วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จังหวัดเชียงใหม่ ประชุมเตรียมการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38

จังหวัดเชียงใหม่ประชุมร่วมกรมการท่องเที่ยวเตรียมการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 โดยเฉพาะการจัดขบวนรถบุปผาชาติ การควบคุมดูแลและพิธีการปล่อยขบวบรถบุปผาชาติเพื่อให้เป็นไปด้วยความราบรื่น เรียบร้อยสวยงามเป็นที่ประทับใจแก่นักท่องเที่ยว

ที่ห้องประชุมศูนย์อำนวยความเป็นธรรม ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (5 ก.พ 57) นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานประชุมเตรียมการจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 โดยมีนายสมชัย ใหม่จันทร์แดง รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายโชคดี อมรวัฒน์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ นายศุภวัฒน์ จงศิริ หรือศุภภักษร และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ประเด็นสำคัญคือการจัดขบวนรถบุปผาชาติ การควบคุมดูแลเส้นทางที่ขบวนรถบุปผาชาติเคลื่อนผ่านและพิธีปล่อยขบวนรถบุปผาชาติ

งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 จังหวัดเชียงใหม่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2557 โดยจะมีพิธีเปิดและจัดขบวนแห่รถบุปผาชาติในวันเสาร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 ล่าสุดมีหน่วยงานแจ้งความประสงค์ส่งรถบุปผาชาติเข้าร่วมขบวน รวมทั้งสิ้น จำนวน 41 ขบวน ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดจุดตั้งขบวนเป็น 3 สาย เพื่อความสะดวกต่อการเคลื่อนรถบุปผาชาติเข้ามาสู่สถานที่ปล่อยขบวนบริเวณเชิงสะพานนวรัฐ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 หน่วยงานและอำเภอรอบในตั้งขบวนบนถนนเจริญเมือง กลุ่มที่ 2 อำเภอเขตตอนใต้ ตั้งขบวนบนถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน และกลุ่มที่ 3 อำเภอจากเขตตอนเหนือตั้งขบวนบนถนนเจริญราษฎร์ (เส้นวัดเกตุ) เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. จากนั้นเวลา 16.00 น. จะมีพิธีปล่อยขบวนรถบุปผาชาติ ณ บริเวณปะรำพิธีหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ขบวนแห่นำขบวนโดยรถประชาสัมพันธ์ของเทศบาลนครเชียงใหม่ รถตำรวจท่องเที่ยว ป้ายงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ขบวนอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งขบวนรถทั้งหมดจะมีวงโยธาวาทิตของโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ รวม 10 ขบวน สลับนำขบวนเป็นช่วง ๆ เคลื่อนไปตามถนนสายท่าแพ จนถึงบริเวณข่วงท่าแพ จากนั้น ได้กำหนดให้รถบุษบกอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน รถบุปผาชาติของกรมการท่องเที่ยวและรถบุปผาชาติเรืองแสง รวม 6 คัน ขึ้นจอดบนลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ ส่วนขบวนรุถบุปผาชาติที่เหลือเคลื่อนไปจอดรอบคูเมือง รวม 6 จุด ได้แก่ สวนบวกหาด ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนปรุง ประตูสวนดอก ประตูช้างเผือก และ ประตูท่าแพ เพื่อสร้างบรรยากาศเมืองแห่งดอกไม้ให้ประชาชนได้ชื่นชมและบันทึกภาพรอบมุมเมืองตลอดระยะเวลา 2 วัน
พิธีเปิดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้น ณ ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. มีการแสดงพื้นบ้านและดนตรีพื้นเมือง การแสดงวัฒนธรรมอาเซียน ชุด “วัฒนธรรมเลิศล้ำค่า อาเซียนรวมใจ” เวลา 19.00 น. พิธีเปิดงานโดย นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีการแสดงชุด “งามสะพรั่งบุปผา พันธุ์พฤกษาแห่งอาเซียน” พร้อมเทคนิคเอฟเฟกต์ประกอบพิธีเปิดงาน การแสดงพิเศษ “ดอกไม้ในดวงใจ ดอกไม้ไฟตระการฟ้า” การแสดงของดารารับเชิญ ใหม่ ดาริกา และโป๊ป ธนวรรธน์ ต่อด้วย การแสดงคัฟเวอร์แดนซ์เยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ และวงดนตรีลูกทุ่งชิงช้าสวรรค์

ที่ประชุมได้ซักซ้อมและกำชับให้ฝ่ายต่าง ๆ ดำเนินงานให้เป็นไปกำหนดเวลาของการนัดหมาย การประสานงานและติดต่อสื่อสารเพื่อให้พิธีการและการเคลื่อนขบวนเป็นไปด้วยความราบรื่น กระชับ ตรงตามเวลาไม่ขาดตอน และมอบหมายให้เทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกับกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่พิจารณาจุดจอดรถบุปผาชาติให้มีความสวยงามเหมาะสมและไม่กีดขวางการจราจร รวมทั้ง จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้ทราบและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรไปมา
งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 นอกจากจะมีขบวนแห่รถบุปผาชาติอันตระการตากว่า 40 ขบวนแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดระยะเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2557 ตั้งแต่เวลา 09.00-24.00 น. ได้แก่ การแสดงนิทรรศการ การประกวดไม้ดอกไม้ประดับและการจัดสวน การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของชุมชน การแสดงนาฏศิลป์ ดนตรีในสวน กิจกรรมข่วงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด การจัดกาดหมั้ว การแสดงดนตรีของสถาบันการศึกษา และชุดการแสดงจากกรมการท่องเที่ยว ณ เวทีลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ โดยเฉพาะในคืนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 19.00 น. มีพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานการประกวดรถบุปผาชาติ ณ ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ 3 ประเภท คือ ประเภทสวยงาม ประเภทอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และประเภทความคิดสร้างสรรค์

จังหวัดเชียงใหม่ เชิญชมขบวนรถบุปผชาติและร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557

จังหวัดเชียงใหม่เชิญชมขบวนรถบุปผชาติและร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ที่เชิงสะพานนวรัฐ และลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ

นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับองค์กรภาครัฐ เอกชน และประชาชน ได้กำหนดจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 7 – 9 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ และเชิงสะพานนวรัฐ โดยปีนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้มีความแปลกใหม่ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 โดยกำหนดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม ตระการตา ภายใต้แนวคิด “งามสะพรั่ง บุปผา พันธุ์พฤกษาแห่งอาเซียน (ASEAN Nation Flower Blooms) โดยเฉพาะในพิธีเปิดงานซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 โดยจะมีขบวนรถไม้ดอกไม้ประดับร่วมในขบวนแห่และ ทั้งที่ร่วมประกวดและส่งเข้าร่วมขบวนแห่โดยไม่ประสงค์จะส่งเข้าประกวด รวม 40 ขบวน ทั้งนี้จังหวัดได้จัดพิธีกรบรรยายให้ข้อมูลและรายละเอียดของรูปแบบและการตกแต่งขบวนแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ รวมถึง 7 ภาษา ประกอบด้วย ภาษาไทย พื้นเมือง อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน และ เกาหลี ด้วย เนื่องจากในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวเชียงใหม่ ชาวไทยจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมชมกิจกรรมและร่วมชมความงามของขบวนรถบุปผชาติที่มีการจัดรูปขบวนและแห่ขบวนอวดสายตานักท่องเที่ยวไปตามถนนท่าแพ และไปสิ้นสุดที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด โดยขบวนรถทั้งหมดจะยังคงแสดงให้ชมตลอดงานด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า พิธีปล่อยขบวนรถบุปผชาติ จะเริ่มในเวลา 16.00 น. ณ บริเวณเชิงสะพานนวรัฐ ข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ดร.สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี ส่วนรูปขบวนจะมีรถประชาสัมพันธ์นำขบวน ตามด้วย รถนำขบวนของตำรวจท่องเที่ยว ป้ายงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ตามด้วยวงดุริยางค์ ขบวนรถอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทานเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และขบวนรถบุปผชาติ จากนั้นขบวนจะเคลื่อนอวดความงดงาม ตระการตา ซึ่งแฝงด้วยการนำเสนอเรื่องราวความเป็นเอกลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของล้านนาและของประเทศไทย ผ่านนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เฝ้าชมอยู่บริเวณสองข้างถนนจากเชิงสะพานนวรัฐ ไม่ยังบริเวณลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ ซึ่งมีการจัดเวทีหลักขนาดใหญ่ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยแสง สี เสียง และจะเป็นสถานที่จัดพิธีเปิดในเวลา 19.00 น. ซึ่งในพิธีเปิดในมีการจัดการแสดงต้อนรับชุด “งามสะพรั่งบุปผา พันธุ์พฤกษาแห่งอาเซียน” การแสดงพิเศษ “ดอกไม้ในดวงใจ ดอกไม้ไฟตระการฟ้า” การแสดงคัฟเวอร์แดนซ์เยาชนจังหวัดเชียงใหม่ และการแสดงจากวงดนตรีลูกทุ่งชิงช้าสวรรค์ของโรงเรียนสันทรายวิทยาคม โดยมีการจัดเทคนิคเอฟเฟกต์ประกอบพิธีเปิดงานด้วย นอกจากนั้นยังมีดาราชื่อดัง ได้แก่ ใหม่ ดาวิกา และ โป๊ป ธนวรรธน์ ร่วมพิธีเปิดงานด้วย ดังนั้นจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมชมความงดงามของขบวนรถบุปผชาติ และ ร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ในวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป


ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว

จังหวัดเชียงใหม่ จัดประชุมศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันและไฟป่า

จังหวัดเชียงใหม่จัดประชุมศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 เพื่อหารือแนวทางป้องกันปัญหาพร้อมติดตามสถานการณ์ หลังมีจุด Hot spot เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (4 ก.พ.57) 11 จุด

วันนี้ (5 ก.พ.57) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์เฉพาะกิจป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันและไฟป่าในห้วง 80 วันแห่งการเฝ้าระวังและควบคุมหมอกควันไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 21 เมษายน 2557 ซึ่งสถานการณ์โดยรวม ณ วันนี้คุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ในระดับปานกลางถึงดี โดยที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พบค่า PM10 จำนวน 41 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า AQI อยู่ที่ 51 สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย พบค่า PM10 จำนวน 27 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า AQI อยู่ที่ 34 และสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พบค่า PM10 จำนวน 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า AQI อยู่ที่ 13 ส่วนจุด ส่วนจุด Hot spot ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2557 พบการเกิดเมื่อวานนี้ (4 ก.พ.57) เพียงวันเดียว โดยพบจำนวน 11 จุด แยกเป็น อำเภอดอยเต่า 6 จุด อมก๋อย 2 จุด ส่วนที่อำเภอจอมทอง แม่แจ่ม และดอยหล่อ พบอำเภอละ 1 จุด ซึ่งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ที่เกิดจุด Hot spot โดยทันที ดังนั้นในวันนี้ (5 ก.พ.57) จึงไม่พบการเกิดจุด Hot spot เกิดขึ้นอีก
สำหรับผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ประจำปี 2557 นั้น ทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้บูรณาการการดำเนินงานในการรณรงค์ป้องกัน ฯ ร่วมกัน โดยในส่วนของมณฑลทหารบกที่ 33 ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ถึงวิธีการดับไฟป่า เพื่อเป็นแนวทาง ป้องปรามปัญหาที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชนใน 73 หมู่บ้าน 6 ตำบล ในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่อำเภอแม่วาง และอำเภออมก๋อย ส่วน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดอบรมเตรียมความพร้อมรวมถึงแนวทางการเปิดช่องทางพิเศษแก่บุคลากรในสังกัดทุกอำเภอ จัดทำคู่มือการป้องกันภัยจากหมอกควันและไฟป่าแก่ อสม.และประชาชนทั่วไป จัดตั้งศูนย์รับรายงานผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นมา ดำเนินการประสานหน่วยงานในสังกัดให้สร้างความเข้าใจกลุ่มแกนนำในทุกชุมชนในเรื่องของการสร้างความตระหนักของปัญหาหมอกควันและไฟป่า และสนับสนุนข้อมูลและเอกสารวิชาการ ชุดนิทรรศการแก่ทุกอำเภอเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน ส่วนสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดให้นำประเด็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันบรรจุในวาระการประชุมเกษตรอำเภอและผู้เกี่ยวข้องทุกครั้งพร้อมทั้งกำหนดให้มีการรายงานผลการดำเนินงานทุกวันศุกร์ รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์รณรงค์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าแก่เกษตรกร
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญต่อปัญหาหมอกควันและไฟป่า ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วย ดังนั้นจึงได้กำหนดประชุมระบบทางไกลระหว่างคณะทำงานศูนย์ ฯ กับ 25 อำเภอเป็นประจำทุกวันพุธ โดยกำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองเพื่อรับทราบสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและร่วมกันกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป



ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว

คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2557

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ การคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ.2557 ซึ่งจะเกิดขึ้น ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2557 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป

ฤดูร้อนของประเทศไทยปีนี้ คาดว่า จะเริ่มประมาณปลายสัปดาห์ที่ 3 - 4 ของเดือนกุมภาพันธ์ (ปกติจะเริ่มประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์) ประเทศไทยตอนบน ในช่วงต้นฤดู บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมา ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นระยะๆ ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศเย็นเกือบทั่วไปในตอนเช้าและมีอากาศหนาวบางพื้นที่ในบางวัน ส่วนในตอนกลางวันประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนเกือบทั่วไป จนถึงประมาณกลางเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนเป็นช่วงๆ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนอบอ้าวทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน อย่างไรก็ตามในช่วงดังกล่าวจะมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับในบางช่วงอาจมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณดังกล่าว ทำให้มีฝนฟ้าคะนองในบางช่วง ซึ่งจะช่วยคลายความร้อนลงไปได้ ส่วนในช่วงปลายฤดู (ประมาณครึ่งแรกของเดือนพฤษภาคม) ลักษณะอากาศจะแปรปรวน โดยบริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อนอบอ้าวเกือบทั่วไปและร้อนจัดบางพื้นที่ กับจะมีฝนฟ้าคะนองเป็นระยะๆ สำหรับภาคใต้ จะมีลมตะวันออกหรือลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เกือบตลอดช่วง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนบางพื้นที่ถึงเป็นแห่งๆ โดยจะมีอากาศร้อนบางพื้นที่ในบางวัน คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยและอันดามันจะมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร จนถึงช่วงปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะเริ่มพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตก ฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม และเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนต่อไป
สำหรับฤดูร้อนปีนี้ คาดว่า อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยจะสูงกว่าค่าปกติ แต่จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว(พ.ศ.2556) ส่วน ปริมาณฝนรวมส่วนใหญ่จะใกล้เคียงถึงต่ำกว่าค่าปกติ และใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนมีไม่เพียงพอกับความต้องการในหลายพื้นที่ ทั้งทางด้านอุปโภค บริโภคและการเกษตรกรรม โดยเฉพาะพื้นที่ที่แล้งซ้ำซากบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง อาจจะต้องประสบกับการขาดแคลนน้ำ ประชาชนจึงควรใช้น้ำให้ได้ประโยชน์สูงสุด ข้อควรระวัง
พายุฤดูร้อน จะเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งมาก ซึ่งมักจะเกิดบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยจะมีลักษณะพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกลงในบางครั้ง ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน สิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนทำความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรได้
อัคคีภัยและไฟป่า ในช่วงนี้ลักษณะอากาศจะเอื้ออำนวยต่อการเกิดอัคคีภัยและไฟป่าได้ง่าย ประชาชน

จึงควรระมัดระวังการใช้เชื้อเพลิงในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไว้ด้วย
พายุไซโคลน ในช่วงปลายเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม มักจะมีพายุ "ไซโคลน” ก่อตัวขึ้นในทะเลอันดามัน และเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ชายฝั่งหรือเคลื่อนเข้าสู่ประเทศพม่า ซึ่งจะส่งผลให้ด้านตะวันตกของประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้นอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

