรอินทรีย์และการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชคุณภาพสูง ปี 2557 โดยจะจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการปลูกพืช ด้วยงานส่งเสริมการตลาดพืชผักปลอดภัย และเวทีเรียนรู้การผลิตพืชผักปลอดภัย ในวันที่ 15-16 พฤษภาคม 2557 ที่บริเวณสำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่ เพื่อเป็นการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปหันมาบริโภคพืชผักปลอดภัยและสนับสนุนการใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคในจังหวัดแพร่รู้แหล่งผลิตและจำหน่ายพืชผักปลอดภัย



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์ 

วัดพระบาทมิ่งเมือง วรวิหาร จังหวัดแพร่จัดงานนมัสการพระพุทธโกศัยฯ

วัดพระบาทมิ่งเมือง วรวิหาร จังหวัดแพร่จัดงานนมัสการพระพุทธโกศัย ศิริชัยมหาศากยมุณี ระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2557 เชิญชวนเข้าวัดทำบุญเนื่องเทศกาลวันวิสาขบูชา

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ด้วยพระพุทธโกศัย ศิริชัยมหาศากยมุนี เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแพร่ ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ทางจังหวัดแพร่ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดแพร่จึงได้จัดงานนมัสการพระพุทธโกศัย ศิริชัยมหาศากยมุณี ระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2557 ขึ้นที่วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ทั้งนี้เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีทางศาสนา ส่งเสริมการท่องเที่ยวเปลี่ยนจังหวัดแพร่จากเมืองผ่านเป็นเมืองพัก เพิ่มศักยภาพด้านความร่วมมือของชุมชนและท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

โดยมีนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นประธานเปิดงาน และประกอบพิธีทางศาสนา ถวายผ้าห่มพระพุทธโกศัยฯ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการประกวดทางศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม มหรสพ และการจัดงานมหกรรมอาหารเมืองแป้ การแสดงธรรมเทศนา

พระพุทธโกศัย ศิริชัยมหาศากยมุณี หรือที่เรียกชื่อสั้นๆว่า "พระพุทธโกศัย” สร้างขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 เมษายน 2498 พร้อมกับสร้าง เหรียญพระพุทธโกศัย รุ่น 2498 หรือ เหรียญพระพุทธโกศัย รุ่น 1 ไปด้วย โดยมีนายชุณห์ นกแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ในขณะนั้น เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์

จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญนมัสการพระพุทธโกศัย ศิริชัยมหาศากยมุณี ระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2557 เนื่องเทศกาลวันวิสาขบูชา



ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว /พิมพ์ 

สมาคม จักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมปถัมภ์ ร่วมกับ จังหวัดพะเยา และอบจ.พะเยา จัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน สนามที่ 4 ประจำปี 2557

เรืออากาศตรีสุวิชา แก้วมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า จังหวัดพะเยาได้รับเกียรติจากสมาคม จักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมปถัมภ์ ให้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย สนามที่ 4 ประเภทชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” และจักรยานเสือภูเขาชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปี 2557 พร้อมกับจัดกิจกรรมขี่จักรยานเพื่อสุขภาพเฉลิมพระเกียรติ ระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคม 2557 นี้

จังหวัดพะเยา จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดพะเยา และผู้สนใจ ร่วมชมและเชียร์และให้กำลังใจนักกีฬา ระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคม นี้ โดยวันที่ 9 พฤษภาคม เวลา 06.00 น. จะเป็นกิจกรรมคลินิกซ่อมจักรยาน กิจกรรมประกวดรถจักรยานที่เก่าที่สุด และที่ตกแต่งสวยงามประหยัด เวลา 08.30 น.ปล่อยขบวนนักกีฬาปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ “Bike For Life” สตาร์ท/เส้นชัย บริเวณหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์ อบจ. ริมกว๊านพะเยา ระยะทาง 2 กม. โดยจะมีการมอบรางวัล แก่ผู้ที่มีอายุมากที่สุด และน้อยที่สุดด้วย

