วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2557

วัดป่าปุ๊อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงานบุญประเพณีก่อเจดีย์ทราย หรือ ปอยจ่าตี่ทราย ประจำปี 2557

พระอธิการเพิ่มผล ฐานิสฺสโร เจ้าอาวาสวัดป่าปุ๊ เปิดเผยว่า วัดป่าปุ๊ ร่วมกับคณะกรรมการ และชาวบ้านบ้านป่าปุ๊ หมู่ที่ 2 ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดงานบุญประเพณีก่อเจดีย์ทราย หรือ ปอยจ่าตี่ทราย ประจำปี 2557 ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2557 เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานประเพณีอันดีงามนี้ไว้ให้คงอยู่สืบไป โดยในช่วงเช้าพระสงฆ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์สมโภชเจดีย์ทราย แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ภัตราหารเพลแด่พระภิกษุ สามเณร และในช่วงบ่าย มีการประกวดแข่งขันบั้งไฟตามประเพณี

งานบุญประเพณีก่อเจดีย์ทราย หรือ ปอยจ่าตี่ทราย จัดเพื่อเป็นพุทธบูชาถวายแด่พระพุทธเจ้า และเพื่อความเป็นสิริมงคลในต้นฤดูเพาะปลูก โดยชาวบ้านจะร่วมกันนำทรายมาก่อเป็นพระเจดีย์ ตกแต่ง ประดับประดาให้เกิดความสวยงาม มีการทำบุญอุทิศถวายแด่พระพุทธเจ้า ถวายอาหารแด่พระสงฆ์ เลี้ยงอาหารผู้มาร่วมงาน และฟังพระธรรมเทศนา เสร็จแล้วมีการจุดบั้งไฟ ถือเป็นงานประเพณีดั้งเดิมของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ได้ยึดถือ ปฏิบัติกันมาเป็นประจำทุกปี




ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

อำเภอแม่ลาน้อย จัดโครงการบวชป่าและปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ

วันนี้ ( 26 เมษายน 2557) นายชิษณุพงศ์ บูรณา นายอำเภอแม่ลาน้อย เป็นประธาน โครงการบวชป่าและปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ที่บ้านแม่เตี๋ย ตำบลท่าผาปุ้ม อำเภอแม่ลาน้อย เพื่อสร้างความตระหนักและจิตสำนึกในการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าต้นน้ำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนร่วมกิจกรรม

กิจกรรมบวชป่า ในพื้นที่ป่าชุมชน “พิธีบวชต้นไม้” มีวิธีคิดและวิธีการปฏิบัติคล้ายคลึงกับ “พิธีสืบชะตาแม่น้ำ หรือ คน” ด้วยการต่ออายุให้เจริญยั่งยืนสืบไปตามคติความเชื่อ ส่วนที่มาของการ “บวชป่า” มาจากวิธีการห่มจีวรให้กับต้นไม้เช่นเดียวกับการบวชพระ ส่งผลให้สถานภาพของคนและต้นไม้เปลี่ยนไป นับเป็นการนำความเชื่อทางศาสนามาประยุกต์ใช้ในการดูแลรักษาป่าต้นน้ำ โดยใช้สายสิญจน์ล้อมอาณาบริเวณที่จะบวชต้นไม้ แล้วนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคลต่อชาวบ้านและต้นไม้ที่จะทำพิธี ส่วนมากจะเน้นต้นไม้ที่ขนาดใหญ่ มีความสำคัญต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม ชาวบ้านเชื่อว่า ผืนป่าที่ผ่านพิธีบวช เป็นเสมือนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจเข้าไปทำลายได้




ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

กกต.แม่ฮ่องสอนจัดการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอแม่ลาน้อย

วันนี้ (26 เมษายน 2557) กกต.แม่ฮ่องสอน จัดการเลือกตั้งซ่อม เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากตามที่ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ลาออกจากตำแหน่ง โดยมีผู้สมัครจำนวน 2 คน ได้แก่

หมายเลข 1 นายเจริญ โมลา

หมายเลข 2 นางสาวศิวพร มานะจิต

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย พื้นที่เทศบาลตำบลแม่ลาน้อย และตำบลแม่ลาน้อย 18 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 6,292 คน

ส่วนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ คาดว่าจะทราบในเวลาประมาณ 19 .00 น.




ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง เตรียมจัดขบวนแห่อัญเชิญพระพุทธรูป มาประดิษฐาน ณ ส่วนแยกสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง ห้วยฝายคอ

นายอำนวย ปวงคำ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง เปิดเผยว่า สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตองเตรียมจัดขบวนแห่อัญเชิญพระพุทธรูป มาประดิษฐาน ณ ส่วนแยกสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง ห้วยฝายคอ ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ในวันที่ 27 เมษายน 2557 โดยขบวนจะเริ่มจากวัดผาอ่าง ไปตามถนนขุนลุมประพาส และสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา



ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่ฮ่องสอน
หน่วยงาน : สวท.แม่ฮ่องสอน

จ.พะเยา กำหนดจัดงานเทศกาลลิ้นจี่ฯ ปี 57 ระหว่าง 16 -25 พ.ค.นี้ – เผยปีนี้ผลผลิตเกือบ 10,000 ตัน หวั่นเกิดปัญหาราคาตกต่ำ เร่ง ประชาสัมพันธ์กระตุ้นบริโภคลิ้นจี่ เป้าบริโภคในประเทศไม่น้อยร้อยละ 50

วันนี้ (26 เม.ย. 57) นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า เมื่อวาน (25 เม.ย. 57) ที่ผ่านมา จังหวัดพะเยาได้มีการประชุมคณะกรรมการจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงาน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16 – 25 พ.ค. นี้ ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา เพื่อเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่ที่ปีนี้คาดว่าจะมีมากถึง 9,283 ตัน และเป็นการประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่คุณภาพดีของจังหวัดพะเยาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ เกิดการซื้อขาย รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการบริโภคลิ้นจี่คุณภาพดีของจังหวัดพะเยาด้วย

รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องของราคาผลผลิตลิ้นจี่ โดยขณะนี้ลิ้นจี่เกรด A ในท้องตลอดราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 30-40 บาทถือว่าค่อนข้างดีในช่วงแรก แต่ถ้าเลยไปช่วงพีคคือช่วงที่ผลผลิตออกมาราวกลางเดือนพฤษภาคมประมาณร้อยละ 70-80 ก็จะส่งผลให้ราคาตกต่ำลงมา ประกอบกับในขณะนี้ทางรัฐบาลโดย คชก.เองก็ไม่สามารถเปิดการประชุมเพื่อออกมาตรการในการช่วยเหลือเกษตรกรได้ เนื่องจากติดปัญหารัฐบาลรักษาการ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดพะเยา ได้ขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วน ร่วมถึงคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ ได้เร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวน และกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการบริโภคผลผลิตลิ้นจี่ ทั้งในพื้นที่และในต่างจังหวัด โดยตั้งเป้าว่าจะต้องทำให้ได้อย่างน้อยที่สุด ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ขณะเดียวกันทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ได้มีการจัดงานเทศกาลลิ้นจี่ของดีเมืองพะเยาขึ้น โดยภายในงานก็จะมีการจัดขบวนแห่ลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา มีกิจกรรมสาธิตการประกอบอาหารจากลิ้นจี่ การจำหน่วยผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพ การจำหน่ายสินค้าโอทอป กิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพของจังหวัดพะเยา ซึ่งผลผลิตลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยา ได้น้ำจากต้นน้ำกว๊านพะเยา ทำให้รสชาติลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยาหวานกรอบอร่อยกว่าจังหวัดอื่นๆ และการจัดงานดังกล่าวยังเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งคาดว่าจะทำให้แก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำลงไปได้บ้าง