วาระงานจังหวัดน่าน

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557

เวลา 09.59 น. ที่ บ้านเด่น หมู่ 9 ต.เปือ อำเภอเชียงกลาง พิธีเปิดโครงการ "ป้องกันไฟ ป้องกันป่า ด้วยจิตอาสา 1 วัน 100 กิโลเมตร ถวายพ่อของแผ่นดิน” ตามวาระจังหวัดน่าน 2013-2017 "สร้างเมืองน่านน่าอยู่ คู่ป่าต้นน้ำ”

เวลา 15.00 น. ที่ อาคารที่ทำการสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน ถนนมหาพรหม ตำบลในเวียง อ.เมืองน่าน พิธีเปิดกาดเมืองเก่าน่าน เพื่อให้ชุมชนในเขตพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองเก่าน่าน มีแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน กลุ่มสินค้าพื้นเมือง อาหาร ขนม หรือบริการ โดยผู้ที่เข้ามาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต้องสวมใส่ผ้าพื้นเมืองน่าน เพื่อเสริมสร้างเอกลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองน่าน ตามวิสัยทัศน์ "น่าน เมืองเก่าที่มีชีวิต

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557

เวลา 09.00 น. ที่ วัดต้นผึ้ง ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข งานมหกรรมขบวนแห่ครัวตานล้านนา ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น เสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตลอดจนเสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนจากการจำหน่ายผลิตภันฑ์ชุมชน
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557

เวลา 09.00 น. ที่ ศาลาการเปรียญ วัดช้างค้ำวรวิหา กิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2557 เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และสมาชิกอาสารักษาดินแดนที่เสียชีวิต
เวลา 17.00 น. ที่ ลานกีฬาบ้านท่าล้อ (ริมแม่น้ำน่าน) อ.ภูเพียง งาน "ปิดกรีดยางพารา จังหวัดน่าน ครั้งที่ 3” เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ ความสามัคคี และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกลุ่มเครือข่ายหลังจากเสร็จสิ้นฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิตยางพารา

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557

เวลา 08.45 น. ที่ ห้องประชุมพญาผานอง อาคารผู้ป่วยนอก โรพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ฯพณฯ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนครี และคณะ ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว เพื่อรับทราบปัญหา/อุปสรรค ตลอดจนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว

เวลา 17.30 น. ที่ ลานข่วงเมืองน่าน พิธีเปิดงาน "มหกรรมเครื่องเงินและผ้าทอเมืองน่าน ครั้งที่ 1” ภายใต้ชื่องานเทศกาลดอกชมพูภูคาบาน ผ้าเงินน่าน สู่อาเซียน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเครื่องเงินและผ้าทอในจังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557

เวลา 09.30 น. ที่ เรือนจำจังหวัดน่าน พิธีเปิดโครงการแข่งขันกีฬาชนเผ่าผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดน่าน เป็นกิจกรรมมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นบุคคลที่ขาดโอกาสทางสังคม ให้ได้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ รู้รักสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ทั้งยังส่งเสริมการออกกำลังการในช่วงเวลาว่างเพื่อให้ผู้ต้องขังมีสุขภาพที่แข็งแรง และเป็นการเชื่อมความสามัคคีระหว่างผู้ต้องขังชนเผ่าต่าง ๆ



พวงพยอม  คำมุง

ทำแนวกันไฟเพื่อกันภัยจากไฟป่าและหมอกควัน

เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูร้อน ไฟป่าเป็นเรื่องสำคัญของคนในชุมชน เนื่องจากชุมชนในจังหวัดน่านยังคงพึ่งพิงทรัพยากรป่าไม้ในวิถีชีวิตค่อนข้างมากทั้งในด้านของแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย หรือยารักษาโรค หากเกิดไฟป่าขึ้นแล้วลามเข้ามาใกล้หมู่บ้านชาวบ้านต้องรีบช่วยกันออกไปดับไฟ โดยเฉพาะไฟป่าที่เกิดขึ้นตอนกลางวันจะดับยากกว่าตอนกลางคืนเพราะอากาศจะร้อนและแห้งทำให้ไฟลุกลามรวดเร็ว จนไปถึงบริเวณที่เป็นไร่นาและสวน ซึ่งใกล้กับบริเวณชุมชนมาก และถึงแม้ว่าชุมชนไม่อาจยับยั้งไม่ให้เกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่ได้ แต่คนในชุมชนได้เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์และหาวิธีการจัดการกับไฟป่าที่เป็นปัญหาสำคัญของชุมชน วิธีการที่ชุมชนได้ใช้ป้องกันไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้ามาใกล้ชุมชนมาเป็นเวลานานแล้ว ได้แก่ วิธีการทำแนวกันไฟ

แนวกันไฟ (Firebreaks or Fuelbreaks) เป็นการปรับปรุงพื้นผิวภูมิประเทศให้เกิดเป็นแนวกีดขวางเพื่อหยุดยั้งไฟป่า หรือเป็นแนวตั้งรับในการดับไฟป่า หลักสำคัญของการทำแนวกันไฟคือการกำจัดเชื้อเพลิงที่จะทำให้เกิดไฟป่าออกไป โดยอาจจะกำจัดเชื้อเพลิงออกไปทั้งหมดจนถึงชั้นดินแท้ (Mineral soil) หรืออาจจะกำจัดเฉพาะเชื้อเพลิงที่ติดไฟง่าย ได้แก่ เศษใบไม้ ใบหญ้าออกไปเท่านั้นก็ได้ แนวคิดในการทำแนวกันไฟก็เพื่อตัดช่วงความต่อเนื่องของเชื้อเพลิง เป็นการป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าไปในบริเวณที่ตั้งของชุมชนนั่นเอง

การทำแนวกันไฟแม้จะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหมอกควัน รวมทั้งมลพิษในอากาศที่เกิดจากการเผาหรือไฟป่า สิ่งที่สำคัญของการทำแนวกันไฟคือการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนร่วมกันป้องกันอันตรายที่เกิดจากไฟป่าเป็นกระบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อวิถีชีวิตของชุมชน ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน อย่างแท้จริงเมื่อคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
และในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 จังหวัดน่านได้กำหนดให้มีการเริ่มต้นเพื่อรณรงค์ทำแนวกันไฟ พร้อมกัน 15 อำเภอ ทั่วทั้งจังหวัดน่าน

เทศบาลเมืองน่านลงนามสัญญาจ้างงบ 21ล้านบาทเศษ นำสายไฟฟ้าลงดินปรับปรุงภูมิทัศน์บนถนนสุมนเทวราช ยาว 234 เมตร

วันนี้ 5 ก.พ. 57 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ตัวแทนฝ่ายผู้ว่าจ้าง พร้อมด้วยนายวงศวัฒน์ พิลาสลักษณาการ ผู้ช่วยผู้ว่าการธุรกิจวิศวกรรมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้แทนฝ่ายผู้รับจ้าง ร่วมลงนามในสัญญาจ้างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บนถนนสุมนเทวราช (นำสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ลงดิน) โดยมีนายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงนามเป็นประธานสักขีพยาน และนายสุบรรณ ประครองใจ ผู้อำนวยการกองพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองน่าน พร้อมคณะผู้แทนองค์กรตัวแทนสมาคมพ่อค้าธุรกิจในจังหวัดน่าน ได้ร่วมกันลงนามเป็นสักขีพยานในการก่อสร้างโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บนถนนสุมนเทวราช หรือ โครงการ นำสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ลงดิน ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของสามหน่วยงานหลักคือ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เทศบาลเมืองน่าน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมของเมืองเก่าน่านให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม นำมาซึ่งประโยชน์ต่อประชาชนและท้องถิ่น อีกทั้งยังจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้บรรยากาศการค้า การลงทุน และภาพรวมของเศรษฐกิจ คล่องตัวและมีศักยภาพ เพิ่มมากขึ้น โดยโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บนถนนสุมนเทวราช ได้ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุ ของหน่วย การบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535 และที่แก้โขเพิ่มเติม จัดหา โดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ งบประมาณ จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวนเงิน 20,000,000 บาท เทศบาลเมืองน่าน จำนวนเงิน1,300,383 บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 21,300,383 บาท ดำเนินการโดย เทศบาลเมืองน่าน เป็นผู้ว่าจ้าง ส่วนผู้รับจ้างโครงการดังกล่าวคือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป้าหมายของโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินบนถนนสุมนเทวราช ช่วงที่ 1 คือ ก่อสร้างระบบเคเบิ้ลใต้ดินพร้อมอุปกรณ์ ช่วงสี่แยกประตูน้ำเข้มถึงสี่แยกหัวเวียงใต้ ระยะทาง 234 เมตร ระยะเวลาในการดำเนินการ 240 วัน หรือประมาณ 8 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง และในส่วนของโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินบนถนนสุมนเทวราช ช่วงที่สอง ก็ได้รับอนุมัติงบประมาณก่อสร้างจากกรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างออกแบบการก่อสร้าง ส่วนเส้นทางอื่นๆ ก็อยู่ในแผนหลักของการพัฒนาเมืองน่านอย่างต่อเนื่องและจะเร่งดำเนินการต่อไป