 เวลา 09.00 น. นักกีฬารายงานตัว เพื่อทำการแข่งขันจักรยานประเภท ถนน (ไทม์ไทรอัล) ชิงแชมป์ประเทศไทย สตาร์ท/เส้นชัย ณ บริเวณหน้าสถานีวิทยุตำรวจภาค 5 จังหวัดพะเยา ระยะทาง รอบละ 15 กม. เวลา 09.45 น.พิธีเปิดฯ เวลา 10.00 น.ปล่อยตัวนักกีฬา วันที่ 10 พฤษภาคม เวลา 08.45 น. พิธีเปิดการแข่งขัน และปล่อยตัวนักกีฬา การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอสคันทรี่ สตาร์ท/เส้นชัย ณ บริเวณวัดอนาลโย จังหวัดพะเยา ประเภทแข่งขัน รุ่น คลาส A B และ C เวลา 18.00 น. ณ บริเวณศูนย์วิทยาศาสตร์ อบจ. ริมกว๊านพะเยา และวันที่ 11 พฤษภาคม เวลา07.00 น. นักกีฬารายงานตัว เพื่อแข่งขันจักรยานประเภทถนน (อินไลน์เรซ) สตาร์ท/ เส้นชัย หน้าบริเวณศูนย์วิทยาศาสตร์ อบจ. ริมกว๊านพะเยา ระยะทางรอบละ 62 กม. เวลา 08.00 น. พิธีปิดฯและปล่อยตัวนักกีฬา และเวลา 10.30 น. การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาประเภทดาวน์ฮิล สตาร์ท/เส้นชัย หน้าบริเวณวัดอนาลโย






ข่าวโดย : ทีมข่าว ส.ปชส.พะเยา
หน่วยงาน : ส.ปชส.พะเยา

จังหวัดพะเยา จัดงานประเพณีแปดเป็ง ไหว้สาพระเจ้าตนหลวง เนื่องในเทศกาลวัน วิสาขบูชา ประจำปี 2557

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (7 พ.ค.) ที่บริเวณวัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมกับหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน พร้อมผู้มีจิตศรัทธาชาวจังหวัดพะเยาจำนวนมาก ได้ต้อนรับขบวนแห่พระอุปคุต ที่ชาวพะเยาร่วมเดินขบวนแห่พระอุปคุตรอบเมืองพะเยา ใน “งาน ประเพณีแปดเป็ง ไหว้สาพระเจ้าตนหลวง เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557” ที่หลายในงานในจังหวัดพะเยาร่วมกันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2557 ณ วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง

หลังจากได้มีการทำพิธีอัญเชิญพระอุปคุตจากขึ้นกว๊านพะเยา ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ขึ้นประดิษฐาน ณ บุษบกชั่วคราว แห่อันเชิญพระอุปคุต จากศาลาหลักเมืองพะเยา ผ่านหน้าตลาดสด ถึงลานหน้าพระวิหารหลวงวัดศรีโคมคำ และได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นประดิษฐาน ณ บุษบกที่ได้เตรียมไว้ พร้อมเครื่องอัฐบริขาร และประกอบพิธีทางศาสนา จากนั้น นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้เป็นประธานพิธี เปิดงาน ประเพณีแปดเป็ง ไหว้สาพระเจ้าตนหลวง เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้แสดงความสักการะ น้อมถวายเป็นพุทธบูชา แด่องค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และน้อมสักการะองค์พระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์บ้านคู่เมืองพะเยา

โดยงานประเพณีแปดเป็งไหว้สาพระเจ้าตนหลวงปีนี้ จะมีกิจกรรมด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมเพื่อเป็นการรื้อฟื้นขนบธรรมเนียมประเพณีและอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ ดีงามให้คงอยู่ต่อไป ตลอดจนเพื่อส่งเสริมประเพณีของท้องถิ่น และการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา โดยกิจกรรมจะมีทุกวัน ทั้งการทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรม การทำบุญตักบาตร การแข่งขันประกวดขบวนครัวตาน กาดหมั่วครัวเมือง การแสดงสินค้าพื้นเมือง การแข่งขันวงดนตรีป๊าดแมน การแข่งขันตีกลองสะบัดชัย การแข่งขันฟ้องเล็บ การแข่งขัน สะล้อซอซึง การแข่งขันตีกลองปู่จา กิจกรรมการแสดงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย


ข่าวโดย : ทีมข่าว ส.ปชส.พะเยา
หน่วยงาน : ส.ปชส.พะเยา

จังหวัดพะเยา จัดงานประเพณีแปดเป็ง ไหว้สาพระเจ้าตนหลวง เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 เพื่อร่วมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงาม

ช่วงค่ำวานนี้ (7 พ.ค.57) ที่บริเวณวัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาชาวจังหวัดพะเยาจำนวนมาก ได้ต้อนรับขบวนแห่พระอุปคุต ที่ชาวพะเยาร่วมเดินขบวนแห่พระอุปคุตรอบเมืองพะเยา ใน “งาน ประเพณีแปดเป็ง ไหว้สาพระเจ้าตนหลวง เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557” ที่หลายหน่วยงานในจังหวัดพะเยาร่วมกันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 พฤษภาคม 2557 ณ วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง หลังจากได้มีการทำพิธีอัญเชิญพระอุปคุตจากขึ้นกว๊านพะเยา ที่บริเวณหน้าลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ขึ้นประดิษฐาน ณ บุษบกชั่วคราว แห่อันเชิญพระอุปคุต จากศาลาหลักเมืองพะเยา ผ่านหน้าตลาดสด ถึงลานหน้าพระวิหารหลวงวัดศรีโคมคำ และได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นประดิษฐาน ณ บุษบกที่ได้เตรียมไว้ พร้อมเครื่องอัฐบริขาร และประกอบพิธีทางศาสนา

จากนั้นนายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้เป็นประธานพิธี เปิดงานประเพณีแปดเป็ง ไหว้สาพระเจ้าตนหลวง เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้แสดงความสักการะ น้อมถวายเป็นพุทธบูชา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และน้อมสักการะองค์พระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์บ้านคู่เมืองพะเยา สำหรับงานประเพณีแปดเป็งไหว้สาพระเจ้าตนหลวงปีนี้ มีกิจกรรมด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมเพื่อเป็นการรื้อฟื้นขนบธรรมเนียมประเพณีและอนุรักษ์วัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่ต่อไป ตลอดจนเพื่อส่งเสริมประเพณีของท้องถิ่นและการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา โดยกิจกรรมจะมีทุกวัน ทั้งการทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรม การทำบุญตักบาตร การแข่งขันประกวดขบวนครัวตาน กาดหมั่วครัวเมือง การแสดงสินค้าพื้นเมือง การแข่งขันวงดนตรีป๊าดแมน การแข่งขันตีกลองสะบัดชัย การแข่งขันฟ้องเล็บ การแข่งขัน สล้อซอซึง การแข่งขันตีกลองปู่จา กิจกรรมการแสดงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

ความรู้เรื่อง สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว

ความรู้เรื่อง สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว นิสารัชต์ นิลสว่าง / เรียเรียง

 แผ่นดินไหว เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อลดความเครียดที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาเพื่อปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถทำนายเวลา สถานที่ และความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ดังนั้นจึงควรศึกษา เรียนรู้ เพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการเกิดของแผ่นดินไหวที่แท้จริง เพื่อเป็นแนวทางในการลดความเสียหายที่เกิดขึ้น

สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว การเกิดแผ่นดินไหวมีสาเหตุมาจาก 2 สาเหตุใหญ่ สาเหตุแรกเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ การทดลองระเบิดปรมาณู การกักเก็บน้ำในเขื่อน และแรงระเบิดจากการทำเหมืองแร่ ส่วนสาเหตุที่สองเป็นสาเหตุหลักของการเกิดแผ่นดินไหว โดยเป็นการเกิดตามธรรมชาติอันเนื่องมาจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก ทั้งนี้ทฤษฎีกลไกการเกิดแผ่นดินไหวที่ยอมรับกันในปัจจุบันมี 2 ทฤษฎีคือ

ทฤษฎีว่าด้วยการขยายตัวของเปลือกโลก โดยแผ่นดินไหวเกิดจากการที่เปลือกโลกเกิดการคดโค้ง โก่งตัวอย่างฉับพลัน และเมื่อวัตถุขาดออกจากกันจึงปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปคลื่นแผ่นดินไหว

ทฤษฎีว่าด้วยการคืนตัวของวัตถุ โดยแผ่นดินไหวมาจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน กล่าวคือ เมื่อรอยเลื่อนเกิดการเคลื่อนตัวถึงจุดหนึ่งวัตถุจะขาดออกจากกันและเสียรูปอย่างมาก พร้อมทั้งปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาในรูปของคลื่นแผ่นดินไหว และหลังจากนั้นวัตถุจะคืนตัวกลับสู่รูปเดิม

สำหรับแผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงที่เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 นี้ เกิดจากทฤษฎีว่าด้วยการคืนตัวของวัตถุ การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนหรือเปลือกโลก ในลักษณะรอยเลื่อนแนวราบ ชนิดเลื่อนไปทางซ้าย (ทวนเข็มนาฬิกา) เป็นกลุ่มรอยเลื่อนพะเยา นี่คือสาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ประชาชนควรติดตามข้อมูลสาเหตุและผลกระทบหรือที่เรียกว่า อาฟเตอร์ชอค ของแผ่นดินไหวจากกรมทรัพยากรธรณีเป็นหลักเพื่อความถูกต้องของการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร




อ้างอิงจาก
กรมทรัพยากรธรณี 
และ ดร.สมบุญ โฆษิตานนท์ ผอ.สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม

   

บทความ เรื่อง รู้จักความรุนแรงของแผ่นดินไหว

บทความ เรื่อง รู้จักความรุนแรงของแผ่นดินไหว นิสารัชต์ นิลสว่าง /เรียบเรียง

แผ่นดินไหวถือเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้า และผลของแผ่นดินไหวยังส่งผลกระทบไปในบริเวณกว้าง ไม่เฉพาะพื้นที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของการสั่นไหวเท่านั้น การวัดความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวซึ่งมีหน่วยวัดที่เราคุ้นชินคือหน่วยวัดเป็นมาตราริคเตอร์ซึ่งเป็นการวัดของระบบเครือข่ายมาตรฐานโลก Worldwide Standardized Seismograph Network: WWSSN) ความรุนแรงของการสั่นไหวหรือแรงสั่นสะเทือนนี้มีผลต่อมนุษย์รวมถึงสิ่งก่อสร้าง อาคาร บ้านเรือน สร้างความเสียหายมากน้อยตามขนาดของการสั่นไหว ก่อนที่จะรู้ถึงขนาดความรุนแรงมาทำความรู้จัก 2 คำนี้ จะช่วยให้เข้าใจระดับความรุนแรงและแรงสั่นสะเทือน คือ

ขนาด (Magnitude) เป็นปริมาณที่มีความสัมพันธ์กับพลังงานที่พื้นโลก ปลดปล่อยออกมาในรูปของการสั่นสะเทือน คำนวณได้จากการตรวจวัดค่าความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวที่ตรวจวัด ได้ด้วยเครื่องมือตรวจแผ่นดินไหว โดยเป็นค่าปริมาณที่บ่งชี้ขนาด ณ บริเวณศูนย์กลางแผ่นดินไหว มีหน่วยเป็น " ริคเตอร์"

ความรุนแรงแผ่นดินไหว (Intensity) แสดงถึงความรุนแรงของเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น วัด ได้จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเกิด และหลังเกิดแผ่นดินไหว เช่น ความรู้สึกของผู้คน ลักษณะที่วัตถุหรือ อาคารเสียหายหรือสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลง เป็นต้น ในกรณีของประเทศไทยใช้ มาตราเมอร์แคลลี่ สำหรับเปรียบเทียบอันดับ ซึ่งมีทั้งหมด 12 อันดับ เรียงลำดับความรุนแรงแผ่นดินไหวจากน้อยไปมาก มาตราริคเตอร์ ขนาดความสัมพันธ์ของขนาดโดยประมาณกับความสั่นสะเทือนใกล้ศูนย์กลาง
              1.0-2.9เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนเริ่มมีความรู้สึกถึงการสั่นไหว บางครั้ง รู้สึกเวียนศีรษะ
              3.0-3.9เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน
              4.0-4.9เกิดการสั่นไหวปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคาร รู้สึกถึงการ สั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว
              5.0-5.9เกิดการสั่นไหวรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง เครื่องเรือน และวัตถุมีการเคลื่อนที่
              6.0-6.9เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย
              7.0 ขึ้นไปเกิดการสั่นไหวร้ายแรง อาคาร สิ่งก่อสร้างมีความเสียหายอย่างมาก แผ่นดินแยก วัตถุที่อยู่บนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็น