จังหวัดพะเยา จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมเที่ยวชมงานและซื้อลิ้นจี่คุณภาพดีของจังหวัดพะเยา ได้ในงานเทศกาลลิ้นจี่ และของดีเมืองพะเยาประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 16 – 25 พ.ค. นี้ โดยกำหนดพิธีเปิดงานในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา




ข่าวโดย : นิรันต์ บุญแก้ว
หน่วยงาน : ส.ปชส.พะเยา

จังหวัดพะเยาเตรียมจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 ระหว่าง 16 – 25 พฤษภาคมนี้ ณ สนามข้างสถานีขนส่งจังหวัดพะเยา

จังหวัดพะเยาเตรียมจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 ระหว่าง 16 – 25 พฤษภาคมนี้ ณ สนามข้างสถานีขนส่งจังหวัดพะเยา ขณะที่ผลผลิตปีนี้คาดจะมีเกือบ 10,000 ตัน หวั่นเกิดปัญหาราคาตกต่ำ เร่งประชาสัมพันธ์กระตุ้นบริโภคลิ้นจี่

เมื่อวานนี้ (25 เม.ย. 57) ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา ประจำปี 2557 เตรียมความพร้อมในการจัดงาน ซึ่งปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤษภาคม 2557 ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา เพื่อเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่ที่ปีนี้คาดว่าจะมีมากถึง9,283 ตัน และเป็นการประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่คุณภาพดีของจังหวัดพะเยาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ เกิดการซื้อขาย รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการบริโภคลิ้นจี่คุณภาพดีของจังหวัดพะเยาด้วย

นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวแสดงความห่วงใยในเรื่องของราคาผลผลิตลิ้นจี่ ว่า ขณะนี้ลิ้นจี่เกรด A ในท้องตลาดราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 - 40 บาท ถือว่าค่อนข้างดีในช่วงแรก แต่หากถึงช่วงพีคคือช่วงที่ผลผลิตออกมาราวกลางเดือนพฤษภาคมประมาณร้อยละ 70 - 80 ก็จะส่งผลให้ราคาตกต่ำลงมา แต่อย่างไรก็ตามทางจังหวัดพะเยา ได้ขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วน ร่วมถึงคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงาน ได้เร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนและกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการบริโภคผลผลิตลิ้นจี่ทั้งในพื้นที่และในต่างจังหวัด โดยตั้งเป้าว่าจะต้องทำให้ได้อย่างน้อยที่สุดต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของผลผลิตทั้งหมดเพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย ขบวนแห่ลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยา , กิจกรรมสาธิตการประกอบอาหารจากลิ้นจี่ , การจำหน่วยผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพ , การจำหน่ายสินค้าโอทอป , กิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพ ซึ่งผลผลิตลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยาได้น้ำจากต้นน้ำกว๊านพะเยา ทำให้รสชาติลิ้นจี่ของจังหวัดพะเยาหวานกรอบอร่อยกว่าจังหวัดอื่นๆ และการจัดงานดังกล่าวยังเป็นการระบายผลผลิตลิ้นจี่อีกทางหนึ่งด้วย

จังหวัดพะเยาจึงขอเชิญชวนประชาชน ผู้สนใจ ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เที่ยวชมงานและซื้อลิ้นจี่คุณภาพดีได้ในงานเทศกาลลิ้นจี่และของดีเมืองพะเยาประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤษภาคมนี้ พร้อมชมขบวนแห่ลิ้นจี่และของดีแต่ละอำเภอ ในพิธีเปิดงานวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ที่บริเวณสนามข้างสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพะเยา




ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.พะเยา
หน่วยงาน : สวท.พะเยา

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล บรรยายพิเศษเรื่อง การปลูกฝัง คุณธรรม จริยธรรม และการดำเนินชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย บรรยายพิเศษเรื่อง การปลูกฝัง คุณธรรม จริยธรรม และการดำเนินชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับผู้เข้าร่วมอบรมเพื่อการพัฒนาและทบทวนหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ในวันที่ 25 เมษายน 2557 ที่โรงแรมคุ้มภูคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (25 เมษายน 2557) เวลา 10.30 น. ที่โรงแรมคุ้มภูคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาและทบทวนหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 24-28 เมษายน 2557 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีจำนวน 197 คน จาก 84 โรงเรียน ใน 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ ปทุมธานี พิจิตร แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ศรีสะเกษ สุโขทัยและจังหวัดอุตรดิตถ์ สำหรับจังหวัดนครปฐม โดยโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาและทบทวนหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาต้องยึดถือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่สถานศึกษาทุกสังกัดใช้เป็นแนวทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้างหลักสูตรและเวลาเรียนแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปี ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เพื่อให้เป็นแนวทางในการจัดทำหลักสูตรและแผนการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในแต่ละระดับให้มีคุณภาพ จึงจัดทำกรอบหลักสูตรการศึกษาท้องถิ่นสู่ประชาคมอาเซียน ใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนายึดหลัก “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ที่มุ่งให้ “คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” ยึดหลัก “ภูมิสังคม” ความแตกต่างหลากหลายของธรรมชาติ ซึ่งได้บรรจุสาระการเรียนรู้แกนกลางตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่นและสาระการเรียนรู้กลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมาย จุดเน้น และอัตลักษณ์ ครบถ้วนสมบูรณ์ สมควรนำไปเป็นแนวทางการพัฒนา หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้บรรลุตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 และเป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook) ส่วนวิชาการและมาตรฐานการศึกษาท้องถิ่น ร่วมกับสำนักประสานและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงได้ดำเนินการจัด ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาและทบทวนหลักสูตรสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพื่อเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ซึ่งในวันนี้ มีการบรรยายพิเศษ เรื่อง การปลูกฝัง คุณธรรม จริยธรรม และการดำเนินชีวิตตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดย ม.ล. ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวว่า ข้าราชการควรร่วมกันจรรโลงรักษา ระเบียบวินัยอันดีงามของผู้เป็นข้าราชการ ด้วยการน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย ที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” อันนับเป็นสวัสดิมงคลและพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ อันแผ่ไพศาลที่ปกปักรักษาประชาชนชาวไทยมาโดยตลอดรัชสมัยอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อนำสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีความหวังร่วมกันว่าระบบทางการบริหารภาครัฐและการเมืองการปกครองจะก้าวเดินหน้าสู่สถานการณ์แห่งการเสริมสร้างจริยธรรมประเทศไทย เพื่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยสืบไป




ข่าวโดย : ไผท สุวรรณเสวตร/พรไพลิน นุชเครือ
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่จัดงานวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2557

จังหวัดเชียงใหม่จัดงานวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2557 เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เชิดชูเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบเท่าทุกวันนี้

วันนี้ (25 เมษายน 2557) เวลา 09.00 น. ที่บริเวณพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรภาคเอกชน คณะบุคคลและกลุ่มประชาชน ประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และอ่านประกาศพระราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พระเกียรติคุณพระองค์ท่านที่ทรงปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว สร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย ด้วยพระบรมเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ ทำให้อริราชศัตรูเกิดความยำเกรงในอำนาจ ส่งผลให้แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขว่างจากการศึกสงคราม เป็นเวลาถึง 100 ปีเศษ

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชหรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 2 มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จ พระศรีสุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2098 ที่พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก โดยมีพระเชษฐภคินี คือพระสุพรรณกัลยา และพระอนุชา คือ สมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) และทรงเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2133 โดยทรงครองสิริราชสมบัติ 15 ปี จึงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2148 รวมพระชนมพรรษา 50 พรรษา



ข่าวโดย : ณัฏฐ์ สินันตา
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่