ศรายุทธ  ประเสริฐนิรมล  ภาพ / ข่าว

สาธารณสุขจังหวัดแพร่ เฝ้าระวังไข้หวัดนกในระยะนี้

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ ให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอทุกแห่ง คุมเข้ม เฝ้าระวังไข้หวัดนกหลัง จากกรณีที่มีรายงานเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2557 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดนก สายพันธุ์ เอช 7 เอ็น 9  (H7N9) ในประเทศจีน เพิ่มอีก 15 รายใน 4 มณฑล ได้แก่ มณฑลเจ้อเจียง มณฑลเจียงชู มณฑลฝูเจียน และมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งทุกรายมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกหรือเดินทางไปตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิต
นายแพทย์ปิติ  ทั้งไพศาล  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ในจังหวัดแพร่ยังไม่พบผู้ป่วยที่ป่วยเป็นไข้หวัดนก แต่ก็ได้แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกแห่ง เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในระยะนี้ หากพบประชาชนป่วย มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้สูงทันทีทันใด ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และเคยสัมผัสสัตว์ปีก หรือผู้ป่วยปอดบวม ขอให้ไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติสัมผัสสัตว์ปีก หรือการเดินทางไปต่างประเทศด้วย   เนื่องจากในช่วงตรุษจีนคนไทยเชื้อสายจีนจะทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ และมีการชำแหละสัตว์ปีกโดยเฉพาะเป็ด ไก่ จำนวนมาก รวมทั้งประชาชนบางส่วนจะเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ เพื่อเยี่ยมครอบครัว และญาติ

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ไข้หวัดนกล่าสุด องค์การอนามัยโลก ได้รายงาน เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2557 พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช 7 เอ็น 9 จำนวน 259 ราย เสียชีวิต 53 ราย ยังไม่มีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนอย่างต่อเนื่องหรือกระจายในวงกว้าง  ทั้งนี้ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดเป็นชาวจีน จึงขอแนะนำว่าผู้ที่กลับจากประเทศจีนในช่วงระหว่างเทศกาลตรุษจีน ขอให้สังเกตอาการของตนเองหลังจากกลับจากต่างประเทศ หากพบมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้สูงทันทีทันใด ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ให้รีบพบแพทย์ทันที /.



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแพร่เตรียมจัดกิจกรรม “เข้าวัดปฏิบัติธรรม นำรักให้ยั่งยืน”


สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดแพร่เตรียมจัดกิจกรรม "เข้าวัดปฏิบัติธรรม  นำรักให้ยั่งยืน” เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา  เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา  ประจำปี  2557                          
ด้วยวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์  2557  เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันมาฆบูชา เป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 4 ประการจึงเป็นวันที่เรียกว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต” และในปีนี้วันมาฆบูชา ตรงกับวันแห่งความรัก  ทางจังหวัดแพร่  ได้เห็นความสำคัญของวันดังกล่าว จึงกำหนดจัดกิจกรรม "เข้าวัดปฏิบัติธรรม  นำรักให้ยั่งยืน”

กำหนดจัดขึ้น ณ ศาลาพุทธสถาน วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร อำเภอเมืองแพร่  โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรณรงค์ให้เด็ก เยาวชน ประชาชน ได้เข้าวัดปฏิบัติธรรม เนื่องใน วันมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันแห่งความรัก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม  โดยมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม  อันดีงามของไทย โดยความร่วมมือจากสถานศึกษานำนักเรียน นักศึกษาในสังกัดเข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่เวลา 08.30 น. กิจกรรมประกอบด้วย การแสดงพระธรรมเทศนา การตักบาตรความดี ร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี  2557



วัชระ เพชรพลอย /ข่าว /พิมพ์

จังหวัดแพร่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 32 “ศรีสุพรรณบุรีเกมส์” ที่จังหวัดสุพรรณบุรี

จังหวัดแพร่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 32 "ศรีสุพรรณบุรีเกมส์” ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน  4  ชนิดกีฬา จำนวนทั้งสิ้น 34 คน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ตามที่จังหวัดแพร่ได้มอบหมายให้สมาคมกีฬาจังหวัดแพร่และศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดแพร่ เตรียมทีมและจัดส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 10–14  กุมภาพันธ์ 2557 ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่นักกีฬา ผู้ควบคุมทีม        ที่เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติในครั้งนี้ ทางนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่เป็นปรานในพิธีส่งตัวนักกีฬามีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 32 "ศรีสุพรรณบุรีเกมส์”  ประกอบด้วยผู้นักกีฬา จำนวน 25 คน ผู้ฝึกสอน จำนวน 9 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 34 คน จาก  4  ชนิดกีฬา

พร้อมกันนี้ได้มอบค่าพาหนะเดินทางและค่าเบี้ยเลี้ยง จากการกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน 103,960 บาท ค่าชุดวอร์ม จากสมาคมกีฬาจังหวัดแพร่ จำนวน 23,800 บาท ในการเดินทางไปแข่งขันในครั้งนี้



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์

สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดโครงการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย พ.ศ.2557

สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดโครงการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย พ.ศ. 2557 เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินสุขภาพจิตของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป

นางเมตตา อนุศาสนกุล สถิติจังหวัดแพร่ แจ้งผ่านสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ว่า สำนักงานสถิติจังหวัดแพร่ ร่วมกับกรมสุขภาพจิต จัดทำโครงการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย พ.ศ.2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินสุขภาพจิตของประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป
โครงการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทยนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติได้เริ่มดำเนินการสำรวจครั้งแรกในปี 2551 โดยสำรวจไปพร้อมกับการสำรวจโครงการต่าง ๆ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำหรับการสำรวจในปี 2557 นี้ เป็นการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย ครั้งที่ 6 ซึ่งจะดำเนินการสำรวจไปพร้อมกับโครงการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร พ.ศ. 2557 ระหว่างวันที่ 1– 12 ของเดือนกุมภาพันธ์  พฤษภาคม  สิงหาคม  และเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2557  ทั้งในและนอกเขตเทศบาล โดยทำการสำรวจสมาชิกในครัวเรือนตัวอย่างที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปทุกคนและจะต้องเป็นผู้ตอบสัมภาษณ์ด้วยตนเอง

สำนักงานสถิติจังหวัดแพร่ ขอให้ผู้ตอบสัมภาษณ์ที่ตกเป็นครัวเรือนตัวอย่างตอบสัมภาษณ์ ตามความเป็นจริง หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถติดต่อสอบถามที่สำนักงานสถิติจังหวัดแพร่ โทรศัพท์ 0-5451-1234 หรือขอตรวจดูบัตรประจำตัวของเจ้าหน้าผู้ออกสำรวจ /.