    มาตราเมอร์แคลลี่ อันดับที่ ลักษณะความรุนแรงโดยเปรียบเทียบ
             Iเป็นอันดับที่อ่อนมาก ตรวจวัดโดยเครื่องมือ
             IIพอรู้สึกได้สำหรับผู้ที่อยู่นิ่ง ๆ ในอาคารสูง ๆ
             IIIพอรู้สึกได้สำหรับผู้อยู่ในบ้าน แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึก
             IVผู้อยู่ในบ้านรู้สึกว่าของในบ้านสั่นไหว
             Vรู้สึกเกือบทุกคน ของในบ้านเริ่มแกว่งไกว
             VIรู้สึกได้กับทุกคนของหนักในบ้านเริ่มเคลื่อนไหว
             VIIทุกคนต่างตกใจ สิ่งก่อสร้างเริ่มปรากฎความเสียหาย
             VIIIเสียหายค่อนข้างมากในอาคารธรรมดา
             IXสิ่งก่อสร้างที่ออกแบบไว้อย่างดี เสียหายมาก
             Xอาคารพัง รางรถไฟบิดงอ
             XIอาคารสิ่งก่อสร้างพังทลายเกือบทั้งหมด ผิวโลกปูดนูนและเลื่อนเป็นคลื่นบน พื้นดินอ่อน
             XIIทำลายหมดทุกอย่าง มองเห็นเป็นคลื่นบนแผ่นดิน

สิ่งสำคัญ คือ ประชาชนต้องพร้อมเรียนรู้เรื่องของการสั้นสะเทือนของแผ่นดินไหว และหาทางปฏิบัติตนเพื่อลดการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการเกิดแผ่นดินไหว




   
อ้างอิงจาก กรมทรัพยากรธรณี

เชิญชวนพุทธศาสนิกชนบรรพชาอุปสมบทและปฏิบัติธรรม เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระสังฆราช

จังหวัดน่าน เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมบรรพชาอุปสมบทและปฏิบัติธรรม โครงการบวชได้บวชดี บวชฟรีเข้าพรรษา เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

นายเกรียงศักดิ์ เจดีย์แปง ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน ได้รับแจ้งจาก สำนักงานพระพุทธ ศาสนาจังหวัดน่าน ว่า วัดป่านันทบุรีญาณสังวราราม ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน ได้จัดทำโครงการ บวชได้บวชดี บวชฟรีเข้าพรรษา เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประจำปี 2557 ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาและทุกวันเสาร์แรกของเดือน ณ วัดป่านันทบุรีญาณสังวราราม บ้านผาตูบ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

 ผู้สนใจเข้าร่วมบรรพชาอุปสมบทและปฏิบัติธรรม โครงการบวชได้บวชดี บวชฟรีเข้าพรรษา เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ กลุ่มอำนวยการและกิจการพระพุทธศาสนา โทรศัพท์ 054-775586 หรือ วัดป่านันทบุรีญาณสังวราราม โทรศพัท์ 090-0563220 / 089 – 7110459 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



รดา บุญยะกาญจน์ / ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

วันพืชมงคล


วันพืชมงคล หรือ ข้างขึ้น เดือน 6หรือวันที่กำหนดพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีเก่ามาแต่โบราณที่มีความมุ่งหมายเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรของชาติ ระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกร ให้เริ่มเพาะปลูกพืชผล โดยเฉพาะเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรชักนำให้มีความมั่นใจทำนา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทยมาแต่ช้านานสืบทอดมาจนปัจจุบัน อีกทั้งมีความสำคัญยิ่งแก่การดำรงชีพความเป็นอยู่และการเศรษฐกิจของประเทศไทยทุกยุคทุกสมัย

วันความสำคัญของวันพืชมงคล การเกษตรกรรมนับว่ามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมวลมนุษย์อย่างมาก เพราะธัญญาหารที่บรรดาเหล่าเกษตรกรปลูกได้ในแต่ละปี ถูกนำมาใช้เป็นอาหาร ดัดแปลงเป็นอุปโภคต่าง ๆ เช่น ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค วันพืชมงคล เป็นวันที่จัดขึ้นเพื่อเกี่ยวกับการเพาะปลูก เนื่องจากเห็นความสำคัญของการเมล็ดพืชพันธุ์อันเป็นปัจัจัยสำคัญต่อวิถีการผลิตแบบพึ่งพิงธรรมชาติ นอกเหนือจาการมีแผนดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำฝนที่มีปริมาณเพียงพอ และปัจจัยอื่น ๆ แล้ว หากได้เมล็ดพืชพันธุ์ที่ได้รับการเลือกสรร รวมทั้งเกษตรกรมีขวัญกำลังใจ มีความเชื่อมั่นในการลงทุนเพาะปลูก ทางราชการหรือผู้ปกครองตนให้การดูแลเอาใจใส่ การเกษตรของประเทศจะพัฒนามากยิ่งขิ้น