วัชระ เพชรพลอย /ข่าว /พิมพ์

สวนป่าปลูกแห่งแรกของประเทศไทยที่จังหวัดแพร่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ไม้สักอายุ 104 ปี

สวนป่าปลูกแห่งแรกของประเทศไทยที่จังหวัดแพร่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ซึ่งปลูกมาถึง 104 ปี เป็นแม่พันธุ์ในการขยายสักปลูกทั่วพื้นที่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า จังหวัดแพร่นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองไม้สักที่ดีที่สุด และมีความสวยงามมาก เห็นได้จากเสาชิงช้า ก็สร้างจากไม้สักในพื้นที่จังหวัดแพร่ และที่บ้านแม่พวก ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีสวนสักซึ่งเป็นสวนป่าปลูกแห่งแรกของประเทศไทย ปลูกขึ้นเมื่อปี 2453 หรือ 104 ปีที่ผ่านมา โดยพระยาวันพฤกษ์-พิจารณ์ หรือ ทองคำ เศวตศิลา เป็นผู้ปลูก สวนป่าแม่พวก-เด่นชัย นั้นอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟแม่พวก อำเภอเด่นชัย ในสมัยนั้นมีพื้นที่ปลูกจำนวน 166 ไร่ โดยปลูกด้วยวิธีหยอดเมล็ดลงหลุมโดยตรง ต้นสักเลยมีลักษณะเปลาตรงลำต้นใหญ่เหมาะที่จะเป็นไม้แม่ขยายพันธุ์  ปัจจุบันเหลือพื้นที่ 135 ไร่ เมื่อปี 2541 ทางสำนักงานป่าไม้เขตแพร่ได้สำรวจมีต้นสักจำนวน 1,797 ต้น

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ที่ไปทำงานและรับผิดชอบดูแลสวนป่าแม่พวก ได้ดำเนินการปลูกเพิ่มเติมอีกจำนวนหลายไร่ ปัจจุบันต้นสักเหล่านี้ยังคงอุดมสมบูรณ์ มีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่คอยสอดส่องดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ไม่ให้ใครตัดหรือบุกรุกทำลาย /.



ฉัตรชัย พวงขจร /ข่าว /พิมพ์

กกต.พะเยา เผยกรณีการคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถกระทำได้ก่อนวันประกาศผลการเลือกตั้ง ภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

นางสาวพัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง ซึ่งมีสมาชิกสมัครรับเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งใด เขตเลือกตั้งหนึ่ง มีสิทธิยื่นคัดค้าน กรณีเห็นว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น เป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถคัดค้านได้ ก่อนวันประกาศผลการเลือกตั้ง หรือภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง และเห็นว่าผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเกินจำนวนที่ กกต.กำหนด สามารถคัดค้านได้ ภายใน 180 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง และกรณี ผู้สมัครไม่ยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้ง สามารถคัดค้านได้ ภายใน 90 วันหลังจากการเลือกตั้ง

โดยผู้ที่จะคัดค้านสามารถแจ้งได้ทางสายด่วนเลือกตั้ง โทร.1171 หรือที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพะเยา โทร.054 – 449517 - 8ในวันและเวลาราชการ



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

สำนักงานสาธารณสุขพะเยา เน้นมาตรการป้องกนไข้หวัดใหญ่ในศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษา พร้อมแจ้งเตือนประชาชนเอาใจใส่ตนเองและบุตรหลาน ระวังโรคไข้หวัดใหญ่

นายแพทย์สุรินทร์ สุมนาพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา กล่าวว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2557 จังหวัดพะเยามีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวนทั้งสิ้น 175 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 35.85 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต ณ ขณะนี้ มีอัตราการป่วยสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ จานวนผู้ป่วยสูงกว่า ปี 2556 ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 1.8 เท่า พบผู้ป่วยสูงต่อเนื่องมาตั้งแต่ ธันวาคม 2556 และสูงสุดในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม 2557 พบผู้ป่วยทุกอำเภอ ยกเว้นอำเภอปงที่ไมพบผู้ป่วย โดยในอำเภอเมืองพะเยา มีจานวนผู้ป่วยสูงสุด จำนวน 87 ราย รองลงมาคือ อำเภอดกคำใต้ 30 ราย อำเภอเชียงคำ 14 ราย อำเภอจุน 13 ราย อำเภอภูซาง 12 ราย อำเภอแม่ใจ 9 ราย อำเภอภูกามยาว 7 ราย และอำเภอเชียงม่วน 3 ราย กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือกลุ่มเด็กก่อนวัยเรียน อายุ 0– 4 ปี รองลงมาคือกลุ่มนักเรียนระดับประถมศึกษา อายุ 5 – 9 ปี และกลุ่มอายุ 10-14 ปี ตามลำดับ ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่ที่พบนี้ เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอช 1 เอน 1 เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้ โดยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง และมีวัคซีนฉีดป้องกัน ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงสามารถพบได้ในบางราย เช่น ในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หญิงตั้ง ครรภ์ และผู้มีภูมิต้านทานต่ำ โรคไข้หวัดใหญ่ติดต่อได้ง่าย ภายในบ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน โดยเชื้ออยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายสามารถแพร่จากผู้ป่วยได้ เมื่อไอ จาม และปนเปื้อนอยู่ที่ภาชนะของใช้ส่วนตัวหรือของใช้สาธารณะ เช่น ลูกบิด ราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ ราวรถโดยสาร ก๊อกน้ำ โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ของใช้ ของเล่นเด็ก

ในการป้องกันและควบคุมโรค ควรมุ่งเน้นที่ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนระดับประถมศึกษา โดยมีมาตรการสำคัญ คือการรักษาความสะอาดพื้นที่ที่มีการสัมผัสบ่อยด้วยน้ำยาทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค รวมทั้งทำความสะอาดสถานที่สาธารณะที่คนไปรวมกันอยู่จำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า และแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญคือ รถนักเรียน และที่สำคัญประชาชนทุกคนควรเอาใจใส่ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ดังนี้ (1) ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเมื่อป่วยจะมีอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ ผู้เป็นโรคอ้วน ควรไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (2) ผู้ที่เป็นหวัด ให้สวมหน้ากากอนามัย ปิดปากปิดจมูก เมื่อไอจาม ด้วยกระดาษทิชชู เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ (3) ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ หรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป (4) หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร และในพื้นที่ที่มีการระบาดควรหลีกเลี่ยงการเขาไปในสถานที่เสี่ยงต่อการติดโรค เช่น สถานที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่สะดวกเป็นเวลานาน หากจำเป็นกลุ่มเสี่ยงควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน (5) เมื่อป่วยเป็นไข้หวัด ควรหยุดพักเรียน ทำงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น



ข่าวโดย : ประมวล อุปกิจ

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 ตั้งกองผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำไปทอดถวาย ณ วัดพระธาตุดอยกิ่วขมิ้น อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมศาลาอเนกประสงค์

พันเอกบรรณวัฒน์ พรหมจรรย์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 เปิดเผยว่าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 ตั้งกองผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำไปทอดถวาย ณ วัดพระธาตุดอยกิ่วขมิ้น บ้านไม้แงะ ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ในวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 10.00 น. เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมศาลาอเนกประสงค์

จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ตามกำลังศรัทธา โดยสามารถส่งเงินในการร่วมบริจาคทำบุญได้ที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 บ.ม่อนตะแลง ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หรือโอนเงินเข้าบัญชี “ฉก.ร.17” ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ฮ่องสอน ประเภทออมทรัพย์ หมายเลขบัญชี 508 -0 21433-3 กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินร่วมทำบุญมาที่ โทรสาร 0-5361-3190 หรือที่ สวท.แม่ฮ่องสอน fm 104



ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดการอบรมเกษตรตามโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน บ้านหนองป่าก่อ จัดการอบรมเกษตรตามโครงการพัฒนาการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฏีใหม่ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระหว่างวันที่ 6-9 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน บ้านหนองป่าก่อ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และได้รับเงินค่าพาหนะให้คนละ 400 บาทหรือค่าน้ำมันตามระยะทางหมู่บ้านละ 1 คัน โดยมีการอบรมด้านเกษตร การทำปุ๋ยหมักมูลสัตว์ / การทำปุ๋ยชีวภาพ / สารไล่แมลง / การปลูกพืชผักสมุนไพรพื้นบ้าน ด้านสุขภาพ การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุลร่างกายเพื่อบำบัดรักษาอาการป่วยเรื้อรังเช่น ความดันโลหิตสูง /เบาหวาน/ เก๊าต์/ปวดเมื่อย/อ่อนแรง /การกัวซาขูดพิษออกจากร่างกายบำบัดโรค /การแช่มือเท้าด้วยน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพการพอก การทา การหยอด การเอาพิษออกจากร่างกายบำบัดโรคการนวดกดจุดลมปราณ โยคะปรับสมดุลร่างกาย /การแปรรูปสมุนไพรเพื่อการดูแลสุขภาพและสร้างรายได้เสริมในครัวเรือน ด้านวิถีพอเพียงการทำบัญชีการประกอบอาชีพ บัญชีครัวเรือน / การลดรายจ่ายในครัวเรือน/ การทำน้ำยาล้างจาน / การทำน้ำยาซักผ้า /การทำน้ำเต้าหู้ก้อนและการเพาะถั่วงอก

ผู้สนใจสมัครเข้าอบรมได้ที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน บ้านหนองป่าก่อ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 086-9128611หรือ 083- 860 0404



ข่าวโดย : วาสนา ไข่แก้ว

คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานฤดูหนาวและงานรื่นเริง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557 ประชุมพิธีกรประชาสัมพันธ์ ประจำเวทีร้านมัจฉากากาชาด

บ่ายวานนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2557) นางอ่อนศรี ศรีอัมพร ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมพิธีกรประชาสัมพันธ์ ประจำเวทีร้านมัจฉากากาชาด ในงานฤดูหนาวและงานรื่นเริง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปี 2557 ที่บริเวณถนนนาวาคชสาร หน้าสถานีขนส่งโดยสาร จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-15 กุมภาพันธ์ 2557 โดยมีนักจัดรายการวิทยุทั้งภาครัฐและเอกชน ทำหน้าที่พิธีกร จำนวน 39 คน เพื่อทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนประชาชน ผู้มาร่วมงาน มาร่วมกิจกรรมร้านมัจฉากาชาด พร้อมทั้งความเข้าใจเกี่ยวกับองค์กร สภากาชาดไทย เหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดจนภารกิจของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อไป ซึ่งแบ่งช่วงเวลารับผิดชอบ ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ บริเวณเวทีร้านมัจฉากาชาด 3 ช่วงเวลา ประกอบด้วย เวลา 18.300-20.00 / 20.00-22.00 และ 22.00-24.00 น.



ข่าวโดย : เอกณรินทร์ ใจมะโน

องคมนตรี (นายพลากร สุวรรณรัฐ) เป็นประธานเปิดและส่งมอบ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นำคณะผู้บริหาร พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรจาก 9 หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลสิริราช ตำบลสันดอนแก้ว ร่วมกันให้การต้อนรับ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมคณะติดตาม เนื่องในโอกาสทางมาตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดลำปาง พร้อมเป็นประธานทำพิธีเปิดและส่งมอบ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ที่ 1 บ้านสันดอนแก้ว ตำบลสันดอนแก้ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ให้กับราษฎรในพื้นที่ทั้ง 9 หมู่บ้าน ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการฯ ดังกล่าวไว้ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2554 เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งการขาดแคลนน้ำ และบรรเทาอุทกภัยให้แก่ราษฎรพื้นที่ โดยมีสำนักงานก่อสร้าง 2 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง ของกรมชลประทาน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินงาน ซึ่งได้เริ่มทำการก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2556 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2556 โดยได้รับงบประมาณในการก่อสร้างจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวนทั้งสิ้น 25,579,000 บาท อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบน เป็นอ่างเก็บน้ำทำนบดิน กว้าง 8 ม. ยาว 247 ม. สูง 15 ม. มีความจุที่ระดับกักเก็บน้ำ 254,500 ลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำได้ครอบคลุมไปยังพื้นที่เพาะปลูกท้ายน้ำในฤดูฝน 650 ไร่ และในฤดูแล้ง 200 ไร่ และหากได้รับการบริหารจัดการน้ำที่ดี คาดว่าจะสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกได้อีก รวมไม่ต่ำกว่า 1,200 ไร่ ในฤดูฝน โดยจะมีราษฎรในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอน 9 หมู่บ้าน 412 ครัวเรือน รวมประชากรกว่า 1,372 คน ตลอดจนเพื่อให้อ่างเก็บน้ำได้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นแหล่งอาหารโปรตีน สร้างอาชีพประมงให้แก่ราษฎรในพื้นที่โครงการฯ ซึ่งจะทำให้ราษฎรได้รับการพัฒนามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
โดยในพิธีเปิดและส่งมอบโครงการฯ ครั้งนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับราษฎรและหน่วยงานทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนจนแล้วเสร็จ มีแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการประโยชน์ สมดั่งตามเจตนารมณ์วัตถุประสงค์ พร้อมทั้งกล่าวขอให้ราษฎรช่วยกันดูแล ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดคุ้มค่า และช่วยกันดูแลรักษาผืนป่า เพื่อให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่จะช่วยรักษาน้ำทำให้เกิดความชุ่มชื้น นำความอุดมสมบูรณ์มาสู่พื้นที่ และโอกาสเดียวกันนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้ให้เกียรติมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ราษฎร จำนวน 10 ราย ที่ได้บริจาคมอบที่ดินเพื่อใช้ในการจัดสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบน และได้เดินเยี่ยมราษฎรที่มาคอยต้อนรับ พร้อมกับชมนิทรรศการของกลุ่มแม่บ้าน นักเรียน หน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ การส่งเสริมอาชีพ นอกจากนี้ได้ร่วมกับราษฎร ผู้มาร่วมงาน ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด เช่น ปลาสร้อยขาว ปลาตะเพียน ปลานิล เป็นต้น ลงในอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอน รวมจำนวนทั้งสิ้น 500,000 ตัว และได้มอบพันธุ์ข้าวให้แก่ราษฎรทั้ง 9 หมู่บ้าน ในครั้งนี้ด้วย
ดูคลิป http://youtu.be/5AJiidXoBRU



ข่าวโดย : นายชาญณรงค์ ปันเต

อบจ.ลำพูน ชู 9 ประเด็นใหม่ ก้าวหน้าไปพร้อมกับ อบจ.ลำพูน มุ่งสู่การพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน จัดการประชุมสัมมนาผู้บริหารท้องถิ่นจังหวัดลำพูน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน หัวข้อ “การจัดบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” เพื่อกำหนดแนวทางและแลกเปลี่ยนแนวคิด การจัดบริการสาธารณะร่วมกัน พร้อมนำข้อสรุปที่ได้ไปวางแผนการดำเนินการพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีประเด็นการประชุมสัมมนา “9 ประเด็นใหม่” เพื่อก้าวไปพร้อมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดลำพูน ประกอบด้วย ประเด็นที่ 1 การจัดงานวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2557 วันที่ 18 มีนาคม 2557 อบจ.ลำพูน รับเป็นเจ้าภาพจัดงาน โดยจะมีการจัดตั้งคณะทำงานจาก อปท.ทุกอำเภอ เพื่อกำหนดรูปแบบการจัดงาน ประเด็นที่ 2 การวางแผนการปฏิบัติงานด้านสาธารณภัย อบจ.ลำพูน จะดำเนินการสำรวจความต้องการรถกู้ชีพกู้ภัย สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานด้านกู้ชีพกู้ภัย และสนับสนุนระบบบัญชาการเหตุการณ์ (ระบบ ICS) สำหรับผู้บริหาร เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านสาธารณภัยและภัยพิบัติ ประเด็นที่ 3 การแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค อบจ.ลำพูน มีชุดขุดเจาะบ่อบาดาลมูลค่า 20 ล้านบาท ได้กำหนดแนวทางโดยใช้ระบบหลักการมีส่วนร่วม ระหว่าง อบจ. อปท. และประชาชน ให้โควตา ส.อบจ.ลำพูน 1 บ่อ และ อปท. แห่งละ 1 บ่อ การดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ อบจ.ลำพูน กำหนด ประเด็นที่ 4 การจัดทำผังเมืองเฉพาะ อบจ.ลำพูน จะดำเนินการส่งเสริมด้านวิชาการ และขอให้แต่ละ อปท.จัดทำร่างผังเมืองของตนเองไว้ ประเด็นที่ 5 การมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนงานโครงการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาในปี 2558 แนวความคิดการจัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ 2558 เป็นรูปแบบโครงการระดับอำเภอ ในส่วนโควตาของ อปท. ยังคงงบประมาณไว้ที่ 30 ล้านบาท