ด้วยเหตุนี้ ทุกปีทางราชการจึงจัดให้มีพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้น โดยกำหนดในเดือนพฤษภาคมของทุกปี เพราะเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จะได้เตรียมทำนา อันเป็นอาชีพหลักสำคัญของชาวไทยมาแต่โบราณ โดยมีการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มีสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งพระราชพิธีนี้จะกระทำที่ท้องสนามหลวง ประกอบด้วย 2 พระราชพิธีคือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

วันพระราชพิธีพืชมงคล เป็นพิธีทางพุทธศาสนา มีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เป็นพิธีสงฆ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎทรงกำหนดให้มีขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่าง ๆ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่ว งา เผือก มัน เป็นต้น ฯลฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัยและให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีทางศาสนาพราหมณ์ เป็นพิธีพราหมณ์มีมาแต่โบราณ เป็นพิธีเริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นอาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ฤดูกาลแห่งการทำนาและเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว

วันพระราชพิธีทั้งสองนี้ ได้กระทำเต็มรูปแบบมาเรื่อย ๆ จนถึงปี พ.ศ. 2479 ได้เว้นไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ด้วยสถานการณ์โลกและบ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ไม่สมควรจะจัดงานใด ๆ จึงว่างเว้นไป 10 ปี ต่อมาทางราชการพิจารณาเห็นว่าประเทศไทย เป็นประเทศกสิกรรม โดยเฉพาะทำนาควรจะได้ฟื้นฟู ประเพณีเก่าอันเป็นมงคลแก่การเพาะปลูก ดังนั้น ใน พ.ศ. 2490 จึงกำหนดให้มีพิธีพีชมงคลขึ้นอีก แต่มีแค่พระราชพิธีพืชมงคลเท่านั้น (พิธีเต็มรูปแบบว่างเว้นไปถึง 23 ปี) ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2503 จึงจัดให้มีราชพิธีจรดพระนาคัลแรกนาขวัญร่วมกับพิธีพืชมงคลนับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้จึงจัดให้เป็นวันสำคัญของชาติ พิธีกรรมวันพืชมงคลในปัจจุบัน

วันพืชมงคล หรือ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปัจจุบันได้ดำเนินตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี เว้นแต่บางอย่างได้มีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับกาลสมัย อาทิ พิธีของพราหมณ์ก็มีการตัดทอนให้เหลือน้อยลง พระยาแรกนาขวัญก็ให้ตกเป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพระราชพิธีทุกปี มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทูตานุฑูต และประชาชนจำนวนมากมาชมการแรกนาขวัญ เมื่อเสร็จพิธี ประชาชนจะพากันแย่งเก็บเมล็ดข้าว นำไปผสมกับพันธุ์ข้าวที่ปลูกหรือเก็บไว้เป็นถุงเงินเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไป กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันพืชมงคล
    วัน๑. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการ
    วัน ๒. จัดนิทรรศการ แสดงประวัติความเป็นมา และความสำคัญของวันพืชมงคล รวมทั้งพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ "

วันปัจจุบันเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว คนส่วนใหญ่อาจละเลยพิธีกรรมจารีตประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญๆมาแต่สมัยโบราณ ดังนั้นเราประชาชนชาวไทยจึงควรช่วยกันสืบสานและให้กำลังใจเกษตรกรไทยหรือสันหลังของชาติ ที่ปลูกข้าวให้เราได้รับประทานกันอยู่ทุกวัน กำลังใจคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกษตรกรได้สู้ต่อไป จะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยต้นข้าวนั้นก็ยังสำคัญสำหรับคนไทย หากไม่มีเกษตรกรไทยต้นข้าวก็คงเกิดขึ้นมาเองไม่ได้ ก็ไม่ต่างอะไรจากประเทศที่ไร้กระดูกสันหลังในการขับเคลื่อนพัฒนาให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าต่อไป"