ประเด็นที่ 6 การขับเคลื่อน "ลำพูน นครแห่งทุนทางวัฒนธรรมชุมชน" จังหวัดลำพูนมีต้นทุนทางวัฒนธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก ขอความร่วมมือทุก อปท.ได้ค้นหาทุนทางวัฒนธรรมชุมชนของตนเอง เพื่อกำหนดเป็นกรอบการพัฒนาด้านสังคมเชื่อมโยงสู่ด้านเศรษฐกิจ ประเด็นที่ 7 การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดลำพูน ขอความร่วมมือ อปท. ทุกแห่ง มีส่วนร่วมในการจัดทำวารสาร “อปท.ลำพูน นิวส์” เป็นการประชาสัมพันธ์โดยภาพรวมของ อปท.ในจังหวัดลำพูน ประเด็นที่ 8 โครงการอบรมสัมมนาและศึกษาดูงานด้านอาเซียน ปีงบประมาณ 2557 อบจ.ลำพูน จะจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาขึ้น เพื่อเป็นแหล่งองค์ความรู้ข้อมูลด้านประชาคมอาเซียน และประเด็นที่ 9 การจัดประชุมสภากาแฟ พบปะผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อหารือแก้ไขปัญหาในการพัฒนาจังหวัดลำพูน กำหนดจัดเดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งจะออกเคลื่อนที่ไปแต่ละแห่ง ครั้งแรกจัดที่ อบจ.ลำพูน



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ

คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติ กำหนดให้จัดการเลือกตั้ง ส.ว. ในวันที่ 30 มีนาคม 2557

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ประชุมและมีมติกำหนดวันเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา โดยจะจัดในวันที่ 30 มีนาคม 2557 และ จะจัดการเลือกตั้ง ล่วงหน้าในวันที่ 23 มีนาคม 57

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ คณะกรรมการเลือกตั้ง ( กกต. ) กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.ได้ สรุป เรื่องเกี่ยวกับ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งสมาชิก ชุดเดิมจะหมดวาระในวันที่ 2 มีนาคม 2557 และ รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีการจัด เลือกตั้งภายใน 30 วัน กกต. จึงได้ประชุม และ มีมติกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาใน วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2557 และ กำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาล่วงหน้าทั้ง ในเขต และ นอกเขต ในวันที่ 23 มีนาคม 2557 โดยสำนักงานบริหารเลือกตั้ง ได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้ กกต. เห็นชอบ จากนั้นจะส่งเรื่องให้รัฐบาลและคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ เพื่อ ดำเนินการ และ จะมีการเปิดรับรับสมัคร ผู้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ใน วันที่ 4 – 8 มีนาคม 2557



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

รอง ผวจ.ลำพูน ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์ให้ประชาชน ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในวันที่ 30 มีนาคม 2557

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ขอให้ หน่วยงานทุกภาคส่วน ร่วมรณรงค์ ให้ประชาชน ผู้มีสิทธิออกมาลงคะแนน เลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา ประจำจังหวัดลำพูน ในวันที่ 30 มีนาคม 2557 เพื่อ ให้ จังหวัดลำพูน ยังคงรักษา สถิติ การใช้สิทธิลงคะแนน ในระบอบประชาธิปไตย หลังจากจังหวัดลำพูน มีสถิติเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใกล้เคียงกับ จังหวัดหนองบัวลำภู

นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าว ภายหลังจากที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศผล ข้อมูล การออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งจังหวัดลำพูน มีค่าสถิติ ผู้ออกมาใช้สิทธิ ร้อยละ 72.80 เป็นอันดับ 1 ของประเทศ , อันดับที่ 2 คือ จ.หนองบัวลำภู สถิติร้อยละ 72.50 ซึ่งมีค่าสถิติใกล้เคียงกัน และ ขณะนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติเบื้องต้น ให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ในวันที่ 30 มีนาคม 2557 ซึ่ง ประชาชนชาวจังหวัดลำพูน จะได้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง อีกครั้งหนึ่ง จึงขอให้ ทุกภาคส่วน ร่วมรณรงค์ให้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิ ให้มากที่สุดเพื่อ ให้จังหวัดลำพูน ยังคงเป็นจังหวัดที่มีสถิติจำนวนผู้มาลงคะแนนเสียงในระบอบประชาธิปไตยเป็นอันดับ 1 ของประเทศอีกครั้ง



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

จังหวัดลำพูนมีโครงการพัฒนาเมืองที่ได้รับการอนุมัติ รวม 5 โครงการ ซึ่งขณะนี้มี โครงการที่จะได้รับเงินงบประมาณ ให้ดำเนินการจำนวน 2 โครงการ

โครงการพัฒนาเมืองในเขตเทศบาลเมืองลำพูน มี โครงการที่ได้รับการอนุมัติ จำนวน 5 โครงการ ซึ่งขณะนี้มี โครงการที่จะได้รับเงินงบประมาณ ให้ดำเนินการจำนวน 2 โครงการ คือ โครงการ คลินิกใกล้บ้านใกล้ใจ ชุมชนเทศบาลเมืองลำพูน และ โครงการ ส่งเสริมเศรษฐกิจ เพื่อ พัฒนา ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูน

หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ กลุ่มบุคคล , ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองของแต่ละจังหวัด นำเสนอโครงการ ที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ชุมชนเมือง ภายใต้โครงการพัฒนาเมือง ซึ่ง กลุ่มประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ก็ได้นำเสนอโครงการ ให้แก่คณะกรรมการพิจารณารของจังหวัดลำพูน พิจารณาแล้ว ส่งต่อไปยัง คณะกรรมการ ของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ พิจารณา ตรวจสอบ และ อนุมัติ ให้การสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ จังหวัดลำพูน มี โครงการพัฒนาเมืองที่ได้รับการอนุมัติ รวม 5 โครงการ ได้แก่ โครงการ คลินิกใกล้บ้านใกล้ใจ ชุมชนเทศบาลเมืองลำพูน , โครงการ ส่งเสริมเศรษฐกิจ เพื่อ พัฒนา ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูน , โครงการติดตั้งกล้องวงจรปิด ( cctv ) ,โครงการป้องกันและระงับอัคคีภัยในเขตชุมชนเทศบาลเมืองลำพูน และ โครงการพัฒนาสวนม่วนใจ๋ ในการออกกำลังกายของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองลำพูน
โดยขณะนี้ มี โครงการที่จะได้รับเงินงบประมาณให้ดำเนินการจำนวน 2 โครงการ คือ โครงการ คลินิกใกล้บ้านใกล้ใจ ชุมชนเทศบาลเมืองลำพูน และ โครงการ ส่งเสริมเศรษฐกิจ เพื่อ พัฒนา ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ส่วนอีก 3 โครงการที่เหลือ อยู่ในขั้นตอนพิจารณาอนุมัติงบประมาณ
ทางด้านนายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองลำพูน กล่าวว่า เทศบาลเมืองลำพูนพร้อมให้การสนับสนุน ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามความต้องการของประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ , ด้านสุขภาพ และ ด้านความปลอดภัยในชีวิต และ ทรัพย์สิน ซึ่ง โครงการพัฒนาเมือง ของรัฐบาลถือเป็นโครงการ ที่ ช่วยส่งเสริมความต้องการของประชาชน ให้เกิดรูปธรรม ก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ของชุมชนเมืองครอบคลุมทุกด้าน



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

ปภ.ลำพูน เร่งสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเตือนภัย "มิสเตอร์เตือนภัย" มุ่งให้ความรู้ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย เตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุ

ปภ.ลำพูน เร่งสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเตือนภัย "มิสเตอร์เตือนภัย" เพิ่ม 75 หมู่บ้าน มุ่งให้ความรู้ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย เตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุ หวังลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน นำโดย นายชุมพร อินตะเทพ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน จัดฝึกอบรมเครือข่ายอาสาสมัครเตือนภัย “มิสเตอร์เตือนภัย” ประจำปี 2557 ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นการฝึกอบรมให้กับประชาชนในพื้นที่ หมู่บ้านเสี่ยงอุทกภัยและดินถล่มที่ยังไม่มีมิสเตอร์เตือนภัย ใน 8 อำเภอ จำนวน 75 หมู่บ้าน รวม 150 คน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้รับความรู้ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย อีกทั้งยังมีความพร้อมในการเผชิญเหตุ ซึ่งจะสามารถลดความสูญเสียจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันจังหวัดลำพูนมีอาสาสมัครเตือนภัย “มิสเตอร์เตือนภัย” รวมทั้งสิ้น 372 คน จาก 186 หมู่บ้าน ซึ่งได้จัดการฝึกอบรมไปแล้วในปีงบประมาณ 2549, 2551 และปี 2556 สำหรับการฝึกอบรมใช้วิธีบรรยายและฝึกปฏิบัติ เป็นเวลา 1 วัน ได้แก่ การรับฟังบรรยายบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัคร “มิสเตอร์เตือนภัย” การเฝ้าระวังภัยธรรมชาติ การติดตามสถานการณ์ การแจ้งเตือนภัย การจัดทำแผนอพยพประชาชน การฝึกทำกระบอกวัดปริมาณน้ำฝนอย่างง่าย การอ่านค่า และการจดบันทึก การใช้อุปกรณ์เตือนภัย และการมอบภารกิจ “มิสเตอร์เตือนภัย”

นายนาวิน สินธุสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม กล่าวว่า การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเตือนภัย “มิสเตอร์เตือนภัย” เป็นการช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนและทางราชการที่เกิดขึ้นจากสาธารณภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งสาธารณภัยหรือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ค่อนข้างรุนแรง และยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ เราจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับภัยพิบัติให้ได้ และสิ่งที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกับภัยพิบัติได้อย่างปลอดภัย คือ การเพิ่มศักยภาพให้กับชุมชนในการป้องกันและการเตรียมความพร้อมให้กับชุมชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย รวมทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการป้องกัน และลดผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งจะทำให้หมู่บ้าน สามารถให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในหมู่บ้านขณะเกิดภัยได้ ก่อนที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน มูลนิธิ อาสาสมัคร และหน่วยงานอื่นๆ จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ



ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

อบจ.ลำพูน เชิญเที่ยวงาน "ไม้แกะสลัก และของดีอำเภอแม่ทา" วันที่ 14–16 กุมภาพันธ์นี้

อบจ.ลำพูน เชิญเที่ยวงาน "ไม้แกะสลัก และของดีอำเภอแม่ทา" ประจำปี 2557 วันที่ 14–16 กุมภาพันธ์ 2557 ร่วมส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมอาชีพดั้งเดิมของคนแม่ทา

นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ร่วมกับอำเภอแม่ทา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอแม่ทา และสหกรณ์บริการแกะสลักไม้แม่ทา กำหนดจัดงานไม้แกะสลัก และของดีอำเภอแม่ทา ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 14–16 กุมภาพันธ์ 2557 ณ หมู่บ้านแกะสลักทาทุ่งหลวง (บ้านหนองยางฟ้า) ตำบลทาทุ่งหลวง อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งไม้แกะสลักอำเภอแม่ทาให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เป็นการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำพูนและประเทศชาติโดยรวม ภายในงานจะได้จัดให้มีการแสดงและจำหน่ายสินค้าไม้แกะสลักของดีอำเภอแม่ทาและผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดลำพูน เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นต้นฉบับการแกะสลักของจังหวัดลำพูน และเพื่อเป็นการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมอาชีพดั้งเดิมของคนแม่ทา อีกทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การค้าไม้แกะสลักให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนทั่วไป และชาวต่างประเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้น กิจกรรมระหว่างวันที่ 14–16 กุมภาพันธ์ 2557 ชมนิทรรศการไม้แกะสลัก “ต้นกำเนิดไม้แกะสลักแม่ทาหละปูน” นิทรรศการศิลปินแห่งชาติ และศิลปินท้องถิ่นในสาขาศิลปะการช่างฝีมือ สาขาทัศนศิลป์ด้านประติมากรรม ด้านการแกะสลัก 3 มิติ สัมผัสบรรยากาศกาดหมั้ววิถีชีวิต “คนลุ่มน้ำทา” ดื่มดำกับความงดงามของไม้แกะสลักรูปเหมือนเจ้าแม่จามเทวี อายุเก่าแก่ 500 ปี สัมผัสรอยพระบาทจิ๋ว และดูเงาพระธาตุ ณ ลานวัฒนธรรมวัดหนองยางไคล เลือกซื้อสินค้า ลดกระหน่ำ 10-30 %
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ชมการแข่งขันแกะสลักไม้สุดยอดฝีมือคนลุ่มน้ำทา ชมขบวนรถแห่ไม้แกะสลักและของดีอำเภอแม่ทา พบกับพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ในชุดการแสดง “ต้นต๋อผญ๋า แหล่งภูมิปัญญา ไม้แกะสลักแม่ทาหละปูน” ชมการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งรวมพลคนท้องถิ่น ท้องที่ ส่วนในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 ชมการแข่งขันแกะสลักไม้ ประเภทเยาวชน และการประกวดรำวงย้อนยุค และวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 ชมการประกวดแข่งขันการทำสีไม้แกะสลัก การแข่งขันแกะสลักไม้สุดยอดฝีมือคนลุ่นน้ำทา รอบตัดสิน การแสดงซอพื้นเมือง การประกวดธิดาไม้แกะสลักของดีอำเภอแม่ทา ปี 2557


ข่าวโดย : ชาลิสา วัฒนะโชติ 

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทาน ณ. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทาน ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 10.00 น.

ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทานแกนักเรียนจังหวัดต่างๆ โดยจังหวัดลำพูน นายสุวรรณ กล่าวสุนทร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ในฐานะประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯประจำจังหวัด จะเป็นประธานการมอบเครื่องแบบนักเรียนพระราชทาน ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 09.00 น.

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 จังหวัดลำพูน จัดเป็นโรงเรียนแบบศึกษาสงเคราะห์ รับนักเรียนอยู่ประจำตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รับเด็กยากไร้ทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ จัดการศึกษาในวิชาสามัญและวิชาชีพที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและท้องถิ่นของ นักเรียน เพื่อให้มีความรู้ สามารถอยู่ในสังคมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โรงเรียน ได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานให้กับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โดยบูรณาการการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธเกษตรตามแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ครอบคลุมวิถีชีวิต 4 ด้าน ได้แก่ จริยศึกษา พุทธิศึกษา พลศึกษา และหัตถศึกษา และจัดกิจกรรมทักษะการดำรงชีวิตตามกรอบสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เพื่อให้นักเรียนสามารถปรับใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข



ข่าวโดย : เชาวรินทร์ สอนปาละ

นายสุชาติ รองผู้ว่าฯ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์

นายสุชาติ ราษฎรดุษดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธาน ระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 1 ปี 2557 ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 10.00 น.

ในวาระการประชุมได้มีการแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกร จำนวน 4 ราย เป็นกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ตามประกาศของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 ดังนี้ 1.นายไตรพร บุนนาค 2.นายเด่นณรงค์ ธรรมมา 3.นายณรงค์ อ่ำวิถี 4.นายสุธน พ่วงมา โดยทั้ง 4 คน จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ คราวละ 2 ปี ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 13 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ในที่ประชุมประธานแจ้งให้ทราบ เรื่องรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ และพิจารณาการเห็นชอบแผนงาน โครงการ ปีงบประมาณ 2557 เห็นชอบวงเงินสินเชื่อกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม และทบทวนมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนนำเสนอเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

ปิดงานกีฬานักเรียน เยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 35 จังหวัดเพชรบูรณ์ อย่างเป็นทางการ

พิธีปิดกีฬานักเรียน เยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 35 จังหวัดเพชรบูรณ์ เมืองมะขามหวานเกมส์อย่างเป็นทางการ โดยนายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานพิธีปิดมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน พิธีปิดการแข่งขันกีฬานักเรียน เยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 35 มะขามหวานเกมส์ ณ สนามกีฬากลางวิทยาลัยพลศึกษา จังหวัดเพชรบูรณ์ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 17.00 น.

โดยพิธีปิดจัดขบวนพาเหรดและขบวนเกียรติยศนำเจ้าหน้าที่และทัพนักกีฬาจาก 10เขตเข้าสู่สนามด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จากนั้นจึงเข้าสู่พิธีการมอบธงการแข่งขันกีฬาฯ ให้กับเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ครั้งที่ 36 จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย และการแสดงแสงสีเสียงด้วยความสวยงาม ขณะที่ทัพนักกีฬาจากเขต 10 กรุงเทพฯ ครองเจ้าเหรียญทองครั้งนี้