วันต้นไม้ประจำปีแห่งชาติ

ป่าไม้ นับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญในด้านสังคมและเศรษฐกิจ เมื่อจำนวนประชากรของประเทศเพิ่มขึ้น ความต้องการในด้านบริโภคย่อมขยายตัวตามไปด้วย แต่เนื่องจากทรัพยากรบางประเภทมีอยู่อย่างจำกัด เช่น ที่ดิน ป่าไม้ สินแร่ น้ำมัน ฯลฯ โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้โดยง่าย แต่การปลูกทดแทนต้องรอเวลาและใช้งบประมาณสูงในการดูแลรักษาทำนุบำรุง ดังนั้น ปลายปี 2528 รัฐบาลจึงได้ประกาศ "นโยบายป่าไม้แห่งชาติ” เพื่อให้การจัดการและการพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ สามารถกระทำได้อย่างต่อเนื่องเป็นแผนระยะยาว

คุณประโยชน์ป่าไม้ สำหรับมนุษย์และสัตว์ มีทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรง ได้แก่ การนำมาเป็นอาหาร ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย ทำเส้นใยเครื่องนุ่งห่ม ทำสิ่งปลูกสร้างอาศัย ใช้เป็นวัตถุเคมี ฯลฯ และ ทางอ้อม ป่าไม้เป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้ฝนตก และทำให้เกิดความชุ่มชื้น ช่วยบรรเทาความรุนแรงของพายุ ช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดิน เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ฯลฯ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ป่าไม้ได้ถูกทำลายอย่างรวดเร็วทั้งจากภัยธรรมชาติ เช่น ไฟป่า แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ การตัดไม้ทำลายป่า

สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 31 มกราคม2532 กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ และในปี 2557 วันวิสาขบูชา ตรงกับวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 ประกอบกับในวันที่ 2 เมษายน 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ของทรัพยากรป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ในพื้นที่อนุรักษ์ต่าง ๆ สำหรับในพื้นที่จังหวัดน่าน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) ได้จัดกิจกรรมโครงการฟื้นฟูป่าเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2557 ขึ้น ในวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.00 น. ณ บ้านดอนไชย หมู่ที่ 6 ตำบลสิลาเพชร อำเภอปัว จังหวัดน่าน ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมปลูกไม้ ในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2557 โดยทั่วกัน



พวงพยอม  คำมุง / ข่าว

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เตือนประชาชนเฝ้าระวังการเกิดอาฟเตอร์ช็อคต่อไปอีก 3 – 6 ชั่วโมง

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติแจ้งเตือนประชาชน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ระมัดระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากเหตุดินเลื่อนไหล ดินถล่มหรือยุบตัว และเฝ้าระวังเกิดอาฟเตอร์ช็อคต่อไปอีก 3-6 ชั่วโมง

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ แจ้งว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 6.3 ตามมาตรฐาน ริกเตอร์ บริเวณ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 57 เวลา 18.08 น. อาจส่งผลกระทบให้สภาพทางกายภาพของหน้าดินในพื้นที่ใกล้บริเวณประสบภัยเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 มีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ในพื้นที่ประสบแผ่นดินไหว บริเวณจังหวัดลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ และจังหวัดน่าน สำหรับพยากรณ์อากาศ ในช่วงวันที่ 8 – 10 พฤษภาคม 2557 ภาคเหนือมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบนและภาคตะวันออกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียล อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียล ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชั่วโมง ส่วนในช่วงวันที่ 11 -14 พฤษภาคม มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่กับลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางด้านตะวันตกและตอนล่างของภาค ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ดังนั้น จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอันตราย ที่อาจจะเกิดขึ้นจากเหตุดินเลื่อนไหล ดินถล่ม หรือยุบตัว ที่ยังคงอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อคต่อเนื่องขึ้นอีก และขอให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหว ได้เฝ้าระวังและระมัดระวังเหตุดินเลื่อนไหล ดินถล่ม หรือยุบตัว โดยให้พักอาศัยอยู่ในที่ปลอดภัยต่อไปอีก 3-6 ชั่วโมง หากมีข้อมูลเปลี่ยนแปลง ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะแจ้งข้อมูลให้ทราบเป็นระยะต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ www.ndwc.go.th




รดา บุญยะกาญจน์ / ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน